coffee N' cigarettes

ตอนที่ 3 : chapter 01 : Hell is empty and All devils are here.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 พ.ค. 60

Chapter 1 : Hell is empty and All devils are here


หนังรักวัยรุ่นส่วนใหญ่(หรืออาจจะรวมทั้งนิยายด้วย)มักเริ่มเรื่องด้วยนาฬิกาปลุกกำลังร้องเสียงดัง ต่อด้วยตัวเอกของเรื่องยื่นมือไปกดปุ่มบนนาฬิกาให้เสียงปลุกหยุดลง แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็เช่นกัน...ก็ฉันขี้เกียจคิดฉากเริ่มต้นใหม่นี่น่า จะทำให้มันยุ่งยากทำไม

            ฉันลุกจากเตียงพร้อมเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อคลุมอาบน้ำ เพพเพอร์--ยัยน้องสาวหน้าโง่ของฉันคงเพิ่งออกจากบ้านไปเพราะฉันตั้งนาฬิกาให้ปลุกตอนหล่อนออกจากบ้านพอดี ฉันจะได้แอบลงไปอาบน้ำห้องเพพเพอร์  

แต่พอฉันลงไปถึงชั้นสอง เธอดันเพิ่งออกจากห้องมาซะนี่

ออกจากบ้านสายนะวันนี้ฉันทัก นานๆ ครั้งถึงจะได้เห็นน้องสาวออกจากบ้านสาย

เลทแค่ห้านาทีเอง เพพเพอร์มองฉันอย่างไม่ไว้ใจ ฉันเลยต้องจำใจเดินตามหลังหล่อนห่างๆ

บ้าจริง เสียแผนหมด ปกติแล้วฉันถูกสั่งให้ใช้ห้องน้ำชั้นล่างสุดรวมกับพ่อเลี้ยงและแม่ แต่ฉันเกลียดผู้ชายสกปรกคนนั้น ไม่เอาด้วยหรอก แม่อาจจะทนกลิ่นเหม็นสาบของตาลุงนั่นได้ แต่ฉันทนไม่ไหวจริงๆ อีกอย่างฉันคิดว่ามันไม่แฟร์ด้วยแหละห้องน้ำในบ้านนี้มีสองห้อง ห้องนึงอยู่ในห้องเพพเพอร์--หล่อนใช้คนเดียว คิดว่าแฟร์มั้ย

ไปก่อนนะค้า เสียงสดใสของยัยน้องสาวทำให้ฉันกรอกตาจนฉันไม่ทันสังเกตมือที่กำลังยื่นมาทางฉัน

รู้อีกทีก้นฉันก็ถูกมือสกปรกของพ่อเลี้ยงที่กำลังนั่งอยู่ริมโซฟาตีเข้าให้เสียแล้ว

นัยน์ตาฉันเบิกกว้างเต็มไปด้วยความโกรธ ไอเลว! เมื่อกี้ทำไรเชี่ยไรลงไปวะ!!” ฉันรีบหันขวับไปชี้หน้าด่าตาลุงนั่นทันที ไอ้บ้ากามเอ้ย!!” พูดจบฉันก็หยิบของแถวนั้นมาขว้างใส่ไอ้เวรนี่ทันที ทุกอย่างที่ขวางหน้าฉันหยิบมาปาใส่มันไม่หยุด

เห้ย เดี๋ยวสิวะ เด็กนี่มันประสาทเสียไปแล้วไอ้ชาติชั่วเอามือขึ้นมาปัดๆ ป้องๆ จากของที่ฉันขว้างใส่

หยุด! พอเดี๋ยวนี้นะทั้งคู่แม่วิ่งออกมาจากครัวขวางระหว่างพ่อเลี้ยงกับฉันไว้

แม่ ดูมันทำกับหนูสิ บ้าหรือเปล่าวะ แม่งจับก้นหนูฉันตะโกน สายตายังไม่ละจากหน้าตาน่าเกลียดของมัน เชี่ยฉันสบถด้วยความหงุดหงิด

ก็แกมันดูเป็นของสาธารณะ ใครจะจับก็ได้นี่หว่าไอ้ชั่วยิ้มมุมปาก

เชี่ย!!! กุขอหน่อยเหอะไม่ทันขาดคำ ฉันก็พุ่งตัวผ่านแม่ไปชกหน้าไอ้ลูกหมานี่แรงๆ ฉันยอมรับ ตอนนี้ฉันขาดสติโดยสมบูรณ์ แต่ก็ดูมันพูดสิ เห็นฉันเป็นผู้หญิงง่ายๆ แจกฟรีหรอ 

ไปตายซะ!! ไอ้ชาติชั่ว ลงนรกไปอยู่กับปีศาจเพื่อนเมิงไป

โอ้ยยยย เมิงเป็นไรวะ กุเลี้ยงเมิงนะ ไอ้บ้ากามเอามือกุมปากที่กำลังมีเลือดไหลออกมา แต่ท่าทางมันยังเบลอๆ ไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่ฉันเพิ่งทำกับมัน คงยังไม่หายเมาจากเมื่อคืนแน่ๆ แม่ดูเหมือนจะรู้

ไปอาบน้ำห้องเพพเพอร์ไป แม่จะลากแอนดรูว์ไปทำงานเองแม่พูดพลางมองหน้าฉัน

ฉันพยักหน้า ถึงแม่จะไม่ได้ด่าไอ้หมอนี่เรื่องนี้แต่เธอก็ไม่ได้ห้ามฉันตอนฉันต่อยมันใช่มั้ยล่ะ ไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ ยังไงซะฉันก็นึกขอบคุณเธอเล็กๆ ที่ไม่ได้ว่าหรือห้ามฉันทำร้ายมัน

             ฉันเข้าไปในห้องเพพเพอร์ กลิ่นน้ำหอมแพงๆ ลอยมาแตะจมูก หล่อนใช้ชีวิตแตกต่างกับฉันมาก

เพพเพอร์ ป๊อปในขณะที่ฉันทำหน้าเหมือนไปฆ่าใครเขามาตลอดเวลา ไม่ชอบสุงสิงกับใคร เพื่อนก็มีแต่พวกเละเทะเหมือนกัน หึ นับเป็นเพื่อนหรือเปล่ายังไม่รู้เลย ด้วยเหตุนี้เราถึงได้ทำตัวเหมือนไม่รู้จักกันไม่ใช่แค่ที่โรงเรียนแต่ทุกที่ที่เจอกัน

            ที่ฉันว่าเพพเพอร์โง่บ่อยๆ ไม่ได้เพราะอิจฉาชีวิตโด่งดังที่แตกต่างกับฉันโดยสิ้นเชิง แต่เป็นเพราะหล่อนไม่เคารพความเป็นตัวเองเอาซะเลย เอาเข้าจริงแล้วจะว่าเพพเพอร์โง่ก็ไม่ถูกซะทีเดียว อย่างน้อยเธอก็มีสมองพอที่จะรู้ว่าแค่การมีหน้าตาสวย ไม่เพียงพอที่จะได้เป็นสาวป๊อป เธอปิดทุกอย่างเกี่ยวกับครอบครัวเป็นความลับหมด--นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เธอไม่อยากยุ่งกับฉัน ทั้งเรื่องบ้าน อาชีพพ่อกับแม่ และเรื่องอะไรก็ตามที่คิดว่าส่งผลกระทบต่อชีวิตคนดังของเธอ เพพเพอร์บอกว่าอยู่กับญาติที่ถนนเมนเดเลน--ย่านที่ยังพอมีบ้านหลังสวยๆ ให้ดูอยู่บ้าง โชคดีที่น้องสาวของแม่มีบ้านอยู่แถวนั้นพอดี เธอเลยแกล้งทำเป็นอยู่แถวนั้นได้ แต่ถึงอย่างนั้นน้าสาวของเราก็แทบตัดขาดจากแม่โดยสมบูรณ์

            ดูสิ ต้องนั่งตื่นเช้า ทำตัวเฟคไปวันๆ ลงทุนมากจ้ะน้องสาว สำหรับฉันการดิ้นรนเกินไปสำหรับอะไรที่มันไม่ใช่ตัวเรา มันน่าสมเพชมากกว่า เหอะ ต้องยอมรับในความตอแหลชั้นครูของเพพเพอร์จริงๆ นะ ไม่น่าเชื่อว่าเธอปิดความลับพวกนี้มาได้หลายปี แต่ยังไงซะ ฉันว่าสักวันโลกก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี ไม่ทางใดก็ทางนึง

            ฉันถอนหายใจหลังอออกมาจากห้องน้ำ เหมือนน้ำอุ่นกับแชมพูหอมๆ จะช่วยให้ฉันดีขึ้นนิดหน่อย แต่แล้วเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นนาฬิกา

ฉันสาย!

            ให้ตายเถอะ ชีวิตฉันมีอะไรดีๆ กับเขาบ้างเนี่ย ฉันรีบขึ้นห้องไปแต่งตัวอย่างลกๆ แล้วรีบปั่นจักรยานไปโรงเรียน ตอนนี้ฉันควรคิดถึงอะไรดี ระหว่างพ่อแม่กำลังจะทำอะไรก็ไม่รู้กับไปโรงเรียนสาย

            ฉันจอดจักรยานแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในตึก โอ้ย ใครที่ไหนมาชนฉันอีกเนี่ย

            เฮ้ ที่รัก คุณเดินเข้าไปในนั้นทำไมกันฉันกรอกตา ขนาดฉันยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ฉันยังรู้เลยว่าฉันเดินชนใคร นี่แฟนฉันเอง เกรเกอรี่ สตอมเมอร์

            เกรก นายกำลังทำให้ฉันสายวิชาวรรณกรรมนะ!” ฉันตวาดใส่เขา ทั้งฉัน เขา และคนทั้งโรงเรียนรู้ดีว่าวิชานี้เป็นวิชาที่คุณขาดไม่ได้

            ชิบหายล่ะ! วันนี้คุณมีเรียนวิชานี้งั้นหรอ โชคดีที่รัก

            ฉันไม่แม้แต่จะฟังคำอวยพรของเขา กว่าเขาจะพูดจบ ฉันก็วิ่งเข้าตึกไปหาห้องเรียนซะแล้ว

            ทันเวลาพอดี! หัวใจฉันเต้นรัวเหมือนเพิ่งไปแข่งวิ่งมาราธอนมายังไงยังงั้นเลย

            “สวัสดี นักเรียน วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราตรีที่สิบสอง หน้า... หญิงอ้วน ผิวแทน ดูมีเชื้อสายละติน แต่งตัวซอมซ่อเนื่องจากหาไซส์เสื้อผ้าไม่ได้ สถานะโสดแถมมีข่าวเมาท์ว่ายังเวอร์จิ้นอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่อายุก็ปาเข้าไปสามสิบกว่าๆ แล้ว เธอเป็นครูที่ถูกเด็ก(หรืออาจจะครูด้วยกันเอง)เกลียดเกือบทั้งโรงเรียน จะเกลียดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเด็กแต่ละคนได้เจอความงี่เง่าระดับไหนเข้าไป ชื่อของเธอคือมิสอากาธาแต่เด็กส่วนใหญ่เรียกว่ายัยปีศาจ เนื่องจากชื่อ นิสัยและวิชาที่สอนดันไปคล้ายกับปีศาจอากาเรสที่อารมณ์ร้าย เชื่อกันว่าสอนภาษาต่างๆ ได้(ยัยมิสนี่เหมือนจะจบภาษามา)

ฉันว่าบางทีนรกคงว่างเปล่าแล้วล่ะ เพราะปีศาจขึ้นมาอยู่ที่นี่หมดแล้ว ทั้งพ่อเลี้ยง ทั้งมิสอากาธา พวกเขาต่างเป็นปีศาจสำหรับฉัน

ใครพอจะบอกได้ว่าตัวต้นเหตุความวุ่นวายนี้มาจากอะไรมิสอากาธากวาดตาไปรอบๆ ห้องผ่านแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมหนาสีดำ ไม่ต้องมองเห็นอนาคตก็บอกได้ว่าต่อไปฉันจะต้องโดนเรียกตอบ ดูสิ้ วันนี้ฉันเจอใคร ดีนน์ เธอช่วยบอกฉันหน่อยได้มั้ย

            เห็นมั้ย...

            หนูคิดว่าสาเหตุที่แท้จริงคงมาจากเรือแตกน่ะค่ะฉันตอบ

            มิสอากาธาหน้าบึ้ง เหตุผลล่ะ

            “ถ้าเรือไม่แตก ไวโอล่าก็จะไม่พรากกับพี่ชาย เธอก็ไม่ต้องปลอมตัวเป็นผู้ชาย

            “ทำไมไม่คิดว่าไวโอล่าไม่จำเป็นต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายบ้างล่ะ

            “หนูว่าเธอก็มีเหตุผลของเธอ เธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวมาต่างถิ่น การปลอมตัวเป็นผู้ชายอาจจะดูปลอดภัยที่สุด

            “แล้วทำไมไม่อยู่กับกัปตันเรือที่ช่วยเธอไม่ก่อนล่ะ

            “เธออาจจะไม่อยากรบกวนกัปตันก็ได้นี่คะหรืออาจจะยังไม่เชื่อใจ ถึงกัปตันจะเป็นคนช่วยเธอปกปิดความลับ แต่คนเพิ่งเจอกันก็มีสิทธิ์ไม่ไว้ใจนะคะ

            มิสอากาธาจ้องฉันสักครู่ วิชานี้เป็นวิชาที่ฉันถนัดที่สุด ตามหลักแล้วการจ้องจับผิดฉันในการตอบคำถามโง่ๆ นี้เป็นเรื่องยาก แต่สำหรับสาวใหญ่เวอร์จิ้นคนนี้ ไม่ว่าคำตอบฉันจะดีขนาดไหน ถ้าไม่ตรงกับสิ่งที่เธอคิด ฉันก็ผิดอยู่ดี

            “เอาความอวดดีของเธอเก็บไว้บ้านบ้างก็ได้นะ ฉันชักจะเบื่อกับมันแล้ว

            ฉันชักสีหน้าเล็กน้อยตามประสาคนเบื่อหน่าย ตั้งแต่ฉันไปมีเรื่องปัญญาอ่อนกับยัยปีศาจนี่ ฉันก็แทบจะถูกเพ่งเลงตลอดเวลา นอกจากจะเป็นปีศาจแล้วยังเป็นบ้าด้วยหรอ ไม่รู้จะอคติอะไรกับฉันนักหนา ถึงฉันจะไม่ชอบโรงเรียนก็จริงแต่ฉันก็ฉลาดพอที่จะเข้าเรียนบ้างเพื่อให้ตัวเองจบจากที่นี่ไปซักที

 

***

 

ฮัลโหลเกรก นายอยู่ไหนเลิกเรียนแล้ว ฉันโทรหาเกรกตามมารยาทแฟนสาว

ที่รัก ผมอยู่ที่เดิมในโรงเรียน

ฉันถอนหายใจ อีกแล้วหรอเกรก

นะ มาหาผมหน่อย ผมคิดถึงคุณ

ฉันมีเวลาไม่มากนะพูดจบฉันก็ตัดสาย เกรกกับฉันชอบนัดเจอกันข้างห้องเก็บของหลังตึกเรียนใหญ่ แถวนั้นมีถังขยะอยู่เลยไม่ค่อยมีคนผ่านเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ใช่สถานที่ลับอะไร แก๊งพี้ยาประจำโรงเรียนใช้ที่นี่เป็นแหล่งมั่วสุม

ว่าไงฉันเดินไปหาเกรกที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ พอเขาเห็นฉันมือข้างที่สอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อฮู้ดก็ถูกดึงออกมาทักทายด้วยการจับหน้าฉันเข้าไปจูบ

ฉันหลับตาสัมผัสรสบุหรี่ที่ค้างอยู่ในปากเขา อืมม...สบายจัง

เกรกเหมือนรู้ใจ เขาถอนจูบแล้วยื่นมือข้างที่คีบบุหรี่ไว้มาตรงหน้าฉัน

ฉันคาบบุหรี่ แล้วสูบควันเข้าไป แต่ไม่ทันไร เกรกก็เอาบุหรี่ออกแล้วประกบปากฉันด้วยจูบอีกครั้ง

ฉันร้องขันขืนเล็กน้อยก่อนที่ฤทธิ์บุหรี่จะทำให้ฉันเริ่มคล้อยตาม

แต่แล้วเสียงเหมือนมีอะไรตกก็ทำให้ฉันปรายตาไปทางถังขยะ ตายล่ะ! ฉันรีบผลักเกรกออกทันที

มีคนเห็น เกรกฉันเช็ดปาก แล้วมองไปทางถังขยะที่ตอนนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว ฉันมั่นใจว่าเมื่อกี้มีคนอยู่ตรงนี้ใช่สิ ฉันว่าฉันเห็นรางๆ

เราเป็นแฟนกันนี่ คนเห็นแล้วจะเป็นอะไรไปเกรกทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่าถ้าเราถูกจับได้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ฉันส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ไปก่อนนะ

 

ระหว่างปั่นจักรยานกลับบ้าน บรรยากาศรอบตัวฉันเริ่มหม่นหมอง ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นเพราะเมฆฝนทะมึนขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดฝนก็เริ่มตกลงมาปรอยๆ ฉันเอาจักรยานกลับไปเก็บที่บ้าน หยิบร่มก่อนจะเดินไปขึ้นรถบัสออกนอกเมืองเหมือนเช่นเคย

การเดินผ่านแถวบ้านตัวเองในตอนเย็นๆ ไม่ใช่เรื่องน่าสนุก ยิ่งตกเย็น ยิ่งเริ่มมีกลุ่มคนน่ากลัวๆ ออกมานั่งกินเหล้าเมายาตามตรอกซอกซอย แต่เสียงที่ฉันได้ยินตรงซอกตึกข้างหน้าฉันไม่เหมือนเสียงคนเมาคุยกัน มันเหมือนเสียงคนโดนรุมอะไรซักอย่าง มีเสียงคนถูกเตะดังปึกปักออกมาสองสามครั้งกับเสียงตะโกนด่าที่น่าจะเป็นของพวกทำร้ายร่างกายดังตลอดเวลา

ฉันค่อยๆ เดินย่องผ่านซอกตึกไปไม่ให้พวกนั้นเห็น สองสิ่งที่คุณควรรู้ถ้าบ้านอยู่ย่านที่เถื่อนที่สุดในเมืองคือหนึ่ง พยายามอย่าทำตัวเป็นฮีโร่ สอง ใครทำอะไรให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ห้ามสอดรู้สอดเห็นเด็ดขาด

 “ถ้าไม่เห็นว่าแกเป็นผู้หญิงด้วยกันนะ

เสียงด่าของหนึ่งในพวกรุมกระทืบดังออกมาทำให้ฉันหยุดกึก ผู้หญิงถูกรุมหรอกหรอ...เสียงกระอักดังตามออกมา ฉันเกลียดที่สุดเลย ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิง หรือผู้หญิงมานั่งรุมกระทืบกันเอง ทุเรศที่สุด ทำตัวเหมือนพวกผู้ชายป่าเถื่อนพวกนั้นไปได้

ฉันยืนลังเลหน้าตึกข้างๆ ซอกนั่นอยู่สองสามนาที แต่ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างผู้หญิงคนนั้นหรือไม่เธอก็ไปพูดต่อรองอะไรสักอย่างกับพวกมัน อยู่ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่เดินออกมาจากซอกตึก บ้างเดินเร็วๆ ผ่านฉันไป บ้างเดินย้อนไปกลับ แต่ละคนแยกย้ายกลับบ้านของพวกมัน เหมือนฝนกำลังจะตกแรงขึ้นด้วย พวกมันเลยรีบแยกย้าย ฉันรอสักพักให้พวกมันสลายตัวกันอย่างสมบูรณ์แล้วค่อยแกล้งเดินย้อนกลับไป ตามคาดในซอกตึกมีผู้หญิงนอนรอขอความช่วยเหลืออยู่

เฮ้ เธอน่ะ ลุกขึ้นฉันกระซิบบอกผู้หญิงที่นอนฟุบหมดสภาพอยู่ เธอหันหน้ามามองฉันช้าๆ ถึงจะเห็นหน้าไม่ชัดเพราะผมยาวสีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิงปรกหน้าไว้ แต่ก็พอเดาออกได้ว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด ส่วนใหญ่พวกที่โดนรุมแบบนี้ไม่พ้นวัยรุ่นอย่างเราสักเท่าไหร่หรอก

เฮ้เธอพูดเบาๆ ดูก็รู้ว่าขนาดพูดยังไม่ไหว

ไม่ต้องพูดมาก มานี่ลุกขึ้นฉันพยุงตัวเธอขึ้นมาช้าๆ เดินไหวมั้ย

หญิงสาวพยักหน้า ดี ฟังนะ ฉันมีธุระต้องไปทำเดี๋ยวนี้ ถ้าเธออยากรอด ตามฉันมาแล้วอย่าบ่นอะไรฉันพูดน้ำเสียงจริงจังแล้วกึ่งลากกึ่งพยุงเธอไปที่รถบัส ดีนะแถวนี้มันชานเมือง ไม่ไกลจากรถบัสเท่าไหร่

แล้วก็ทันเวลาอีกเช่นเคย….ซะเมื่อไหร่ล่ะ

อันที่จริงฉันสายมาก

 

เรามาถึงร้านกันได้อย่างยากลำบากแต่เมื่อวินเซนต์เห็นเหตุผลของฉัน เขาก็ให้อภัยแล้วเรียกให้ฉันรีบไปเปลี่ยนชุดทำงาน ฉันขอให้ฟีโอน่าช่วยดูแลผู้หญิงที่ฉันเจอให้ดีขึ้นก่อนแล้วค่อยปล่อยให้เธอนอนพักอยู่ในห้องล็อกเกอร์รอฉันเลิกงาน 

ไปทำวีรกรรมอะไรมาอีกล่ะวันนี้แจ๊คแซวฉัน

ฉันช่วยเธอต่างหาก นายชอบมองฉันในแง่ร้ายจัง

ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นคนดีเลยต่างหากเคย์ฉันหัวเราะหึๆ ส่ายหน้าแล้วนั่งทำฟองนมต่อ

เวลาแจ๊คขี้เกียจเรียกชื่อฉัน เขาก็จะเรียกเคย์ เป็นชื่อเล่นที่เขาสร้างขึ้นมาเอง ซึ่งฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร อย่างน้อยเราก็สนิทกันพอตัว อีกอย่างฉันไม่เคยคิดหรือมีชื่อเล่นเป็นของตัวเองเลย มีไว้สักชื่อก็ไม่เลว

 วันนี้เจออะไรวุ่นวายๆ หลายอย่าง ไม่อยากกลับบ้านเลยแฮะ ยิ่งคิดว่าจะต้องกลับบ้านไปเจอไอ้โรคจิตนั่น ฉันก็ไม่อยากกลับแล้ว เหนื่อยจริงๆ ไปหาเกรกดีมั้ยนะ บางทีเขาอาจจะทำให้ฉันผ่อนคลายขึ้น เหมือนได้ระบายความก้าวร้าวออกมา แต่ช่วงนี้หมอนั่นพี้ยาบ่อย อาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไหร่

กริ๊ง

สิ้นสุดเสียงกริ่งลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกจากร้าน ฉันก็ถอนหายใจออกมายาวๆ

วันนี้เจอเรื่องแย่ๆ มาเยอะหรอหรือมีเรื่องกลุ้มใจอะไรแจ๊คหันหน้ามาสบตาฉัน ด้วยความที่เขาโตกว่าบวกกับนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันมาทำงานด้วยสภาพมีปัญหารุมเร้า เขาจึงพร้อมที่จะรับฟังฉัน

นิดหน่อยน่ะแจ๊ค ขอบคุณมากเลยนะฉันพูดไปพลางเริ่มชงช็อกโกแล็ตร้อน แต่ฉันมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบอยู่หลังร้านนู้นฉันพยักพเยิดไปทางประตูเฉพาะพนักงานหลังเคาท์เตอร์

ให้ฉันอยู่ช่วยเธอดีกว่า ยังไงซะฉันก็เป็นผู้ชาย

ฉันยิ้ม ขอบคุณนะแจ๊ค

ตอนนั้นเองที่วินเซนต์เดินออกมาบอกว่าเด็กสาวหลังร้านเริ่มมีสติแล้ว ฉันขอใช้ร้านเพื่อคุยกับเธอก่อนจะพากลับ ผู้จัดการตกลงก่อนจะกำชับให้ปิดร้านดีๆ ห้ามลืมปิดไฟ นู่นนี่นั่นตามด้วยคำขู่ว่าถ้าเขากลับมาที่ร้านตอนเช้าแล้วร้านสภาพไม่เรียบร้อย ฉัน(อาจจะกับแจ๊คด้วย)โดนดีแน่

ฉันพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะขอบคุณและบอกลาวินเซนต์

เธอไปคุยกับเด็กผู้หญิงคนนั้นเถอะ ฉันเคลียร์เคาท์เตอร์ให้เองฉันพยักหน้าก่อนจะยกถ้วยโกโก้ร้อนเข้าไปหลังร้าน

ดีขึ้นมั้ยฉันถามเด็กสาวคนนั้น เธอนอนพักอยู่บนเก้าอี้ยาวที่ท้องกับต้นขามีถุงน้ำแข็งประคบอยู่ ฟีโอน่ากับบ๊อบบี้น่าจะช่วยกันเปลี่ยนถุงน้ำแข็งนี่ มันเลยยังไม่ละลายไปมากนัก พอเธอรู้สึกตัวว่ามีคนเข้ามาเลยค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ โชคดีที่หน้าตาเธอไม่โดนทำร้าย ดูจากสภาพแล้วเธอคงเอามือป้องหน้าไว้อย่างเดียวจนไม่ได้สนใจร่างกายเลย

อ่ะ ดื่มสิ นี่น่าจะช่วยให้เธอดีขึ้นฉันยื่นโกโก้ร้อนให้

เธอค่อยๆ ลุกขึ้นมารับมันไปดื่มก่อนจะตอบคำถามฉัน ฉันดีขึ้นแล้วล่ะ ขอบใจนะ เธอชื่ออะไรเด็กสาวเงยหน้าขึ้นมามองฉัน อืมม ฉันพอเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมเธอถึงอยากปกป้องใบหน้านั้นไว้ คาเยน ดีนน์...ใช่มั้ย?” เธอพูดต่อสร้างความแปลกใจให้ฉัน

ใช่ฉันขมวดคิ้วตอบงงๆ รู้จักแบบนี้น่าจะอยู่โรงเรียนเดียวกัน--แน่สิ ก็เมืองเล็กๆ นี่มีโรงเรียนมัธยมแค่ที่เดียวนี่น่า แต่ถึงอย่างนั้นก็หายากอยู่ดีที่คนในโรงเรียนจะรู้จักฉัน เธอคือ...?”

ฉันเลสลี่...เลสลี่ โลว์ อยู่เกรดเดียวกับเธอ” 

ฉันหยักหน้า โทษทีนะที่ไม่รู้จักเธอ” 

ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้จักเธอก็เพราะที่เธอไปมีเรื่องกับมิสอากาธานั่นแหละเหอะๆ ที่รู้จักฉัน ก็รู้จักแต่ชื่อเสียใช่มั้ยเนี่ย

ฉันยักไหล่ ครูคนนั้นไร้สาระ

ฮะๆเลสลี่ โลว์ขำคิกคักเห็นฟัน ดวงตาของฉันมองทะลุความรู้สึกของเธอ เลสลี่ขำจริงๆ ไม่ได้เสแสร้ง ให้ตายสิ ฉันอิจฉาความสดใสนั่นจนแทบจะยิ้มตามเลย รอยยิ้มนั้นบริสุทธิ์ ฉันมองออก อาจเป็นเพราะฉันอยู่กับคนสกปรกๆ มาเยอะเลยรู้สึกถคงความจริงใจไม่จริงใจได้

ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวหรอกนะที่คิดแบบนั้น ฉันล่ะชื่นชมเธอจริงๆ ที่กล้าต่อกรกับมิสอากาธาพูดจบ ริมฝีปากอวบอิ่มก็ได้สัมผัสโกโก้ร้อนฝีมือฉันอีกครั้ง

หึ ฉันไม่ได้ผิดนี่น่าฉันกรอกตา

ทำไมล่ะ? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คาเยน

 

 


เฮโหลววววววววววว
มาตอนหนึ่งแล้วค่าา >< บีตื่นเต้นมากเลยค่ะ
ไม่ได้ลงนิยายมานานมาก มีความสุขมากที่ได้กลับมาลงอีกครั้ง
*ตอนนี้มีคำหยายด้วย จะโดนแบนมั้ยง่ะ เพื่อความซอล์ฟ เค้าขอพิมคำหยายไม่ถูกนะ*
เหมือนเดิมน้าา บีอยากได้ฟีตแบค จะติจะชมอะไร มีคำผิดตรงไหน
สนุก หรือ ไม่สนุก ก็เม้นได้นะคะ บีจะได้ปรับปรุง
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค้าาา คิดว่าเรื่องต่อไปที่จะอัพคือฟีคDHนะคะ
ว่าจะอัพสลับกันแหละ แค่นี้โน๊ะ ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยน้าา
ละเจอกันจ้าาา 

?
T
h
e
m
y

13 ความคิดเห็น

  1. #12 วนัน (@konwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 15:56

    ชงโกโก้ด้วย

    #12
    0