คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล

ตอนที่ 32 : บทที่ 31 บททดสอบสู่เส้นทางสายนักปราชญ์ (บทจบ)


     อัพเดท 26 เม.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, ความฮา, ครอบรัว, น่ารัก
ผู้แต่ง : ใต้ปีกสีน้ำเงิน ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ใต้ปีกสีน้ำเงิน
My.iD: https://my.dek-d.com/nanayimme
< Review/Vote > Rating : 97% [ 56 mem(s) ]
This month views : 44 Overall : 95,365
1,563 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 580 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 32 : บทที่ 31 บททดสอบสู่เส้นทางสายนักปราชญ์ (บทจบ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4316 , โพส : 6 , Rating : 80% / 11 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ 31 บททดสอบสู่เส้นทางสายนักปราชญ์ (บทจบ)
 
 
 
 
 
 
“ไม่นึกว่าธิดายมทูตจะมีจุดอ่อนแบบนี้” เสียงเบาๆจากชายหนุ่มที่ยืนดูอยู่ตั้งแต่ต้น ไม่อาจรอดหูเซ็นไปได้ ก็ใครใช้ให้โดมนี้มีพวกเขาแค่สองสอน แถมยังเงียบชนิดที่ถ้ามีเข็มตกลงพื้นคงจะได้ยินไม่ยาก
 
 
“ใครหรือครับ” เซ็นหันไปถาม
 
 
“ไม่มีอะไรหรอก ไหนๆ เจ้าก็มาแล้ว ก็เริ่มทดสอบกันเลย” ว่าจบชายหนุ่มตรงหน้าก็ดีดนิ้วขึ้นมาทีหนึ่งทำให้บริเวณข้างๆเซ็นก็มีโต๊ะ เก้าอีขึ้นมาครบชุด บนโต๊ะมีกระดาษข้อสอบปึกหนาวางอยู่
 
 
“เพราะเจ้ายังไม่ครบ 12 ทำให้ข้าไม่อาจใช้เนตนิมิตได้ เพราะฉะนั้นเจ้าก็ทนเขียนหน่อยล่ะกัน” บอกพรางชี้มาที่เจ้ากระดาษปึกโต ก่อนจะดีดนิ้วขึ้นมาอีกที ก็มีเก้าอี้ และหนังสือปรากฏขึ้นมา ให้ชายหนุ่มได้ฆ่าเวลา
 
 
เซ็นนั่งลงที่เก้าอี้ ก่อนจะเอาคูลลงมานอนที่ตักเหมือนปกติ แล้วเริ่มทำข้อสอบปึกหนานั้นคำถามที่เอามาออกนั้น มีตั้งแต่...
 
 
แบบธรรมดา ที่เห็นได้ดาษดื่นทั่วไป
 
 
...ทำไมถึงเลือกสายนักปราชญ์... หรือ ...ทำไมถึงเลือกโรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล...
 
 
 
แบบจิตวิทยา ที่ต้องการทดสอบจิตใจ
 
 
...ถ้าสูญเสียสิ่งที่ยึดมั่นไป จะทำอย่างไร...
 
 
 
แบบวิชาการ ง่ายๆ เรื่องพื้นฐานที่ใครๆก็รู้
 
 
...ธาตุหลักในการใช้เวทย์มีอะไรบ้าง...
 
 
 
หรือจะยาก จนผู้ใหญ่บางคนยังต้องกุมขมับ
 
 
...ศาตร์แห่งการเล่นแร่แปลธาตุสูงสุด มีข้อห้ามร้ายแรงใดบ้าง...
 
 
 
คำถามทุกแนวต่างถูกรวบรวมมาไว้ในเจ้าปึกกระดาษปึกโต ตั้งแต่ง่ายแสนง่าย ที่ใช้เพียงวิจารณญาณสามัญก็ตอบได้ หรือจะเป็นเรื่องที่แม้จะเป็นในสายอาชีพนั้นๆเอง ยังลังเลที่จะตอบ
 
 
แต่ว่าเรื่องนั้นกลับไม่น่าหนักใจเท่ากับการไม่ได้จัดหมวดหมู่ของคำถาม คำถามแต่ละแนว ความยากแต่ละระดับ เอามาตีรวมคละๆกัน เห็นแบบนี้แล้ว ใครมาทำก็คงไม่รู้จะเริ่มทำจากตรงไหนดี คงต้องอ่านไปเรื่อยๆ อย่างเสียเวลาเท่านั้น
 
 
แต่นั้นกลับไม่ได้เป็นปัญหากับเซ็นเท่าไรนัก แถมบางข้อทำไปยังแอบหัวเราะไปด้วย จนชาลอฟอดไม่ได้ที่จะเหลือบขึ้นมามองอย่างสงสัย เนื่องจากข้อสอบนั้นขนาดผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักปราชญ์ที่รอบรู้ที่สุด ยังไม่สามารถแก้โจทย์ได้ทั้งหมด ซึ่งถ้าทำติดกัน10 ข้อ ก็ต้องมีอย่างน้อยสักข้อสองข้อที่ทำไม่ได้
 
 
“ปี้~ ปี้ เสียงร้องเบาๆดังขึ้นมาจากตักของเซ็น ทำเอาเจ้าตัวชะงักจากข้อสอบไปชั่วครู่ ก่อนจะก้มลงมาทักเจ้าม้าสีฟ้าที่ตายังไม่ทันลืม ก็ร้องเรียกเขาซะแล้ว
 
 
“ตื่นแล้วเหรอ รอแปบนะ อีกเดียวก็เสร็จ” เซ็นตอบพรางหัวเราะหน่อยๆ เมื่อคูลเอาหัวเขามาถูอ้อนให้เซ็นลูบหัว
 
 
“อย่าดื้อ เป็นเด็กดี พี่คาร์ร่ามาแล้วจะแบ่งขนมให้กิน” เซ็นว่าจบ ก็จรดปากกาเขียนต่อ โดยมีคูลที่ตื่นแล้วบินเล่นอยู่รอบๆตัว ก่อนที่จะเปลี่ยนเป้าหมาย จนกลายเป็นชาลอฟซะอีกที่ดูจะรำคาญ
 
 
จะไม่ให้รำคาญได้อย่างไร...
 
 
ดูเหมือนว่าไอตัวเล็กนี้จะเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเขาแทนเจ้าของ แล้วพยายามที่จะก่อกวนเขาอยู่เรื่อย จนสมาธิแตกกระจายแทบอ่านหนังสือตรงหน้าไม่รู้เรื่อง
 
 
เดี๋ยวบินเข้ามาใกล้ชนิดรู้สึกถึงแรงลมที่กระพือเข้ามาโดนตัว ก่อนจะชิ่งออกไปไกลอย่างรวดเร็วชนิดที่อยากจะจับก็จับไม่ทัน พร้อมกับร้องอย่างมีความสุข เพราะดูเหมือนการดึงดูดความสนใจของคูลจะเป็นผลตามที่มันต้องการ จนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
 
 
ดูเหมือนว่าคราวนี้ฝ่ายที่เคยแต่จะไปปั่นหัวชาวบ้าน จะถูกปั่นหัวซะเองซะแล้ว แต่ว่าก่อนที่ความอดทนสุดท้ายของชายหนุ่มจะหมดไป...
 
 
“คูลมานี้ อย่าไปกวนท่านชาลอฟ” เซ็นที่เรียกคูลทั้งๆที่ตายังอยู่ที่กระดาษตรงหน้า มือยังคงเขียนไม่หยุด ที่ตอนนี้บินอยู่ข้างๆชาลอฟ พรางร้องเหมือกับว่าถูกขัดใจ
 
 
“ท่านชาลอฟไม่ว่างเล่นกับเจ้าหรอก เพราะฉะนั้นอย่าไปกวน ถ้ายังดื้ออีกคืนนี้จะให้ไปนอนกับซีฟา” คำขู่ที่ดูจะนิ่มๆ ไม่มีอำนาจใดในเสียงนั้นเลย กลับไปผลเกินคาด เมื่อตากลมโตสีฟ้านั้นคลอไปด้วยหยดน้ำตา ก่อนจะบินพุ่งเขามาหาเซ็นอย่างรวดเร็ว สี่เท้าเตะพื้นเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย แล้วเอาหัวไปถูกขาเซ็นอย่างออดอ้อน
 
 
เซ็นถอนหายใจเฮือก ก่อนะวางปากกาลงบนโต๊ะอย่างเบามือ แล้วหันไปอุ้มคูลขึ้นมาวางบนตักตามเดิม ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งลูบหัวมัน มืออีกข้างยกขึ้นมาเขียนต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
 
 
ชาลอฟที่เหลือบตาขึ้นมามองการแก้ปัญหาอย่างนิ้มๆของเซ็นก็อดที่จะทึ่งไม่ได้ แต่อีกใจก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าเจ้าตัวจงใจหรือเปล่า ที่ปล่อยให้คูลเข้ามากวนประสาทเขา แต่ดูอีกที การที่เด็กตัวเท่านี้จะตีหน้าซื่อได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่เพิ่งจะเล่นสงครามประสาท(ที่คิดเอาเองฝ่ายเดียว) ดูท่าว่าจะเป็นการเล่นละครที่เก่งเกินไปหน่อย
 
 
ครึ่งชั่วโมงที่ตกอยู่ในความเงียบ ระหว่างสิ่งมีชีวิต 3 ชีวิตก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อผู้ที่สมัครสอบคนแรกที่ผ่านการทดสอบก่อนหน้านี้ เดินเข้ามาในบริเวณโดมประชุม ด้วยสภาพที่ค่อนข้างโทรม จนเซ็นอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าจริงๆแล้ว การทดสอบรอบแรกนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
 
 
ชายหนุ่มที่เห็นว่าในที่สุด หลังจากรอมาเกือบจะชั่วโมง ก็มีผู้ทดสอบเข้ามาสักที ทำเอาเจ้าตัวยืนขึ้นบิดขี้เกียจที ก่อนจะเหยียดแขนข้างขวาออกจนสุด เพื่อเรียกเอาสื่อนำเวทย์ออกมา
 
 
ไม้คทายาวเกือบๆ 4 ฟุตปรากฏขึ้นในมือ ก่อนที่จะมีเสียงร่ายเวทย์ดังมาจากชายหนุ่ม เพียงไม่นานควันสีขาวก็พุ่งตรงผ่านร่างผู้ที่เพิ่งเข้ามา ก่อนจะไปออกันอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่นั้น
 
 
ร่างกายที่โทรมชนิดว่าถ้าไปบอกใครว่ามาสอบสายนักปราชญ์ก็คงไม่มีใครเชื่อ บัดนี้กลับมาเหมือนเดินทุกประการ รวมไปถึงความเหน็ดเหนื่อยและบาดแผลก็ดูเหมือนว่าจะหายไปด้วย นอกจากนี้สิ่งที่แปลกไปอีกอย่างคือดวงตาที่ดูเหมือนกับล่องลอย ไม่มีสติอยู่กับตัวเลย ทำเอาเซ็นต้องรีบกดคูลเอาไว้ เนื่องจากไอเวทย์ที่เข้มข้นเมื่อสักครู่นี้ ทำเอาคูลจะพุ่งเข้าไปหาอยู่รอมร่อ
 
 
...นั้นไม่ใช้อาหารนะ...
 
 
อยากจะบอกออกไป แต่สิ่งที่ปากหลุดออกไปกลับเป็นสิ่งที่สั่นกว่านั้น
 
 
“คูล” ดูเหมือนว่าการเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นๆห่วนๆ จะได้ผลกว่าการจับไว้เมื่อครู่ เนื่องจากเจ้าม้าตัวน้อยยอมที่จะอยู่เฉยๆแล้ว แม้ว่าตาจะยังจ้องไปยังเจ้ากลุ่มควันสีขาวนั้นก็ตาม
 
 
ร่างของผู้สมัครฯ ยังคงยืนอยู่ที่เดิม จนกระทั้งชาลอฟเสกเอาเก้าอีกขึ้นและโต๊ะยาวขึ้นมาอีกหลายตัว เด็กหนุ่มจึงเริ่มที่จะขยับตัวอีกครั้ง ไปที่เก้าอี้นั้น ก่อนจะนั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ราวกับคนที่หลับไป
 
 
เพียงไม่นานก็มีผู้สมัครคนอื่นๆ เดินเข้ามา แต่สภาพก็ไม่ต่างอะไรกับคนแรกนัก คือทันทีที่ผ่านหมอกควันนั้นมา ก็จะเดินตรงไปนั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะ
 
 
หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาเซ็นจึงทำข้อสอบเสร็จ ซึ่งกว่าจะเสร็จก็เล่นทำเอาเซ็นปวดมือไปเหมือนกัน เพราะต้องเขียนติดต่อกันกว่าชั่วโมง โดยเฉพาะที่บางคำถามมีคำตอบเยอะมากจนเซ็นตัดสินใจแถบไม่ถูกว่าจะตัดอะไรทิ้งดี
 
 
คูลที่เหมือนจะรู้ ว่าในที่สุดเจ้านายตัวเองก็ว่างมาเล่นกับตนแล้วถึงกับสะบัดปีกพึบพับ บินรอบเซ็นอย่างดีใจ จนเซ็นอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
 
 
“สบายใจขนาดนี้มั่นใจหรือว่าจะผ่าน” ชาลอฟที่เห็นปฏิกิริยาของคูลก็พอจะเดาออกว่าเซ็นคงเสร็จแล้ว เลยถามขึ้น
 
 
“คำถามเมื่อกี้จำเป็นต้องตอบไหมครับ คือข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมั่นใจหรือเปล่า ไม่เคยคิดเรื่องนั้น” คำตอบของเซ็นทำเอาอีกคนอึ้ง ไม่ใช่อึ้งที่คำตอบ แต่อึ้งที่หน้าตาของเซ็นที่คิดหาคำตอบอย่างจริงจัง จนจะโมโหก็โมโหไม่ขึ้น ทั้งๆที่คำตอบนั้นเกือบๆจะเป็นการดูถูกคนถามไปแล้ว
 
 
“ช่างเถอะ ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับการสอบอยู่ดี” ชาลอฟพูดอย่างเริ่มปลงกับชีวิต
 
 
ไม่ว่าเขาจะปล่อยแรงกดดัน หรือพยายามที่จะป่วนเจ้าเด็กตรงหน้านี้ ดูเหมือนว่าจะทำไม่ได้ซักอย่าง ถ้าไม่เพราะว่าซื่อจนเกิดไป อาจจะเรียกได้ว่าเจ้าเล่ห์อย่างเหนือชั้นเชียวละ
 
 
หลังจากจบการปะทะคารมที่ไม่สามารถสร้างผลอะไรได้นั้น ชาลอฟก็ส่งเวทย์เข้าไปอีกบทที่เจ้าปึกกระดาษอย่างหน้าตรงหน้าเซ็น แสงเรืองๆ บางเบาจนแทบไม่สังเกตเห็นปรากฏขึ้นตรงหน้า ก่อนจะลอยเข้ามาในมือของผู้ที่ร่ายเวทย์และทันทีที่เจ้ากระดาษปึกโตนั้นสัมผัสกับมือของอีกฝ่าย
 
 
ภูติตัวเล็กที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าแทนที่เจ้ากระดาษปึกหนาที่ทำเอาเซ็นปวดข้อมือไปเหมือนกัน ก่อนจะโค้งให้กับชาลอฟที เป็นการเคารพเจ้านายในขั้นพื้นฐานของภูติที่ถูกฝึกมาอย่างดี
 
 
“ผลการทดสอบเป็นอย่างไร” ผู้เป็นนายถามเจ้าภูติสาวที่ตอนนี้ยืนหลับตาอยู่บนมือเพื่อเพ่งสมาธิไปยังข้อมมูลต่างๆที่ได้รับเข้ามา แต่ผู้ที่ตอบกลับเป็นภูติหนุ่มอีกตัวที่โผล่เข้ามาข้างหลังภูติสาวแล้วชิงตอบอย่างรวดเร็ว
 
 
“ตอบได้ถูกทุกข้อขอรับ” เสียงตอบอย่างรวดเร็วนั้นทำเอาผู้ที่ถูกเรียกใช้อยู่ก่อนนั้นถึงกับหงุดหงิด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
 
 
“อย่างนั้นรึ”
 
 
“จากจำนวนข้อสอบ 1,486 ข้อ มีการทำไป 45 ข้อ ซึ่งคำตอบที่ได้มาทั้งหมดถูกต้องเจ้าค่ะ” เสียงใสจากภูติสาวแก้ไขการรายงานผิดๆนั้น พร้อมกับอธิบายรายละเอียดใหม่ให้ผู้เป็นนาย ก่อนจะหันไปเขม่นภูติอีกตัวที่ยืนอยู่ด้านหลัง
 
 
“อืม...คัดเอา 45 ข้อนั้นออกมาให้ที”
 
 
“เจ้าค่ะ” รับคำจบ ก็เปลี่ยนร่างให้เป็นกระดาษอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเหลือเพียงไม่กี่แผ่นเท่านั้น
 
 
ชายหนุ่มเปิดดูคำถามและคำตอบทั้งหมดนั้นอย่างผ่านๆ ก่อนจะมาสิ้นสุดที่หน้าสุดท้าย พรางเปิดค้างไว้อย่างนั้น
 
 
ประกายตาแห่งความแปลกใจถูกฉายขึ้นมาบนใบหน้าเรียบเฉยนั้น ทำเอาเจ้าภูติหนุ่มอีกตัวถึงกับตาโต พรางบินเข้าไปเกาะที่บ่า แล้วร้องลั่น
 
 
“นายน้อยยิ้มแล้ว นายน้อยยิ้มแล้ว” เสียงร้องนั้นทำเอาเซ็นหันกลับไปจ้องหน้าของชาลอฟอย่างลืมมารยาท ก่อนจะต้องขมวดคิดเข้าหากันอย่างไม่แน่ใจนัก กับการตัดสินของเจ้าภูติหนุ่มที่ว่าเจ้านายตัวเองยิ้ม เพราะมองอย่างไร ใบหน้านั้นก็เรียบจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้อารมณ์อยู่แล้ว
 
 
“เงียบได้แล้วทามี” ชาลอฟว่าเสียงเรียบ ก่อนจะตบเจ้าภูติตัวนั้นหายไปจากบ่าเบาๆ แล้วหันมาทางเซ็น
 
 
“บอกได้ไหม จากจำนวนข้อสอบ พันกว่าที่ส่งให้เจ้าไปทำไมถึงเลือก 45 ข้อนี้ โดยเฉพาะคำถามนี้” ว่าพรางเปิดหน้าสุดท้าย แล้วชี้ไปที่แผ่นกระดาษที่มีคำถามและคำตอบที่เขียนเป็นรู้วงแหวนเวทย์อยู่
 
 
“เจ้าไปรู้เรื่องวงแหวนเวทย์ปลุกวิญญาณ ศาสตร์ลับต้องห้ามนี้มาจากไหนกัน” เสียงถามที่เย็นลง แต่ยังคงเจือไปด้วยความสนุกอะไรบางอย่างเอาไว้ ทำเอาเซ็นมองหน้าชาลอฟสลับกับคำตอบในแผ่นกระดาษเลยทีเดียว
 
 
“อาจารย์ที่สอนผมสมัยเด็ก ท่านสอนมา ท่านว่าให้ใช้บทนี้จะไม่มีผลกระทบต่อไอวิญญาณของสิ่งรอบข้าง และตัวผู้ใช้ เป็นการแลกเปลี่ยนที่สมดุลที่สุด” เซ็นตอบเสียงซื่อ ก่อนจะมองมาที่กระดาษอย่างงงๆ “หรือว่ามีปัญหาครับ”
 
 
“เปล่าๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร อย่างที่ทามีบอกนั้นแหละ เจ้าตอบถูกหมด เพียงแต่ที่เจ้าว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยนที่สมดุล แสดงว่าเจ้ารู้ว่ามันต้องบูชายันอะไรไปบ้าง ถึงจะใช้เวทย์บทนี้ได้ซินะ” ถามกลับพร้อมๆกับหัวเราะไปเบาๆกับความคิดของเซ็น
 
 
“ครับ”
 
 
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าพอจะบอกข้าได้ไหม ว่าสิ่งบริสุทธิ์ 8 อย่างที่ต้องแลกเปลี่ยนคืออะไร” ชาลอฟพยายามที่จะกดเสียงแห่งวามตื่นเต้นลงเอาไว้ให้ได้มาที่สุด พรางลุ้นระทึกกับคำตอบตรงหน้า เวทย์ปลุกวิญญาณ ศาสตร์ลับต้องห้าม บทเวทย์ที่หายสาบสูญไปตั้งแต่เมื่อ 200 ปีก่อน
 
 
“เอ๋~ สิ่งบริสุทธิ์ 8 อย่างนี้มันคืออะไรเหรอครับ” คำตอบที่มาพร้อมกับความสงสัยนั้น ทำเอาชาลอฟแทบล้ม ไหนบอกว่ารู้?
 
 
“ก็สิ่งแลกเปลี่ยนของการร่ายเวทย์ เจ้าไม่รู้หรือ” ชาลอฟถอนหายใจอย่างเซ็งๆ นั้นซิจะเอาอะไรกับเด็กที่อายุยังไม่ทัน 12
 
 
“ท่านอาจารย์ไม่เคยให้ใช้การบูชาของทั้ง 8 อย่าง แต่ว่าให้ใช้เลือดแทน”
 
 
“เจ้าหมายถึงการใช้เวทย์วงแหวนเลือด ผสานกับมัน แล้วสิ่งที่เจ้าแลกเปลี่ยนละ อย่าบอกนะว่าเจ้า...” ถามกลับอย่างทึ่งๆ ก่อนจะได้รับคำตอบที่แถบลมจับ
 
 
“ก็เลือดไงครับ กว่าจะเขียนเสร็จได้นี้เล่นหน้ามืดไปเหมือนกัน” ว่าพรางนึกไปถึงตอนที่เรียนวงแหวนเวทย์บทนี้ใหม่ๆ ทำเอาเขาหน้ามือเพราะเสียเลือดมากเกิน ดีที่วิญญาณที่เรียกออกมาเป็นหมอที่เก่งพอควร ไม่อย่างนั้นแย่แน่ๆ
 
 
หลังจากนั้น เขาก็โดนโซลสั่งห้ามไม่ให้ใช้เวทย์บทนี้เด็จขาดเลยทีเดียว ถึงมันจะไม่ต้องใช้เวทย์ก็ตาม แต่เสียเลือดทีละมากๆมันก็ไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไร
 
 
“ข้าเข้าใจแล้ว ว่าทำไมท่านอาจารย์ใหญ่ถึงอยากให้เจ้าเข้ามาเรียนที่นี้นัก” ชาลอฟพูดออกมาเบาๆ พรางยกมือขึ้นมากุมขมับ หลังจากที่เห็นหน้าตาเซ็นตอนพูดเรื่องคอบาดขาดตายนั้น
 
 
‘ให้ตาย เจ้าเด็กนี้คิดว่าต้องใช้เลือดเท่าไรกันถึงจะเขียนออกมาได้จบบท’ เสียงพิพาทดังขึ้นในใจนั้น ทำเอาชาลอฟไม่คิดจะถามอะไรต่อ
 
 
“เจ้าผ่านการคัดเลือกแล้ว ออกไปแจ้งให้พี่เจ้ารู้เถอะ” ชาลอฟออกปากไล่ ก่อนจะโบกมือเพียงครั้งควันหน้าหน้าประตูโดมก็แหวกทางออกให้ โดยที่คนพูดแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง
 
 
“ไม่เป็นไรนะครับ” เซ็นถามกลับไปอย่างเป็นห่วง ดูคนตรงหน้าจะเซๆ อย่างไรไม่รู้
 
 
“ปี้ ปี้” คูลเองก็ดูจะเป็นห่วงเหมือนกัน ในฐานะที่อุตสายอมเล่นด้วยกับเขาเกือบครึ่งชั่วโมง พรางจะบินเข้าไปดูใกล้ๆ ดีที่เซ็นจับหางเอาไว้ทัน ไม่อย่างนั้นเจ้าม้าน้อยนี้ได้ไปเลียหน้าฝ่ายตรงข้ามไปแล้ว
 
 
ชาลอฟเอาก็ได้แต่โบกมือปฏิเสธหย่อยๆ ก่อนจะยืดตัวขึ้นมาส่งยิ้มให้เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ
 
 
“เจ้าไปเถอะ ป่านนี้นางรอพวกเจ้านานแล้ว” ชาลอฟพูดขึ้นอีกครั้ง เซ็นจึงตัดใจยอมเดินออกไป
 
 
ชายหนุ่มได้แต่มองตามหลังไปจนลับสายตา พรางคิดวนเวียนเกี่ยวกับบทเวทย์ตรงหน้า ที่มีวงแหวนเวทย์เขียนอยู่ในกระดาษอย่างเหม่อลอย
 
 
เวทย์ปลุกวิญญาณ ถือเป็นเวทย์บทหนึ่งที่สร้างได้ยาก เนื่องจากต้องอาศัยพลังเวทย์ที่บริสุทธิ์ โดยไม่ผ่านการปรุงแต่งจากพลังของธาตุ ทำให้นักเวทย์ไม่สามารถใช้เวทย์ของตัวเองได้ จึงต้องทำการบูชาสิ่งบริสุทธิ์ทั้ง 8 อย่าง
 
 
แต่ถ้าหากมองในมุมกลับกัน การดึงกระแสของพลังออกมาจากเลือดโดยตรง ก็จะสามารถได้พลังที่บริสุทธิ์นั้นเหมือนกัน แต่ทว่า วงแหวงเวทย์ที่ถูกเขียนย่อลงในกระดาษนั้น หากนำมาเขียนจริง จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เล็กไปกว่า 3 เมตรเป็นอย่างต่ำ ขึ้นอยู่กับความสำคัญของดวงวิญญาณที่จะเรียก
 
 
ดังนั้น การใช้เวทย์วงแหวนเลือดในการอัญเชิญดวงวิญญาณจึงถือเป็นเรื่องที่เรียกว่าการฆ่าตัวตาย เพราะกฎตายตัวของเวทย์โลหิตนี้ คือห้ามผู้ใดละเมิดอาณาเขตของผู้ถือเวทย์เจ้าของโลหิตนั้น ไม่อย่างนั้นแล้ว ผลที่ตามมา คือการบูชายันด้วยวิญญาณของผู้ล่วงละเมิด
 
 
 
 
 
 
----------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
หลังจากที่เดินออกมาแล้ว ก็เจอกับคาร์ร่าที่ยืนกอดอกพิงกับส่วนของโดมรออยู่ แสงแดดจ้ายามบ่ายอ่อนๆนั้น ทำเอาคาร์ร่ายืนหลับตาเพื่อหนีแสงที่แรงจนเกินไป
 
 
และทันทีที่เห็นเป้าหมาย เซ็นก็พุ่งเข้าชาร์ตตัวคาร์ร่าที่ยืนหลับตาอยู่อย่างไม่ระวัง แต่ถึงอย่างนั้น ดูเหมือนว่าประสาทสัมผัสที่ดีเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะมีได้ ทำให้คาร์ร่าหันมรับกอดเซ็นได้ทัน ก่อนที่จะล้มลงไปทั้งคู่
 
 
“ทำได้หรือเปล่าเจ้าตัวยุ่ง” คาร์ร่าที่ถามออกมา ก่อนจะส่งมือไปขยี้หัวเซ็นเบาๆอย่างเอ็นดู
 
 
“ระดับไหนแล้วครับ น้องพี่ซะอย่าง” เซ็นว่า ก่อนจะชูหัวแม่โป้งขึ้นมา พร้อมๆกับเสียงร้องสนับสนุนจากคูลที่บินอยู่ใกล้ๆ
 
 
เสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ทำเอาผู้เฝ้าสังเกตการณ์หลายคนถึงกับมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ไม่ว่าจะการผ่านการคัดเลือกของเซ็น หรือเสียงหัวเราะของคาร์ร่า
 
 
 
 
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
มาแล้ว ตอนที่สอง (ใต้ปีกฯ แอบวิ่งหลบข้าวของต่างๆที่ปามา)

ใจเย็นก่อนทุกท่าน ที่อ่านมาแล้วอาจสงสัยว่า ทำไม(ไอ)เพื่อนๆ ของเซ็นถึงมีการทดสอบที่น่า(จะ)ตื่นเต้น

แต่พอมาถึงตัวเซ็นเองกลับได้แบบทดสอบที่เรียกว่า...สุดแสนจะธรรมดา เขียนตอบ

ใต้ปีกฯ ให้เหตุผลแรกเลยว่า เพราะเซ็นนั้นไม่สามารถใช้เวทย์ได้ 

แน่นอนว่าการเอาตัวเองไปอยู่ในที่ๆมีไอเวทย์เข้มข้นนั้นก็เสี่ยงมาพออยู่แล้ว 

ขืนมากกว่านี้ ใต้ปีกฯ อาจโดนทางครอบครัวเซ็นเขม่นเอาได้ (คาดว่าการรักษาตัวรอดเป็นยอดดี แต่อาจตายได้จากคนที่ติดตามอ่าน)

ประการที่สอง เนื่องมาจากว่า ท่านๆทั้งหลายจะเอาอะไรมากกับเด็กอายุ 11 ที่ยังไม่สามารถมีเวทย์มนตร์เป็นของตัวเองได้ 

ดังนั้นไม่ว่าจะอยากทดสอบอะไร ก็ต้องใช้เวทย์อยู่ดี  เพราะฉะนั้นใต้ปีกฯ จึงมาลงที่การใช้วิธีเขียน จึงดีที่สุด

พรุ่งนี้วันจันทร์ ของดการอัพน่าค่า


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 32 : บทที่ 31 บททดสอบสู่เส้นทางสายนักปราชญ์ (บทจบ) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4316 , โพส : 6 , Rating : 80% / 11 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 6 : ความคิดเห็นที่ 1396
มาช่วยแก้คำผิดค่า

"สั้น ๆ ห้วน ๆ" นะคะ
ไม่ใช่ "สั่น ๆ ห่วน ๆ"

อยู่ตรงที่รุ่นพี่ชาลอฟทดสอบผู้เข้ารอบคนแรกอ่ะคะ
เซ็นกำลังสั่งให้คูลอยู่นิ่ง ๆ ไม่พุ่งเข้าไปกินเวทย์นะคะ
PS.   เอาวันหยุดเค้าคืนมาน้า~~~ T T วันหยุดจ๋า~~ รอเค้าก่อนนะ
Name : lilacey < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ lilacey [ IP : 115.87.131.46 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มกราคม 2554 / 11:59
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1135
สามเมตร!!!!!!! โอ้ จะเป็นลม
PS.  อย่าอ่านนะ
Name : Ma-Praw < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ma-Praw [ IP : 124.122.2.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กันยายน 2553 / 08:01
# 4 : ความคิดเห็นที่ 768
โอยๆๆ ทำถูกหมดเลย เก่งมาก ไรเตอร์ก็เก่งหาทางออกในการแต่งได้แนวมากๆๆ
 ส่วนนี้คำผิดนะคะ
1.ก่อนะวางปากกา = ก่อนจะวางปากกา
2. นิ้มๆ = นิ่มๆ
3. จนเกิดไป = จนเกินไป
4. ข้อมมูล = ข้อมูล
5. เด็จขาด  = เด็ดขาด
6. อุตสา= อุตส่าห์
7.หย่อยๆ = หยอยๆ
8. หันมรับกอด = หันมารับกอด


Name : belljunior < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ belljunior [ IP : 124.122.223.49 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 / 12:59
# 3 : ความคิดเห็นที่ 555

ชาลอฟถูกป่วนซะเอง  ต่อไปต้องเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันคงสนุกไม่น้อย

Name : Mink_C < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 117.47.64.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2553 / 15:05
# 2 : ความคิดเห็นที่ 78
รีบๆมาอัพนะคะ  หุหุ  เป็นกำลังใจให้
PS.  เบื่ออออออออออ !!! วันๆก็เอาแต่เรียน เรียนไปก็เท่านั้น เรียนไปก็ลืม เฮ้อ
Name : คกคุง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คกคุง [ IP : 125.24.50.40 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 เมษายน 2552 / 01:03
# 1 : ความคิดเห็นที่ 77
อัพๆๆๆๆ


ชอบเซ็นจังเลยย


^___^
Name : อิอิ [ IP : 124.121.26.142 ]

วันที่: 27 เมษายน 2552 / 23:11
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android