คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล

ตอนที่ 6 : [RW] บทที่ 4 พูดคุยใต้ดวงดาว


     อัพเดท 10 ก.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, ความฮา, ครอบรัว, น่ารัก
ผู้แต่ง : ใต้ปีกสีน้ำเงิน ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ใต้ปีกสีน้ำเงิน
My.iD: https://my.dek-d.com/nanayimme
< Review/Vote > Rating : 97% [ 56 mem(s) ]
This month views : 46 Overall : 95,367
1,563 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 580 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 6 : [RW] บทที่ 4 พูดคุยใต้ดวงดาว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4966 , โพส : 2 , Rating : 57% / 12 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ 4 พูดคุยใต้ดวงดาว

 

ท้องฟ้าสีดำสนิทที่ถูกประดับตกแต่งด้วยละอองแสงของดวงดาวนับล้านซึ่งคืนนี้ดูเหมือนจะโดดเด่นเป็นพิเศษเมื่อไม่มีแสงจันทร์มาคอยประชันอวดแสงให้ได้เห็นแต่ไม่ว่าท้องฟ้ายามนี้จะเปล่งประกายสวยเพียงใด หรือลมเย็นๆที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมชวนผ่อนคลายนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชายวัยกลางคนนึกชื่นชมเลยทีเดียว

 

โซลที่นั่งมองเจ้าลูกชายตัวแสบที่หันสายตากลมโตสีดำสนิทเช่นเดียวกับทองฟ้ายามนี้มามองนึกถอดถอนใจ ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดีเมื่อหนึ่งในทักษะการเอาตัวรอดที่ได้เคยสอนให้ ‘วิธีการจับเท็จ’ ดันมารู้จักประยุกต์เอาตอนนี้ ยิ่งเมื่อหันมามองดูมือเล็กๆนั้นจับข้อบางของผู้เป็นพี่สาวไว้ยิ่งตอกย่ำความจริงที่ว่าตัวเองถูกวิชาของตัวเองเล่นงานเข้าให้แล้ว

 

“เมื่อสามวันก่อน ทารัสมาหาพ่อที่บ้าน บอกว่าจะให้พ่อไปเป็นอาจารย์ แต่พอพ่อปฏิเสธ เจ้านั่นก็บอกในทำนองว่าพ่อเล่นตัว เป็นเพียงนักเรียนเรียนไม่จบยังเรื่องมาก พ่อก็เลยอารมณ์เสียไล่กลับไป เจ้าอาจยังไม่เข้าใจเซ็น ระบบในโรงเรียนนั้นจะถือเรื่องระบบตำแหน่งมากกว่าระบบรุ่นพี่รุ่นน้องซะอีก พ่อซึ่งเคยเป็นถึงชั้นอัศวิน มาโดนชั้นโซลดูถูกเลยเป็นอย่างที่เจ้าเห็นตอนกลับมานั่นแหละ

 

แล้ววันนี้ที่ตาแก่นั่นก็มา ต้องขอบอกว่ามันนอกเหนือการคาดเดาจริงๆ คาร์ร่าจึงเสนอสิทธิ์ที่จะเอาเจ้าเข้าเรียน ไม่สิต้องบอกว่าแค่มีสิทธิ์ได้รับการทดสอบก็พอ พ่อก็จะยอมเข้าไปสอน แต่ดันปฏิเสธซะนี้ ก็เลยอดกันหมด” โซลเล่าจบทั่วบริเวณก็จมลงสู่ความเงียบทันที

 

“มีเท่านี้จริงๆเหรอครับ” เซ็นถามกลับไปพลางจับผิดผู้เป็นพ่อเต็มที

 

“ที่จริงหลังจากตาแก่นั่นปฏิเสธก็มาเจอเจ้ากลับมาพอดี แล้วตาแก่ดันถูกใจในความฉลาดของเจ้า ก็เลยยื่นข้อเสนอมาว่าถ้าเป็นสายนักปราชญ์ที่ไม่เกี่ยวกับการใช้เวทย์ก็จะอนุญาตให้เจ้าเป็นกรณีพิเศษ แต่เจ้าก็บอกพ่อเองนี่ว่าอยากจะเข้าสายมาสเตอร์มอนสเตอร์ ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องฝืนหรอก แล้วคาร์ร่าก็เห็นตรงกันกับพ่อด้วย”

 

“แต่ว่า ข้าก็ใช้เวทย์ได้ พี่กับพ่อก็รู้ แล้วสายมาสเตอร์มอนสเตอร์ก็ไม่ใช้สายที่ใช้เวทย์โดยตรงไม่ใช้เหรอครับ” เซ็นที่จะแย้งขึ้นมา แต่ก็ถูกคาร์ร่าสายหัวบอกปัดไว้ก่อน

 

“แต่เรื่องที่เจ้าใช้พลังเวทย์ได้มันเป็นความลับ และเป็นความลับสำคัญที่จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้จนกว่าเจ้าจะอายุครบ12ปี แล้วที่พี่ยื่นข้อเสนอให้ท่านโอวาลรับเจ้า ก็เพราะคิดว่าท่านจะมีข้อเสนอดีๆที่จะพาเจ้าเข้าไปอยู่ในนั้นได้นอกเหนือจากฐานะนักเรียน แต่ว่าท่านกลับเห็นแววความฉลาดของเจ้าซะก่อน”

 

“ถ้าอย่างนั้น พี่กับพ่อพอจะบอกเหตุผลให้ข้าฟังจะได้ไหม ว่าทำไมจะต้องคอยให้ข้าปิดบังเรื่องนี้”

 

คาร์ร่ากับโซลที่นั่งขนาบข้างอยู่ถึงกับสะดุ้งกับคำถามของเด็กชายเป็นรอบที่สอง ทั้งที่เมื่อก่อนเขาก็เข้าใจว่าเด็กบางคนสามารถใช้เวทย์ได้เลยตั้งแต่เด็กๆ แต่อาจจะหาได้ยากที่หมู่บ้านเรา แต่ว่ามันไม่ใช้ แต่ที่ตัวเองยังคงหาเหตุผลแย้ง ก็เพราะว่าทั้งสองคนที่นั่งขนาบข้างอยู่นี้ ก็ใช้เวทย์ได้แต่เด็กเหมือนกัน

 

“เอ่อ...เรื่องนั้น” คาร์ร่าอึกอักๆ ก่อนจะหันมามองตัวช่วยจากโซล

 

“.....” ฝ่ายโซลเองก็ได้แต่เงียบ ไม่บอกเหตุผล

 

“ไม่บอกก็ไม่เป็นไรครับ แล้วถ้าอยากจะให้ปิดเรื่องที่ใช้เวทย์ได้เป็นความลับ ข้าก็จะปิด แต่ว่าพี่กับพ่อต้องให้ข้าเข้าเรียนในฐานะนักเรียนสายนักปราชญ์ ตกลงไหมครับ” เซ็นถอนหายใจแรงๆที ก่อนจะถามกลับมา

 

“ตามใจ พี่ไม่บังคับเจ้าอยู่แล้ว แต่แน่ใจนะว่าจะเรียนสายนี้ พี่ว่าเจ้าค่อยสมัครเอาตามเกณฑ์ปีหน้าก็ได้”

 

“ครับแน่ใจ”

 

“แต่พ่อไม่อนุญาต พ่อไม่อยากให้ลูกเข้าไปเรียนที่นั่นเพราะตัวพ่อ พ่อเลี้ยงเจ้ามาแต่เด็กๆ พ่อรู้นิสัยเจ้าดี ว่าเจ้าชอบสิ่งใด ไม่ชอบสิ่งใด แล้วอีกอย่างการที่คนเราจะทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบ ทั้งๆที่ข้างตัวมีสิ่งที่ต้องการวางไว้อยู่นั้นมันทรมานมากขนาดไหน เจ้าก็น่าจะรู้ได้ด้วยตัวเองนะเซ็น” โซลพูดเสียงเข้มไม่มองหน้าเซ็น

 

“แต่พ่อครับ ข้าไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหน แค่ไปนั่งเรียนเฉยๆ แรงก็ไม่ได้ออก เวทย์ก็ไม่ได้ใช้ แถมพ่อยังได้เข้าไปในโรงเรียนอีก” เซ็นพูดหว่านลอม พลางจ้องหน้าโซลผ่านความมืด

 

“แล้วเรื่องสายล่ะ เจ้าแน่ใจแล้วเหรอ ถ้าเจ้าเข้าไปแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนสายกันง่ายๆหรอกนะ” โซลมองหน้าลูกชายกลับ

 

“ถ้าอย่างนั้นพี่ ที่โรงเรียนมีคนที่เรียนมากว่าหนึ่งสายไหม” เซ็นหันหน้ามาถามพี่สาวที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

 

“มี ก็อย่างพี่ก็เรียนควบสองสายนักเวทย์นักปราชญ์ หรือจะเป็นพ่อที่เรียนควบสาย นักเวทย์ นักดาบ แต่ว่าเจ้าจะถามทำไม” คาร์ร่าตอบไป

 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เป็นเรื่องง่าย ข้าจะเข้าเรียน สายนักปราชญ์ในปีนี้แล้วปีหน้าก็จะสอบเข้าใหม่”

 

“แต่ว่า เจ้าไม่อยาก...” โซลพูดขัดขึ้น

 

“ถึงจะไม่ได้อยากเข้าสายนี้โดยตรง แต่ว่าการเข้าไปเรียนให้รู้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร แล้วปีหน้าจะสอบใหม่ เรียนควบกับสายอื่น ทีนี้พ่อก็ได้ไปในที่ๆพ่ออยากไป ข้าก็ได้เรียนในสิ่งที่ข้าต้องการ แล้วยังได้เจอหน้าพี่ทั้งปีด้วย”

 

“แต่พี่ไม่แน่ใจว่าจะง่ายอย่างที่เจ้าว่า พี่ยังไม่เคยเห็นใครที่ลงสอบสองปีติดกัน เพราะที่นี้จะเน้นเรื่องกฎของอายุในการสมัครมาก แต่เจ้าเข้าเรียนในปีนี้อาจจะถือว่าเป็นเด็กนักเรียนที่เด็กที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนก็ได้”

 

“ก็เพราะอย่างนั้น ในปีหน้าข้าก็น่าจะมีสิทธิ์สมัครสอบ ในใบสมัครสอบไม่มีข้อไหนที่เขียนว่าห้ามเด็กของโรงเรียนลงสอบนี้ครับ มีแต่ห้ามเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าสอบ กับต้องไม่ใช่นักเรียนที่เรียนควบสถาบันนี่ครับ”

 

โซลมองหน้าลูกชายที่พยายามจะหาเหตุผลข้ออ้างสารพัดมาบอกเขาเพื่อที่จะได้ใจอ่อนยอมให้เจ้าตัวแซบนี้ได้เข้าเรียนตามใจอยาก แล้วพวกเขาก็ไม่เคยใจแข็งกับเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆได้ซักทีซิน่า

 

“ก็ได้ พ่อยอมแล้ว แต่ว่าก่อนจะไปเจ้าต้องรักษาสัญญากับพ่อข้อหนึ่ง” โซลหันมามองลูกชายผ่านความมืด

 

“พูดมาซิครับ”

 

“เจ้าต้องให้สัญญากับพ่อว่า เจ้าจะไม่ใช้เวทย์เลยสักครั้ง แม้ว่าจะเป็นที่ลับตาคนก็ตาม จนกว่าจะพ่อจะอนุญาต หรือเป็นเรื่องที่ถึงกับชีวิตจริงๆ”

 

“ครับ ข้าจะพยายามรักษาสัญญานั่น” เซ็นตอบรับกลับไป พลางยิ้มหน้าบาน

 

“เฮ้อ~ เจ้าโตขึ้นมากนะ เด็กชายตัวน้อยๆของพ่อโตขึ้นมากจริงๆ ขนาดคำสัญญายังรู้จักหัดตอบอย่างไว้เชิง” โซลถอนหายใจ ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ ให้พอได้ยินกันทั่ว แล้วเงยมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

 

“เมื่อก่อนพ่อยังจำได้ ว่าเจ้าร้องไห้ขอตามพ่อไปยังเมืองต่างๆ แล้วยังชอบเก็บสัตว์ป่าที่บาดเจ็บมาบังคับให้พ่อรักษาจนบ้านเรากลายเป็นโรงหมอไปเมื่อไรไม่รู้ ทั้งๆที่ตอนนั้นพ่อยังร่ายเวทย์ขาวไม่ค่อยเป็นด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เจ้ากลับ...” แม้เสียงทุ้มๆนั้นจะดังให้พอได้ยินกันทั่ว ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ประโยคสุดท้าย

 

“ก็ได้ พ่ออนุญาต” โซลตอบ ก่อนที่จะยิ้มออกมา

 

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเก็บของกันทั้งสองคน พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางพร้อมกันหมด” คาร์ร่าพูดเสียงร่าเริง

 

“พรุ่งนี้เหรอครับ” เซ็นทวนคำอย่างไม่มั่นใจ ก่อนมองหน้าคาร์ร่า

 

“เจ้ามีนัดรึ” โซลถามออกมาอย่างเดาทางเด็กชายถูก

 

“ครับ พรุ่งนี้มีนัดกับเดลิน” เซ็นหันไปตอบโซลด้วยน้ำเสียงที่ดูหงอยลงไปถนัดตา

 

“เจ้าแก่นั่นลงมาที่ป่าอีกแล้วเหรอ” คาร์ร่าพูดขึ้นอย่างแค้นไม่หาย คราวก่อนที่เธอทะเลาะกับเซ็น แล้วเซ็นหายตัวไป เธอตามหาแทบเป็นบ้าอยู่ 2 วัน แต่เดลินกลับให้เซ็นอยู่พักกับตน ตัวเธอแทบจะจุดไฟเผาป่า ถ้าเซ็นไม่มาห้ามเสียก่อน

 

“เอาอย่างนี้ล่ะกัน” โซลที่นั่งคิดอยู่นานก็พูดขึ้น เรียกให้สติคาร์ร่ากลับมาอยู่ที่เดิมก่อนจะเตลิดไปไกล ถึงขั้นวางแผนเผ่าป่าอีกรอบ

 

“คาร์ร่า พวกเจ้าก็เดินทางไปกันก่อน เดี๋ยวพ่อจะพาเซ็นตามไปทีหลัง” ทันทีที่โซลพูดจบ เซ็นก็ตาเป็นประกายทันที

 

“แต่วันรับสมัครจะปิดในอีก 5 วันนี้แล้วนะพ่อ ขนาดให้กัสบินไม่หยุดยังใช้เวลาตั้ง 4 วันกว่า นี้ที่ไปกันก็ไปถึงวันสุดท้ายแบบก่อนกำหนดสุดๆแล้วนะ” คาร์ร่าพูดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินข้อสรุปจากโซล

 

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา พ่อรับรองว่าเซ็นจะต้องไปสมัครทันอย่างแน่นอน” โซลพูดอย่างมั่นใจ จนคาร์ร่าอดที่จะหวั่นๆ กับนิสัยของพ่อตนไม่ได้

 

“ตามใจคะ แต่หนูเตือนไว้ก่อน ถ้าไปไม่ทันล่ะก็ ต่อให้เป็นท่านโอวาลก็ช่วยอะไรพ่อไม่ได้ เดี๋ยวนี้พวกสภาสูงยิ่งบ้าอำนาจอยู่” คาร์ร่าพูดอย่างอารมณ์เสีย ใจก็อยากตามใจน้อง แต่อีกใจก็ยังเคืองเดลินไม่หาย

 

“ฮ้าว~ ปี้ ปี้” คูล เจ้าม้าตัวน้อยที่บัดนี้ตาจะปิดเต็มทน กัดชายเสื่อเซ็นกระตุกเบาๆเรียกให้เจ้านายรู้สึกตัว ก่อนที่จะหาวออกมาให้เห็น แล้วร้องเบาๆเป็นการเตือนว่าควรสิ้นสุดการสนทนาได้แล้ว เพราะดึกเต็มทีแล้ว

 

“ถึงเวลาที่ควรจะเข้าบ้านได้แล้ว เจ้าหนูนี้ก็ง่วงเต็มทน แล้วยังน้ำค้างที่เริ่มจะแรงขึ้นเรื่อยๆด้วย” โซลบอกทั้งสองคนก่อนที่จะลุกขึ้นมายืนบิดขี้เกียจ

 

ทั้งหมดเดินเข้าบ้าน โดยก่อนเข้าบ้านไป โซลไม่ลืมที่จะดับไฟหน้าโรงเก็บสัตว์  โดยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว คบเพลิงทั่วบริเวณบ้านก็ดับลง เหลือเพียงแสงเรืองจางๆ จากคบเพลิงหน้าบ้านที่ยังคงจุดเอาไว้

 

เซ็นอุ้มคูลเดินแยกเข้าห้องตัวเองไป ก่อนที่จะตรงไปยังบริเวณเตียง วางคูลลงอย่างเบามือ แล้วจึงเดินจุดเทียนบริเวณโต๊ะหนังสือ ที่ครึ่งหนึ่งของโต๊ะเคยเป็นที่วางไข่ของคูลมาก่อน

 

แสงไฟจากเทียนทำให้เห็นว่าบนโต๊ะตัวเล็กนั้นมีหนังสือปกสีซีดที่ครั้งหนึ่งเคยสดใส ถูกเก็บรักษามาเป็นอย่างดี ภายในเล่มเป็นเพียงหนังสือภาพธรรมดา ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ เซ็นมองหนังสือเล่มแรกที่ได้เป็นของขวัญจากผู้เป็นพ่อ แล้วอมยิ้ม นึกถึงตอนที่เขาตามพ่อออกจากหมู่บ้านครั้งแรก

 

สีสันในเมืองใหญ่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะตื่นตาไปหมดสำหรับเด็กอายุเพียง 5 ขวบ หนังสือภาพเล่มโตวางขายอยู่ในร้านหนังสือสุดหรูที่เขาแอบไปยืนมองเป็นวันในเวลาที่พ่อไปทำธุระ แม้ตอนนั้นเขาจะไม่ร้องไห้งอแงจะเอาหนังสือเหมือนเด็กอื่นๆ เพราะรู้ว่าราคาที่เกินตัวจะทำให้บ้านเขายิ่งเข้าสู่ภาวะอดอยากยิ่งกว่าที่เคยเป็น แต่โซลก็ยังไม่ละพยายามไปหาซื้อหนังสือภาพมาให้ แม้จะเป็นเพียงหนังสือมือสองก็ตาม

 

เซ็นเปิดแต่ละหน้าขึ้นมาดูอย่างทะนุถนอม ในบรรดาหนังสือทั้งหลายไม่ว่าจะสวย จะดีเลิศมากแค่ไหน แต่หนังสือเล่มนี้คือหนังสือที่มีค่ามากที่สุด แม้ว่าหน้าสุดท้ายจะหลุดหายไปแล้วก็ตาม

 

เซ็นมองออกไปที่นอกหน้าต่าง จากตรงนี้เขาเห็นประกายแสงของเดลินได้อย่างชัดเจน เด็กชายอมยิ้มอยู่คนเดียวในความมืด แต่เพียงไม่นานก็ต้องรู้สึกถึงน้ำหนักที่กดลงมาตรงบ่า

 

“ปี้ ปี้ ปี้”คูลที่นอนอยู่บนเตียง ตื่นขึ้นมาเห็นนายของตนอยู่ตรงหน้าต่างจึงบินมาเกาะ ก่อนที่จะเลือนมาเป็นให้เซ็นอุ้มแทน แล้วซุกหัวหลับต่อ

 

“ฮะ ฮะ ฮะ ก็ได้ๆ ไปนอนก็ได้” เซ็นหัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นอาการของคูล ที่ต้องการเรียกให้ตนไปนอน

 

“ราตรีสวัสดิ์ พรุ่งนี้เจอกันเดลิน” เซ็นหันไปมองนอกหน้าต่างอีครั้ง ก่อนที่จะเก็บหนังสือภาพไว้ที่เดิม

 

-----------------------------------------------------------------

 

แสงอาทิตย์ยามเช้า ที่มาพร้อมกับวุ่นวายในบ้านหลังเล็กๆท้ายหมู่บ้าน เสียงโหวกเหวกจากบริเวณหน้าบ้านทำให้เซ็นขยี้ตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด ที่ยามเช้าอันน่าจะสงบสุขกลับโดนเสียงพวกนี้ทำลายไปซะหมด ยิ่งเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างยิ่งหงุดหงิดเพราะตอนนี้ดวงอาทิตย์ยังโผล่ขึ้นมาไม่เต็มดวงด้วยซ้ำ

 

ลานโล่งที่อยู่ด้านข้างของตัวบ้านตอนนี้เต็มไปด้วยข้าวของที่เตรียมตัวจะเดินทาง เจ้ากัส มังกรวายุที่ตอนนี้กำลังจะโตจนเกือบจะเป็นตัวเต็มวัย กระพือปีกอันใหญ่โตของมันเบาๆเป็นการเรียกลม เพื่อทดสอบสภาพตัวเองในการบินระยะไกล ความโกลาหนวุ่นวายจากเด็กหญิงและชายสองคนที่ดูจะตื่นเต้นนั้นทำเอาผู้ใหญ่อีกสองคนที่ยืนคุมอยู่ถึงกับกุมขมับ

 

เซ็นขยี้ตาเพื่อคลายความง่วง มองภาพตรงหน้าผ่านกรอบหน้าต่าง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเพื่อที่จะได้ลงมาหาเพื่อนทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างล่าง

 

“อรุณสวัสดิ์ เซ็น วันนี้เจ้าตื่นสายนะ” เด็กสาวน่าตาน่ารัก ผมสีชมพู กับตาสีฟ้านั้นทำให้เธอเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ พูดขึ้นทันทีที่เห็นเด็กชายเดินออกมาจากบ้าน ด้านหลังมีเจ้าม้าตัวน้อยคุ้นตาบินตามมา

 

“นี้เขาไม่เรียกว่าสาย เขาเรียกว่าเช้าเกินไปต่างหาก” เซ็นตอบกลับมาพร้อมกับหาวโชว์อีกรอบแล้วมองไปที่ดวงอาทิตย์ที่ตอนนี้โผล่ออกมาริมๆขอบฟ้า

 

“เรื่องนั้นช่างมันก่อน ข้าสนใจเจ้าตัวที่บินตามเจ้ามามากกว่า” เด็กชายอีกคนถามอย่างสนใจเมื่อเห็นเจ้าม้าตัวน้อยเต็มตา

 

“คูล” เซ็นเรียกเจ้าตัวที่เป็นที่น่าสนใจของเพื่อนๆมาอยู่กลางวง ก่อนที่มันจะเข้าไปเกาะเซ็น

 

“เจ้าพอรู้ไหมว่าคูลเป็นตัวอะไร” เด็กหญิงถาม พรางก้มลงมามองใกล้ๆ จนคูลกระพือปีกคิดจะหนี แต่เซ็นก็ลูบปลอบเอาไว้จนสงบลง

 

“ข้าเองก็ไม่รู้ เมื่อวานข้าไปถามเดลิน เดลินบอกว่ามันไม่มีชื่อเรียก” เซ็นตอบกลับไป

 

“เมื่อวานเจ้าเข้าป่าเหรอ” เด็กหญิงถามกลับตาโตอย่างแปลกใจ

 

“อือ”

 

“ไม่น่า พวกข้ามาหาเจ้าเมื่อวานก็ไม่เจอ ทั้งๆที่นัดกันเอาไว้” เด็กชายบ่นเบาๆตามภาษาคนถูกเบี้ยวนัด

 

“ข้าขอโทษ ซีฟา วีเทียร์ พอดีมันเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ”

 

“ถ้าเป็นเจ้า ข้าเชื่อว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ” วีเทียร์ เจ้าของชื่อของเด็กสาวพูด

 

“หมายความว่าไง ถ้าเป็นเซ็น” ซีฟาหันมาถามทันทีที่ฟังจบ เด็กชายอดไม่ได้ที่จะค้อนเพื่อนสาวเพียงหนึ่งเดียว

 

“ก็ถ้าเป็นคำพูดเจ้ามันเชื่อไม่ได้น่ะซิ” วีเทียร์พูดพลางกอดอก พยักหน้ายืนยันคำตอบ

 

“ไม่จริง ข้าออกจะจริงใจ ใช่ไหมคูล” ซีฟาเริ่มหันไปขอทัพสนับสนุนมาจากเจ้าม้าตัวน้อยที่อยู่กลางวงล้อมของเด็กทั้งสาม

 

“ปี้ ปี้” คูลก็ร้องตอบออกมาพร้อมกับหันไปมองผู้เป็นนายที่ยืนหัวเราะเบาๆอยู่

 

“เห็นไหม คูลยังเห็นด้วยกับข้าเลย” ซีฟาว่าอย่างยืดออกภูมิใจ

 

“เจ้าบ้า คูลมันจะไปรู้ได้อย่างไง มันเพิ่งเจอนายครั้งแรกวันนี้เองนะ จริงไหมเซ็น” วีเทียร์แวดใส่ขึ้นมา ก่อนจะไปขอเสียงจากเซ็น

 

“เรื่องนี้ข้าไม่ขอออกความคิดเห็นได้ไหม” เซ็นยิ้มแหยๆตอบกลับไป

 

“เพราะฉะนั้น สองต่อหนึ่ง ข้าชนะ” ซีฟาว่าพลางยิ้มกว้าง แต่ก็ต้องหุบโดยเร็วเพราะ

 

“แต่เมื่อกี้คูลมันไม่ได้ตอบเจ้า มันหันมาถามข้าต่างหากว่าจริงรึ ที่วีเทียร์พูด” เซ็นแก้ความเข้าใจผิดให้ วีเทียร์ที่นั่งฟังก็หัวเราะทับทันที

 

“ช่วยกันหน่อยก็ไม่ได้” ซีฟาบ่นเบาๆพลางหันไปมองคูลเคืองๆ เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนทั้งสองได้อีกครั้ง แต่บทสนทนาทั้งหมดก็ต้องสิ้นสุดลง

 

“เด็กๆ ได้เวลาแล้ว ถ้าเดินทางช้ากว่านี้ไปถึงที่นู้นจะมืดเอาได้นะ” แม่ของซีฟาเดินเข้ามาเรียกเด็กทั้งสอง

 

“พวกข้าต้องไปแล้ว เจ้าเองก็รีบตามาแล้วกัน” ซีฟาว่าก่อนเดินตามผู้เป็นแม่เอง

 

“รีบๆตามมานะ พวกข้าจะรอ”วีเทียร์พูดก่อนจะเดินตามซีฟาไปอีกคน

 

“อือแล้วข้าจะรีบตามไป” เซ็นยิ้มตอบพวกเพื่อนๆ

 

“เซ็น” คาร์ร่าเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย เรียกเซ็นที่ยืนลาเพื่อนๆอยู่

 

“ครับ”

 

“ดูแลตัวเองด้วยนะ ถ้าพ่อแกล้งอะไรมาบอกพี่ได้” คาร์ร่าว่าพลางทำหน้าจริงจัง

 

“ฮะๆๆ พี่ครับแค่ไม่กี่วันเอง พี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” เซ็นหัวเราะกับคำพูดของผู้เป็นพี่

 

“ใช่ๆ พ่อจะไปแกล้งอะไรเซ็นมันได้ล่ะ” โซลที่เดินตามมาทันได้ยินประโยคเมื่อกี้บอกออกมา

 

“อย่าให้หนูรู้ละกัน จะเล่นให้หมดหล่อเลย” คาร์ร่าขู่ให้อีกที ก่อนจะหันกลับมามองเซ็น

 

“แล้วระหว่างที่พี่ไม่อยู่ต้องกินให้ครบสามมื้อนะ แล้วอย่าลืมใส่เสื้อคลุมเวลาที่ออกไปข้างนอกบ้านล่ะ เวลาเดินทางก็ระวังตัวให้ดีด้วย ถ้าป่วยต้องกินยารู้ไหมห้ามงอแง พ่อด้วยอย่าตามใจน้องเวลาป่วย พี่ไปแล้วนะ” คาร์ร่าร่ายยาวสั่งน้อง ก่อนจะกอดลาเซ็นอีกที แล้วกระโดดขึ้นไปบนตัวกัส

 

“ครับ พี่ก็รักษาตัวด้วย” เซ็นตอบรับเบาๆ ก่อนจะโบกมือลา

 

คาร์ร่ากระตุกเชือกที่ควบคุมมังกรเบาๆ เจ้าตัวโตก็กางปีกออกเต็มความยาว การกระพือปีกเพียงครั้งเดียวก็หอบเอาขนาดตัวที่ใหญ่เกือบ 10 เมตรขึ้นไปอยู่ในอาการเหนือพื้นดินราวๆเมตรหนึ่ง  ก่อนจะกระพือปีกอีกครั้งเป็นการทรงตัวให้ดี แล้วกัสก็พุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้ากว้างใหญ่ด้วยการกระพือปีกครั้งที่สาม

 

“ไปกันหมดแล้วรู้สึกเงียบๆ เนอะพ่อ” เซ็นหันมาขอความคิดเห็นจากผู้เป็นพ่อ

 

“อืม” โซลว่า พลางมองตามทิศที่มังกรหนุ่มบินไป ก่อนจะหันเดินเข้าบ้านเมื่อเจ้ากัสหายไปลับตา

 

“พวกเราก็ไปกินข้าวกันเถอะ เสร็จแล้วเจ้าจะได้ไปหาเดลิน”

 

“ครับ”

 

เซ็นเดินตามโซลเข้าบ้านไป พร้อมกับนึกถึงเรื่องต่างๆที่เขาจะนำเอามาคุยกับเดลินในวันนี้

 

-------------------------------------------------------

 

ยามสายของวัน แสงแดดจากพระอาทิตย์ยังคงส่องแสงออกมาอย่างแรงกล้า จนอุณหภูมิเพิ่มขึ้น แต่ภายในป่ากลับเกิดสิ่งตรงข้าม สายลมจะไหลเอื่อยๆ บรรยากาศภายในป่าก็ดูจะเย็นเหมือนอยู่บนเขา ต้นไม้ในป่าต่างค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ สัตว์น้อยใหญ่ออกมาหาอาหาร และวิ่งเล่นกันไปตามภาษา นกน้อยต่างๆที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ส่งเสียงร้องเป็นเพลงเบาๆขับกล่อม

 

ป่าใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์เต็มที่กลับไม่มีใครเข้ามาหาผลประโยชน์ เพียงเพราะคำบอกเล่าของป่าศิลานี้ว่าเป็น “ป่าผีสิง” หากใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจได้หายไปอย่างไม่มีวันกลับมาอีก

 

แต่ด้านชายป่าของป่าศิลาเด็กชายเรือนผมสีน้ำเงินที่ตอนนี้กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าป่าพร้อมกับลูกม้าตัวน้อยที่บินตามหลังมาติดๆ ก่อนจะเหลือบไปเห็นพวกโมกาที่มีมากัน 5 คนกำลังเดินหลงทางในป่าอยู่

 

“คูล ไปดูพวกโมกากันไหม” เซ็นถามเจ้าม้าตัวน้อยที่บินตามมา

 

“ปี้ ปี้” คูลตอบรับเบาๆ ทำให้ทั้งคู่จึงเปลี่ยนจุดที่มุ่งหมาย ปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อแอบดูพวกโมกา

 

-------------------------------------------------------

 

“ข้าว่าเราเดินวนตรงนี้มาสามรอบแล้ว” โมกาพูดขึ้น รอบตัวมีลูกน้องอยู่อีก 4 คน

 

“เอาอย่างนี้ข้าจะใช้มีดทำรอยตรงต้นไม้ดีไหม” เด็กชายร่างใหญ่พูดขึ้น ซึ่งซีฟาเคยขนานนามว่ามีแต่กล้าม ไม่มีสมอง

 

ว่าแล้วก็เดินเข้ามาใต้ต้นไม้ที่เซ็นยืนอยู่ แต่ยังไม่ทันที่คมมีดจะปาดเข้ากับเนื้อไม้ ต้นไม้โดยรอบก็หวดเข้าที่เด็กชายร่างโตอย่างไม่ปราณี รวมถึงต้นที่เซ็นยืนอยู่ด้วย จนทำให้เจ้าตัวถึงกับตกต้นไม้ ดีที่มีหญ้านิ้มๆโผล่พรวดขึ้นมา ราวกับจะมารองรับเซ็น จึงไม่ได้เจ็บตัวอะไรมาก คูลบินตามเจ้านายตนมาอย่างรวดเร็ว

 

และเพียงไม่นาน เหตุการณ์ต่างๆก็กลับเป็นปกติ ซึ่งตอนนี้ต้นไม้หยุดหวดชายร่างโตแล้ว แต่แทนที่โมกากับพวกที่เหลือจะไปดูเพื่อน กลับเดินเข้ามาล้อมรอบเซ็นเอาไว้แทน

 

“แอบตามมาเยาะเย้ยพวกข้ารึไง” โมกาพูดอย่างฉุนๆ ในขณะที่เซ็นยันตัวลุกขึ้นมาแต่ก็ต้องล้มลงไปใหม่ เพราะที่หล่นลงมาเมื่อกี้ถึงจะสูงไม่มาก แต่ก็สูงพอจะทำให้บาดเจ็บ แถมยังหล่นลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวอีก ถึงจะปีนต้นไม้เก่งยังไงก็ต้องมีเจ็บตัวกันบ้าง

 

“ปี้ ปี้ ปี้ๆๆๆ” คูลร้องปฏิเสธออกมาทันทีที่โมกาพูดจบ

 

“คูลพอเถอะ เราไปกันดีกว่า” เซ็นว่าก่อนจะฝืนลุกขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะออกอาการเจ็บๆอยู่บ้างก็ตาม

 

“ใครให้ไป” โมกาพูดขึ้นพร้อมกับตั้งท่าจะชกเซ็นระบายอารมณ์ที่ทำให้ต้องมาติดป่า แต่ก่อนที่จะได้ซัดก็มีกิ่งไม้มากมายเข้ามาพันข้อมือโมกาเอาไว้ ก่อนจะบีบแรงขึ้น จนโมกาต้องร้องออกมา

 

“อย่าหักข้อมือเขานะโลฟ” เซ็นพูดเสียงดังก้องไปทั่วป่า จนคนอื่นๆที่กำลังแตกตื่นกับป่าผีสิงนี้หันมามอง

 

“โอ๊ย~ พวกเจ้าทำอะไรสักอย่างกับต้นไม้บ้าๆ พวกนี้ทีซิ” โมกาที่ร้องขึ้นมาอีกครั้งเพราะดูเหมือนเหล่าต้นไม้ในป่ากำลังเคลื่อนไหว บีบตัวเข้ามาอย่างไรอย่างนั้น

 

“ข้าจะตัดมัน” เด็กชายร่างโตอีกคน ดึงมีดสั้นขึ้นมา และตั้งท่าที่จะปักมีดลงบนกิ่งไม้

 

“ไม่ได้นะ” เซ็นกับเด็กชายผมเขียวที่เป็นคนเดียวที่ดูท่าจะใช้สมองมากกว่ากำลังในกลุ่มร้องขึ้นพร้อมกัน เป็นขณะเดียวกับที่คูลพุ่งชนจนล้ม แล้วรีบบินกลับมาหาเซ็น

 

“เดลิน ท่านจะฆ่าพวกเขาไม่ได้” เซ็นร้องตะโกนอีกครั้ง คราวนี้ป่าทั้งป่าก็เงียบลง ก่อนที่กิ่งไม้ที่บีบมือโมกาจะผ่อนและปล่อยมือเขาในที่สุด

 

“เมื่อกี้เจ้าพูดกับใคร” เด็กชายผมเขียวถามเสียงเข้ม ทันทีที่เหตุการณ์ต่างๆสงบ พลางก้าวเข้ามา

 

“....”

 

“ตอบซิ ว่าอะไรที่สั่งเจ้าพวกต้นไม้ผีสิงพวกนี้” โมกาตะคอกใส่เซ็นที่ยืนเงียบ จนคูลบินเข้ามาขวางตรงหน้าระหว่างเขากับเซ็น

 

“ข้าบอกให้ตอบ” โมกาตวาดอีกครั้ง ก่อนที่ต้นไม้ทั้งป่าจะสั่นไหวอย่างรุนแรง

 

“ข้าเอง ที่สั่ง...” เสียงทรงพลังอำนาจดังขึ้นทั่วทิศ จนพวกโมกาถอยเอาหลังมาติดกันโดยอัตโนมัติ

 

“เจ้าเป็นใคร ออกมาเดียวนี้” โมกาตะโกนเสียงเกรี้ยวกราด หันไปมองทุกๆทิศ

 

“เจ้ามนุษย์สามหาว เจ้าไม่ตายตั้งแต่ที่เหยียบเข้ามาในดินแดนนี้ก็ถือเป็นบุญแล้ว เจ้าควรจะขอบคุณคนที่เจ้าตะคอกใส่ด้วยซ้ำ ที่ร้องขอชีวิตไว้ให้” เสียงเดิมยังคงดังก้องไปทั่วทั้งป่า ต้นไม้ยังคงสั่งไหวอย่างน่ากลัว ตามกระแสความเกรี้ยวกราดที่มีมากกว่าของป่าโดยรอบ

 

“ข้าบอกให้ออกมาอย่างไงล่ะ” โมกายังคงตะโกนหาต้นเสียงต่อไป ไม่สนคำที่เสียงทรงอำนาจพูด

 

“ถ้าข้าไม่สั่งสอนซะบ้างคงไม่รู้สำนึกซินะ เพียส รัส” เสียงเดิมว่าต่ออย่างไม่สนใจสิ่งที่โมกาพูดออกมา และทันทีที่สิ้นเสียงทรงอำนาจ ต้นไม้น้อยใหญ่ในป่าก็ต่างสั่นไหวอย่างน่ากลัว พร้อมกับเสียงเคลื่อนไหวของต้นไม้ที่ดังมาเป็นแนว

 

“โมกา” เด็กชายผมเขียวจับไหลเพื่อนเอาไว้ พลางทำสัญญาณบอกให้เงียบ แล้วมองไปยังต้นกำเนิดเสียง

 

ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบในทันที เพียงไม่นานสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงก็ปรากฏให้เห็น ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างเคลื่อนที่อย่างช้าๆ เพื่อเปิดทางให้สิงโตตัวใหญ่สองตัวที่เดินคู่กันมา ขนาดของพวกมันใหญ่โต และสูงพอๆกับม้าที่โตเต็มวัย นัยน์ตาสีทองทั้งสองคู่จ้องพวกโมกาอย่างน่ากลัว ขนของตัวสิงโตร่างใหญ่เป็นสีขาวบริสุทธิ์ ที่คอมีสร้อยสีเงินคล้องไว้อยู่ ตรงจี้เป็นสัญลักษ์ของดวงจันทร์ และพระอาทิตย์ สีทองอร่ามราวกับทำจากทองคำ

 

สิงโตทั้งสองตัวมาหยุดบริเวณด้านหน้าของพวกโมกา พวกมันจ้องมาที่เหยื่อทั้ง 5 อย่างน่ากลัว จนโมกาหน้าซีด ไม่เหลือเคล้าความก้าวร้าวแบบเมื่อกี้

 

“กรรรร

 

---------------------------------------------------------------

แก้ไขครั้งแรก 4เมษายน 2552
แก้ไขครั้งที่ 2  26 เมษายน 2553 
ขอบคุณคุณ -loveless-ที่ช่วยแก้คำผิดคะ


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 6 : [RW] บทที่ 4 พูดคุยใต้ดวงดาว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4966 , โพส : 2 , Rating : 57% / 12 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1480
มือซักข้างก็ยังดี
Name : KamiNoDeshi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KamiNoDeshi [ IP : 223.206.137.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มกราคม 2555 / 20:18
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1070
ไปดูพวกโมกากันมั้ย 'นั้นกันมั้ย?'
Name : -loveless- [ IP : 58.9.187.9 ]

วันที่: 24 มิถุนายน 2553 / 15:14

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android