คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล

ตอนที่ 8 : [RW] บทที่ 6 เมื่อเรียไลซ์ และพี่ชายทั้งสอง


     อัพเดท 11 พ.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, ความฮา, ครอบรัว, น่ารัก
ผู้แต่ง : ใต้ปีกสีน้ำเงิน ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ใต้ปีกสีน้ำเงิน
My.iD: https://my.dek-d.com/nanayimme
< Review/Vote > Rating : 97% [ 56 mem(s) ]
This month views : 46 Overall : 95,367
1,563 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 580 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 8 : [RW] บทที่ 6 เมื่อเรียไลซ์ และพี่ชายทั้งสอง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4976 , โพส : 4 , Rating : 60% / 13 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ 6 เมื่อเรียไลซ์ และพี่ชายทั้งสอง

 

โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล สถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเรียไลซ์ เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ และนอกจากเมืองรีไลซ์จะมีโรงเรียนมหาเวทย์ฯ ตั้งอยู่แล้ว เมืองเรียไลซ์ยังเป็นที่ตั้งของคลังหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในแผ่นดินออรากัส จึงทำให้มีคนกล่าวว่าเรียไลซ์ เป็นเมืองแห่งการสร้างวีรบุรุษ และมหาปราชญ์

 

ในทุกๆปีโรงเรียนมหาเวท์อินทราเซลจะเปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ ซึ่งมีคนจำนวนมากที่มาสมัคร แต่จำนวนคนที่จะได้เข้าไปเรียนนั้น กลับมีเพียงแค่หยิบมือเดียว ส่วนจำนวนที่เหลือจะถูกกระจายไปเรียนตามเมืองต่างๆในดินแดน ดังนั้นในช่วงนี้ของทุกๆปี จึงคึกคักกว่าปกติสามถึงสี่เท่าตัว โรงแรมมากมายในเมืองถูกจองเต็มก่อนการเปิดเรียนถึงสามสัปดาห์ พ่อค้าแม้ค้าต่างเปิดการค้าขายกันทั้งกลางวันกลางคืน

 

เหมือนหนังสือว่าเอาไว้ทุกอย่าง เสียงบ่นเล็กๆออกมาจากปากเด็กชายผมน้ำเงินที่ตอนนี้มานั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอยู่ที่ลานน้ำพุกลางเมืองซึ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน สัตว์พาหนะน้อยใหญ่ ทั้งจากทางอากาศ และบนบก ต่างก็ต้องอาศัยที่นี้เป็นจุดขนส่ง เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะที่กว้างที่สุดในเมือง

 

ปี้ ปี้ ม้าตัวน้อยที่นอนหมอบอยู่ข้างผู้เป็นนายกระพือปีกเบาๆพร้อมกับร้องตอบรับตามความคิดเห็น

 

ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว เซ็น โซล และคูลเดินทางมาถึงเมื่อเรียไลซ์ในช่วงเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ด้วยความเร็วของนกยักษ์ที่ใช้เวลาเพียงสองวันกว่าเท่านั้น ก่อนที่ทั้งหมดจะหาโรงแรมพัก แต่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ทุกที่กลับเต็มหมด และยิ่งเดินหาก็ยิ่งเจอกับคนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เดินลำบากเข้าไปอีก จนเซ็นถูกเบียดไปชนเข้ากับฝูงชนล้มทับขาตัวเอง ไปซ้ำกับแผลเดิมที่ตกจากต้นไม้เมื่อวานซืนมา โซลเลยพาทั้งคู่มานั่งอยู่ตรงลานน้ำพุกลางเมือง จุดที่เหมาสมที่สุดของการนัดพบ แล้วตัวเองก็หายตัวไป

 

สวัสดี เด็กน้อย เสียงเย็นจากหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาข้างตัวเซ็น

 

ครับ

 

หลงทางกับพ่อแม่รึจ๊ะ พี่เห็นหนูนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว เธอพูดพรางสยายผมสีม่วงทีหนึ่ง พลางเหลือบมองไปยังร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนใกล้ๆ กับลานน้ำพุ เป็นนัยว่าเธอมองมาจากตรงนั้น

 

เปล่าครับ น้ามีอะไรรึเปล่า เซ็นตอบกลับอย่างที่คิดว่าสุภาพที่สุด แต่ก็...

 

เรียกพี่ซิ คำว่าน้ามันไม่สุภาพรู้ไหม เสียงที่ตอบกลับมาจากหญิงสาวทำให้เซ็นขมวดคิ้วงงๆ เพราะดูยังไงคนตรงหน้าก็ดูอายุจะมากกว่าพ่อเขาเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าการใช้หน้าตาของผู้เป็นพ่อเป็นเกณฑ์จะใช้ไม่ค่อยได้ก็เถอะ ก็ใครใช้ให้โซลหน้าอ่อนกว่าอายุจริงซะขนาดนั้นเล่า ช่างเถอะจ๊ะ ว่าแต่ไปกินขนมกันไหม เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง ไม่ต้องเกรงใจ เสียงเดิมพูดขัดขึ้นมา แต่ก่อนที่จะได้คำตอบอะไรจากเซ็น เธอก็ลากจูงเด็กชายเข้าไปในร้านกาแฟเจ้าที่ว่าแล้ว

 

เซ็นอยากจะขัดขืนไม่ตามไปก็ไม่ได้ เพราะขายังเจ็บอยู่ จะร้องให้ช่วยก็กลัวน้าคนนี้จะหาว่าขัดน้ำใจ ส่วนเจ้าคูลที่บินตามมาถูกห้ามเข้าร้าน เพราะในร้านเป็นเขตปลอดสัตว์เลี้ยง

 

บรรยากาศในร้านทำให้เด็กชายตัวเกร็งไปหมด ที่บาร์มีชายร้างยักษ์นั่งอยู่สามคนมองมาอย่างหน้ากลัว ตรงมุมของร้าน ก็มีคนสองคนใส่ผ้าคลุมสีดำมีฮูตปิดหน้านั่งกินกันเงียบๆ โดยที่อีกคนนั่งเอามีดขึ้นมาเล่นกับมือ นอกจากนี้คนในร้านก็ยังเป็นพวกเหมือนจะเคยผ่านสงครามมาหลายสนามแล้ว ลุงแก่ๆที่เดินมารับรายการสั่งอาหาร หน้าตามีรอยแผลเต็มไปหมด แถมที่ข้าข้างหนึ่งยังเป็นขาไม้อีกต่างหาก ยังกับทหารที่เกษียณหลังอายุงาน

 

ไปที่อื่นไม่ได้เหรอครับ เซ็นถามกลับไปเบาๆหลังจากที่ลุงนั้นเดินออกไปไกลจากระยะได้ยิน จนหญิงสาวต้องหันมามองเพื่อจะให้เซ็นพูดใหม่อีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวก็สายหัวปฏิเสธ เป็นเชิงบอกไม่ได้พูดอะไร

 

ว่าแต่เจ้าชื่ออะไร ฉันยังไม่รู้เลย ฉันชื่อเรเซีย เสียงใสๆถามกลับมาก่อนบอกชื่อ

 

เซ็นครับ

 

ดีจ๊ะ หญิงสาวตรงหน้าชวนเซ็นคุยเพื่อรออาหาร แต่เจ้าตัวกลับถามคำตอบคำ และเพียงไม่นาน กาแฟและนมอย่างละแก้วก็มาเสริฟ พร้อมกับขนมปังแท่งราดซอทเปรี้ยวสีเขียวสดใส

 

กินซิ ร้านนี้ทำอร่อย นี้เป็นเมนูที่ขายดีที่สุดเลยทีเดียวนะ หญิงสาวบอก เมื่อเห็นเซ็นไม่แตะอาหารเลย ตั้งแต่ที่พวกมันมาถึงโต๊ะ

 

เอ่อ เซ็นได้แต่นั่งมองอาหาร ราวกับเห็นเป็นยาพิษ มองไปรอบๆร้านเพื่อหาตัวช่วย ก็เห็นแต่คนที่น่ากลัวทั้งนั้น

 

กินซิจ๊ะ พี่ไม่ใส่ยาพิษไว้หรอก เรเซียพูดก่อนจะหยิบขึ้นมาสิ่งให้เซ็นชิ้นหนึ่ง

 

ถ้าอย่างนั้นทำไมเจ้าไม่กินเองล่ะ เสียงทุ้มๆดึงขึ้นจากชายที่ใส่ผ้าคลุมซึ่งนั่งอยู่ตรงมุมโต๊ะ แต่ตอนนี้มายืนอยู่ที่โต๊ะเซ็นซะแล้ว

 

พวกเจ้ามายุ่งอะไรด้วย หญิงสาวพูดขึ้น ก่อนจะมองไปที่ชายร่างยักษ์สามคนที่บาร์เป็นการส่งสัญญาณ

 

โถ่ป้า เห็นๆกันอยู่ว่าป้าจะงาบเด็ก ถ้าปล่อยเฉยเสียก็สงสารเด็กแย่ อีกคนที่มาด้วยกันพูดขึ้น พอดีกับที่ชายร่างยักษ์สามคนเดินเข้ามา

 

นี่พวกแกเรียกใครว่าป้าเรเซียตะวาดเสียงลั่นจนลูกค้าที่มีอยู่น้อยนิดของร้านหันมามองกันหมด

 

เฮ้ เจ้าหนู มากับพวกเราหน่อย ชายร่างยักษ์จับบ่าของทั้งสองคนราวกับเป็นเพื่อนกัน แต่นั้นก็แค่วิฯเดียวเท่านั้นเพาะทันทีที่มือหนาของชายร่างยักษ์สัมผัสถูกไหล ทั้งคู่ก็เบี่ยงตัวจับทั้งชายร่างยักษ์ทั้งสองทุ่มลงกับโต๊ะ ทำให้โต๊ะและเก้าอี้พังไม่เป็นท่า

 

อึ้ย คงเจ็บน่าดู เซ็นได้แต่คิดตาม

 

เจอคนอยากเจ็บตัวแล้วไง ชายร่างยักษ์อีกคนที่เห็นเพื่อนทั้งสองถูกส่งลงไปนอนกับพื้นก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับมีดสั้น ก่อนที่จะแทงใส่คนที่เรียกเรเซียว่าป้า

 

การหลบมีดสั้นเรียกว่าเป็นไปได้อย่างเฉียดฉิว เพราะมันได้กระตุกเอาผ้าคลุมสีดำหลุดติดมีดไปด้วย เผยให้เห็นว่าคนที่อยู่ในผ้าคลุมนั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่ม ที่มีผมสีส้มรับกับสีตาเดียวกัน และรูปปากที่กำลังยิ้มเยาะชายร่างยักษ์ที่เพิ่งวิ่งผ่านไป

 

แก~” เสียงคำรามจากชายร่างยักษ์ พร้อมพุ่งเข้ามาหาเด็กหนุ่มผมส้มหมายจะเอามีสั้นปักเข้าไปให้ได้ ยิ่งเรียกรอยยิ้มจากเด็กหนุ่ม การขยับตัวเบี่ยงหลบนิดเดียวพร้อมกับใช้มีดสั้นที่เตรียมเอาไว้อีกเล่มปาดลงตรงข้อมือชายร่างยักษ์อย่างแรง แล้วตวัดไปจ่ออยู่ตรงคอหอย ทำให้การต่อสู่จบลงอย่างรวดเร็ว

 

นี้ต่างหากที่เรียกว่าการใช้มีดลุง เสียงหัวเราะเบาๆส่งไปเยาะเย้ยชายร่างยักษ์ตรงหน้าแทบทำให้ชายร่างยักษ์ยกมือขึ้นมาบีบคอเด็กหนุ่มตรงหน้า ถ้าไปติดที่มีดสั้นซึ่งจ่อคอตัวเองอยู่

 

 พวกแกปล่อยเขาซะ ไม่อย่างนั้น เด็กนี้ตายแน่ เสียงเกรี้ยวกราดจากเรเซียเรียกให้เด็กหนุ่ม และชายในผ้าคลุมหันมามอง

 

มีดสั้นยืนมาจ่อคอของเซ็นในช่วงที่เจ้าตัวมัวแต่ตกใจกับเหตุการณ์ แผลบางๆที่คอเซ็นซึ่งเกิดจากมีดในมือบางทำให้รู้ว่านางเอาจริง เธอสามารถปักมีดนั้นลงคอเซ็นได้จริงๆ เด็กหนุ่มจำเป็นต้องปล่อยชายร่างยักษ์อย่างช่วยไม่ได้ แต่ในบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดอยู่นั้น เสียงทุ้มๆที่เซ็นจำได้ดีก็ดังขึ้น

 

เซ็นเจ้ามัวแต่เล่นอะไรอยู่ โซลที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ที่เด็กหนุ่มกับชายในผ้าคลุมทุ่มชายร่างยักษ์พูดขึ้น พร้อมเดินผ่าวงกำแพงมนุษย์ออกมา

 

ไปกันได้แล้ว โซลพูดขึ้นสบายๆ ราวกับรอบๆ ตัวไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น และเมื่อสิ้นเสียงโซล หญิงสาวที่เอามีดจ่อคอเซ็นอยู่ก็ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ก่อนที่เด็กชายจะเดินไปหาโซลช้าๆ

 

เมื่อทั้งคู่เดินออกจากร้านก็เจอกับคูลที่บินวนไปมาอยู่หน้าร้านอย่างกระวนกระวายใจ พอเห็นเจ้านายของตัวเองออกมาก็บินเข้าไปหาอย่างดีใจ บินวนไปรอบๆตัวเซ็น

 

พ่อรู้ได้อย่างไง ว่าผมอยู่ที่นี้ เซ็นถามโซลหลังจากที่เจ้าตัวจับคูลให้อยู่นิ่งๆได้แล้ว

 

พ่อเจอคูลระหว่างทางที่มา คำตอบสั้นๆนั้นทำให้ไขความกระจ่างได้มากทีเดียว

 

ว่าแต่เจ้าเงยหน้าให้พ่อดูหน่อย โซลบอก ซึ่งเซ็นก็เงยทำตามแต่โดยดี ทำให้เห็นลำคอเซ็นที่ตอนนี้ยังมีเลือดไหลอยู่ซิบๆ และการทาบมือของโซลลงไปเพียงครั้งเดียวรอยแผลบางๆก็หายไป เหลือทิ้งไว้เพียงคราบเลือด

 

ขอคุณครับ แต่ว่าตอนี้ผมหิวเป็นที่สุดเลย เซ็นว่าพลางลูบท้องตัวเองโชว์

 

ถ้าอย่างนั้นก็ไปหาร้านแถวๆ นี้กินข้าวก่อนเถอะ แล้วค่อยไปเข้าที่พัก โซลตอบกลับไปพร้อมร้อยยิ้ม

 

---------------------------------------------------------------------

 

กลับมาในร้าน หนึ่งหนุ่มที่ยังอยู่ในผ้าคลุมกับอีกหนึ่งหนุ่มหน้าหล่อเดินเข้ามาดูอาการของหญิงสาวที่ทรุดลงไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

เร็น เจ้าว่ายังไง เสียงถามเรียบๆจากชายในผ้าคลุมทำเอาเพื่อนขมวดคิ้ว

 

เห็นข้าเป็นหมอรึไงคานอน แต่เอาเถอะ ถึงข้าจะไม่ใช่หมอก็รู้ว่านางโดนพิษ เด็กหนุ่มหัวส้มตอบกลับ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกวนกลับไปด้วย

 

คิดเหมือนข้า แถมยังเป็นพิษที่เรารู้จักกันดีด้วย เสียงเรียบๆนั้นบอกกลับมา ก่อนที่จะแหงนหน้ามองเพื่อน

 

ข้าว่าเจ้าหนูนั้นต้องเป็นอะไรกับพวกของยัยยมทูตแน่ๆ ถึงได้มียาพิษนี้อยู่กับตัว เด็กหนุ่มหัวส้มวิจารณ์จบก็หยิบยานอนหลับชนิดอ่อนๆใส่ปากนางเพื่อบรรเทาอาการกล้ามเนื้อเกร็งทั่วร่าง

 

พวกเจ้าเอาอะไรให้นางกิน เสียงถามขึ้นมาอย่างกระวนกระวายจากชายร่างยักษ์ไม่ทำให้ไขความกระจางให้มากขึ้นไปกว่าที่ตัวเองเห็น แต่ก็ไม่ได้เรียกเอาความสนใจจากทั้งคู่ไปได้

 

แต่ที่ข้าติดใจไม่ใช้เรื่องยาพิษ แต่เป็นเรื่องที่เด็กนั้น เจ้าคิดว่าจะมีเด็กสักกี่คนที่ไม่เป็นการต่อสู่ แต่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ขนานที่ว่ามีมีดมาจ่อที่คอก็ไม่ตกใจกลัว ชายในผ้าคลุมวิจารณ์ ก่อนทั้งสองหนุ่มลุกขึ้นยืนพร้อมกัน แล้วก้าวเดินออกจากร้าน

 

ข้าจะไปรู้ได้ยังไง ข้าไม่ได้มีหน้าที่สำรวจความคิดเด็กทั่วราชอาณาจักรสักหน่อย หนุ่มหัวส้มตอบกลับไปอย่างกวนๆตามนิสัย แต่ก็ยังอดที่จะคิดตามสิ่งที่เพื่อนพูดไม่ได้

 

นั้นซิ จะมีเด็กซักกี่คนกันที่เป็นแบบนี้ ที่แน่ๆอย่างน้อยในโรงเรียนเราก็มีอยู่หนึ่งคนล่ะ

 

---------------------------------------------------------------------

 

เมื่อภารกิจต่างๆยามเช้าเสร็จสิ้นลง โซลก็พาเซ็นไปสมัครคัดเลือกเข้าโรงเรียน ซึ่งจุดที่รับสมัครเข้าเรียนก็มีคนเยอะมากมาย เรียกได้ว่าทำเอาพื้นที่ใหญ่ๆดูแคบลงไปถนัดตา เพราะไม่ใช่มีแต่เฉพาะนักเรียนเท่านั้น ตัวผู้ปกครองเองก็มาเป็นกำลังใจให้บุตรหลานด้วยด้วย บางครอบครัวยกกันมาทั้งตระกูลเลยทีเดียว

 

เซ็นเจ้าไม่เปลี่ยนใจจริงๆ รึ คำถามที่โซลเพียรถามลูกชายตั้งแต่ออกจากร้านอาหาร จนไปเก็บของที่โรงแรม และมาที่นี้ ทำเอาเด็กชายอดที่จะรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆไม่ได้ จึงทำให้คำตอบที่รับกลับมาก็เป็นในทำนองเดียวกัน

 

แน่ใจครับ ว่าแต่พ่อเลิกถามเถอะ เพราะนี้ก็รอบที่ห้าสิบสองได้แล้ว เซ็นตอบกลับไปพลางมือก็เขียนใบสมัคร

 

แต่ว่า...พ่ออยากให้เจ้าคิดดูใหม่ การสอบที่นี้มันอันตรายมากเจ้าก็รู้ โซลที่ยังไม่เลิกล้มความพยายามบอกกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้

 

แต่นี้มันสายนักปราชญ์นะครับ แล้วอีกอย่างพ่อก็อนุญาตแล้วด้วย ข้านึกว่ามันจะจบเรื่องแล้วซะอีก คำตัดพ้อของเซ็นทำเอาโซลเงียบไปนานพอควร แต่มันก็แค่นั้น เพราะอีกไม่ถึงห้านาที คนเป็นพ่อผู้ซึ่งแสนจะห่วงลูกชายก็เอาอีก

 

การรอคิวส่งใบสมัครนานนับชั่วโมงนั้นทำเอาเซ็นปวดขาหนึบๆ ขึ้นมาอีกรอบ จนกระทั้งถึงตาที่เซ็นจะได้ส่งใบรับสมัครจึงรู้ว่าทำไมถึงได้ช้าขนาดที่ต้องทำให้รอถึงครึ่งชั่วโมง เพราะเนื่องจากจำนวนคนที่มากมายแล้ว คนรับสมัครยังมีแค่คนเดียว แล้วไหนแต่ละคนยังจะต้องลงชื่อแจ้งความจำนงว่าจะไม่เอาเรื่องกับทางโรงเรียนถ้าบุตรหลานของท่านทั้งหลายเจ็บตัวเพราะการทดสอบต่างๆ ทำให้ผู้ปกครองท่านต่างๆที่มาด้วยกันยืนสอบถามอยู่นาน

 

เซ็นรับปากกามาเซ็นรับเอกสารที่ใช้แจ้งวันเวลาและสนามสอบมา ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบเดินออกไป แต่ก็ต้องหยุดเพราะใบประวัติไม่ผ่าน

 

ผู้เข้าสมัครทุกคนต้องอายุมากกว่า 12 แล้วเท่านั้นคำเฉลยที่บอกกลับออกมาทำให้เซ็นหันไปมองหน้าโซล เป็นการขอความคิดเห็น

 

ท่านอาจารย์ใหญ่แนะนำมา เพราะฉะนั้นเอาไปให้เบื้องบนพิจารณาเถอะ โซลพูดตอบกลับไป พรางหยิบตราฐานะเก่าที่เคยใช้ในโรงเรียนขึ้นมาให้ดูเพื่อเป็นการบอกว่าที่ตัวเองพูดนั้นไม่ได้พูดเลื่อนลอย เล่นทำเอาเจ้าหน้าที่หน้าเปลี่ยนสีเลยทีเดียว

 

ครับ ถ้าอย่างนั้นข้าจะแจ้งไปอีกที

 

---------------------------------------------------------------------

 

วันรุ่งขึ้น

 

เซ็นตื่นขึ้นมาแต่เช้า มองไปรอบๆห้องก็ไม่เห็นผู้เป็นพ่อแล้ว เหลือก็เพียงคูลที่ยังนอนขดอยู่ข้างๆ เด็กชายจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อก่อนจะมาลงมือปลุกคูลที่ยังคงนอนอยู่

 

หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวตัดสินใจลงมากินข้าวตอนเช้าที่ห้องอาหารของทางโรงแรม ตลอดทางเดินที่ทอดยาวเป็นพื้นไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ยามก้าวผ่านสร้างบรรยากาศน่ากลัวแก่ผู้ที่เดินไปเดินมาตามระเบียง เป็นเหตุผลที่ดีว่าทำไมโรงแรมนี้จึงไม่ค่อยมีคนมาเข้าพัก ทั้งที่โรงแรมทั่วเมืองต่างก็เต็มกันหมดแล้ว

 

เฮ้ย เร็วหน่อยซิ เดียวก็โดนพวกยัยยมทูตนั้นใช้งานเพิ่มอีกหรอก เสียงคุ้นหูเร่งเพื่อนข้างหลังเซ็น เรียกให้เจ้าตัวหันไปดูก็เจอกับเด็กหนุ่มหัวส้มที่ช่วยเขาเมื่อวานนี้ กำลังเรียกเพื่อนอีกคนที่เดินอย่างไม่รีบร้อนตามมาข้างหลัง

 

เพราะเจ้าตื่นสายเอง ถ้าจะเป็นอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ เด็กหนุ่มอีกคนตอบกลับมาเสียงเรียบ ผิดกับนัยน์ตาสีฟ้าที่ตวัดมามองเพื่อนอย่างไม่พอใจ พร้อมกับเสยผมสีชาอย่างหงุดหงิดอารมณ์

 

ขอรับ คุณชาย มันเป็นความผิดของข้าเอง ถ้าจะเป็นอย่างนั้นจะช่วยรีบหน่อยได้ไหมขอรับเด็กหนุ่มหัวส้มยังคงเร่ง แม้จะดูแล้วว่ามันไม่ค่อยได้ผลเท่าไรก็ตาม

 

เซ็นมองดูทั้งสองอย่างไม่กล้าเข้าไปทัก อยากจะขอบคุณเรื่องที่ช่วยเอาไว้เมื่อวาน แต่ดูแล้วบรรยากาศมันไม่ค่อยเหมาะยังไงไม่รู้ ในขณะที่ยืนมองอยู่นั้นเอง นัยน์ตาสีส้มนั้นก็หันมาเห็นเซ็นพอดี

 

เอ๊ะนั้น! เจ้าเด็กประหลาด เสียงทักจากเด็กหนุ่มผมส้มเล่นเอาคนถูกทักถึงกับสะดุ้ง ก่อนที่จะยิ้มแหยๆออกมารับ จนอีกคนที่เดินตามมาศอกเข้าให้เต็มแรง ก่อนจะส่งสายตาดุๆไปให้กับความไม่มีมารยาทของเพื่อนสนิท

 

ต้องขอโทษแทนเพื่อนข้าด้วย เสียงทุ้มๆนั้นกล่าวอย่างสุภาพพร้อมกับกล่าวขอโทษแทน เล่นทำเอาเด็กชายตั้งรับแทบไม่ถูก

 

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเองซะอีกที่ต้องขอขอบคุณพี่ชายสองคนที่ช่วยผมเอาไว้เมื่อวานเซ็นรีบตอบกลับไป เรียกเอาสีหน้าประหลาดใจจากเด็กหนุ่มตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

 

เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าเด็กนี้ไม่ธรรมดา เด็กหนุ่มผมส้มร้องบอกออกมา ก่อนจะรีบถอยห่างจากเพื่อนที่รีบเตรียมการศอกกลับออกมารอบที่สอง

 

เจ้ารู้ได้อย่างไร ว่าในผ้าคลุมนั้นเป็นข้า แม้เด็กหนุ่มจะใช้น้ำเสียงถามกลับอย่างนิ่มๆ แต่ก็ผิดกับนัยน์ตาสีฟ้าจ้องถามกลับมาราวกับคาดคั้น

 

เอ่อ จะว่ายังไงดี เรียกว่ากลิ่นมันฟ้องก็ได้มั้งครับ เซ็นตอบแบบยิ้มๆ ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อพูด ว่าแต่พี่ชายสองคนไม่รีบไปแล้วเหรอครับ

 

อ้า~ จริงด้วย ขอบใจเจ้ามาก เอ่อ... เด็กหนุ่มผมส้มร้องอย่างตกใจ ก่อนจะหันมาขอบใจเซ็น

 

เซ็นครับ

 

อือ เซ็น หวังว่าพวกเราคงได้เจอกันอีก ว่าจบเด็กหนุ่มผมส้มก็ลากเพื่อนอีกคนจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเซ็นให้ยืนงงอยู่กับคูล

 

เป็นคนที่ไปมาอย่างพายุจริงๆเนอะ พี่ชายสองคนนั้น เอ๊ะ! จริงซิ ยังไม่ได้ถามชื่อเอาไว่เลย เซ็นหันไปพูดกับเจ้าม้าตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้าง

 

ปี้ ปี้ เสียงตอบรับ พร้อมกับเดินเข้าไปคลอเคลียที่ขา ทำให้เซ็นก้มลงไปอุ้มเจ้าม้าที่ตอนนี้ตัวใหญ่ขึ้นกว่าแรกๆที่ออกมาจากไข่เกือบสองเท่า ก่อนจะเดินลงไปตามบันไดไม้

 

---------------------------------------------------------------------

 

ตะวันย้ายตำแหน่งจากบริเวณขอบฟ้าขึ้นสู่ที่สูง ผู้คนยังเดินขวักไขว่ให้เต็มท้องถนน เซ็นเดินมานั่งรอที่ลานน้ำพุเช่นเดียวกับเมื่อวาน ต่างกันที่คนที่เด็กชายรอไม่ใช่โซล แต่เป็นพี่สาวและเพื่อนๆที่เดินทางมาก่อนเขา

 

เฮ้~ เจ้าหนูเราเจอกันอีกแล้ว เสียงคุ้นๆนั้นทักเซ็นในรอบที่สองของวัน เมื่อหันไปตามเสียงก็เจอกับเด็กหนุ่มผมส้มและผมสีน้ำตาลอ่อนเดินเข้ามา โดยที่เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลก็ยังใส่ผ้าคลุมสีดำเช่นเดิม จะต่างกันก็ตรงที่วันนี้เข้าเปิดฮูตออกมาด้วย

 

สวัสดีครับ เซ็นรีบลุกขึ้นทักกลับไปอย่างสุภาพ เพราะในความอาวุตโสกว่าของทั้งคู่

 

มานั่งทำอะไรที่นี้ ไม่กลัวเจอแบบเมื่อวานนี้เหรอไง เด็กหนุ่มผมส้มถามกลับไป พร้อมทั้งแขวะเรื่องเมื่อวานไปในตัว

 

เซ็นได้แต่ยิ้มเจือๆส่งตอบกลับไป พรางคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่ถ้าไม่ได้พี่ชายทั้งสองเขาคงต้องได้กินอาหารเช้าเคลือบยานอนหลับแน่นอน ถึงแม้จะรู้ว่ามันใช้กับเขาไม่ได้ผลก็เถอะ

 

แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มผมส้มจะได้ทักอะไรไปมากกว่านั้น เพื่อนผมสีน้ำตาลอ่อนอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆก็ดึงสร้อยที่นาฬิกาทรายออกมาดู พร้อมกับเคาะๆไปที่ตัวแก้วสองสามครั้ง จนเด็กหนุ่มผมส้มต้องสะดุ้ง

 

นั้นเจ้าจะทำอะไรน่ะคานอน ชายหนุ่มผมส้มร้องเสียงดังกับพฤติกรรมของเพื่อน

 

ข้าต้องอธิบายด้วยรึ เร็น เสียงเย็นๆ ที่มาพร้อมกับสีหน้าเรียบและแววตาที่ดุไม่ได้ช่วยปราบเพื่อนผมส้มได้เลย

 

อึ่ย~ ถ้าจะเร่งกันก็ไม่ต้องเคาะเจ้านั้นก็ได้ เจ้าก็รู้ว่าถ้าข้ากลับไปหลังจากทรายหมดต้องโดนพวกนางพญายมทั้งหลายนั้นเขมือบเอาแน่ แล้วเจ้าจะยังอุตสาห์เคาะให้นาฬิกามันเดินเร็วขึ้นเหรอ เด็กหนุ่มผมส้มร่ายยาว พร้อมประกอบท่าว่าตนเองจะต้องโดนอะไร เล่นทำเอาเด็กหนุ่มหน้าเรียบเตรียมตัวจะเคาะนาฬิกาทรายอีกรอบ

 

ได้ๆ ไม่ต้องเร่งแล้ว เด็กหนุ่มผมส้มบอกกับเพื่อนก่อนจะหันมาที่เซ็น ข้าต้องไปก่อนแล้ว พอดีมีธุระด่วนมาก เกี่ยวพันถึงชีวิตข้าทีเดียว หวังว่าคงได้เจอกันอีกนะ

 

เมื่อเด็กหนุ่มผมส้มพูดจบทั้งคู่ก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว จนตัวเซ็นเองก็ชักจะงง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับขอบบ่อน้ำพุกลางลานเหมือนเดิม

 

ไปมายิ่งกว่าพายุแล้วล่ะนั้น เอ๊ะ! ข้าลืมถามชื่อพี่ชายสองคนนั้นอีกแล้ว เซ็นบ่นเบาๆให้คูลฟัง ที่ตอนนี้บินขึ้นมานอนบนตักเจ้านาย สายตาก็จับจ้องไปยังว่าที่รุ่นพี่ทั้งสอง

 

การนั่งรอนานนับชั่วโมง ท่ามกลางแดดร้อน ทำเอาเจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาเช็ดเหงื่ออีกครั้ง และเป็นจังหวะเดียวกับที่เงาขนาดยักษ์ก็พุ่งผ่านตัว ก่อนที่จะลงจอดด้านหน้า เซ็นที่มองตามหวังว่าจะเป็นคณะเดินทางที่ตนเองรอคอยเสียที แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเป็นรอบที่เท่าไรแล้วไม้รู้ของวัน เพราะมังกรที่ลงตรงหน้าเขา ถึงจะเป็นมังกรพันธ์เดียวกัน แต่ขนาดและความกร้านของเกร็ดต่างกันมากนัก

 

เซ็นนั่งมองเด็กชายที่คิดว่าน่าจะโตกว่าปีหนึ่งลงจากมังกรพร้อมกับ ชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานที่สุดในกลุ่มรับเด็กชายลงมาอย่างนิ่มนวล ผมสีน้ำตาลไหม้ที่เล่นกับแสงตะวันของเด็กชายทำให้เซ็นคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูกเหมือนเคยเห็นที่ไหนซักแห่ง

 

ขอบใจ ท่านเปทัส เสียงจากเด็กชายที่ลงมาจากมังกรดังมาถึงเซ็นเบาๆ ให้พอได้ยิน

 

ไม่เป็นไร กระหม่อม ชายวันกลางคนตอบกลับด้วยท่าทีที่สุภาพเกินกว่าจะเป็นนายกับบ่าวธรรมดา แล้วอีกอย่าง จะมีบ่าวที่ไหนกันที่ดูมีราศีจับขนาดนั้น

 

ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ช่วยอะไรข้าอย่าง เด็กชายตอบกลับมาด้วยท่าทีที่นิ่งๆ ท่านช่วยคุมพวกนั้น กับ เจล ไปที แล้วรอข้าอยู่ที่บ้านพัก เสียงเด็กชายสั่งมาอย่างเฉียบๆ ราวกับไม่ใช้ประโยคที่ขอให้ช่วย แต่เป็นการสั่งให้ทำมากกกว่า

 

แต่กระหม่อม... ชายวัยกลางคนทำท่าจะทักท้วงอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเด็กชายหันหน้าไปมองก็ต้องเงียบทันทีขอรับ

 

ขอบคุณสิ้นประโยคสนทนา เด็กชายก็ยืนรอให้ทั้งคณะใหญ่เดินจากไป แล้วตัวเองก็เดินมานั่งริบขอบบ่อน้ำพุ ถัดไปจากคูล ราวกับจะมานั่งพักเหนื่อย ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าเด็กชายนั้นพูดขึ้น

 

ข้าเห็นเจ้ามองตั้งแต่ตอนที่ลงมาจากเจลแล้วมีอะไรหรือเปล่า เด็กชายนั้นถาม แม้หน้าจะไม่ได้หันมามอง แต่ก็ทำให้เซ็นถึงกับสะดุ้งเบาๆ

 

ขอโทษที่เสียมารยาท เซ็นว่ากลับไปเบาๆ

 

เรื่องนั้นช่างมันก่อน ว่าแต่เจ้าคงมาสมัครเรียนเหมือนกันใช่ไหม เด็กชายถามกลับ คราวนี้กันมาจ้องหน้าเซ็นด้วยความอยากรู้

 

อืม เซ็นพยักหน้าตอบกลับไป

 

พาข้าไปหน่อยซิ ข้าเพิ่งเคยมาที่นี้ครั้งแรก ไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง เด็กชายพูดนัยน์ตาสีน้ำตาลมองมาอย่างคาดหวัง

 

แต่ว่าข้าต้องรอคน คงพาเจ้าไปไม่ได้ เซ็นตอบกลับไป

 

รอคน

 

ใช่ ถ้าเจ้าไม่รีบล่ะก็ ข้าก็จะพาเจ้าไปพร้อมกับเพื่อนข้าอีกสองคน

 

อืม...ได้ซิ ว่าแต่เจ้าชื่ออะไร ส่วนข้าชื่อ พีซัส ออเรนัน เด็กชายถาม พลางแนะนำตัว

 

ข้าชื่อเซ็น ส่วน เจ้านี้ชื่อ คูล เซ็นแนะนำตัวเองก่อนจะชี้ไปยังเจ้าม้าตัวน้อยที่นอนอยู่บนตัก ว่าแต่ว่า ออเรนัน นี้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็คือเจ้าช...อือ~” เซ็นพูดยังไม่ทันจบ เซ็นก็โดนมือของเพื่อนใหม่ที่มีศักดิ์สูงกว่าปิดปาก

 

สัญญาก่อนว่าจะไม่โวยวาย พีซัสว่า ก่อนจะค่อยๆปล่อยมือออกมา

 

ท่านคือเจ้าชายพระองค์เล็กของกษัตริย์อาเทอร์ใช่ไหม เซ็นลดเสียงลงเป็นการกระซิบ ซึ่งคนถูกถามก็เพียงแต่พยักหน้ายอมรับไม่ได้ตอบอะไรออกไป ก่อนจะก้มหน้ามองพื้น

 

ข้าไม่บอกเรื่องนี้กับใครเหรอ ไว้ใจได้ เซ็นว่ายิ้มๆตามนิสัยไม่คิดอะไรมากกับเรื่องคนอื่น ก่อนหันกลับมาถาม แล้วทำไมท่านไม่มาพร้อมกับท่านเพียส

 

ก็เจ้านั่นบอกว่าไม่อยากมีคนติดตาม แล้วก็หนีมาทิ้งข้าไว้กับพวกที่เจ้าเห็นเมื่อกี้นี้ไง เจ้าชายองค์เล็กหันมาตอบก่อนเอ๊ะใจอะไรได้ เจ้ารู้จักพี่ข้าอย่างนั้นรึ เจ้าชายองค์น้อยร้องอย่างตกใจเพราะมีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าท่านพี่ของเขามีอีกชื่อหนึ่งว่าเพียส เช่นเดียวกับเขาที่ใช้ชื่อพีซัส

 

ก็ไม่เชิง ข้าเคยเจอพี่ชายของท่านแค่ทีเดียว เซ็นตอบกลับ

 

ว่าแต่เจ้าก็เลิกเรียกข้าว่าท่านซักทีเถอะ เจ้าเป็นเพื่อนข้าไม่ใช้คนรับใช้สักหน่อย

 

ตามใจ แล้วเจ้าจะสมัครเข้าสายอะไรในโรงเรียนนั้น เซ็นพยักหน้าตอบกลับไป ก่อนจะถามกลับเรื่องที่เรียน

 

สายนักเวทย์ หรือไม่ก็นักดาบล่ะมั้ง แล้วเจ้าล่ะ

 

สายนักปราชญ์ เซ็นตอบกลับไป ทั้งคู่นั่งคุยด้วยกันอยู่พักใหญ่กว่าขบวนเดินทางของคาร์ร่าจะมาถึง

 

------------------------------------------------------

 

มังกรสีเขียวหม่น ร่อนลงมาอย่างนิ่มนวลตรงหน้าเซ็นบ่งบอกถึงฝีมือการบังคับเจ้าสัตว์ตัวโตได้เป็นอย่างดี เกร็ดที่ได้รับการดูแลอย่างเอาใจใส่ของเจ้ามังกรตัวโตนั้นเล่นกับแสงอาทิตย์สวยงาม ที่แผงคอกว้างมีเงาของเด็กสาวนั่งอยู่ ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วกระโดดลงมาทีเดียวถึงพื้น เช่นเดียวกับชายอีกคนที่โดดลงมาพร้อมกัน แล้วช่วยรับคนที่เหลือลงมา

 

เซ็นยิ้มกว้างทันทีที่เห็นว่าใครที่กระโดดลงมา เพราะนั้นเป็นหนึ่งในจำนวนคนที่เขาตั้งหน้าตั้งตารอมาแต่เช้า เซ็นรีบลุกขึ้นพร้อมกับชวนเพื่อนใหม่ให้เดินเข้าไปหาคาร์ร่าด้วยกัน หลังจากที่ฝากริชภูตสาวไปบอกผู้เป็นพ่อว่าที่สาวมาถึงแล้ว

 

พี่ครับ เดินทางไกลเป็นอย่างไงบ้าง เซ็นเดินเข้าไปทักคาร์ร่าทันทีพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แต่นั้นไม่ได้มาพร้อมกับรอยยิ้มที่ตอบกลับ และเป็นจังหวะเดียวกับที่พ่อของซีฟาเดินเข้ามา

 

ว่าไงเจ้าหลานชาย ทำไมถึงมาก่อนได้ล่ะ เสียงทุ้มๆนั้นทักเซ็น ก่อนที่คาร์ร่าจะได้ซักถามอะไร

 

พอดีมีสัตว์พาหนะตัวใหม่มาที่บ้านครับ ท่านอุสรา เซ็นตอบไปอย่างสุภาพ ก่อนจะเหลือบเห็นสายตาเชิงเป็นคำถามของเจ้าตัวที่มองไปยังเพื่อนใหม่

 

ส่วนนี้ พีซัส ออเรนัน เพื่อนใหม่ครับ เซ็นแนะนำ

 

อืม ดีเลยมาช่วยกันยกของหน่อยก็ดี 

 

แต่... เซ็นที่คิดจะตอบปฏิเสธก็ต้องเงียบไปเมื่อโดนพีซัสสะกิดที่หลังเป็นสัญญาณบอกให้เงียบไว้

 

ครับ ไปซิครับ เจ้าชายองค์เล็กตอบกลับไป ก่อนจะเดินตามทำให้ตรงนั้นเหลือเพียงเซ็นและคาร์ร่า

 

เซ็น เสียงคาร์ร่าที่เรียกเจ้าตัวทำให้เซ็นหันกลับมามองที่ตัวพี่สาวที่ยืนหน้าเครียดอยู่ตรงหน้า ทำไมพี่ไม่อยู่ด้วยแล้วไม่ดูแลรักษาตัวเองให้ดี คำถามเรียบๆ

 

ข้าก็ไม่มีอะไรบาดเจ็บนี้ครับ เซ็นว่ายิ้มๆ เพื่อปิดพิรุธแต่มันก็ไม่มิดเมื่อพี่สาวคนสวยของเขาตอกคำถามกลับ

 

แล้วไออาการเดินลากขาหน่อยๆ กับการวิ่งไม่ได้นี้ล่ะ จะเรียกว่าอะไร คาร์ร่าว่าเสียงดังเล่นทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งเลยทีเดียว

 

ที่จริงอาการบาดเจ็บที่ขานั้นจะต้องทุเลาลงเกือบจะหายแล้ว ถ้าไม่ใช้เพราะเมื่อวานล้มทับขาข้างที่เจ็บ แล้วยังเดินสำรวจเมืองทั้งวันอีก

 

คาร์ร่ายกเซ็นด้วยลำแขนเรียวทั้งสองข้างไปนั่งที่ขาของกัส ก่อนจะลงมือตรวจที่ข้อเท้านั้นอีกที เมื่อเสร็จสาวเจ้าก็ร่ายเวทย์ทับ แล้วค่อยยันตัวขึ้นมาเต็มความสูงอีกครั้ง

 

พี่ร่ายเวทย์รักษาทับลงไปใหม่ให้ จะใช้ได้เป็นปกติจริงๆอีกทีตอนเย็น ส่วนตอนนี้พี่สั่งห้ามวิ่งเด็ดขาดเข้าใจไหม เวลายืนนานๆก็ให้ไปหาที่นั่ง ไม่อย่างนั้นอาการมันจะทรุดลงได้ คาร์ร่าสั่งยาว

 

ครับ เซ็นรับด้วยคำสั้นๆ ภายในใจก็ภาวนาอย่าให้พี่ถามเรื่องที่ว่าทำไมถึงบาดเจ็บได้เลย

 

ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงบาดเจ็บได้ล่ะ ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ใช้คนซุ่มซ่าม แต่ว่าสิ่งที่หวังไว้กลับไม่เป็นผลสักนิด

 

ก็.... เสียงตอบที่เหมือนจะหายไปในลำคอตอบกลับมา ก่อนจะตาโตร้องเรียกอีกคนที่เดินอยู่ลิบๆ พ่อๆ ทางนี้ เซ็นโบกมือเรียกโซลเพื่อเบี่ยงเรื่อง ส่วนคาร์ร่าเห็นอาการเจ้าตัวไม่อยากที่จะตอบก็ไม่บังคับ แต่ถึงอย่างนั้นอาการหงุดหงิดก็ยังไม่หายไป

 

ว่าไง ทำทักสั้นๆ จากผู้ที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังจะโชคร้ายดังขึ้นด้านหลังคาร์ร่า

 

เซ็นประคองตัวลงมาจากขากัสได้ก็เดินไปตบแขนผู้เป็นพ่อเบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจ ก่อนจะพูดคำสั้นๆให้ได้ยินกันสองคนว่า โชคดี แล้วก็เดินไปหาพวกเพื่อนๆ

 

โซลได้ยินก็ขมวดคิว ไม่ค่อยเข้าใจ แต่อาการอย่างนั้นก็อยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อคาร์ร่าหันหน้ามายิ้มให้ ความกระจ่างในเหตุการณ์ก็เกิดขึ้น

 

อ๊าคคคคคคคคคคคคค เสียงร้องอันไม่พึงประสงค์นี้เรียกให้ทุกคนหันที่อยู่ด้านท้ายมังกรหัวเราะออกมา อย่างที่พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น กับท่านหมอจำเป็นที่ตอนนี้กำลังจะกลับไปเป็นนักเวทย์ดังเดิม

 

หลังจากที่ขนข้าวของลงจากกัสเสร็จ เซ็นและคาร์ร่าพาเพื่อนทั้งหมดไปสมัครเข้าสอบเอง ส่วนพวกผู้ใหญ่ทั้งหลายก็พากันไปที่พัก วีเทียร์สมัครลงสายนักเวทย์ และซีฟาสมัครลงสายนักดาบ ส่วนพีซัสเลือกลงทั้งสองสาย เมื่อเสร็จพีซัสจึงขอตัวกลับที่พักก่อน เพราะมีคนมายืนดักรอรับแล้ว ส่วนคาร์ร่าก็ต้องไปเก็บกัสที่โรงเก็บสัตว์ในโรงเรียน เซ็น วีเทียร์กับซีฟาจึงขอตัวกลับไปที่พักก่อน

 

------------------------------------------------------------
แก้ไขครั้งแรก 2 เมษายน 2552
แก้ไขครั้งที่ 2 28 เมษายน 2553 ขอบคุณ คุณ palpal แก้ไขคำผิด



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 8 : [RW] บทที่ 6 เมื่อเรียไลซ์ และพี่ชายทั้งสอง , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4976 , โพส : 4 , Rating : 60% / 13 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1482

ทำไมเรื่องเกี่ยวกับเวทย์คนจะเม้นกันน้อยหว่า

Name : KamiNoDeshi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KamiNoDeshi [ IP : 223.206.137.138 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มกราคม 2555 / 20:43
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1410

สนุกดีค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ

Name : Fairy pitta < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fairy pitta [ IP : 124.122.143.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2554 / 14:18
# 2 : ความคิดเห็นที่ 912
ชื่อเรื่อง"เมื่อเรียไลซ์"ไรเตอร์จะพิมว่า"เมืองเรียไลซ์"ใช่หรือเปล่าคะ
บรรทัดที่สอง "เมืองเรีไลซ์" ต้องเป็น"เมืองเรียไลซ์"
ไหล-ไหล่
"ขอคุณครับ  เเต่ว่าตอนี้ผมหิวเป็นที่สุดเลย " ขอ-ขอบ     ตอ- ตอน 
ตอนนี้เจอเเค่นี้คะ ^^

PS.   อยากบอกเธอจัง ฉันเเอบรักเธออยู่ไกลๆ
Name : WORTHLESS < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ WORTHLESS [ IP : 124.122.214.240 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 / 19:05
# 1 : ความคิดเห็นที่ 828
บรรทัดที่ 3 นับจากล่างสุดของเนื้อเรื่อง  คำว่า พีซัก ค่ะ
Name : palpal < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ palpal [ IP : 124.120.99.142 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 / 21:43
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android