เสน่ห์มาร

ตอนที่ 9 : ลองอยู่ด้วยกัน (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 ส.ค. 61

          ทั้งๆ ที่คาดหวังไว้ว่า สิ่งที่พ่อพูดในวันนั้นอาจจะเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกก็เป็นได้ พ่อแค่พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดจะให้เธอไปอยู่กับผู้ชายคนอื่นโดยที่ไม่ได้ผ่านพิธีวิวาห์หรอก ทว่าเช้าวันต่อมาก็ทำให้ผกาพรรณรู้ตัวว่า สิ่งที่เธอวาดภาพไว้มันไม่มีวันเป็นจริงเลยสักนิด เพราะตอนนี้บรรดาสาวใช้หลายคนที่ได้รับคำสั่ง กำลังช่วยกันจัดเก็บเสื้อผ้าข้าวของเธอลงกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำเอาเธอได้แต่ยกมือปิดปากไม่ให้ตัวเองปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมา

          ทว่าสุดท้ายแล้ว การที่ได้เห็นกระเป๋าของตัวเองถูกยกออกจากห้องก็ทำเอาน้ำตาอุ่นร้อนถึงกับไหลผ่านแก้มนุ่มลงมาไม่ขาดสาย สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงปาดเช็ดน้ำตาทิ้งลวกๆ แล้วเดินลงไปเผชิญหน้ากับความเป็นจริง

          ในเวลาที่ต้องออกจากบ้าน ผกาพรรณเหลียวไปมองผู้เป็นบิดาที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสองของห้องนอนท่านเล็กน้อย และสีหน้ากับแววตาของคนเป็นพ่อก็ทำเอาเธอถึงกับกัดริมฝีปากสั่นระริกของตัวเองไว้แน่น เพราะท่านช่างเฉยชาและก็ไม่แยแสเลยสักนิดว่าเธอจะอยู่หรือไป ราวกับว่าเธอไม่ใช่ลูกรักของท่านอีกต่อไปแล้ว

          หญิงสาวทำได้เพียงกลืนก้อนสะอื้นลงคอแล้วขึ้นไปนั่งบนรถที่จะพาเธอไปยังบ้านของผู้ชายคนนั้น เข้ามานั่งด้านในได้ก็ต้องจ้องมองแผ่นหลังของคนขับรถด้วยตาแดงๆ

          พ่อสั่งให้ลุงไปส่งฉันที่บ้านนั้นจริงๆ หรือ

          คนขับรถผู้รับใช้ใกล้ชิดผกาพรรณมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมได้แต่ผ่อนลมหายใจหนักหน่วงออกมา ใช่ครับคุณหนู

          แล้วพ่อพูดอะไรอีกบ้าง

          อีกฝ่ายทำท่าอึกอักราวกับอะไรกำลังติดอยู่ในลำคอ

          ผกาพรรณจึงปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ แล้วฝืนกัดฟันเอ่ยออกมา

พูดมาเถอะค่ะ สำหรับหนูแล้ว ไม่มีอะไรเจ็บกว่าการที่พ่อไม่ลงมาส่งหนูหรอก

          ท่านสั่งว่า ส่งคุณหนูถึงบ้านนั้นแล้ว ให้รีบกลับทันที อย่าปล่อยให้คุณหนูกลับมาด้วยเด็ดขาด

          นี่พ่อกลัวว่าฉันจะกลับมาอีกอย่างนั้นหรือ

          แล้วก็...ห้ามพาคุณหนูแวะที่ไหนด้วยครับ

          เหมือนกับว่าพ่อกำลังนั่งอยู่ในใจและความคิดของเธออย่างไรอย่างนั้น ท่านคงกลัวว่าเธอจะแวะไปหาผู้ชายที่เธอรักแทนที่จะไปอยู่บ้านของคนคนนั้นสินะ ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วเธอยังจะมีทางเลือกอะไรอีก จึงได้แต่สูดจมูกเล็กแดงแรงๆ อย่างตัดใจ

          ไปบ้านเจริญผดุงทรัพย์เถอะค่ะ ไม่ต้องแวะที่ไหนหรอก

          อดทนหน่อยนะครับคุณหนู รอให้นายท่านใจเย็นๆ คุณหนูก็ลองคุยกับนายท่านดีๆ นะครับ

          พ่อคงไม่อยากฟังอะไรจากผักกาดหรอกค่ะ เธอบอกด้วยน้ำตาคลอๆ หลังจากคนขับรถเหยียบคันเร่งออกจากบ้านหลังโตของตนก็ได้แต่ปิดเปลือกตาลงช้าๆ ราวกับว่าไม่อยากรับรู้รับฟังอะไรอีก จนผ่านมาครึ่งทางนั่นแหละถึงได้เหลียวมองการจราจรอันหนาแน่นรอบตัว พร้อมกับหยิบโทรศัพท์โทร.หาคนคุ้นเคย

          เสียงสัญญาณดังอยู่ห้าครั้ง เธอก็ได้ยินเสียงห้าวทุ้มมีเสน่ห์ที่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งกี่หนก็หัวใจเต้นแรง

          ครับผักกาด

          พี่เสกข์อยู่ที่ไหนหรือคะ กลับจากสิงคโปร์หรือยัง

ผกาพรรณพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ ทั้งๆ ที่แผ่นหลังนั้นเริ่มสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด

พี่แวะมาหาผักกาดบ้างได้หรือเปล่า ผักกาดอยากเจอพี่

          เป็นอะไรไปฮึ คิดถึงพี่หรือคนดี

          ค่ะเธออ้อมแอ้มบอกเสียงเบาติดลำคอ

คิดถึงมาก...

          ทำยังไงดีล่ะ สองสามวันนี้พี่ต้องอยู่เคลียร์งานกับเจ้านาย เอาไว้สุดสัปดาห์นี้พี่จะไปหาดีไหม หืม?

          พี่เสกข์จะมาจริงๆ นะคะ

          ร้องไห้หรือ...

เมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป เสกข์ เสฎฐวุฒิก็ร้องถามด้วยความตื่นตระหนก

เป็นอะไรไป คิดถึงพี่มากจนร้องไห้เลยหรือ...

          เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ผกาพรรณก็ไม่สามารถหักห้ามตัวเองได้อีกต่อไป เธอปล่อยเสียงสะอึกสะอื้นออกมา น้ำตาร้อนจัดพลันไหลอาบแก้มนุ่มลงมาไม่ขาดสาย กระทั่งได้ยินเสียงร้อนรนของคนในโทรศัพท์นั่นแหละถึงได้ส่ายหน้าแรงๆ

          ไม่เป็นไรค่ะ ผักกาดไม่เป็นอะไร ก็แค่คิดถึงพี่เสกข์เท่านั้น

          เด็กดี...รอพี่อีกนิดนะครับ แล้วพี่จะรีบไปหา

          พี่เสกข์รีบมานะคะ ผักกาดจะรอ

เอ่ยได้เพียงเท่านั้นก็ต้องเหลือบตามองไปรอบๆ ครั้นจำได้ว่าอีกไม่นานจะถึงบ้านของผู้ชายคนนั้น มือเรียวบางก็รีบกดวางสายแล้วเช็ดหน้าเช็ดตาที่เปื้อนคราบน้ำตาของตัวเองทิ้ง ถึงแม้ว่าเธอจะอ่อนแอหรือเจ็บปวดแค่ไหน เธอก็จะไม่มีวันให้ผู้ชายสารเลวคนนั้นได้เห็นน้ำตาของเธอแม้แต่หยดเดียว สิ่งที่เขาจะได้รับจากเธอมีแต่คำพูดด่าทอกับแววตาเชือดเฉือนที่สามารถปาดเนื้อหนังของเขาออกเป็นชิ้นๆ เท่านั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น