ไฟรักสัญญาเถื่อน

ตอนที่ 36 : บทที่ 11 ทางแยก ( 2 )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    13 พ.ค. 62






ทันทีที่รถจอดสนิทกานต์ธีราก็รีบเปิดประตูไปอย่างรวดเร็ว บริเวณหน้าบ้านก็มีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงมายืนออเต็มหน้าบ้านไปหมด ในจำนวนนั้นก็มียามที่คอยดูแลหมู่บ้าน และก็มีตำรวจอยู่ด้วย 

     “หนูเกรซมาแล้วหรือลูก” ดาวเรืองเห็นหญิงสาวรุ่นลูกก็รีบเดินเข้ามากอดทันที

     “พวกนั้นไปกันหมดแล้วหรือคะ มีใครเห็นหน้าตาพวกนั้นไหม” กานต์ธีรารีบถามขึ้นมา

     “ป้าพอจำหน้าได้นะ แต่ถ้าให้แน่ใจคงต้องไปเปิดกล้องวงจรปิดดูอีกที” ดาวเรืองพูดและคนอื่น ๆ ที่บ้านติดกล้องวงจรปิดต่างก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันทั้งนั้น ด้วยความที่สงสารหญิงสาวตรงหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

     “ขอบคุณทุกคนมากนะคะ เดี๋ยวเกรซขอไปคุยกับตำรวจก่อน” กานต์ธีรายกมือไหว้ทุกคนแล้วเดินแยกตัวไปหาตำรวจซึ่งกำลังพูดคุยกับอัคนีอยู่

     “คุณเป็นเจ้าของบ้านใช่ไหมครับ” ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยถาม

     “ใช่ค่ะ ฉันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้เอง”

     “เดี๋ยวผมขออนุญาตเข้าไปตรวจสอบภายในว่ามีอะไรเสียหายไปบ้าง ยังไงรบกวนคุณช่วยบอกอีกแรงนะครับ” 

     “ได้ค่ะ เชิญทุกคนเลยค่ะ” 

      อัคนีเดินตามกานต์ธีราเข้าไปในบ้านที่ข้างในเละเทะมาก กรอบรูป แจกัน โต๊ะเก้าอี้ทุกทำลายจนพังไม่มีชิ้นดี พอได้เห็นทุกอย่างในบ้านทำให้กานต์ธีราไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป เพราะทุกอย่างในบ้านหลังนี้พ่อของเธอสร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงของท่าน

     “คุณสงสัยใครเป็นพิเศษ หรือมีศัตรูที่ไหนบ้างหรือเปล่าครับ” คำถามของตำรวจทำให้กานต์ธีราต้องหันไปมองหน้าอัคนีทันที เพราะชายหนุ่มรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านของเธอดีทุกอย่าง

     “เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะเป็นคนให้ปากคำกับคุณตำรวจเอง ส่วนคุณขึ้นไปตรวจดูชั้นสองเถอะว่ามีอะไรเสียหายไปบ้าง” อัคนีจำต้องยื่นมือเข้ามาช่วยทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่พอเห็นกานต์ธีราทำหน้าเศร้าก็อดไม่ได้

     กานต์ธีรายืนลังเลอยู่สักพักก็พยักหน้ารับแล้วเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้านปล่อยให้อัคนีเป็นคนจัดการ ห้องแรกที่เธอเข้าไปดูคือห้องนอนของตัวเองและแม่ ดีที่ของมีค่าให้ห้องสองห้องนี้ไม่มีอะไรเลย พอออกจากห้องนอนเธอก็เดินไปที่ห้องพระ และต้องร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นโกศที่ใส่เถ้ากระดูกของพ่อล้มจนฝาเปิดออกมา มือบางทั้งสองค่อย ๆ เก็บชิ้นส่วนเก็บไว้เหมือนเดิม โดยที่หญิงสาวไม่รู้เลยว่ามีใครเดินเข้ามาในห้องบ้าง

     “กานต์ธีรา” อัคนีเรียกหญิงสาวและนึกสะท้อนใจเมื่อเห็นว่ากานต์ธีราทำอะไรอยู่ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รับรู้การมาของเขาด้วย จนเขาต้องเรียกอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม และทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวแล้วหันมามอง

     “กลับกันได้แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาจัดการกับที่นี่ต่อ”

     “ฉะ ฉันขออยู่ที่นี่รอแม่ได้ไหมคะ” กานต์ธีราขอด้วยความเป็นห่วงแม่

      “ไม่ได้! เธอจะอยู่รอให้ไอ้พวกนั้นมันกลับมาข่มขืนเธอหรือไงหะ” อัคนีพูดเสียงดังออกมา

     “แต่ว่า...” แม่จะกลัวว่าสิ่งที่อัคนีพูดจะเกิดขึ้น แต่เธอก็เป็นห่วงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านและอยากรอฟังคำตอบของแม่ด้วย

     “ไม่มีแต่ ตามผมลงไปข้างล่างได้แล้ว ส่วนอันนั้นจะเอากลับไปที่บ้านผมด้วยก็ได้” พูดจบอัคนีก็เดินออกจากห้องพระไปทันที

     สุดท้ายกานต์ธีราก็ต้องกลับมาที่บ้านอัคนีก่อน ในมือข้างหนึ่งถือโกศของพ่อ ส่วนมืออีกข้างก็กดโทรศัพท์หาแม่ไปด้วย จนมาถึงบ้านหลังใหญ่เธอก็ขอตัวขึ้นไปบนห้องทันที

     “ตกลงยังหาตัวคุณญาณีไม่เจอใช่ไหม” อัคนีถามคนสนิทเบา ๆ 

     “ยังเลยครับ แต่มีคนเห็นคุณญาณีครั้งสุดท้ายตอนออกจากบ้านเพื่อนสนิทครับ ดูท่าน่าจะไปขอยืมเงินแน่” ไกรรายงานตามที่ตัวเองได้ไปสืบมา ตอนนี้แน่ใจได้เลยว่าคนที่ทำเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเสี่ยสุชาติซึ่งเรื่องเขาได้แจ้งกับตำรวจไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอหลักฐานเท่านั้น

     ในขณะที่คนเป็นลูกนึกเป็นห่วง แต่คนเป็นแม่อย่างญาณีก็กำลังจะแก้ปัญหาด้วยวิธีของตัวเอง คือการหนีหน้าเสี่ยสุชาติและวิ่งหายืมเงินจากเพื่อนฝูงคนรู้จักที่ตัวเองเคยช่วยเหลือ แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเลยสักคน เมื่อหมดหนทางรวมถึงเงินในกระเป๋าก็หมดแล้วด้วย ญาณีเลยนั่งรถกลับมาที่บ้านของตัวเองในช่วงกลางดึก เพราะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านบ้างญาณีเลยไม่คิดจะเปิดไฟให้เป็นที่สังเกต พออยู่คนเดียวใจก็นึกกลัวแต่ก็ไม่กล้าจะติดต่อหาลูกเพราะรู้ว่าตัวเองต้องโดนตำหนิเรื่องนี้แน่นอน และตอนที่กำลังจะเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้านเพื่อพักผ่อนก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อไฟในบ้านสว่างวาบขึ้นมา พอหันไปดูก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้คนเดียว

++++++


     กานต์ธีราเดินลงมาข้างล่างเพื่อช่วยงานในครัวเหมือนเช่นทุกวัน เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนเพราะนั่งโทรหาแม่ แต่ก็เหมือนเดิมที่ติดต่อท่านไม่ได้ ใจก็หนึ่งเป็นห่วงและคิดไปสารพัด ทั้งยังอยากเอ่ยปากขอร้องให้อัคนีช่วยติดตามหาแม่ให้ที แต่ก็ไม่กล้าพูดเอ่ยอะไร เพราะแค่นี้เธอก็เป็นหนี้บุญคุณเขาจนไม่รู้ว่าจะชดใช้ยังไงให้หมด

     “คุณเกรซลงมาทำไมคะ” วารีหันมาเจอหญิงสาวที่เดินเข้ามาในครัวเลยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เธอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับกานต์ธีราแล้ว

     “เกรซอยากลงมาช่วยทุกคนทำงานค่ะ ว่าแต่เช้านี้มีอะไรให้เกรซช่วยบ้างคะ” กานต์ธีราพูดและยิ้มฝืน ๆ ออกมา 

     วารีถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดขึ้นมาเพราะรู้ว่าต่อให้ห้ามยังไงกานต์ธีราก็ไม่ยอมอยู่เฉย ๆ แน่ “งั้นคุณเกรซจัดการเรื่องผักแล้วกันนะคะ” 

     กานต์ธีราช่วยวารีและป้าแววเตรียมอาหารในครัวจนถึงเวลาที่ต้องไปเตรียมเสื้อผ้าให้อัคนีแล้ว แต่พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นว่าเจ้าของห้องตื่นแล้ว และดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะเห็นเธอด้วย

     “วันนี้ไม่ต้องไปทำงานก็ได้นะผมให้หยุดหนึ่งวัน” อัคนีพูดเสียงแหบเพราะเพิ่งตื่นนอน 

     “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรขอไปทำงานดีกว่า...เช้านี้คุณอัคนีจะแช่น้ำไหมคะ” กานต์ธีราถามเพราะเช้านี้เวลาเหลือเยอะเลยคิดว่าอัคนีน่าจะอยากแช่ตัว

     อัคนีมองหน้าคนพูดด้วยสายตาเรียบนิ่ง ไม่ยอมตอบคำถามที่หญิงสาวถาม กานต์ธีราไม่รู้หรือไงว่าตอนนี้สภาพตัวเองเป็นยังไง ดูก็รู้ว่าไม่ได้นอนทั้งคืน หน้าตาอมทุกข์ขนาดนั้นจะมีกำลังใจไม่ทำงานได้ยังไง

     “อยากไปทำงานแล้วทำไหวหรือไง ไม่ใช่ไปทำตัวให้เป็นภาระคนอื่นอีกนะ”

     กานต์ธีรานิ่งไปนิดแล้วพูดเสียงแผ่วออกมา

     “ฉันทำงานไหวค่ะ รับรองว่าจะไม่ทำตัวให้เป็นภาระใครแน่นอนค่ะ”

     “คุณติดต่อแม่คุณได้หรือยัง” อยู่ ๆ อัคนีก็เปลี่ยนเรื่องถาม กานต์ธีราที่ได้ยินก็ทำหน้าหม่น ๆ ก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบา

     “ยังเลยค่ะ”

     อัคนีถอนหายใจเสียงหนัก ๆ แล้วพูดออกมา

     “ผมให้ไกรไปตามหาแม่คุณแล้ว แต่ดูเหมือนจะคลาดกันตลอด แล้วคุณรู้เรื่องแม่คุณกลับไปเล่นในบ่อนไหม” 

    “ก็พอสงสัยอยู่บ้างค่ะ แต่พอถามท่านก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ไปตลอด ถามมากท่านก็หาว่าไม่ไว้ใจถ้าถามมากจะกลับไปเล่นอีก” กานต์ธีราบอกตามที่เคยคุยกับแม่

     อัคนีพอได้ยินก็ถอนหายใจอีกครั้งแล้วถามเสียงเรียบนิ่งในสิ่งที่คิดว่าน่าจะกำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้แน่

     “ถ้าครั้งนี้แม่คุณติดหนี้พนันอีก คุณจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้” 

     คำถามที่อัคนีถามเป็นสิ่งที่เธอถามตัวเองมาตลอดทั้งคืนว่าจะทำยังไง จะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ให้แม่อีกครั้ง ทั้งตัวเองมีเงินเก็บอยู่ไม่มาก และเธอก็มั่นใจว่าเงินเก็บที่มีคงไม่พอใช้หนี้แน่ บ้านก็อยู่ที่อัคนีแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้มีสิ่งเดียวคือตัวและศักดิ์ศรีของเธอนี่แหละ

     “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะไปหยิบยืมรุ่นพี่ที่รู้จักกัน” ปากพูดไปแบบนั้น แต่ในใจเธอไม่คิดจะรบกวนใคร แต่ถ้าไม่มีทางเลือกก็ต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือ

     “แล้วทำไมคุณไม่ขอให้ผมช่วยล่ะ คุณก็รู้ว่าเรื่องเงินสำหรับผมมันเล็กน้อยมาก” อัคนีแกล้งถาม เพราะอยากรู้ว่ากานต์ธีราจะพูดหรือทำยังไง

     “ฉันรู้ว่าคุณสามารถช่วยฉันได้ และฉันก็ขอบคุณมากที่คุณคอยช่วยเหลือมาตลอด”

     “แต่ฉันไม่มีอะไรจะมาค้ำประกันให้คุณอีกแล้วค่ะ” กานต์ธีราพูดและหลบสายตาที่อัคนีมองมา มันทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบจนขนลุกไปทั้งตัว

     “แน่ใจเหรอว่าไม่มี” 

     “ที่คุณพูดหมายความว่ายังไง” 

     “ผมว่าคุณรู้นะว่าผมต้องการอะไร แค่คุณเอ่ยปากไม่ว่าเงินมากแค่ไหนผมจะช่วยคุณเต็มที่เลย” อัคนีพูดอีกครั้ง แต่ส่วนลึกในใจกลับบอกตัวเองว่าสิ่งที่เขาพูดความหมายเหมือนอย่างที่กานต์ธีราคิดนั่นแหละ ทั้งอยากรู้ว่าเงินจะซื้อศักดิ์ศรีคนได้หรือเปล่า

     กานต์ธีรานิ่งไปนิดแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วพูดเสียงเรียบนิ่งออกมา

     “ขอบคุณข้อเสนอที่คุณยื่นมาให้ แต่ฉันคงไม่คิดจะรับข้อเสนอในตอนนี้หรอกค่ะ...รอสักครู่นะคะเดี๋ยวฉันจะไปเตรียมน้ำให้คุณอาบ” พูดจบกานต์ธีราก็เดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วจัดการเปิดน้ำลงอ่างให้อัคนี ระหว่างนั้นน้ำตาเธอก็ไหลออกมา นึกน้อยใจในโชคชะตาชีวิตตัวเองว่าทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมไม่มีใครคิดถึงจิตใจเธอบ้าง

     ...

     หลังจากที่เตรียมน้ำและเสื้อผ้าให้อัคนีเสร็จเรียบร้อยกานต์ธีราก็รีบกลับมาที่ห้องตัวเองแล้วอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะไปทำงาน แม้จะไม่สบายใจแต่ก็ไม่อยากหยุดงานให้โดนต่อว่า ถึงเจ้านายจะเอ่ยปากให้หยุดงานก็ตาม ระหว่างที่กำลังแต่งตัวอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำให้ต้องหันไปหยิบขึ้นมาดูและต้องเลิกคิวขึ้นอย่างแปลกใจเพราะสิ่งที่ส่งมาเป็นรูปภาพ พอเปิดรูปดูก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นครั้งนี้เป็นเบอร์ของแม่

     “แม่!! เป็นยังไงบ้าง แม่อยู่ที่ไหน” กานต์ธีรารีบถามเสียงดังออกมา เพราะรูปที่เธอเห็นคือรูปที่แม่ถูกจับมัดมือมัดเท้าเอาไว้


       +++++

     อยากตีคุณไฟคนกำลังเดือดร้อนยังมาทำแบบนี้อีก อยากได้อะไรตอบแทนมากหรือไง

     อีบุ๊กเรื่องนี้พร้อมโหลดแล้ว ฝากไปรับคุณไฟกลับบ้านไปด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #20 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 11:11

    ใช่ใจร้ายเกินไปแล้วนะคุณไฟ ไม่เห็นใจกันบ้างเลย จ้องแต่จะเอาชนะอย่่างเดียว

    #20
    0