ไฟรักสัญญาเถื่อน

ตอนที่ 2 : บทนำ ( 2 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,760
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    10 เม.ย. 62






     กานต์ธีราเดินเข้ามาในบ้านและก็ต้องถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าภายในบ้านเปิดไฟสว่างไปทั่วทั้งหลัง ไม่บอกก็รู้ว่าแม่กลับมาแล้วหลังจากหายไปอยู่ที่บ่อนเป็นอาทิตย์ ที่กลับคงเพราะเงินหมดแล้วนั่นแหละ เพราะถ้าไม่หมดท่านก็คงยังไม่กลับ คิดแล้วน่าหนักใจตั้งแต่พ่อเสียไปแม่ก็เล่นการพนันหนักขึ้นเรื่อย ๆ จากตอนแรกที่เล่นขำ ๆ ตอนนี้ชักจะไม่ขำด้วยแล้ว

     “กลับมาแล้วเหรอ หิวไหมแม่ทำของโปรดเตรียมไว้ให้” ญาณีเดินออกมาจากครัวร้องทักขึ้นเมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามาในบ้าน

     “แม่กลับมาเมื่อไรคะ” กานต์ธีราถามแม่และเดินไปรินน้ำใส่แก้วมาดื่มดับกระหาย

     “เมื่อกลางวันนี่แหละ” ญาณีตอบแล้วเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง กานต์ธีราเองก็เดินไปล้างมือและมานั่งรอที่โต๊ะกินข้าวที่ตอนนี้มีจานอาหารวางอยู่

     ทั้งสองคนนั่งกินข้าวเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรกันเลย จนกระทั่งอิ่มก็เป็นการนต์ธีราที่พูดขึ้นมาก่อนเมื่อเห็นท่าทางของแม่ ที่ดูเหมือนจะเอาใจเธอเป็นพิเศษแถมท่านยังชำเลืองมองเป็นระยะอีกด้วย แค่นี้ก็รู้แล้วว่าแม่ต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างที่อยากจะพูดกับเธอ

     “แม่มีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ” 

     “คือว่า พอดีแม่อยากจะยืมเงินเราหน่อย ได้ไหม” ญาณีถามเสียงอ้อมแอ้มเพราะรู้นิสัยลูกสาวตัวเองดีว่ากานต์ธีราเป็นคนประหยัดและไม่ค่อยใช้เงินฟุ่มเฟือย

     “แม่จะเอาเงินเท่าไร และเอาไปทำอะไรคะ” เธอถามทั้งที่รู้ว่าแม่จะเอาเงินไปทำอะไร เพราะทุกครั้งเวลากลับมาบ้านแบบนี้ท่านมักจะมาขอเงินเสมอมากน้อยก็แล้วแต่

     ญาณีพูดไม่ออก เพราะรู้ว่าถ้าบอกไปกานต์ธีราคงโวยวายแน่ แต่เธอไม่มีทางเลือกระหว่างโดนลูกโวยวายกับโดนนักเลงตามมากระทืบเธอยอมโดนกานต์ธีราบ่นดีกว่า เพราะบ่นยังไงลูกสาวก็ช่วยทุกที

     “หนึ่งแสน”

    “หนึ่งแสน!!” กานต์ธีราร้องเสียงดังด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าแม่จะเสียพนันเยอะขนาดนี้

     “แม่เล่นเสียเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ครั้งที่แล้วก็ห้าหมื่นครั้งนี้เป็นแสนเลยนะหนูจะไปหาเงินที่ไหนมาให้บ่อย ๆ”



     “ก็มันเล่นเพลินไปหน่อยมารู้ตัวอีกทีก็หมดไปเป็นแสนแล้ว เอามาให้ยืมก่อนเดี๋ยวเล่นได้แล้วจะเอามาคืน ครั้งนี้สัญญาว่าคืนแน่” ญาณีพูดอย่างหัวเสีย เพราะไม่คิดว่าจะเล่นเสียเยอะขนาดนี้ปกติแค่ไม่กี่หมื่น แต่ครั้งนี้มันเพลินมือไปจริง ๆ

     “แม่ก็พูดแบบนี้ทุกที่ สุดท้ายแม่ก็ไม่เคยเอามาคืนหนูเลยแถมยังมาเอาเพิ่มขึ้นทุกครั้ง” เธอจำไม่ได้แล้วว่าแม่พูดประโยคนี้มากี่ครั้งแล้ว ทุกครั้งที่จะขอเงินท่านก็มักจะพูดคำนี้เสมอ

      “ครั้งนี้คืนจริง ๆ และจะไม่รบกวนเรื่องเงินอีก” ญาณีพูดเสียงเหวี่ยงเพราะไม่พอใจที่กานต์ธีราพูดเหมือนไม่เชื่อในคำพูดของเธอ

     “ถ้าครั้งนี้หนูไม่มีให้แม่จะว่ายังไง” 

     ญาณีชะงักไปนิดเมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว “ก็ไม่ว่ายังไงก็แค่รอทำศพแม่ก็แล้วกัน เพราะนักเลงคุมบ่อนมันคงไม่ยอมแน่” พูดจบก็เดินหนีขึ้นห้องไปทันที

     กานต์ธีรานั่งหน้าเครียดอยู่ที่เดิม เพราะรู้ว่าสิ่งที่แม่พูดมันเป็นเรื่องจริงแน่เพราะเคยเห็นตามข่าวว่ามีการทวงหนี้โหดจริง ๆ คิดแล้วก็หนักใจว่าจะทำยังไงดีเงินเก็บที่มีอยู่ก็ใกล้จะหมด ถ้าแม่ยังเป็นแบบนี้เธอจะทำยังไงต่อไป 

     ...

     เช้าวันทำงานกานต์ธีรานั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะอาหารระหว่างที่รอเพื่อนมานั่งกินข้าวด้วยกัน ตั้งแต่เมื่อคืนแม่ก็ไม่ออกมาจากห้องอีกเลย ตอนไปเรียกท่านก็ไม่พูดด้วย แค่นี้ก็รู้แล้วว่าท่านกำลังโกรธและกำลังประชดอยู่

     “เป็นอะไรหรือเปล่าเกรซทำไมทำหน้าเครียดขนาดนั้นล่ะ” นาราเดินมานั่งที่เก้าอี้แล้วถามเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน

     “ก็เรื่องเดิม ๆ เพิ่มเติมคือยอดเงินที่มากขึ้น” กานต์ธีราถอนหายใจแล้วพูดออกมา เธอไม่ต้องบอกนาราก็รู้ว่าคือเรื่องอะไร

     “ครั้งนี้เท่าไรล่ะ” 

     “หนึ่งแสนบาท”

     “หนึ่งแสนเลยเหรอ!! แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ จะให้แม่ไหม” นาราร้องอย่างตกใจและอดถามอย่างเป็นไม่ได้ ในใจก็สงสารเพื่อนไม่น้อย เพราะกานต์ธีราเป็นคนประหยัดมากถ้าแม่ไม่เล่นการพนันป่านนี้เพื่อนเธอมีเงินเก็บหลายบาทแล้ว

     “ฉันมีสิทธิ์ไม่ให้ด้วยเหรอ ถ้าไม่ให้พวกนักเลงก็มารุมทำร้ายแม่ ฉันก็บาปอีกที่ปล่อยให้แม่โดนทำร้าย” กานต์ธีราพูดอย่างปลง ๆ 

     “เงินพอหรือเปล่ายืมของฉันก่อนไหม” นารายื่นมือมาช่วยเหลืออย่างเต็มใจ

     “ไม่เอาหรอกฉันไม่อยากเสียเพื่อนเพราะเรื่องเงิน” และก็เหมือนทุกครั้งที่นารายื่นมือมาช่วยเหลือกานต์ธีราจะปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิดเลย

     นาราถอนหายใจเพราะคิดอยู่แล้วว่าต้องได้คำตอบแบบนี้

     “ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกนะฉันเต็มใจช่วย”

     “ขอบใจมากนะ”

     สองสาวเพื่อนซี้นั่งกินอาหารมื้อเช้าก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานหน้าที่ของตัวเอง กานต์ธีราและนารามารู้จักกันที่ทำงานและสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วเพราะมีความคิดใกล้เคียงกัน

     หลังเลิกงานกานต์ธีรากลับมาที่บ้านก็พบว่าแม่ไม่ได้อยู่บ้านแล้ว ใจหนึ่งนึกเป็นห่วงกลัวว่าท่านจะเป็นอะไรเลยโทรไปหา แต่ไม่ว่าจะโทรกี่ครั้งท่านก็ไม่รับสายเลย และตอนที่เธอกำลังจะคิดไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสัญญาณกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น พอชะเง้อไปมองก็เห็นผู้ชายที่อยู่ในชุดสูทสีดำมายืนอยู่หน้าบ้าน 

     “หรือจะเป็นพวกทวงหนี้ของแม่” กานต์ธีราพูดคนเดียวและก็ตัดสินใจเดินออกไปดู

     “สวัสดีค่ะไม่ทราบว่ามาหาใครเหรอคะ” เธอถามผู้ชายร่างสูงออกไป

     “ผมมาหาคุณญาณีไม่ทราบว่าอยู่ไหมครับ” 

     “ไม่อยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะพอดีฉันเป็นลูกสาวค่ะ”

     แขกผู้มาเยือนนิ่งไปนิดก่อนจะพูดออกมา

     “ถ้าอย่างนั้นฝากคุณช่วยบอกคุณญาณีให้ด้วยนะครับว่าคุณอัคนีมาหา” 

     “ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะบอกให้” กานต์ธีราตอบรับและอดแปลกใจไม่ได้ว่าแม่ไปรู้จักกับผู้ชายที่ชื่ออัคนีได้ยังไง แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่

    “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ชายหนุ่มร่างสูงพูดแล้วมองไปรอบ ๆ บ้านอย่างสังเกตก่อนจะตัดสินใจขึ้นรถที่จอดอยู่ไปทันที

     “เฮ้อ แม่ไปก่อเรื่องอีกหรือเปล่านะ” กานต์ธีราบ่นพึมพำอยู่คนเดียวก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน

      ++++++

     สงสารหนูเกรซจังมีแม่แบบนี้ มาเอาใจช่วยนางเอกของเราด้วยนะคะ

     มีโปรดีๆ ราคางามๆ รอทุกคนอยู่นะคะ รีบจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

27 ความคิดเห็น