เสน่ห์มาร

ตอนที่ 8 : ไม่มีทางเลือก (๔)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ส.ค. 61

          ระหว่างทางกลับบ้าน ตรีภพแวะมาหาลูกชายที่ห้างร้าน เวลานี้ลูกค้าหลายรายกำลังพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับอุปกรณ์ตกแต่งรถ พนักงานลูกค้านับสิบคนที่อยู่ตรงหน้าทำให้ชายสูงวัยต้องคลี่ยิ้มทักทายกับคนเหล่านั้นด้วยท่าทางเป็นกันเอง จนกระทั่งสามารถปลีกตัวได้นั่นแหละถึงได้ตรงไปหาลูกชายซึ่งเวลานี้กำลังคุยกับเซลล์จำหน่ายอะไหล่รถจากบริษัทหนึ่งอยู่ รอจนลูกคุยธุระเรียบร้อยถึงได้นั่งลง พร้อมผ่อนลมหายใจหนักอึ้งออกมา

          จากสีหน้าและท่าทางของคนเป็นพ่อ ลูกชายผู้ใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างมาตั้งแต่เกิดก็รู้แล้วว่าท่านกำลังรู้สึกอย่างไร

          ทางนั้น ไม่ยอมยกเลิกงานแต่งใช่ไหมครับ

          ใช่ตรีภพตอบรับ เห็นทีลูกต้องทนลำบากสักหน่อยแล้วล่ะ

          ไตรวิชญ์จึงส่ายหน้าไปมา พ่อก็รู้ ว่าผมทนรับได้ทุกอย่าง ฉะนั้น! ไม่ต้องไปพูดเรื่องนี้อีกนะครับ ผมบอกแล้วไง ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นร้ายกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า ในเมื่อพ่ออยากให้ผมแต่ง...ผมก็จะแต่งกับเธอ

          เฮ้อ...คนเป็นพ่อถึงกับถอนใจทิ้งยาวๆ พ่อไม่มีทางเลือกจริงๆ

          ผมเข้าใจครับ

          แต่พ่อก็ยังอยากรู้เรื่องหนึ่งนะ ครานี้ตรีภพจับจ้องใบหน้าหล่อคมของคนเป็นลูกนิ่งนาน จำได้ว่าตลอดสิบปีมานี้เขาไม่เคยถามเรื่องนี้กับลูกเลยสักครั้ง และก็ไม่เคยเห็นลูกคบหากับผู้หญิงคนไหน ส่วนสาเหตุนั้นเขาย่อมรู้แก่ใจดี แต่ว่า....ในเมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้เขาก็อยากรู้ไว้ว่าตัวเองได้ทำลายความรู้สึกของลูกชายไปมากแค่ไหน

          พ่อมีอะไรหรือครับ

          ตอบพ่อมาตามตรงนะ

          ไตรวิชญ์ยิ้มให้ พ่อก็รู้นี่ครับ ว่าผมไม่เคยโกหกพ่อเลยสักครั้ง

          ได้ยินเช่นนั้นตรีภพจึงสบตาดำเข้มของลูกชายเนิ่นนาน ผ่านไปอึดใจหนึ่งถึงได้เอ่ยออกมา ตั้งแต่เป็นหนุ่มมา ลูกเคยรักผู้หญิงคนไหนบ้างหรือเปล่า

          เคยครับไตรวิชญ์ตอบตามตรง สมัยเรียนป.ตรี ผมเคยแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ว่า...มันเป็นอดีตไปแล้วล่ะครับ พ่อไม่ต้องห่วงหรอก ถึงผมจะไม่รักผู้หญิงที่กำลังจะมาเป็นภรรยา แต่ผมสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของสามีอย่างดี ไม่ทำให้พ่อกับอากริชต้องเสียใจหรือผิดหวังแน่นอน

          ตรีภพได้แต่มองลูกชายด้วยตาแดงๆ ทั้งดีใจและรู้สึกผิดในเวลาเดียวกัน ขอบใจๆ ขอบใจแกจริงๆ ต้อม

          ไตรวิชญ์ยิ้มรับเล็กน้อย และเมื่อมีลูกค้าเข้ามาติดต่อสอบถามในสิ่งที่พนักงานให้ข้อมูลไม่ได้ชายหนุ่มก็ขอตัวจากคนเป็นพ่อไป ทิ้งให้ตรีภพได้แต่มองตามแผ่นหลังของลูกชายไปด้วยความภาคภูมิใจปนเวทนาสงสาร เพราะตั้งแต่ที่เขาหยิบยืมเงินเสี่ยกริชมาสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างห้างร้านประดับยนต์แห่งนี้ เขาก็เอาแต่ควบคุมลูกชายคนเดียวให้เลือกเรียน เลือกทำในสิ่งที่เขาต้องการ แม้กระทั่งการใช้ชีวิตคู่ก็ยังถูกเขาบงการอีกด้วย

          จนกระทั่งลูกชายหันมายิ้มให้อีกครั้งนั่นแหละถึงได้หมุนกายออกจากร้านไปเงียบๆ ระหว่างกลับก็ส่งข่าวเรื่องที่คุยกับลูกให้กับอีกฝ่ายได้รับรู้เช่นกัน เขาจัดการกับลูกชายเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องของเสี่ยกริชที่ต้องพูดคุยกับลูกสาวคนเดียวให้เข้าใจเท่านั้น

          ในขณะที่ฝ่ายชายดูเหมือนจะราบรื่น ทว่าในบ้านของฝ่ายหญิงเวลานี้กลับคุกรุ่นไปด้วยเพลิงโกรธที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง เสียงปฏิเสธดังลั่นคฤหาสน์หลังโตเป็นสิบๆ ครั้งต่อเนื่องเสียจนบรรดาสาวใช้ต่างพากันหลบเร้นซ่อนตัวอย่างไม่กล้าเผชิญหน้ากับอารมณ์ร้อนๆ ของคุณหนูคนเดียวของบ้าน

          หนูบอกพ่อแล้วไงคะ ว่าไม่แต่ง ไม่แต่ง ไม่แต่ง!” ผกาพรรณทิ้งร่างลงกับโซฟาตรงกันข้ามของคนเป็นพ่อ ดวงตากลมโตจ้องอีกฝ่ายด้วยความผิดหวัง แถมน้ำตายังไหลหลั่งลงอาบแก้มอยู่เรื่อยๆ อีก พ่อคะ หนูขอร้องล่ะ อย่าให้หนูแต่งงานกับผู้ชายที่หนูไม่ได้รักเลยนะ

          เสี่ยกริชทอดถอนใจให้กับความดื้อรั้นของคนเป็นลูก จนสุดท้ายก็ได้แต่ยกมือยอมแพ้ ไม่จัดงานแต่งก็ได้

          จริงหรือคะ พ่อพูดจริงๆ นะ พ่อจะไม่ให้หนูแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นแล้วจริงๆ นะคะ ผกาพรรณพุ่งไปเกาะแขนคนเป็นพ่อแล้วมองท่านด้วยน้ำตาคลอเบ้า

พ่อยอมยกเลิกจริงๆ นะ

          ไม่จัดงานแต่งเป็นไปตามนั้น

          พ่อใจดีที่สุดเลย

เธอยิ้มกว้างแล้วจูบแก้มของบิดาทั้งซ้ายทั้งขวา

หนูรักพ่อที่สุด

          เสี่ยกริชจึงตบหลังของลูกรักเบาๆ แล้วปาดนิ้วเช็ดน้ำตาให้ แววตาที่กำลังมองสบกับลูกในเวลานี้เต็มไปด้วยความรักใคร่และอ่อนโยน แต่ว่าพ่อ ต้องขอโทษลูกจริงๆ นะผักกาด ถึงพ่อจะไม่จัดงานแต่ง แต่ยังไงลูกก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านนั้น ในฐานะภรรยาของไตรวิชญ์

          มะ...หมายความยังไงคะ

          พ่อตกลงกับลุงภพไว้แล้ว ว่าจะให้ลูกทั้งสองคนย้ายไปอยู่ด้วยกัน ดูใจกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากๆ เข้า สักวันหนึ่งก็คงรักกันเอง

          มะ...ไม่จริงใช่ไหมคะ

ผกาพรรณเอาแต่ส่ายหน้าไปมา พ่อ...จะให้หนูย้ายไปอยู่กับผู้ชายคนนั้นโดยไม่ผ่านพิธีการแต่งงานอย่างนั้นหรือคะ

          อืม...แค่จดทะเบียนสมรสกันแบบเงียบๆ ก็พอ ลูกไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าปีสองปีไปกันไม่รอด พ่อจะอนุญาตให้ลูกหย่ากับไตรวิชญ์

          คุณพ่อ!” หญิงสาวเรียกได้เพียงเท่านั้น ก็ขยับร่างกายออกห่างจากคนเป็นบิดาราวกับไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน ผกาพรรณไม่อยากเชื่อเลยสักนิด ว่าพ่อ...คนที่รักและทะนุถนอมเธอดังแก้วตาดวงใจมาโดยตลอด จะผลักไสเธอไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นโดยไม่ต้องผ่านพิธีวิวาห์ แถมยังให้จดทะเบียนสมรสกับเขาแบบลับๆ อีกด้วย นี่ตกลงว่าพ่อ...รักเธอ หรือว่าเกลียดเธอกันแน่

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น