คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล

ตอนที่ 9 : [RW] บทที่ 7 ศิลาเวทย์


     อัพเดท 14 พ.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, ความฮา, ครอบรัว, น่ารัก
ผู้แต่ง : ใต้ปีกสีน้ำเงิน ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ใต้ปีกสีน้ำเงิน
My.iD: https://my.dek-d.com/nanayimme
< Review/Vote > Rating : 97% [ 56 mem(s) ]
This month views : 47 Overall : 95,368
1,563 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 580 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 9 : [RW] บทที่ 7 ศิลาเวทย์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4840 , โพส : 5 , Rating : 69% / 14 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ 7 ศิลาเวทย์

 

ศิลาเวทย์ เครื่องใช้ที่มีใช้ตามบ้านเรื่องแทบทุกหลังในเมือง แต่กลับหายากตามชนบทเพราะราคาที่แพงแสนแพง แม้ว่าจะแลกมาด้วยความสะดวกสบายหลายอย่างของมันก็ตาม

 

หลังจากที่กลับมาจาการกินอาหารเซ็นก็โบกมือผ่านศิลาเวทย์ที่ถูกติดเอาไว้ที่ข้างฝาทีหนึ่ง ก่อนที่หินจะส่องแสงออกมาไม่ต่างไปจากตะเกียงเพลิงที่บ้านยามจุดไฟ แล้วเดินมานั่งอ่านจดหมายที่บอกตารางเวลาที่เขาจะต้องไปสอบซึ่งได้จากคาร์ร่าหลังอาหารเย็น โดยอาศัยแสงจากหินเวทย์ที่กำลังแผดแสงสีขาวให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องไม้เก่าๆของโรงแรม

 

                                    ตารางวันสอบ

วัน       เวลา                  สาย            สถานที่

จันทร์  8.00 น.            นักดาบ           ประตูใหญ่

พุธ       9.00 น.            นักเวทย์       ทางเข้าโรงเรียน

ศุกร์     9.30 น.            นักปราชญ์    โดมประชุม

อาทิตย์ 9.00 น.            มอนสเตอร์      ประตูทางตะวันตก

**ไม่จำกัดสิ่งที่ให้นำติดตัวมา**

 

เซ็นมองข้อความในจดหมายแล้วก็พลิกกลับไปกลับมา พลางมองไปที่ซองจดหมายอีกทีเพื่อเขาจะลืมกระดาษอะไรเอาไว้ข้างใน แต่ก็ไม่มี ไม่มีอะไรเลยที่พอจะบอกรายละเอียดเขาได้มากไปกว่านั้น

 

เซ็นมองไปที่เตียงข้างเคียงเพื่อที่จะขอตัวช่วยจากคนในครอบครัวแทนกระดาษที่อยู่ในมือก็ต้องผิดหวังเพราะยังไม่มีใครที่ขึ้นมาในห้อง ครั้งจะหันหน้ามาถามเจ้าคูล มันก็พูดไม่ได้ เซ็นจึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ

 

กระดาษธรรมดา บอกรายละเอียดเพียงหยาบๆ ไม่มีคำปริศนาซ้อน โรงเรียนนี้มันอะไรเนีย แล้ววันจันทร์นี้มันก็วันมะรื่นนี้แล้วซิเซ็นคิดอย่างปลงๆ ไม่เข้าใจ

 

ปี้ ปี้ คูลที่นอนหมอบอยู่ข้างตัวเห็นเจ้านายตัวเองถอยหายใจ แล้วขมวดคิว ก็ร้องถาม แต่คำตอบที่ได้ออกมากลับเป็นรอยยิ้มอ่อนๆแทน

 

นอนเถอะ ดึกแล้ว เซ็นบอกก่อนจะโบกมือเพียงครั้งเดียวหินเวทย์ทั่วห้องก็พร้อมใจกันดับ เหลือไว้ตรงหัวเตียงเพียงก้อนเดียวที่เขาหรี่แสงเอาไว้

 

---------------------------------------------------------------------

 

อีกด้าน คาร์ร่าและโซล กำลังเดินอยู่บนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน สายถนนที่จะไม่มีวันหลับในช่วงที่มีการรับสมัครนักเรียนใหม่ของเมืองนี้ต่างก็สว่างไสวเต็มไปด้วยหินเวทย์ที่เปล่งแสงยามค่ำคืน

 

ทั้งคู่เดินเลี้ยวเข้าไปในตรอกมืด เพียงการการเดินไม่กี่ก้าวราวกับหลุดเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง เสียงจอแจของผู้คนหายเงียบไป น้ำเน่าขังตามพื้นส่งกลิ่นเหม็นจนคาร์ร่าต้องย่นจมูกเล็กน้อย แสงสีที่มีด้านนอกมืดลงจนยากที่จะมองเห็นทางข้างหน้า บรรยากาศอึมครึมราวกับมีสายตามากมายจับจ้องมาที่ทั้งสองคน

 

พ่อ ข้าไม่ชอบที่แบบนี้เลย ให้ตายซิ คาร์ร่าบอกผู้เป็นบิดาที่เดินอยู่ด้านข้างตัวด้วยน้ำเสียงสบายๆขัดกับบรรยากาศที่ดูจะกดดันลง ก่อนจะสบถออกมาเบาๆ

 

มันจำเป็น เจ้าต้องเข้าใจหน่อยเถอะ โซลตอบ ก่อนที่จะเหลือบมองสองข้างทางที่เริ่มปรากฏลักษณะของบ้านเรือน แม้จะเป็นบ้านที่ถูกทิ้งร้างก็ตาม

 

ผู้คนที่นั่งรวมตัวกันเป็นกระจุกๆมองมาที่ผู้มาใหม่ทั้งสองคนแล้วแสยะยิ้มโชว์ฟันสีเหลืองที่น่ารังเกียจออกมา ทำให้คาร์ร่าเบ้หน้าทันที ก่อนเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นพ่ออีกหน่อย

 

พ่อ...หาที่นัดที่มันดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง คาร์ร่าพูดขึ้นเสียง แต่นั้นก็ไม่ได้ดังไปกว่าการกระซิบ

 

เอาเถอะ ตอนนี้เราก็ถึงที่นัดแล้ว เข้าไปข้างในก่อนดีกว่า เจ้านั้นน่าจะมาถึงแล้วเหมือนกัน

 

กริ๊ง~” เสียงกระดิ่งที่ดังอยู่หน้าร้าน เรียกให้ผู้คนทั้งร้านหันไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว ก่อนที่เสียงจ้อกแจ้กจะดังขึ้นมาทันที

 

สวัสดีโซล ไม่เจอกันนานนะ ว่าแต่เจ้าพาใครมาด้วยนั้นนะ สวยใช้หยอก เสียงชายเจ้าของร้านทักทั้งคู่ ก่อนจะหันไปมองที่คาร์ร่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาโลมเลีย

 

ลูกสาวข้าเอง แล้วยาน์ทล่ะ เจ้าเห็นไหม โซลตอบออกไปทันที ก่อนจะถามถึงบุคคลที่ต้องการจะเจอ

 

เจ้าของร้านชี้ไปที่มุมร้านด้านในสุดของร้านที่ค่อนข้างจะปลอดคน ความมืดของร้านทำให้ทั้งคู่เห็นเพียงเงาตะคุ้มๆของผู้ที่นั่งอยู่เท่านั้น แต่โซลก็ค่อนข้างที่จะแน่ใจว่าคนๆนี้เป็นบุคคลที่เขาตามหาอยู่จริงๆ

 

เจ้านั้นมารออยู่นานแล้ว แล้วก็เล่นรัมร้านข้าไปหลายแก้วทีเดียว มีสิทธิ์มากที่ข้าจะโดนชักดาบอีกตามเคย.... เสียงที่ปนบ่นตามมาของเจ้าของร้านทำให้คาร์ร่าหยิบเหรียญทองวางไว้บนโต๊ะเหรียญหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปหาบุคคลเป้าหมาย

 

ข้าชอบลูกค้าแบบพวกเจ้าจริงๆ เสียงลอยเบาๆของเจ้าของร้อนดังมาให้ได้ยิน ก่อนจะถูกกลบไปด้วยเสียงคนในร้าน

 

ทั้งคู่เดินมาถึงบุคคลที่นัดกันเอาไว้ ทำให้เห็นสภาพของลุงแก่กำลังเมาได้ทีเลยทีเดียว ผมสีดำถูกปล่อยไว้ยาวและดูยุ้งเหยิงราวกับหัวนั้นไม่เคยได้รับการสัมผัสกับหวีมาก่อน รอบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มแดงจัดเพราะฤทธิ์เหล้าที่ถูกกระดกผ่านเคราหนาๆที่ไม่เคยดูแลรักษา

 

อึก...มา...กาน...แล้ว...รือ..อึก เสียงทักที่ดูไม่ค่อยไม่เป็นผู้เป็นคนเรียกเอาเลือดร้อนๆในตัวคาร์ร่าแทบประทุ

 

โซ...น...อึก...น่าง...ก่อน เสียงพูดชวนลงนั่งแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ซึ่งโซลเองก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี โดยมีคาร์ร่านั่งลงตามมาด้วยอีกคน

 

อาว...หล่าว...มา....อีก...อาว...มา...อีก เสียงสั่งเหล้าที่ดังทุ้มต่ำ สั่งเจ้าของร้านอย่างไม่รู้เรื่อง จนเจ้าของร้านต้องเดินเข้ามาดูใกล้ๆ

 

เจ้าจะเอาอะไรอีกยาน์ท วันนี้มีคนจากค่าเหล้าให้เจ้าแล้ว ข้าจะให้เจ้ากินเต็...ฉึก!” เสียงพูดอย่างอารมณ์ดีของเจ้าของร้านยังไม่ทันจบ มีดสั้นเล่มหนาก็ถูกเหวียงขึ้นมาจากมือบาง ก่อนจะมาปักลงตรงโต๊ะหน้าเจ้าของร้าน

 

ก็ได้ๆ ไม่เอาเหล้า ว่าแต่พวกเจ้าทั้งสองจะสั่งอะไรอีกไหมล่ะน้ำเสียงของเจ้าของร้านยังคงเจือป่นไปด้วยอารมณ์ขำขัน ไม่ได้กลัวกับมีดสั้นเล่มหนาที่คาร์ร่ายกขึ้นมาขู่เลย

 

เอาน้ำเปล่ามาเพิ่มอีกแก้วก็พอ โซลสั่งเสียงเรียบ ก่อนส่งสายตาไล่ไปในตัว เพื่อกันเด็กสาวเลือดร้อนเข้าไปอัดชายตรงหน้า

 

อย่าเพิ่งหงุดหงิด อารมณ์ร้อนของเจ้าจะทำให้เสียกันหมด โซลบอกเตือนทันทีที่ชายเจ้าของร้านออกไปไกลเกินระยะการได้ยิน

 

แต่ข้าไม่ชอบกลิ่นเหล้าพ่อก็ยังพาข้ามาในร้านแบบนี้ แล้วยิ่งกลิ่นยาสูบนี้อีก ท่านก็รู้ว่ามันมีผลอะไรต่อผู้ที่สูดดมมันเข้าไป คาร์ร่าร่ายยาวอย่างอารมณ์เสีย แต่เสียงที่ดังออกมาก็ไม่ได้ดังไปกว่าการกระซิบกัน

 

พ่อรู้...มันมีฤทธิ์หลอนประสาท แต่เจ้าก็ใช้ผงเงินต้านมันอยู่ไม่ใช้รึ แล้วอีกอย่างสิ่งที่เจ้าควรกังวลที่สุดในตอนนี้เป็นเรื่องที่เจ้านี้เมาไม่รู้เรื่องต่างหาก

 

คาร์ร่าขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันอย่างอดขัดใจไม่ได้ ก่อนจะซัดเข็มเล็กๆเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ต้นคอของยาน์ท ชายวัยกลางคนฟุบลงไปกับโต๊ะทันทีที่เข็มนั้นปักลงเข้ากับตัว ก่อนที่จะงัวเงียตื่นขึ้นมา อย่างคนเพิ่งตื่นนอน

 

โซลมองคาร์ร่า และชายวัยกลางคนอย่างพออกพอใจ แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร หรือทักอะไรออกไป เจ้าของร้านก็เดินเอาแก้วใส่น้ำเปล่ามาให้ซะก่อน

 

อืม~...โซลเจ้ามานานแล้วรึ เสียงครางอย่างคนเพิ่งตื่นนอนของชายหนุ่ม พร้อมกับอาการสะบัดหัวอย่างที่ต้องการไล่ความมึนงงออกไปให้หมด แล้วหยิบเอาแก้วที่ใส่น้ำเปล่าที่เพิ่งมาถึงโต๊ะขึ้นมาดื่มจนหมด

 

ก็นานพอที่จะถอนพิษเหล้าออกจากตัวเจ้า จนมานั่งคุยกันได้อย่างนี้ล่ะ เสียงตอบไม่จริงจังจากโซลอย่างที่ไม่ค่อยจะให้ได้ยินกัน

 

อือเข้าใจล่ะ ลุงข้าขอเหล้าเพิ่ม เอามาให้ครบทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้นี่แหละ ยาน์ทบอกรับกับเพื่อน ก่อนจะหันไปสั่งเหล่าเพิ่ม

 

เสียใจยาน์ท มื้อนี้แม่หนูเป็นเจ้ามือ แล้วเจ้าตัวเองก็คงจะไม่ค่อยชอบใจนักหากข้าเอาเหล้ามาให้เจ้าเสียงตอบมาอย่างทีเล่นทีจริง ทำเอายาน์ทรู้สึกขัดใจ แต่ก็ว่าอะไรต่อไม่ได้ เพราะเขาเองก็ใช่ว่าจะมีเงิน

 

มีอะไรก็รีบๆว่ามา ถึงเจ้าจะเป็นเพื่อนข้า แต่ว่าข้าก็ไม่พิสมัยนักกับการมีคนมาขัดใจ ยาน์ทพูดกลับมาอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะจ้องมองมาที่โซล ที่ดูจะสบายอกสบายใจเกินเหตุ

 

ส่วนเจ้าของร้านที่ดูท่าแล้ว ลูกค้ารายใหญ่วันนี้ของเขาจะไม่ต้องการอะไรเพิ่มจึงขอตัวเดินออกไป

 

ว่ายังไง... เสียงถามกระตุ้นอีกครั้งของยาน์ททำให้คาร์ร่าที่นั่งเงียบอยู่นานเป็นฝ่ายตอบขึ้นมาเอง

 

ช่วยเราตกผลึกศิลาเวทย์สามก้อน

 

ว่าไงนะแม่หนู ตกผลึกเวทย์ พวกเจ้าคงเข้าใจอะไรผิด ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นนักตกผลึกเวทย์อีกต่อไปแล้ว ไปหาคนอื่นเถอะ เสียงปฏิเสธที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการของสมองตอบออกมาอย่างรวดเร็วจนคาร์ร่าที่เพิ่งนั่งสงบสติอารมณ์ได้ถึงกลับเดือดขึ้นมาอีกรอบ

 

พ่อ ข้าว่าท่านมีเพื่อนผิดๆแล้วล่ะ ข้าจะกลับ ถ้าพ่อยังมีอารมณ์สังสรรค์ต่อ คาร์ร่าพูดเสียงเกรี้ยว ก่อนจะลุกขึ้น จนโซลเรียกเกือบไม่ทัน

 

เดี๋ยวก่อน แล้วเรื่องของเซ็นล่ะ

 

ท่านอย่าเอาเซ็นมาอ้าง ที่จริงท่านจะหานักตกผลึกเวทย์ได้ดีกว่าตาลุงกิ๊กก๊อกนี้ก็ได้ แต่ท่านก็ไม่ทำ เพราะ...อึ้ย...อย่าให้ข้าพูดเลยดีกว่า คาร์ร่าที่ปล่อยออกมาเต็มที่จนเกือบหลุดความลับออกมา เล่นทำเอายาน์ทที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นลุงกิ๊กก๊อกถึงกับหูผึง

 

เดี๋ยวก่อนแม่หนู ถึงเจ้าจะเป็นลูกของโซล ข้าก็ไม่ให้อภัยหรอกนะ ใครที่มาสบประมาทข้า เสียงที่ตอบกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ของยาน์ทเรียกเอาคนทั้งร้านหันมามองทีเดียว ถึงจะอยู่ในหลืบมุมก็ตาม

 

อย่างนั้นรึ ข้าว่าข้าไม่ได้สบประมาทใคร ข้าแค่พูดตามความเป็นจริงที่ข้าเห็นก็เท่านั้น เสียงหวานๆจากคาร์ร่าจากที่เคยพูดระดับให้ได้ยินกันเฉพาะในโต๊ะ ตอนนี้ดังเต็มระดับเสียง ซึ่งไม่ใช้เรื่องยากเลยที่คนทั้งร้านจะได้ยิน เพราะตอนนี้ทั้งคู่ต่างเป็นจุดสนใจไปแล้ว

 

เจ้า...เป็นแค่เด็กปากยังไม่กลิ่นน้ำนมกล้าว่าข้าอย่างนั้นหรือ

 

ใช่ ข้าว่าท่าน หรือไม่จริง งานง่ายๆแค่รับตกผลึกศิลาเวทย์ไม่กี่ก้อนยังปฏิเสธ จะไม่เรียกว่าช่างตกผลึกกิ๊กก๊อก แล้วจะเรียกว่าอะไร

 

ได้..ได้..ได้..ข้ายาน์ท นักตกผลึกที่เก่งที่สุดในอาณาจักรแม้แต่พระราชายังต้องให้ข้าเป็นคนตกผลึกศิลาเวทย์ที่จะประดับอาวุธให้ กับเรื่องแค่รับงานง่ายๆจากพวกเจ้าทำไมข้าจะทำไม่ได้ ข้ารับคำท้าเสียงประกาศลั่นจากปากที่เต็มไปด้วยหนวดเครานั้น ทำเอารอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนริมฝีปากเด็กสาว ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเฮลั่น

 

ด้วยความยินดี เสียงหวานตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ดังเดิม ข้าชักจะชอบกลิ่นอายของยาสูบซะแล้วซิ ช่วยกล่อมประสาทได้ดีนัก เสียงบนพึมพำเบาๆนั้นไม่ได้รอดหูผู้เป็นบิดาที่นั่งยิ้มไม่หุบ อยู่ข้างๆทั้งคู่

 

เจ้านี้เป็นคนดีจริงๆยาน์ท ข้าขอขอบคุณร่วงหน้าเลยก็แล้วกัน โซลพูดทันทีที่เห็นเพื่อนตัวเองนั่งลงหน้าซีด เพราะเพิ่งหลงกลเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเข้าไปเต็มเปาซะแล้ว

 

โซล เจ้าบอกข้าซิว่านางไม่ใช้ลูกของยายรูน่า แม่มดแห่งเล่ห์กล เจ้าบอกข้าซิ คนโดนหลอกถามกลับไปยังเพื่อนคลายเสียงพึมพำ เรียกเอาเสียงหัวเราะต่ำๆของเจ้าตัว และลูกสาวได้เป็นอย่างดี

 

เสียใจด้วยนะลุง นั้นน่ะแม่ข้าเอง คาร์ร่าพูดจบพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปมองผู้เป็นบิดา

 

โซลพยักหน้าให้ที ก่อนหันมามองเพื่อน แล้วปาผงสีเงินเข้าใส่หน้าเพื่อนเต็มๆ ก่อนจะรอเวลาให้ยาออกฤทธิ์ ส่วนยาน์ทที่โดนผงเงินนั้นก็ไม่ได้ปัดป้องอย่างที่ควรเป็น ราวกับรู้ว่าเพื่อนโยนอะไรใส่ เพียงไม่นานทัศนียภาพที่ชัดเจนก็กลับมาเป็นดังเดิม

 

พร้อมฟังแล้วใช่ไหม เสียงถามเรียบๆจากโซลทำให้ยาน์ทพยักหน้าสองสามที โซลจึงเริ่มอธิบายต่อ ข้าต้องการให้เจ้าตกผลึกศิลาเวทย์สามก่อนนี้ โซลพูดพรางส่งห่อผ้ากำมหยี่ให้เพื่อน จะรับห่อผ้านั้นมาถือ แต่ยังไม่ทันเปิดดูก็ต้องสายหน้าแล้วส่งคืนเพื่อนทันที

 

แม่หนู เจ้านี้ช่างพูดออกมาได้ว่าเป็นเรื่องง่าย เจ้าก็ด้วยโซล ข้าเป็นแค่คนเคยมีฝีมือจะให้ข้าตกผลึกเจ้าพวกนั้น หวังสูงไปหรือเปล่า อีกอย่าง ข้าก็วางมือมาจากงานนี้ห้า หก ปีแล้ว เสียงตอบกลับมาเรียบๆ ก่อนจะชี้ไปที่ถุงผ้าแม้แต่มือสมัครเล่นดูก็ยังรู้ว่าศิลาเวทย์สามก้อนนี้ไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นไอเชือกสีทองทีผูกอยู่ปากถุงคงไม่ลงอักขระซะแน่หนาขนาดนั้นหรอก อีกอย่างถึงจะลงอักขระระดับสูงนั้นเอาไว้แล้วศิลาเวทย์ยังคงปล่อยเวทย์ได้รุนแรงถึงขนาดที่ไม่สามารถใช้มือเปล่าจับต้องมันได้ คงเกินความสามารถของข้าแล้วล่ะ เสียงตอบบอกเหตุผลยาว ก่อนจะย้ำบอกถึงความไม่สามารถทำได้

 

นั้นซินะ ก็คงไม่ต้องสงสัยหรอก ขนาดสัญญาที่เพิ่งทำเมื่อไม่กี่นาทีมานี้ยังอุตสาห์ผิดสัญญาได้ลงคอ คาร์ร่าพูดก้มหน้าด้วยท่าทีผิดหวังสุดๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยท่าทีเยาะเย้ย

 

ได้ข้าจะทำ คนอย่างข้าไม่เคยผิดสัญญากับใคร คำสัญญาที่ออกจากปากยาน์ทนั้นเรียกรอยยิ้มที่พึงพอใจได้จากทั้งโซล และคาร์ร่า ผิดกับคนพูดที่อยากจะตบปากตัวเองนัก การตกผนึกธรรมดาที่ว่ายากจนมีเพียงไม่กี่คนในอาณาจักรที่ยึดอาชีพนี้ แต่นี้กลับต้องมาตกผนึกหินมหาเวทย์ แล้วจะเอาวันไหน

 

ที่จริงข้าอยากให้เสร็จภายในสองวัน แต่ข้ารู้ว่ายังไงเจ้าก็คงทำไม่ทัน เพราะอย่างนั้นข้าไม่เร่งละกัน แต่เอาให้เสร็จก่อนวันศุกร์ที่จะถึงนี้

 

เนี่ยนะไม่เร่ง ไอเพื่อนบ้าเอ้ย ขนาดทำการตกผนึกศิลาเวทย์ที่ว่ามีธรรมดายังต้องใช้เวลาตั้งเป็นอาทิตย์ แล้วนี้เป็นศิลาเวทย์ขั้นสูงอีกให้เร่งยังไงก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสักเดือนหรือสองเดือนล่ะวะ เสียงกนด่าในใจของผู้ที่เป็นอดีตนักตกผนึกยาวเหยียด ก่อนมองหน้าเพื่อนที่ยังคงยิ้มระรื้น แล้วถอนหายใจยาวเหยียด

 

หึ ไม่ให้ข้าทำให้มันมันเป็นศิลาเวทย์กักเก็บด้วยล่ะ พวกเจ้าจะได้แกล้งข้าสมใจ เสียงบ่นงึมงำจากเหยื่อผู้โชคร้าย เรียกเอารอยยิ้มของโซลให้กว้างขึ้นอีก

 

หึหึ เจ้านี้อยู่กับอาชีพนี้นานๆก็เดาใจลูกค้าได้เหมือนกัน เพราะนี้ล่ะเป็นเหตุผลหลักที่ข้าต้องเลือกเจ้า เพราะข้าจะให้เจ้าตกผลึกพวกมันเป็นศิลาเวทย์กักเก็บ ซึ่งข้าคิดว่าคนอื่นคงทำไม่ได้แน่ๆ ด้วยกำหนดระยะเวลาเพียงเท่านี้

 

ถ้าตอนนี้ข้าจะบอกปฏิเสธยังจะทันอีกไหม พระเจ้า (ถ้ามีอ่ะนะ)...ข้าไม่น่ามาพบพวกมันเลย น่าจะนึกได้ตั้งแต่ตอนที่มันนัดแล้ว

 

---------------------------------------------------------------------

 

ลึกลงไปใต้โรงเรียนเก่าแก่อันเป็นที่หมายปองของนักเรียนทั่วสารทิศ ห้องลับที่ถูกปิดล้อมรอบไปด้วยกำแพงดิน และอักขระเวทย์ชั้นสูงกำลังจองจำบุคคลที่เคยได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในผู้ถือเวทย์

 

เสียงกระทบกันของซี่ลูกกรงเหล็ก ที่มาพร้อมกับผู้ล่วงล้ำอาณาเขตก้าวเข้ามาในสถานที่ลับที่ขึ้นชื่อว่า คุก

 

อรุณสวัสดิ์ยามเช้า เสียงทักทายจากผู้มาเยือนพร้อมกับการวางถาดอาหารลงตรงหน้าทำให้ผู้ที่ถูกตีโซ่ตรวนหันขึ้นมามอง

 

ถ้าเสร็จธุระของท่านแล้ว ก็ออกไปซะ เสียงแหบห้าวออกปากไล่ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร โซ่ต่างๆขยับกระทบกันราวกับไม่พอใจผู้ที่มาเยือน

 

ใจร้ายจริงๆ วันนี้ข้าอุตสาห์เอาข่าวดีมาบอก ยังจะออกปากไล่ข้าได้ลงคออีกหรือไร เสียงเดิมตอบกลับมาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะยิ้มรับราวกับไม่ได้ถือสา

 

หึ...เจ้าไปสอดรู้สอนเห็นเรื่องของชาวบ้านอะไรมาอีกเสียงแหบถามขึ้นอย่างสนใจ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

 

จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะ เพราะนานๆ ข้าถึงจะใช้ความสามารถนี้ที แล้วการมาบอกข่าวครั้งนี้มันก็เกี่ยวกับตัวเจ้าโดยตรง

 

ถ้าอย่างนั้นข้าควรจะดีใจอย่างนั้นซิ ท่านศาสตราจารย์

 

เอาเถอะ ข้าเหนื่อยที่จะต่อปากกับท่านแล้ว เพราะข้าเพียงแค่มาบอกว่าอีกไม่นานท่านก็จะเป็นอิสระ สิ่งที่ท่านรอคอยมานานจะมาปรากฏตัว แล้วนำเอาท่านออกไป

 

อิสระ...ข้าไม่ได้ยินคำนี้นานขนาดไหนแล้ว เสียงคลายละเมอดังออกมา ก่อนที่จะถูกต่อประโยคด้วยผู้ที่มาเยี่ยมเยือน

 

แต่ที่ข้าอยากรู้ คือคนผู้นั้นเป็นใคร

 

ถ้าอยากรู้ทำไมท่านไม่ใช้ดวงตาคู่นั้นดูล่ะ ดวงตาที่ท่านเอาไปจากข้า เสียงแหบตะวาดก้องอย่างมีน้ำโห ก่อนจะค่อยๆสงบลง

 

ทุกครั้งที่ข้าพยายามจะดูก็จะถูกกระแสธารแห่งพลังที่ยิ่งใหญ่ผลักออกมา แม้จะเป็นดวงตาของเจ้าก็ตามเสียงนุ่มๆนั้นตอบกลับมา แต่ก็ไม่อาจปิดบังความกังวลของน้ำเสียงไปได้

 

ฮ่าๆๆ...ดวงตาของข้า แม้จะไม่ได้อยู่กับข้า แต่ก็ยังซื่อสัตย์ต่อนายมัน ฮ่าๆๆ เสียงหัวเราะอย่างสะใจของผู้ถูกจองจำ พร้อมกับเสียงโซ่ที่ขยับดังสะท้อนก้องไปทั่วคุกใต้ดิน

 

ข้าจะบอกอะไรให้ท่านได้รู้อย่าง เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับการทำให้ข้าอารมณ์ดี ไม่ว่าท่านจะเป็นออรีเคิล (ผู้ล่วงล้ำกระแสเวลา) ที่เก่งกาจมาจากไหน ก็ไม่อาจสู่ผู้ที่เหยียบอยู่เหนือกระแสเวลาอันยิ่งใหญ่ได้หรอก แม้จะเป็นดวงตานั้นก็ตาม ทันทีที่สิ้นเสียงแหบๆของผู้ถูกจองจำ พลังมหาศาลก็ผลักผู้ที่มาเยี่ยมเยือนกระเดนออกมา พร้อมกับเสียงที่ลอยตามออกมา ออกไปซะ

 

---------------------------------------------------------------------

 

เหนือขึ้นมาบนพื้นดิน ในช่วงสายของวัน ผู้คนที่ยังคงเดินอยู่ให้เต็มท้องตลาด แม้แสงแดดจะเริ่มแรงแล้วก็ตาม สองฝากฝั่งทางเดินมีเสียงพ่อค้า แม่ค้าเร่ขายของดังสู้กับบรรดาผู้ที่เดินดูของ

 

ในร้านอาหารเล็กๆ ที่ชั้นสองเปิดให้บริการที่พักแก่ผู้ที่สันจรผ่านไปมานั้น ปัจจุบันมันกำลังทำหน้าที่ต้องรับแขกกลุ่มใหญ่ที่เดินทางเข้ามาทานอาหารถึงจำนวนเกือบ 20 คน

 

เป็นเรื่องจริงหรือท่านศาสตราจารย์ ที่ว่าปีนี้ท่านอาจารย์ใหญ่จะรับนักเรียนที่อายุไม่ถึง 12 เข้ามาเรียนเสียงถามอย่างจับความรู้สึกในน้ำเสียงไม่ได้นั้น ถามผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้า

 

ใช้แล้ว เมื่อวานนี้เรื่องนี้เพิ่งผ่านมติประชุม เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการที่เราได้บุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการต่อสู่ทั้งด้านเวทย์และกำลังเข้ามาสอนเด็กในโรงเรียนเรา

 

เหลวไหลที่สุด แม้แต่ลูกหลานกษัตริย์ยังต้องผ่านการคัดเลือกตามกฎทุกอย่าง แล้วอย่างนี้มาตรฐานโรงเรียนเราไม่ย่ำแย่กันพอดีหรอกหรือ

 

ข้าเห็นด้วย ไหนจะเรื่องพลังเวทย์อีก มันจะไม่เป็นการเสี่ยงต่อผู้ที่เข้ามาเรียนจนเกินไปหรอกหรือ

 

แล้วใครกันล่ะ ท่านศาสตราจารย์ ที่ฝืนกฎข้อห้ามนี้มาเพื่อที่จะเอาชีวิตมาทิ้งเอาไว้ในนั้น

 

บทวิจารณ์อันอุกอาจของท่านอาจารย์ใหญ่กลางมาเป็นเรื่องถกเถียงกันกลางโต๊ะอาหาร โดยที่ผู้ถูกถามได้แต่ยกชาขึ้นมาจิบเพื่อเป็นการรอให้ความสงบเกิดขึ้นอีกครั้งในหมู่คณาจารย์ทั้งหลาย

 

ตระกูลลีโอเซฟ บุตรชายคนเล็กของตระกูลลีโอเซฟแต่เสียงที่ตอบกลับมากลับไม่ใช้เสียงของเจ้าตัว เพราะมันดังมาจากข้างหลังของผู้ถาม

 

ท่านอุสรา เสียงเรียบๆ ของผู้ที่นั่งจิบชา เรียกผู้ที่เดินเข้ามาหาเบาๆ ก่อนลุกขึ้นแล้วก้มหัวให้ทีหนึ่ง เป็นการเคารพ เป็นผลให้พวกศาสตราจารย์ที่เหลือต่างลุกขึ้นทำตามอย่างงง

 

นั่งก่อนซิครับ เสียงเดิมยังคงกล่าวต่อไป ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้

 

ไม่ล่ะโรเซล ขอบใจ เพราะข้าแค่แวะมาหาเจ้าตัวปัญหาเฉยๆ เดี๋ยวก็คงจะออกไป อุสราบอกปฏิเสธออกไป ก่อนจะหันไปมองหาเจ้าตัวปัญหาที่ตัวเองพูดถึง

 

นั้นซิน่ะ จะเป็นการรบกวนเปล่าๆ ว่าแต่...ข้าเองก็ไม่ยักรู้ว่าไปเป็นตัวปัญหาของเจ้าตั้งแต่เมื่อไรกัน เสียงอีกเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาจากที่ๆโรเซลลุกขึ้น และหมายจะให้อุสรานั่ง เรียกสายตาทุกสายตาให้ไปจับจ้องที่มองเห็นแล้วต้องตกใจไปตามๆกัน เพราะไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าผู้นี้มานั่งอยู่ใกล้ๆ ตัวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นนักฆ่าล่ะ พวกเขาไม่ต้องหมดลมหายใจไปแล้วหรือ

 

ไม่เอาน่า ข้าแค่ล้อเล่นหน่อยเดียว เจ้าก็อย่าไปถือโกรธเลย เห็นแก่หน้าลูกชายเจ้าที่เป็นเพื่อนกับลูกข้าไง อุสรากล่าวคำขอโทษที่ไม่ว่าจะดูยังไงก็ไม่จริงใจชัดๆ แถมยังเอาจุดอ่อนเขามาเล่นอีก จนโซลได้แต่ถอนหายใจ

 

เอ่อ...ท่านนี้คือ... โรเซลพูดพลางเหลือไปมองที่โซลสลับกับอุสรา

 

ข้าลีโอเซฟ โซล จะมาเป็นผู้ร่วมงานของเจ้า ยังไงก็ฝากตัวด้วยละกัน เสียงที่ตอบกลับมา กลับดังมาจากด้านหลังอุสราที่ยืนอยู่อีกด้านของโรเซล เล่นทำเอาคนทั้งโต๊ะถึงกับตั้งตัวไม่ติดไปอีกรอบ เมื่อเจ้าตัวเดินมาจากอีกทางของร้าน

 

เช่นกันขอรับ ข้าเลโอฮาท โรเซล ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ โรเซลกล่าวแนะนำตัวกลับเช่นกัน และยังคงสีหน้าที่นิ่งได้สนิท ได้เช่นเดียวกับน้ำเสียง ต่างจากเพื่อนผู้ร่วมอาชีพที่ต่างหน้าถอดสีกันไปหมดแล้ว ก็บุคคลตรงหน้าเล่นปล่อยรังสีฆ่าฟันออกมาอย่างไม่มีเกรงใจ

 

ไม่เอาน่าเพื่อน ว่าแต่เจ้าเซ็นล่ะ ตั้งแต่ข้ามายังไม่เห็นเลย อุสราที่เริ่มเห็นบรรยากาศไม่ค่อยดี เปลี่ยนเรื่องพูด แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากไปกว่าการเบนสายตาคมๆสีน้ำตาลไหม้นั้น ไปที่ตัวเอง แต่ก่อนที่ความตึงเครียดบนโต๊ะอาหารจะมากไปกว่านี้ เสียงของเด็กชายที่เป็นหัวข้อข่าวยามเช้าก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

พ่อ จะไปกันหรือยังครับ เซ็นวิ่งลงมาจากด้านบนของร้าน พร้อมกับคูลที่กระพือปีกบินอยู่ใกล้ๆส่งเสียงเรียกเป็นลูกคู่

 

ไปซิ โซลหันมาตอบยิ้มให้กับลูกชาย รังสีฆ่าฟันเมื่อครู่หายไปหมดราวกับเรื่องโกหก ก่อนจะเดินนำออกไปพร้อมกับอุสราที่เดินอยู่ข้างๆ

 

ลาล่ะครับ ท่านศาสตราจารย์ เซ็นหันไปบอกลาคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนแข็งอยู่กับที่ ก่อนจะวิ่งตามผู้เป็นพ่อออกไป พร้อมกับคูล แต่ถ้าเจ้าตัวหันกลับมามองซักนิด อาจจะได้เห็นรอยยิ้มที่น้อยครั้งเหลือเกินจะปรากฏบนใบหน้าคมนั้น รอมยิ้มของชายที่ได้ชื่อว่าโรเซลนักเวทย์วิญญาณ

 

----------------------------------------------------------------

 

ให้ตาย พวกเจ้านี้มันเป็นเพื่อนที่ไม่น่าคบด้วยเป็นที่สุด มีอย่างที่ไหนกัน บังคับให้ข้าทำของให้แล้ว ยังมีหน้ามาเร่งให้ข้าทำให้เสร็จเร็วๆอีก แล้ววันนี้พวกเจ้าก็ยังมาสาย จะแก้ตัวว่ายังไงฮึ พ่ออัศวินทั้งสอง เสียงร่ายยาวตั้งแต่เจอหน้า แทนคำทักทายที่ควรจะมีให้ผู้มาเยี่ยมเยือนนั้น บ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังเดือดได้ที่ของผู้เป็นเจ้าบ้านได้เป็นอย่างดี

 

เซ็น โซล และอุสรา เดินมาถึงบ้านของยาน์ทตามที่ได้นัดกันไว้เมื่อคืน ซึ่งเจ้าตัวก็ดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าเมื่อวาน หนวดเครารุ่งรังที่เคยไว้ก็เก็บออกจนหมด ทำให้เห็นถึงใบหน้าคม และดวงตาสีเข้มนั้น ว่าตอนนี้กำลังแสดงอารมณ์ว่าหงุดหงิดเพียงใด แล้วไหนล่ะ คนที่ข้าต้องทำศิลาเวทย์ให้ เสียงเดิมถามกลับมาทันที่ไม่เปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้พูดอะไร ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะสะดุดเข้ากับเด็กชายผมสีน้ำเงิน ที่ยืนอยู่ตรงกลางของเพื่อนทั้งสอง เจ้าหนูนี้ซินะ

 

ผู้ที่ถูกทักถึงกับสะดุ้ง ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าต้องมาทำอะไร แต่ว่าก็ยังอดที่จะหวาดนิดๆกับคนตรงหน้าไม่ได้ เพราะตั้งแต่ที่พวกเขามาถึง ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน ท่านเจ้าบ้านก็ใส่มาซะเต็มที่ ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้พูดอะไรโต้ตอบกลับมาเลย

 

เด็กชายถูกมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันไปมองเพื่อนทั้งสองแล้วก็ต้องถอนหายใจอีกรอบ แน่ใจแล้วซินะ คงรู้ถึงความเสี่ยงนั้นใช้ไหม ยาน์ทกล่าวพร้อมกับมองเพื่อนทั้งสองที่ได้แต่พยักหน้าตอบ

 

ไว้เจ้าได้เห็นก่อนเถอะยาน์ท แล้วเจ้าจะรู้เอง โซลตอบสีหน้ายิ้มแย้ม แม้ในน้ำเสียงนั้นจะเจือปนไปด้วยความกังวลก็ตาม

 

ตามเข้ามา ยาน์ทได้แต่พยักหน้า แล้วเดินหายตัวเข้าไปในบ้าน

 

เซ็นมองผู้เป็นพ่อกับอุสราอย่างขอความคิดเห็นแต่สิ่งที่ได้คือการไล่หลังเบาๆจากโซล พร้อมรอยยิ้มอย่างอบอุ่นอย่างที่โซลจะยิ้มให้เสมอ

 

แล้วพ่อจะรีบกลับมารับ รีบเข้าไปเถอะ

 

เซ็นพยักหน้าก่อนจะเดินตามชายแปลกหน้าที่พ่อของเขาบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนอยู่ที่อินทราเซลเข้ามาข้างในตัวบ้านพร้อมกับคูล สิ่งแรกที่เห็นคือเครื่องเรือนทุกอย่างถูกคุมด้วยผ้าราวกับบ้านนี้ไม่มีคนอยู่ ตามพื้นมีแต่ฝุ่นและรอยเท้าของเจ้าของบ้านเต็มไปหมด ที่ๆคาดว่าน่าจะเป็นโต๊ะถูกวางไว้ด้วยขวดเหล้าจำนวนมาก

 

-----------------------------------------------------------



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตำนานเทพเจ้า ภาค โรงเรียนมหาเวทย์อินทราเซล ตอนที่ 9 : [RW] บทที่ 7 ศิลาเวทย์ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4840 , โพส : 5 , Rating : 69% / 14 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1350
 เอ่อ สภาพห้อง = =;;
PS.  สนุกวุ้ย (อย่างนี้ต้องเม้น)
Name : ฺBlack.She~ep < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฺBlack.She~ep [ IP : 125.26.194.62 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2554 / 21:43
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1125
ทำไมสภาพมันน่าอนาถขนาดนี้อ่ะ บรรยายซะเลย (คิดถึงห้องตัวเอง)
PS.  อย่าอ่านนะ
Name : Ma-Praw < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ma-Praw [ IP : 125.25.249.76 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 กันยายน 2553 / 14:57
# 3 : ความคิดเห็นที่ 909
ลงไม่ครบหรือเปล่าคะ
ไปอ่านต่ออีกบทนึงเเล้วไม่เข้าใจอ่ะค่ะ
ช่วยมาลงหน่อยได้ไหมคะ
ขอบตุณค่ะ
Name : สายน้ำ [ IP : 183.89.35.234 ]

วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 / 13:09
# 2 : ความคิดเห็นที่ 755
ยังมีจุดผิดอยู่หลายจุดเลยนะคะไรเตอร์ที่น่ารัก....
คำว่า "เชี่ยวชาน" ต้องเขียน "เชี่ยวชาญ" ถึงจะถูกนะคะ
สนุกมากๆๆคะน่าติดตามมากๆๆ

Name : belljunior < My.iD > [ IP : 124.121.134.182 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 / 23:44
# 1 : ความคิดเห็นที่ 533
ตรวจจับความผิดปกติของชีพจร  ต้องจับผิดกันขนาดนี้เลยใช่ไหมถึงจะยอมจนมุมพูดความจริง
Name : Mink_C < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mink_C [ IP : 117.47.64.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2553 / 12:06
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android