คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล

ตอนที่ 40 : บทที่ 39 การปรากฏตัวของพี่ชาย?


     อัพเดท 19 พ.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, ความฮา, ครอบรัว, น่ารัก
ผู้แต่ง : ใต้ปีกสีน้ำเงิน ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ใต้ปีกสีน้ำเงิน
My.iD: https://my.dek-d.com/nanayimme
< Review/Vote > Rating : 97% [ 56 mem(s) ]
This month views : 50 Overall : 95,371
1,563 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 580 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 40 : บทที่ 39 การปรากฏตัวของพี่ชาย? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4384 , โพส : 6 , Rating : 83% / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ 39 การปรากฏตัวของพี่ชาย?
 
 
 
 
 
 
“ฮือ~ ฮึก..”
 
 
 
ร้อน....
 
 
 
“อึกๆ”
 
 
 
หนัก.............
 
 
 
“ฮือ~...”
 
 
 
อึดอัด........................
 
 
 
“ฮือ~ อึกๆ”
 
 
 
แล้วนั้นใครมาร้องไห้...........
 
 
 
หนังตาหนักอึ้ง พยายามที่จะลืมตาขึ้นมาดูสิ่งต่างๆรอบตัว เพดาสีหินอ่อน สายลมร้อนๆที่พัดผ่านและสายแดดจากภายนอกที่แรงเกินกว่าจะเป็นช่วงเช้าได้ ทำเอาคนที่นอนอยู่อยากจะเด้งตัวขึ้นมา ถ้าไม่ติดเจ้าของดวงตากลมสีฟ้าที่มานอนร้องไห้อยู่บนตัวเด็กชายอยู่ตอนนี้ เหมือนตอนที่เขาเจอเจ้าตัวนี้ครั้งแรกไม่มีผิด ต่างกันแค่ที่เวลา สถานที่ และ เจ้าตากลมโตนี้ไม่มีน้ำตาเท่านั้นเอง
 
 
 
“คูล ลงไปก่อน” เซ็นว่าเสียงเบาๆ อย่างไม่มีแรง แต่กลับเด่นชัดในหูของเจ้าตัวน้อย
 
 
 
“อือ” รับคำหนักแน่น และยอมกระพือปีกลงมาจากตัว แต่ก็ไม่วายมาคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ แต่เซ็นที่เวียนหัวเกิดกว่าจะสังเกตสิ่งใด ครั้งเมื่อเห็นดวงตาคู่กลมสีฟ้านั้นก็ตัดสินใจว่าเป็นคูล โดยไม่ได้ได้ดูอะไรอย่างอื่นเลย ไม่สงสัยแม้แต่เสียงร้องที่เปลี่ยนไป และน้ำหนักของเจ้าตัวเล็กที่ดูจะมากกว่าเดิมเล็กน้อย พรางยันตัวขึ้นมา
 
 
 
อาการขมปร่าที่ลามไปทั่วลำคอ พอๆกับความร้อนที่ราวกับกำลังแผ่พุ่งออกมาจากร่างกายทุกส่วน และอาการปวดหัวที่จู่โจมเข้ามาอย่างแรงตอนที่ยกตัวขึ้นมาจากเตียง แต่เมื่อเอาทั้งหมดมารวมกันแล้ว มันยังดีกว่าอาการที่เหมือนของเก่าพร้อมจะพุ่งออกมาจากปากตลอดเวลานั้นเยอะ
 
 
 
เซ็นรีบพุ่งตรงไปยังห้องน้ำเพื่อเอาของเก่าออก แม้ว่าสิ่งที่ออกมีแต่น้ำสีเหลืองที่ยิ่งเรียกความขมในลำคอให้มากกว่าเดิม ก่อนจะนั่งหมดแรงที่พื้นในบริเวณไม่ไกลจากกันนัก โดยที่มือไม่ลืมจะไปคว้าเอาผ้าขนหนูไปซับน้ำแล้วนำมาเช็ดหน้าเช็ดปากให้อาการรู้สึกดีขึ้น แต่นั้นก็ช่วยอะไรไม่ค่อยได้มาก เพราะอาการคลื่นไส้ยังคงไม่หมดไป ไหนจะอาการปวดหัวที่ดูจะหนักกว่าเก่าอีก แต่ถึงอย่างนั้น ความคิดเรื่องต่างๆในหัวก็ไม่ได้หมดไป
 
 
 
ไหนจะกังวลเรื่องเพื่อนร่วมห้องที่ไม่รู้จะโดนอุสราเล่นอะไรแปลกๆอีกหรือเปล่า แล้วยิ่งเขามาไม่สบายอย่างนี้ ความกลัวที่ว่าความจะแตกรู้ถึงหูพ่อ กับ พี่ยิ่งหนักใหญ่ แถมเรื่องของโซเอ็ท ถึงเมื่อวานเขาจะโมโหออกมาอย่างนั้น แต่อาการของเจ้าตัวน้อยนั้นก็น่าเป็นห่วงน้อยอยู่เสียเมื่อไร ยิ่งตอนที่กลับมาได้คำยืนยันจากรัซแล้วว่า ถ้าไม่ทำอะไรเลยซักอย่าง ถึงจะเป็นมังกร แต่ก็คงอยู่ได้ไม่เกิน 2 อาทิตย์ต่อจากนี้แน่ๆ แต่ที่น่าโมโหที่สุดคงจะเป็นเรื่องของเดลิน ถึงฝ่ายนู้นจะไม่ได้ต่อว่าอะไรเดลินก็เถอะ แต่ด้วยน้ำเสียงที่พูดนั้นยังไงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคืองอยู่ดี
 
 
 
“ท่านเซน” เสียงเรียกชื่อเปล่งๆ แถมยังเติมท่านเข้าไปข้างหน้าทำเอาเซ็นหันไปมองต้นเสียงที่เข้ามาใกล้ ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจ เรื่องต่างๆในหัวปลิวกระจากออกไปอย่างรวดเร็ว
 
 
 
‘เด็กติดปีก’ ไม่ใช่ซิ  ‘ทารกมีปีกต่างหาก’ บินเข้ามาทางประตู เพดาบินที่นอกจากจะต่ำแล้วยังโซไปเซมารามกับจะหล่นแหมะลงไปบนพื้นเมื่อไรก็ได้นั้น ทำเอาเซ็นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกลุ้นนิดๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะมาหล่นตุบ ลงไปกองอยู่บนตักเซ็น เมื่อถึงเป้าหมาย สองมือน้อยเกาะตัวเซ็นแน่นเท่าที่แรงน้อยๆจะอำนวย แหงนหน้าขึ้นมามอง ดวงตากลมสีฟ้าสดใสสบตาเข้ากับเซ็น
 
 
 
“คู...คูล” เรียกไปอย่างไม่ค่อยแน่ใจ พรางอุ้มเจ้าเด็กน้อยตรงหน้ามาดูใกล้ๆ จมูกแดงรั้นๆเนื่องมาจากการร้องไห้ ปากแดงๆที่พร้อมจะแบะออกตลอดเวลา แต่ว่านัยน์ตาสีฟ้า กับ ผมสีที่มีสีขาวอมฟ้านิดๆ และปีกที่มีสีไม่ต่างกันนั้น ทำเอาเซ็นฟันธงว่ายังไงไอตัวตรงหน้านี้ก็ไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ
 
 
 
“ท่านเซน” อีกครั้งที่ปากนั้นเรียกชื่อเจ้าตัวด้วยสำเนียงที่ไม่ชัดนัก ราวกับเพิ่งหัดพูด สองมือยกขึ้นมาจับหน้าเจ้านาย ก่อนจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง พรางพูดอะไรบางอย่างที่เซ็นเองก็ฟังไม่ออก ดูท่าว่านอกจากคำว่า ‘ท่านเซ็น’ แล้ว เจ้าตัวน้อยนี้จะไม่ได้ฝึกพูดคำอื่นมาด้วย
 
 
 
และเมื่อแน่ใจแล้ว ว่าเด็กน้อยตรงหน้าคือคูลจริง ดูท่าว่าไม่ต้องให้ใครบอก เซ็นก็รู้ว่าควรจะไปเอาเรื่องกับใครที่อุตสาห์สอนเวทย์แปลกๆแบบนี้ให้ในช่วงที่เขาวุ่นๆ กับการจัดการปัญหาต่างๆ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา
 
 
 
“ริซ” เรียกเสียงเรียบ แม้ว่าจะปวดหัวแค่ไหน อยากอ้วกอย่างไร แต่ก็ต้องเรียกมาถามให้รู้เรื่อง
 
 
 
“เจ้าค่ะ” ภูตตัวดีโผล่ออกมากลางอากาศ ด้วยอาการที่สำนึกผิด ก่อนจะรีบหลบสายตาเจ้านายที่มองมาอย่างน่ากลัว แม้ว่าร่างกายจะไม่ค่อยอำนวยก็ตาม
 
 
 
“สอนอะไรคูลไปบ้าง” ถามเสียงเบา ตามที่ร่างกายอำนวย แต่ก็ไม่ได้ลดความน่ากลัว เมื่อสายตาที่มองมาช่างเอาเรื่อง โดยที่สองมือก็ยังคงกอดปลอบ และลูบหัวคูลไปด้วย จนอาการร้องไห้เริ่มเบาลง
 
 
 
“แค่เวทย์มายาอย่างเดียวเจ้าค่ะ” ตอบเสียงแผ่ว ให้ดูน่าสงสาร แต่ว่ามุขนี้คงใช่กับเซ็นไม่ได้ เพราะเจ้าตัวเองก็ใช่มุขนี้กับพี่สาวบ่อย จนจะเรียกได้ว่าเทพแล้วเหมือนกัน
 
 
 
“หือ...”
 
 
 
“เอ่อ..ที่จริงก็สอนพูดไปนิดหน่อย แล้ว...”
 
 
 
“แล้ว?”
 
 
 
“ก็เลยสอนร่ายเวทย์ไปสองบท แค่เวทย์บทเล็กๆ”
 
 
 
“เวทย์อะไร” ถามเสียงติดโหดขึ้นนิดๆ แต่ก็ไม่ได้มากไปกว่านั้น เพราะว่าร่างกายไม่อำนวย
 
 
 
“วิญญาณศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟ กับ คำสาปกาลเวลา” ทันทีที่เซ็นได้ยินชื่อเวทย์ทั้งสองบท ไข้อยากจะกลับขึ้นมาซะอย่างนั้น
 
 
 
เมื่อเวทย์บทเล็กๆที่เธอว่า มันไม่ต่างอะไรกับเวทย์มหาประลัยในสายตาคนอื่น หนึ่งเวทย์ไฟที่จะเผาไหม้จนกว่าวิญญาณจะมอดดับ สองเวทย์ต้องห้ามลับ ที่สามารถลดทอนอายุของผู้ถูกสาปได้ มันร่ายแรงจนบางครั้งสามารถขังเวทย์ของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ได้ และเมื่อภูติสูงขนาด 6 นิ้ว เห็นเจ้านายเงียบ ก็นึกว่าเจ้านายเห็นดีเห็นงามด้วย จึงรีบกล่าวต่ออย่างอารมณ์ดี หวังว่าคงจะได้รับคำชม
 
 
 
“ท่านคูลเก่งมานะเจ้าค่ะ บทเวทย์แห่งไฟสามารถได้โดยไม่ต้องท่องออกมาเป็นคำพูด ส่วนเวทย์กาลเวลาแค่เข้าใกล้เปล้ามายในระยะ 10 เมตรก็ใช้ได้แล้ว แถมยังทำได้โดยที่มิติเวลาไม่บิดเบี้ยวด้วย ข้าว่าท่านคูลต้องมีสายเลือดของเหล่าภูติแห่งข้าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว” คำกล่าวนั้นทำเอาเซ็นยกมือจากที่ลูบหัวคูล ขึ้นกุมขมับตัวเอง พรางนวดแรงๆ เพื่ออาการปวดหัวนี้จะได้หยุดลงซักที
 
 
 
“แล้วข้าก็...”
 
 
 
“หยุดได้แล้วริซ ข้าว่าถ้าเจ้าพูดมากกว่านี้อีกนิด เจ้านายเจ้าคงได้ลงไปนอนน้ำลายฟูมปากแน่ๆ” เสียงทุ้มๆ ติดจะขำหน่อยๆ ทำเอาเจ้าภูติตัวน้อยถึงกับหน้าหงิก เมื่อโดนใครที่ไหนไม่รู้พูดแทรกขึ้นมา
 
 
 
“นายเป็นใคร เข้ามาในห้องนายท่านได้อย่างไร” เสียงเล็กๆว่าเสียงดัง ทำเอาเซ็นที่นั่งอยู่กับพื้นถึงกับรู้สึกวิ้งๆอยู่ในหัวไปแปบหนึ่ง
 
 
 
“ริซ ห้ามเสียมารยาท กลับไปก่อน” เจ้าภูติตัวน้อยได้แต่หน้าบึ่ง ก่อนจะหายตัวไปอย่างดื้อๆ ไม่มีการล่ำลา
 
 
 
“ท่านรูฟเข้ามาในห้องนี้ได้ไงครับ” เซ็นถามเสียงแหบ ก่อนจะดันตัวขึ้นมาเกาะที่ขอบอ่าง โดยที่มือข้างหนึ่งยังอุ้มคูลไว้ไม่ปล่อย ตามมารยาทที่ดี รูฟถึงกับสายหน้าในความรั้นนั้น แม้ว่าสายตาที่ทอดมองมาจะดูเศร้าจนเซ็นสังเกตได้
 
 
 
...เหมือนกันไม่มีผิด ทั้งพี่ทั้งน้อง ถ้ายอมให้ช่วยดีๆจะขาดใจตายหรืออย่างไร... คิดถึงอีกบุคคลหนึ่ง ที่ไม่ใช่หญิงสาวของฉายา ธิดายมทูติ แต่เป็นอีกคนที่อยู่ห่างไกลยิ่งกว่า
 
 
 
ชายหนุ่มเดินเข้ามารับคูลไปจากมือนั้น อย่างยากที่จะยื้อ ทั้งเพราะฤทธิ์ของไข้ และกำลังที่ชายตรงหน้ามีมากกว่า ก่อนจะพยุงอีกเด็กชายให้กลับลงไปนอนที่เตียง
 
 
 
“ตกลงท่...”
 
 
 
“ข้าถูกใครบ้างคนขอร้องมา” คำตอบสั้นๆ ที่ทำเอาคนฟังเลิกคิ้วขึ้นอยากจะถามต่อ ถ้าไม่ติดว่าคนตรงหน้าจะรวบรัดเอาเอง จนเซ็นอดคิดไม่ได้ ว่าทำไมใครๆก็ช่างมีนิสัยอย่างนี้นัก
 
 
 
“นอนซะ เจ้าตื่นมาอีกที่อาการทุกอย่างจะหายไป แล้วทางที่ดี อย่าบอก พ่อกับพี่เจ้าด้วยว่าข้ามาที่นี้” กล่าวจบความง่วงที่รุนแรงก็จูโจมเซ็นทันที โดยไม่เปิดโอกาสซักถามใดๆอีก หนังตาปิดลงอย่างรวดเร็ว แต่นั้นก็ยังทันได้เห็นว่า สีผมและสีตาของชายหนุ่มตรงหน้าค่อยๆซีดลงจนกลายเป็นสีเงิน พร้อมๆกับที่ปีกสีขาว 4 คู่กลางหลัง ก่อนสติทั้งหมดจะดับวูบ
 
 
 
“ออกมาได้แล้วน่า ทำตัวขี้อายไปได้” เสียงกล่าวว่าอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะเดินออกมานั่งอีกเตียงที่อยู่ข้างๆ พรางเล่น(แหย่)กับคูลที่อยู่ในอ้อมแขน ไม่ได้สนใจบุคคลที่แวบเข้ามา ซึ่งนั้นก็แทบเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าสิงโตสีขาว 2 ตัวปรากฏตัวออกมาจากกำไลของเซ็น พร้อมกับหมอบลงทำความเคารพต่อผู้มาใหม่
 
 
 
สีผมและสีตาเป็นสีเงินอย่างที่เดียวกับชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันก็เพียงปีกทั้ง 6 คู่ที่กางอยู่ ก่อนจะสลายออกไปเป็นละออกแสง เช่นเดียวกับสีตาและผมค่อยๆเข้มขึ้น จนเป็นสีน้ำเงินเข้ม เหลือบดำ โบกมือเป็นสัญญาณให้เจ้าสองตัวโตนี้ทำตัวตามสบาย ก่อนเดินเข้าไปหาคนป่วย
 
 
 
“ว่างไง พี่ชาย ตกลงน้องชายท่านเป็นอะไร” คำกล่าวออกแนวประชดประชันเล็กๆแต่แฝงซึ่งความห่วงใยนั้น ไม่ได้ทำให้ผู้มาใหม่อารมณ์เสียได้ ร่างสูงนั่งลงข้างๆคนป่วย ที่ตอนนี้หน้าซีดแทบไม่มีสีเลือด
 
 
 
“แค่เครียดเท่านั้น อย่างที่รู้ สายเลือดอย่างพวกเรา มันช่างไวต่อความนึกคิดยิ่งนัก ห่างมีความเครียดแม้เพียงน้อยนิด นั้นก็บันทอนชีวิตของเราได้แล้ว” ผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็นพี่ชายกล่าวด้วยน้ำเสียงเสียงที่ดูสงบนิ่ง แต่สูงค่ายิ่ง จนผู้ที่มองอยู่ห่างๆนั้นอดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้
 
 
 
...สายเลือดกษัตริย์ แม้มิใช่กษัตริย์ แต่ก็สูงส่งไม่แพ้กัน...
 
 
 
“แล้วมีเรื่องเครียดอะไรนักหนา ถึงทำให้ล้มลงมาได้ ทั้งๆที่สวมสร้อยนั้นเอาไว้แล้ว” ว่าพรางมองไปยังจี้สีเงิน ที่สลักคำว่า‘Sen’ เอาไว้อย่างเด่นชัด ซึ่งตอนนี้กำลังเรืองแสงอ่อนๆ ราวกับตอบรับผู้เป็นนายที่ยกมือลูบสร้อยนั้นอยู่
 
 
 
“เรื่องนั้นน่าจะเป็นท่านที่ต้องตอบ ทั้งที่ข้าบอกให้ดูแลให้ดี เหตุใดจึงปล่อยให้ทรุดลงมาถึงเพียงนี้” เสียงเดิมยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง และดูสูงค่า หากแต่กลับสะกดอีกฝ่าย จนต้องหลบสายตา
 
 
 
“ขอประทานอภัย องค์ชาย” ขาทั้งสองข้างรีบลงมาคุกเข่ากับพื้นราวกับกลัวอะไรบางอย่าง แม้ว่าคนตรงหน้าจะถือได้ว่าเป็นเพื่อนก็เถอะ แต่ว่าในอีกทางหนึ่ง ก็เป็นนายเหนือชีวิตด้วย ถ้าสั่งให้ตายเขาก็ต้องตาย
 
 
 
ชายหนุ่มมิได้พูดอะไร มีเพียงแค่การถอนสายตากลับมามองที่เด็กชายที่นอนอยู่ข้างตัวเท่านั้น มือเรียวละจากจี้สีเงิน มาวางบนหน้าผากเด็กชาย เพียงชั่วครู่ที่มีแสงวาบออกมา ก่อนที่สีหน้าของเซ็นจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
 
 
 
ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ละจากเตียงของเด็กชายอย่างเชื่องช้า เมื่อดูแน่ชัดแล้วว่าคนตรงหน้าไม่เป็นอะไรแล้ว ก่อนจะหันมายังชายหนุ่มอีกคนที่ยังคงคุกเข่าก้มหน้ากับพื้น พร้อมกับย่างเท้าเข้ามาช้าๆ ก่อนจะมาหยุดตรงหน้า
 
 
 
“ลุกขึ้นมาเทอญ สหายของข้า” คำกล่าวที่ปลดอำนาจลง ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าลุกขึ้นมา และกลับมาวางตัวสบายๆอีกครั้ง เจ้าตัวน้อยที่ถูกชายหนุ่มตรงหน้าเกี่ยวไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ส่งสายตามาให้ผู้ที่สูงศักดิ์ ก่อนจะพยายามยื่นมือมาให้ หมายจะให้อุ้ม ก่อนจะหลุดออกจากแขนนั้น บินตรงมาหาชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงิน
 
 
 
“ดาแลน ขอ~ โทด~” อีกครั้งที่สำเนียงเปล่งๆนั้น พยายามเปล่งให้ชัดที่สุด แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น แต่นั้นก็มากพอจะเรียกรอยยิ้มขึ้นมาได้จากชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์
 
 
 
“เจ้าอยากจะปกป้องนายแห่งเจ้าใช่ไหม” แม้เสียงจะสงบนิ่งอย่างเดิม แต่กลับแฝงความอบอุ่นมาในทีมาด้วย
 
 
 
“อือ”ซึ่งเจ้าตัวน้อยก็พยักหน้าตอบอย่างรวดเร็ว ตาโตนั้นยังเห็นว่าช้ำไปด้วยน้ำตา ไม่ต้องให้บอกก็รู้ว่าเจ้าตัวน้อยนี้ตกใจขนาดไหนที่เห็นเจ้านายตัวเองไม่ยอมตัวตื่น แถมยังอาการแปลกๆนั้นอีก นิ้วเรียวถูกยกขึ้นมาสัมผัสหน้าผากของเด็กน้อยตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะมีแสงสว่างออกมาเหมือนดังตอนที่ทำกับผู้เป็นนาย
 
 
 
“จงใช้มัน เพื่อนายแห่งเจ้า” จบคำร้อยยิ้มอบอุ่นก็ถูกส่งมาให้อีกที ก่อนจะส่งเจ้าตัวน้อยลงไปให้เด็กชายที่ยังคงอยู่ในห่วงของการหลับลึกอยู่ พรางมองหน้าเด็กชายเพื่อเก็บรายละเอียดให้ได้มาที่สุดอีกครั้ง
 
 
 
...ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คำว่าสายเลือดมันก็ตัดไม่ขาด แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ดูแลใกล้ชิด...
 
 
 
เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าตัดใจลาได้แล้ว ก็ละกลับมาที่รูฟเหมือนเดิม โดยท่วงท่าไม่ได้หลุดไปจากคำว่าสง่างามเลย
 
 
 
“ฝากน้องข้าด้วย เอเดนยังเยาว์วัยนัก ยังคงต้องการการปกป้อง และเรียนรู้อีกมาก” คำกล่าวที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับสีผม และตาเริ่มอ่อนลง จนในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นสีเงินหมด แม้จะไม่ได้เรียกปีกทั้ง 6 คู่ออกมาก็ตาม
 
 
 
“ได้ๆ แต่ข้าไม่รับปากหรอกนะว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ถึงท่านจะรู้สึกขัดใจอย่างมากมายก็เถอะ ก็ใครใช้ให้น้องท่านถอดนิสัยตัวท่านออกมาราวกับพิมพ์เดียวกันขนาดนั้น” เอ่ยรับด้วยน้ำประชดประชันอย่างกวนๆ โดยคนที่ถูกขัดยังคงตีหน้านิ่ง ไม่หลุดไปจากความสง่าที่คงไว้แต่แรก
 
 
 
“ขอบคุณเจ้ามาก และต้องขอโทษที่ตัวข้ามิอาจตอบแทนสิ่งใดได้” น้ำเสียงสูงศักดิ์พูดด้วยความรู้สึกผิด ทำเอาคู่สนทนาอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
 
 
 
“ไม่เป็นไร เราเป็นเพื่อนกันเรื่องแค่นี้ข้าไม่...อ๊ะ...” ประโยคที่ถูกตัดไปดื้อๆ เพราะจับสัญญาณอะไรบางอย่างได้ “ท่านรีบไปเถอะ ดูเหมือนนางเริ่มจะจับเรื่องม่านพลังนี้ได้ ข้าเองก็ต้องรีบเหมือนกัน” ว่าจบชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าก็หายแวบไปกับมวลอากาศ ราวกับว่าที่ตรงนั้นไม่เคยมีใครยืนอยู่ เจ้าสิงโตองครักษ์ทั้ง2 เมื่อเห็นแล้วว่านายตัวเองจากไปก็พุ่งเข้าหาข้ามือเซ็นอยู่ในรูปของกำไลข้อมือเหมือนเดิม
 
 
 
“ให้ตายเหอะเซ็น เจอกันครั้งแรกใครจะไปนึกว่าเจ้าเป็นน้องหมอนั้น ส่วนคนพี่นี้ก็เหลือเกิน ปิดบังตัวตนเจ้าจนแม้แต่เผ่าพันธุ์เดียวกันยังหาเจ้าไม่เจอเลย” เสียงพ้นลมแรงๆ ก่อนจะบ่นออกมาเบาๆ พรางมองไปยังสร้อยคอสีเงินที่แขวนอยู่ โดยที่เจ้าตัวไม่เคยถอดออกเลยสักครั้ง
 
 
 
รูฟคลายผนึกที่อยู่รอบห้องออก เพราะการมาของชายหนุ่มเมื่อครู่ หากไม่ทำการกางเขตแดนของม่านพลัง คงได้แตกตื่นกันทั้งโรงเรียน โดยเฉพาะเจ้าพี่ห่วงน้องอีกคนที่อยู่ที่นี้ คิดๆแล้วก็เหนื่อยใจ ก่อนจะผนึกเวทย์ของตัวเองซะ ทำให้สีตาและสีผมกลับมาเป็นอย่างเดิม รวมถึงปีกที่หายไปด้วย
 
 
 
“คูลเจ้าก็ดูแล้วเซ็นในดีๆแล้วกัน ข้าเองก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน ดูเหมือนว่านางจะประสาทสัมผัสไวกว่าที่ข้าคิด” กล่าวจบ ร่างนั้นก็หายไปอีกร่าง คงเหลือแต่เวทย์เคลื่อนย้ายที่ตกอยู่อย่างเรือนราง จนไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่ตกค้างนั้นมาจากใคร
 
 
 
ปัง!...
 
 
 
“เซ็น”
 
 
 
 
 
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
อ่า~ ใต้ปีกลากสังขารอันบอบช้ำจากงานต่างๆมาอัพให้แล้วค่า

โทษทีที่หายไปเลย แต่ไม่มีเวลาจริงๆ วันหนึ่งเขียนได้ไม่ถึงหน้า มีเวลาแค่เข้ามาดูปุยปุย (มีเวลาเขียนนิดเดียว ก่อนจะง่วงจนทนไม่ไหวต้องไปนอน)

ดีที่วันศุกร์เขียนไปได้เยอะอยู่ เลยทำให้วันนี้มาอัพได้ (3วันกลับบ้านหลัง 3 ทุ่มทุกวัน)

แต่ว่าต่อไปใต้ปีกฯ สัญญาว่าจะไม่พยายามดอง แต่คงจะไม่สามารถมาอัพบ่อยได้เท่าเดิมอีก

ยิ่งใกล้เปิดเรียน งานยิ่งเทเข้ามา จนตอนนี้เบลอไปหมดแล้ว ขอโทษจริงๆน่าค่า

แต่เบลอยังไงก็ไม่ลืมตอบคำถามน่า(อันนี้ชอบตอบเป็นการส่วนตัว)

มีคนทักว่า เซ็นกับคาร์ร่าใช้นามสกุลคนละนามสกุลเหรอ

ใต้ปีกฯขอตอบว่า ใช่ค่า แต่เป็นนามสกุลที่เอามาใช้ตอนเข้าเรียนน่ะค่ะ มันเป็นเรื่องคล้ายๆกับธรรมเนียมปฏิบัติของตระกูลของโซลค่า

ทั้งแต่บรรพบุรุษมาแล้ว ที่คนลูกจะใช้นามสกุลของฝ่ายแม่มาเป็นนามสกุลตัวเอง จนกว่าจะถูกกำหนดว่าเป็นผู้ที่สืบทอดของตระกูลเท่านั้น จึงจะมีสิทธิใช้นามสกุลของฝ่ายพ่อ

แต่ว่าเซ็นอย่างที่รู้ๆกัน(ไม่ได้เป็นลูกแท้ๆ) อีกทั้งโซลยังไม่ใช้คนที่เคร่งครัดกฎอะไรอีกด้วย(ว่าง่ายๆ ตัวเองก็ชอบแหกกฎอยู่แล้ว) จึงใช้นามสกุลของโซลไปอย่างไม่ต้องสงสัย

ดังนั้น ถ้าคนในโรงเรียนจะไม่รู้ว่าโซลกับคาร์ร่าเป็นพ่อลูกกันก็ไม่ใช้เรื่องแปลก 

ยิ่งคาร์ร่ายิ่งไม่ยอมเรียกโซลว่าพ่อต่อหน้าคนอื่นในโรงเรียนด้วย เจ้าตัวว่ามันยังอยู่ในเวลาทำงาน ไม่ควรเอาเรื่องครอบครัวเข้ามาวุ่นวาย

(แล้วเซ็นล่ะ?<=ใต้ปีก
ยุ่งน่า ก็เซ็นกับท่านพ่อมันไม่เหมือนกันนี้น่า<=คาร์ร่า
อ่าว ไหงงั้นอ่ะ พ่อน้อยใจนะ<=โซล)

สุดท้ายขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมากๆน่ะค่ะ อย่าเพิ่งเบื่อเพราะใต้ปีกฯมาอัพให้ช้าน่า ต่อไปจะพยายามปรับปรุงส่วนนี้

แล้วก็ขอขอบคุณในส่วนของคอมเม้นทุกคนเลยค่า เป็นกำลังให้ใต้ปีกฯดีมาก แม่ว่าจะเหนื่อย แต่ก็ยังพยายามเข้ามาแต่ง

ส่วนใครมีคำถามอะไรก็ถามเข้ามาได้น่าค่า รวมถึงคำแนะนำและติชมต่างๆด้วยค่า



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 40 : บทที่ 39 การปรากฏตัวของพี่ชาย? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4384 , โพส : 6 , Rating : 83% / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 6 : ความคิดเห็นที่ 1145
พี่ผู้แสนดี....
PS.  อย่าอ่านนะ
Name : Ma-Praw < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ma-Praw [ IP : 124.122.2.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กันยายน 2553 / 09:42
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1107

ริซหาเรื่องซวยแล้วไหมล่ะ

ใครเป็นพี่เซ็นอ่ะ

อย่างนี้ต้องตามต่อ


PS.  รักkYUMin เชียร์ตัวพ่อกันสุดใจ สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะนายนภัทร
Name : namkyumin < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ namkyumin [ IP : 124.157.234.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 กรกฎาคม 2553 / 15:28
# 4 : ความคิดเห็นที่ 815
อิอิ...สนุกอีกละ เเต่ดีใจจังเซ็นเราเป็นเทพ อิอิ.. แม้ยังไม่รู้ตัวก็ตามที

คำผิดนะคะ
1.  โซเซไปมารากับ = ราวกับ
2. ใช่มุขนี้ = ใช้มุขนี้
3. สามารถได้  = สามารถใช้ได้
4. เปล้ามาย  = เป้าหมาย
5. หน้าบึ่ง = หน้าบึ้ง
6. ายหน้า = ส่ายหน้า
7. ห่างมี = หากมี
8. ช้ำไปด้วยน้ำตา = ฉ่ำไปด้วยน้ำตา
9. ไม่ยอมตัวตื่น = ไม่ยอมตื่น หรือ ไม่ยอมรู้สึกตัวตื่น
10. อยู่ในห่วงของการหลับ = อยู่ในห้วงของการหลับ



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 พฤษภาคม 2553 / 13:20
Name : belljunior < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ belljunior [ IP : 125.27.49.80 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 / 13:20
# 3 : ความคิดเห็นที่ 562
ตัวละครเพิ่มมาอีกแล้ว  เซ็นเป็นเผ่าเทพรึ  นึกว่าเผ่ามารซะอีก 
Name : Mink_C < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 117.47.64.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2553 / 17:04
# 2 : ความคิดเห็นที่ 114
มาอัพไวๆนะครับ

อิอิ

แบ่งเวลาให้ดีๆ

แล้วจะพบว่าเวลามันเหลือเยอะแยะ

ฝันดีครับ
Name : ~๐_BeEr_๐~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~๐_BeEr_๐~ [ IP : 117.47.223.228 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 / 00:25
# 1 : ความคิดเห็นที่ 113
= = ทำให้เราอยากรู้แล้วก็จากไป ทำกันได้ๆ วูดูมันเก่าแระ เอาพริกกะเกลือไปแทนแระกัน
Name : acteaon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ acteaon [ IP : 112.143.11.131 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 / 02:08
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android