คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล

ตอนที่ 44 : บทที่ 43 เหตุที่เกิดจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง


     อัพเดท 31 พ.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, ความฮา, ครอบรัว, น่ารัก
ผู้แต่ง : ใต้ปีกสีน้ำเงิน ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ใต้ปีกสีน้ำเงิน
My.iD: https://my.dek-d.com/nanayimme
< Review/Vote > Rating : 97% [ 56 mem(s) ]
This month views : 46 Overall : 95,367
1,563 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 580 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 44 : บทที่ 43 เหตุที่เกิดจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3966 , โพส : 8 , Rating : 43% / 7 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ 43 เหตุที่เกิดจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง
 
 
 
 
 
 
 
 
“หึ...ปีนี้มันอะไรกัน เจ้าพวกเด็กใหม่นี้ถึงได้กล้ากันนั้น เข้ามาเดินเล่นกันในส่วนของชั้นปีสูงๆนี้” เจ้าของเสียงพูดนั้นหันหน้ามาจากเด็กปีหนึ่งที่อยู่ในวงล้อมเมื่อครู่ ก่อนจะจ้องมาที่เซ็นอย่างเอาเรื่อง แล้วเหลือบตาไปที่คูล
 
 
 
“แต่ข้าจะเอาอะไรกับพวกสายมอสเตอร์ได้ พวกมันก็ไร้มารยาทเหมือนกันทั้งหมดนั้นแหละ” เสียงดูถูกเย้ยหยันนั้น ทำเอาหลายๆคนที่ยืนดูอยู่จะพุ่งเข้ามา แต่ก็ถูกเพื่อนๆจับไว้
 
 
 
 
“ฮ้าว~ นึกว่ามีอะไร ที่แท้ก็พวกชั้นโซลกระจอกๆที่เก่งแต่หาเรื่องคนที่อ่อนแอกว่า คานอนเจ้าก็สนใจพวกต่ำชั้นนี้ด้วยรึ” เสียงกวนๆ ดังแหวกฝูงชนจากด้านหลังเข้ามาในกลุ่ม กับคำบางคำที่จงใจเน้น ทำเอาคนที่ถูกพาดพิงถึง ถึงกับกำหมัดแน่น
 
 
 
ก่อนที่จะมีใครได้ทันว่าอะไร ชายหนุ่มก็พุ่งตัวผ่านเซ็นไปอย่างรวดเร็วจนเจ้าตัวเกือบล้ม เข้าไปในฝูงนักเรียนที่แตกหือออกไป 2 ฝั่ง ไปหยุดอยู่หน้าเด็กหนุ่มผมส้มที่ยิ้มโชว์ฟันขาวครบทุกซี่ มือหนานั้นคว้าคอเสื่อเข้าหมับ ก่อนจะง้างหมดขึ้นไปจนสุดแขน แต่ยังไม่ทันที่หมัดนั้นจะไปแสดงอนุภาพ มีดสั้นเงาวับก็ไปจอตรงคอของเจ้าของหมัดซะแล้ว
 
 
 
 
“ลองเจ้าเอามือสกปรกนั้นโดนตัวข้าดูซิ ข้าจะให้มันเป็นสัมผัสสุดท้ายก่อนตายเลยล่ะ” รอยยิ้มกวนๆ และน้ำเสียงที่สดใส ไม่เข้ากับคำพูดเชิงข่มขู่เลยซักนิดนั้น นอกจากแววตาที่จริงจัง บ่งบอกให้รู้ว่าคนตรงหน้าเอาจริง
 
 
 
 
“เป็นแค่ชั้นโซล อย่ามาเทียบชั้นกับผู้คุมกฎ” เสียงว่าเย็นๆ จากชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ได้แตกหือไปกับกลุ่มเมื่อครู่ เรียกเอาสายตาของคนที่วอนดับชีพตัวเองหันไปมอง ก่อนจะปล่อยคนตรงหน้าซะ เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าสองคนตรงหน้ามีศักดิ์สูงกว่าตัวเอง
 
 
 
 
คานอน ชายผู้ถือตำแหน่งผู้คุมกฎแห่งหอนักปราชญ์...............
 
 
 
 
กับคู่หู เร็น ชายผู้ถือตำแหน่งผู้คุมกฎแห่งหอนักดาบ...................
 
 
 
 
“ว้า~ ไม่ดีเลยคานอน เจ้าไปเตือนมันทำไม ข้าเกือบจะได้ลองของใหม่แล้วเชียว” เสียงบ่นอย่างเสียดายจากเจ้าตัว ทำเอาคนที่หุนหันพันแล่นเมื่อครู่ถึงกับหน้าซีด เมื่อนึกขึ้นได้ของฝีมือทั้งคู่ แม้ว่าตัวเองจะอยู่ในชั้นปีที่สูงกว่าก็ตาม
 
 
 
 
“บางทีเจ้าอาจจะลืมไปว่านางยังอยู่แถวนี้” คำเตือนที่มาพร้อมกับเสียงเย็นๆ ไม่ได้เรียกแต่สีหน้าซีดจากเจ้าเพื่อนจอมหาเรื่องคนนี้เท่านั้น แต่กลับมาจากทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น ราวกับเป็นที่รู้กันของทุกคนว่า ‘นาง’ ที่ว่านั้นคือใคร
 
 
 
 
“ก็ได้ เรื่องของหมอนี้ ข้าจะตามไปเก็บทีหลัง” เร็นกล่าวอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะส่งสายตาเหยียดๆไปให้ชายหนุ่มร่างโตตรงหน้าที่ยืนหน้าซีดอยู่
 
 
 
เมื่อเรื่องทั้งหมดจบลงด้วยดี? เร็นจึงกลับไปมองยังหนึ่งในผู้ที่ถูกหาเรื่องเมื่อครู่ ซึ่งเป็นเหตุผลจริงๆ ของการสอดมือเข้ามายุ่งในครั้งนี้ แต่ทว่า....
 
 
 
“อ่าว หายไปไหนกันหมดแล้ว”
 
 
 
 
 
 
 
-----------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
“แฮ้กๆ...พ...พอได้แล้ว...แฮ้กๆ...เจ้าพวกนั้นไม่ตามมาแล้ว” เสียงหอบหายใจ สลับกับเสียงพูดของเด็กน้อยหน้าสวยที่ดึงเซ็นเอาไว้ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต่อ ในขณะที่ตัวเองกำลังจะขาดใจ
 
 
 
“อืม” รับคำเบาๆ ก่อนจะมองรอบด้านเพื่อสำรวจความปลอดภัยให้แน่ใจ ก่อนจะหันมาหาคูล “คูลปลดม่านพลังได้แล้ว” คำสั่งสั้นๆ ที่เซ็นเองก็หาคำตอบไม่ได้ว่าเจ้าตัวน้อยนี้สามารถสร้างม่านพลังแบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไร แต่ที่แน่ๆ ก่อนที่เขาจะป่วย มันยังใช้ไม่เป็นแน่ๆ
 
 
 
“ขอบใจเจ้ามาก” เสียงจากอีกคนเรียกสายตาของเซ็นไปจากคูล ก่อนจะส่งยิ้มมาให้อย่างน่ารักเพื่อแนะนำตัว “ข้า แซนซัส วาโอดา” ทันทีที่ได้ยินคำแนะนำนั้น ก็ทำเอาเซ็นอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
 
 
 
ดูเหมือนว่าคราวนี้ จะโอกาสจะเปิดให้เขาเป็นฝ่ายทำให้คนอื่นแปลกใจบ้าง หลังจากถูกจู่โจมมาด้วยเรื่องต่างๆ ตั้งแต่เช้า
 
 
 
“เซ็น ลีโอเซฟ” แนะนำกลับบางตามมารยาท พร้อมรอยยิ้มเหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นไหม
 
 
 
และเหมือนโชคชะตาจะกลั่นแกล้ง(เหล่าเพื่อนๆ) เมื่อหนุ่มน้อยน่ารักที่มีแววโตขึ้นมาสวยมากกว่าหล่อนั้น ต้องมายืนอยู่ต่อหน้าเซ็น พร้อมๆกับที่เปลี่ยนเทวดาตัวน้อย ให้กลายเป็นปีศาจในคาบเด็กดีอีกครั้ง
 
 
 
“ข้าต้องขอโทษด้วย ทั้งๆที่เจ้าเข้ามาในเขตนี้คงเพราะมีธุระ แต่เพราะข้าทำให้...”
 
 
 
“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่เจ้าเถอะ มาที่นี้เพราะอะไรอย่างนั้นหรือ” เซ็นถามกลับ พรางพิจารณาเด็กชายตรงหน้าที่ในอนาคตมีแนวโน้มสูงว่าจะคงโตมาสวยไม่แพ้พี่คาร์ร่าแน่ๆ คิดๆแล้วก็ขำดี ที่คนตรงหน้าเป็นเด็กผู้ชาย
 
 
 
“ข้ามาหาท่านพี่ พอดีมีเรื่องด่วนจากที่บ้าน” สีหน้าที่ดูไม่สู่ดีนักของคนตอบ แถมยังดูรีบร้อนชอบกลเมื่อนึกถึงเรื่องที่ต้องทำขึ้นมาได้ ทำเอาเซ็นต้องปัดเรื่องหยอกเพื่อนเล่น(แบบแรงๆ)ไปไว้ข้างๆก่อน
 
 
 
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวดีกว่า ดูเหมือนเจ้าจะกำลังรีบ”
 
 
 
“ต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาท แต่ว่าวันนี้ข้าขอบคุณมากจริงๆ ถ้าไม่ได้เจ้าช่วยไว้ ข้าคงแย่แน่ๆ”
 
 
 
“ข้าไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย คนที่ช่วยท่านไว้คือรุ่นพี่ทั้ง 2 คนนั้นต่างหาก” เซ็นแย้งกลับ ก่อนจะยิ้มตอบกลับไปอย่างขำขันคนตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าพวกเพื่อนๆจะกลัวอะไรกันนักหนากับคนตรงหน้าที่นิสัยดีขนาดนี้
 
 
 
“อืม...ข้าลาล่ะ ไว้โอกาสหน้า ถ้ามีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยก็บอก” สิ้นคำลา แซนซัสก็ออกตัววิ่งอีกครั้ง ไปยังจุดมุ่งหมายเดิม
 
 
 
เมื่อลับหลังแซนซัสไป มือก็คว้าเอานาฬิกาขึ้นมาดู ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อพบว่าตอนนี้มันเลยเวลาเลิกเรียนมาได้เกือบๆจะ 10 นาทีแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า แค่การมีเรื่องกันแปบเดียวเมื่อกี้จะกินเวลาขนาดนี้
 
 
 
อีกอย่างที่ต้องการดึงดันมาพบโซลและอุสราให้ได้ขนาดนี้ มันก็ไม่ได้มีเพียงเหตุผลไร้สาระที่เพียงต้องการจะรู้เรื่องราวต่างๆจากอุสราอย่างเดียว แต่มันพ่วงเรื่องของเจ้าโซเอ็ท มังกรน้อยที่เขาละเลยไปถึง 2 วันเต็มๆ จนตอนนี้อาการยังคงน่าเป็นห่วง เพราะสัตว์จำพวกนี้จะให้กินเวทย์เพียวๆ อย่างคูลก็ไม่ได้
 
 
 
“ลุค” ในเมื่อหมดทางเลือกที่จะไปดักรอผู้เป็นพ่อจากห้องเรียนแล้ว จึงตัดสินใจเรียกให้เจ้าภูตินอกพันธะให้ปรากฏตัว
 
 
 
“มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้ขอรับ นายน้อย” ภูติที่อายุแม้จะร่วม 500 ปีเข้าไปแล้ว แต่ยังคงความหนุ่มเอาไว้ได้อย่างคงเส้นคงว่า เหมือนเพิ่งอายุ 20 ต้นๆ กล่าวขึ้นด้วยความสุภาพ พรางทำความเคารพอย่างนอบน้อม
 
 
 
“ตอนนี้พ่ออยู่ที่ไหน แล้วอยู่กับท่านอาจารย์อุสราหรือเปล่า”
 
 
 
“ตอนนี้นายท่านยังอยู่ที่ห้องที่เพิ่งใช้ทำการสอนอยู่ขอรับ แต่ถ้าท่านเซ็นจะไปหาข้าแนะนำให้ไปรอที่มิตินิรันดร์ดีกว่า อีกอย่างท่านอุสราเองก็กำลังจะไปที่นั้นด้วย”
 
 
 
“มิตินิรันดร์ ไปทำไม”
 
 
 
“นายท่านตัดสินใจที่จะใช้ที่นั้นในการฝึกเหล่าตัวแทนที่จะลงในงานไตรภาคีขอรับ” คำตอบฉะฉานนั้น ทำเอาคนที่ยืนฟังถึงกับขมวดคิ้วชนกัน
 
 
 
“ส่วนไหน” เสียงถามห้วนๆ ที่ดูจะมีแววไม่พอใจส่งออกมานิดๆ ทำเอาภูติที่เห็นเจ้านายน้อยมาตั้งแต่เด็กเกือบหลุดขำ เมื่อนึกได้ถึงสาเหตุของความไม่พอใจนั้น
 
 
 
“ส่วนต่อเติมขอรับ นายท่านสร้างต่อจากมิติเดิมขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง เพราะต้องการพึงพลังของความเสถียรของมิติ” จบคำตอบก็ทำเอาเซ็นเป่าปากออกมาอย่างโล่งอก
 
 
 
แน่นอนว่ามิติที่เจ้าภูติตรงหน้านี้พูดถึงเป็นมิติของท่านแม่รูน่ามาก่อน ก่อนที่จะส่งต่อให้โซล แล้วก็มีเซ็นมายึดเอาไปเป็นเจ้าของทีหลัง
 
 
 
เป็นอีกครั้งที่เซ็นหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องหวงที่ขนาดนั้น ทั้งๆที่นั้นก็ไม่ใช้ที่ของตัวเองแท้ๆ แต่มันเป็นความรู้สึกคุ้นเคยที่บอกไม่ถูก บางทีถ้าเขาเองไม่ได้เข้าข้างตัวเองนักล่ะก็ สถานที่นั้นก็อาจจะรอคอยเขามาตลอดเช่นกัน
 
 
 
“อืม...ถ้าอย่างนั้น ข้าก็จะไปรอที่นั้นเลยก็แล้วกัน”
 
 
 
“ขอรับ”
 
 
 
สิ้นคำตอบรับ แสงสีขาวก็พุ่งจากตัวภูติตรงหน้ามาที่ทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะห่อหุ้มทั้งหมดอย่างรวดเร็ว แล้วภาพทั้งรอบตัวก็สว่างขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถที่จะเห็นอะไรรอบข้างได้อีก
 
 
 
และถ้าทั้งคู่ออกจากที่ตรงนั้นช้าอีกนิด ก็คงจะได้เห็นอีก 2 บุคคลที่ตามมา
 
 
 
“บ้าจริง...คลาดกันอีกแล้ว” เสียงที่บ่นปนหอบมาหน่อยๆ ก่อนจะแอบหันไปคาดโทษถึงคนที่ทำให้คลาดกันอยู่ไม่ไกล “แล้วเมื่อไรข้าจะได้ทวงเจ้ามีดสั่นเล่มนั้นซักที”
 
 
 
 
 
 
 
------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
//มิตินิรันดร์//
 
 
 
“ไหนพวกเจ้าทั้ง 3 คนลองร่ายเวทย์ที่คิดว่าดีที่สุดออกมาให้ข้าดูคนละบท”คำบอกเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดลึกๆ จากโรเซส หนึ่งในอาจารย์ผู้รับผิดชอบในการฝึกครั้งนี้
 
 
 
เขาเองก็โดนพาตัวมาที่นี้เหมือนกัน แถวยังมาแบบกึ่งบังคับซะด้วย ซึ่งดูๆไปแล้วก็คงไม่ต่างไปจากที่เหลือเท่าไร แต่ว่าไอคนที่เป็นเจ้าของมิติกับเพื่อนมันนี้ซิ จนป่านนี้ยังไม่โพล่มาเลย เลยทำให้ทั่วทั้งบริเวณนี้ มีเพียงพวกเขาเท่านั้น ที่ยึดพื้นที่โล่งเอาไว้
 
 
 
แล้วก็ได้ยินไม่ผิดหรอก ที่ท่านอาจารย์ท่านนี้ สั่งว่าพวกเจ้าทั้ง 3 เมื่อบริเวณนี้นอกจากโรเซสแล้ว ก็มีเพียสที่ยืนกอดอกสบายๆ กับเพื่อนชายหญิงอีก 2 คนที่ยืนหน้าหงิกอยู่ด้านข้าง ส่วนรูฟนั้นไม่รู้ว่าทำอย่างไร ถึงได้รอดจากการพาตัวมาแบบมัดมือชกได้
 
 
 
เพราะขนาดโรเซสเองที่ว่าระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ยังโดนพาตัวมาแบบไม่เต็มใจได้ เมื่อเจ้าภูติรับใช้ของเจ้าของมิติโผล่มาตรงหน้า พร้อมกับบอกว่า ตนต้องพาเขามายังมิตินี้ หลังจากที่เขาทำการสอนเสร็จสิ้น แล้วจึงยิ่งลำแสงสีขาวเข้ามาอย่างเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน รู้สึกตัวอีกทีก็มาโพล่ที่นี้แล้ว 
 
 
 
และเมื่อการทดสอบนี้เริ่มขึ้น ดูเหมือนว่ามันจะมีจุดประสงค์ในการทำลายมิติ มากกว่าที่จะทดสอบเรื่องพลังเวทย์ เนื่องจากแต่ละคนที่เลือกเวทย์แต่ละบทออกมา ล้วนแต่เป็นเวทย์ที่มีพลังทำลายล้างสูงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ...
 
 
 
เพลิงพิภพกัมปนาท...มหาเวทย์บทแรก ที่ถูกสาวเจ้าเรียกเอาเสาไฟขนาด 10 คนโอบได้พวยพุ่งขึ้นมาจากผืนดิน เรื่องความร้อนคงไม่ต้องพูดถึง เพราะขนาดยืนห่างออกไปเกือบร้อยเมตร ยังรู้สึกร้อนจนต้องสร้างเวทย์เยือกแข็งขึ้นมากั้น แต่นั้นก็ไม่น่าหวั่นใจเท่ากับเจ้าพื้นที่ที่สั่นไหวก่อนจะเริ่มแยกตัวออกจากกันจนเห็นธารแมกมาแหวกว่ายอยู่เบื้องล่าง
 
 
 
เปิดแดนสู่ปราภพ...มหาเวทย์อัญเชิญบทที่สองถูกเรียกขึ้นมา แล้วก็ไม่ผิดหวังกับวัตถุประสงค์แฝงจริงๆ เพราะนอกจากจะเรียกเอาเหล่าวิญญาณนักรบที่แข็งแกร่งทั้ง 50 ตนขึ้นมาแล้ว เจ้าวงแหวนเวทย์ยังดูดเอาจิตวิญญาณโดยรอบทั้งหมดขึ้นมา พื้นที่ที่มองไปทางใดก็เจอแต่สีเขียว กลับแห้งกรอบลงอย่างรวดเร็ว เหล่าต้นไม้ต่างพากันยืนต้นตาย ลำธารใหญ่ที่เห็นอยู่ลิบๆนั้น ก็แห้งขอด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นพื้นดินที่แตกระแหงดังเช่นบริเวณอื่น
 
 
 
แต่ยังไม่ทันที่เวทย์บทที่สามจะทันได้สำแดงฤทธิ์เดช บุคคลที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็ห้ามเอาไว้...
 
 
 
“เจ้าหนู ข้าว่าก่อนที่เจ้าจะร่ายเวทย์บทต่อไป เจ้าควรคิดให้ดี แค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็แย่พอควรแล้ว ถ้าเจ้าของเขตแดนมาเห็นคงไม่เท่าไร แต่ถ้าเจ้าหนูนั้นมา...” เหมือนกับปากนั้นจะพาซวย เมื่ออุสรายังไม่ทันที่จะพูดจบ แสงสว่างวาบก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะจางลง ทำให้เห็นว่าคนที่อยู่ตรงกลางคือคงที่อุสรากำลังพูดถึง
 
เด็กชายที่เพิ่งเข้ามาถึง กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะไปหยุดที่เจ้าวิญญาณนักรบที่ยังคงยืนอยู่ ณ จุดเดิม ด้วยอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นภายใต้สีหน้าเรียบ ที่อ่านอารมณ์ไม่ออก สองแขนปล่อยเจ้าม้าตัวน้อยให้ออกไปบิน สองขาก็ก้าวเข้าไปหาเหล่าวิญญาณ
 
 
 
มีดสั่น ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดศึกแยกกันกลางเมืองถูกชักออกมาทำหน้าที่อย่างรวดเร็ว ปาดเข้าที่กลางฝ่ามือเรียกเอาเลือดไหลเป็นน้ำป่าไหลหลาก แล้วตวัดนิ้วที่ชุ่มไปด้วยเลือดนั้นลงไปที่เหล่าวิญญาณตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นตัวอักขระอะไรบางอย่าง
 
 
 
จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 3 แล้วก็ตัวถัดๆไปด้วยจังหวะที่คนมองได้แต่อึ้ง เจ้าวิญญาณนักรบ ค่อยๆจางหายไปเป็นละอองที่ละตัวๆ กลับสู่พื้นดิน เรียกเอาสีเขียวที่หายไปกลับคืน จนครบทุกตัว
 
 
 
เลือดจากมือเล็กๆนั้นยังไม่ยอมหยุดไหล ทั้งๆทำหน้าที่ของมันจบแล้ว เซ็นยกมือขึ้นมามองแผลตัวเองหน้านิ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มรับคูลที่ดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนบินไปบินมารอบตัวไม่ยอมหยุดตั้งแต่ที่ตนเองเริ่มปาดมีดลงบนมือ แล้วก็ใช้แขนอีกข้างที่ยังอยู่ดี คว้าเอาคูลเข้ามาใกล้เป็นนัยๆว่าให้หยุดบินได้แล้ว เวียนหัว
 
 
 
“ไม่ต้องห่วง เมื่อกี้รีบร้อนไปหน่อย เลยปาดผิดที่ ทำให้เลือดมันไหลไม่ยอมหยุด” เซ็นว่าสบายๆ ต่างจากหน้าที่ซีดขึ้นเรื่อยๆ กับความหมายของคำพูดที่ดูจะตรงข้ามกับน้ำเสียง เมื่อการปาดผิดที่ที่ว่า มันหมายความว่าได้ไปตัดเอาเส้นเลือดสำคัญเข้าให้ และถ้ายังปล่อยต่อไป สิ่งต่อไปที่ได้กลับคือสู่ผืนดิน คงไม่แคล้ว เป็นตัวเด็กน้อยเองแน่ๆ
 
 
 
“ว้าย~” หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ได้สติคนแรก รีบวิ่งเข้ามาห้ามเลือดให้เซ็นเป็นคนแรก ก่อนจะตามมาด้วยคนอื่นๆ
 
 
 
“เป็นเรื่องแล้ว” เสียงบ่นเบาๆจากอุสราที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ แข่งกับคนที่กำลังเสียเลือดไปเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย
 
 
 
“มีใครใช้เวทย์รักษาได้บ้างไหมค่ะ” เสียงถามสั่นๆจากหญิงสาวที่ไปห้ามเลือดที่ดูจะไหลออกมาอย่างทะลักทะลายไม่หยุดอย่างเกินความสามารถ มือไม้แทบทำอะไรไม่ถูกเพราะตกใจกับจำนวนเลือดตรงหน้า
 
 
สาวเจ้าที่ถามคำถามไปเมื่อครู่พยายามมองรอบวงเพื่อหาตัวช่วย แต่ทว่า....
 
 
 
กับผู้ที่ใช้เวทย์สายอัญเชิญนั้นถึงแม้จะเล่นกับเหล่าวิญญาณและชีวิต แต่ก็ไม่ได้สันทัดด้านกายภาพเลยสักนิด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนักเรียน หรืออาจารย์จึงดูจะหมดความหมายไปในทันที
 
 
 
ส่วนอุสรานั้น แต่เดิมก็ไม่ได้ถนัดการใช้เวทย์อยู่แล้ว เรียกได้ว่าพอเป็นแค่พื้นฐาน กับไอที่ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นก็มีไอพวกที่นำเอามาได้กับการต่อสู่นิดหน่อยเท่านั้น
 
 
 
จนมาถึงความหวังคนสุดท้าย เพียส ชายหนุ่มที่สามารถใช้ได้ทุกธาตุอย่างสมดุล ก็ต้องสายหน้า ถึงแม้ตัวเขาจะใช้เวทย์ได้ดีกว่าพีซัส แต่ว่า ถ้าจะต้องรักษาใครสักคนโดยปราศจากสื่อนำเวทย์แล้วละก็ มันก็เป็นเรื่องยากพอๆ กับการที่ส่งเขาไปทำคลอดผู้หญิงนั้นแหละ
 
 
 
“ข้าเอง” เสียงทุ้มๆ ติดแววเย็นเยียบนั้น ทำเอาสาวเจ้าหันไปมอง ก่อนที่จะรีบหลบสายตาทันทีที่ปะทะเข้ากับสายตานั้น
 
 
 
“โซล เจ้ามาก็ดีแล้ว เจ้าหนูนี้...” อุสราพูดขึ้น ก่อนจะถูกเจ้าของชื่อพูดตัดออกมา
 
 
 
“ข้าเห็นแล้ว แล้วหลังจากเสร็จตรงนี้ เห็นทีข้าคงต้องคุยกับพวกเจ้า” อีกครั้งที่น้ำเสียงเรียบๆ ไม่ได้มีแรงกดดัน หรือจิตคุกคามใดๆปนมาด้วยนั้น กลับทำให้คนทั้งวงต้องขนลุกซู่ พรางเดินเข้ามาที่เซ็นที่เริ่มจะหน้ามืดเพราะเสียเลือดมากเกิน ก่อนจะต่อคำสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เบาลง “อย่างยาวเลย” แต่นั้นกลับทำให้ทั้งหมดรู้สึกถึงรางร้ายได้เด่นชันอย่างแท้จริง
 
 
 
 
 
 
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
555+ เจอท่าท่านพ่อพิโรธเข้าให้หลบกันไปคนละทิศคนละทางจริงๆ 

ในตอนนี้เซ็นแอบแสดงความสามารถนิดๆหน่อยๆ ให้หลายๆคนแอบลุ่นว่ามันคืออะไร ซึ่งใต้ปีกฯ อาจจะไปเฉลยในตอนหน้า(คาดว่านะ)

ใต้ปีกฯ ว่าเรามาตอบเม้นกันดีกว่า ใต้ปีกฯ ให้เซ็นไปเอามาให้แล้ว คาดว่าจะเป็นเรื่องดี เห็นยิ้มหน้าบานมาแต่ไกล

อืม...อันแรกเป็นของท่านนักอ่านที่เคยเป็นนักอ่านเงา(อันนี้ใต้ปีกฯ เข้าใจ เพราะใต้ปีกฯ เองก็เป็น)

ต้องบอกว่าขอบคุณมากๆนะค่ะที่ติดตามอ่านมา รวมถึงคนอื่นๆด้วย ทั้งที่เป็นและไม่เป็นเงา

แต่ถึงว่า ทำไมเซ็นเดินยิ้มหน้าบานอารมณ์ดีมาแต่ไกล มีคนมาบอกชื่นชอบนี้เอง ใต้ปีกฯเองก็ชอบตัวละครนี้ค่า ชอบคูลด้วย (ปี้ ปี้///ได้ยินเสียงร้องมาแต่ไกล)

คาดว่าซักวันจะเอาประวัติของตัวละครมาลงให้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะแทรกละไปตรงไหนดี

ไหนๆ อันที่สองขอตอบของหนูอีฟนะค่ะ

ง่า~ หนูอีฟอย่าเพิ่งงอนนะค่ะ พอดีช่วงนี้ทั้งป่วย+ยุ่ง(เปิดเทอม) เลยทำให้มาอัพได้เท่านี้

หลังจากนี้คาดว่าเวลาคงจะน้อยลงไปอีก แต่ยังไงใน 1 อาทิตย์ ก็ต้องลง 2 ตอนให้ได้เป็นอย่างต่ำ แต่อาจจะมากกว่านั้น(ในกรณีที่ไม่ตันเช่นปัจจุบัน)
 
สุดท้ายใต้ปีกฯ ต้องขอบคุณทุกกำลังใจ ที่ส่งมาให้นะค่ะ จะพยายามอัพต่อไป ไม่มีการตัดจบแน่นอน(แต่ช้านี้มีแน่ๆ)

ส่วนใครมีอะไรแนะนำ และติชม ก็โพสมานะค่ะ หรือให้กำลังใจกันเฉยๆ ก็ได้


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 44 : บทที่ 43 เหตุที่เกิดจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3966 , โพส : 8 , Rating : 43% / 7 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 8 : ความคิดเห็นที่ 1149
แล้วจะไปปาดทำไมล่ะ เซ็นเอ๋ย ให้คนอื่นปาดสิ
PS.  อย่าอ่านนะ
Name : Ma-Praw < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ma-Praw [ IP : 124.122.2.215 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กันยายน 2553 / 10:32
# 7 : ความคิดเห็นที่ 821
55+ รู้สึกว่าท่านอสุรานีี่จะซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆๆ โดนเล่นงานตลอดเลย
55+ แต่ตอนนี้พ่วงคนอื่นมาซวยด้วย สุดยอด
คำผิดนะคะ
1.มอสเตอร์ - มอนเตอร์
2.คอเสื่อ - คอเสื้อ
3.มีดสั่น - มีดสั้น (หลายจุด)
4.คงที่ - คนที่
5.รางร้ายได้เด่นชัน - ลางร้ายได้เด่นชัด
Name : belljunior < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ belljunior [ IP : 125.27.49.80 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 / 17:33
# 6 : ความคิดเห็นที่ 570
อุสราซวยอีกแล้ว
Name : Mink_C < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 117.47.64.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2553 / 17:57
# 5 : ความคิดเห็นที่ 132
หนุกดี

อัพเร็วเร็วน่ะ
Name : naramitr < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ naramitr [ IP : 118.173.106.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มิถุนายน 2552 / 12:27
# 4 : ความคิดเห็นที่ 131
สนุกมากคะ

รีบๆมาอัพนะ
PS.  ยะฮู้
Name : คกคุง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คกคุง [ IP : 118.173.68.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มิถุนายน 2552 / 21:48
# 3 : ความคิดเห็นที่ 130
อุสรานี่ ท่าทางจะรับบทที่น่าสงสารที่สุดนะคะ มีแต่คนโน้น คนนี้มาขู่เอา ๆ ฮา ๆ
Name : @zilch < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ @zilch [ IP : 125.24.14.54 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มิถุนายน 2552 / 15:00
# 2 : ความคิดเห็นที่ 129
อัพ อัพ อัพ
Name : knight [ IP : 125.24.128.74 ]

วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 / 20:06
# 1 : ความคิดเห็นที่ 128

หนุกดีจ้า อัพไวๆๆเน้อบะบาย

Name : devil of love < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ devil of  love [ IP : 117.47.164.87 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 / 18:24
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android