เสน่ห์มาร

ตอนที่ 10 : ลองอยู่ด้วยกัน (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 ส.ค. 61


หลังจากนั้นไม่นานนัก รถจากบ้านพิมนรัตน์ก็เคลื่อนมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่โตริมแม่น้ำ ลงมากจากรถแล้วผกาพรรณก็เอาแต่จ้องมองสถานที่ที่ตัวเองไม่คุ้นเคยนิ่งนาน ถึงแม้จะพยายามฝืนทนไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมาแค่ไหน แต่การพลัดถิ่นมาอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคยก็ทำเอาเธอรู้สึกเจ็บปวดจนอยากจะแผดเสียงร้องไห้ออกมาดังๆ

          เด็กรับใช้วัยสิบเจ็ดสิบแปดคนหนึ่งเดินมาค้อมตัวตรงหน้าเธออย่างนอบน้อม พร้อมกับเสนอตัวช่วยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ราวกับยินดีนักหนากับการได้เห็นหน้าเธอที่นี่

          อุ้มจะพาคุณผู้หญิงเข้าไปพักในบ้านนะคะ

          เห็นอีกฝ่ายกำลังลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองเข้าไปแล้ว ผกาพรรณก็รีบคว้าไว้ทันที ฉันไม่เข้าไปอยู่ในเรือนหลังนี้

          เด็กสาวถึงกับเอียงคอมองตาปริบๆ ทันที แต่นายท่านสั่งว่า ถ้าคุณผู้หญิงมาถึงเมื่อไร ให้พาเข้าบ้านไปพักผ่อนทันทีเลยนะคะ ห้องพักก็จัดเตรียม ตกแต่ง แล้วก็ทำความสะอาดไว้เรียบร้อยแล้ว

          ฉันไม่ไป หญิงสาวจ้องเด็กตรงหน้าด้วยแววตาดุดัน ในเมื่อฉันมาอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของคุณไตรวิชญ์ ฉะนั้น! ฉันจะไปอยู่ในที่ที่เขาชอบอยู่ นั่นก็คือตรงโน้น!” ปลายนิ้วเล็กชี้ไปยังทิศทางของเรือนริมน้ำด้วยแววตาแน่วแน่ เขาชอบอยู่ที่นั่นไม่ใช่หรือ

          เด็กรับใช้คนเดิม รวมถึงคนอื่นๆ ที่เดินมาได้ยินถึงกับนิ่งอึ้งไปไม่น้อย แต่ละคนเอาแต่ปฏิเสธด้วยแววตากึ่งขอร้องจวนเจียนใกล้จะร่ำไห้เต็มที

          คือว่า...คือว่าเรือนหลังนั้น...คุณต้อมไม่ชอบให้ใคร...

          ถ้าอย่างนั้นฉันจะกลับ

          เอ่อ...ขอพวกเราโทร.ถามคุณต้อมก่อนได้ไหมคะ

          ไม่ ฉันขี้เกียจรอ

          แต่...

          ถ้าไม่ให้ฉันไปพักที่นั่น ฉันจะกลับจริงๆ ด้วย

เธอยิ้มร้ายๆ ใส่ทุกคน แล้วจ้องชนิดที่ว่าทำเอาเหล่าสาวใช้กับคุณแม่บ้านประจำถิ่นถึงกับไม่กล้าสบสายตาเลยทีเดียว เมื่อเห็นความหวาดหวั่นของทุกคนแล้ว ผกาพรรณก็ลากกระเป๋าตรงไปยังเรือนหลังนั้นด้วยมุมปากยกยิ้ม เข้ามาแล้วก็ปิดประตูขังตัวเองอยู่ในนั้น พร้อมกับเดินสำรวจตรวจตราอาณาเขตที่ใครบางคนหวงนักหวงหนา

          โฮ่งๆๆ

          แต่เสียงเห่าแปลกๆ ที่จู่ๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับกระโจนเข้าประตูตามหลังเธอมาติดๆ ทำเอาเจ้าของร่างบอบบางถึงกับถอยกรูชิดผนังด้วยความหวาดหวั่น แต่พอเห็นใบหน้าซื่อบื้อปนคิ้วย่นๆ ของเจ้าสัตว์สี่ขาแล้วก็ถึงกับทำตาปริบๆ มอง

          โฮ่งๆๆๆ เจ้าเต็งหนึ่งเห่าเสียงดังลั่น แถมยังเดินวนไปเวียนมาคล้ายเป็นมิตร แต่ก็คล้ายไม่วางใจ

          ผกาพรรณรีบฉีกยิ้มแหยๆ แล้วโบกมือให้ หวัดดี ฉันชื่อผักกาดนะ รู้จักใช่ไหม ผักกาดที่ทุกคนชอบกินกันน่ะ

          หึ่มๆ เจ้าเต็งหนึ่งยังครางใส่

          อย่าแยกเขี้ยวใส่สิ หน้าตาออกจะน่ารัก ตัวผู้ตัวเมียเอ่ยเธอก้มมองใต้ท้องของเจ้าขนยาวสีน้ำตาลอย่างใจกล้า พอเห็นว่าเป็นตัวผู้ก็ถึงกับยิ้มกว้างๆ ให้

ว้าว! เป็นหนุ่มนี่เอง หล่อนะเนี่ยเรา...ชื่ออะไรฮึ

          เต็งหนึ่งยังคงขมวดคิ้วนิ่วหน้าใส่ แต่ท่าทางของสัตว์สี่เท้าอายุสองขวบกว่าๆ ก็ผ่อนคลายลงตามประสานิสัยขี้เล่นและซุกซนของมัน แถมยังเป็นมิตรกับทุกคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นเจ้าของบ้าน คนแปลกหน้า หรือแม้แต่โจร

          มามะๆ มาทำความรู้จักกันหน่อย หนุ่มหล่ออยู่บ้านนี้หรือฮึ! อยู่กับคนใจร้ายนั่นจริงๆ น่ะหรือ หญิงสาวนั่งคุกเข่าแล้วกวักมือเรียกเจ้าสี่ขาที่ยืนวางท่าดุดันอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสังเกตเห็นความน่ารักของมันแล้วเธอก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ผู้ชายอย่างไตรวิชญ์ เจริญผดุงทรัพย์จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์เป็นมิตรกับชาวบ้านด้วย หน้าอย่างเขาน่าจะเลี้ยงพวกร็อตไวเลอร์มากกว่า ทั้งสัตว์เลี้ยงทั้งเจ้าของคงจะเหมือนราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น