[Fic Got7] SDD : Sleep , Deep , Death [MarkBam]

ตอนที่ 20 : Chapter 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 เม.ย. 58





“มึงช่วยบอกกูหน่อยว่าเพื่อนมึงจะมาเรียนมั้ย” จินยองถามแจ็คสันที่นั่งอยู่ที่โต๊ะประจำเสียงดัง


“เออ กูก็อยากรู้ หายไปไหนวะ” แจ็คสันถามถึงมาร์คที่ไม่มาเรียนสองวัน คืองงมันเหมือนกัน ก็ดูเป็นคนชอบเรียนนะ แต่บทจะโดดก็โดด ยิ่งถ้ามีแต่เล็คเชอร์ตอนเช้าไม่กี่ชั่วโมงนะยิ่งหนัก นี่ก็โดดอีกละ สองวันละที่มีแต่เล็คเชอร์ช่วงเช้า แต่ก็แปลกคะแนนไอ้มาร์คนี่เกินมีนตลอด ไม่ไก่กานะครับขอบอก


“จะหายไปไหนล่ะ ไม่ตื่นสายก็ขี้เกียจ คาบบ่ายมีควิซ มึงคอยดูว่ามันจะมามั้ย” จินยองว่าพลางมองนาฬิกาที่เพิ่งสิบโมงอย่างหงุดหงิด


“นี่ช่วงนี้มึงหงุดหงิดนะ เป็นเมนส์เหรอ” แจ็คสันถาม


“เมนส์โพ่งงงงง!!!!


“เอ้า!!..นั่นไง มาโน่นละ โถๆ ดูเดินดูเดิน คิดว่าแคทวอล์คเหรอสัส” แจ็คสันชี้ให้ดูหนุ่มร่างสูงหัวแดงในชุดกางเกงยีนส์สีซีดที่ไม่เคยซัก เสื้อ เสื้อแจ็คเก็ตยีนส์เก่าๆสีดำ ผ้าพันคอผืนหนาลายตารางขาวดำ หนาวเหรอวะ? บวกกับท่าเดินเท่ๆตามสไตล์ แต่สิ่งที่เด็ดสุดที่ทำให้ผู้หญิงในคณะ(ไม่นับเพื่อนร่วมรุ่น)ตาค้างคือ......



มันเดินยิ้มมา
!!!!!!  (กูยังตกใจ)



นี่มันรอยยิ้มพิฆาตในตำนานที่เห็นครั้งสุดท้ายตอนมันถ่ายรูปลงนิตยาสารมหาลัยในฐานะเดือนคณะตั้งแต่ปีหนึ่ง




“หายหัว!!” จินยองทักตั้งแต่คำแรก


“ตื่นสาย”  มาร์คตอบทั้งที่ยังยิ้ม


“แล้วสองวันก่อน!!” จินยองยังเสียงเขียวแต่ดูเหมือนมาร์คจะไม่รู้ตัวว่าชะตาขาด


“อันนั้นไม่ตื่น” มาร์ควางกระเป๋าก่อนนั่งลง


“แล้วนี่บ้านมึงหิมะตกแล้วเหรอ พร็อพเยอะนะ” แจ็คสันถามเพราะอากาศยังไม่เข้าหน้าหนาว เพิ่งช่วงใบไม้ร่วง ก็แค่เย็นๆ


“ป่าว ใส่ให้มันอิ่มใจ” มาร์คว่า นี่ยังไม่หยุดยิ้ม


“อะไรของมึง” แจ็คสันถามยิ้มๆ ท่าทางจะมีเรื่องดีๆ


“น้องแบมซื้อให้ว่ะ”


“อื้อหือ มิน่า” แจ็คสันเอื้อมมือไปเช็คแฮนด์กับมาร์ค


“อ๋ออออออออออออออ!!!!!! สัสมาร์ค!!!!” จินยองเปลี่ยนมานั่งข้างมาร์ค


“อะไร” มาร์คหันไปถามอีกคน


“มึงโยนขี้มาให้กูแล้วไปเสวยสุขใช่มั้ย ตอบ!!! ไอ้คนขายเพื่อน!!!” จินยองบีบคอมาร์คก่อนจะเขย่า


“เดี๋ยวๆๆ กูไปขายอะไรมึงตอนไหน!!!” มาร์คว่าพลางแกะมือเพื่อน


“ก็ไอ้คุณอิมแจบอม มึงให้เบอร์กู แถมยังเปิดช่องให้มันมาหากูที่บ้านด้วย” จินยองว่าพลางปล่อยมือแล้วตบหัวเพื่อนทีนึง


“กูแค่ให้มันไปถามมึง เรื่องนี้กูไม่ถนัด แล้วมึงเองก็เหอะกะอิแค่เบอร์ หวงอะไรนักหนา” มาร์คว่าบ้าง


“กูไม่ได้หวง”


“แล้วทำไมไม่ให้วะ เพื่อนกันก็ต้องมีเบอร์กันดิ” แจ็คสันถามบ้าง


“ก็....” จินยองนึกไม่ออกว่าจะอธิบายยังไง ก็ถ้าเป็นพื่อนมันก็ควรจะเป็นความสัมพันธ์แบบที่เขามีกับแจ็คสันหรือมาร์คใช่มั้ยล่ะ แต่กับเจบีมันแปลกๆ ถ้าจินยองคิดแบบหลงตัวเองหน่อยคงคิดว่าเจบีแอบเต๊าะเขานั่นแหละ


“ก็อะไร” แจ็คสันถาม


“มีสองเหตุผลที่คนจะไม่ให้เบอร์คือหนึ่งโดนทวงหนี้กับสองคือโดนจีบ” มาร์คว่าพลางหรี่ตามอง คิดว่ากูดูไม่ออกเหรอ


“ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ” จินยองปัดป่ายถึงสีหน้าจะปิดไม่มิดก็เถอะ


“ชัดละ” แจ็คสันพยักหน้า


“ชัดเหี้ยอะไร!!” จินยองว่า


“ถึงกูโง่แต่ก็ไม่ได้ซื่อบื้อป่ะวะ ของอย่างงี้มันก็พอมองออก ถามไอ้มาร์คดู” แจ็คสันชี้ไปที่มาร์คที่นั่งยิ้มอย่างชอบใจ


“มึงไม่ต้องออกความเห็นเลย!!” จินยองชี้หน้ามาร์ค


“เดี๋ยวกูถามเจบีเองก็ได้ว่ามันจีบมึงรึป่าว” มาร์คบอก


“ไม่ต้องเลยไอ้เลว” จินยองเอาหนังสือฟาดไหล่เพื่อนเข้าให้


“เออๆ เดี๋ยวกุช่วย” แจ็คสันไฮไฟว์กับมาร์ค


“มึงหยุดเลยไอ้สั้น มึงก็เถอะ มีคนมาเม้ากูว่ามึงแอบมานั่งสวีทวี๊ดวิ้วกับเด็กต่างคณะวันอาทิตย์ ใคร!! ตอบ!!!!” จินยองชี้หน้าแจ็คสันบ้างแต่อีกคนไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเลย


“วี๊ดวิ้งพ่อง!! กูมากับยองแจ” แจ็คสันว่า


“ไปด้วยกันบ่อยนะช่วงนี้” มาร์คจับผิดบ้าง จริงๆนะ ช่วงนี้เวลาถามมันว่าเย็นนี้ไปไหนก็เหมือนเดิมไปกินข้าวร้านยองแจแล้วเข้าไปหาป๋าหรือไม่ก็กลับคอนโด บางทีก็เห็นมันแอบเล่นไลน์ด้วย


“ก็บ่อยแหละ ไม่เถียง” แจ็คสันตอบตามความจริง เขาเองก็ไม่ใช่พวกจะมาฟอร์มเยอะอะไรอยู่แล้ว


“แล้วอะไร มาคณะทำไมวันอาทิตย์” จินยองถามบ้าง


“ยองแจมาสอนบัญชีให้กู ม๊ากูขอร้องเขามา”


“นี่ถึงขั้นพาไปเจอแม่แล้วด้วย ......แรง!!!” จินยองเริ่มร่าเริงเมื่อไม่ใช่เรื่องตัวเอง


“ไม่ได้พาไปเจอ กูพาแม่ไปกินข้าวที่ร้านบ้านยองแจ แค่นั้น ชงมั่วนะพวกมึง” แจ็คสันตอบนิ่งๆ


“กูก็เห็นว่าน้องเขาก็น่ารักดี ก็ชงให้เพื่อน เผื่อเพื่อนจะบ้าจี้กระดกเข้าปาก” มาร์คยิ้มขำๆ


“กูไม่ใช่มึงนะที่เห็นปุ๊บจีบปั๊บ” แจ็คสันย้อนมาร์ค


“กูไม่ได้เห็นแค่หน้าแล้วจีบ มันมีเหตุการณ์ความประทับใจเว้ย” คือแบมแบมก็น่ารักจริง แต่มันไม่ใช่แค่เหตุผลนั้นที่จะทำให้มาร์คชอบ แล้วอีกอย่างมาร์คก็ไม่ได้หวังว่า ชอบวันนี้ จีบพรุ่งนี้ เป็นแฟนมะรืนซะหน่อย ก็แค่ให้อีกฝ่ายเปิดใจรับเขาไว้พิจารณาศึกษากันไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน นี่ขนาดไม่รีบนะเนี่ย


“ทำเป็นโบ้ยไอ้มาร์คนะมึง แล้วมึงว่าน้องยองแจไม่น่ารักเหรอ” จินยองวกกลับมาแจ็คสัน


“น่ารัก? ตาเป็นขีดนั่นน่ะนะ” แจ็คสันถาม


“นั่นแหละที่ทำให้น่ารัก” จินยองว่า


“กูแค่ไปไหนมาไหนกับยองแจก็เพราะมันสบายใจดี เหมือนเวลาอยู่กับพวกมึงอ่ะ ถึงจะปากหมากวนตีนบ้างแต่มันก็เป็นรุ่นน้องที่น่ารัก” แจ็คสันอธิบาย ยอมรับว่ายองแจก็ถือเป็นรุ่นน้องที่สนิทเลยถึงแม้จะรู้จักกันไม่นานแล้วก็เริ่มต้นไม่ดีนัก แต่อาจเพราะทั้งคู่ต้องรับผิดชอบอะไรคล้ายๆกันมั้งก็เลยสะดวกใจที่จะพูดหรือปรึกษาด้วย อย่างเรื่องงานที่บริษัทให้พูดกับพวกมาร์ค พวกห่านี่ก็ไม่รู้เรื่องหรอก


“นั่นไง มึงยอมรับแล้ว” จินยองตบมือเหมือนถูกหวย


“ไม่ใช่อย่างนั้น มึงก็ชงจนแก้วจะแตกแล้วสัส อีกอย่างประเด็นตอนแรกมันเรื่องมึงนะจินยอง ไม่ใช่เรื่องกู มึงนั่นแหละตัวโบ้ย”  แจ็คสันย้อนกลับทำเอาจินยองรีบหุบยิ้ม


“เรื่องกู? เรื่องอะไร? กูบอกว่าไม่มีอะไรไง” จินยองปฏิเสธ


“มึงไม่มี แต่ไอ้เจบีอาจจะมีนะ” มาร์คว่ายิ้มๆ ไอ้เหี้ยนี่ก็ยิ้มทั้งวันเลย


“ไม่มีทั้งนั้นแหละ!” จินยองกอดอกหน้าบึ้ง


“รู้ได้ไง” มาร์คจ้องหน้าจินยอง


“มึง เจบีน่ะเป็นคนดังคณะบริหารนะ หน้าตาไม่ได้แย่แถมบ้านก็รวย เขาไม่มาสนใจคนอย่างกูหรอก พวกมึงก็บ้าไปเรื่อย” จินยองพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย


“แหม่ มีตัดพ้อนิดๆ” แจ็คสันแหย่


“พ้อพ่องงงงง!!!” จินยองด่าอีกรอบ


“กูไม่ได้ตัดพ้ง ตัดพ้อไอ้ควาย มึงรู้รึป่าวว่าก่อนหน้านี้เจบีมีข่าวควงสาวบ่อยจะตาย ก็คงมีกิ๊กๆกั๊กๆของมันอยู่แล้วแหละ มึงไม่ต้องเอามันมาโยงกับกูหรอก” จินยองว่าต่อ


“มีสืบด้วยว่ะ” มาร์คไฮไฟว์กับแจ็คสันอีกรอบ พวกเหี้ยจริงๆ


“กูไม่ได้สืบ ถ้ามึงเป็นพาร์ทเนอร์แล็บกับแม่นางโบมีกับนัมจูเหมือนกูนะ พวกมึงก็ได้รู้เรื่องทุกคนในมหาลัยเหมือนกูนั่นแหละ” จินยองเอ่ยไปถึงสองสาวที่เป็นกลุ่มทำแล็บเดียวกันตั้งแต่ปีสอง อิแม่คู่ช่างเม้าท์พูดได้แต่เรื่องเดือนมหาลัยไปยันภารโรง


“โอเคๆๆ มึงเชื่อจินยองนะแจ็ค” มาร์คหันไปจับมือแจ็คสัน


“เออๆๆๆๆๆ กูเชื่อกูเชื่อ” พวกเหี้ยยยยยยยยย

 

.

 

.

 

 

.

 

 





 

 

 

“เฮ้ย” เสียงดังขึ้นที่หัวโต๊ะไม้ประจำของสามหนุ่มเพี้ยนแห่งคณะวิทยาศาสตร์

 


ทั้งสามคนเงยหน้า สองคนในโต๊ะแทบจะหัวเราะลั่นเมื่อเห็นหน้าอีกคน ส่วนอีกคนในโต๊ะยิ่งทำหน้าบึ้งเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นว่า อิม แจบอมมาเยือน


“นั่งด้วยดิ” เจบีว่าก่อนจะนั่งลงข้างแจ็คสันตรงข้ามจินยอง


“กูปวดขี้ เดี๋ยวมานะ” จินยองลุกขึ้นพรวดพราด


“อ้าวเดี๋ยวๆ มึงจะไปไหน” มาร์คดึงชายเสื้ออีกคนยั้งไว้


“ปวดขี้แล้วจะให้กูไปไหน ปล่อยกู” จินยองดึงชายเสื้อให้หลุดจากมือเพื่อน ก่อนจะวิ่งไปโดยไม่หันกลับมามอง


“เฮ้ย!! จินยองเฮ้ย!!” แจ็คสันตะโกนตามหลังแต่ก็ไมได้ทำให้ร่างเล็กหันมา


เจบีได้แต่มองตามยิ้มๆ หนีได้ก็หนีไป

 


“อ้าวๆ ไอ้นี่ก็มอง” มาร์คแขวะอดีตเพื่อนผี


“ทำไม มองไม่ได้รึไง” เจบีถาม อย่าให้กูย้อนเรื่องน้องกูนะ กูรู้นะมึงไปซื้อของกับน้องกูมา


“ป่าวเลยครับ ตามสบาย” มาร์คว่า


“แล้วมึงถ่อมาทำไมเนี่ย” แจ็คสันถามเพื่อนต่างคณะบ้าง


“ก็เบื่อๆ เริ่มมาเรียนวันแรกมีแต่คนมองแล้วก็เข้ามาถามว่าเป็นไงบ้าง ขี้เกียจตอบเลยมาหาพวกมึง” เจบีว่า  บอกตรงๆว่าเหนื่อยมาก บางคนก็ห่วงจริง บางคนก็ถามตามมารยาท อีกอย่างเจบีก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองป่วยมากมาย อย่างน้อยก็หายดีเกือบๆร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องห่วงกันขนาดนั้น


“มาหาพวกกู มีเน้นใครเป็นพิเศษรึป่าว” แจ็คสันถาม


“อะไร? ใคร?” เจบีงงๆ


“ถามมั้ยมาร์ค” แจ็คสันหันมาถามมาร์ค


“เดี๋ยวกูถามเอง” มาร์คว่า


“อะไร? พวกมึงพูดอะไร? กูงง” เจบีถามมองหน้าสองคนสลับกัน

.

.

.
“มึงว่าจินยองเป็นไง” มาร์คเริ่มคำถาม


“เป็นไงคือ...?” เจบีถามกลับ


“ก็นิสัย ใจคอ ทั่วไป ในมุมมองของมึง”


“ก็...ดี” เจบีตอบสั้นๆ


“ขยายความ”


“ก็...ดูภายนอกก็น่ารักดี แต่ดุชิบหาย แต่ก็ดูเป็นคนมีความตั้งใจดี ปากร้ายไปหน่อยแต่ก็.....แอบใจดีอยู่นะ” เจบีว่า จริงอยู่ที่จินยองโวยวายใส่เขาบ่อยแต่สุดท้ายก็ช่วยให้เขาเข้าร่างมาได้


“แล้วมึงชอบมั้ย?” มาร์คถามต่อ


“ฮะ?!? ชอบ? แบบไหนล่ะ” เจบีถามย้ำ


“ก็ชอบอ่ะ..เหมือนที่กูชอบน้องมึง” มาร์คอธิบาย เจบีแอบหงุดหงิดเล็กน้อย


.

.


เจบียังคงนิ่งหลังจากที่มาร์คถามจบ ก่อนจะมองหน้าแจ็คสันสลับกับมาร์คไปมา ซึ่งไอ้สองคนนี้แม่มก็จ้องชิบหาย พอถูกจ้องอย่างคาดคั้นเจบีก็รู้สึกหน้ามันร้อนๆขึ้นมาซะงั้น

 



“ว่าไง อย่ามานิ่ง” แจ็คสันเสริมพลางตบไหล่อีกคน


“ก็..รู้ๆกันอยู่มั้ง” เจบีตอบกำกวม


“เอาตรงๆ ชอบหรือไม่ชอบ” มาร์คเน้น


“เออ กูชอบ” เจบีว่านิ่งๆ


“ชอบ?” แจ็คสันทวน


“ชอบ” เจบีย้ำ


“จริง?” มาร์คทวนอีกครั้ง


“จริง” เจบีย้ำอีก


“แบบเดียวกับที่กูชอ...”


“แบบเดียวกับที่มึงชะ..เอ่อ คิดกับน้องกู” เจบีสวนขัดมาร์ค





เล่นเอามาร์คกับแจ็คสันยิ้มกว้าง   มึงโดนแน่จินยอง มึงโดน




“เออ พูดถึงน้องกู กูเกือบลืม” เจบีเปลี่ยนเรื่องแก้เขินพลางหยิบถุงที่ถือมาด้วย ข้างในเป็นกล่องขนมขนาดกลางสองกล่องวางให้บนโต๊ะ มาร์คเห็นก็จำได้ทันทีว่าเป็นขนมที่แบมแบมซื้อขอบคุณจินยองกับแจ็คสัน ตอนแรกมาร์คจะให้ฝากมากับมาร์คแต่แบมแบมบอกว่าจะเอามาให้เองที่มหาลัย แล้วไหงเป็นไอ้นี่เอามาให้วะ


“น้องกูซื้อให้มึงกับจินยอง เป็นของขอบคุณพวกมึง” เจบีพูดกับแจ็คสัน


“โหยยยยย น้องมึงน่ารักว่ะ” แจ็คสันพูดอย่างที่คิดทำเอามาร์คมองตาเขียว


“ไหนแบมแบมบอกว่าจะเอามาให้เอง” มาร์คถามเจบี


“กูห้ามมาเองแหละ ทำไม?” เจบีบอก อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะว่าผ้าพันคอผืนนั้นมึงได้มายังไง น้องกูบอกกูทุกเรื่องเว้ย!!! (ถ้ากูเค้นถามอ่ะนะ)


“ขี้หวงว่ะ”


“ขี้เต๊าะว่ะ” เจบีสวน


“มึงก็เหมือนกู” มาร์คก็ยังไม่ยอม


“กูมีชั้นเชิงกว่า”


“กูไม่น่าช่วยมึงเลย” มาร์คขยี้หัวตัวเอง


“เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องเว้ย” เจบีว่า


“เห็นความดีในตัวกูหน่อยเถอะ” มาร์คแทบจะก้มลงไปกราบ


“ไม่ใช่กูไม่เห็น แต่กูขอสกรีนมึงสักปีสองปีก่อน” สัสเจบี นานไปนะ


“กูอุตส่าห์ช่วยมึงเรื่องจินยอง” มาร์คพูดยังไง


“ช่วยยังไง” เจบีถามกลับ


“ก็เรื่องที่กูให้มึงไปปรึกษาเรื่องฝันไง” มาร์คบอก เจบีอ๋อทันที ส่วนแจ็คสัน...งงต่อไป


“ฝันอะไรวะ” แจ็คสันถามบ้าง


“คือกูฝันทุกคืนช่วงนี้ มาร์คมันบอกว่าผิดปกติ เลยให้กูไปถามจินยอง” เจบีอธิบายสั้นๆ


“แล้วมันว่าไง” มาร์คถามต่อ


“จินยองเขาบอกว่า..อ๊ะ...นั่นไง มาโน่นละ ให้จินยองอธิบายเอง กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะเอาไง” เจบีพยักเพยิดไปทางคนที่เดินกลับมา









“นี่ไม่มีเรียนรึไง” จินยองว่าพลางนั่งลงข้างมาร์ค


“เรียนอีกทีก็บ่าย เอานี่ อันนี้ของคุณ แบมแบมซื้อมาฝากขอบคุณคุณน่ะ” เจบีบอกพลางยื่นถุงขนมให้จินยอง


“ฝากขอบคุณแบมแบมด้วย” จินยองบอกนิ่งๆ


“เออ มึง สรุปเรื่องฝันเจบีมึงว่าไง” มาร์คหันไปถาม


“กู...ยังคิดไม่ออก” จินยองลังเล


“นั่นแหละที่จินยองบอกกู” เจบีสมทบ สรุปวันนั้นก็ลงเอยด้วยคว้าน้ำเหลว ถึงอาจจะไม่เหลวเท่าไรสำหรับเจบีเพราะสุดท้ายก็โดนพ่อแม่จินยองชวนทานข้าวแล้วก็กลับจนค่ำ แต่ก็ไร้คำตอบเรื่องความฝัน


“นี่คุณ คิดว่ามันง่ายเหรอ ฝันคุณน่ะเฉพาะเจาะจงเกินไป ปกติผมก็บอกได้แค่ว่าฝันเห็นทุ่งหญ้าแสดงว่ากำลังจะมีทรัพย์อะไรทำนองนั้น แต่ของคุณมันเหมือนเป็นเรื่องต่อกัน มันอาจเป็นเรื่องในความทรงจำคุณก็ได้” จินยองร่ายใส่เจบียาว


“แต่ผมจำไม่ได้ว่ามันเคยมีฉากแบบนั้นในหัวผม” เจบีบอก


“ถ้าคุณนึกไม่ออกจะให้ผมเข้าไปในหัวคุณแทนรึไง” จินยองบอก


“ไม่ลองให้น้องมึงช่วยนึก” แจ็คสันถาม


“กูปิดน้องกูอยู่ไม่อยากให้แบมแบมเป็นห่วง” เจบีว่า


“นอกจากทุ่งหญ้ากับผู้ชายและผู้หญิงคู่หนึ่ง ไม่มีรายละเอียดอย่างอื่นเลยเหรอ” มาร์คถาม


“ไม่มีว่ะ กูไม่เห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ”


“มึงไม่เดินเข้าไปดูใกล้ๆ” แจ็คสันถามโง่ๆ


“กูควบคุมตัวเองได้ที่ไหน” เจบีว่า


“คนฝันน่ะควบคุมตัวเองไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นคนอื่นเข้าฝันก็ว่าไปอย่าง” จินยองบอกตามตรง


“งั้นเราเข้าไปดูกันมั้ย”  มาร์คเสนอ


“มึงจะบ้าเหรอ” จินยองว่า


“ทำไมอ่ะ ก็เผื่อมึงทำได้”


“กูไม่เคยทำเว้ย แล้วก็ไม่เคยรู้วิธีด้วย” จินยองว่า คราวที่แล้วยังเสี่ยงกันไม่พอใช่มั้ย

 





เสียงถอนหายใจตามหลังบทสนทนาทั้งหมด หมดงานนี้มีงานใหม่แถมแต่ละอย่างก็แสนยาก เพลียมั้ยให้ทาย

 





“เออ กูเกือบลืม ดีนะที่ไอ้เจบีมาพอดี” แจ็คสันทำท่าเหมือนนึกอะไรออก ก่อนมองหน้ามาร์คสลับกับเจบี


“อะไร” มาร์คถาม


“มึงรู้จักคนที่ชื่อ คิม จงอินป่ะ” แจ็คสันถามเจบี


“ก็รองประธานสโมกูไง มึงเคยถามไปแล้วนิ่” เจบีตอบ


“แล้วมึงล่ะมาร์ค” แจ็คสันถาม


“กู? รู้จักมั้ยน่ะเหรอ?” มาร์คถามกลับ แจ็คสันพยักหน้า


“คิดว่าไม่ ไม่คุ้นชื่อนี้” มาร์คว่าต่อ


“แล้วทำไมเขาถามหามึงวะ” แจ็คสันถามต่อ


“ถามหาอิมาร์คเนี่ยนะ” จินยองสมทบ


“อืม วันอาทิตย์กูเจอเขาที่คณะเรา เขาถามกูว่ารู้จักมาร์คมั้ย” แจ็คสันเล่าให้ฟัง


“แล้วมึงว่าไง”


“กูเลยถามกลับว่ามีอะไรรึป่าว แต่เขาไม่ตอบ บอกว่าจะมาหามึงเอง”


“แต่แปลกนะ กูคิดว่ามันเป็นคนเงียบๆไม่สุงสิงกับใครซะอีก” เจบีว่า


“ทำไมกูรู้สึกเหมือนงานจะเข้า” มาร์คตอบ จริงๆนะ ทุกครั้งที่มีคนถามหากูเนี่ยไม่เคยจบด้วยดีๆเลย


“มึงไปทำอะไรให้เขาหมั่นไส้ป่ะนิ่” จินยองถาม


“ไม่เว้ย แต่คนนี้เขาห้อยเครื่องรางแปลกๆด้วย ที่กูเคยบอกอ่ะ ห้อยดาวดาวิด ห้อยตุ๊กตาวูดู มันจะเกี่ยวกันมั้ยกับอาชีพเสริมมึง” แจ็คสันถามต่อ


“ทำไมกูไม่เคยสังเกตวะ” เจบีว่า ไม่เคยรู้เลยว่ามันห้อยของพวกนั้น


“แต่กูว่า เราอย่าเพิ่งจิตตก รอให้เขามาถามกูเองอย่างที่เขาบอกดีกว่า” มาร์คบอกถึงจะแอบกังวลนิดหน่อยก็เถอะ เพราะถ้าเป็นตามที่แจ็คสันเล่า ก็ถือว่าเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับเจบี เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยได้


“เออ จริง อีกอย่างเดี๋ยวนี้ไอ้พวกห้อยเครื่องรางแม่มก็แฟชั่นนะมึง ตามถนนก็ห้อยกันเต็ม กางเขนบ้าง ดาวดาวิดบ้าง ห้อย Dream catcher ยังมีเลย” จินยองบอก


“เออ มึงกูสงสัยมาสักพักละ  Dream catcher นี่มันคืออะไร ที่เขาฮิตๆน่ะ ขอกูขัดก่อนนิดนึงเดี๋ยวลืม” แจ็คสันเปลี่ยนเรื่อง


“มันเป็นความเชื่อแปลกๆที่บอกว่าถ้าเอาแขวนไว้ที่หัวนอนมันจะช่วยกรองฝัน เอาฝันดีเข้าตัวไล่ฝันร้ายออกไป ความเชื่อของอินเดียนแดง” จินยองบอก


Dream catcher…” มาร์คพึมพำพลางใช้ความคิด


“อะไรของมึงอีกเนี่ย” จินยองหันมาแขวะ


Dream catcher ไงมึง ใช่แล้ว! Dream catcher ” มาร์คหันไปหาจินยอง


“กูว่ากูเพิ่งอธิบายไปนะว่า...” จินยองตั้งถ้าจะขัด


“ไม่ใช่มึง มันมีอันนึงของพ่อกู พ่อกูเคยรับงานนึงเป็นงานกำจัดปีศาจในฝันร้าย มันทำได้ Dream catcher อันนี้ทำให้เราเข้าฝันคนอื่นได้ แต่มันต้องมีพิธี” มาร์คอธิบาย มาร์คเองที่ขยับจากลูกมือของพ่อมาทำงานเองเต็มตัว ของเหล่านี้ก็เหมือนของตกทอด แต่ปัญหาอยู่ที่....กูเก็บไว้ไหนวะ


“เจ๋งนิ่มึง งานนี้มึงทำได้ งั้นกูจะได้ถอนตัว” จินยองเห็นช่องทางปลีกตัวจากเรื่องวุ่นๆ


“ไม่ได้/ไม่ได้” เจบีกับมาร์คพูดขึ้นพร้อมกันก่อนที่เจบีจะมองหน้ามาร์คนิดๆ


“โจอี้มันไฮสคูลปีสุดท้ายกูอยากให้มันอ่านหนังสือจริงจัง กูไม่มีลูกมือ” มาร์คอธิบาย


“ใช่ๆ แล้วผมจ้างคุณไปแล้ว ไม่งั้นผมฟ้องพ่อแม่คุณนะ” เจบีขู่ได้ง้องแง้งมาก


“มึงแม่ม เพื่อนชั้นเลวจริงๆ” จินยองแขวะมาร์คอีกดอก


“แล้วมึงจำได้มั้ยว่าพิธีทำไง” เจบีถาม ในใจแอบให้คะแนนมาร์คที่รั้งจินยองไว้ได้
 

“ไม่ยาก Facetime หาคุณเรย์มอนด์ส่งตรงจากไต้หวัน แปบเดียวรู้” มาร์คพูดถึงพ่อตัวเอง


“แล้วคราวนี้จะทำพิธีที่ไหน บอกเลยบ้านกูช่วงนี้ไม่ว่าง แม่รับงานมาเยอะ” จินยองพูดถึงแม่ตัวเองที่ชอบเอาของชำร่วยแฮนด์เมดไปทำในห้องใต้ดิน


“บ้านกูแคบ” มาร์คว่าต่อ


“บ้านกูคนเยอะว่ะ พ่อแม่จะตกใจ” เจบีบอก





 








ทั้งสามคนมองหน้ากันก่อนจะหันไปที่อีกคนที่นั่งเงียบ แจ็คสันได้แต่มองหน้าพวกมันช้าๆ













“เหลือคอนโดกู.....สินะ” แจ็คสันชี้มาที่ตัวเอง ซึ่งพวกมันก็พยักหน้า

 

 

 

 







 

“ขอบคุณที่ใช้บริการ” แจ็คสันยิ้มแหยๆตอบรับก่อนจะถอนหายใจออกมา

 

 

ดังมากกกกกกกกกกกกกก

 

 

...................................................................................................

 



“ยูคยอม...ยูคยอม” แบมแบมเขย่าแขนเพื่อนร่างสูงที่เอาแต่เหม่อมาได้สักพัก


“ฮะ?? อะไรเหรอแบม” ยูคยอมหันไปถาม


“แบมกับยองแจเรียกตั้งนานแล้ว เหม่ออะไร” แบมแบมถาม


“เราเหม่อเหรอ?” ยูคยอมถาม


“เออ เหม่อมาก” ยองแจตอบกลับมา

 



ยูคยอมเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเหม่อนะ เพียงแต่แค่นั่งคิดถึงเรื่องวันที่ไปซื้อของกับแบมแบม ถึงจะเหมือนว่าแบมแบมไปกับพี่มาร์คก็เถอะ ขากลับยูคยอมเลยลองถามดูว่าไปทำอะไรกันบ้าง แบมแบมเล่นเล่าให้ฟังเกือบหมดเลย แถมเล่าไปยิ้มไปเหมือนมีความสุขยังไงก็ไม่รู้ ไม่น่ามัวแต่คีบตุ๊กตาเลย พี่มาร์คดูจะทำคะแนนได้เยอะพอควร ส่วนเขากลับติดแหงกกับไอ้เด็กนั่นถึงมันจะสนุกดีก็เถอะตอนนั้นแต่ตอนนี้มันหงุดหงิดไง แอบช่วยพี่ชายตัวเองยังไม่พอยังมาทำให้ยูคยอมรู้สึกแปลกๆอีก

 

 




“วันอาทิตย์พ่อกับแม่จะจัดปาร์ตี้ที่บ้านฉลองที่พี่เจบีหายดี งานเล็กๆน่ะ อาแดเนียลบอกนายรึยัง” แบมแบมถาม


“เอ่อ..ยังนะ” ยูคยอมตอบ ช่วงนี้ไม่เห็นอาพูดอะไร


“งั้นแบมถือว่าแบมชวนเลยละกัน นายด้วยยองแจ” ยองแจพยักหน้ารับอีกคน


“แล้วมีใครอีกมั้ย?” ยูคยอมถาม


“ก็คงเป็นพวกเพื่อนพี่เจบี ก็คงหนีไม่พ้นพวกพี่มาร์คแหละ” แบมแบมบอก


“เฮ้อ...อย่าบอกนะว่าไอ้พี่แจ็คสันก็ไปด้วย” ยองแจทำบ่นๆ


“ก็คงด้วย ทำเป็นบ่น นายกับพี่เขาก็สนิทกันดีนิ่” แบมแบมแอบแซว


“ไอ้สนิทมันก็ใช่ส่วนนึงน่ะแบม แต่ไอ้ส่วนที่ปากหมากวนตีนมันก็เยอะไง ขี้เกียจเถียงด้วย” ยองแจอธิบาย


“โอเคๆ แบมเข้าใจก็ได้ อย่าลืมนะวันอาทิตย์ เมมไว้ในมือถือเลย” แบมแบมบอกเพื่อนสองคนก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของยูคยอมขึ้นมาเล่นเหมือนที่ทำเป็นประจำ


“ทำอะไรน่ะแบม” ยูคยอมถามยิ้มๆ


“ก็เมมให้ไง เฮ้ย...อันนี้น่ารักอ่ะ มันชื่อตัวอะไรนะ” แบมแบมอุทานหลังจากแตะแล้วพบว่าหน้าจอของยูคยอมกลายเป็นรูปตุ๊กตาคล้ายไดโนเสาร์สีส้ม


“เอ่อ...อากุมอนน่ะ” ยูคยอมตอบ


“เรื่องอะไรนะ ดิจิมอนป่ะ”  แบมแบมถามพลางนึกถึงการ์ตูนดังในสมัยเด็ก ถึงไม่ได้ดูบ่อยแต่ก็ผ่านตาบ้าง


“อืม” ยูคยอมพยักหน้า


“ไหนๆดูหน่อย” ยองแจชะโงกหน้ามาดู


“รูปเหมือนถ่ายเองเลย นี่เดี๋ยวนี้หัดเล่นตุ๊กตาเหรอ” ยองแจแซว


“ป่าว แค่บังเอิญคีบมาได้” ยูคยอมว่า บังเอิญที่ไหนล่ะด้วยความที่ไม่ได้เล่นนานวันนั้นกว่าจะคีบได้ก็สามรอบได้ ส่วนโจอี้ไม่ต้องพูดถึงรายนั้นยิ่งกว่าจะได้ มัวแต่ดื้อ จะคีบเองอยู่นั่นแหละ


“ของน้องโจอี้ก็มีตัวนึงใช่มั้ย ที่เดินถือมากันวันนั้น” แบมแบมถาม  ใช่ว่าแบมแบมจะไม่เคยเห็นตุ๊กตาตัวนี้ก็ในเมื่อวันที่ไปซื้อของกับพี่มาร์ค แบมแบมเห็นยูคยอมกับโจอี้เดินถือตุ๊กตามาคนละตัวตอนจะกลับ


“นี่ขนาดบังเอิญถึงกับเอาขึ้นหน้าจอ”  ยองแจถามแหย่


“ก็มัน..เอ่อ....น่ารักดี” ยูคยอมตอบอ้ำอึ้ง


“ช่วงนี้มุ้งมิ้งนะ แอบมีซัมติงอะไรป่าว” แบมแบมแซว


“อั๊ยยะ” ยองแจเสริมอย่างรู้งาน


“ซัมติงอะไรแบม” ยูคยอมถาม


“ก็อย่างเช่น....อินเลิฟ” แบมแบมเว้นวรรคก่อนเอ่ยในที่สุด


“ฮิ้วววววววววว” ยองแจก็เป็นลูกคู่ที่ดี


“เพิ่งรู้ว่านายเป็นพวกรักเด็ก” แบมแบมแซวต่อ


“ฮิ้ววววววววววววววววววววว” ยองแจก็ยังทำหน้าที่


“ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ!!!” ยูคยอมตบโต๊ะก่อนยืนขึ้น เล่นเอาที่เหลืออึ้งๆไปเล็กน้อย


....


.......


..............



“อะ...เอ่อ...เรา.....ขอโทษที ขอเราไปเข้าห้องน้ำแปบนึง” ยูคยอมว่าก่อนจะขอตัวออกไป

 

 

 

 




บ้าเอ้ยยยยยย กูเป็นอะไรวะเนี่ย!!!!!

 

…………………………………………………….

มาแล้วววววววววววว บอกแล้วว่าตอนนี้เริ่มภาระกิจผีๆ อาจมีความสับสนของยูคยอมโผล่มาเล็กน้อย ไรท์ก็ยังคงไม่เมตตาอิแจ็คต่อไป (เรื่องนี้เป็นแจ็คสันต้องทำใจนะ) 
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ขอบคุณทุกเม้นท์ด้วย มีคนโหวตด้วยดีใจ ไม่คิดไม่ฝัน 5555555
ไรท์อาจจะมาไม่ค่อยถี่นะช่วงนี้ ขอเคลียร์งานหลักก่อน จะรอใช่มั้ย มารอที่ท่าน้ำทุกวันนะ ขอบคุณจากใจค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

768 ความคิดเห็น

  1. #759 Faye V. Charlotte (@maiko0401) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:01
    ขอบคุณที่ใช้บริการ55555555ลั่น
    #759
    0
  2. #623 nongpigmoo (@nongpigmoo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 13:27
    ยูคเริ่มสับสนแล้ว ฮุๆ
    #623
    0
  3. #508 ZakittaA (@zakittaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 10:44
    อินเลิฟฟฟแน่ๆ อินเลิฟกันทั้งกลุ่ม ให้ตายสิ 5555555555555
    #508
    0
  4. #488 woorebin (@bam_bam-got-7) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 22:21
    สงสารแจ็ค 55555555
    #488
    0
  5. #466 Chibamie (@parpaa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 16:23
    ไม่ว่าอะไรแจ๊คโดนตลอด555555556 // ยูคยอมรับใจตัวเองได้แล้วนะ
    #466
    0
  6. #303 pimpimpim1a (@pimpimpim1a) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 13:16
    ยูคเอ๊ยยยย รู้ตัวซะเหอะ หลงเด็กไปแล้วว
    #303
    0
  7. #268 ลูกหลานป๋าเจ๊ (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 15:10
    คิดถึงอี้หราตะเองอิอิแหม่ๆชอบอี้แล้วก็รับๆไปเถอะน่าหมันไส้วุ้ยทำไมชอบทำซึนเดี๋ยวแม่แตะปลิว
    #268
    0
  8. #195 Kangsadan Boom (@eegjydjyhdjtd) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 17:18
    จะรอนะไรท์ สู้ๆนะ
    #195
    0
  9. #193 Aksarapak Srita (@aksarapaks) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 02:12
    หนูนี่เชียร์ชูป้ายไฟยูคอี้เลย ยูคอี้น่ารัก
                                                             
    #193
    0
  10. #190 wawaew (@waewprakai) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 16:02
    ชั้นรอไรท์ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะะะะ รออ่านอยู่น้าค้าาา กำลังมันเลย5555
    #190
    0
  11. #188 ida_napatsara (@ida2556) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 00:39
    ตอนนี้ขอเชียร์ยูคอี้รัวๆค่ะ >< น่ารักกันจังเลยยย 55555
    #188
    0
  12. #187 praew (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 19:58
    ยูคอี้ &#10084; มาต่อเร็วๆๆ นะคะ
    #187
    0
  13. #186 aun-aom (@aun-aom) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 15:33
    ยูคอี้ๆๆๆๆๆ ขอโมเมนนี้เยอะๆ #ประทานโทษแฟนอี้ด้วย
    #186
    0
  14. #185 (@turtletoey) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 12:48
    แกล้งน้องไว้มาก.. เป็นไงคยอม เพื่อนแกล้ง อุคิอุคิ-..,-
    โอ่ยยยย เจบีกับมาร์คนี่ดูเหมาะกันดีนะ เข้ากันเหลือเกิน555555555555
    #185
    0
  15. วันที่ 2 เมษายน 2558 / 09:25
    ทำไม่ยูคมันดูน่าแกล้งจังว้าาาาาาา แซวแล้วอาการออกแบบนี้ มันน่ารักจริงๆนะหนุ่มน้อย คึคึคึ
    #184
    0
  16. #183 bbtpor (@ppor_nnan3832542) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 เมษายน 2558 / 08:20
    ยูคโจอี้ ><~ รออ่านต่อน้าา
    #183
    0
  17. #182 xo7_cherry (@cherryexo-11) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 23:48
    ปากแข็งชะมัด แถมซึนนะยูคยอม รักเขาแล้วก็ยอมรับมาเถอะ ชอบโจอี้ก็บอกเขาไปดิ โถ่ๆๆๆๆ 55555
    #182
    0