คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล

ตอนที่ 4 : [RW] บทที่ 2 เหตุเกิดที่ตลาด และป่าศิลา


     อัพเดท 25 เม.ย. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, ความฮา, ครอบรัว, น่ารัก
ผู้แต่ง : ใต้ปีกสีน้ำเงิน ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ใต้ปีกสีน้ำเงิน
My.iD: https://my.dek-d.com/nanayimme
< Review/Vote > Rating : 97% [ 56 mem(s) ]
This month views : 48 Overall : 95,369
1,563 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 580 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 4 : [RW] บทที่ 2 เหตุเกิดที่ตลาด และป่าศิลา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5630 , โพส : 4 , Rating : 65% / 12 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ 2 เหตุเกิดที่ตลาด และป่าศิลา

 

…ตูม

 

แรงระเบิดของพลังเวทย์ทั้งสองฝ่ายนั้นรุนแรงจนร้านไม่คงสภาพเดิม เศษฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว จนไม่มีใครเห็นว่าในกลุ่มหมอกที่ฟุ้งกระจายอยู่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง คนที่รู้จักกับเด็กชายถึงกับหน้าซีดเมื่อเห็นเหตุการณ์ ส่วนพวกนักเลงต่างก็หนีเตลิดไปเพราะกลัวความผิด

 

เพียส และรูฟที่เดินย้อนกลับมาเพื่อมาลาเซ็นเจอเข้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด จะวิ่งเข้าไปช่วยก็ไม่ทันแล้ว ทั้งคู่รีบร่ายเวทย์ลมเพื่อพัดเอาเศษฝุ่นที่ปลิวว่อนอยู่นี้ออกไปเพื่อที่จะได้เห็นความเป็นไปในกลุ่มหมอกนั้น แต่สิ่งที่ปรากฏเห็นนั้นกลับทำให้ทุกคนต้องแปลกใจ

 

เมื่อเด็กชายที่ทุกคนต่างคาดว่าต้องตายไปแล้วกลับไปเป็นอะไรเลย ตามตัวไม่มีริ้วรอยของอาการบาดเจ็บใดๆให้เห็น มีเพียงร่างไร้สติที่นอนอยู่ตรงพื้นบริเวณนั้น กลับเกราะสีทองโปร่งใสที่คลุมตัวของเด็กชายเอาไว้อยู่ และแตกสลายไปเป็นประกายแสง

 

ผู้คนต่างรุมเข้าไปดูอาการของเด็กชาย ว่ายังมีลมหายใจอยู่ไหม และสิ่งที่ได้กลับมาเป็นคำตอบก็ไม่ทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง เมื่อเด็กชายยังคงหายใจอยู่ และเพียงแค่สลบไปเท่านั้นไปเท่านั้น

 

บริเวณโดยรอบที่ไม่ได้อยู่ในเกราะสีฟ้าถูกพังราบ มีเพียงกระเป๋าหนังสีน้ำตาลของเด็กชายเท่านั้นที่ยังคงรูปอยู่ ทั้งเพียสและรูฟเดินเข้าไปประคองเด็กชายขึ้นมา เพื่อจะเอาไปส่งที่บ้าน แต่เมื่อพลิกตัวขึ้นมาสิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนของเซ็นแทนที่จะเป็นไข่ใบโตกลับเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเมือกสีเขียวเกาะอยู่ตามตัวเต็มไปหมด

 

------------------------------------------

 

“ต้องขอบคุณพวกท่านมาก ที่อุตสาห์เอาเซ็นมาส่งถึงที่นี้”

 

‘เสียงของพ่อนี้น่า พ่อขอบคุณใคร’

 

“ไม่เป็นไรครับ ยังไงก็ต้องช่วยกันไว้ก่อน”

 

‘แล้วนี้เสียงใคร คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยิน’

 

“ยังไงก็ต้องขอขอบคุณจริงๆ คาร์ร่าพ่อฝากน้องไว้หน่อย เดี๋ยวพ่อไปส่งแขกกับท่านผู้เฒ่าแล้วก็สองคนนี้ก่อนแล้วพ่อจะรีบกลับมา”

 

“พรุ่งนี้จะมาใหม่น่ะครับ/ค่ะ”

 

‘เอ๊ะ...เสียงวีเทียร์ ซีฟา แล้วท่านผู้เฒ่ามาบ้านด้วยเหรอ แล้วแขกที่ว่านี่ล่ะ ใครกัน’

 

“ค่ะ”

 

‘แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงรู้สึกว่าร่างกายมันหนักๆ...อืม...ใช่แล้ว....ที่ตลาดมันเกิดระเบิดเวทย์นี้น่า แล้วจากนั้น...ไข่...ใช่แล้ว คูล คูลอยู่ที่ไหนๆ’

 

“เซ็น...เซ็น ได้ยินเสียงพี่ไหม เซ็น” เสียใสๆเรียกน้องชาย เมื่อหันมาเห็นว่าเริ่มมีอาการรู้สึกตัว

 

เด็กชายเรือนผมสีน้ำเงินลืมตาตื่นขึ้นมาในที่ๆตัวเองคุ้นเคย สิ่งแรกที่นัยน์ตาสีดำสบไปเห็นคือแววตากลมโตสีฟ้าสดใสที่จ้องลงมาในระยะประชิด เมื่อแบนสายตาออกไปก็เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้จ้องมองตัวเองอยู่ เซ็นขยับตัวลุกขึ้นนั่งโดยมีเคียรร์ร่าช่วยพยุง เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้านั้นเหมือนรู้หน้าที่ กระพือปีกที่อยู่บนหลังนั้นเบาๆ บินย้ายที่มานอนที่ตักเด็กชาย

 

“คูลล่ะครับ...แล้วนี้มันตัวอะไร”เซ็นเงยหน้าถามพี่สาวที่ตอนนี้มานั่งอยู่บนเตียงข้างตัวเซ็น

 

ม้าน้อยสีฟ้าอ่อน ตัวใหญ่ประมาณสองฝ่ามือ บนหลังมีปีกขนาดเล็กสีเดียวกับลำตัวกำลังกระพือปีกอยู่เบา พวงหางสีขาวปลายเป็นสีน้ำเงิน ขาทั้งสี่ข้างมีสีขาวสะอาด มันโดนยกตัวขึ้นมาเสมอระดับตาของเจ้าของตักที่มันหนุนอยู่ นัยน์ตาสีฟ้าสดใสนั้นจ้องมองกลับมา ก่อนที่จะร้องออกมาอย่างอารมณ์ดี

 

“คูล...เจ้าเอามันไปด้วยเหรอ พี่เห็นแต่ตัวที่เราถือไว้นั้นและมากับเรา ไม่ยอมออกห่างไปไหน ตามตัวก็มีเมือกสีเขียวติดเต็มไปหมด จนท่านผู้เฒ่ามาตรวจให้นั้นแหละถึงยอมให้พี่เอาออกไปเช็ดทำความสะอาด พอเสร็จปุบก็เกาะติดเจ้า ไม่ยอมไปไหน”

 

“......” เซ็นจ้องตาสีฟ้าสดใสของมันเขม็ง คาร์ร่ามองน้องที่เริ่มพุ่งความสนใจไปอยู่ที่เจ้าตัวเล็กตรงหน้า ก็ลุกเดินไปรินน้ำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมาให้

 

“จะใช่คูลรึเปล่าน่า” เซ็นที่บ่นเบาๆ พลางมองอย่างสำรวจเจ้าสัตว์แปลกใหม่ตรงหน้า

 

“ปี้ ปี้” เจ้ามาตัวน้อยรีบร้องรับ ก่อนที่จะพยักหน้าแล้วสะบัดปีกพึบๆเป็นการยืนยัน จนเด็กชายต้องขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้ได้ติดใจสงสัย กลับปักใจเชื่อด้วยซ้ำ

 

คาร์ร่าเดินกลับมา ไม่เห็นอาการซึมของน้อง ก็ไม่อยากจะถามเรื่องคูลมากนัก เพราะเป็นที่รู้กันว่าเซ็นหวงไข่ใบโตนั้นขนาดไหน เฝ้ารอขนาดไหนที่จะให้ไข่ฟักเป็นตัว ‘ดีแล้วที่คิดว่าเจ้าม้าน้อยสีฟ้าตัวนี้เป็นคูล ว่าแต่มันเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย ม้ามีปีกเหมือนเคยเห็นที่ไหน’

 

“เซ็น พี่ว่าเรากินนี้ก่อนดีกว่า พี่เพิ่งต้มเสร็จเมื่อกี้นี้เอง” คาร์ร่าว่ายืนแก้วกระเบื้องที่ควันยังลอยกรุ่นอยู่ปากแก้ว

 

“เกิดอะไรขึ้นครับ” เซ็นวางเจ้าตัวเล็กลงบนตักเพื่อที่จะรับแก้วกระเบื้องมา ก่อนที่จะถามออกไป

 

“พวกนักเวทย์ชั้นต่ำจากเมืองข้างๆกับพวกของลูกชายตระกูลคราวมันผิดใจกัน ก็เลยมีเรื่อง แล้วทั้งสองฝ่ายดันร่ายเวทย์ชั้นสูงที่ตัวเองยังควบคุมไม่ได้ เลยเกิดระเบิดขึ้น ตอนนี้ท่านผู้เฒ่ากำลังกลับไปจัดการให้อยู่”

 

“แล้วข้ามาที่นี้ได้ยังไงครับ ก็จำได้ว่า...”

 

“ก็เพียสกับรูฟพาเจ้ามาส่งที่บ้าน ตอนมาถึงใหม่ๆ เล่นเอาตกอกตกใจกันหมด นึกว่าเป็นอะไร”

 

“พี่รู้จักกับทั้งสองคนนี้ด้วยหรือครับ”

 

“อืม...จะว่าไปก็ไม่เชิง เป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกันใช้คำนั้นจะเหมาะกว่า แถมสองคนยังเป็นคนที่ค่อนข้างเด่นอีกด้วย”

 

“พี่...ข้าถามอะไรเกี่ยวกับสองคนนั้นหน่อยได้ไหม”

 

“เอาซิ ถ้าตอบได้พี่จะตอบ” คาร์ร่าว่าพลางหยิบแก้วที่เซ็นกินหมดแล้วขึ้นมา

 

“ท่านเพียสนี่ ใช่เจ้าชายองค์ปัจจุบันรึเปล่าครับ เห็นตอนที่แนะนำตัว ชื่อตระกูลเขาคุ้นๆอย่างไรไม่รู้”

 

“อืม...ใช่ เจ้านั้นเป็นเจ้าชายองค์โตขององค์ราชาองค์ปัจจุบัน” คาร์ร่าพูดอย่างนึกขำ

 

“ดูพี่จะสนิทกับท่านเพียส เห็นเรียกว่าเจ้านั้น” เซ็นพูด ก่อนที่จะถูกพี่สาวผลักตัวลงนอน

 

“ก็เคยร่วมงานมาด้วยกันหลายครั้ง แต่น่าแปลกที่โรงเรียนไม่ยักจะมีใครรู้ว่าหมอนั้นเป็นใคร” คาร์ร่าตอบกลับไป แต่ดูเหมือนประโยคหลังจะบ่นกับตัวเองมากกว่า

 

“นอนได้แล้ว พรุ่งนี้พี่จะมาปลุก พักผ่อนเยอะๆ วันนี้ที่ตลาดเกิดเรื่องยุ่ง พรุ่งที่บ้านเราคงได้ยุ่งกันใหญ่” คาร์ร่าว่าพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้น้องชาย ก่อนที่จะพึมพำเวทย์สองคำ แล้วไฟทั้งห้องก็ดับลง แล้วจึงเดินออกจากห้องไป

 

“วันนี้ช่างเป็นหนึ่งวันที่ยาวนานเหลือเกิน ว่าไหมคูล” เสียงของเซ็นดังขึ้นเบาๆข้างตัวเจ้าม้าสีฟ้านั้น

 

“ปี้ ปี้” เสียงตอบรับที่แม้จะไม่ใช่ภาษาเดียวกัน แต่ก็เรียกรอยยิ้มของเด็กชายผมฟ้าได้ เสียงรอคอยมานานถึง11ปี ตอนนี้ได้ยินแล้ว

 

---------------------------------------------------------------------

 

สายลมเอื่อยๆยามเช้า พัดเอากลิ่นหอมของดอกไม้ที่ปลูกไว้ข้างบ้านไม้สองชั้นฟุ้งกระจายไปทั่ว เสียนกร้องขับขานไปทั่วบริเวณยิ่งทำให้บริเวณบ้านหลังน้อยนี้เหมือนสวรรค์ขนาดย่อม ต้นหญ้าสีเขียวอ่อนที่ขึ้นอยู่โดยรอบบริเวณบ้านต่างพากันพลัดใบโดยที่เจ้าของไม่ต้องไปตัดดังเช่นต้นหญ้าทั่วไป หากแต่ก็ต้องแลกกับการดูแลเอาใจใส่รักษาเป็นพิเศษ

 

ถัดขึ้นไปชั้นสอง เด็กชายผมสีน้ำเงินที่หลับอยู่บนเตียงอย่างสบาย ก็เป็นอันต้องตื่นเมื่อ มีเสียงโหวกเหวกดังมากขึ้นจนมันทำให้เขาหลับต่อไม่ได้ และมันก็ไม่มีท่าที่จะหยุดลงในเร็วๆนี้ด้วย

 

เด็กชายดันตัวขึ้นมาจากเตียงอย่างช้าๆ ทำให้เจ้าม้าตัวน้อยสีฟ้าที่ยังไม่อยากที่จะตื่นมุดตัวเข้าไปซุกเด็กชายเพื่อหาที่อบอุ่น และเมื่อได้ตื่นเต็มตา ภาพตรงหน้าทำให้เด็กชายต้องงงกับบุคคลต่างๆที่อยู่ในห้องเขาเต็มไปหมด

 

ห้องเล็กที่กันมาจากห้องของพ่อเขาอีกที ตอนนี้แน่นไปด้วยผู้คนที่มาเยี่ยมเด็กชาย

 

“เฮ้ยดูซิเจ้าหนูมันตื่นแล้ว” เสียงจากพ่อค้าคนหนึ่งที่เซ็นจำได้ว่านัดมารับของเมื่อวาน แต่พอดีเกิดเรื่องขึ้นก่อนจึงยังไม่ได้เอาของไป

 

“เป็นยังไงบ้าง เมื่อวานได้ยินข่าวมาว่าไปเดินเล่นกลางวงเขาตีกัน ใจกล้าจริงๆ” เสียงจากหญิงสาวเพื่อนบ้านที่เคยเป็นคู่ซ้อมดาบให้เด็กชายดังมาจากอีกฝั่ง

 

............................................................

.................................................

....................................

.........................

............

....

 

เสียงพูดคุยที่ไม่เปิดโอกาสให้เด็กชายได้โต้ตอบกลับไปเริ่มทำให้เจ้าตัวมึนๆ จนเจ้าตัวเริ่มหาทางที่จะชิ่งหนี ซึ่งถ้าเป็นปกติคงหนีเข้าบ้าน ถ้ามาในบ้านคงหนีขึ้นมาที่ห้องนอน แต่หนนี้บุกถึงห้องนอนจะให้เขาชิ่งไปไหนเนี่ย แต่ยังไม่ทันที่เซ็นจะได้ขยับตัวไปไหน ตัวช่วยที่เขาหาอยู่ก็ปรากฏตัวขึ้นพอดี

 

“ขอโทษครับ” เสียงระดับปกติจากโซลดูท่าว่าจะไม่เป็นผลเมื่อทุกอย่างยังคนเหมือนเดิม

 

“ขอโทษครับ” เสียงที่ดังมากขึ้นกว่าเดิม เริ่มมีคนที่จะสนใจและหลีกทางให้แต่ก็ยังเป็นส่วนน้อย ที่เด็กชายให้คำจำกัดความว่าน้อยที่สุด

 

“ขอโทษครับ” คราวนี้ได้ผล ทุกคนหันไปดูเจ้าของเสียง และตอนนั้นเอง “เฮ้ย~ ”เสียงจากผู้เป็นบิดาดังได้แค่นั้น ก่อนที่จะหายไปกับหมู่สาวใหญ่สาวเล็กที่ลากตัวพ่อเขาไปไหนไม่รู้ เด็กชายได้แต่กุมขมับ เป็นอย่างนี้ทุกทีที่พ่อเข้าออกที่สาธารณะ จะขัดขืนพวกนางก็ไม่ได้ เพราะพ่อเขาทำผู้หญิงไม่ลง แต่เอ๊ะ! อย่างนี้จะเรียกที่สาธารณะได้ไง ก็นี้มันบ้านเขานี้น่า

 

และเพียงไม่นานที่พ่อเขาหายตัวไป โซลกลับมาพร้อมกับเด็กสาวที่ทุกคนเห็นก็ต้องหลีกทางให้เนื่องจากรู้ฤทธิ์ของคุณเธอดีถ้ามีใครสักคนไปขัดใจ ข้างหลังมีเด็กหญิงผมสีชมพู กับเด็กชายผมสีน้ำตาลเดินตามมา

 

“ขอร้อง ช่วยออกไปรอข้างนอกบ้านก่อนได้ไหมค่ะ”เสียงหวานๆที่ออกมาจากปากบางของคาร์ร่านั้นไม่รู้ทำไมทุกคนถึงคิดและตระนักเป็นเสียงเดียวกัน ‘ข้อร้องกับข่มขู่มันต่างกันเพียงการออกเสียงและสะกดจริงๆ’

 

เมื่อทุกคนออกไปจนหมดคาร์ร่าก็หันมามองผู้ที่เธอไหว้วานให้ดูแลน้องระหว่างที่เธอเดินออกไปดูเรื่องอาหารเช้า

 

“พ่อไม่ผิด แค่ออกไปเอายามาให้เซ็นเท่านั้นเอง พอกลับมาก็...เป็นอย่างนี้แล้ว” โซลกลืนน้ำลายเข้าไปอึกก่อนที่จะตอบต่อเสียงแผ่ว

 

“แต่ว่าพ่อเป็นเจ้าบ้าน ทำไม...” คาร์ร่าที่ตั้งใจจะใส่เต็มที่ ก็ต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอเมื่อถูกเซ็นขัดเอาไว้

 

“ช่างเถอะครับพี่ ว่าแต่หิวแล้ว เราลงไปหาอะไรกินข้างล่างดีกว่า” เซ็นตัดบทก่อนที่จะดันหลังพี่ กับพ่อออกจากห้องไป โดยที่ไม่ลืมหันมาขอบใจซีฟา กับ วีเทียร์ ที่อุตสาห์วิ่งไปหาพี่ เพื่อให้กลับมาช่วยเขาได้ทันเวลา (ก่อนจะมึนตาย แทนโดนระเบิดตาย)

 

หลังจากจบอาหารเช้า ความวุ่นวายอย่างที่คาร์ร่าบอกเอาไว้ก็มาถึง ทั้งพวกพ่อค้า แม่ค้า ที่มาเยี่ยมเขาถึงบ้าน ไหนจะพวกที่มาเอาของที่สั่งเอาไว้ แล้วยังจะมีพวกเพื่อนบ้านอีก พอตกเย็นคนเริ่มซา แต่เรื่องไม่ได้ซาไปด้วย เพราะท่านผู้เฒ่าพาพวกของโมกา (ลูกชายคนเดียวของตระกูลคราว) ที่ก่อเรื่องที่ตลาดมาพิพากษาที่บ้านเขา

 

แต่ทว่าเมื่อความซวยวิ่งเข้ามาหาแล้ว มันมักจะมาเป็นคู่เสมอ เพราะท่านผู้เฒ่าพาพวกของโมกามาพิพากษาที่บ้านเขา เนื่องจากว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เซ็นคือผู้ที่ได้รับความเสียหายมาที่สุด

 

บทสรุปของการพิพากษาเล่นเอาเซ็นปวดหัวเป็นรอบที่ร้อยแปดของวัน เนื่องจากคำประกาศิตจากคาร์ร่า...

 

“พวกเจ้าจะต้องเก็บสมุนไพรให้เซ็นจนกว่าเซ็นจะอาการหายเป็นปกติ” สิ้นเสียงประกาศบทลงโทษ เสียงประท้วงก็ดังขึ้นมาทันที แต่มันก็ไม่ได้จากคนที่ถูกลงโทษ

 

“ท่านผู้เฒ่า เปลี่ยนคำลงโทษเถอะครับ” เซ็นรีบพูดเมื่อได้ยินคำตัดสิน

 

“ทำไมล่ะ งานนี้เจ้าเป็นผู้เสียหาย ก็สมควรที่เจ้าพวกนั้นจะชดใช้” ชายสูงวัยหันมาถามอย่างแสร้งไม่รู้ทำตอบ

 

“ข้ารู้ว่าท่านรู้เหตุผล เพียงแต่ท่านก็ยังเลือกที่จะให้เป็นแบบนั้น”เซ็นว่าอย่างเคืองๆ

 

“ไม่ต้องมาให้ความเห็นใจ พวกข้า ไม่ต้องการ”โมกาพูดขึ้นเสียงดัง แล้วจ้องไปที่เซ็นเขม็ง

 

“เซ็นเจ้าจะไปขัดท่านผู้เฒ่าทำไม ขนาดตัวพวกนั้นเองยังไม่ขัดข้องเลย” ซีฟาหนึ่งในสองเพื่อนสนิทของเด็กชายพูดทั้งที่ยังรักษารอยยิ้มกวนๆได้อย่างตลอดเวลา

 

“แต่...”

 

“ไม่มีแต่ กฎก็คือกฎ ใครผู้ใดที่ทำให้ผู้อื่นต้องเสียหาย คนนั้นๆจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ผู้ถูกกระทำเสียไป และในกรณีของเจ้า เจ้าพวกนี้ทำให้เจ้าเข้าไปเก็บสมุนไพรไม่ได้ จึงต้องให้พวกนี้ทำแทน” ท่านผู้เฒ่าหันไปบอกน้ำเสียงอ่อยโยน ก่อนที่จะกลับมาจริงจัง “แล้วเจ้าคิดว่า เวลานานเท่าไร ที่เจ้าจึงจะหาย”

 

เซ็นหันไปมองพี่สาว แค่เห็นหน้าก็รู้ ว่าจนกว่าพี่จะกลับไปเรียน ซึ่งก็อีกสามอาทิตย์ เขาคงไม่ได้เข้าป่าไปเก็บสมุนไพรแน่ๆ “พรุ่งนี้ครับ ข้าจะหายให้ทันวันพรุ่งนี้” เซ็นประกาศกร้าว

 

คาร์ร่าที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นาน เดินเข้ามาหาน้องชาย ก่อนที่เซ็นจะได้ทำอะไรเซ็นก็วูบไปซะก่อน โซลรับเซ็นมาจากคาร์ร่า ก่อนที่จะพาเข้าไปในตัวบ้าน

 

ทางด้านคาร์ร่า หลังจากที่โซลได้พาเซ็นเข้าไปแล้ว เธอก็หันหน้ามาประจันกับพวกนักเลง “ไม่ว่าจะหายทันวันพรุ่งนี้หรือไม่ ฉันไม่รู้ แต่ที่รู้คือ เซ็นจะต้องไปเก็บของตามในรายชื่อนี้ ทุกสองอาทิตย์ ซึ่งนั้นก็คืออาทิตย์นี้ และพวกนายทุกคนก็ต้องหาพวกมันมาให้ได้ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม ฉันให้เวลาตั้งแต่วันนี้จนถึงอีกสามสัปดาห์ให้หลัง ส่วนสถานที่ๆเซ็นไปทุกครั้งคือป่าด้านหลังพวกนาย แล้วเจอกันที่โรงเรียน” คาร์ร่าพูดจบก็ยืนแผ่นกระดาษไปให้พวกโมกา

 

เมื่อพวกโมกาได้ยินชื่อสถานที่ถึงกับหน้าถอดสี ไม่คิดว่าสถานที่จะเป็นที่ๆทุกคนพยายามที่จะหลีกเลี่ยงมากที่สุด “ป่าศิลา”

 

-------------------------------------------------------------

 

เช้าของวันรุ่งขึ้นมาเยือนอย่างรวดเร็ว เซ็นตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวเล็กน้อย เนื่องมาจากเรื่องเมื่อวานคิดแล้วยังหงุดหงิด ‘พูดกันดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องใช้ยากันเลย’

 

เมื่อคืนคาร์ร่าที่เดินเข้ามาเล่นปาผงนิทราใส่หน้าโดยยังไม่ทันตั้งตัว แล้วยังใช้ในขนาดที่ล้มมังกรได้ทั้งตัวขนาดนั้น ถึงเป็นเขาที่ต่อต้านยาพิษต่างๆได้ก็ต้องล้ม อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

 

“ตื่นแล้วเหรอ พี่นึกว่าเราจะหลับไปอีกสองอาทิตย์ซะอีก” คาร์ร่าที่เดินเข้ามาดูอาการน้องชายเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ พร้อมนั่งลงที่ข้างๆเตียง เซ็นขยับตัวหนีทันทีที่คาร์ร่านั่งลงบนเตียง จนเด็กสาวยิ้มน้อยๆกับอาการน้อยใจไม่เข้าเรื่องของน้องชาย

 

“ขี้งอนจริง เป็นผู้หญิงรึไง” คาร์ร่าว่าพลางยิ้มขำๆ

 

“ข้าซิต้องถาม คิดยังไงเอายาแรงขนาดนั้นให้น้องตัวเอง ดีที่ติดยาต้านไว้ที่ตัว ไม่อย่างนั้นได้หลับไปสองอาทิตย์จริงๆแน่” เซ็นว่าอย่างโมโห

 

“ก็พี่ไม่อยากให้เราขัดคำตัดสินนี้น่า ท่านผู้เฒ่าก็บอกแล้วว่ากฎคือกฎ” คาร์ร่าว่าเสียงเศร้าจนเซ็นเริ่มใจอ่อน

 

“แต่พี่ก็รู้ว่าข้าเพิ่งจะไปเก็บสมุนไพรมายังไม่ถึงเดือน แล้วครั้งหนึ่งก็ใช้ได้ตั้งสามสี่เดือน กว่าที่จะหมด แล้วจะไปลงโทษเขาทำไม” เซ็นว่าเสียงอ่อนอธิบายให้พี่ฟัง

 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงเจ้าพวกนั้นก็ต้องได้รับบทเรียนบ้าง”

 

“พูดอย่างนี้คงสั่งการไปแล้วเรียบร้อยล่ะซิ” เซ็นหันไปมองหน้าพี่ที่ยิ้มรับอย่างหน้าชื่นตาบาน ‘ให้ตาย ทั้งพี่ทั้งพ่อ พอๆกัน หน้ากากซาตานชัดๆ ยิ้มๆซ้อนความโหด’ เซ็นได้แต่ปลง

 

“เอาไว้วันนี้จะไปบอกโลฟว่าอย่าเล่นเจ้าพวกนั้นให้ถึงตายล่ะกัน” เซ็นบอกกับพี่สาว ที่จริงเขาก็เข้าใจจุดประสงค์ของท่านผู้เฒ่าที่ยังอยากจะรักษาชีวิตของเจ้าพวกนั้นเอาไว้จึงเลือกวิธีนี้ เพราะถ้ามาถึงมือพ่อกับพี่ล่ะก็....

 

“เอาเถอะ จะยังไงพี่ก็ไม่ขัดอยู่แล้ว” คาร์ร่าว่าอย่างอารมณ์ดี จนเซ็นเริ่มสงสัยแล้วว่าหลัวจากที่เขาสลบไป พี่ไปสั่งอะไรแปลกๆเพิ่มรึเปล่า “ยังไงนี้ก็สายมากแล้ว ก็รีบไปอาบน้ำได้แล้ว หรือว่า อยากอาบน้ำกับพี่ เราไม่ได้อาบน้ำด้วยกันมานานแล้วน่า” คาร์ร่าว่าพลางจะทำอย่างที่พูดจริงๆ จนเซ็นรีบกระโดดลงจากเตียงเข้าห้องน้ำโดยที่ไม่ต้องให้พูดอีกเป็นหนที่สอง

 

“เร็วๆนะ พี่จะรออยู่ข้างล่าง” คาร์ร่าตะโกนบอกน้อง ก่อนที่ตัวเองจะเดินออกไป

 

เมื่ออาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ กำลังจะเก็บที่นอน ตาก็เหลือบไปเห็นคูลที่นอนซุกอยู่ตรงหมอนหนุนนอนหายใจหอบอยู่ ปีกเล็กๆกลางหลังที่จะกระพืออยู่เบาๆตลอดเวลา ตอนนี้ตกลงมาอยู่ข้างลำตัว เซ็นรีบเข้าไปดูเจ้าม้าตัวน้อยที่เริ่มใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อสองวันก่อนเกือบๆ สิบเซ็น

 

‘อาการอ่อนเพลีย ขาดอาหาร แต่ว่าเราก็ให้อาหารแล้วนี้น่า หรือว่าจะต้องการอย่างอื่นอีก แต่เราก็ไม่เคยเจอสัตว์ชนิดใดที่เหมือนคูลด้วยซิ ไปถามพ่อดีไหม หรือจะไปหาเดลินดีกว่า ไม่ได้เดลินอยู่ไกลเกิด เจ้าโลฟก็น่าจะรู้นี่น่า’ เซ็นเอาผ้ามาหุ้มเจ้าตัวน้อย ก่อนที่จะอุ้มคูลลงไปหาข้างล่าง เดินหาผู้เป็นพ่อ ที่ตอนนี้เดินหาทั่วบ้านแล้วก็ยังไม่เจอ

 

“พี่ เห็นพ่อไหม” เซ็นเห็นคาร์ร่าที่ทำครัวอยู่จึงออกปากถามไป

 

“ไปหาท่านผู้เฒ่าแต่เช้าแนะ สงสัยเป็นเรื่องเมื่อสองวันก่อน” คาร์ร่าหันมาบอกเซ็นที่ยืนทำสีหน้าไม่ดีอยู่ตรงประตูครัว “มีอะไรรึเปล่า”

 

“คูลดูอาการแปลกๆ ไม่รู้เป็นอะไร” เซ็นว่าพลางเอาผ้าที่คุมตัวคูลออก เผยให้เห็นเจ้าม้าตัวน้อยสีฟ้าอาการน่าเป็นห่วง

 

“ดูอ่อนเพลีย เหมือนอาการร่างกายขาดพลังงาน” คาร์ร่าที่ละจากหน้าเตาเดินเข้ามาดูคูล

 

“ขาดพลังงาน” เซ็นทวนคำงง

 

“อืม มันก็คลายๆกับการที่เราไม่ได้กินข้าวหลายวันจนหมดแรงนั้นแหละ” คาร์ร่าพยายามอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆ

 

“แต่ในบางกรณีพวกภูติ พวกมังกรหรือสัตว์บางชนิดก็ต้องการอาหารที่ไม่ใช่ในรูปของอาหาร เช่นแสงสว่าง ความร้อนอะไรแบบนี้”

 

“แล้วคูลมันต้องการอะไรเพิ่มอีก” เซ็นถามด้วยน้ำเสียงที่ดูร้อนลน

 

“อันนี้พี่ก็ไม่แน่ใจ เจ้าต้องลองถามพ่อดู”

 

“พี่ ข้าจะกลับเย็นๆ ไม่ต้องเตรียมข้าวกลางวันเผื่อ” เซ็นที่ยืนคิดอยู่ซักพัก ก่อนที่จะพูดแล้ววิ่งออกนอกบ้านไป มุ่งหน้าไปยังป่าศิลา

 

“เดี๋ยวซิ นี้ก็ใกล้จะถึงอาหารกลางวันแล้วนะ” คาร์ร่าได้แต่ตะโกนบอกบอก แต่เสียงนั้นก็ไม่ได้ไปถึงตัวคนที่ต้องการจะสื่อด้วยแล้ว

 

--------------------------------------------------

 

สองขานั้นวิ่งสุดกำลังไปยังสถานที่ลึกเข้าไปในป่า เซ็นที่รีบวิ่งออกมาจนแม้แต่เสื้อคลุมและรองเท้าก็ไม่ได้ใส่ออกมา เหล่าต้นไม้ในป่าราวกับรู้จุดหมายของเด็กชาย ช่วยกันเปิดทางให้ และเมื่อตะวันขึ้นตรงหัวเด็กชายก็วิ่งมาถึงที่หมาย

 

“โล...โลฟ...ข้ามีเรื่อง...จะให้ช่วย” เซ็นที่วิ่งมาจนหอบแหก แค้นเอาคำพูดออกจากปากอย่างอยากลำบาก แต่รอบตัวของเด็กชายกลับไม่มีอะไรซักอย่างที่ดูแล้วน่าจะพูดคุยหรือโต้ตอบกลับมาได้ มีเพียงต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตรงอยู่ตรงหน้า

 

เซ็นสูดลมหายใจเข้าลึกๆสองทีก่อนที่จะปรับลมหายใจให้เป็นปกติแล้วพูดอีกครั้ง “โลฟ ข้ามีเรื่องจำเป็นที่จะให้เจ้าช่วยจริงๆ ถ้าเจ้าไม่ให้ความรวมมือข้าจะไปบอกเดลินว่าเจ้าไม่รักษาสัญญา” เสียงเซ็นก้องกังวานไปทั่วบริเวณ

 

“มีเรื่องอะไร” เสียงที่ตอบกลับดังก้อง จนเหมือนมีเสียงมาจากทุกทิศทางของป่า

 

“รู้จักเจ้านี้ไหม” เซ็นว่าจบก็เปิดผ้าที่คลุมตัวคูลออกมาให้เห็นชัดๆ

 

ต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเซ็นขยับกิ่งก้านราวกับมีชีวิตช้าๆ ก่อนที่เคลื่อนที่โอบรอบตัวเด็กชายเอาไว้ แล้วยกขึ้นไปให้อยู่เกือบจะสุดยอดของลำต้น ทันทีเซ็นถูกว่างบนกิ่งไม่ขนาดยักษ์ที่ติดกับลำต้น บริเวณนั้นก็เกิดรอยแยกขึ้นมาสองรอย เห็นเป็นดวงตากลมโตสีดำสนิททั้งสองข้าง เซ็นรีบยืนคูลเข้าไปให้โลฟเห็นใกล้ๆ

 

“หืม...เจ้าไปเอามาจากไหนกัน” เสียงทุ้มต่ำถามกลับช้าๆ พร้อมมาแบบรอบทิศทาง

 

“นี้ก็คูลไง แต่ว่าเรื่องนั้นช่างก่อนเถอะ ที่อยากรู้ตอนนี้คือคูลมันเป็นอะไร” เซ็นถามอย่างร้อนใจ พร้อมกับเขย่ากิ่งไม้ขนาดเล็กแถวนั้นเป็นการเร่ง

 

“ใจเย็นๆ ข้าเองก็ยังไม่รู้เลยว่ามันตัวอะไร” ต้นไม้เฒ่าพูด ก่อนที่จะส่งกิ่งไม้ขึ้นมาเกี่ยวผ้าออก เพื่อที่จะได้เห็นทั้งตัว

 

เจ้าม้าตัวน้อยที่ตอนนี้จะดูอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้สีหน้าของเด็กชายไม่สู่ดี ปีกสีฟ้าอ่อนจนเกือบขาวนั้นกระพืออย่างอ่อนแรงเต็มทน

 

“หือ... เพกาซัส อย่างนั้นรึ พวกสัตว์เทพ”

 

“แล้วยังไง”

 

“ฟังให้จบก่อน พวกนี้จะต้องกินอาหารที่อาบไอเวทย์ไว้อย่างหนาแน่น ไม่อย่างนั้นพวกมันก็จะตาย....”

 

“ไอเวทย์ ไอเวทย์งั้นเหรอ” เซ็นทวนคำไปมาสองรอบก่อนที่จะแบมือขึ้นมาแล้วเค้นเอาไอเวทย์ออกมาให้ท่วมมือแล้วยืนไปจ่อตรงหน้าคูล

 

“...แต่ถ้าเอาไอเวทย์ไปให้มันโดยตรง มันจะไม่สามารถรับเข้าไปได้ จึงมักจะให้มันกินน้ำค้างร้อยราตรี น้ำยอดหญ้าแสงจันทร์ที่จะสะสมพลังเวทย์ของแสงจันทร์ครบหนึ่งร้อยราตรีในคืนจันทร์เต็มดวงเท่านั้น”

 

คูลที่ลืมตาขึ้นมา เห็นแหล่งอาหารก็รีบเข้าไปกินไอเวทย์ที่ถูกปล่อยออกมาเป็นก้อนกลมอยู่บนมือของเซ็น ต้นไม้เฒ่าที่เพิ่งพูดจบก็หันมามองเซ็นและคูลก็ต้องแปลกใจเมื่อ เจ้ามาตัวน้อยนั้นไม่ได้เป็นไปตามคำบอกเล่าที่ได้ฟังมาเมื่อครั้งที่นานมาแล้ว

 

“โลฟเอ๋ย~ เจ้ายังอ่อนหัดนัก สิ่งที่เจ้าเห็นนั้นหาใช่ม้าสีขาวบริสุทธิ์ไม่” เสียงทุ้มที่ทรงพลังและรู้สึกถึงอำนาจดังขึ้นมา

 

“เอ๊ะ ท่านเดลิน” เซ็นที่ร้องอย่างดีใจ เมื่อรู้ว่าเดลินจะต้องอยู่แถวๆนี้แน่ๆ ถึงได้ยินเสียงชัดขนาดนี้

 

“เดลินท่านอยู่ตรงไหน” เซ็นตะโกนถามกลับไปเพราะไม่รู้ว่าเจ้าต้นไม้ที่พูดด้วยอีกต้นอยู่ที่ไหน แต่ไม่นานเซ็นก็รู้ทิศทางเมื่อเสียงแหวกพุ่มไม้ดังมาเป็นแนวอย่างช้าๆด้านหลัง

 

“สงสัยข้าจะแก่จริงๆ กว่าจะเดินจากดินแดนนั้นมาที่นี้ ใช้เวลากว่าสองวัน” เสียงทรงพลังนั้นพูดบ่นอย่างกระปอดกระแปดก่อนปรากฏตัวให้เห็น

 

ต้นไม้สูงใหญ่ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าโลฟ ตามลำต้นแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปมากมาย ใบไม้เป็นสีทองสะท้อนกับแสงระยิบระยับ ตัดกับลำต้นเป็นสีขาวเปล่งประกาย เช่นเดียวกับละอองแสงที่โปรยออกมาจากตัวของเดลินอยู่ตลอดเวลา เดรินส่งกิ่งไม้ที่ใหญ่และแข็งแรงมากพอที่จะรับน้ำหนักเด็กชายได้ไปใกล้ๆโลฟ เพื่อรับตัวเซ็นมา เด็กชายที่เปลี่ยนที่นั่งจากต้นโลฟ ไปที่เดลิน ทำให้เสียสมาธิจนเวทย์ที่ประคองไว้เริ่มกระจายตัว ทำให้คูลร้องประท้วงเบาๆ

 

เซ็นที่ขยับตัวนั่งเรียบร้อยแล้วจึงประคองพลังเวทย์ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมจึงหันหน้าขึ้นไปคุยกับต้นไม้เฒ่าอีกที่เพิ่งมา “ทำไมเดลินถึงมาแถวนี้ มีอะไรรึเปล่า”

 

“ก็มาหาเจ้านั้นแหละ เมื่อสองวันก่อนข้าจับพลังของเจ้าหนูนี้ได้ เลยคิดว่าน่าจะมาบอกเรื่องของเจ้าหนูนี้ให้เจ้าซักหน่อย”

 

“ท่านรู้จักคูล” เซ็นถามทวนอย่างอดแปลกใจ

 

“ใช่ข้ารู้ ข้าเห็นมันตั้งแต่ตอนที่มันออกมาจากต้นกำเนิดเลยด้วยซ้ำ” เดลินขยับตัวอย่างคึกคักเมื่อคิดถึงอดีต

 

“ท่านเห็น...เห็นด้วยตาของท่าน” เด็กชายถามตาโต จนเรียกเสียงหัวเราะโทนต่ำที่เล่าเอาทั้งป่าสะเทือนกิ่งไม้ไหวไปตามๆกัน

 

“ใช่ แต่ข้าคงจะไม่ต้องบอกแล้วล่ะ เพราะโลฟได้บอกกับเจ้าไปแล้ว ถึงแม้จะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็ใกล้เคียง”

 

“แต่ข้าอยากฟังทั้งหมดนี่ ท่านช่วยเล่าให้ข้าฟังได้ไหม” เซ็นถามด้วยน้ำเสียงที่บอกอารมณ์อารมณ์อยากรู้อยากเห็นเป็นที่สุด

 

“ถ้าข้าบอกว่าไม่เล่า แล้วเจ้าจะยอมรึ” เดลินถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่จริงจังนักหากแต่ก็ยังทรงไปด้วยอำนาจ

 

“ไม่ยอม/ไม่ยอม” เสียงที่ตอบกลับมาอย่างเอาแต่ใจ ไม่ได้มีแต่เสียงของเซ็น แต่โลฟที่ฟังอยู่ด้วยก็ตอบกลับมา

 

“หืม...เจ้าก็อยากรู้ด้วยรึ”เดลินหันมามองโลฟอย่างแปลกใจ

 

“ใช่”

 

“ข้าจะเล่าให้ฟังก็ได้ พวกเจ้าคงรู้กันแล้ว ว่าสัตว์แบ่งออกเป็นสัตว์อสูร สัตว์มายา ภูติ สัตว์ป่า และอีกพวกที่มนุษย์หลงลืมกันไปก็คือสัตว์เทพ อาจจะเป็นเพราะพวกมันชอบที่จะอาศัยอยู่ในเขตบริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งเลวร้ายที่จิตใจพวกมนุษย์สร้างขึ้นมา จึงไม่ค่อยที่จะพบเห็นกันในดินแดนโลกมนุษย์นัก

 

สัตว์เทพส่วนใหญ่จะมีสีขาวพิสุทธิ์ เพื่อที่จะได้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม พวกมันส่วนใหญ่จะอ่านความคิดของคนได้ ถ้าหากคนๆนั้นมีพลังวิญญาณที่ไม่แข็งกล้าพอ และที่สำคัญ เพกาซัสที่เจ้าพูดถึงนั้น ถือได้ว่าเป็นเจ้าแห่งสัตว์เทพ เป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุด และสง่างามมากที่สุด ในหมู่สัตว์เทพ

 

ลักษณะของเพกาซัสก็เหมือนกับเจ้าหนูนี้ เพียงแต่จะมีสีขาวทั้งตัวเท่านั้น และที่ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เลือดของเพกาซัสจะสามารถ รักษาโรค และอาการบาดเจ็บ ร่วมไปถึงเป็นสิ่งที่สามารถต่ออายุให้สำหรับผู้ที่กินมันเข้าไป ซึ่งเลือดของมันหนึ่งหยด ก็จะต่ออายุออกไปได้อีกหนึ่งวัน

 

ส่วนเจ้าหนูนี้ มันไม่ได้อยู่ในพวกสัตว์เทพ สัตว์อสูร หรือ อยู่ในจำพวกใดๆทั้งสิ้น มันเพียงแต่มีคุณสมบัติที่เหมือน ไม่ซิ ต้องบอกว่าเหนือกว่าจึงจะถูก เจ้าหนูนี้เกิดจากประตูแห่งกาลเวลา จึงถือได้ว่าเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่เหยียบอยู่เหนือกาลเวลาทั้งปวง กาลเวลาที่แม้แต่มหาเทพ และ จอมราชันก็ไม่อาจที่จะต่อตานมันได้

 

เจ้าหนูนี้จะสามารถอยู่ได้โดยอาศัยพลังเวทย์ หรือพูดง่ายๆว่ามันกินเวทย์เป็นอาหารนั้นแหละ และที่สำคัญมันเป็นสัตว์ไม่เลือกกิน มันจะดูดซึมพลังเวทย์ได้จากทุกอย่าง ไม่เว้นแม้นกระทั้งพลังเวทย์ที่ไหลเวียนอยู่ในสิ่งมีชีวิต

 

อีกอย่างสำหรับเจ้า เซ็นมันสำคัญมาก จงอย่าให้คูลอยู่ห่างจากตัวเจ้า ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อเจ้าออกจากหมู่บ้านไปแล้วเข้าใจรึเปล่า” ต้นไม้เฒ่าบอก ก่อนที่จะลงท้ายเสียงเข้ม ซึ่งเซ็นก็พยักหน้ารับ แม้นจะยังสงสัยอยู่ก็ตาม แต่ตอนนี้มีเรื่องอื่นที่น่าสงสัยกว่า

 

“เดลิน แล้วประตูแห่งกาลเวลาที่ท่านพูดถึงมันคืออะไร พ่อเคยบอกข้าบอกว่า แม่เคยเป็นผู้ดูแลมัน” เซ็นถามขึ้น

 

“ประตูแห่งกาลเวลา เป็นประตูที่จะเปิดขึ้นทุกๆ1000 ปี และวันที่มันเปิดจะเป็นวันเดียวที่เหล่าเทพจะสามารถอยู่เหนือกาลเวลา กระแสธารขนาดใหญ่ที่ไหลอย่างเชี่ยวกลาด และจะไหลไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ และครั้งเดียวที่ข้าได้เห็นมัน ก็เมื่อตอนที่ข้าไปดูการให้กำเนิดเจ้ากับเจ้าหนูนี่แหละ”

 

“ให้กำเนิดข้า อย่างนั้นเหรอ เมื่อกี้ท่านพูดว่าให้กำเนิดข้า อย่างนั้นท่านก็ต้องรู้ว่าพ่อแม่ข้าเป็นใครใช่ไหม ท่านรู้” เซ็นที่จู่ๆก็ตะโกนขึ้นมาอย่างลืมตัว จนคูลร้องตกใจเสียงดัง

 

“ข้าขอโทษ” เสียงแผ่วๆออกมาจากเด็กชายเมื่อนึกขึ้นได้ พร้อมกับลูบปลอบตัวคูลเบาๆให้เย็นลง

 

“พ่อแม่ที่แท้จริงของเจ้า เจ้าแน่ใจรึว่าอยากรู้” เดลินถามด้วยเสียงที่ทรงพลัง จนต้นไม้ต่างๆที่รายรอมอยู่สั่นตามไปด้วย

 

“....” แต่สิ่งที่ตอบกลับมาจากเด็กชายกลับเป็นความเงียบ และไม่ใช่ว่าเซ็นจะไม่อยากที่จะรู้ แต่กลัวที่จะรู้ต่างหาก กลัวที่จะเสียตัวตนของตัวเองไป หากจะต้องรู้อดีตของตัวเอง อดีตที่หายไป

 

--------------------------------------------------------
แก้ไขครั้งแรก 9 กุมภาพันธุ์ 2552



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 4 : [RW] บทที่ 2 เหตุเกิดที่ตลาด และป่าศิลา , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5630 , โพส : 4 , Rating : 65% / 12 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1105

ว้าวๆๆๆๆๆ

คูลจังออกจากไข่แล้วเย้ๆๆๆๆๆ


PS.  รักkYUMin เชียร์ตัวพ่อกันสุดใจ สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะนายนภัทร
Name : namkyumin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ namkyumin [ IP : 124.157.234.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 กรกฎาคม 2553 / 15:24
# 2 : ความคิดเห็นที่ 793
 หวาาาา คูลฟัก แต่ว่าคงไม่อยากให้รู้เรืองพ่อแม่แท้จริงเท่าไหร่

เฮ้อ ๆๆๆๆ

เซ็นน่าสงสารอ่า (ซะที่ไหน มีพ่อกะพี่สาวใจดีขนาดนั้น ???!!!!!)

PS.  ┢┦aΡpy ToO-GeTher
Name : Aburame_Shino < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aburame_Shino [ IP : 222.123.157.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 / 12:29
# 1 : ความคิดเห็นที่ 526
แต่นแตนแต๊น  เจ้าคูลฟักออกจากไข่
Name : Mink_C < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 222.123.154.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2553 / 21:09
# 4 : ความคิดเห็นที่ 173
เสียงของพ่อนี้น่า
ไม่เป็นผลเมื่อทุกอย่างยังคนเหมือนเดิม
เซนรีบยืนคูล



ถ้าแกไม่แน่ใจ แล้วแกจะถามให้ฉันอยากรู้ทำไมล่ะเซ็น
Name : Ma-Praw [ IP : 202.29.43.165 ]

วันที่: 13 กันยายน 2553 / 14:36
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android