เสน่ห์มาร

ตอนที่ 2 : บทที่ ๑ ยกเลิกงานแต่งซะ! (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ส.ค. 61


          เมื่อจุดจบของอนาคตเริ่มมาถึงแล้ว หญิงสาวจึงกลืนก้อนสะอื้นแล้วคว้าโทรศัพท์กดไปยังเบอร์ของคนรักด้วยพยายามบังคับไม่ให้เนื้อตัวสั่นเทิ้มจนเกินไป กระทั่งได้ยินเสียงทุ้มมีเสน่ห์หน้าฟังนั่นและถึงยกมือปิดปากไม่ให้เขาได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอ

          “ฮึกๆ...” กลีบปากสีชมพูสั่นระริกถูกเจ้าตัวปิดไว้แน่น จนคนในสายร้องเรียกคล้ายตกใจถึงได้เอ่ยขึ้น “พี่...เสกข์ทำอะไรอยู่คะ?

          “พี่ทำงานครับ กำลังดูแบบให้ลูกค้าอยู่ ผักกาดมีอะไรหรือเปล่าฮึ!

          หญิงสาวซุกซ่อนดวงตาแดงก่ำเอาไว้ แล้วฝืนไถ่ถามเขาออกมา “พี่เสกข์ พอจะมีเวลาว่างคุยกับผักกาดหน่อยได้ไหม? ผักกาดมีเรื่องจะปรึกษากับพี่”

          “เรื่องด่วนหรือเปล่า พอดีวันพรุ่งนี้พี่ต้องบินไปสิงคโปร์ พี่ต้องเตรียมงานพบลูกค้า”

          เธออยากบอกเหลือเกินว่ามันเป็นเรื่องด่วนและสำคัญต่อชีวิตของเธอกับเขามาก แต่เมื่อเขาเองก็มีงานสำคัญต้องจัดการ สิ่งที่เธอทำได้คงมีเพียงพยายามควบคุมทุกเรื่องราวด้วยตัวเอง

          “ไม่ด่วนหรอกค่ะ ผักกาดแค่อยากกินข้าวกับพี่เท่านั้น คือว่าเรา...เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้ว”

          “พี่รู้...พี่ขอโทษนะครับ แต่ผักกาดก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ตั้งใจทำงานแบบนี้ ก็เพราะว่าพี่สัญญากับผักกาดไว้แล้ว...ว่าครบสามปีเมื่อไร เราสองคนจะแต่งงานกัน ผักกาดจะเป็นเจ้าสาวที่งดงามที่สุดของพี่...และพี่ก็จะเป็นผู้ชายที่ดีพร้อม เหมาะสมกับผักกาดในทุกๆ ด้าน โดยที่ไม่ต้องพึ่งทางครอบครัว”

          “ผักกาดรู้ค่ะ”

          “ดังนั้น อดทนหน่อยนะ พี่เคลียร์งานกับลูกค้าที่สิงคโปร์ได้เมื่อไร พี่จะไปหาผักกาดทันที แล้วเราค่อยไปกินข้าวด้วยกัน”

          “ก็ได้ค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งๆ ที่ยิ้มไม่ออก “ผักกาดจะรอพี่นะคะ”

          ผกาพรรณเอ่ยได้เพียงเท่านั้นก็กดตัดสายแล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น แต่ตอนนี้เธอจะไปทำอะไรได้ จะบอกให้พี่เสกข์มาขอเธอแต่งงานตัดหน้าผู้ชายที่พ่อเลือกเช่นนั้นหรือ มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก ในเมื่อสิ่งที่พี่เสกข์บอกกับเธอมาโดยตลอดนั่นคือ เขาจะร่วมใช้ชีวิตกับเธอในวันที่เขาพร้อมเท่านั้น ระหว่างนี้สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงแค่รอ...รอด้วยใจรักและซื่อสัตย์ แล้วมันจะเป็นเช่นนั้นไปได้อีกนานแค่ไหนหรือ...ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนเธอถึงจะเปลี่ยนความปรารถนาของคนเป็นพ่อได้

          ไม่ว่าจะคิดยังไง หนทางเดียวที่หญิงสาวคิดออกก็มีเพียงบอกให้ฝ่ายชายยกเลิกงานแต่งงานที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้นจึงรีบปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มอย่างลวกๆ คว้ากระเป๋ากับกุญแจรถได้ก็พุ่งออกจากห้องทันที

          ระหว่างโถงทางเดินผกาพรรณได้ยินเสียงบิดาร้องถาม แต่สิ่งที่เธอตอบท่านได้ก็มีเพียงน้ำตาที่ไหลผ่านแก้มนวลออกมาอีกครั้ง หลังจากนั้นก็วิ่งไปขึ้นรถแล้วเหยียบคันเร่งออกไปราวกับพายุ โดยไม่สนใจเพื่อนร่วมถนนหนทางแม้แต่นิดเดียว

          ออกจากบ้านมาได้สักพัก คิ้วเรียงเส้นสวยที่ไร้การขีดเขียนก็ขยับเข้าหากันเล็กน้อย เธอพยายามคิดว่าผู้ชายคนที่พ่อเลือกให้เธอคือใคร ชื่อของเขา ตระกูลของเขา บ้านของเขาในความทรงจำของเธอไม่มีแม้แต่น้อย และคนที่จะให้คำตอบได้ก็คือคนสนิทของคนเป็นพ่อเท่านั้น

          “ลุงศักดิ์คะ ลุงศักดิ์รู้ไหมคะ ว่าบ้านของผู้ชายที่พ่ออยากให้ผักกาดแต่งงานด้วยอยู่ที่ไหน?

แค่โทร.ถามไม่กี่วินาทีเธอก็ได้คำตอบที่ต้องการ ดังนั้นจึงบ่ายหน้ามุ่งตรงไปยังบ้านริมแม่น้ำในเขตชานเมืองทันที มาถึงก็กดกริ่งอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาเจ้าของบ้านที่กำลังจะพักผ่อนต้องตื่นขึ้นจนวุ่นวายไปหมด แต่พอเห็นว่าผู้มาเยือนยามค่ำคืนคือใคร เจ้าของบ้านวัยหกสิบปีอย่าง ตรีภพ เจริญผดุงทรัพย์ ก็ออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

          “หนูผักกาดนี่เอง ลุงนึกว่าใครเสียอีก”

          ผกาพรรณยกมือไหว้อีกฝ่ายพอลวกๆ แล้วมองไปรอบๆ บ้านด้วยดวงตาที่ยังแดงก่ำ “ลูกชายของคุณอาอยู่ไหมคะ?

          “เจ้าต้อมน่ะหรือ อยู่สิ ในเรือนริมน้ำโน่นแหนะ” เจ้าของบ้านชี้ไปยังเรือนหลังเล็กที่อยู่ติดแม่น้ำ “ทำงานในเรือนนั้นตั้งแต่บ่ายแล้ว ป่านนี้ยังไม่ออกมา...”

          ยังพูดไม่ทันจบ เจ้าของร่างบางที่กำลังเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ก็เดินดุ่มๆ จากไปเสียแล้ว ทำเอาตรีภพได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ แล้วหมุนกายกลับเข้าบ้านไปเงียบๆ พลางถอนใจออกแรงๆ อย่างรู้ดีว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น ทว่าสิ่งที่พ่ออย่างเขาพอจะทำได้ คงมีแค่เพียงคาดหวังว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะจัดการกับเรื่องนี้ได้ดีที่สุด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น