เข้าค่ายที่วัด วะภูแก้ว นี่น่าเบื่อสุด ๆ เลย
เขียนโดย
nam_inchoho
อยากจะบอกว่าไปเข้าค่ายที่วัดวะภูแก้วนี่ได้ประสบการณ์เยอะจริง ๆ รู้สึกว่าที่นี่จะศักดิ์สิทธิ์มากนะ เพื่อนที่ไปเเข้ค่ายนั่งสมาธิเห็นเรตกันตั้งหลายคน แถมบางคนออกจากสมาธิไม่ได้ บางคนที่ออกไม่ได้นี่นั่งตัวสั่นเหมือนเจ้าเข้าทรงเลย แต่เรานี่สินั่งสมาธิไม่เห็นอะไรกับใครเขาเลย แถมบางครั้งเกือบหลับก็มี อาจารย์ที่เดิน ๆ ตรวจนักเรียนก็เดินผ่านมาเตือนบ้าง
เข้าค่ายครั้งนี้ก็ไปประมาณ 500 กว่าคน มีโรเรียนอีกโรงมาเข้าด้วย ส่วนโรงเรียนของเรามาทั้งสาย ม.5 พวกผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างหลังในตอนแรก อาจารย์ก็จับมานั่งข้างหมด(มีแต่ลิง ๆ ทั้งนั้น)
วันแรกเราก็นั่งอยู่ด้านหน้า แต่พอมาถึงตอนค่ำ 5 แถวหน้าผู้หญิงก็ถูกสั่งย้ายไปนั่งหลังสุด อันนี้ไม่ได้ทำให้เราดีใจอะไรเลย (ก็ข้างหลังมันน่ากลัวโลงเหลงยังไงก็ไม่รู้) นั่งสมาธิวันแรกนั่งทั้งวันจริง ๆ นั่งแล้วก็เดิน จงกลม แล้วก็ฟังเทศ เหนื่อย (ใจ) มาก ๆ ปวดเมื่อยสุดสุด แถมนอนวันแรก เราถึงกับร้องไห้เลย คิดถึงบ้านมาก ถึงจะได้อยู่กับเพื่อนก็เถอะ แต่อาจารย์ ดร.ดาราวรรณ ห้ามพูด ห้ามคุยอะไรทั้งสิ้น เฮ้อ.....
วันที่ 2 นะก็ต้องทำวัดเข้า ทำวัดค่ำ นั่งสมาธิวันละ 4 ยก ฟังเทศน์ น่าเบื่อ ลุกตั้งแต่ ตี4 นอน 4 ทุ่ม
พอมาวันที่ 3 ก็เหมือนวันที่ 2 นั่นแหละ อันนี้โคตร น่าเบื่อค่ะ แต่ตอนค่ำ นี่ตลกมากมาก มีคนบ้ามา ตอนสวดมนตร์ ฟังเทศน์ นี่ต้องคอยระวังตลอด หมามันก็เห่าไม่ยอมหยุด คนบ้าคนนี้ก็แปลกพูดภาษาอังกฤษได้ซะคล่อง แถมตอนนอน เราอยู่ หอ 1 เอาปากกาที่เก็บได้มาให้ที่หอเรา เรากับเพื่อนเพิ่งแปรงฟันเสร็จ เห็นคนบ้านเดินมาก็รีบวิ่งเข้าหอ ยังกะวิ่งหนีผี แล้วเพื่อนข้างในก้ล็อกประตู ไอ้เพื่อนที่วิ่งมายังไม่ถึงหอก็มาเคาะให้เปิด แล้วก็รีบเปิดรีบปิด พอคนบ้ามาเคาะหน้าต่าง ก็มีเพื่อนในหอคนนึงไปคุยแบบดีดีกับคนบ้าคนนั้นบอกว่าไม่มีปากกาใครหรอก พูดไปพูดมา อ.ประสิท ก็มาไล่คนบ้า แล้วบอกว่าไปคุยกับมันทำไม มันคนบ้า แล้วก็หัวเราะ เพื่อน ในหอ 1 ก็หัวเราะกัน แล้วก็เข้านอน
พอวันวันที่ 4 กิจกรรมสวดมน นั่งสมาธิ แล้วก็เดินจงกลม ฟังเทศน์ด้วย เป็นไปตาม ปกติ (วันละ 4 รอบ) ก่อนที่จะทานข้าวก็ต้องท่องอะไรต่อมิอะไร แต่อยู่ที่โรงอาหารเป็นที่ที่ไว้ระบายอารมณ์จริง กฎมีอยู่ 4 ข้อ ก่อนทานอาหารพวกเราทุกคนท่องกันทุกมื้อ แต่ปฏิบัติได้แค่ข้อเดียว 4 ข้อ ก็มีอยู่ว่า
ไม่ดัง
ไม่หก
ไม่เหลือ
ไม่อิ่มเติมได้
ให้ทายสิ ไอ้ 1 ข้อที่เราทำได้คือ อะไร
ก็ข้อ 4 ไง "ไม่อิ่มเติมได้" นอกนั้นพยายามปฏิบัติแล้ววแต่มนทำไม่ได้ โดยเฉพาะข้อ 1 นี่ เข้าโรงอาหารทีไร ตะโกนได้ทุกครั้ง บางคนก็วิ่งหยอกกันบ้าง รู้สึกว่าจะไม่เกรงใจสถานที่เลย ก็มีที่โรงอาหารที่เดียวนี่ที่จะดังได้ แถมโรงอาหารนี้ก็กว้างด้วย เลยตะโกนซะให้สะใจ
พอมาถึงคืนที่ 4 นี้ รู้สึก ผีวัดนี้จะออกอาละวาดสุดสุด เพื่อนบางคนเห็นจริงจริงเลย บางคนเห็นแค่ในสมาธิ ตอนกลางคืน มาเข้า หอก็เล่าให้ฟังจับกลุ่มกันเล่า มีคนเห็นอยู่ หอ 3 มันอยู่ตรงกันข้ามกับ หอ 1 เราจำได้ว่าคืนแรก ๆ เรานอนห่างกับเพื่อนตั้งหลายคืบ แต่คืนนี้เรานอนติดกับเพื่อนเลย แ
แล้วในคืน 4 นี้แหละ พวกเราชาว หอ 1 พากันรำพัด เสียงยังกับอะไรดี แต่เราไม่ได้ไปรำพัดกับพวกนั้นหรอกนะ อยากไปดูเขาเล่นกันจะตาย แต่ไอ้โบนี่สิ...ห้ามไม่ให้ไป เราก็เลยอดรู้เลยว่าเขาเล่นไพ่อะไรกัน ไอ้โบบอกว่าเขาเล่นกันทั้งคืนแหละ ตั้งแต่ คืนที่ 3 แล้ว ไอ้เรานี่ไม่รู้อะไรกับเขาเลย หัวหัวหมอนปุ๊บก็หลับปั๊บ ตื่นอีกที่ก็โน่น ตี 4 แปรงฟัน เข้าห้องเสร็จ ก็ไปทำวัดเช้าทุกวัน
พอมาวันที่ 5 เราดีใจมาก ๆ ได้กลับบ้าน ได้กลับบ้าน เย้ย้ย้ เราคิดถึงบ้านจะตายอยู่แล้ว ตอนที่มาวัดนี้ ป้าไม่ให้เงินมาสักบาท เราหมดไป 300 กว่า
พอตอบ่าย รถมา เราสวดมนตร์กันอยู่ รถมาคันนึง ก็พากันหันไปมองกันทั้ง ศาลา ดร.ดาราวรรณก็ด่า 555 ส่วนพวกเรารู้สึกว่าจะไม่สำนึกอะไร สนุกที่โดนด่า ยิ่งแต่ตอนที่พระรูปนั้นด่า สะใจมาก ๆ ตอนท่านให้พรก็ตลกดี ถ้าอยากขยันแล้วโง่ ก็ขอให้ขยันแล้วโง่ต่อไป พอมาถึงตัวหนา ๆ นี่ เรา ไอ้แป้งก็มองหน้ากัน แล้วก็หัวเราะลั่น ก็มันตลกจริง ๆ นี่คะ ขนาดคำอวยพร กับคำด่ายังแยกกัยไม่ค่อยได้เลย ตอนที่ให้คัดเลือกบทความไปอ่าน เราตลก ไอ้บังมาก ตลกตรงที่ว่า วันแรก ดร. มีเวลาให้เดินเล่นแป๊บนึง พวกมันพากันไปน้ำตก แต่ดันไปผิดทาง ไปเจอเมรุซะนั่น เราหัวเราะไม่หยุดเลย สุดสุดค่ะ แล้วก็ตอนไอ้กวางพูด มันตลชะมัด ชอบประโยคนี้ "ตอนเรียนในห้องเรียน เพื่อน ๆ ในห้องคุยกันดังสนั่น ถึงอาจารย์คนไหนจะบอกอะไรก็ไม่หยุด ถึงหยุด แป๊บนึงก็ดังอีก แต่อยู่ที่นี่เพื่อน ๆ ยอมสบปากสงบคำ"
แล้วยังมีอีกเรื่องก็ในวันแรกที่มาน่ะ เราโดน ดร. ด่า โรงเรียนเรา ส่วนอีก โรงเรียนนึง มาตอนแรกเขาเรียบร้อยก็เลยไม่โดนอะไรเลย ถูกชมว่ามีมารยาทไปนั่น พวกโรงเรียนนั่นก็เ_ย ใช่ย่อย ยิ่งตอนหลัง ๆ นี่ดังพิลึก ให้นั่งสมาธิมันก็นั่งหยอกกัน
แล้วไอ้พวกที่นั่งข้างหน้ามันก็ย้ายมานั่งข้างหลัง ไอ้แป้งมันเล่าว่า ไอ้อีกโรงเรียนนึงที่มานั่งติดกับเราน่ะ มันนึกว่าเราชื่อแป้ง มันก็มานั่ง แล้ว เรียก แป้งเอ้ย แป้งเอ้ย เราก็ไม่รู้เรื่องหรอก ว่ามันเรียกใคร ก็ที่มันเรียกไม่ใช่ชื่อเรา นี่ ไอ้แป้งมันมาเล่าที่หลังเราก็นั่งหัวเราะ
ตอนที่เขานั่งสมาธิระลึกพระคุณพ่อแม่นั่น คนอื่นเขานั่งร้องไห้กัน บางคนก็เห็นเพื่อนร้องไห้ก็นั่งหัวเราะตามประสามัน ส่วนเราเกือบแล้วก็ไม่ได้ยินด้วยว่าไอ้ที่เขาพูดถึงพ่อถึงแม่นั่นพูดว่าอะไร
ส่วนตอนนั่งสมาธิที่เราไม่ง่วงน่ะ เราคิดเรื่องง หนัง เรื่องง"พลิกดินสู่ดาว" กับ "เปลวไฟในฝัน" แล้วก็คิดฉากนิยยที่เราแต่ง บางครั้งนั่งสมาธิ เราก็นั่งยิ้มไป นี่ถ้าใครเห็นเข้าเขาจะว่านั่งสมาธิจนเป็นบ้าไหมเนี่ย
ชักง่วงแล้วแฮะ
แต่วันนี้ ก็มีเรื่องน่าเบื่อเข้ามาอีกก็คือ วันนี้เป็นวันศุกร์ต้องสวดมนตร์ แล้วก็นั่งสมาธิให้ในหลวง แต่เราก็ตั้งใจทำอยู่นะ แต่ด้วยความเบื่อจากการที่เรากลับจากเข้าค่าย ในค่ายเราตั้งใจทำสุด ๆ พอมาวันนี้เราไม่ได้อยู่ในค่ายแล้ว เราก็เลยทำเล่น ๆ หัว ๆ ตามเคย เหมือนตอนที่เรายังไม่ได้ไปเข้าค่าย
ตี 4 แล้วรีบปิดคอมพ์ไปนอนดีกว่า (แสบตาชะมัด)
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
22 ก.ค. 49
12,074
56
ความคิดเห็น
หวังว่าเธอโตขี้นจะมีจิตใต้สำนึกที่ดีกว่านี้
จาก พี่ผู้หวังดี
ไปตอนประถมประทับใจมากเลย ทุกวันนี้ยังคิดถึงอยู่
ระลึกถึงความรู้สึกสงบ เยือกเย็น สบายใจที่เคยได้รับแล้วสบายใจ ปล่อยวางทุกสิ่งยังกับอยู่บนสวรรค์ อยากไปอีกแต่ก็ไม่ว่างไปแล้ว ขนาดตอนเด็กๆนี่พี่ซ่ามากยังสงบและเข้าถึงในระดับหนึ่ง
น่าเสียดายนะที่น้องเข้าไม่ถึงกระทั่งประตู มีโอกาสแต่กลับไม่ไยดี บัวมี 4 เหล่า คิดดูนะจ้ะว่าอยากเป็นเหล่าไหน ศาสนาเป็นสิ่งที่ควรอยู่ติดกับใจเราเอาไว้ ดึงจิตกลับมาอยู่ที่ตัวบ้างอย่าให้ไปไหนไกลโดยที่เจ้าของยังควบคุมไม่ได้
กล้าเสี่ยงที่จะล้มเหลวเพื่อค้นหาความสำเร็จ
เธอเนี่ยสุดยอดนะ แต่เธอไม่รู้ถึงความเจ๋งของตัวเองต่างหาก
ดูดิเธออดทนเดินจงกรม อดทนฟังเทศน์ฟังธรรม แถมตอนเขาเล่นไพ่เธอก็ชนะใจไม่ไปดูเขาอ่ะ
เท่าที่อ่าน...เธอไม่ได้ไปทำอะไรที่ไม่เข้าท่าสักอย่าง ยังไงเราก็ชื่นชมเธอนะ
ที่นั่นน่ะ มีหั้งน้ำที่ปิดตายดั้วว
แต่ตอนนี้ก้อใช้ด้ยปกติอ่า
เราก้อเคยยยอาบห้องนั้นดั้ววว
พออตอนกลางคืน ตอนนนนนดึกอ่ะ ดึกมากๆเรยย
เราด้ยยินเสียง คนอาบน้ามมม ม
ด้ว ยยย
ต่อมา เราก้ไปอาบห้อง งงอื่อนนนน
แต่ก้อยังมะกล้าอาบคนเดววว
เราหั้ยเพิ่ลอาบเปงงเพื่อน
แบบว่ากลั ววจัดด
อ่า ขนาด แค่นั่ง พิมมมยังงเสียวเรยย ยยย
มั่ยอยากเล่าต่อแร้ว้ววววววว
หนุกดี แถมมมด้ายเจอเพิ่ลใหม่ดั้วววว
เพราะ มีร.ร.อื่น มาเข้าดั้ววว
เราเข้า ตั้งงง5 วันนนแน่ะ
ตอนวันนนแรกลงมาจากรถ
ก้ออยากจะกลับบ้าน
แต้พอถึงวันสุดท้ายยเท่านั้นแหละ
ม่ายอยากกลับบบเรยยยยย
มีพลังจิตครับอยากไปอีกครับ
บ้างอย่างสิ่งที่ผมไม่รู้ไม่เห็นก็ได้สัมผัสกับมัน
ผมอยากไปที่วัดวะภูแก้วอีกคับฃ
ผมชื่อนายจักรินทร์ ตรีเมฆ
โรงเรียนนางรองพิทยาคม ชั้น ม. 6/4 คับ
อยู่5วัน สบายมาก บุญเยอะแยะ
เห็นเเต่เขาบอกว่าเมื่อยกับการนังสมาธิ
หรอค๊