LUST ความต้องการคุณสูง [MarkBam]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 1,146,607 Views

  • 16,200 Comments

  • 30,217 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,677

    Overall
    1,146,607

ตอนที่ 15 : LUST : 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106806
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6893 ครั้ง
    19 มิ.ย. 61



LUST : 12



           แบมแบมไม่สบายจนได้...


            มันไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาแล้วพบว่าคนข้างกายนั้นตัวร้อนราวกับโดนไฟสุม มาร์คที่ถึงแม้จะยังเหนื่อยจากกิจกรรมรักเมื่อคืนแต่ก็ไม่สามารถทนนอนต่อไปได้ ร่างสูงฝืนตัวลุกขึ้นจากเตียงหาข้าวและยามาให้คนป่วยที่เริ่มงอแง


            “ฮือ อือออ..ออ


            เสียงพลิกตัวตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความทรมานของน้องดังขึ้นพอให้คนที่กำลังง่วนอยู่กับการอุ่นโจ๊กรู้สึกร้อนรนเพราะความเป็นห่วงได้ เป็นครั้งที่สองที่น้องเป็นไข้โดยมีเขาเป็นตัวต้นเหตุและทั้งสองครั้งก็เกิดจากการร่วมรักที่หนักเกินไป....


            ครั้งแรกที่ห้องสมุดและครั้งนี้ก็สระว่ายน้ำ


หลังจากที่เมื่อคืนมาร์คพาแบมแบมกลับขึ้นห้องมา มาร์คก็ยังเดินหน้าทำเรื่องอย่างว่ากับร่างบางต่อจนถึงตีสอง และคงเป็นเพราะร่างกายที่แช่น้ำในสระนานเกินไปและไหนจะต้องนอนตัวเปียกอยู่บนเตียงเพื่อรองรับการกระแทกกระทั้นจึงทำให้แบมแบมไข้ขึ้นจนได้ ถ้าไม่ใช่เพราะแบมแบมชิงหลับคอพับไปก่อนมาร์คคิดว่ารอบสุดท้ายคงจะไปจบลงตอนที่พระอาทิตย์ขึ้นอย่างแน่นอน


รู้สึกผิดแต่เมื่อคืนเขาก็ห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ


แบมครับลุกขึ้นมากินยาก่อนเร็ว


มาร์คเดินกลับเข้ามาในห้องนอนก่อนจะไปทรุดนั่งลงที่เตียงกว้าง วางชามโจ๊กลงบนโต๊ะตัวเตี้ยที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ แล้วค่อยๆ สอดมือเข้าที่แผ่นหลังเพื่อประคองร่างของคนป่วยให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ ร่างกายบอบบางที่กำลังร้อนรุ่มเพราะพิษไข้ทิ้งน้ำหนักตัวลงพิงกับอกเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง ช่างดูน่าสงสารแต่เพราะลมหายใจร้อนๆ ที่พ่นออกมาสัมผัสเข้ากับแผ่นอกเปลือยของตนนั้นทำให้คิดแค่เรื่องดีๆ ไม่ได้เลย


ภาพความทรงจำต่างๆ ไหลกลับคืนมาในหัว และทุกภาพเป็นภาพที่น้องกำลังหอบหายใจเพราะได้ร่วมรักกับเขาทั้งนั้น


คนดี...


ฮึก พี่...แบมเมื่อย


มาร์คกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นแล้วโยกตัวคนในอ้อมกอดไปมาเป็นการปลอบโยนเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดสะอื้น จูบลงบนกลุ่มผมนุ่มย้ำๆ ยกคนป่วยที่เบาหวิวให้ขึ้นมานอนทับอยู่บนตัว ใบหน้าขาวนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะพิษไข้ ไอร้อนแผ่กระจายออกมาจากรูขุมขนจนเขารู้สึกได้ น้องเฉิ่มของเขาคงจะทั้งเจ็บและเหนื่อยจากกิจกรรมที่แสนจะหนักหน่วงและไหนจะอึดอัดไม่สบายตัวอีกเลยทำให้ร้องไห้ออกมา


ขอโทษนะครับ พี่ขอโทษนะ


แบม แบมเหนื่อย ฮึก


ขอโทษนะ จะไม่ทำให้ป่วยอีกแล้วครับ พี่ขอโทษนะ พร่ำบอกให้น้องฟังซ้ำๆ แม้จะไม่รู้ว่าน้องจะมีสติมากพอที่จะรับรู้คำขอโทษของเขาหรือเปล่าแต่ก็ยังอยากจะพูดให้ฟังอยู่ดี


ร่างกายบอบบางที่กำลังรู้สึกหนาวจากข้างในเบียดกายเข้าหาความอบอุ่นจากร่างหนากำยำ เพราะมาร์คสวมเพียงกางเกงนอนทำให้ช่วงบนไร้สิ่งใดปกปิดจึงเป็นที่ที่คนป่วยซุกซบเข้าหาไออุ่นมากที่สุด แนบแก้มลงบนอกข้างซ้ายตรงกับตำแหน่งของหัวใจ หากว่าแบมแบมไม่ป่วยเชื่อว่าต้องได้ยินเสียงก้อนเนื้อที่อยู่ในนั้นกำลังเต้นแรงอย่างแน่นอน


อืออ


แบมแบมขยับเคลื่อนร่างกายตัวเองเพื่อหามุมที่สบายก่อนจะพรูลมหายใจออกมาเบาๆ ดวงตากลมที่ปรือในคราแรกก็ค่อยๆ ปิดลงพร้อมทั้งเสียงสะอื้นที่ค่อยๆ เงียบหายไป


แบมแบมหลับไปแล้ว...


มาร์คมองชามโจ๊กและยาเม็ดสีขาวที่ตั้งใจจะเอามาให้คนป่วยทาน แต่พอเห็นลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอก็ตัดสินใจให้คนตัวเล็กได้นอนหลับต่ออีกสักหน่อย เขาเชื่อว่าหากปลุกขึ้นมาให้ทานข้าวทานยาในตอนนี้คงจะร้องไห้จนคอนโดแตกอย่างแน่นอน


อีกอย่างได้นอนกอดน้องทั้งตัวแบบนี้ก็ยังไม่อยากปล่อยไปจริงๆ


+++++++

 

ขอบคุณที่แบมแบมแข็งแรงจึงใช้เวลาแค่หนึ่งคืนก็หายป่วยได้อย่างรวดเร็ว เอาตามความจริงแล้วเป็นเพราะมาร์คต่างหาก...


ร่างสูงจับป้อนยาและเช็ดตัวให้ทุกๆ สี่ชั่วโมงจนอุณหภูมิในร่างกายลดลง แม้แบมแบมจะดื้อดึงและงอแงมากแค่ไหนแต่มาร์คก็ไม่ยอมใจอ่อนให้เลยสักนิด คนป่วยทำตัวให้น่าสงสารด้วยการร้องไห้ก็แล้ว พึมพำว่าไม่รักก็แล้ว สะบัดหน้าหนีก็แล้วแต่คนพี่ก็ยังไม่ยอม จับเปลื้องผ้าจนเหลือแต่ชั้นในแล้วเช็ดย้อนรูขุมขนให้ท่ามกลางความเย็นจากแอร์


แต่เป็นเพราะเลือกที่จะเมินดวงตาที่เต็มไปหยดน้ำใสๆ นั่นแหละเด็กเฉิ่มของมาร์คถึงตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยสภาพสดชื่นและยิ้มแย้มได้อย่างแจ่มใส ไม่ปวดหัว ไม่ตัวร้อนและสามารถไปมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องหยุดเรียนเพิ่ม


ขอบคุณครับพี่มาร์ค


มาร์คมาส่งแบมแบมที่คณะอย่างเช่นทุกครั้งหลังจากทานอาหารเช้าด้วยกันเสร็จเรียบร้อย มองแผ่นหลังบางเดินห่างออกไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในทุกๆ เช้า แต่วันนี้ร่างสูงเลือกที่จะเปลื่ยนแปลงด้วยการดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูเดินตามลงไปด้วย....


ไม่นั่งมองน้องเดินเข้าคณะไปเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว


เอ๋ พี่มาร์ค!”


พี่ไปส่งที่หน้าห้องครับ


มะ ไม่ต้องครับ บะ แบมไปเองได้ จู่ๆ ก็โดนร่างสูงกว่าที่วิ่งมาจากทางด้านหลังคว้ามือไปกุมไว้พร้อมทั้งหยิบกระเป๋าของตนไปถือให้อย่างรวดเร็ว ปากอิ่มพูดบอกคนพี่เสียงสั่นปากสั่นไปหมดเพราะความตื่นเต้น สายตานับร้อยพากันจับจ้องมาที่ตนจนรู้สึกไม่ชิน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้สะบัดมือออกจากการกอบกุม


ก็อยากให้คนอื่นรู้กันเยอะๆ ว่ามาร์คปีสี่มีเมียแล้ว มาส่งเมียทุกวันไม่ได้จะเลิกกันเหมือนที่คนอื่นๆ เขาพากันลือ จริงๆ ก็ควรจะทำตั้งนานแล้ว เราไปเถอะ...


มาร์คไม่สนใจคนอื่นที่มองมาแล้วพากันซุบซิบ กระชับมือบางก่อนจะพาเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสาม ถ้าให้พูดกันตามจริงคือแต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยสนใจใครเลยมากกว่า จริงๆ เขาไม่แคร์ว่าตนเองจะถูกคนในสังคมและโซเชียลเอาไปวิจารณ์กันอย่างไร เรื่องจริงบ้าง เรื่องไม่จริงบ้าง มันก็มาแค่ชั่วลมพัดผ่านก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปเอง แต่เพราะนั่นมันก่อนที่จะมีแบมแบม


เขายอมให้ทุกคนเอาแบมแบมไปวิจารณ์ไม่ได้...


ถึงแม้จะตามแก้ข่าวเก่าๆ ได้ไม่หมด แต่เขาก็จะทำข่าวใหม่ขึ้นมาทดแทนให้ ทุกคนไม่เชื่อว่าคนอย่างเขาจะหยุดอยู่ที่แบมแบมได้ก็ไม่เป็นไร เขาก็จะมาโผล่เพื่อโชว์ความหวานที่คณะมนุษย์ศาสตร์ทุกๆ วัน ส่วนเรื่องรูปลักษณ์ของน้องที่เปลี่ยนไปยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงซึ่งเจ้าตัวที่ไม่ได้สนใจสังคมโซเชียลก็คงยังไม่รู้แต่นั่นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร


เขาคิดวิธีจัดการเรื่องนี้ไว้แล้วเช่นกัน


แต่คงไม่ใช่ตอนนี้...


สวัสดีครับน้องแบม สวัสดีครับพี่มาร์ค


กำลังจะเลี้ยวออกจากบันไดเพื่อตรงไปยังห้องเรียนก็มีคนมาขวางหน้าไว้และเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม แบมแบมเงยหน้ามองคนตัวสูงข้างกายอัตโนมัติ ส่วนมาร์คไม่ได้ตอบอะไรกลับ ไม่พยักหน้าเป็นเชิงรับไหว้ด้วย เอาจริงๆ คือไม่พุ่งตัวไปต่อยอีกฝ่ายน่าจะขอบคุณเขามากกว่า


สวัสดีครับพี่เจ...


“…….


เอ่อ คือ... แบมแบมมองคนทั้งคู่สลับกันไปมา ไม่มั่นใจว่าพี่เจตั้งใจมาหาตนหรือหาพี่มาร์คกันแน่เพราะตอนนี้คนทั้งคู่ยังไม่ยอมละสายตาออกจากกันเลย


คนหนึ่งก็มองเหมือนพร้อมมีเรื่องอีกคนก็มองเหมือนหาเรื่อง


ส่วนแบมแบมก็พร้อมร้องไห้...


เป็นภาพตลกเหลือเกินในบรรดาคนที่เดินผ่านไปผ่านมา คนสามคนที่ยืนด้วยโพสิชั่นที่ต่างกันออกไป หนึ่งคนล้วงกระเป๋าและพักขาด้วยท่าทางกวนประสาท อีกสองคนซึ่งยืนจับมือกันไม่ปล่อย แต่คนตัวเล็กที่สุดก็เหมือนจะลุกลี้ลุกลนยืนอยู่นิ่งไม่ได้....


พี่มาร์คครับ แบมขอ...


เออน้องแบม พรุ่งนี้เราจะเลี้ยงสายกัน พี่ๆ ที่จบไปแล้วก็จะมาด้วยนะ น้องแบมไปนะครับ ไปเลี้ยงสายกัน ตามประสาพี่ๆ น้องๆเจเป็นฝ่ายที่ละสายตาออกมาก่อน เขาเลือกจ้องไปยังคนตัวเล็กที่บนใบหน้าไร้กรอบแว่นน่าเกลียด พิจารณาโครงหน้าหวานอีกครั้งท่ามกลางสายตาของเจ้าของตัวจริง


แบมแบมที่ถูกพี่รหัสพูดแทรกประโยคก็ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ และคิดว่าตนเองน่าจะป่วยต่ออีกสักวัน ถ้าเขาป่วยอีกวันก็คงไม่ต้องมาเจอกันที่นี่ในเวลานี้....


แบม คือ แบมไม่ไปหรอกครับปฏิเสธเสียงหวานและคิดว่าคำตอบของตนนั้นเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกๆ ฝ่ายแล้ว หนึ่งคือพี่มาร์คคงไม่อนุญาตซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องถาม ส่วนสองเขามีภาพความทรงจำค่อนข้างแย่กับผับบาร์ เป็นไปได้ก็ไม่อยากกลับไปที่นั่นโดยไม่มีพี่มาร์คไปด้วย


ไม่ได้สิ แบมต้องไปนะ


คือ เอ่อ คือแบม...


อย่าปฏิเสธเลย พี่อยากให้น้องแบมไปนะ แล้วพี่ๆ เขาก็มากัน เขาบังคับว่าทุกคนต้องไปนะ หรือพี่มาร์คไม่ให้ไป เหรอครับพี่? หันไปถามคนแก่สุดด้วยใบหน้ากวนโมโห ตั้งใจกวนอารมณ์เต็มที่ อยากให้คนที่ดูสุขุม สุภาพและดูคุณชายในสายตาทุกคนนั้นได้หลุดมาดแย่ๆ ออกมาบ้าง


แต่ที่ได้รับกลับมาเป็นเพียงแค่รอยยิ้ม 


อะไรกัน....


มาร์คคิดว่าครั้งนี้ตัวเองไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นอันธพาลเหมือนครั้งก่อนที่เจอกัน คิดอะไรดีๆ ได้เพียงแค่เขายืนนิ่งๆ ทำหน้าหล่อๆ ต่อไป ลอบมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกาย


กูจะไปบังคับอะไรเขาได้ ถ้าเขาอยากไปกูก็จะให้เขาไป....มาร์คพูดขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ ซึ่งจุดประกายรอยยิ้มที่มุมปากให้กับอีกคน


น้องแบม! ไปเถอะ พี่มาร์คอนุญาตแล้วครับ!” เจถือวิสาสะดึงมือแบมแบมให้หลุดออกจากฝ่ามือใหญ่ของมาร์คที่จับไว้ในตอนแรกก่อนจะเอามากุมไว้เอง มองข้ามสีหน้าของน้องรหัสที่ทำหน้าตาตกใจที่ตนทำอย่างนั้น แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้และยังจับมือบางทั้งสองข้างไว้ไม่ปล่อย


ไม่เคยมีใครปฏิเสธเขาได้หรอกนะ...


เขาคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ามาร์คเลยสักนิด


นะครับ เนี่ยกลับไม่ดึกหรอก ฮ่าๆ พี่ก็ดูแลแบมได้นะ พี่จะดูแลให้ดีกว่าพี่มาร์คเลยโอเคไหม พี่มาร์คเขาไม่เห็นจะห่วงแบมเลยนี่ ไม่เป็นไรเนอะพี่ดูแลแบมเองก็ได้ แล้วพี่ก็จะ...


พรึ่บ...


แบมแบมขัดประโยคดีใจนั้นด้วยการแกะมือตนเองออกมาจากฝ่ามือเย็นชืดของพี่รหัสที่มาให้เห็นเป็นครั้งที่สองในรอบสองปี ใบหน้าหวานไม่แสดงอาการและสีหน้าใดๆทำเพียงแค่ยกยิ้มให้คนที่ยอมเงียบเสียงลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


ก่อนจะพูดขึ้นอย่างช้าๆ และถึงแม้จะติดขัดไปบ้างแต่ได้ใจความ


แบมไม่ไปครับ ถึงพี่มาร์คอนุญาตแบมก็ไม่ไป ถ้าไม่มีพี่มาร์คไปด้วยแบมก็จะไม่ไป สะ สองปีมานี้แบมไม่เคยมีพวกพี่ แบมเลยคิดว่าสองปีที่เหลือต่อจากนี้แบมก็ไม่อยากมีพวกพี่เหมือนเดิมครับ


มาร์คคิดไว้อยู่แล้วว่าคำตอบของแบมแบมจะต้องออกมาในรูปแบบนี้ เขาหลุดขำเบาๆ จนเห็นเขี้ยว จับมือแบมแบมมากุมไว้อีกครั้งแต่ครั้งนี้ยกขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากตัวเองเป็นการประกาศชัยชนะไปด้วย ก็บอกแล้วว่าวันนี้ไม่ต้องทำตัวเป็นอันธพาล


น้องแบม...


แบมพูดจริงๆ นะครับพี่เจ พี่จะมาทักทายแบมก็ได้ถ้าพี่เห็นแบมเป็นน้อง ตะ แต่ว่าแบมคงจะไม่...แบมอยากอยู่กับพี่มาร์คมากกว่า


น้อง.... เจอยากพูดให้อีกฝ่ายพอ แต่ก็พูดไม่ออก หน้าชาเหมือนโดนตบด้วยรองเท้าเบอร์สี่สิบของน้อง


ประโยคที่มาจากปากน้องรหัสที่เคยเฉิ่มและใสแม่งเจ็บกว่าประโยคของรุ่นพี่ปีสี่ดีกรีเดือนมหาวิทยาลัยที่ป่าวประกาศว่ามีแบมแบมเป็นเมียอีกอ่ะ...


และเหมือนน้องแบมจะตบหน้ายังไม่พอ น้องกระทืบซ้ำด้วยประโยคต่อมา


แบมว่าพี่มาร์คเขาต้องเป็นห่วงแบมมากๆ เลยครับ แบมว่าใครก็ดูแลแบมดีได้ไม่เท่าพี่มาร์คหรอก


“……”


พี่มาร์คดีกว่าทุกคนเลยครับพี่เจ


แบมแบมขมวดคิ้วทำหน้าตาจริงจังให้สมกับประโยคที่พูดออกไป ทุกคำพูดนั้นกลั่นกรองออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจทุกคำ จริงๆ อยากอธิบายต่ออีกว่าพี่มาร์คดีมากยังไงแต่เพราะเพื่อนสนิทที่เดินมาประชิดตัวจึงทำให้หันไปสนใจเพื่อนแทน


แบมแบมกับจินเดินหายไปยังห้องเรียนโดยไม่ลืมที่จะลาคนแก่กว่าทั้งสองคน ก่อนจะไปมาร์คไม่วายแสดงความความรักด้วยการจูบมือแบมแบมอีกสักทีพอให้คนโดนกระทำหน้าแดงก่อนจะหันกลับมาพูดบางอย่างกับอีกคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม


ไม่ดีเท่ากูก็แย่หน่อยนะมึง



33%


จากที่ตั้งใจว่าจะกลับคอนโดเพื่อไปทำวิจัยของตัวเองต่อให้เสร็จก็มีอันต้องเปลี่ยนแผนเพราะเมื่อห้านาทีก่อนมีสายเรียกเข้าจากเพื่อนรักหวัง แจ็คสันโทรมาตามให้เขาไปหามันที่ตึกเรียนรวม เสียงเซ็งแซ่ดังแทรกเข้ามาให้ได้ยินบ่งบอกว่าแจ็คสันไม่ได้อยู่คนเดียวจึงทำให้มาร์คจำต้องตอบตกลงอย่างช่วยไม่ได้


จะว่าไปเขาเองก็ไม่ได้เจอเพื่อนคนอื่นๆ นานแล้วเหมือนกัน


ขายาวก้าวไปตามทางเดินอย่างไม่ยี่หระ จุดหมายอยู่ข้างหน้าไม่ถึงยี่สิบเมตรแต่ก็ไม่คิดจะรีบไปเพราะไม่ได้คิดถึงอยากจะเจอพวกมันขนาดนั้น ถึงอากาศจะร้อนจนแทบเป็นบ้าตายแต่ในเวลานี้มาร์คกลับรู้สึกเย็นเหมือนมีคนเปิดแอร์ไปตลอดทาง เพียงแค่นึกไปถึงคำชมซื่อๆ ที่มาจากคนน่ารักของตัวเองแล้วก็หุบยิ้มไม่ได้


แบมแบมกำลังทำให้มาร์คกลายเป็นบ้า...


'พี่มาร์คดีกว่าทุกคนเลยครับพี่เจ'


ประโยคที่คิลไอ้เด็กหน้าเปรตนั่นเป็นประโยคเดียวกันที่ทำให้มาร์คใจเต้นแรง


น่ารัก...พูดด้วยใบหน้าซื่อๆ ตาใสๆ ก็น่ารักจนทนไม่ไหว 


 “ยิ้มๆ ไอ้สัส ยิ้มกว้างขนาดนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะมาเรียกเรตติ้งถูกมะ? มึงมีเมียแล้วทำไมไม่จำ เจบีเป็นคนแรกที่เห็นว่ามาร์คเดินโชว์เขี้ยวตรงเข้ามาหาก็ตะโกนแซวอย่างหมั่นไส้ ยอมรับอย่างหนึ่งว่าไอ้มาร์คเดือนมหาลัยมันมีรอยยิ้มที่ดึงดูดใจสาวๆ


แต่คนมีเมียแล้วไม่มีสิทธิ์โปรยเสน่ห์ป่ะวะ?


เรื่องของกู


ไร้เยื่อใย!”


ไม่ได้เจอกันนานแต่คำแรกที่คุยกันกลับมีแต่ความเบื่อหน่ายและเกลียดชัง เจบีโยนห่อขนมที่กินหมดแล้วใส่ไอ้เพื่อนหน้าหล่อหวังให้มันรับรู้ถึงความเสียใจของตน เชื่อแล้วที่ไอ้แจ็คมันเล่าให้ฟังว่าเดี๋ยวนี้ไอ้มาร์คอาการหนักกว่าเมื่อเดือนก่อนเยอะมาก หลงเมียหนักมาก รักเมียหนักมาก และไม่คิดจะแคร์ใครแม้กระทั่งเพื่อนที่คอยช่วยหาสาวๆ ให้มันหิ้วกลับไปนอนด้วยตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสี่...


บุญคุณใหญ่หลวงขนาดนี้มันยังไม่สำนึกเลยคิดดู


จู่ๆ ก็อยากให้รักของเพื่อนเจออุปสรรคบ้าง...


เรียกมามีไร บอกก่อนนะถ้าชวนไปแดกเหล้ากูไม่ไปมาร์ครีบออกตัวก่อนเพราะไม่อยากจะพูดปฏิเสธพวกมันอีก ชวนทีไรก็ต้องปฏิเสธกลับไปทุกครั้งจนบางทีก็แอบมีรู้สึกผิดต่อพวกมันอยู่นิดนึง แต่ถามว่าถ้าให้เลือกใหม่ระหว่างอยู่กับเมียหรือออกไปเที่ยวกับเพื่อนจะเลือกอะไร


แน่นอนว่าเลือกอยู่กับเมียเหมือนเดิม


เปล่าๆ กูรู้ว่าชวนมึงก็ไม่ไปหรอก ไม่ได้จะชวนเล้ยมึง


เจบีโดนแจ็คสันสะกิดที่ขายิกๆ เมื่อเขาตอบออกไปแบบนั้น ก็แน่ล่ะเพราะเป้าหมายที่เรียกไอ้มาร์คมาก็คือตั้งใจจะชวนมันไปกินเหล้านี่แหละ...ไอ้สัดแจ็ค กูกลัวมันต่อยไงเลยรีบตอบไปก่อนว่าไม่ได้จะชวน ไอ้เหี้ย!


แล้ว....มาร์คเลิกคิ้วเป็นเชิงถามพอดีกับที่น้องส่งข้อความตอบเขากลับมาจึงเรียกความสนใจของมาร์คได้


ไอ้เหี้ยบีกูให้มึงชวนมันไปแดกเหล้า!” แจ็คสันรีบกระซิบที่ข้างหูเพื่อนฟันสวยทันทีที่มาร์คก้มหน้าลงสนใจข้อความในมือถือ อุตส่าห์เรียกมันมาหามาคุยกันต่อหน้าตอนที่มันไม่มีเมียเพื่อหวังให้ไอ้มาร์คยอมตอบตกลง


เสียแผน!!!


ก็มันมองเหมือนจะต่อยอ่ะ เอาน่าทำอย่างอื่นกันดีกว่า เจบีตอบกลับแจ็คสันเสียงเบาพลางยิ้มแบบกรุ้มกริ่มไปทั้งตาเล็กๆ ทั้งปากกว้างๆ จนลืมคิดไปว่าตัวเองนั้นกลัวสายตาของมาร์คต้วนมากแค่ไหน


เพราะถ้าจำได้เจบีคิดว่าตัวเองจะไม่ทำ


ไอ้มาร์ค ขอคุยอะไรด้วยหน่อยดิ เจบียื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ในหัวผุดบางอย่างขึ้นมาอย่างนึกสนุก สอดส่ายสายตาไปซ้ายทีขวาทีอย่างคนหวาดระแวง


แล้วทำไมต้องทำท่าแปลกๆ เหมือนกลัวใครมาได้ยิน


เออ กลัวเมียมึงได้ยิน


นิ้วที่กำลังกดคำว่าคิดถึงก็มีอันต้องชะงักค้าง เงยหน้าขึ้นมองคนพูดด้วยสายตาไม่เข้าใจ เหลือบหางตาไปทางแจ็คสันอย่างสงสัยว่ามันรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยไหมก็เจอว่ามันนั่งกดแต่มือถือไม่สนใจบทสนทนาของเขากับเจบี


ไม่รู้ว่าไม่สนใจเนี่ยแกล้งหรือไม่สนจริงๆ


มีไร


เมื่อวานกูเจอไอรีน ดาวปีเราอ่ะมึง เขาบอกว่าเพิ่งเลิกกับแฟนมา


มาร์คขมวดคิ้วหนักขึ้นกว่าเก่าเมื่อได้ฟังประโยคจากปากเพื่อนแต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมกดปิดหน้าต่างการใช้งานแอพพลิเคชั่นแล้วหันมาตั้งใจฟังที่เจบีมันพูด และท่าทางทั้งหมดของมาร์คก็ทำเอาคนมองตีความไปได้ในทางเดียวว่า


มาร์คยังสนใจไอรีน...


กูจำได้ว่าเมื่อตอนปีสองมึงเคยกิ๊กๆ กับเขาไม่ใช่อ่อ ตอนนั้นมึงก็ดูจะชอบเขามากด้วยแต่ติดที่เขามีแฟนแล้วไง ตอนนี้เลิกแล้วกูก็เลยแวะมาบอกมึงเผื่อจะอยากไปดามใจ


แน่นอน....


เจบีไม่เคยเชื่อว่าเสือจะสิ้นลายด้วยกรงเล็บของลูกแมววัด


ตลอดสี่ปีที่รู้จักกันมามาร์คมีนิสัยอย่างไรนั้นเจบีคิดว่าตัวเองก็รู้ดีในระดับแฟนพันธ์แท้ ถึงแม้จะไม่สนิทกับมาร์คเท่าแจ็คสันที่อยู่คณะเดียวกันแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักตัวตนของเพื่อนเลย ต้องบอกก่อนว่าตัวเขาเองไม่ได้มีปัญหากับน้อง ไม่ได้รังเกียจและรับรู้ว่าน้องเป็นคนน่ารักโดยนิสัยใจคอ แต่คนดีอย่างเดียวไม่น่าจะทำให้มาร์คยอมหยุดได้นั่นเป็นสิ่งที่เขามั่นใจ และมันก็น่าสนุกดีหากสิ่งที่เขาคิดไว้มันเป็นจริง...


...มาร์คไม่ได้รักน้องเพียงแต่ที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ก็แค่สร้างภาพ


ผู้ชายรักสนุกและเจ้าแผนการอย่างมาร์คต้วนไม่น่าจะชอบอะไรที่ไกลตัวมากไป และไอรีนน่าจะทำให้มาร์คยอมเปลี่ยนใจกลับมาเป็นมาร์คคนเดิม


แล้ว...


เฮ้ยยยไอ้มาร์ค โอกาสดีๆ ไงวะ โอกาสมันมาถึงแล้วจะไม่คว้าไว้หน่อยเหรอ? กูว่าไอรีนเองเขาก็คงนึกถึงมึงนะเว้ย เมื่อวานตอนเจอกันเขาก็ถามหามึงว่าสบายดีไหม เป็นยังไงบ้าง ไม่ได้เจอกันนานอะไรแบบนี้ ลองคิดดูดีๆ ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าไอรีนเลิกกับแฟน คู่แข่งตัดไปได้เลย มึงทำคะแนนได้เต็มที่เลยเว้ย!”


เจบียังพูดต่อไปเรื่อยๆ เพราะยังไม่เห็นปฏิกิริยาต่อต้านจากมาร์ค เว้นแต่แรงสะกิดจนเปลี่ยนเป็นหยิกจากแจ็คสันเท่านั้นที่เกิดขึ้นในตอนนี้


อะไร!” เอ็ดแจ็คสันเสียงดุเพราะเล่นหยิกจนเจ็บขาไปหมด สีหน้ามันดูตระหนกและตกใจ 


ไม่ได้เรื่อง!!!


หยุดเหอะมึง ไอ้มาร์ค มะ มันมีเมียแล้ว มันไม่สนใจใครหรอก มันรักเมีย ใช่ ใช่ไหมมึง


ไม่มีใครรู้ความคิดของมาร์คในเวลานี้ดีเท่าตัวมาร์คเอง อ้อ...มาร์คคิดว่ามีหวังแจ็คสันอีกคนที่รู้ดีพอๆ กับตัวเขา เพราะไม่อย่างนั้นเจ้าตัวคงไม่พยายามแก้ไขสถานการณ์ทั้งๆ ที่ตัวเขานั้นยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป


มองตาก็รู้ใจ...


มาร์คคิดว่าเจบียังขาดข้อนี้ไปในฐานะที่อุตส่าห์ได้เป็นเพื่อนกัน


กูสนใจ...


หา!!/นั่นไง!!” เจบีกับแจ็คสันร้องออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เสียงตบเข่าดังก้องไปทั่วทั้งอาคาร


แจ็คสันไม่คิดว่ามาร์คจะพูดคำนั้นออกมา


ไอรีนสวยจริงๆ ตอนปีสองกูสนใจเขามากอย่างมึงว่านั่นแหละ ดีจังเนอะเลิกกับแฟนสักที....


ใช่ไหมมึง สวย เรียนก็ดี ฐานะก็ดี มีแต่คำว่าเหมาะสมอ่ะ


เจบีคิดไว้อยู่แล้วว่ามาร์คต้องเห็นชอบ ระดับไอรีนต่อให้เป็นมาร์คต้วนก็ไม่มีทางมองข้าม ดีแล้วเขาจะได้เพื่อนคนเดิมกลับมา เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นจนได้ฟังประโยคถัดมา รอยยิ้มที่มีก็ค่อยๆ หายไป...


สวย? เหมาะสม? มึงก็เลยแนะนำให้กูทิ้งน้องเพื่อไปเอาคนสวยมาเป็นแฟนงั้นใช่ไหม?


เฮ้ย! กูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น กูก็แค่สงสารไอรีน ตอนเจอกันเขาตาแดงคงร้องไห้หนักมาก แล้วกูเห็นเขาถามถึงมึงเยอะ ก็เลยมาบอกมึงแค่นั้น...


มาร์คถอนหายใจให้กับคำแก้ตัวของคนตรงหน้า และเหมือนแจ็คสันจะรู้มันเขยิบตัวออกห่างจากเจบีไปห้าเซ็นต์ เขาถอนหายใจอีกครั้งเมื่อคำว่าสงสารไอรีนของเจบีมันดังสะท้อนก้องในหัวเขาซ้ำไปซ้ำมา


สงสารอย่างนั้นเหรอ...


แล้วถ้ากูไปดามใจไอรีนจริงๆ น้องจะเป็นยังไงล่ะ


ก็...เศร้านิดหน่อย ร้องไห้นิดๆ กลับไปตั้งใจเรียนเหมือนเดิม มั้ง.. เจบีคิดว่าตัวเองก็ตอบตามที่ตัวเองรู้สึกแต่ดูเหมือนคำตอบคงไม่ถูกใจคนได้ฟังสักเท่าไหร่


กร็อบ บ บ..


เสียงกำขวดน้ำพลาสติกจากฝีมือมาร์คบ่งบอกอารมณ์ของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี มันทั้งร้อน และน่าหงุดหงิดใจแต่มาร์คไม่จำเป็นต้องโวยวายเหมือนนิสัยเดิม นิสัยใจร้อนถูกความใจเย็นของคนที่อยู่ด้วยกันทุกวันค่อยๆ ชะโลมจนหายไปตอนไหนตัวเขาเองก็ยังไม่รู้


น้องผิดอะไร....


 แล้วที่มึงว่ามา น้องไม่น่าสงสารในสายตามึงเลยหรือไง?


กึก!


น้องผิดอะไร...


เป็นคำถามในใจมาร์คที่ถูกส่งไปถามผ่านทางสายตา ถ้าเป็นเรื่องที่เขากับน้องรักกันแล้วคนรอบข้างอยากให้กลายเป็นเรื่องที่ผิดและไม่สมควร ก็อยากให้ทุกคนโทษมาที่เขาเพราะเขาเป็นสาเหตุของเรื่องนี้


น้องไม่ผิดเลย ไม่ผิดเลยสักนิด


ไง ไอรีนน่าสงสารแล้วแฟนกูล่ะน่าสงสารไหม?


กู...เจบีรู้สึกจุกเหมือนโดนคนต่อยๆ รัวๆ มาที่ท้อง อยากพูดอะไรบางอย่างออกไปแต่พูดไม่ได้ ทุกคำที่คิดติดอยู่ในคอหอย คำแก้ตัวมากมายพร้อมทั้งคำขอโทษก็พูดมันออกไปไม่ได้


ไม่เคยเห็น สายตาแบบนั้นของมาร์ค เขาไม่เคยเห็น


เขาเชื่อแล้ว...


มึงพูดกับกูได้แต่ขอร้องอย่าพูดแบบนี้กับน้องได้ไหมวะ


“……”


เพราะถ้าน้องต้องร้องไห้ คนที่น่าสงสารที่สุดจะไม่ใช่น้องหรือไอรีน แต่เป็นกูนี่ ไอ้มาร์คคนนี้ ถ้าน้องเจ็บ ถ้าน้องเสียใจ คนที่เจ็บกว่า เสียใจกว่ามันคือกู...


ไอ้มาร์ค


เชื่อกูสักทีเถอะว่ากูรักน้อง กูขอร้อง


เจบีเชื่อแล้วว่าสิ่งที่แจ็คสันพูดกรอกหูมาตลอดทั้งเดือนมันคือเรื่องจริง สิ่งที่มาร์คกำลังเป็นมันไม่ใช่การสร้างภาพ มันไม่ใช่การเสแสร้งหรือแกล้งทำ คำขอร้องจากปากมาร์คต้วน สายตาที่มองมามันแสดงออกถึงความรู้สึกที่อยู่ข้างใน


นั่นสินะ...


และเกือบยี่สิบนาทีแล้วที่มาร์คลุกหายออกไปจากที่นี่ คำพูดที่อยากจะพูดสุดท้ายก็ถูกเก็บไว้ไม่ยอมพูดออกไป เจบีจำได้สายตาตัดพ้อที่ไอ้มาร์คมันส่งมาให้ก่อนมันจะเดินออกไป


เจบี


อืม....


ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแจ็คสันยังนั่งอยู่ข้างๆ ปกติถ้าพวกเราได้อยู่ด้วยกันมันจะต้องมีแต่เสียงหัวเราะและความเฮฮาซึ่งส่วนใหญ่จะต้องมาจากหวังแจ็คสัน แต่วันนี้มันกลับเงียบได้นานเกือบครึ่งชั่วโมงมันค่อนข้างน่าประหลาดใจ


ตอนแรกกูก็คิดแบบมึงนั่นแหละว่าคนอย่างไอ้มาร์คน่ะเหรอที่จะเปลี่ยนได้ หึๆ แต่มันเปลี่ยนไปแล้วเว้ย มันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้น เดี๋ยวนี้มันตีกูน้อยลงด้วยนะ ฮ่าๆ มึงอาจจะไม่ค่อยได้เจอมันเลยไม่รู้ แต่มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ นะมึง


กูรู้แล้ว กูรู้แล้ว...


เจบีพยักหน้ารับเป็นคำตอบ เขารู้แล้ว เขาเชื่อแล้ว


อย่าดูถูกเพื่อนด้วยการเอาใครเข้ามาในชีวิตมันอีกได้ไหม สัญญากับกู


“…...


เงยหน้ามองแจ็คสันที่ทำหน้าจริงจังอยู่ข้างๆ มองมันอยู่สักพักก็หลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ จะว่าไปเห็นชอบทะเลาะกันแต่พวกมันก็รักกันดีล่ะนะ


เออ สัญญา



66%


            แจ็คสันไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเจบีจะหักเลี้ยวไปพูดกับมาร์คเรื่องนั้นแทนที่จะเป็นเรื่องชวนไปกินเหล้าอย่างที่ตกลงกันไว้ในตอนแรก ตั้งใจโทรตามให้มาร์คมาหาถึงอาคารเรียนรวมก็เพื่อจะได้หว่านล้อมให้มันยอมไปเที่ยวด้วยง่ายๆ เพราะรู้ดีว่าถ้ามีน้องอยู่ยังไงมันก็ไม่ยอมไป


            ทุกอย่างมันอยู่นอกเหนือการควบคุม


            ถ้าเขารู้ก่อนว่ามันจะพูดออกไปอย่างนั้น เขาจะห้ามมันจนสุดชีวิต


            เจบีมันก็คงไม่คิดว่ามาร์คจะเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ คำพูดของมันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เป็นเรื่องที่พวกเราก็พูดกันเป็นปกติและทุกครั้งคำตอบที่จะได้รับกลับมาจากมาร์คคือเสียงหัวเราะและคำว่าโอเค


            แต่ตอนนี้ไม่โอเคแล้ว...


            ถ้าสังเกตเพื่อนสักนิดจะเห็นว่าไอ้มาร์คมันไม่โอเคมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว


            และนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาที่ได้เห็นไอ้มาร์คใจเย็นไม่ลุกขึ้นต่อยทั้งๆ ที่เนื้อตัวสั่นไปหมด ดูจากประตูมอก็รู้ว่ามันกำลังโมโหมากแค่ไหนแต่มันก็เลือกที่จะไม่โวยวาย เป็นครั้งแรกที่มาร์คมันพยายามอธิบายอย่างใจเย็น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะต้นเหตุของอารมณ์คือคนที่มันเรียกว่าเพื่อน


            เห็นหรือยังความเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนไปในทางที่ดี


            ทั้งหมดก็มาจากแบมแบม


            “กูไปก่อน แจ็คสันลุกขึ้นจากโต๊ะเมื่อมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือก็พบว่าจวนจะได้เวลาสำคัญ


            ไปไหนวะ ท่าทางแปลกๆ เจบีเอ่ยถามเมื่อเห็นแจ็คสันทำท่าทางรุกรี้รุกรนและเอาแต่มองเวลา ไม่ได้จะซักไซร้อะไรเพื่อนให้มากความเพราะความรู้สึกผิดยังเกาะกินอยู่ ตั้งใจจะนั่งสำนึกผิดอยู่ตรงนี้อีกสักพักแต่อาการและท่าทางของแจ็คสันก็อดสอดปากถามไม่ได้


            แจ็คสันยักไหล่ทั้งสองข้างก่อนจะเอ่ยตอบเสียงไม่เบานัก


            ไปหาหัวใจ


+++++++

 

            ไม่รู้ว่าเป็นวันที่เท่าไหร่แล้วที่ทางไปห้องสมุดมันไม่เงียบเหงา จินกรอกตาถอนหายใจแต่ก็ยังคงเดินต่อไปข้างหน้าไม่หันกลับไปมองคนที่เดินตาม ปกติถ้าไม่ได้มาพร้อมกับแบมแบมเขาก็จะมาที่นี่แค่คนเดียว มีนักศึกษาบ้างประปรายแต่ไม่ใช่คนรู้จักกันก็จะไม่ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมทาง


            แต่กับคนที่เดินตามนี่จะเรียกว่าเพื่อนร่วมทางได้ไหม?


            ออเจ้าเอยยย เคยรู้หรือไม่...


            รำคาญ


            จินรำคาญจนถึงขนาดต้องควานหาหูฟังขึ้นมาใส่หู เปิดเสียงเพลงให้ดังที่สุดเพื่อกลบเสียงร้องที่ไม่ควรจะร้องนั้นให้มิด จำนวนวันที่ทางไปห้องสมุดมันไม่เงียบเหงามันเท่ากับจำนวนวันที่เขาต้องทนรำคาญและน่าเหนื่อยใจ


            ไอ้พี่คนนี้มันขยันทำให้เขาโมโหจริงๆ!


            “อ๊ะ...!”


            จินเกือบเดินชนร่างของคนที่จู่ๆ ก็วิ่งมาขวางหน้าไว้ เพราะมัวแต่กดมือถือเลยไม่เห็นแต่ดีที่เงยหน้าขึ้นมาทัน อีกไม่ถึงสิบก้าวจะถึงประตูห้องสมุดแต่ก็มาโดนดักทางไว้ก่อน ปลายจมูกเกือบชนกันอยู่รอมร่อเพราะไอ้พี่ตัวสั้นมันดันยื่นหน้าเข้ามาใกล้แถมยิ้มให้อีก


ไม่หล่อเลย...การทำหน้าแบบนี้มันไม่หล่อสักนิด!


หลบ


ไม่หลบ


จิ๊! บอกให้หลบ


จิ๊! ก็บอกว่าไม่หลบ


จินหลับตาพรูลมหายใจออกมาช้าๆ ไม่แน่ใจว่าการที่พี่แจ็คสันมาคอยวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ ตัวเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้คือตั้งใจจะมาจีบเพราะชอบหรือตั้งใจจะมาแกล้งเพราะเกลียดกันแน่ การกระทำบางอย่างก็ตรงข้ามกับเนื้อเพลงที่ชอบร้องแซวเขาเสียจริงๆ


คนบ้า...พี่แจ็คสันแม่งต้องเป็นคนบ้า


            “ผมต้องรีบไปทำธุระข้างใน ไม่มีเวลามาเถียงกับพี่นะ สุดท้ายก็ยอมพูดดีๆ พร้อมทั้งดึงหูฟังเก็บเข้ากระเป๋าตามเดิม เพราะดูว่าท่าเขายังดื้อดึงจะหนีไอ้คนพี่ตรงหน้าก็คงจะดื้อดึงตามเขาไม่หยุดเช่นกัน


            เมื่อวานก็ทำแบบนี้


            เมื่อวานก่อนก็ทำแบบนี้เช่นกัน...


            ก็ขอคุย ขอคุยจริงๆ ไม่กวนประสาทแล้ว แจ็คสันพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นกว่าเดิมอีกนิดแต่ดูเหมือนคนฟังจะไม่ได้รับรู้ด้วย เพราะบุคลิคที่ดูขี้เล่นและไม่เอาไหนล่ะมั้งเลยทำให้ทุกครั้งที่มาหาน้องก็เอาแต่เดินหนีและต่อว่าว่าเขาเป็นคนน่ารำคาญ


            น้อยใจไหมเหรอ...ก็มีบ้าง


            แต่ไม่ได้จะยอมแพ้นี่


            ห้านาทีพอนะ


            “สิบนาทีละกัน ขอคุยนานๆ หน่อยอยากได้ยินเสียง


เฮ้อ...พอได้ฟังอีกฝ่ายพูดจบจินก็ถอนหายใจใส่แรงๆ อย่างไม่ปิดบัง เดินเบียดไหล่แจ็คสันไปทางประตูห้องสมุดเพราะรู้สึกเสียเวลา ร้อนถึงคนขี้แกล้งต้องรับวิ่งไปดักหน้าและคราวนี้ก็จับแขนไว้กันคนขี้หงุดหงิดเดินหนีไปอีกรอบหนึ่ง


อย่าเดินหนีพี่สิ จะเดินหนีกันทุกครั้งที่เจอเลยเหรอ


มีอะไรก็ว่ามา ผมรีบจู่ๆ ก็โดนมองด้วยสายตาที่จริงจังไม่เหมือนกับทุกครั้งที่มีแต่ความขี้เล่น ไม่เคยชินกับคนขี้แกล้งในโหมดนี้จึงกลบเกลื่อนอาการไปไม่เป็นด้วยการพูดเสียงแข็งใส่ และเหมือนจะได้ผลโดยตรงต่อใจคนฟัง


ก็รู้ว่าพี่ชอบ ทำไมไม่ลองเปิดใจให้พี่บ้าง


จินกำลังคิดว่านั่นเป็นประโยคอะไรกันแน่..ตัดพ้อหรือขอความรัก แต่ไม่ว่าจะได้คำตอบแบบไหนกลับมาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจของเขาตอนนี้มันเต้นแรง และหน้าก็คงแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


รู้ว่าชอบเหรอ..ใครจะไปรู้ล่ะวะ!


บ้าเอ้ย คนบ้าเอ้ย


....ไม่เคยบอกใครจะรู้!


......


ไม่ได้พูดเล่นนะ พี่พูดจริงๆ ตามมาตั้งนานแล้ว ร้องเพลงจีบจนเพลงหมดสต็อคแล้วน้องจินไม่รู้จริงๆ เหรอว่าพี่ชอบ กำลังจีบอยู่


แจ็คสันพอเห็นแก้มของคนตรงหน้าขึ้นสีชมพูก็ได้ใจจึงพูดต่อไปเรื่อยๆ  เคยคิดก่อนหน้านี้ว่าอาจจะต้องกินแห้วเพราะดูจากอาการต่อต้านที่แสดงออกทุกครั้งที่เจอกันมันชวนให้ท้อถอย แต่พอได้เห็นท่าทางของน้องในวันนี้แล้วอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้


จากที่ทำหน้าเหมือนปลาใกล้ตายก็สดชื่นขึ้นเหมือนได้น้ำใหม่


คนแมนๆ เวลาเขินแก้มแดงนี่ก็น่ารักดีเนอะ


ใครขอ?


ไม่ขอก็จะให้ ไม่ต้องขออออ ฉันนน ก็จะทำให้!!!”


โว้ย!!!!”


แจ็คสันส่งเสียงร้องเพลงเจือเสียงหัวเราะตามหลังคนที่ตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดังหลังจากนั้นเจ้าตัวก็รีบก้าวฉับๆ เข้าไปในอาคาร ถ้าเป็นเมื่อวานเขาอาจจะยอมแพ้ไปแล้วก็ได้ เพียงแต่วันนี้มันไม่ใช่เมื่อวานไง เพราะแก้มแดงๆ กับรอยยิ้มที่พยายามกลั้นไว้จนเกือบมิดนั่นแหละที่ยืนยันว่าสิ่งที่เขาทำลงไปตลอดหลายวันที่ผ่านมา


...มันไม่สูญเปล่า


ชอบ แจ็คสันชอบจินมากจริงๆ และถ้าถามว่าชอบตั้งแต่ตอนไหน...


อาจจะเป็นตอนที่ได้ยินอีกฝ่ายกำลังสอนน้องแบมให้โทรไปหาไอ้มาร์คที่สิงคโปร์ด้วยสีหน้าจริงจัง คำสอนที่ติดไปในทางบวกบวกมันดูน่าขำจนตอนที่ได้ยินต้องแอบไปหัวเราะอยู่คนเดียว หรืออาจจะเป็นตอนที่น้องจินชี้หน้าด่ากราดคนที่เข้ามาแกล้งน้องแบม ท่าทางที่ปกป้องเหมือนตัวเองเป็นผู้ครองมันก็น่าเอ็นดู หรืออาจจะเป็นตอนน้องนั่งอ่านหนังสือคนเดียวอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ตอนที่เขาบังเอิญเดินผ่านไปเจอและเผอิญว่ามีดอกเฟื่องฟ้าร่วงหล่นลงมาพอดี


ตอนที่น้องยิ้มกว้างๆ แล้วเอาเจ้าดอกสีชมพูดอกนั้นขึ้นวางไว้บนศีรษะด้วยท่าทางทะเล้นนั่นน่ะ มันก็น่ารักดีไม่ใช่หรือไงกัน


ก็คงจะเป็นสักตอนที่ว่ามา...


หรืออาจจะตกหลุมรักทุกๆ ตอนเลย ก็อาจจะ...


รู้แค่ว่าไม่อยากเก็บไว้แล้ว อยากพูด อยากบอก และเขาก็พยายามแสดงออกทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งบังเอิญเจอกันและตั้งใจไปดักรอ เขาเลือกทำเฉพาะเวลาที่น้องแบมไม่อยู่เพราะรู้ว่าคนขี้หงุดหงิดจะต้องไม่พอใจถ้าเขาไปทำให้ตัวเองต้องโดนล้อเลียน


เฮ้อ หรือฉุดทำเมียเหมือนไอ้มาร์คดีวะ


แจ็คสันยืนล้วงกระเป๋ามองประตูห้องสมุดอย่างหวาดกลัว รู้สึกมีปมกับที่นี่จึงไม่ค่อยอยากเดินเข้าไป ยืนนิ่งๆ พิจารณาคนที่ตนเองชอบตั้งแต่หัวจรดปลายเท้ารวมไปถึงนิสัยใจคอด้วย ลองคิดภาพตามหากว่าเขาทำแบบที่ปากว่าออกมา


ตายสถานเดียว...


ทำไมแฟนในอนาคตกูมันโหดจังวะ


ไม่มีทางทำได้ เขาไม่มีทางจับน้องจินมาขึงลงเตียงได้เหมือนไอ้มาร์คเพื่อนรักอย่างแน่นอน คิดว่าแค่จับแขนหัวเขาน่าจะแตกด้วยแจกันหรือของอะไรสักอย่างใกล้ๆ มือแล้ว น้องไม่ได้อ่อนโยนเหมือนน้องแบม จะหลอกก็ไม่ได้


แต่ก็นะ...


แบบนี้แหละถึงได้รักไง


สุดท้ายแจ็คสันก็เดินกลับไปทางเดิมหลังจากยืนพูดคนเดียวอยู่หลายนาที บนใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ แค่คิดว่าความสัมพันธ์ในอนาคตมันจะก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ ก็มีความสุขจนต้องร้องออกมาอีกเพลง


สนใจอยู่กับความคิดและบรรยากาศข้างทาง เพราะถ้าแจ็คสันหันกลับมาจะเห็นใครบางคนมายืนแอบมองอยู่หน้าประตู....


...ด้วยรอยยิ้มเช่นกัน



100%


มาดึกที่สุดตั้งแต่เคยอัพฟิคมาเลยมั้ง สำหรับ 34%ที่เหลือไม่คาดหวังว่าจะมีคนอ่านหรอกค่ะเอาจริงๆ เพราะรู้ว่าอาจจะไม่ถูกใจหลายคนแต่เผอิญว่าแนนชอบและอยากจะแทรกเข้ามา มาแค่นี้แหละค่ะ อีก2ตอนที่เหลือก็มาร์คแบมล้วนๆ เหมือนเดิม555 แค่อยากให้พี่แจ็คมีคู่แค่นั้นเอง แล้วแนนว่าน้องจินก็เหมาะสมกันดี ฮี่ๆๆ มาสั้นนิดนึงถ้าเทียบกับตอนที่แล้ว ขอโทษด้วยค้าบบบบ แล้วก็นะจะบอกว่าเหลืออีก2ตอนจะจบแล้วค่า ตอนที่14ก็จะโบกมือลาเซย์กู้ดบายกันแล้วนะ เพราะฉะนั้นกลับมาอ่านกันก่อนนน อุดหนุนหนังสือก็ได้ จุใจแน่นอนจ้าาา


#ความต้องการคุณสูง

@NanYR411

เม้นไหลไว แท็กไหลไว ฟิคอัพไว รักกกกกกกกกกกกกก



สถานะ : กำลังเปิดพรีออเดอร์

จิ้มสิจ้ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.893K ครั้ง

862 ความคิดเห็น

  1. #16199 jaja_2001 (@jaja_2001) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 22:13
    อินกับฉากที่เจบีแนะนำคนอื่นให้เพื่อนทั้งๆที่เพื่อนมีแฟนแล้วมากๆ แบบอยากตบ
    #16199
    0
  2. #16194 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 14:17
    พี่น่ารักมาก น้องด้วย ฮืออ ใจเหลวเป็นน้ำ
    #16194
    0
  3. #16176 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 02:25
    ฮ้อยยยยย
    #16176
    0
  4. #16173 sasipreeya1100 (@sasipreeya1100) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 13:19
    -บ้าเอ้ยยยย พัคแกหวังแก แงงง น่ารักที่สุดดดด
    #16173
    0
  5. #16172 NatwaraKamsawat (@NatwaraKamsawat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 22:18
    ตล๊กกกกกก
    #16172
    0
  6. #16153 PMarkNBam (@PMarkNBam) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:09
    สงสารพี่แจ็ค
    #16153
    0
  7. #16081 Notetoaki (@Notetoaki) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 22:02
    นึกว่าจะมาม่าซะแว้ววว พี่มาร์คดีอ่าาา
    #16081
    0
  8. #16012 tah33439 (@tah33439) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 10:58
    หวังแกพัคแกนี่55555
    #16012
    0
  9. #15785 itmt93 (@itmt93) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 13:59
    หวังแกพัคแก55555
    #15785
    0
  10. #15780 lovemarkbam_got7 (@lovemarkbam_got7) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 07:25
    หวังแกพัคแก นี่หว่าาาา
    #15780
    0
  11. #15731 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 15:35
    เป็นหวังแกพัคแก หรือเนี่ยยยย
    #15731
    0
  12. #15707 FaiiSmail (@FaiiSmail) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 15:43
    ขำอีพี่เเจ็คคคความบ้าบอนี้ได้แต่ใดมา5555
    #15707
    0
  13. #15670 MayKamon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 23:47

    พี่มาร์คชัดเจนมากอ่ะ นี่แหละพ่อของลูกน้องแบม

    #15670
    0
  14. #15629 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 23:23
    แพ็คคู่ แจ็คจิน มาร์คแบม
    #15629
    0
  15. #15570 praewapraow (@praewapraow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 00:06
    หวังแกพัคแก:)))
    #15570
    0
  16. #15498 verynan (@verynan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 01:31
    ไม่ชอบความคิดของเจบีมากๆคิดตั้งแต่เรื่มพูดเรื่องไอรีนละว่าพูดทำไมไม่สงสารแบมบ้างแต่ก็ดีที่มาร์คคิดได้ดราม่าเลยไม่มี555555555
    #15498
    0
  17. #15468 Choi_MB9397 (@Choi_MB9397) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 16:13
    แจ็คจินก็มา 😆😆
    #15468
    0
  18. #15453 MTBB 9397 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 15:55

    หมวยเฮียเต๊าะพี่จิน

    #15453
    0
  19. #15322 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 23:33
    เกือบไหมละพี่เ
    #15322
    2
    • #15322-1 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 15)
      24 กรกฎาคม 2561 / 23:34
      *เกือบไหมละพี่เจบี
      #15322-1
    • #15322-2 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 15)
      24 กรกฎาคม 2561 / 23:35
      แจ็คสันพี่จินยองอุปอส์
      #15322-2
  20. #15321 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 23:32
    พี่มาร์คแบมสุดยอดทั้งคู่เลย
    #15321
    0
  21. #15320 uromtbb (@uromtbb) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 23:32
    งุ้ยยย
    #15320
    0
  22. #15304 BBPKK_ (@someonepp) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 21:42
    ตอนนี้หงุดหงิดเจบีจิงๆ คำพูดเจบีเรารู้สึกว่ามันโคตรแย่ นอกจากจะดูถูกความรู้สึกเพื่อนแล้วยังไม่ให้เกียรติแฟนเพื่อนด้วย อ่านแล้วจุกมากตอนบอกสงสารผญอีกคน แต่แฟนเพื่อนไม่เป็นไรคงร้องไห้ เสียใจแล้วไปตั้งใจเรียน ตอนนั้นให้หัวคือคิดว่า-บ้าป่ะ มีสิทธิ์อะไรไปหยิบยื่นความเจ็บให้คนอื่น แล้วยัดเยียดเพื่อนให้ผญมือสอง(ขอโทษทีตอนนั้นมันหงุดหงิดจิงๆอ่ะ ก็บอกว่าผญคนนั้นพึ่งเลิกกับแฟนนี้ ถถถ) ตอนนี้ให้ใจพี่มาร์คเต็มๆ
    #15304
    0
  23. #15292 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 12:40
    โอ้ยยยย คือดีย์~ ไม่ได้อ่านนิยานเรื่องนี้มานาน คือพอกดเข้ามาในเรื่องนี้ก็งง เอ้ะ เราเคยอ่านแล้วหรอ เพราะมันขึ้นาว่าอ่านแล้ว และก็เคยอ่สนแล้วจริงๆ แต่ยังอ่านไม่จบบ ฮือออ ขอบคุณที่ทำให้รีดเจอนิยายเรื่องนี้อีกครั้งงงงง และเจอในครั้งนี้คือจบเรื่องแล้วว เย้ๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณคร้าาา อ่านต่อได้!!!55555
    #15292
    0
  24. #14094 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 08:25

    โห่ย แม่งอย่างเท่อ่ะพี่มาร์ค "ไม่ดีเท่าก ูก็แย่หน่อยนะม ึง"

    #14094
    0
  25. #14016 meto9397 (@meto9397) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 00:49
    พี่มาร์คคนดี น้องแบมจะต้องภูมิใจ
    #14016
    0