[Touken Ranbu] Touken to Nemui Saniwa - บันทึกซานิวะขี้เซากับเหล่าหนุ่มศาตราวุธ

ตอนที่ 52 : Day 51

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 ม.ค. 59

 

                “ภายในปลายฤดูนี้จะมีภารกิจ ตามหาหอกนิฮงโก นะขอรับ อาจจะเร็วไปหน่อยแต่รีบพัษนาพวกศาสตราวุธก็จะดีมากเลยนะขอรับ”

                “นั้นสินะ...เฮ้อ...”

ซานิวะสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ต่อหน้าคนโนะสึเกะ ข้างๆเธอโดนขนาบข้างโดยกลุ่มดาบผู้อาวุโส อย่างมิกะทซึกิมุเนะจิกะ โคกิสึเนะมารุ อุกุยทซึมารุ และทซึรุมารุ พวกเขาเหมือนจะไม่มีอะไรทำ บนตักของซานิวะก็มีโคกี้(?)ตัวน้อยนั่งอยู่

                “ท่านหญิง ไม่ฉบายเหยอขอฮับ ถ้าข้าน้อยกอดท่านแย้วจะหายป่วยไหมขอฮับ”เจ้าตัวเล็กก็ช่างขี้อ้อนเหลือเกิน

                “ก็อาจจะนะ ว่าแต่ทำไมพวกท่าน ถึงมานั่งขนาบ ฉันด้วยล่ะ ไม่มีอะไรทำเหรอคะ?”ซานิวะถามขึ้นมาแบบนั้น

                “ก็เพราะว่าอยู่กันเยอะแล้ว จะได้อุ่นๆไงล่ะ ท่านหญิงไม่ถูกกับอากาศหนาวมิใช่เหรอขอรับ”อุกุยทซึมารุตอบ

                “โฮะๆ ข้าชอบเวลาที่พวกเราอยู่ด้วยกัน มันช่างวิเศษจริงๆ”ปู่ว่ามาอย่างงั้น

                “ถ้าท่านหญิงหนาวมาก ให้ข้ากอดเถอะรับรองอุ่นกว่าเจ้าตัวเล็กอีก”

ทซึรุมารุกระโจนหาซานิวะแต่โคกิสึเนะร่างใหญ่ก็เอามือมาป้องไว้ หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยๆไม่น้อย เธอนั่งอ่านจดมายที่คนโนะสึเกะเอามาให้ ระหว่างนั้นพวกทัพสองก็พึ่งกลับมา

                “ท่านหญิง พวกเราเจอเคย์บิชิมาแล้วได้เจ้าสิ่งนี้มาขอรับน่าจะเป็นดาบเล่มใหม่” นาคิกิสึเนะคนนำทัพที่สองได้วางดาบเล่มใหม่มาวางไว้ต่อหน้าเธอ ฝักดาบสีดำยาวกว่ามีดสั้นนิดเดียว หญิงสาวลองหยิบขึ้นมาตรวจดู สัพักพวกทัพแรกก็กลับมา

                “ท่านหญิงข้าได้ดาบเล่มใหม่มาด้วยขอรับ” คะชูเดินมาพร้อมกับวางดาบเล่มยาวสีดำล้วนเช่นกัน หญิงสาวเอียงคอเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าวันนี้จะได้ดาบใหม่ถึงสองเล่มเธอกอดโคกี้แน่นก่อนจะเดินออกจากห้องไป เพราะหนุ่มศาสตราวุธมารวมตัวกันและส่งเสียงดังไม่หยุด

                “ท่านหญิง...”

                “ขอโทษนะ ฉันรู้สึกไม่ดีนิดหน่อยนะ อยากไปนั่งที่โรงตีดาบหน่อยน่ะ”

                ว่าแล้วซานิวะสาวก็เดินไปที่โรงตีดาบเงียบๆ เธอกะว่าจะมานั่งรอบดาบที่สั่งตีไปตั้งแต่เช้าแล้วแต่ไม่ได้ดูว่าใช้เวลาเท่าไหร่ นายช่างที่เนซานิวะนั่งเงียบๆกอดเข่าตัวเองเหมือนกำลังไม่สบายใจอะไรสั่งอย่าง ก็เดินมาลูบหัวหญิงสาวถึงตัวเขาจะเล็กก็ตาม

                “ทำไมไม่สบายใจอะไรรึท่านซานิวะ”

                “อีกไม่นาน...ก็จะครบ 4 ฤดูเท่ากับว่าจะผ่านมา 1 ปีแต่ฉันไม่รู้สึกดีใจเลย ในใจมัน...กังวล”

                “งั้นเหรอ ทำไมล่ะ พวกศาสตราวุธก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดนี่”

                “ไม่ค่ะ ฉันกลัวตัวฉันเองว่าจะพลาดอะไรไปหรือเปล่า ที่ผ่านมาฉันทำได้ดีพอหรือยังนะ?”

                โคกี้ เขามาจับขายกางเกงฮากามะของซานิวะหญิงเหมือนพยายามจะปลอบ เมื่อวานเธอพึ่งได้ดาบที่แรร์ที่สุดมาแต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกดีใจหรือตื่นเต้นเลย เท้าของเธอเริ่มเย็นจนชาไป เธอมองดูป้ายบอกเวลาที่ดาบจะตีเสร็จเหลือเวลาอีก 1 นาทีก่อนจะเอนตัวนอนลงกับพื้นโรงตีดาบ

                “ท่านหญิง!!! ท่านหญิง!!!

                “อ้าว!ท่านซานิวะ!! เป็นอะไรไป ไม่สบายรึ?”

ทั้งโคกี้และนายช่างก็ลุกลี้ลุกลน เพราะอยู่ซานิวะก็หลับไปทั้งอย่างงั้น โคกี้ตัดสินใจวิ่งไปตามคนอื่น ส่วนนายช่างก็พยายามเขย่าตัวซานิวะให้ตื่นก็จะเห็นว่าสีผมเธอกำลังย้อมคืนเป็นสีน้ำตาล ตัวเริ่มร้อนผิดปกติ

“ท่านหญิงง่ะๆ ท่านหญิงหลับไปในโรงตีดาบง่ะ”

“ก็ปกตินี่โคกี้ ท่านหญิงหลับออกจะบ่อย”ทซึรุมารุตอบกลับไป และนั่งดื่มชาต่อ

“แต่...แต่...ปลุกไม่ตื่นเลยนะ ทำไงดี แงงงง”

ณ ตอนนั้นเองที่โรงตีดาบนายช่างก็พยายามเรียกซานิวะ ก่อนจะเข้าไปเอาดาบที่พึ่งตีเสร็จทั้งสองเล่ม และเป็นเล่มใหม่ทั้งสองเล่ม ตอนนั้น นายช่างก็เห็นซานิวะพยายามพยุงตัวเองลุก

“ท่านซานิวะ”

“นาย...ช่าง....”

หญิงสาวเอื้อมมือไปทางชายร่างเล็กก่อนที่จะมีแสงสว่างล้อมรอบตัวหญิงสาว ดาบทั้งสี่เล่มใหม่(สองเล่มแรกอยู่ที่ห้องรับแขก สองเล่มหลังอยู่ในโรงตีดาบ) ที่อยู่ในฮงมารุก็เกิดแสงสว่าง ก่อนจะมีดอกซากุระร่วงลงมาแตะดาบจากไหนก็ไม่รู้ ทำให้ดาบทั้งสี่ปรากฏร่างเนื้อของตนออกมาพวกศาสตราวุธคนอื่นก็ตกใจเพราะปกติซานิวะต้องมาอัญเชิญตัวต่อตัว

“เอ๊ะ ข้าอยู่ที่ไหนเนี่ย”ชายหนุ่มผมสีส้มนั่งเกาหัวตัวเองมองคนรอบๆ

“อาตมา...นี้มิใช่ภาพลวงตาใช่หรือไม่?”

 พวกศาสตราวุธมองดูสมาชิกใหม่ก่อนจะพากันวิ่งไปที่โรงตีดาบ แต่ก็เห็นคนร่างใหญ่ที่ไม่คุ้นหน้าอุ้มร่างซานิวะที่ผมย้อมเป็นสีน้ำตาลแล้ว

“...พวกนายคือ....?”คะชูยืนมองอีกฝ่าย

“แหม่~คนเยอะจริงๆเลยนะ สวัสดีจ๊ะ เดี้ยนจิโร่ทาจิ เอง ส่วนนี้....”

“...ทาโร่ทาจิ ขอรับ”

สองชายหนุ่มร่างใหญ่คนหนึ่งแต่ตัวราวกับผู้หญิงอีกคนก็ดูเงียบขรึม ทาโร่อุ้มร่างหญิงสาวไว้ เธอจับเสื้อทาโร่ทาจิแน่น และกุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด

“ท่านหญิง”

คราวนี้เป็นเสียงของนาคิกิสึเนะร่างคนอุทานออกมาทุกคนก็ยิ่งตกใจเพราะไม่เคยเจอร่างซานิวะที่เป็นผมสีน้ำตาลอย่างนี้เลย ทาโร่ทาจิขอร้องให้นาคิกิสึเนะนำทางไปเรือนของซานิวะซึ่งชายหนุ่มก็ทำตามคำขอนั้น

“หว่า...โฮลีเนะจังดูไม่ดีเลย...”

“แค่เป็นไข้น่ะ มิดาเระเอาน้ำมาใหม่สิ”

ยะเก็นสั่งมิดาเระ พวกมีดสั้นนั่งล้อมซานิวะที่อยู่ในสภาพไม่คุ้นตา แต่เธอดูทรมานมากพอสมควร คนโนะสึเนะนั่งอยู่เหนือหัวซานิวะที่นอนอยู่

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกขอรับ ท่านซานิวะกำลังเข้าสู่บททดสอบของท่าน ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะขอรับ”

“ท่านหญิง...จะไม่ตายใช่ไหม?”โกโคไทถามคนโนะสึเกะ

“ไม่หรอกขอรับ ท่านซานิวะพยายามเข้านะขอรับ”

ภายในจิตของซานิวะ เธอนั้นอยู่ท่ามกลางภาพของยุคของตัวเธอเอง ที่มีพวกศาสตราวุธปะปนกันไป เธอยืนมองอย่างุนงง สิ่งที่เธอเจอระหว่างนั้นคือ เธอเห็นภาพของโฮริคาวะยืนยิ้มให้เธอ เขาอยู่ใกล้ที่สุด หญิงสาวพยายามเดินไปหาเขาแต่อยู่ๆ ร่างของโฮริคาวะก็เกิดรอยร้าวตามตัวและแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาเธอ

“ม่ายยยยยยยย!!!!

พลั่ก!!!

หน้าผากของซานิวะเสยใส่คางคนโนะสึเกะจนเจ้าจิ้งจอกกระเด็นไปอยู่บนตู้เก็บของ หญิงสาวเอามือทั้งสองกุมหน้าผากตัวเอง เธอเงยหน้ามองกระจกก็เห็นสภาพตัวเองที่เป็นผมสำน้ำตาลนัยน์ตาสีดำ แทนที่จะผมสีซากุระและนัยน์ตาสีม่วง ก่อนจะมองไปรอบๆตอนนี้ไม่มีใครอยู่แต่เธอมั่นใจว่าใครๆก็รู้แล้วว่าเธอเป็นยังไง

“โธ่...อัปลักษณ์จริงๆเรา...ช่างเถอะ”

“จะยังไงก็ไม่เป็นไรหรอกนะขอรับ ตอนนี้พลังของท่านมากพอที่จะไม่ต้องยืมพลังจากต้นซากุระในการสร้างรูปลักษณ์แล้ว แต่ยังไงพลังท่านก็ต้องพึ่งต้นซากุระอยู่ดี”

“...งั้นเหรอ...คนอื่นกลัวฉันไหมล่ะ ยัยผู้หญิงผมน้ำตาลหน้าตาน่ากลัวแบบนี้”

เธอพูดกับจิ้งจอกไปพรางเอาผมลงมาปิดหน้าตัวเอง จิ้งจอกก็ขึ้นมานั่งตักหญิงสาว เหมือนจะปลอบเธอ

“ท่านก็ยังเป็นซานิวะของพวกเราเหมือนเดิมนะขอรับ”

“...อืม...แล้วดาบใหม่ล่ะ”

“ครั้งนี้ท่านได้ ทาโร่ทาจิ จิโร่ทาจิ อุราชิม่า โคเท็ตทซึ และ โคเซ็ตทซึ ซามอนจิ ขอรับ”

“หว่า... ขนาดนั้นเลย สงสัยต้องจัดทัพให้ปู่ล่ะมั้งนะ”

หญิงสาวนั่งยิ้มออกมาแค่ไม่กี่วินาที เธอได้ยินเสียงคนเดินผ่านหน้าห้องเธอ จากเงาเธอก็รู้ว่าเป็นยามัมบะคิริแน่นอนเธอเลยคลานและเปิดประตูเลื่อนทันที

“...เธอเอง...งั้นเหรอ...”

“...ยามัมบะ...”

ทันใดนั้นหญิงสาวก็มุดเข้าใต้ผ้าคลุมยามัมบะเพื่อเอามาปิดบังสีผมตัวเองชายหนุ่มก็ตกใจเล็กน้อย

“ทำอะไรน่ะ?”

“อย่าเปิดนะ...อย่ามองด้วย”

หญิงสาวออกคำสั่งกับชายหนุ่ม เขาทำได้แค่นั่งคุกเข่ามองดูหญิงสาวที่เอาผ้าคลุมเขาคลุมหัวเธอไว้ ชายหนุ่มลูบหัวหญิงสาวเบาๆ

“ไม่เป็นไรหรอก ทุกคนไม่ได้รังเกียจอะไรเธอสักหน่อย”

“ไม่เอา...”จังหวะนั้นเอง โฮริคาวะที่เอาน้ำมาให้ซานิวะ ก็มาถึงเรือนพอดี

“ท่านหญิง! เป็นอะไรน่ะขอรับ ไปมุดอยู่ใต้ผ้าสกปรกแบบนั้นไม่ได้นะ”

“ผ้าสกปรก?”ยามัมบะหันมามองพี่ชายตัวเองเล็กน้อย

“ไม่เอา...กลัวน่ะ โฮริคาวะ จะหายไปไหม?”

“ไม่หายไปหรอกขอรับ กระผมอยู่ตรงนี้ไงขอรับ” โฮริคาวะกุมมอซานิวะ

หญิงสาวน้ำตาคลอ มองคนตรงหน้า ทั้งโฮริคาวะกับยามัมบะ ก่อนจะปล่อยมือจากผ้าคลุมของชายหนุ่ม เผยให้เห็นผมสีน้ำตาล นัยน์ตาสีดำ

“ยังไงท่านหญิงก็ยังเป็นตัวท่านเองนะขอรับ ไม่มีอะไรน่าอายสักหน่อย”

“...งืมๆ...”

โฮริคาวะลูบหัวซานิวะเบาๆ เธอในตอนนี้คงเหมือนเด็กน้อยสำหรับใครหลายๆคนก็ไม่แปลก หญิงสาวกอดชายจรงหน้า

“ถ้าเป็นฝันร้าย ก็จะเป็นแค่ฝันใช่ไหม?”

“ขอรับ...ก็แค่ฝันร้าย...”

ไม่นานนัก เกล็ดสีขาวๆก็ลอยลงจากท้องฟ้า ทำให้ตาของหญิงสาวเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

“หิมะ...นั้นหิมะเหรอ?”

“ขอรับ เนอะ ยามัมบะ”

“ก็นะ ...ไม่เคยเห็นงั้นเหรอ?”

“ก็ไม่เคยน่ะสิ...สวยจัง...”

ทันใดนั้น เหล่าศาสตราวุธทุกคนก็เดินมานั่งล้อมรอบตัวซานิวะ อย่างช้าๆ ความอบอุ่นเร่ามก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง แม้ข้างนอกจะหนาวจับใจแต่ภายในพวกเขามอบความอบอุ่นให้กันเสมอ

“ท่านหญิง ไม่เป็นไยแย้ว ชะม่ะ”

“โคกี้...จ๊ะ ไม่เป็นไรแล้วจ๊ะ...”

เธอกอดเจ้าเด็กน้อยไว้แน่น และพร่ำบอกกับตัวเอง จะไม่ลืมเด็ดขขาดทั้งความอบอุ่นและเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี้ไม่ว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไปก็ตาม...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

132 ความคิดเห็น

  1. #91 Sorasora24 (@Sorasora24) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 22:47
    โคกี้น่าอม น่ารักมากค่ะ //จมกองเลือดอย่างสงบ
    #91
    0