Please

ตอนที่ 7 : Please 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    5 มิ.ย. 62

 

Please 6



“ดวงดีจังเลยเหมารางวัลใหญ่มาหมดเลย” พี่วันเอ่ยแซวเมื่อเราเดินกลับมาถึงห้องพักส่วนตัว เรื่องของเรื่องก่อนหน้านี้สักชั่วโมงเขาพาไปจับสลากการกุศลและบังเอิญเขาให้ฉันจับด้วยและบังเอิญคูณสิบเมื่อฉันจับได้รางวัลใหญ่ทั้งหมดเจ็ดชิ้นอีกสองชิ้นเป็นบัตรเงินสดส่วนพี่วันจับได้นมถั่วเหลืองมาหนึ่งแพ็ค

“บังเอิญมากว่าค่ะ”

“หึหึ บังเอิญได้รางวัลใหญ่แล้วยังบังเอิญได้หัวใจผู้บริหารโรงพยาบาลไปด้วยสินะ”

อ่า อันนี้ก็เหมือนกันพวกเขาแซวเรื่องนี้ด้วยฉันเองก็เขินจนพูดอะไรไม่ออกพี่วันหัวเราะเบาๆก่อนจะจัดการเรื่องของรางวัลแล้วพาฉันเดินกลับมานี่แหละ เมื่อแซวจนพอใจพี่วันก็เดินเข้าห้องน้ำส่วนฉันเองก็รออาบน้ำอีกรอบคงไม่ต้องบอกนะว่าเชื้อโรคที่โรงพยาบาลเยอะขนาดไหน

“อาบน้ำได้แล้วครับ” พี่วันเดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับเอ่ยบอกเสียงนุ่ม เมื่อเข้าไปอยู่ในห้องน้ำก็ได้ยินเสียงตะโกนดังจากพี่วัน

“วิว พี่ออกไปดูเคสนะครับเดี๋ยวรีบกลับมา” ฉันไม่ได้ขานตอบแต่พยักหน้ากับตัวเอง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้อง

พยักหน้าทั้งที่พี่วันก็คงไม่เห็น ฉันสับสนกับตัวเองสักพักแล้วรีบอาบน้ำ เมื่อเสร็จก็ขึ้นไปนอนบนเตียงนอนหวังจะให้ตัวเองหลับเพราะว่าคืนที่หลับฉันก็นอนบนเตียงหลังนี้ แต่จนแล้วจนรอดฉันก็ยังไม่หลับได้แต่ตะแคงพลิกตัวไปมาอย่างหงุดหงิดตัวเอง

                “ทำไมนอนไม่หลับนะ” ผุดลุกนั่งบนเตียงนอนอย่างหงุดหงิดจวนจะร้องไห้ ฉันแค่อยากนอนหลับแค่อยากหลับสนิทเหมือนคนอื่นๆทำไมมันยากเย็นแบบนี้ล่ะ!

                “วิวครับหลับหรือยัง” เสียงคุ้นเคยขึ้นพร้อมกับประตูที่ถูกเปิดและปิดในเวลาไล่เลี่ยกัน

                “เป็นอะไร? ร้องไห้ทำไมครับ” ร่างสูงถอดเสื้อกาวน์สีขาวตัวยาวทิ้งลงบนเก้าอี้ก่อนที่เจ้าตัวจะขยับเข้ามาใกล้

                “หนูฮึกแค่ แค่อยากนอนหลับเหมือนคนอื่น อยากหลับโดยที่ไม่ฝันแต่มันยาก...”

                “งั้นหนูรอพี่แปบหนึ่งนะไม่ร้องไห้นะครับเดี๋ยวพี่กลับมา” พี่วันจูบลงบนหน้าผากก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปเสียงน้ำไหลดังมาให้ได้ยินไม่ถึงสิบนาทีพี่วันก็ออกจากห้องน้ำพร้อมกับชุดนอนที่ถูกเปลี่ยนอีกครั้ง ได้ข่าวเขาอาบไปแล้วครั้งหนึ่งไม่ใช่เหรอ

                “มาครับ มานอนได้แล้ว” พี่วันขยับขึ้นมานอนบนเตียงรั้งฉันเข้าไปซบหน้าแผ่นอกมือหนาเอื้อมไปปิดไฟภายในห้อง เสียงลมหายใจอุ่นๆดังอยู่ใกล้หู

                “เพื่อนก็กอดแบบนี้แต่ไม่หลับ ถ้าหลับก็ฝัน” ฉันเอ่ยเล่าเสียงเบาไม่หวังให้เขาได้ยินแต่แค่อยากบอกเขาเท่านั้น

                “ต้องเป็นพี่คนเดียวใช่ไหมถึงจะหลับแล้วไม่ฝัน” พี่วันถามกลับมา แต่พอฟังน้ำเสียงเขาแล้วไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าเขาเองก็กำลังพอใจที่ถามออกมาแบบนั้น

                “ไม่รู้”

                “งั้นต่อไปนี้ต้องนอนกอดกับพี่เท่านั้น เพราะพี่จะไม่ยอมให้เราอดนอนหรือนอนไม่พอแล้วแน่ๆ เดี๋ยวพี่โทรแจ้งก่อน” พี่วันเงียบไปพร้อมกับมือที่เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์

                “ครับ หลังจากสิ้นเดือนนี้ผมจะรับแค่เวรเช้ากับบ่ายนะครับ ไม่เอาเวรดึกครับปรับช่วงเวลาให้ผมเข้าบริหารสักบ่ายโมงจนถึงสิ้นสุดเวรเช้าก็ได้ ครับ”

                “ทีนี้ก็จะมีเวลาว่างนอนกอดน้องวิวแล้วนะครับ”

 

                ตอนเช้าฉันเข้าพบพี่หมอปราบพูดคุยเรื่องของฉันพี่วันไม่ได้เข้ามาด้วยหรอกนะเพราะพี่วันติดคนไข้ด่วน ส่วนฉันเองก็รู้สึกสบายใจที่ได้คำแนะนำจากพี่หมอปราบ

                “นอนกับคนอื่นเราอึดอัดไหม” พี่หมอถาม

                “ไม่ค่ะ แต่มันก็ยังนอนไม่หลับ พอหลับก็ฝันเหมือนเดิม”

                “นอนกับวันฝันไหม?”

                “ไม่ค่ะ! ไม่ฝันนอนกับพี่วันไม่ฝันหนูหลับสนิทเลย” ฉันเล่าอย่างตื่นเต้นแต่มันก็คงจะธรรมดาสำหรับคนทั่วไปเมื่อฉันตื่นเต้นได้เท่านี้จริงๆ

                “เคยเจอวันมาก่อนไหม ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือหลังเกิดอุบัติเหตุช่วงแรกๆ”

                “ไม่นะคะ หนูไม่เคยเจอพี่วันเลย” ฉันตอบไปตามตรง ฉันไม่เคยเจอพี่วันเลยเพิ่งมาเจอเขาตอนที่เข้าไปถามโต๊ะว่างที่ร้านข้าวต้มแค่นั้น

                “อือ มันแปลกนะสำหรับพี่แต่พี่สงสัยจริงๆว่าทั้งสองเคยเจอกันมาก่อนไหมเดี๋ยวพี่จะลองถามวันดูอีกที”

                “ค่ะ” พี่หมอแนะนำอาหารที่ช่วยให้หลับง่ายขึ้นรวมถึงแนะนำวิธีการทานอาหารเพราะบางทีอาจจะเกิดจากการทานอาหารหนักเกินไปเลยทำให้ไม่สบายท้องจนเกิดเป็นฝันฉันก็เข้าใจนำวิธีนั้นมาปฏิบัติเพื่อดูแลตัวเอง จนผ่านมาหลายเดือนทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมฉันยังคงฝันถึงเรื่องราวเดิมๆซ้ำไปวนมา ร้านกาแฟพี่วันเปิดทำการเรียบร้อยและสระว่ายน้ำหลังบ้านเขาก็เสร็จแล้วแต่ฉันไม่ค่อยได้เจอเขาเท่าไหร่เพราะช่วงนี้งานเข้าเยอะมากเพราะใกล้เทศกาลวาเลนไทน์ลูกค้าสั่งออเดอร์ดอกไม้มาเยอะและเมื่อพอฉันนอนไม่หลับก็ลงมาจัดดอกไม้ให้ลูกค้าตั้งแต่ตีสี่ ดอกไม้หลายสิบช่อวางเรียงกันในตู้กระจกที่ถูกปรับอุณหภูมิและปล่อยละอองน้ำเพื่อคงความสดของดอกไม้ เมื่อถึงเวลาร้านเปิดลูกค้าที่ทยอยเข้ามารับของที่สั่งรวมถึงรายใหม่ที่เข้ามาสั่งดอกไม้เพิ่ม

                “ลูกค้าเยอะมากเลย” เฟื่องพูดอย่างตื่นเต้น ไม่มีอาการเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิดเดียวตรงกันข้ามแววตาสนุกนั่นทำให้ภายในร้านดูสดใสตามไปด้วย

                “ลูกค้าเยอะแบบนี้ต้องฉลอง” ดาวตะโกนมาจากหลังร้านพนักงานอีกคนคนก็หันมามองฉันอย่างมีความหวัง

                “ตามนั้นเลย แต่ทานที่ร้านได้ไหมออกไปข้างนอกคนเยอะแน่เลย”

                “ได้ค่ะ! ขอบคุณนะคะ” ดาวยกมือไหว้อย่างขอบคุณฉันรับไหว้ก่อนจะยิ้มให้ดาว

                “อุ้ย! แฟนใครมาคะนั่น” เฟื่องเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงประตูร้านที่ถูกเปิดเข้ามา ฉันไม่ได้หันกลับไปดูว่าลูกค้าคือใครเพราะกำลังรีบเช็คบิลออเดอร์รอบบ่าย

                “ทานข้าวหรือยัง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับนิ้วอุ่นที่เกลี่ยผมออกจากใบหน้าฉันหันไปมองคนที่เข้ามายืนข้างๆ พอรู้ว่าเป็นใครก็ก้มหน้าเคลียออเดอร์ต่อ

                “ยังไม่ทานค่ะ”

                “ออกไปทานข้าวกันก่อนไหม” พี่วันชวนเสียงนุ่ม

                “หนูสั่งไปแล้วค่ะ จะทานอยู่ร้านลูกค้าเยอะมากเลย” ฉันบอก

                “งั้นพี่ขอทานด้วยนะครับ”

                “ได้ค่ะ ดาว เฟื่อง ออเออร์” กระดาษสีขาวถูกยื่นไปให้ดาว อีกแผ่นถูกไปให้เฟื่องส่วนอีกแผ่นฉันรับมาทำเอง

                “เอาเครื่องดื่มอะไรไหมพี่จะให้เด็กที่ร้านเอามาให้” พี่วันถามอีกครั้งพร้อมกับรวมผมฉันไปด้านหลังก่อนจะใช้หนังยางรัดผมสีหวานรัดผมให้อย่างเบามือ

                “เอาชาพีทได้ไหมคะ” ฉันถามอย่างขอความเห็นเพราะพี่วันไม่อยากให้ดื่มเครื่องดื่มที่เป็นชาสักเท่าไหร่

                “อือ วันนี้อนุญาตให้ดื่มได้” พี่วันยิ้มกริ่มฉันยิ้มให้เขาน้อยๆก่อนจะเริ่มจัดดอกไม้ลงช่อ

                “คนอื่นล่ะครับเอาอะไรดี”

                “ขอชาเย็นค่ะคุณหมอ”

                “ขาเขียวค่ะ”

                “ผมเอาเอสเปรสโซ่ครับคุณหมอ”

                “ได้ครับ เดี๋ยวให้เด็กเอามาให้นะครับ”

                “ขอบคุณค่า/ครับ”

                ร่างสูงเดินออกจากร้านดอกไม้ไปไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมกับคุยโทรศัพท์ เอาสิเดินไปเดินมาไม่ร้อนบ้างหรือไงแม้ร้านมันจะติดกันก็เถอะแต่เดินบ่อยขนาดนี้ฉันล่ะร้อนแทนเขา

                “วิวครับ คุยกับลูกค้าหน่อย”

                “คะ?” พี่วันไม่อธิบายอะไรเพิ่มยื่นโทรศัพท์เขามาให้ฉัน

                “สวัสดีค่ะ พันปีฟาวเวอร์ค่ะ” ร้านพันปีฟาวเวอร์ เป็นชื่อร้านที่แม่ตั้งใจตั้งแม่ไม่เคยบอกความหมายของชื่อร้านเลยฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

                (สวัสดีครับ พอดีอยากให้ไปจัดสถานที่เซอร์ไพรส์แฟนน่ะครับแต่ว่าไม่ได้จองไว้ล่วงหน้าพอจะทำให้ได้ไหมครับ)

                “ที่จริงก็ต้องจองไว้อ่ะค่ะ แล้วลูกค้าจะใช้ช่วงเวลาไหนคะ” ฉันถามกลับอย่างใส่ใจ เพราะถ้าทำให้ไหวฉันก็จะแบ่งทีมไปจัดให้

                (ช่วงสองสามทุ่มครับ)

                “สองสามทุ่ม” ฉันเหลือมองนาฬิกาที่ร้านตอนนี้สิบเอ็ดโมงน่าจะทันอยู่นะ

                “ต้องการงานแบบไหนคะ” ฉันถามลูกค้ากลับไป

                ลูกค้าคนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าเป็นน้องชายแท้ๆของพี่วันที่ไปฝึกงานที่ภูเก็ตแล้วทีนี้อยากเซอร์ไพรส์แฟนแต่บินกลับมาไม่ได้เลยจะจ้างร้านฉันเข้าไปจัดดอกไม้ในห้องนอนน้องชายพี่วัน ดอกกุหลาบถูกย้ายขึ้นรถเพื่อนำไปใช้จัดห้องน้องชายพี่วันกวาดไปเกือบครึ่งร้านเพราะห้องนอนลูกค้าใหญ่มากและเจ้าตัวอยากจัดดอกไม้ให้มันเต็มขอมาจัดให้เลยค่ะ เพราะฉันสั่งดอกไม้มาเยอะมากอยู่แล้วเลยไม่ได้กังวลว่าดอกไม้จะไม่พอ ฉันออกไปทำงานนอกสถานที่คนเดียวไม่สิมีพี่วันตามมาด้วยพี่โพสขนดอกไม้มาส่งแล้วก็ต้องรีบไปส่งดอกไม้ตามออเดอร์ ฉันใช้เวลาในการเตรียมดอกไม้จัดดอกไม้ในห้องเกือบสามชั่วโมงวางของขวัญที่น้องพี่วันฝากให้แฟนไว้บนเตียง สายตาฉันเห็นโต๊ะที่วางอยู่ข้างเตียงนอนมันโล่งจึงจัดดอกไม้ใส่แจกกันแล้วนำไปวางไว้

                “ยังไม่ได้ทานข้าวใช่ไหม แวะทานอะไรก่อนกลับไหม” พี่วันถามเมื่อเราออกจากห้องมาแล้ว

                “กลับไปทานที่ร้านก็ได้ค่ะ พี่หิวมากไหม”

                “ไม่ครับ พี่กลัวเราปวดท้อง”

                “ไม่ปวดค่ะ ยังไม่หิวเท่าไหร่แต่ชาพีทคงละลายไปแล้ว” ฉันทำเสียงงอแงพี่วันหัวเราะเบาๆก่อนจะดึงฉันเข้าไปซบอกเขาเราอยู่ในลิฟต์ที่มีคนเยอะมากต่างคนต่างเบียดจนฉันเริ่มหายใจไม่ออก

                “ใกล้ถึงแล้วล่ะ” พี่วินกระซิบข้างหู ฉันพยักหน้ากับแผ่นอกเขาเบาๆ ไม่นานลิฟต์ก็เปิดออกผู้โดยสารกรูออกไปข้างนอกอย่างเร่งรีบ พี่วันพาเดินกลับไปขึ้นรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกล ทั้งที่วันนี้วันหยุดของเขาแท้ๆแต่กลับต้องมาช่วยฉันทำงานไหนจะขับรถไปกลับจากร้านมาที่นี่ค่อยสั่งเครื่องดื่มมาให้ที่ร้านฉันเกรงใจเขาจัง

                “ทำไมทำหน้าแบบนั้นครับ” พี่วันเอื้อมมือมาจับที่มือฉันไว้พรางบีบเบาๆ

                “หนูเกรงใจ ทั้งที่วันนี้วันหยุดพี่”

                “ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่มีความสุขขอแค่ได้อยู่ใกล้เราก็พอแล้ว”

                “ขอบคุณนะคะ”

                “อ้อนจังเลยวันนี้” พี่วันหัวเราะน้อยๆท่อนแขนยกโอบไหล่ฉันเข้าไปซบเขาเบาๆ รถไม่เยอะเท่าไหร่ฉันขยับตัวนั่งดีๆเมื่อไฟสัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวพี่วันเคลื่อนรถไปอย่างระมัดระวังกระทั่งเรามาถึงร้านฉันก็วิ่งปรื๋อเข้าร้านทันทีเพราะอากาศข้างนอกร้อนมากนี่ขนาดแค่เดือนกุมภาพันธ์ยังร้อนขนาดนี้ช่วงเดือนเมษายนคงได้เปิดแอร์ทั้งวัน

                “โอ๊ะโอ ถือกระเป๋ามาให้กันด้วย หวานจังเลยน้า” ดาวแซวมา ฉันเลยหัวกลับไปมองคนที่เพิ่งเดินตามเข้ามา พี่วันถือกระเป๋าสะพายฉันตามเข้ามา บ้าจริง! ฉันลืมกระเป๋าได้ยังไงกันมันไม่ใช่ใบเล็กๆเลยนะนั่น

                “ดูทำหน้าเข้า ทานข้าวกันหรือยัง”

                “ยังเลยค่ะคุณหมอรอพี่วิวกับพี่โพสกลับมาก่อน”

                “โพสยังไม่มาเหรอ” ฉันถามกลับ

                “มาแล้วครับ!!” เสียงพี่โพสดังขึ้นมาพร้อมกับประตูร้านที่ถูกเปิดเข้ามา

                “งั้นไปทานข้าวกันเถอะ หิวแล้วล่ะ” ฉันเอ่ยชวนทุกคน สิบนาทีต่อมาเราก็นั่งทานข้าวกันที่ห้องครัวชั้นล่างที่ตั้งอยู่ด้านหลังสุดของร้านอาหารน่าทานถูกสั่งมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะแล้วเย็นนี้เราก็จะซื้อของมาทำบาชูทานด้วยกัน

                “ทำไมพี่อยากกินเคเอฟซี” พี่โพสเอ่ยพึมพำ

                “ตอนเย็นค่อยสั่งนะพี่โพส”

                “วิวจะเลี้ยงใช่ไหม” พี่โพสถามกลับกวนๆ

                “เลี้ยงอยู่แล้ว แต่ของอย่างอื่นต้องออกไปซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตนะ”

                “ได้อยู่แล้ว พี่วิวเลี้ยงทั้งที” เฟื่องยิ้มขบขันฉันเลยหัวเราะเบาๆ มือก็ตักอาหารใส่จานพี่วัน มือข้างหนึ่งของเขาวางที่ต้นขาฉันเบาๆและใช้มือข้างเดียวในการทานข้าวมันคงจะลำบากไม่น้อยฉันเลยเป็นฝ่ายคอยตักอาหารให้เขาด้วยสลับกับทานเอง

                “ตอนเย็นจะทำชาบูทานกันมาไหมคะ” ฉันหันหน้ากลับมาถามคนข้างๆ

                “ครับ นั่งดีๆชุดเรามันสั้น” พี่วันยอมบอกในที่สุดหลังจากที่ใช้มือจับที่ต้นขาฉันตั้งนานสองนาน แต่ชุดมันก็ไม่ได้สั้นขนาดนั้นนะ แต่จังหวะที่นั่งมันรั้งขึ้นสูงเฉยๆ

                “มันก็ไม่สั้นขนาดนั้นนี่นา”

                “ชอบเถียงนะทุกวันนี้” พี่วันหัวเราะเบาๆมือก็ดึงชายชุดลงอีกเล็กน้อย พอรู้จักกันนานขึ้น ได้อยู่ด้วยกันบ่อยขึ้นทำให้รู้ว่าพี่วันเป็นสุภาพบุรุษมากแล้วยังเทคแคร์เราดีอีกด้วย

                “พี่อ่า ไม่ต้องมาดุเลยนะ” ฉันเริ่มจะงอแงบ้างแล้ว

                “อ้าว งอนพี่เฉยเลย”

                “อะแฮ่ม คุณหมอคะพอดีพวกเรามีเรื่องข้องใจอยากจะถามค่ะ” ดาวเอ่ยขัดคุณหมอที่ดูแล้วกำลังสนุกกับการแกล้งฉัน

                “ครับ? เรื่องอะไรเหรอครับ”

                “คุณหมอกับพี่วิวนี่ถึงขั้นไหนกันแล้วคะ บอกตรงๆเราหวงพี่วิวมากกลัวคุณหมอจะมาหลอกพี่เรา” เขินแฮะ มีคนหวงฉันด้วย

                “ก็เป็นแฟนกัน คบกันอยู่ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะทำให้พี่สาวเราเสียใจเพราะพี่คงไม่มีทางทำให้เจ้าของหัวใจตัวเองเจ็บ” 




=====================================================
ช่วงนี้เครียดเกินกว่าจะเขียนงานออกมาได้ วันนี้ฝากพี่วันไว้แค่นี้ก่อนนะคะ สัญญาจะรีบกลับมาอัพนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #47 saifon2014in (@saifon2014in) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 13:12

    ชอบคำพูดของพี่วันจังเลย " พี่คงไม่มีทางทำให้เจ้าของ❤️หัวใจตัวเองเจ็บ " ????????????????????

    #47
    0
  2. #15 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 22:30
    ละมุน​สุดๆ
    #15
    0
  3. #14 rtom711 (@rtom711) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 19:30

    อยากได้แบบนี้

    ละมุนทั้งพี่ทั้งน้องเลย
    #14
    0