[Hetalia] Nyatalia Servants พ่อบ้านบริการรัก ♡

ตอนที่ 7 : Belgium 003 : ไปตลาดด้วยกันยามเย็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ย. 60



เมื่อนานมาแล้ว...มีเทศกาลงานหนึ่งให้สตรีแต่งชุดสีสันจัดจ้านสวยงาม
เด็กสาวเบลเยียมจะเข้าร่วมขบวนงานครั้งนี้ สเปนจึงพาตัวเธอไปพบซินญอริตาคาริเอโด
ในระหว่างที่สาวน้อยกำลังเบิกบานกับสวมอาภรณ์แสนงามอยู่นั้น
มุมหนึ่งของห้องหับ ได้พบกับหนุ่มน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ยืนยิ้มมองบรรยากาศเงียบ ๆ

"บ่าวนุ้ยนี่ใคร? มานั่งแต่สวนทำพรือ? มา ๆ มาแหลงกับพี่บ่าวตะ"
สเปนถือแก้วเหล้าเข้าไปนั่งคุยข้าง ๆ เด็กหนุ่ม ผู้มีพรรณโฉมสะอางตาผิดกับเหล่าชายในแดน
รูปสำรวยผิวสวยสะอาดสะอ้าน ผมก็เป็นริ้วไหมทองผ่องประกายชวนให้หันมอง
ละอ่อนน้อยผงะตกใจเบา ๆ ยิ้มเก้อเขินอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่ทันจะปริปากเอ่ยคำตอบใดใด สาวน้อยเบลเยียมก็กู่ตะโกนเรียกมาหา

"บักหล่า บักหล่า อ้าว? บักหล่าเบล มาเว้าอันหยังกับนายหัวเอื้อยเด้อ?"

สเปนทำตาโตกับเสียงพูดคุยแสนเจื้อยแจ้วนั้น นั่นหมายความว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นเนียตาเลียของเด็กสาวเบลเยียม ไม่ทันที่เขาจะชักความถามอะไรต่อ ร่างกายของเขาก็ขยับสะเทือนวูบไหวไปตามแรงบางอย่าง


"นายหัว นายหัวครับ ตอนนี้เย็นมากแล้ว พวกเราต้องเตรียมตัวกันไปซื้อของใช้ที่ตลาดแล้วครับ"


ดวงตาสีเขียวมะกอกค่อยเบิกขึ้นมอง ภาพละอ่อนน้อยในวันนั้นทับซ้อนกับพ่อบ้านหนุ่มในวันนี้ เบลเยียมยืนเขย่าแขนอยู่ข้างเปลอย่างอ่อนโยน เห็นผู้เป็นนายตื่นแล้วก็ยิ้มกว้าง สเปนแปลกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายหลับไปเพียงนิดหน่อย แต่กลับไม่ได้มีท่าทีง่วงงุนอะไรเลย ซ้ำยังแยกขยะที่ขนมาจากกองทัพกลางบ้านเสร็จเรียบร้อย อาบน้ำอาบท่าพร้อมออกไปข้างนอกเต็มที่ เจ้าหนุ่มนี่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ชนิดหนึ่งของโลกเหรอ?


"ขอโทษ ๆ ฉันหลับเพลินไปหน่อย เออจะรีบไปอาบน้ำอาบท่าแป๊บ เดี๋ยวพาไปใจกลางเมืองเลย"

"ผมคิดว่า...แค่ซูเปอร์มาร์เก็ตในชุมชนก็พอแล้วครับ จะได้ไม่ต้องไปไกลด้วย"

"ไม่ได้หรอก ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ซื้อตุนสะสมมาเยอะ ๆ เลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องออกไปซื้อบ่อย ๆ ถ้าไปที่ใจกลางเมืองเลยเนี่ย เธอจะโยนใส่ตะกร้าเยอะก็ได้ ไม่ต้องรู้สึกเกรงใจคนอื่นในหมู่บ้านจะไม่มีซื้อต่อจากเรา" 

"ทราบแล้วครับ ถ้านายหัวว่าอย่างนั้น ผมก็ไม่ขัด"  เบลเยียมพยักหน้าให้อย่างอ่อนน้อม พร้อมกับจดขีดเพิ่มเติมในสมุดบันทึกประจำตัวพ่อบ้าน เจ้านายสเปนค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่งมอง นึกชื่นชมความขยันขันแข็งของหนุ่มน้อย ก่อนเปลจะพลิกจนเจ้าตัวร่วงตก "นายหัวครับ! เจ็บตรงไหนไหมครับ!"





"โอ๊ย โอ๊ย เจ็บอีตาย นังแอนนาเบล นังเปลไม่รักดี" 

หนุ่มละตินชักสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน มานั่งมวนด่าเปลทรยศตามหลังอยู่ในรถยนต์ พวกลูกน้องในไร่ทนทุเรศเอ้ย...ทนสงสารไม่ไหว อาสาจะขับรถพาพ่อบ้านนายหัวไปซื้อของเอง แต่สเปนโบกไม้โบกมือปฏิเสธไม่ต้องการ เขาตั้งใจจะพาพ่อบ้านไปเที่ยวแถวนั้นด้วยอยู่แล้ว ตามประสาคนคุ้นคนเคย ในส่วนของพ่อบ้านนั้น เบลเยียมพยายามอย่างหนักไม่ให้ขำเจ้านาย และชื่อของเปลเจ้านายด้วย

"เปลชื่อแอนนาเบล โอ้โห...เปลที่นี่มีชื่อด้วย..." ชายหนุ่มผู้ละอ่อนเปลี่ยนผ้าผ่อนมาอยู่ในชุดสบาย นายหัวสเปนยิ้มเกาหัวเบา ๆ เขาบอกว่าเปลนั้นไม่ว่าใครได้มานั่งมานอน ก็มีอันต้องพลิกตอนทีเผลอแทบทุกราย โรมาโนก็เป็นคนตั้งชื่อเองว่าแอนนาเบล เพราะเหมือนมีอาถรรพ์เฮี้ยนจนนึกถึงตุ๊กตาผีชื่อดัง

"แต่ผมนอนแล้ว ลุกออกมาก็ไม่ล้มนะครับ?" 

"สงสัยเธอจะรักนายละมั้ง ไม่ก็ชื่ออะไรเบล ๆ เหมือนกัน" สเปนสตาร์ทรถออกจากไร่ไปได้ครู่หนึ่งก็หน้าซีดจนเบลเยียมสงสัย "ปละ...เปล่า ไม่มีอะไรหรอก สงสัยฉันจะตาฝาดไปละมั้ง?"

เขาขับรถผ่านต้นไม้ที่ผูกเปลแอนนาเบลไป ตรงนั้นเปลแน่นิ่งอยู่ดี ๆ ก็ขยับแกว่งเองได้เหมือนมีใครขึ้นไปใช้งาน





จากบ้านไร่ชายไพรสู่ใจกลางเมือง
จากป่าไม้ธารเขาเข้าสู่ป่าคอนกรีตเรียงราย
ผู้คนประปรายเริ่มหนาตาอยู่ตามแดน ประหนึ่งหลุดมาคนละโลกกับไร่อันโตนิโอ

สเปนจอดรถหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ประจำเมือง ที่นี่มีชาวไร่ชาวเมืองมาเดินซื้อของกันคับคั่ง ทุกคนล้วนแต่ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่รู้เพราะอะไร เบลเยียมได้ยินเสียงเพลงดังคลอมาจากเสาลำโพง รัวภาษาถิ่นอย่างรวดเร็วเสียจนจับฟังไม่ทัน ใบหน้าคมคายของเจ้านายหันมาเห็นความสงสัยแสนจิ้มลิ้มนั้น เขายิ้มขันเอ็นดูจึงตอบให้ ตอนนี้ที่เมืองกำลังจัดงานรื่นเริง ตรงนู้นมีดนตรี ตรงนี้มีบาซาร์ขายอาหาร ตรงโน้นก็จะมีเปิดฟลอร์ให้รำให้ชม


"เพราะมีเทศกาลด้วย ฉันก็เลยอยากพาเธอมาดู จะได้เริ่มงานวันแรกได้สนุก ๆ ไง ฉันไม่อยากให้ลูกน้องของตัวเองเบื่อ ซื้อของเสร็จแล้ว ฉันจะพาเธอไปกินร้านข้าวผัดอร่อย ๆ หมู่บ้านถัดไปนี้ รับประกันได้เลยว่าเธอจะต้องติดใจ"


เบลเยียมขึ้นเสียงหัวเราะร่าเริง เอ่ยขอบคุณพร้อมหยอกล้อ เดี๋ยวจะใส่กระโปรงเต้นฟลามิงโก้ให้ดูเป็นการตอบแทน


"ป๊าด! เธอเต้นฟลามิงโก้เป็นด้วยหรอ?" 
"พูดเล่นหรอกนายหัว ผมเต้นเป็นที่ไหนกันล่ะครับ"


บ่าวนุ้ยตามรกตยิ้มแหย่ให้ แล้วหันหลังเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต เจ้านายสเปนหัวเราะร่า ก่อนจะถลาเดินผิวปากตามเข้าไปข้างใน โชคดีที่เขาเรียกตัวพ่อบ้านมาถึงในช่วงวันพุธ คนจะยังไม่เยอะนรกโลกันต์เท่าช่วงเย็นวันศุกร์ ตุนของเสียแต่ตอนนี้จะสบายไปหลายวัน เขารู้เพราะเขาเคยผจญ พาโรมาโนมาเที่ยวกลายเป็นมาทัวร์นรกแทน ไม่เพียงรองรับแรงเบียดเสียดลูกค้าจากทั่วสารพัดทิศในเมือง รองรับรอยเท้าประทับไว้เต็มรองเท้ากับขากางเกงเช่นกัน กลับไปถึงบ้านทีบ่าวอิตาลีเม้งแตกไปสองสามไร่

นายหัวนึกขึ้นได้จึงเดินเร่งเท้าเข้าหาเบลเยียม ดูจากสภาพกู้คอกหมูให้กลับเป็นบ้านแล้ว คงซื้ออุปกรณ์เยอะแน่ ด้วยอาสาจะช่วยบ่าวเบลก็กลับเป็นเฟลรับประทาน แอบอ่านในสมุดจดซื้อของของบ่าวเจ้าแล้ว ไม่แค่เยอะแยะมหาศาลเพียงนั้น ซ้ำยังเป็นภาษาฝรั่งเศสปนเยอรมัน ไหนจะฝ่ามืออรหันต์หยิบจับอย่างรวดเร็วคล่องแคล่วแบบนั้น เข็นรถแวะเลี้ยวหาของได้ถูกที่ถูกทางแม้มาครั้งแรก ยืนเปรียบเทียบสินค้าพึมพำเป็นภาษาอะไรก็ได้ไม่ใช่ภาษาเอสปาญา 


คำถาม : คุณคิดว่านายหัวเฟลเรื่องอะไร? ระหว่างเด็กจัดการคล่องจนไม่เหลืออะไรให้ช่วย คนต่างถิ่นที่เก่งเกินจนเจ้าบ้านละอาย ซื้อของเยอะจนคนจ่ายอย่างเขาเสียวกรอบ หรือฟังไม่ออกอ่านไม่ออก
คำตอบ : ถูกทุกข้อ จ้า...


พระราชาพาอัศวินมากว้านซื้ออาวุธสะสางราชวังหนนี้ ด้วยข้าศึกไพรีมากมีดังทัพใหญ่คลุมภูเขา มิต้องให้ไซ้ถามว่าได้อาวุธมาเท่าไร ชลเนตรราชาแทบหลั่งรดต้นหญ้าดิน ปิ้มจะสิ้นเนื้อประดาตัวด้วยกองพะเรอเกวียน มองไปยังสองรถเข็นช่างเข็ญใจ แต่สวรรค์สุราลัยมิไร้เมตตา เงินตราในบัญชียังมีอีกไม่นิด ด้วยผลิตผลเกษตรปีนี้นั้นงดงาม หามไปขายได้หลายเบี้ยยูโร มวลเลขในบัญชีจึงมากโข รอยยิ้มจึงหวนคืนสู่หน้าราชาเอย


"ผมขอโทษ ของเยอะไปหรือเปล่าครับ? พยายามตัดแล้วตัดอีก มันได้เท่านี้จริง ๆ ครับ..." น้ำเสียงอ่อนของบ่าวเบลกลับทำให้เขารู้สึกผิด สเปนคิดในใจ ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอโทษที่มาทำให้เธอลำบาก ไม่เอา ไม่เศร้าสิ

"ไม่หรอก ไม่หรอก ยังไงบ้านมันตกอยู่ในสภาพนั้นก็เพราะฉัน ฉันก็ต้องรับผิดชอบอ่ะถูกแล้ว ไม่คิดมากเนอะ" สเปนหัวเราะกลบเกลื่อนบรรยากาศหดหู่ "เงินยังเหลืออีกเยอะจะตาย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ รีบไปกินร้านข้าวผัดที่ว่าก่อนละกัน ชักช้าเดี๋ยวคนเยอะขึ้นมา แมงมุมทำใยที่กระเพาะกันพอดี"

แค่เบลเยียมหัวเราะกับมุกแมงมุม สเปนก็รู้สึกเบาใจได้หลายเปราะ (?)





ม่านสีน้ำเงินรัตติกาลเริ่มเข้ามาคลุมผืนฟ้าทีละน้อย ไฟสว่างสองข้างทางก็เริ่มสำแดงแสงส้มนวล ผู้คนเริ่มเดินขวักไขว่ไปมาทั่วระแหงถนน เสียงฝีเท้ากระทบทางอิฐหินดังเคล้ากับเสียงดนตรี กลิ่นหอมของแฮมร้านข้างเคียงโชยมาตามลม เป็นความกลมกล่อมของบรรยากาศที่ทำให้ผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย เจ้านายสเปนหันไปพูดคุยกับเจ้าของร้านอย่างออกรส พร้อมกับสั่งข้าวผัดมากินด้วยกันกับเบลเยียม

ปาเอลย่าหอมฉุยถูกวางเสิร์ฟลงในกระทะใบใหญ่ กะขนาดพออิ่มสองคน หนุ่มน้อยต่างถิ่นสูดกลิ่นแล้วยิ้มขึ้นกุมอก เหมือนได้รำลึกความหลังครั้งอดีต ที่เคยนั่งล้อมวงกินด้วยกันกับซินญอริตาและน้องสาวตัวน้อยโรมาโน เจ้าภาพนั่งฟังเบลเยียมเท้าความหลังก็อดเอ็นดูไม่ได้ 


"ฉันดีใจนะที่เธอชอบ แล้วเมื่อก่อนตอนอยู่กับยัยเจ๊นั่น เธอชอบกินอะไรอย่างอื่นนอกจากปาเอลย่าไหม? เผื่อฉันจะเอามาให้เธอกินอีก"

"อื้ม แฮม..." สิ้นคำทำสเปนแทบสำลักข้าวผัด "ไม่ค่อยได้กินหรอกครับ ผมเข้าใจว่ามันปรุงยากแล้วก็แพง คอขนมอย่างผมต้องชูโรสดิปช็อกโกแล็ตอยู่แล้ว"

"เอ้อ! อันนั้น ๆ ฉันทำกินที่บ้านได้นะ" สเปนชี้นิ้วพูดทั้งที่ข้าวยังเต้นแทงโกอยู่บนลิ้น ไม่ทันขาดคำก็สำลักรอบสอง จนเบลเยียมลุกขึ้นยกแก้วน้ำเปล่าให้นายหัว "ขอโทษที ๆ อันนั้นโรมาโนก็ชอบ ฉันก็เลยตุนแป้งเก็บไว้ในบ้าน เรามาทำกินด้วยกันไหม?"

"อันนั้นแป้งหมดอายุไปเป็นเดือนแล้วครับ ผมจำได้ เพราะเอาไปทิ้งขยะกับมือเลย"

"ชิบแล้ว!" เจ้านายหน้าซีดเผือดนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งคุ้ยมาทำกินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ว่า ทำไมมันรสชาติพิลึกกึกกือ อีกอย่างกลับนึกได้ว่าเมื่อตอนเที่ยง เบลเยียมทำมาให้แค่แพนเค้กราดน้ำผึ้ง หมายความว่าวัตถุที่ใช้ทำกับข้าวทั้งบ้านเหลืออยู่แค่นั้นจริง ๆ ด้วยสินะ ชายหนุ่มผิวแทนหันหน้ามาถามน้ำเสียงอ่อน "แล้วเหลืออะไรทำกินได้บ้าง?"

"ดูจากวัตถุดิบที่นายหัวชอบใช้ทำกับข้าวบ่อย ๆ ผมก็รู้อยู่แล้วว่าต้องซื้อแป้งมาทำชูโรสละครับ" เบลเยียมยิ้มหัวเราะน้อย ๆ  "ของที่ผมซื้อมาทำกับข้าวทั้งหมดนี่ วิเคราะห์จากในบ้านของนายหัวล้วน ๆ เลยล่ะ รวมทั้งหน้าตำราทำอาหารที่นายหัวมักจะเปิดดูอยู่บ่อย ๆ กับเศษอาหารที่มักเหลือติดถังขยะ อาจจะไม่ทั้งหมดที่นายหัวชอบ แต่ผมพยายามนึกวัตถุดิบทั้งหมดมาครบเท่าที่คิดได้แล้วละครับ ...มีอาหารอิตาเลียนด้วยนะ แบรนด์ในซูเปอร์มาเก็ตอาจไม่ดีเท่าจากกรุงโรม แต่ผมมั่นใจว่าอร่อยพอจะถูกใจโรมาโนคุงแน่นอน"

"แต่งงานกับฉันไหมเบล!?" ดวงตาสีมะกอกเปล่งประกายวาววับ จับจ้องมองเบลเยียมอยู่ไม่ลดละ เจ้าตัวตกใจที่อยู่ดี ๆ ก็โพล่งออกมาเสียดัง จนลูกค้าในร้านหันมามองเป็นตาเดียว สเปนถึงรู้ว่าเผลอพูดดังเกิน นั่งเขินปล่อยให้คนในร้านหัวเราะคิกคัก โชคดีที่ทุกคนในละแวกนี้ล้วนแต่รู้จักนายหัวดี จึงมองเป็นเรื่องตลกกัน "ขอโทษที ๆ พอมีคนมารู้ใจ มาใส่ใจให้ฉันขนาดนี้ ก็เลยเผลอดีใจเกินไปหน่อย"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ" แม้จะเขินตามอยู่นิดหน่อย แต่เบลเยียมก็ยิ้มเคี้ยวข้าวปาเอลย่าอย่างอารมณ์ดี "มันเป็นหน้าที่ของพ่อบ้านครับ ต้องทำให้ผู้ว่าจ้างพึงพอใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้านายหัวชอบ ผมก็ดีใจครับ"

เบลเยียมพูดถูก แต่สเปนกลับรู้สึกใจห่อเหี่ยวขึ้นมานิด ๆ บ่นในใจได้แต่ท่องไว้ ๆ นั่นก็แค่หน้าที่พ่อบ้าน





ทั้งสองแบกท้องที่คั่งไปด้วยข้าวปาเอลย่าเดินออกมา หมายจะหาที่จอดรถขึ้นกลับ แต่ก็พบกับการแสดงบางอย่างข้างทางนั้นเสียก่อน เจ้านายสเปนสะกิดหนุ่มละอ่อนข้างกายให้หันไปดู เนตรมรกตถูกสะกดไว้ด้วยผ้าแพรพรรณงดงามสะบัดพลิ้วไหว เท้าคู่งามของทรามวัยพลิ้วไหวเล่นจังหวะอยู่ริมถนน เคาะกรับมือ ถือพัดโบก โยกย้ายไปตามท่วงทำนองชวนมองเพลินไม่รู้จุดหมายละสายตา สุนทรียะลีลาจากตอนใต้ ได้ตราตรึงฝังแน่นในความทรงจำของสองหนุ่ม แม้สิ้นเพลงดนตรี แทนที่ด้วยเสียงปรบมือระงม เบลเยียมอมยิ้มไม่อาจลืมภาพจำเหล่านั้นลงได้เลย

"เธอเองก็ชอบฟลามิงโก้เหมือนกันหรอ?" เจ้าบ้านยืนปรบมือหันมายิ้มแป้นถามก่อนจะหันกลับไปตะโกนบราโวให้นักแสดงทั้งวง เหล่ากัลยาหน้าคมคายชม้ายตามาตามเสียง พวกเธอพร้อมเพรียงกันโบกมือน้อย ๆ มายังฝั่งนี้ เจ้านายสเปนแอบสะกิดบ่าวนุ้ยที่ยืนมองตะลึงตะไล "ดูดุ๊ สาว ๆ เขายิ้มให้เธอแน่ะ"

"ฮะ?" เบลเยียมกระพริบตาถี่จ้องมอง แน่งน้อยร้อยชั่งโปรยจูบให้เขามาจุ๊บสองจุ๊บ เล่นเอาเจ้าตัวชะงักตั้งหลักไม่ทัน ได้แต่ยิ้มเขินแล้วเดินหันหลังอย่างเหนียมอาย สร้างเสียงหัวเราะคิกคักเอ็นดูผู้บ่าวชาวเหนือไม่น้อย นายหัวสเปนยืนขำ หันไปโบกมือลานวลอนงค์วงฟลามิงโก้ แล้วเร่งฝีเท้าเดินตามบ่าวนุ้ยมาติด ๆ

รถยนต์คันเดิม เพิ่มเติมคือกองสัมภาระอันเท่าพะเรอเกวียน กำลังมุ่งหน้ากลับวิมานสถานเก่า เมื่อแสงแห่งเมืองเริ่มบางเบา แสงดาวแห่งผืนฟ้าก็เจิดจรัสแทนที่ โรยตัวเป็นละอองไปทั่วห้วงมืดอันกว้างใหญ่ไพศาล ราวกับต้อนรับกลับสู่บ้านไร่อันเงียบสงัด ลมพัดโชยมาอ่อน ๆ เหมือนกล่อมป่าให้นอนหลับใหลหลับสบาย นายหัวเหลือบไปมองผู้ที่มาด้วยกัน ซึ่งบัดนี้ได้เผลอผล็อยหลับไปไม่รู้ตัว 

ระหว่างทางกลับเข้าไร่อันโตนิโอ รถยนต์คันเก่งจอดอยู่กลางเนินน้อยริมทาง สเปนเอนเบาะมองดูดาวกระจ่างฟ้าผ่านหน้าต่างกระจกหน้ารถ แอบหันไปมองใบหน้านุ่มนิ่มจิ้มลิ้มของบ่าวนุ้ย

อย่างกับสิ่งมหัศจรรย์ พระเจ้าปั้นสร้างมาแต่ปางไหน...
แทบไม่ได้นอน บ้านก็รกทั้งหลัง ร่างตรงหน้าเพียงตัวคนเดียวกลับสะสางหมดได้แต่เช้าจรดเย็น
ตอนนี้คงเพิ่งจะได้พักผ่อนอย่างเบาใจ... ตัวปัญหาอย่างเราก็ไม่อยากเข้าไปขัดขวางทางนิทรา
แม้จะมีแต่ภารกิจทรหด ก็อดทนทำจนเสร็จไปหลายอย่าง เป็นฉันร่างคงแตกแหลกสลายไปแล้ว
แต่บ่าวนุ้ยยังคงงดงามอยู่ยังไงก็ยังงั้น...

ไม่มีผู้ใดรู้ความคิดของผู้พินิจใบหน้าเจ้าชายนิทรา เขาไซ้ปลายจมูกเคล้าคลึงไปตามเรียวแก้มเบลเยียม หลับตาพริ้มสูดกลิ่นหอมอ่อนจางของร่างอีกฝ่าย กลิ่นนั้นนุ่มนวลเหมือนอยู่ในอ้อมกอดของขนมหวานก็มิปาน แม้ประสมกลิ่นเครื่องเทศปาเอลย่า คละเคล้ากลิ่นเหงื่ออ่อน ๆ ก็ไม่อาจกลบกลิ่นหอมนุ่มที่แฝงด้วยความซุกซนนั้นได้เลย

เธอมาเป็นเจ้าสาวของฉันได้ไหม? มาเป็นพ่อบ้านพ่อเรือนโดยหัวใจให้ฉันได้ไหม?
คำถามวนไปวนมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เอาแต่เวียนดังอยู่ในหัวฉันไม่เปลี่ยนประโยค
บางครั้งฉันก็อดนึกโทษตัวเองไม่ได้ ทำไมไม่รีบจีบเสียแต่ตอนนั้น ตอนละอ่อนน้อยขนาดเหมาะกอด
ลำพังสมัยบ่าวนุ้ยหลังห้องนั้นก็น่ารัก ควักกระชากหัวใจเราทันทีที่ตาเห็น...
ยิ่งโตมาเป็นพ่อศรีเรือนก็ปานนี้ เรานี่มันโง่ที่ปล่อยหลุดมือไปตั้งแต่นั้น...
นั่นก็แค่หน้าที่พ่อบ้าน ยังวนเวียนท่องอยู่ในใจ หาได้ซึ้งในความหมายก็ไม่เลย
ฉันขอโทษ ฉันรู้ดีว่ามันเห็นแก่ตัว ...
ก็แค่เพียงว่า...ถ้าทั้งหมดนี้ เป็นความปรารถนาดีที่มาจากส่วนลึกในหัวใจปนอยู่บ้าง
มันจะมีความสุขไม่น้อยเลย
เบล เธออย่าเพิ่งตื่นนะ

เงาสองเงาที่ฉายบนเบาะหลังได้หลอมรวมกัน สเปนค่อย ๆ ทาบริมฝีปากตัวเองลงประทับบนปากบาง ๆ นั้น ลักเก็บสัมผัสแสนนุ่มกับรสชาติของจุมพิตอยู่ครู่หนึ่งจึงผละออก ฉวยหอมแก้มสูดหนึ่งจึงผละใบหน้าออกมาเฝ้ามองเจ้าตัว นายหัวหันไปมองกลุ่มดาวกลางฟ้าแล้วยกมือขึ้นจุ๊ปาก พร้อมกับยิบตาข้างหนึ่ง

ช่วยเก็บไว้เป็นความลับด้วยนะ ดาวจ๋า...

34 ความคิดเห็น

  1. #13 Haruka Fuji (@haruka15) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 14:15
    ว้ายยย นายหัว ลักหลับ เอ๊ย! แอบจุ๊บเขาตอนหลับ 
    #13
    0
  2. วันที่ 2 กันยายน 2560 / 23:56
    โว้ยยยยยยยยยยย เขินโว้ยยยยยยยยยย T\\\\\T ฟินตัวแตกแล้วค่ะบอสขาาาาาาาาา
    #12
    0
  3. #11 Haruka Fuji (@haruka15) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 09:42
    หายไวไวเด้อ 
    #11
    0
  4. วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 19:55
    สู้ๆนะคะ ขอให้หายไวๆ เพราะอยากอ่านแล้วววววว><!!
    #10
    0