coffee N' cigarettes

ตอนที่ 2 : chapter 00 : unbeautiful life and Cayenne.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ก.พ. 60

     Chapter 0 : unbeautiful life and Cayenne

 

ควันบุหรี่จางๆ ลอยออกจากบุหรี่ใกล้หมดมวนที่ถูกคีบอยู่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางของฉัน นัยน์ตาสีน้ำเงินดอกคอร์นฟลาวเวอร์มองไปยังแสงของดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ถูกเมฆสีเข้มเคลื่อนตัวมาบดบัง ทว่าก็ต้องละสายตาไปยังรถบัสที่กำลังแล่นมาไกลๆ ฉันพ่นควันสุดท้ายออกมา ทิ้งบุรี่แล้วเยียบมันเบาๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถบัสที่มาจอดข้างหน้าพอดี

ช่วงเย็นๆ แบบนี้ไม่ค่อยมีคนขึ้นรถเท่าไหร่ ฉันเลยหาที่นั่งเหมาะๆ ได้ง่ายหน่อย พอเจอแล้วก็เสียบหูฟังพลางเหม่อมองไปบนท้องฟ้าสีเทาผ่านหน้าต่าง หูฟังบูทูธที่เสียบอยู่ในหูกำลังเล่นเพลงบัลลาดยุคเก้าศูนย์ แหม...เหมาะกับบรรยากาศจริงๆ ท้องฟ้าครึ้มๆ  บรรยากาศหม่นๆ กับเพลงช้าๆ ที่กำลังเล่นอยู่

            ฝนกำลังจะตก...อีกแล้วสินะ ที่เมืองเพนทิเชียอากาศแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ถ้าเปรียบเมืองนี้เป็นคน ฉันว่าคนๆ นั้นคงเป็นโรคซึมเศร้าที่ควรพบจิตแพทย์ด่วน ถึงแม้เมืองนี้จะครบครันไปด้วยย่านชื่อดัง ไฮสคูลและห้างสรรพสินค้าใหญ่โต แต่สำหรับฉันมันไม่ได้ช่วยหักล้างความรู้สึกแย่ๆ ที่มีต่อสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนของเมืองนี้ได้เลย และตอนนี้ฉันก็กำลังนั่งรถบัสออกจากเพนทิเชีย หยุดคิดเลยนะว่าฉันกำลังหนี ฉันไม่ชอบที่นี่ก็จริง แต่ฉันหนีไม่ได้ ถึงมันจะเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำที่สุดก็เถอะ

ตอนเย็นของทุกวัน ฉันจะไปทำงานพิเศษที่เคย์ตันทาว เป็นเมืองใกล้ๆ เพนทิเชียนี่เอง นั่งรถบัสมาแค่ป้ายเดียวก็ถึง จริงๆ แล้วเพนทิเชียกับเคย์ตันทาวก็ไม่ได้แตกต่างกันซักเท่าไหร่ เว้นก็แต่...ฉันว่าคุณก็น่าจะพอเดาได้นะ สภาพอากาศนี่แหละ ถึงเคย์ตันจะมีฝนตกบ้าง แต่ก็ไม่หนักเท่าเพนทิเชีย ทำให้เคย์ตันน่าอยู่ขึ้นมานิดนึง

            พอลงจากรถบัส เดินเข้ามาเมืองไปอีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านกาแฟที่ฉันทำงานแล้ว ฉันเดินอ้อมไปหลังร้านแล้วทักพนักงานคนแรกที่เจอ

            “สวัสดีฟีโอน่า” ฉันทักทายเด็กสาวผมสีบลอนด์เข้มที่กำลังเก็บกระเป๋าอยู่ เธอทำกะเช้า

            “สวัสดีจ้ะคาเยน” ฟีโอน่าทักกลับพร้อมยิ้ม เธอยิ้มตาหยีโดยธรรมชาติ ประกอบกับร่างผอม ตัวเล็ก เลยทำให้เด็กคนนี้ดูน่ารักโดยปริยาย แต่ด้วยนิสัยขี้อายและติสแตกของเธอเลยทำให้คนอื่นคิดว่าเธอออกจะแปลกๆ ไปสักหน่อย ฟีโอน่าเด็กกว่าฉันปีนึงแต่ด้วยความที่เธอไม่ค่อยมีเพื่อน ฉันเลยบอกให้เธอคิดซะว่าฉันเป็นเพื่อนคนนึงของเธอ ถึงเราจะไม่ค่อยได้ทำงานด้วยกันแต่ฉันก็สนิทกับเธอพอตัวเลยแหละ

            “เมื่อเช้าร้านเป็นไงมั่ง” เธอถามขณะเดินไปวางกระเป๋าที่ล็อกเกอร์ประจำ

            “ก็ปกติค่ะ แต่คุณนายเขาหงุดหงิดนิดหน่อย” ฟีโอน่าหัวเราะเบาๆ คุณนายที่เธอพูดถึงคือหัวหน้าพนักงาน “คุณนายบ่นถึงเธอใหญ่เลยนะ รีบเข้าร้านจะดีมาก” ฉันพยักหน้าช้าๆ พลางผูกเชือกรองเท้า อย่าหาว่าฉันคุยนะ แต่เห็นแบบนี้ ฉันเป็นพนักงานคนเก่งเลยล่ะนี่ขนาดไม่ได้คุยนะเนี่ย

            ว่าแล้วฉันกับฟีโอน่าก็บอกลาแล้วแยกย้ายกันไป

            “สวัสดีค่ะบ๊อบบี้” ฉันแวะครัวทักทายเชฟ ไม่สิ พ่อครัวคนเก่งของร้าน เขาเคยเป็นเชฟของร้านอาหารชื่อดังมาก่อน อ่า...พูดถึงเชฟ คุณคงนึกถึงผู้ชายร่างอ้วนฉุ ที่วันๆ เอาแต่กินอาหารที่ตัวเองทำสินะ ไม่ บ๊อบบี้ไม่ใช่แบบนั้น

            “มาได้สักทีนะสาวน้อย” ชายวัยกลางคนนัยน์ตาสีผ้าเข้มน่าดึงดูดทักฉันขณะกำลังอบมัฟฟิน

            “ไม่สายแล้วกันค่ะ!” ฉันตะโกนกลับเพราะเดินออกมาจากครัวแล้วกำลังไปที่ประตูหลังเคาท์เตอร์

            “อ่าว คาเยน มาได้สักทีนะ” แต่ก่อนที่ฉันจะผลักประตูออกไป คุณนายวินซ์ก็ดันเปิดเข้ามาซะก่อน

            “มาแล้วค่ะวินเซนต์ วันนี้ร้านยุ่งเหรอคะ” ใช่แล้ว คุณฟังไม่ผิดหรอก คุณนายของเราคือวินเซนต์ ผู้ชายร่างสูงผมสีเฮเซลเรียบแปล้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันนี่แหละ จริงๆ แล้วเขาไม่ชอบให้ลูกน้องเรียกว่าคุณนายหรอก เพราะวินซ์เป็นโฮโมเซกชัวล เขาแค่ชอบเพศเดียวกันแต่ไม่ได้อยากเป็นผู้หญิง

            “เปล่าหรอก ฉันปวดหัวนิดหน่อย เลยอยากได้เธอมาช่วยน่ะ

            “ฉันก็อยู่นี่แล้วไงคะ คุณไปพักหรือทานยาก่อนเถอะ

            “ฉันกินมาแล้วล่ะ แต่จะเข้าไปเร่งบ๊อบเนี่ย มัฟฟินหมดแล้วนะ

            ฉันหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะออกมาหน้าเคาท์เตอร์ ทักทายพนักงานสองสามคนที่เจอแล้วมาประจำตำแหน่งบาริสต้าซึ่งเป็นงานที่ฉันชอบทำที่สุด

            “สบายดีมั้ยคาเยน” แจ๊คหันมาทักทาย เขาประจำตำแหน่งแคชเชียร์อยู่ไม่ห่างจากฉันเท่าไหร่

ชีวิตฉันเคยมีคำว่าสบายด้วยเหรอแจ๊ค” ฉันตอบพลางเช็ดแก้วกาแฟ

แจ๊คยิ้มมุมปากแล้วหันไปรับออร์เดอร์ลูกค้าต่อ เขาเป็นนักศึกษาของมหาลัยแห่งหนึ่งในเคย์ตัน รู้สึกจะเรียนคณะเกี่ยวกับศิลปะ แน่นอนว่าชีวิตส่วนตัวโสดสนิท แค่ทรงผมยุ่งนิดๆ ไว้ยาวของเขาก็บอกได้แล้วว่าไม่ค่อยดูแลตัวเองแล้วจะดูแลผู้หญิงได้ยังไง อะไรประมาณนั้น

ส่วนใหญ่พนักงานที่นี่จะมีแต่พวกเข้ามหาลัยแล้วมาหารายได้พิเศษ ฉันกับฟีโอน่าเป็นเด็กไฮสคูลกันแค่สองคน ทว่าฉันต่างกับเธอ ไม่สิ ต่างกับทุกคนในร้านเพราะฉันเป็นคนเดียวที่มาจากต่างเมือง แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีใครมองว่าฉันประหลาดหรือใจแตก ทุกคนเป็นมิตรกับฉันปกติ โดยเฉพาะวินซ์ เขาชื่นชมพรสวรรค์ในการชงกาแฟและความขยันของฉันทั้งยังเอ็นดูฉันเหมือนน้องสาวแท้ๆ ฉันเองก็ชื่นชมเขาเช่นกัน เขาเป็นผู้จัดการที่ดี มีเหตุผล ถึงจะดุและเข้มงวดไปหน่อยแต่ก็เพื่อร้าน ลูกค้าและพนักงานทุกคน

เพนนีไปไหนเนี่ย” ฉันได้ยินเสียงวินเซนต์บ่นอุบหาพนักงานคนนึงในร้าน ที่เมื่อกี้ฉันเห็นว่าหล่อนเข้าช่วยลิปบี้ล้างจานหลังร้าน

เธอไปล้างจานค่ะ เดี๋ยวก็คงกลับมา จะเอาอะไรคะวินซ์” ฉันว่างจากลูกค้าพอดีเลยเสนอช่วยงาน

ไปเก็บจานโต๊ะนู้นให้หน่อยสิ ขอบใจมาก

ได้ค่ะ” ฉันผงกหัวพร้อมบอกให้แจ๊คเรียงออร์เดอร์ไว้ถ้ามีลูกค้ามาเพิ่มแล้วค่อยเดินไปโต๊ะที่มีจานขนมกับแก้วกาแฟระเกะระกะ

นี่สาวๆ ได้ยินข่าวหรือเปล่าว่าผู้มีอิทธิพลของเพนทิเชียจะย้ายกลับมาที่เมืองแล้วล่ะ” หนึ่งในสามสาวโต๊ะถัดจากโต๊ะที่ฉันกำลังเก็บจานอยู่พูดขึ้น

ฉันก็ได้ยินแว่วๆ มานะ เห็นว่าออกจากเมืองเมื่อหลายปีที่แล้วหนิ” สาวผมดำคนที่สองเสริม เธอพูดถูก เมื่อหลายปีก่อนเกิดเรื่องบางอย่างกับลูกชายของผู้มีอิทธิพล หลายวันต่อมา พวกเขาก็ย้ายออกไป ทว่าเรื่องนั้นก็ยังคงเป็นความลับ

ผู้มีอิทธิพลที่ว่ารู้สึกจะเป็นครอบครัวเคนส์ เจ้าของกิจการต่างๆ ในเมือง ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรม แน่นอนว่ารายใหญ่ แต่เขาก็แค่ย้ายออก กิจการทั้งหมดไม่ได้ถูกปิดตัวลง เมื่อเมืองไม่ได้เสียหายอะไร ข่าวนี้ก็ดังอยู่ได้แค่สักพัก 

เธอรู้มั้ยว่าเขาย้ายออกเพราะอะไร” สาวผมสีน้ำตาลคนสุดท้ายถามพร้อมหันไปทางสาวผมน้ำตาลคนแรกที่เปิดประเด็น เธอคงจะเป็นหัวหน้าแก๊ง

เห็นลือกันว่าลูกชายเขาป่วยอะไรสักอย่าง แต่มันก็แค่ข่าวลือ” ยัยหัวหน้าแก๊งยักไหล่

ตอนนี้เธอว่าเขาจะเป็นยังไง” สาวผมดำยิ้มเจ้าเล่ห์

ลูกคนรวย ฉันว่าก็ต้องฮอตเป็นธรรมดา” ยัยหัวหน้าพูดก่อนพวกหล่อนจะหัวเราะกันยกแก๊งแล้วก็คุยเรื่องซุบซิบนินทาที่โรงเรียนกันต่อ

พอเช็ดโต๊ะเสร็จฉันก็เดินออกมา ไม่แปลกที่ฉันจะตกข่าว หนังสือพิมพ์ก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง ทีวีก็ไม่ค่อยได้ดู วิทยุก็แทบจะไม่ได้ฟัง ส่วนใหญ่ที่ได้ยินข่าวซุบซิบต่างๆ เพราะฉันมักอยู่ผิดที่ผิดทางเสมอ จนกลายเป็นพวกสอดรู้สอดเห็นโดนปริยายไปซะงั้น

ฉันเดินกลับไปหลังเคาท์เตอร์ ล้างมือก่อนจะทำชาเขียวร้อนและคาปูชิโน่ปั่นตามที่ได้รับออร์เดอร์มา

เฮ้ แม่สุดฮอตโทรศัพท์เธอสั่นไม่หยุดอยู่แหนะ รับหน่อยก็ดี” แจ๊คเรียกฉันขณะที่ฉันกำลังกรองชาใส่แก้วเซรามิคสีขาว ฉันเดาได้เลยว่าใคร

มันสำคัญน้อยกว่างานฉัน

ฉันไม่สนเรื่องนั้น สนแค่ว่าฉันรำคาญ" แจ๊คขมวดคิ้ว

เห็นแก่ตัวจริงๆ” ฉันยิ้มกริ่มพลางส่ายหน้า ยกแก้วพร้อมจานรองไว้ในถาด เพนนีเดินมายกมันไปเสริฟให้ลูกค้า

ถ้านายเลิกนิสัยนี้ไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะมีแฟน” ฉันพูดกับแจ๊คก่อนจะหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

อย่างกับเธอไม่เห็นแก่ตัว” แจ๊คกัด

อย่างน้อยฉันก็มีคนเอา” ฉันทำหน้ากวนส้นเท้าใส่หนุ่มผมยาวตรงหน้าแล้วค่อยกดโทรกลับ

เฮ้ ว่าไงที่รัก คนในสายพูด ใช่แล้ว เขาคือแฟนฉันเอง

ว่าไงเกรก” ฉันตอบ เราคบกันมา6เดือนแล้ว อ่า 6เดือนแห่งความมึนเมา เราเป็นเด็กแหกคอกเหมือนกันเลยมาเจอกันได้

เย็นนี้มาหาฉันได้มั้ย

นี่ค่ำแล้วเกรก นายเมา

ฉันไม่ได้เมา!!!  นี่แหละเมาเลย ฉันยอมรับว่าฉันไม่ชอบกินเหล้าเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็คอแข็งพอตัว ส่วนหมอนี่เขาต้องไปมีเรื่องอะไรมาแน่ๆ เหล้าถึงจะทำให้เขาเมาได้

ฉันวางละ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน

ก็ได้ๆ! ฉันเมา เห็นมั้ย

รักเธอจังคาเยน เกรกกล่าวเสียงเคลิ้ม ฉันกรอกตา ไม่รู้ว่ารักในความหมายของเขาคืออะไร คือการที่จ้องจะฟันฉันหรือการที่มีแอลกอฮอล์ไหลเวียนอยู่ในร่างกายเลยรักฉัน

แค่นี้” ฉันตอบนิ่งๆ แล้ววางสาย

ทำหน้าอย่างกับแฟนใหม่ของแฟนเธอโทรมาด่า” แจ๊คพูดทันทีที่ฉันวางหูโทรศัพท์ลง

เคยโดนจนเป็นปมหรอแจ๊ค” ฉันหัวเราะหึๆ แจ๊คทำหน้าบูด สงสัยเคยโดนจริงๆสิท่า นี่ก็เป็นพรสวรรค์ของฉันอย่างนึงนะ

จี้ใจดำชะมัดเลยคาเยน” ฉันยิ้มมุมปาก ถึงฉันกับแจ๊คกัดกันบ่อยๆ แต่เราต่างก็รู้ดีว่าชีวิตของเราแย่พอกัน มันคงเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันกับแจ๊คเป็นเพื่อนรักเพื่อนร้าย

เขาแค่เมาน่ะ” ฉันยอมรับนะว่าความสัมพันธ์ของฉันกับเกรเกอรี่ไม่หวานเหมือนตอนแรกใครๆ ก็เป็นกันทั้งนั้น และเริ่มจะทรุดโทรมเต็มที คงเป็นเพราะฉันเริ่มเบื่อเขาด้วยแหละ พักหลังๆ มานี่ดูจะมีเรื่องมีราวบ่อยเหลือเกิน เรื่องเล่นยาฉันก็เริ่มจะรับไม่ได้ ส่วนเขา ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขารู้สึกยังไงตอนนี้แต่เราคงเลิกกันเร็วๆ นี้ ไม่ช้าก็เร็ว

เอาล่ะทุกคน เก็บร้าน” วินเซนต์ออกมาเรียกเราทุกคนให้ปิดร้านได้เมื่อนาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มครึ่ง รถบัสรอบสุดท้ายคือสี่ทุ่ม ฉันจึงต้องรีบทำงานส่วนของฉันให้เสร็จ บอกลาทุกคนแล้วให้แจ๊คปั่นจักรยานไปส่งที่ป้ายรถบัส

บ้านฉันอยู่ในย่านสลัมแถบชานเมืองใช่แล้ว คุณฟังไม่ผิดหรอก ‘สลัม’ ส่วนที่ถดถอยที่สุดของเมือง  แต่โชคดีในโชคร้ายเพราะอยู่ชานเมืองเลยไม่ไกลจากป้ายรถบัสมากนัก นี่คงเป็นข้อดีอย่างเดียวที่อยู่แถวนี้ กลับถึงบ้านเร็วสุดก็เกือบห้าทุ่ม

ฉันเข้าทางหลังบ้านเหมือนเคยเพื่อไม่ให้มีคนตื่น ถ้าเป็นวันศุกร์กับวันเสาร์ฉันต้องระวังมากเป็นพิเศษเพราะพ่อเลี้ยงมักออกไปเมาเละเทะมา บางครั้งเขาก็กลับมาพร้อมฉัน ฉันเลยต้องปล่อยให้เขาเข้าบ้านไปนอนหมดสภาพก่อนแล้วค่อยย่องตามเข้าไปทีหลัง แต่นี่เป็นวันอาทิตย์ ถ้าโชคดีก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

ฉันไขกุญแจแล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปเหมือนเคย

ฮืออออออ” เสียงร้องไห้ดังมาจากโซฟาห้องนั่งเล่น ถ้าวันอาทิตย์คงเป็นแม่

ทำไมแม่ถึงร้องไห้ล่ะ ว่าแล้วก็หันไปมองบนโต๊ะในครัวเป็นอย่างแรก ไม่น่าถามเลยฉัน คำตอบทุกอย่างก็เหมือนเคย ขวดเหล้าสีน้ำตาลวางอยู่บนโต๊ะสามสี่ขวด

เดี๋ยว ไม่...วันนี้ไม่เหมือนเคย มีเสียงพ่อเลี้ยงอยู่ด้วย

ร้องไห้แล้วช่วยอะไรได้วะ!!” พ่อเลี้ยงตะโกนใส่แม่ เขาคงดื่มไปไม่น้อยเช่นกัน ดีที่ขวดทั้งหมดนั่นอยู่ในครัว ไม่งั้นคืนนี้คงได้เสียเงินค่าพยาบาลแน่นอน

ทำไมคุณไม่บอกฉันก่อน” เสียงแม่ยังคงสั่นเครือ

ก็คุณมันช่วยอะไรไม่ได้ไง บอกไปก็โดนด่าอีก เบื่อโว้ย!”

บ้าชะมัด จะเถียงกันเรื่องอะไรฉันไม่สนใจหรอกนะ แต่ฉันขึ้นห้องไม่ได้เนี่ยสิ จะเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้ สงสัยคงต้องอาบน้ำรวบยอดกันพรุ่งนี้เช้าแล้วมั้ง

บ้านเราเป็นบ้านเล็กๆ มีสามชั้น ชั้นบนสุดคือห้องฉัน ถ้าคุณฉลาดพอ คุณน่าจะเดาออกว่ามันคือห้องใต้หลังคา ชั้นสองเป็นห้องแม่กับห้องน้องสาว ส่วนชั้นล่าง ถ้าเข้าจากประตูหน้ามาก็จะเจอห้องนั่งเล่นที่มีแค่โซฟาตัวยาว ทีวีและโต๊ะตัวเล็กๆ ถัดไปก็เป็นห้องน้ำแล้วก็บันได ถ้าเข้าจากประตูหลังก็จะเจอห้องครัวเล็กๆ เดินออกไปก็เป็นห้องนั่งเล่น ห้องน้ำกับบันไดอยู่ทางขวามือ แต่พ่อยืนอยู่ใกล้โซฟา ยังไงพ่อก็เห็นแน่นอน

คุณไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องทำงาน” แม่เสียงปกติแล้ว คงทำใจได้แล้วกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

พ่อถอนหายใจก่อนจะเดินขึ้นปึงปังขึ้นห้องไป ส่วนฉันก็ใช้จังหวะนั้นย่องออกจากครัวแล้ววิ่งเข้าห้องตัวเอง ฉันโยนกระเป๋าทิ้ง แล้วฟุบลงเตียงทั้งอย่างนั้นทันที จะว่าฉันสกปรกก็ได้นะ แต่บอกแล้วไงว่าจะอาบรวบยอดน่ะ ถ้าคิดจะบ่นก็หยุดเลย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของฉันสักหน่อยที่ไม่ได้อาบน้ำหลังกลับจากทำงาน

 

 


ทาลาลอล์ค
เป็นยังไงบ้างคะกับบทนำ โอ้ยย คิดทอล์คไม่ออก 555555
เอาเป็นว่า นักเขียนผู้นี้อยากได้ฟีตแบคน้าา ถ้าใครหลงเข้ามาอ่าน
สนุก หรือ ไม่สนุก ก็เม้นได้จ้าาา บีจะได้ปรับปรุง
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค้าาา ถึงเรื่องอื่นจะดองอยู่ก็เหอะ ;w;
//โดนแฟนเรื่องอื่นตบบบ

?
T
h
e
m
y

13 ความคิดเห็น

  1. #11 วนัน (@konwan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 09:09

    อลังการณ์ดีคะ

    #11
    0
  2. #8 บัตเตอร์สก็อต (@mrzp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 19:13
    จ๊ะเอ๋ แวะมาอ่านน ><
    ชอบชื่อเรื่องมากเลยจ้ะ ตรงๆ แต่แนวมากกๆ อ่านแล้วมันรู้สึกมีความใน
    ชอบชื่อนางเอกด้วย เท่ชะมัดเลยย
    เปิดตัวด้วยบทของนางเอก คาเยน เป็น coffee สินะ
    พระเอกเราต้องเป็น cigararettes แน่ๆ เลยย  


    #8
    0
  3. #4 Cheshire. (@priawtingtong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 20:18
    รู้สึกอยากอ่านต่อ แอบรู้สึกถึงความหม่นของเรื่อง พระเอกของเราออกโรงยังงงง รออยู่น้า ><
    #4
    1
    • #4-1 BE.Rapunzel (@nammook) (จากตอนที่ 2)
      5 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:17
      งื้อออ โทนเรื่องหม่นๆถูกแล้วว คอมเม้นได้น้า ขอบคุณที่ติดตามค่า
      #4-1
  4. #3 ❀ G ร อ น D ❀ (@std5410122) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 00:06
    น่าหลงใหลนะแอด ตี้ย้าก
    เรื่องราวน่าจะพอเถื่อนดี กำลังชอบ
    มีกลิ่นไอยุโรป แต่ยังไม่ชัด ถ้าทำให้ชัดคงหลงเลย
    สู้ๆ ค่า 


    .
    .
    .เจิมม
    #3
    1
    • #3-1 BE.Rapunzel (@nammook) (จากตอนที่ 2)
      5 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:16
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า ฝากติดตามต่อด้วยน้าา
      #3-1
  5. #2 fah rewadee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 21:37
    สนุกค่ะมากต่อเร็วน่ะรอยุ
    #2
    1
    • #2-1 BE.Rapunzel (@nammook) (จากตอนที่ 2)
      8 พฤษภาคม 2559 / 16:15
      ขอบคุณค่า ฝากติดตามด้วยน้า
      #2-1