เสน่ห์มาร

ตอนที่ 7 : ไม่มีทางเลือก (๓)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 ส.ค. 61

          ค่ำคืนแห่งความโกลาหลผ่านไป เจ้าของบ้านริมน้ำวัยหกสิบปีก็ลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ทำเอาลูกชายที่เพิ่งกลับขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าบนเรือนใหญ่ถึงกับขมวดคิ้วนิ่วหน้ามองท้ายรถที่เพิ่งแล่นผ่านรั้วบ้านไปอย่างอยากรู้ว่าทำไมพ่อผู้ชอบอยู่บ้านเป็นชีวิตจิตใจถึงได้ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าเช่นนี้

          แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าท่านคงมีธุระปะปัง ไตรวิชญ์ก็เลิกสนใจแล้วหันมาจัดการกับตัวเองเพื่อออกไปทำงานในฐานะเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านออกไปไม่กี่กิโลเมตร แถมยังอยู่หัวมุมถนนติดกับสถานีขนส่งรถประจำทางอีกด้วย

          หารู้ไม่ว่า เวลานี้ พ่อของตนกำลังขับรถไปพบกับใครคนหนึ่ง ออกมาได้ราวๆ ยี่สิบนาทีก็เลี้ยวเข้าไปในร้านกาแฟ ซึ่งยามเช้าเช่นนี้ก็มีลูกค้าแวะเวียนมาไม่น้อย เมื่อมองไปรอบๆ แล้วเห็นคนคุ้นเคยตรีภพก็พาร่างที่แก่ชราเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พร้อมดื่มกาแฟที่อีกฝ่ายสั่งไว้รอคอย จิบไปอึกหนึ่งถึงได้พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

          เมื่อคืนลูกสาวของนายมาที่บ้านฉัน

          กริช พิมนรัตน์ หรือใครๆ ก็เรียกว่า เสี่ยกริช มหาเศรษฐีร้อยล้าน ผู้เป็นเจ้าของเงินทุนตามร้านตลาด ที่เจ้าของร้านค้า แผงลอย หรือแม้แต่บริษัทน้อยใหญ่ยังต้องให้ความเกรงใจได้แต่ผ่อนลมหายใจหนักอึ้งออกมาแรงๆ แววตาที่กำลังมองรุ่นพี่ผู้สนิทคุ้นเคยกันมาเกือบห้าสิบปีเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดปะปนกับเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

          ผมไม่คิดว่ายัยหนูจะไปก่อเรื่องถึงที่บ้านพี่

          ตรีภพนิ่งเงียบไป สีหน้ากับท่าทางดูจริงจังตามประสาคนอายุมากกว่า ในเมื่อลูกสาวนายยืนกรานปฏิเสธ ฉันว่า...นายก็ควรรับฟังลูกบ้าง ไม่อย่างนั้น จะมีปัญหากันซะเปล่าๆ ทั้งลูกฉัน ลูกนาย อาจเจ็บปวดด้วยกันทั้งคู่

          พี่ก็รู้ว่าผมยกเลิกไม่ได้

          ถึงจะเป็นแบบนั้น...

ตรีภพทิ้งแผ่นหลังลงแนบพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า ฉันว่า เราสองคนน่าจะคิดเรื่องนี้กันอีกที

          ผมไม่เปลี่ยนใจหรอกพี่...

เสี่ยกริชยืนกรานหนักแน่น ครู่หนึ่งดวงตาถึงได้เป็นประกายขึ้น ในเมื่อผักกาดไม่ยอมแต่งงานกับลูกชายของพี่ง่ายๆ เอาอย่างนี้ดีไหม ลองให้พวกเขาทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อน ถ้าไปไม่รอดค่อยว่ากันอีกที

          ข้อเสนอของอีกฝ่ายทำเอาตรีภพต้องคลึงขมับ

          นายจะทำแบบนั้นได้ยังไง ลูกสาวนายจะเสียชื่อเสียงได้นะ

          ก็ให้จดทะเบียนกันแบบลับๆ เวลาหย่าขาดก็หย่ากันแบบลับๆ แบบนี้คงดีที่สุด

          ความจริง นายไม่ต้องทำให้ลูกสาวของนายลำบากขนาดนี้ก็ได้ ถึงยังไงอีกห้าปีลูกชายของฉันคงจะหาเงินมาใช้หนี้นายได้หมด

          พี่ก็รู้ ว่าผมไม่ต้องการเงินคืน ผมแค่อยากได้เจ้าต้อมมาเป็นลูกเขย อยากให้เด็กผู้ชายที่ผมเอ็นดูมาเป็นคนในครอบครัว อยากได้หลานที่เกิดจากเจ้าต้อมกับผักกาด อีกอย่างผมเชื่อว่า ลูกชายของพี่จะสามารถดูแลชีวิตของลูกสาวผมได้เป็นอย่างดี นั่นคือความจริงที่อยู่ในใจของกริชมาตลอดหลายปี ตั้งแต่วันที่ได้พบกับไตรวิชญ์ครั้งแรก พี่ก็รู้ว่าผมมีแค่ยัยผักกาดคนเดียวเท่านั้น ทั้งชีวิตนี้...ผมมีแค่ลูกสาวคนนี้ที่เป็นทุกๆ อย่าง ถ้าจะมีใครสักคนหนึ่งที่ผมสามารถฝากผีฝากไข้ได้ ผมก็อยากให้เป็นไตรวิชญ์...ลูกชายคนเดียวของพี่

          แล้วจะทำยังไงเล่า ในเมื่อลูกสาวของนายมีคนรักอยู่แล้ว แถมยังเกลียดลูกชายของฉันเข้าไส้

          เอาน่า...ให้อยู่ด้วยกัน สักปีสองปีก็คงจะรักกันเองนั่นแหละ

          เมื่อเห็นท่าทางเอาจริงเอาจัง คล้ายไม่ยอมถอดใจง่ายๆ จากเสี่ยกริชเช่นนั้น ตรีภพก็ได้แต่ถอนใจอย่างปลงๆ

หวังว่าคงไม่ฆ่ากันตายเสียก่อน...

พี่วางใจเถอะ ถึงลูกสาวผมจะร้ายกาจไปบ้าง แต่ก็ยังไม่เคยฆ่าใครมาก่อน

          เหอะๆ

ตรีภพได้แต่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ แล้วจ้องหน้ารุ่นน้องที่คบหากันมานานด้วยมุมปากยกยิ้ม ถึงอย่างไรเสีย สุดท้ายแล้ว ทั้งเขาและเสี่ยกริชก็ทำได้เพียง ส่งสองคนนั้นให้เข้าพิธีวิวาห์และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันให้ได้ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ได้แต่หวังว่า ลูกชายของเขากับลูกสาวของรุ่นน้องจะสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างราบรื่น ถึงไม่รักกัน ก็ขอให้ครองคู่กัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขในวันข้างหน้าไปด้วยกันตลอดชีวิตก็พอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น