Quick Message
รวมข้อความจากเพื่อนๆที่ส่งถึงเราบนหน้าเวบ

103 ต่ายหอม บอกว่า :

มีฉบับ E-BOOK ทั้งสองเล่มแล้วนะคะ
รักเก้าหาง1 https://goo.gl/UaPj9T
รักเก้าหาง2 https://goo.gl/JgjnDh
21 มิ.ย. 61 / 18:05

102 ต่ายหอม บอกว่า :

มีฉบับ E-BOOK ทั้งสองเล่มแล้วนะคะ
รักเก้าหาง1 https://goo.gl/UaPj9T
รักเก้าหาง2 https://goo.gl/JgjnDh
21 มิ.ย. 61 / 17:40

101 ต่ายหอม บอกว่า :
ฝากติดตามเล่มพิเศษ ชีวิตหลังแต่งงานถึงคลอดลูกสาว และเลี่ยงหลินในวัยแบเบาะ ด้วยกันนะคะ 
จองรอบแรกนี้ได้ของแถมเป็นโปสเตอร์ แล้วก็ปก Jacket ด้วยจ้า
จองเล่มได้ทางเพจ "นิยายyuri ต่ายหอม" หรือไลน์ id : thyuri 
หรือแบบฟอร์มสั่งจอง คลิก
25 เม.ย. 61 / 10:00

100 BO TS บอกว่า :
หายไปนาน กลับมาละนะกับช็อตฟิคแทนี่ต้อนรับวาเลนไทน์นี้ i love teacher น่ารักนัก...รักซะเลย
2 ก.พ. 61 / 23:45

99 BO TS บอกว่า :
หายไปนาน กลับมาละนะกับช็อตฟิคแทนี่ต้อนรับวาเลนไทน์นี้ i love teacher น่ารักนัก...รักซะเลย
2 ก.พ. 61 / 23:35

98 ต่ายหอม บอกว่า :
ฉบับ e-book อ่านได้ทาง  https://goo.gl/efgsXF
 
ผู้ที่สนใจสะสมแบบรูปเล่ม กรอกแบบฟอร์มจองหนังสือได้ทางนี้เลยจ้า

เปิดจองเล่มวันนี้ จนถึง 14 ก.พ. 61 
พิเศษเฉพาะ คนที่สั่งพรีออเดอร์รอบแรก จะได้รับของแถมด้วยจ้า
 
23 ธ.ค. 60 / 09:15

97 Dark Land ดินแดนผู้เสพความดาร์ บอกว่า :
[ ข้อความจาก Admin ถึงสมาชิก Group Dark Land ดินแดนผู้เสพความดาร์ ]
จดหมายฉบับสุดท้ายจากดาร์คแลนด์

ชาวดาร์คทั้งหลาย
แม้อาณาจักรดาร์คแลนด์จำต้องล่มสลายในวันนี้
แต่เราทั้งหมดจะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
ขอสมาชิกที่ยังคิดถึงกันอยู่ พบกับดาร์คแลนด์แห่งใหม่ ได้ที่นี่

http://my.dek-d.com/wayusaifa/

ขอความมืดอันงดงามสถิตแก่ท่าน
แล้วพบกัน

ลงนาม
เลดี้บลูโรสแห่งดาร์คแลนด์
1 พ.ย. 60 / 20:36

96 BLACKcoffee77 บอกว่า :

4.MAZE


หากคิดว่าหล่อน คือ แมวหลงทางสักตัวหนึ่ง ฉันเองก็คงจะเป็นแค่คนที่ถูก รัก ทำให้หลงทาง


แม้จะนอนอยู่บนเตียงขนาดสามฟุตในห้องสี่เหลี่ยมกลางเก่ากลางใหม่นี้

ท่ามกลางฤดูร้อนสีจัดจ้าน และอึกทึกไปด้วยเสียงของแมลง ทว่าในดวงตาที่เหม่อมองกลับเห็นทั้งหมดเป็นสีน้ำเงินหม่น เงียบเชียบ ความเข้มจัดของมันไม่สามารถทำให้สีอื่นเด่นชัดขึ้นมาได้เลย ทั้งหมดโดนกลบด้วยสีน้ำเงินเข้มเหล่านั้น คงเป็นความรู้สึก ไม่ใช่สีเทา หรือสีดำ ไม่ใช่สีขาว สีแดง หรือสีอื่นๆ ไร้ข้อเปรียบเทียบรวมกับความรู้สึกทั้งหมดถูกหลอมรวม แยกไม่ออกว่ากำลังรู้สึกแบบไหนเสียทีเดียว

ฉันชอบสีน้ำเงินเข้มอย่างไร้เหตุผลเมื่อได้เห็นมันยามที่ราตรีเข้าปกคลุมไปทั้งห้องสี่เหลี่ยมนี้ ผนังสีเกือบขาวกลายเป็นถูกทาบทับด้วยความเข้มหม่นนั้น อย่างกับทาสีใหม่เมื่อท้องฟ้ามืดลง ถูกกลืนกินด้วยราตรี เสียงนาฬิกา และเวลา

ติ้ก ติ้ก

นาฬิกาส่งเสียง

ยูจองยอนจ้องมองเพดานห้องของเธอในช่วงเวลาใกล้เที่ยงคืน เสียงนาฬิกาดังเหมือนอย่างเคย นาทีแล้วนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า จากวินาที เป็นนาที จากหลายนาที กลายเป็นชั่วโมงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอลองฟังเสียงเวลาเหล่านั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ ทีละก้าว ทีละก้าวของเข็มสั้นยาวแล้วพบว่า มันเปลี่ยนไปเล็กน้อย เสียงนั้นไม่ได้มีแต่ตัวเธอเอง และอดีตในความคิดอย่างที่เคย น่าแปลกอยู่เหมือนกันที่มีแมวหลงตัวนั้นอยู่ด้วย เจ้าหล่อนมีผมสีอ่อน ดวงตากลมโตแสนหวาน ริมฝีปากอวบอิ่มที่มักจะถูกทาทับแต่งแต้มด้วยลิปสิติกสีแดงกำมะหยี่ และจูบของหล่อน

บางทีหล่อนกดูร้ายกาจ ทว่าบางครั้งกลับดูเปราะบางและเปลี่ยวเหงา


“เธอก็เหมือนกัน”


หล่อนเคยบอกอย่างนั้นให้ยูจองยอนมองกลับมาที่ตัวเอง อันที่จริงเธอไม่เคยสังเกตเห็นความรู้สึก หรือการเป็นอย่างนั้นของตนเองมาก่อน คงเป็นอย่างที่หล่อนว่า คนที่รักทำให้หลงทางเหมือนกับได้พบบางอย่าง


ติ้ก ติ้ก

นาฬิกาส่งเสียงจากการก้าวไปข้างหน้าเป็นวงกลม ซ้ำซาก ทว่าพวกมันก็ทำอยู่อย่างนั้น เวลาไม่เคยจะหยุดนิ่ง ยูจองยอนลืมตัวเองไปชั่วขณะเมื่อกำลังคิดถึงหล่อนอีกแล้ว เหมือนกับร่างกายเลือนหายลืมความตั้งใจที่จะไม่คิดถึงไปเสียสิ้น จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู มันถูกเคาะจนเกิดเสียงกระทบดังแผ่วไม่เร่งรีบบีบคั้น

ครู่หนึ่งที่เธอยืนอยู่หลังบานประตูด้วยดวงใจเต้นตึกตัก มือเรียวแตะลงบนลูกบิดสีเงินอย่างเชื่องช้า เพราะไม่อยากดูกระตือรือร้นอยากเจอหล่อนมากเกินไป แต่ไม่เห็นจะเหมือนความคิดเมื่อวินาทีต่อมาเธอเปิดมันออกอย่างเร็วจนเหมือนกระชาก

“จองยอนอา..”

เสียงของหล่อนมาก่อนจะตามสัมทับด้วยอ้อมกอดที่รวมเจ้าของห้องไว้ทั้งตัว

หล่อนเรียกด้วยน้ำเสียงเคยคุ้น อิมนายอนมาอยู่ที่นี่ได้เกือบเดือนหนึ่งแล้ว แม้จะไม่ค่อยได้พูดคุยด้วยกันเท่าใดนักเรากลับรู้จักกันด้วยการเฝ้าดูอีกฝ่าย ในความเงียบสีน้ำเงินเข้มเหล่านั้น เราต่างบอกเล่าความเป็นเราด้วยการจ้องมองซึ่งกันและกัน พูดกันด้วยบทสนทนาแสนง่าย ทว่าดวงตากลับเฝ้าถามถึงความต้องการในใจ

หล่อนกระโจนกอดจองยอนทันทีที่ประตูเปิด ดูเหมือนว่าเธอจะชินกับมันเสียแล้ว เคยชินที่หล่อนทำแบบนี้เสมอ ริมฝีปากนุ่มจูบลงที่ข้างแก้มเจ้าของห้องอย่างเอาอกเอาใจ อย่างกับแมวตัวโต ให้ยูจองยอนนึกขำท่าทางออกนอกหน้าของหล่อน หลังจากนั้นอิมนายอนก็ทิ้งตัวลงบนที่นอน ดูเหมือนว่าเธอจะเหนื่อยและยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่ น่าแปลกที่พักหลังๆมานี้เธอไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์อย่างเมื่อเดือนก่อนหน้า

การเฝ้ามองของฉันบอกว่าเธอเลิกดื่ม แต่ยังคงสูบอยู่

“เย็นนี้เธออยากกินอะไร”

จองยอนทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงจนฟูกนุ่มยุบยวบแล้วเอ่ยถาม ในขณะที่คนถูกถามเคลื่อนศีรษะของตนมาไว้บนตัก อิมนายอนกำลังทำเหมือนกับว่าเธอเป็นแมวขึ้นมาจริงๆอย่างนั้น

“ตัวหอมจัง”

น้ำเสียงแหบแห้งของหล่อนว่าให้คนฟังยิ้มออกมาได้ นายอนว่าทั้งๆที่ยังซุกใบหน้าอยู่ที่เดิม แขนนุ่มจับยึดร่างของคนสูงกว่าเอาไว้ ลมหายใจของหล่อนอุ่นร้อนเป่ารสลมบนนั้น บ้างสูดเข้า บ้างพ่นรดออกมายาวเหยียด อันที่จริงก็เป็นสบู่กลิ่นเดียวกันแท้ๆ การกระทำเหล่านั้นทำเอาทั้งกายและใจของยูจองยอนสั่นสะท้าน

“ไปมินิมาร์ทได้มั้ย?”

เจ้าแมวตัวโตเอ่ยขอเจ้าของห้องที่ตนพักอาศัย จองยอนพยักหน้าและรอให้นายอนถอยกายออกไปก่อถึงได้ลุกขึ้น เราเลื่อนคว้าไขว่หามือของอีกฝ่ายอย่างเคยชิน ความเคยชินนี้เองที่จองยอนสังเกตเห็นมันเข้าว่าทำแบบนั้นกับหล่อนอีกแล้ว คล้ายว่านายอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องสี่เหลี่ยม เสียงติ้กติ้กของนาฬิกา ลูตอง ที่นอน และสีน้ำเงิน ทุกอย่างกลายเป็นหล่อนได้อย่างไม่ทันได้เอะใจ

เราพากันเดินลงไปที่ชั้นล่าง สีส้มจากไฟทางส่องกระทบ ทำให้เกิดเงายาวทอดตัวลงบนนั้นถนนลาดยางสีดำสนิท ร้อน และแห้งสนิท เพราะเป็นเวลาดึกมากแล้วถึงได้ยินแต่เสียงแมลงและเสียงรองเท้าจากการก้าวไปอย่างเรา ซ้าย ขวา ทีละก้าวไม่หยุดหย่อน เราเดินไปเรื่อยๆคล้ายกับเวลา จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าตู้เครื่องดื่ม อิมนายอนหันมามองกันอย่างนั้น

ดวงตากลมโตกำลังจ้องมองมา เธอไม่ได้ขออนุญาตในขณะที่หยิบมัน ยูจองยอนทำอย่างนั้นบ้าง เธอเลือกเบียร์อะไรขึ้นมาถือไว้ก็ไม่ได้สังเกตเสียด้วยซ้ำ เธอเพียงแต่ทำตามอย่างหล่อนจนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักขึ้นมานั่นแหละ

“ทำตัวให้มันสนุกๆบ้าง จองยอนอา..”

น้ำเสียงแหบแห้งอย่างอิมนายอนทำให้หัวใจเต้นตึกตักขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ อยู่ๆก็รู้สึกอายอย่างกับถูกล้อเลียนเข้าอย่างไรอย่างนั้น เธอรู้ว่าอย่างมากจองยอนก็ไปแค่ร้านกาแฟ

“หยุดขำเลยน่า”

ยูจองยอนแกล้งทำเสียหงุดหงิดแล้วหยิบเพิ่มไปอีกสักกระป๋องแล้วเดินดิ่งไปที่เคาเตอร์เพื่อคิดเงินสิ่งที่เธอถือไว้ในมือ ถึงจะพูดอย่างนั้นกับหล่อน แต่เธอกลับยืนรอจนกระทั่งอีกคนมาหยุดอยู่ข้างกัน

ในความเงียบเราต่างเกาะกุมมือของกันและกันไว้ ทีละก้าว ทีละก้าว ที่เดินย้อนกลับไปทางเดิม พวกเราเกาะเกี่ยว โอบกอดกันและกันเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง แสงไฟสีส้มส่องสะท้อนใบหน้าและดวงตาแสนหวาน ริมฝีปากอวบอิ่มของหล่อน

ฉันอยากจูบเธอ

โอ.. ไม่คิดเลยว่ากำลังคิดอย่างนั้นจริงๆ


มือเรียวเปิดประตูบานหน้าของห้อง 404 ออก ภายในห้องถูกฉาบด้วยสีน้ำเงินเข้ม และเสียงนาฬิกาดัง ติ้ก ติ้ก

เราทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นแทนที่ลูตองที่กระโดดลุกออกไปนอนบนพรมห้องน้ำแทน มันดูจะรำคาญเสียงถุงพลาสติกดังกรอบแกรบเอามากๆ ดูทำหน้าเข้า จองยอนส่ายหัวไม่รู้ว่าหน้ากับขนของมันอะไรยุ่งกว่ากัน

หล่อนเริ่มกระป๋องแรกอย่างไม่สะทกสะท้านในขณะที่จองยอนพยายามกล้ำกลืนรสชาติขมปร่าลงคอไปให้ได้มากที่สุด ทรมานยิ่งกว่ากินยาเสียอีก เธอไม่รู้ว่าหน้าตาของตัวเองเป็นอย่างไรจนกระทั่งคนน่ารักเอาแต่ขำ

“เอาจริงแฮะ” หล่อนพึมพำกับตัวเอง

“ฉันสูบได้มั้ย”

อิมนายอนถามกับเจ้าของห้อง หล่อนไม่เคยสูบที่นี่ แต่ครั้งนี้เธอเอ่ยขอมันออกมา ยูจองยอนหยุดคิด แต่ไม่รู้ว่าเพราะแอลกอฮอล์มันทำอะไรกับเธอ หรือว่าเป็นเพราะหล่อนก็ไม่รู้ เธอถึงได้ตอบตกลงออกไปอย่างนั้น

“เอาสิ”

เธอได้ยินเสียงหัวเราะแหบๆด้วยความพอใจหรืออย่างไรในอย่างของหล่อน เสียงลมหายใจ และเสียงซวบซาบจากการขยับกายเพื่อหยิบซองกระดาษออกมา

แล้วจูบของอิมนายอนก็กลายเป็นกลิ่นเย็นๆและรสชาติปร่าของนิโคติน ทั้งฝาดทั้งหวานอมขมจากรสแอลกอล์ฮอล์

ในที่สุดเราเลิกสนใจเบียร์ที่หมดกระป๋องไปแล้ว กับบุหรี่ที่สูบไปครึ่งค่อนมวน อันที่จริงมันเป็นครึ่งมวนของมวนที่สามในค่ำคืนนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ริมฝีปากสีกำมะหยี่ของหล่อนดึงดูดใจของยูจองยอนมากกว่าอะไรทั้งหมด เธอเป็นคนเริ่มมันเองในคราวนี้อย่างไม่อาจห้ามความรู้สึกก่อนหน้า

อยากจูบหล่อน

คิดแบบนั้นมาตั้งแต่ชั่วโมงก่อน อดทนรอที่จะครอบครองริมฝีปากนั้น น่าตลกที่หล่อนเอาแต่มองและไม่เริ่มมันขึ้นมาเสียที ทุกครั้งที่มวนแล้วมวนเล่าที่เจ้าของห้องได้แต่สบตากับแมวตัวโตที่พ่นควันสีขาวออกมาจากจมูกและริมฝีปาก หล่อนคล้าย จงใจ ทำให้เธอเริ่มก่อน

ใบหน้าสวยขยับเข้าใกล้ และใกล้ขึ้นอีกเมื่อปลายจมูกแตะลงบนตำแหน่งเดียวกันกับคนตรงหน้า ริมฝีปากบางแตะลงบนริมฝีปากของหล่อนิย่างตั้งใจทำให้เกิด สัมผัสแผ่วเบานุ่มหยุ่นทำให้เราหลงไหลและยากจะหยุดยั้ง เมื่อยิ่งขยับเผยอตอบรับซึ่งกันและอันก็กลับกลายเป็นจูบที่ไม่อาจปฏิเสธได้

เราโอบรับก้อนเนื้อคลุ้งฝาดไปทั่วโพรงปาก ตอบโต้ กวาดเลียลิ้มรสขมปร่าที่พาให้ผิวกายและลมหายใจอุ่นร้อนขึ้นกว่าเก่า เปียกชื้น ทว่าหวานร้อน

จองยอนถูกปรนเปรอด้วยริมฝีปากอวบอิ่มคู่นั้น ทั้งข้ามแก้ม ลำคอ หรือเนื้อกายใต้เสื้อผ้าอิมนายอนก็จูบ เธอจุมพิตทุกทีที่ลากริมฝีปากไปได้ แม้กระทั่งบนอกที่ดวงใจเต้นตึกตักอยู่ข้างในนั่น หล่อนคงได้ยิน

“กอดฉัน”

อิมนายอนพูด เธอคว้ามืของอีกคนให้วางไว้บนเอวคอด ในยามเมื่อสบตา จองยอนไม่รู้ว่าอิมนายอนคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ริมฝีปากสีกำมะหยี่เซียวอ่อนลงกว่าตอนก่อนหน้า เพราะว่าไม่มีกระจกถึงได้ไม่เห็น แต่ยูจองยอนค่อนข้างมั่นใจว่ามันต้องอยู่บนผิวกายของเธอตรงไหนสักที่

จูบของหล่อนนิ่มนวลจนอย่างกับถูกทำให้รู้สึกลอยขึ้น และเธอคล้ายถูกฉุดให้ตกลงเมื่ออิมนายอนรั้งร่างกายของอีกคนเข้ามาใกล้อย่างไม่อาจต้านทานได้ เธอกดริมฝีปากให้แน่นขึ้นอีก ขยับหยอกเย้าเป็นจังหวะเคยคุ้นตอบรับซึ่งกันและกัน ไม่มีครั้งไหนเลยที่จองยอนไม่ชอบจูบของหล่อน แม้แต่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะหลับตาหรือตื่นขึ้นทุกอย่างก็กลายเป็นสีน้ำเงิน ลึกล้ำไร้จุดสิ้นสุด เราต่างดำดิ่งไปในดินแดนที่ไม่มีเวลาหรือข้อบังคับอื่นได้

มือเรียวลาดไล้ไปมาบนแผ่นหลังและไหล่บางให้ยูจองยอนสั่นสะท้าน เธอคล้ายถูกอีกคนนำทางไปในสักที่ แม้จะไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่กลับรู้สึกเหมือนได้พบอะไรบางอย่าง

ร่างกาย ร้อนขึ้น สะท้าน สั่นไหว โอนอ่อน เปียกชื้นไปด้วยจูบ

เราแนบชิดกันเสียจนไร้ช่องว่าง แตะต้องสัมผัสกายกันและกันอย่างไขว่คว้า ในขณะที่อีกคนกำลังหา อีกคนหนึ่งก็ให้คำตอบ ไม่มีใครพูดอะไรอีก เหมือนว่าบทสนทนาจะถูกหลงลืมไปสิ้น ทีละนิดทิศทางที่อิมนายอนกำลังนำไปอย่างช้าๆ

“ฉัน..คิดถึงเธอ”

เป็นจองยอนที่สารภาพออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เสียงของหล่อนเบายิ่งกว่าเสียงเข็มวินาที เธอไม่ได้ลืมตาตอนที่พูดคำนั้น ทว่าลมหายใจที่ใกล้เข้ามาทำให้รู้ว่าอีกคนที่เอาแต่เงียบกำลังใกล้เข้ามา และใกล้เข้ามาอีกตอนที่อิมนายอนคลานขึ้นมาและยกกายให้สูงขึ้นเพื่อจูบอีก มือนุ่มแตะลงที่ข้างแก้มของยูจองยอน สัมผัสแผ่วเบาอ่อนโยนทำให้รู้สึกโอนอ่อนได้โดยง่าย

เราคล้ายกับคนหลงทางยามที่เพรียกหาและหาหลักยึด

หล่อนไม่ถอดมันออกเลยสักชิ้นในตอนที่เราแตะต้องกัน ดวงตากลมหวานของหล่อนหวานขึ้นกว่าเก่าเมื่อมองจากตรงนี้ กว่าจะรู้ตัวแผ่นหลังของยูจองยอนก็สัมผัสพื้นแข็งกระด้างตรงทางเดินข้างเตียงนอน บนพื้นเย็นนั่นเราไม่ขยับห่างกันเลยสักนิด แม้สักนิดก็ไม่อยากห่าง แม้ฤดูร้อนจะร้อนเสียจนชุ่มเหงื่อ อาจจะเพราะหล่อน หรือเพราะอากาศ

เสียงแมลงในฤดูร้อนไม่น่ารำคาญอีกต่อไป หรือกระทั่งเสียงนาฬิกาที่ชอบฟังยังไม่อาจได้ยินได้ถนัด เพราะหล่อนทำให้ได้ยินเพียงแค่เสียงตึกตักในอก และเสียงของริมฝีปากยามดูดดึงลึกล้ำ

ใบหน้าทั้งสองถอยห่างออกจากันเพียงเล็กน้อย แม้จะหลับตาหรือลืมตื่นขึ้นก็เอาแต่คิดถึงหล่อนอย่างห้ามใจไม่ได้ เจ้าของห้องสูดลมหายใจหลังจากที่ขาดหายกระท่อนกระแท่นเพราะคนที่กกเกยอยู่บนตัวเธอ

“ฉันอยากไปกับเธอ”

ได้โปรดพาฉันไป

ดวงตาเรียวจ้องมองคล้ายกำลังยืนยันว่าคำพูดของหล่อนจริงจังให้อีกคนนิ่งเงียบ ไม่รู้ว่าเจ้าแมวสาวตัวโตกำลังคิดอะไร จ้องมองทว่าไม่ได้คำตอบเป็นคำยืนยัน คนบนตัวจ้องมองอีกคนนิ่งอย่างหาคำตอบ เราพูดคุยกันทางสายตาเหมือนกำลังค้นหา หล่อนมองคล้ายไม่แน่ใจในยามที่ร่างกายแนบชิด อุ่นเสียจนร้อน ชื้่นเหงื่อ

“ฉันเหรอ จะไปที่ไหน?”

แมวตัวใหญ่พูดขึ้นคล้ายคำถามทว่าเป็นคำตอบ เธอแค่นยิ้ม ให้คนที่อยู่ด้านล่างจ้องมองหล่อนอย่างไม่เข้าใจ อาจจะเข้าใจ หรือบางทีเราอาจจะเข้าใจได้หลังจากนี้

อิมนายอนยันกายขึ้นนั่งทั้งที่ยั่งอยู่บนร่างกายของคนอื่น เธอมองเหยียดหยันความรู้สึกบางอย่างของตนซึ่งไม่อาจรู้ได้ มือเรียววางลงบนปลายเดรสสีแดงที่เลิกขึ้นจากการนั่ง เธอเอื้อมมือข้างหนึ่งไปด้านหลัง ตอนนั้นเองที่จองยอนได้ยินเสียงรูดรั้งลงของซิปเสื้อผ้าหลังจากนั้นหล่อนก็ถอดมันออกจากทางศีรษะ เลิกขึ้นรวดเร็วคล้ายกระชากออกจากเนื้อกายขาวละเอียด เธอทิ้งขว้างมันไปอย่างไม่ใยดีลงบนพื้นใกล้ๆเรานี่เอง

บราสีเลือดนกทาบทับอยู่บนเรือนกายของแมวสาว สีของมันเข้มกว่าชุดเดรสที่ถอดออกไปก่อนหน้าอยู่เล็กน้อย  แม้ไม่แน่ใจอะไรนักทว่าความรู้สึกชัดเจนอย่างยากจะยอมรับ หล่อนช่างงดงามกว่าที่เคยจิตนาการเอาไว้เสียอีก


ฉันกำลังหลงทางอีกแล้ว หล่อนทำให้ฉันหลงทาง


“ลุกขึ้นสิ”

ยูจองยอนพยักหน้าให้ได้ยินเสียงหัวเราะแหบแห้งในลำคอของคนด้านบน กายร้อนผ่าวของหล่อนเบาหวิวยามเมื่อยูจองยอนลุกขึ้นนั่งประชันหน้าและรวบกอดร่างบอบบางนั้นไว้ หล่อนตัวเล็กกว่า และหอมกว่าอย่างที่จองยอนคิดเอาเอง กลิ่นสบู่เหมือนกันอย่างนั้นแท้ๆ แต่หล่อนหอมกว่าในความรู้สึก

เธอจูบอย่างที่อิมนายอนเคยสอนและทำอย่างที่อิมนายอนเคยทำเมื่อตอนก่อนหน้า

แตะริมฝีปากลงบนเรือนกายขาวที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างเชื่องช้าไม่มั่นใจ ทว่าตะกละตะกรามดูดดื่มเมื่อได้รู้รสชาติ ทั้งเรียวลิ้นและริมฝีปากต่างได้สัมผัสหล่อน ดูดดึงเนื้อกายของอีกคนเอาไว้ในโพรงปากจนเกิดสีบนผิวกายขาวละเอียด การกระทำนั้นทำเอาคนที่นั่งอยู่ทั้งผลักทั้งดึง

“จองยอน..”

หล่อนส่งเสียงเรียกให้เงยหน้าขึ้น ในแต่ละครั้งที่จูบ ริมฝีปากบางเคลื่อต่ำลงเพราะถูกควบคุมด้วยมือของอีกฝ่าย บนเนินอกขึ้นสีเป็นรอยช้ำอย่างห้ามแรงไม่ได้ ยูจองยอนสูดลมหายใจแล้วพ่นออกให้คนด้านบนสะท้าน เธอจับเอาใบหน้าของอีกคนเอาไว้ด้วยอุ้งมือ ดวงตากลมโตกำลังจ้องมองเหมือนหาคำตอบจากอีกฝ่ายที่ไร้ซึ่งคำพูด อย่างกับถูกมอมเมาด้วยอะไรสักอย่าง

ร่องรอยสีกุหลาบกระจายไปทั่วผิวกายอุ่นจัด เป็นสิ่งที่หล่อนสอนและหล่อนได้รับมัน


อยากครอบครองเป็นเจ้าของหล่อน

“ยังไงต่อ?”

คำถามแสนซื่อ

“มากกว่านี้ จองยอนอา.. มากกว่านี้”

หล่อนพ่นลมหายใจ คล้ายกับมีความทุกข์ทรมานบางอย่าง อิมนายอนเอื้อมมือไปด้านหลัง เธอใช้มือเพียงข้างเดียวเพื่อปลดมันออก ชั่วพริบตาเมื่อสีชาดร่วงหล่น ทว่าหล่อนไม่สะทกสะท้านหรือวางตาจากยูจองยอน

“มากกว่านี้..”

จูบหล่อนให้มากกว่านี้ ทำให้มากกว่านี้

ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ริมฝีปากเคลื่อนไปทั่วกาย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ร่างกายครวญเรียกหาซึ่งกันและกัน

เธอไม่เคยคิดว่าฤดูร้อนจะร้อนมากเสียขนาดนี้ ค่ำคืนสีน้ำเงินเข้ม เข้มจัดขึ้นเมื่อได้โอบกอดคนตรงหน้า และร้อนขึ้นอีกเมื่หล่อนแอ่นกายตอบรับผิมฝีปากที่ต่ำลง ยิ่งขยับจูบ ทำกับหล่อนเหมือนที่ทำบนริมฝีปาก ดูดรั้งตามที่หล่อนชักจูงนำพา ไม่รู้ว่าทำไมสองมือของอิมนายอนถึงบังคับกันได้อย่างอ่อนโยน

มือเรียวกดลงบนเอวคอดบีบแน่นด้วยมือชื้นเหงื่อจนขึ้นสี คล้ายกับรั้งหล่อนเอาไว้ให้แน่นขึ้น มาถึงตรงนี้ยูจองยอนชักไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่ถูกทำให้ล่องลอย



“จองยอน”

เสียงแหบสะบัดขึ้นเมื่อถูกกระชากด้วยก้อนเนื้อในโพรงปาก ปลุกปั่น  ขบเม้ม ดูดดึง หมุนคว้างบนปลายยอด

ฟันขาวขบลงบนริมฝีปากสีกำมะหยี่ที่ซีดจางจากจูบของคนตรงหน้า เพราะความรู้สึกที่ถูกคนติดตามมอบให้มากนัก เธอบดเบียดสะโพกลงกับหน้าตักของคนที่นั่งอยู่ด้านล่างอย่างยากจะควบคุม คล้ายต้องการมากขึ้นยามเมื่อถูกรุกล้ำด้วยความไม่ตั้งใจด้วยมือข้างหนึ่งของคนไม่รู้ทางเลื่อนต่ำลงกว่าสะโพก ที่ต้นขาหรือบั้นท้ายถูกขยำกำแน่นด้วยฝ่ามือชื้นเหงื่อ เล็บสั้นจิกลงบนหน้าขาปลุกเร้าความรู้สึกภายในให้กรุ่นร้อนขึ้น

ยูจองยอนเงยหน้าขึ้น เธอจูบลงบนกระดูกหัวไหล่และขยับมาที่ลำคอ เพราะไม่กล้าที่จะขัดใจ เจ้าของห้องถึงได้ไม่หยุดจูบหล่อนเลยแม้แต่เสี้ยววินาที

“ยังไงต่อคะ..”

เสียงของยูจองยอนเบาหวิวคล้ายคนละเมอและหลับฝัน เธอกำลังหลงทาง กระทั่งมือของอิมนายอนจับลงที่มือข้างหนึ่ง เธอวางมันลงบนอกที่จองยอนเพิ่งละจากมือ มือเรียวออกแรงบีบลงไปผ่านมือของจองยอนที่สัมผัสความนุ่มหยุ่น มันร้อนขึ้นตามร่างกายของหล่อน

“สัมผัสฉัน”

ยูจองยอนทำตามอย่างที่หล่อนว่า มือหนึ่งโอบอุ้มเนื้อกายของหล่อนไว้ คลึงแตะด้วยปลายนิ้ว อิมนายอนก็ทำอย่างนั้น ทว่าทำทุกอย่างผ่านเสื้อผ้าของยูจองยอนที่ยังอยู่ครบทุกชิ้น คล้ายกระจกเงายามเมื่อเราแตะต้อง เมื่อิมนายอนทำอย่างนั้น ยูจองยอนก็จะทำอย่างนั้นทุกครั้ง และทุกอย่าง น่าแปลกที่ผ่านเนื้อผ้าแท้ๆแต่กลับสะท้านไปทั้งร่าง ยามที่หล่อนเน้นกดหรือลูบคลึงร่างกายนี้

เธอกำลังพาไปในที่ใดที่หนึ่ง แม้ทางจะมืดเกือบสนิท

สีน้ำเงินเข้มทาบทับลงบนกายขาวสะอาดของนายอน หล่อนหอบหายใจแรงขึ้น และแรงขึ้นอีกตอนที่จับมือข้างหนึ่งของจองยอนให้ต่ำลงไป กระทั่งหายเข้าไปใต้เนื้อผ้าเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่

หล่อนเปียกชื้นและกำลังสั่น

อิมนายอนก้มหน้าลง เธอซบหน้าผากลงกับไหล่ของอีกคนอย่างพยายามกักกั้นเสียงในลำคอที่เกินขึ้นเพราะจองยอนลากวนความชื้นนั่นอย่างช้าๆ ยิ่งแตะต้องยิ่งยากจะต้านทาน และควบคุมตนเองได้

เธอล้วงมือตามเข้าไปควบคุมความเงอะแงะด้วยตนเอง ทาบนิ้วลงบนนิ้วของอีกฝ่าย เธอกดกมันลงไปอย่างเร่งเร้า ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งหยุดไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจจะทันได้รู้ เพระาไม่ชำนาญทาง ทางนู้นทางนี้ ทุกทางที่แตะต้องหล่อนได้ ยูจองยอนสัมผัสหล่อนอย่างแผ่วเบา ตอนที่จองยอนเดินหาทางเอาเองกระทั่งไม่พบทางแล้วนั่นแหละ อิมนายอนถึงได้กลับมาควบคุมอีก

หล่อนคล้ายยากจะทรงตัว ยูจองยอนใช้มืออีกข้างหนึ่งรั้งกายสั่นสะท้านของหล่อนไว้

ริมฝีปากอิ่มเผยอออก หล่อนกดฟันขาวลงบนหัวไหล่ของคนนตรงหน้าอย่างเหลืออด

“ถอดมันออก..”

น้ำเสียงของอิมนายอนแหบแห้งกว่าเก่าด้วยอารมณ์ เธอยันกายลุกขึ้นคุกเข่าอย่างไม่มั่นคงนัก ให้ยูจองยอนช่วยพยุงรั้งแพนตี้สีชาดออกไปด้วยแรงกระชากจากเจ้าตัว เธอเหวี่ยงมันไปไกลกว่าชุดเดรสเสียอีก

ที่ไหนสักทีในห้องสีน้ำเงิน

พื้นแข็งกระด้างรองรับร่างของเราสองคนอยู่ อิมนายอนคร่อมกายอยู่บนคนที่นั่งอยู่ เธอคล้ายกำลังจะหลุดลอยเมื่อควบคุมมือของจองยอน อย่างช้าๆที่หล่อนกดมันเข้าไปในร่างกาย

เราต่างจ้องมองประสานสายตากันอย่างไม่ปิดบังและเป็นยูจองยอนเองที่ต้องหันหนีสายตาร้อนแรงอย่างกับฤดูร้อนนั้น อิมนายอนหลับตาลงครู่หนึ่ง หล่อนกลั้นหายใจ ยูจองยอนเองก็ด้วยยามเมื่อเธอจมหายเข้าไปอย่างเชื่องช้า คล้ายกำลังเดินผ่านประตูแคบอุ่นร้อน ช่ำชื้นไปด้วยความต้องการของเธอ

“ขยับ”

ถึงตอนนั้นที่ยูจองยอนทำตามอย่างเชื่อฟัง เธอกำลังหาเราไปที่ไหนยูจองยอนไม่อาจจะรู้ได้ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่หล่อนผ่อนลมหายใจเข้าออก สะโพกมันบดเบียดลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยูจองยอนไม่อาจรู้ได้ เธอเพียงแค่ถูกจับจูงโดยอีกฝ่าย กระทั่งแรงกระแทกกระทั้นสวนทาง อีกครั้งที่ยูจองยอนกอดประคองร่างที่เร่งเร็วขึ้นจากด้านล่าง อีกครั้งและอีกครั้งที่หล่อนทำอย่างนั้น อีกครั้งและอีกครั้งที่กดจูบลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายเพื่อเก็บกลั้นเสียง

ยิ่งกดลึกยิ่งเร็วขึ้นตามที่หล่อนบอก ยิ่งเหนื่อยแทบขาดใจ ทว่าไม่รู้ว่าทำไมเราถึงหยุดไม่ได้เลยแม้แต่นาทีเดียว ร่างกายขาวหดเกร็ง เดี๋ยวก็งอโค้งเดี๋ยวก็ยืดเหยียดอย่างห้ามไม่ได้

“จองยอนอา..จองยอน”

แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนก็ยังเรียกหา ตอนที่กำลังลอยขึ้นเพื่อนไขว่คว้าบางอย่าง ทว่าดึงรั้งกกกอดกระชากกันไว้เสียแทบขาดวิ้น ความรู้สึกดีดกระจัดกระจายในความมืดจองยอนคิดว่าหล่อนเหมือนกำลังเห็นแสงสว่าง ร่างกายกระตุกเกร็งสะท้านสั้นอย่างกับคนกำลังหนาวเหน็บทั้งๆที่เป็นฤดูร้อน

อิมนายอนหอบหายใจถี่พลางซบหน้าลงบนไหล่ของคนที่อยู่ด้านล่างเสียครู่ใหญ่ ไม่นานนักที่หล่อยหยุดพักทั้งที่ยังหอบกระเส่า มือเธอยังกำเสื้อของจองยอนเสียแน่น ในตอนนั้นเองที่ยูจองยอนถูกผลักให้นอนราบลงบนพื้นห้อง

เมื่อร่างกายร้อนจัดแตะลงบนพื้นเย็นแข็งกระด้าง ทว่าเธอไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะหนี อิมนายอนดึงเสื้อยืนตัวโคร่งออกไปจากร่างกายของเธอ อันที่จริงอย่างกับว่าหล่อนอยากจะฉีกมันให้ขาด กางเกงยีนส์ขาสั้นนั่นก็ด้วย ที่มุมใดมุมหนึ่งในห้องสีน้ำเงินเข้ม

เราเริ่มค่ำคืนในฤดูร้อนอีกครั้งด้วยจูบของกันและกัน

เธอทำอย่างนั้นจริงๆตอนที่เลื่อนลงไปด้านล่าง ที่หน้าอกและหน้าท้องแบนรอบ ทั้งจูบทั้งขบเม้ม กัดลงบนเนื้อนิ่มอุ่นจัดของยูจองยอนที่ได้แต่เรียก เธอทำได้แค่เรียกชื่อของอีกคนเท่านั้น

ยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีกที่ความร้อนพุ่งขึ้น และสูงขึ้นอีกตอนที่เธอต่ำลงไป อิมนายอนจูบลงบนเนินเนื้อนูนเหนือหว่างขา เธอลูบคลึงต้นขากึ่งบังคับให้แยกออก เจ้าของห้องที่ไร้แรงจะต้านทานและไร้ทางหนีได้แต่ร้องห้ามปรามแมวสาวที่ไม่มีท่าทีจะสนใจฟัง

“อย่า..นายอน ไม่”

เธอตอบรับการห้ามปรามนั้นด้วยจูบ เธอทำเหมือนที่ทำบนริมฝีปากทว่าไม่ใช่..

จูบแล้วจูบเล่าจองยอนอย่างกับถูกเหวี่ยงไปมาในความมืด เธอถูกยกด้วยปลายลิ้นสอดกระชับเข้าไปในร่างกายอุ่นจัด ยากเกินกว่าจะต้านเอาไว้ได้ ก้อนเนื้อนุ่มทั้งกดทั้งกวาด อิมนายอนลิ้มรสชาติที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อน รสชาติของสีน้ำเงิน

เข้ม หวานปร่า และอุ่นจัด

“ไม่ๆ”

ไม่มีผล นายอนยกยิ้มอย่างกับคนไม่ได้ยิน เธอถอนริมฝีปากออกมาแล้วและแทนที่มันด้วยปลายนิ้ม กดเน้น ลากวนบนความรู้สึก กลุ่มก้อนของมันสั่นไหวระริกให้คนทำพึงใจ

“จองยอนอา.. ฉันจะพาเธอไปเอง”

อย่างกับแกล้งกัน ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุดหย่อน ยูจองยอนไม่อาจต้านแรงผลักเหล่านั้นได้ เธอเป็นคนหลงทางโดยสมบูรณ์แบบ ยิ่งนายอนถลำลึกเข้ามายิ่งยากจะต้านเอาไว้ได้ เธอบิดเร่าด้วยความรู้สึกซ่านและหวาดหวั่นอย่างคนไม่เคย ไม่มองและไม่สบตาคนพูดเลยสักนิด ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

แล้วเธอก็ทำมันจริงๆ

ยูจองยอนสะดุ้งตอนที่ถูกรุกล้ำ แม้จะค้างหยุดเอาไว้อย่างนั้นแต่ร่างกายยังสั่นสะท้าน

“เชื่อใจฉันสิ จองยอนอา..”

คนที่หดกายอยู่บนพื้นผ่อนลมหายใจ ตอนที่หล่อนเริ่มขยับ เธอรู้สึกอย่างกับเป็นคนหูอื้อตาบอด มองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง ความร้อนโอบกอดห่อหุ้มกาย แทบไม่รู้สึกอื่นได้นอกจากรู้สึกถึงอิมนายอน

ไร้ซุ่มเสียงในห้วงความคิดเมื่อได้เดินไปตามเส้นทางที่หล่อนชักนำไป กระท่อนกระแท่นอย่างคนไม่รู้ มืดมิดไร้การควบคุมทว่ากลับถูกฉุดลงและดึงขึ้นบ่อยครั้ง ยิ่งหนียิ่งถูกติดตาม เหมือนบังคับให้ด้วยความซ่านกระสัน อย่างกันเปลวไฟร้อนอ่อนโยนทำให้ร่างกายโอนอ่อน และยิ่งกว่านั้นตอนที่หล่อนจูบ ปลายทางอย

22 ต.ค. 60 / 20:30

95 Dark Land ดินแดนผู้เสพความดาร์ บอกว่า :
[ ข้อความจาก Admin ถึงสมาชิก Group Dark Land ดินแดนผู้เสพความดาร์ ]
★DARKLAND POST★
OCT 4, 2016★ ซื่อตรง มั่นคง อุดมการณ์ ดาร์คแลนด์โพสต์ ★ TWO DARKIS
22 ตุลา มีตติ้งดาร์คแลนด์
ที่มหกรรมหนังสือแห่งชาติ
ย้อนรอยคำทำนาย!
ใบไม้ร่วงอันยาวนาน
สัญญาณการจากลา

จากพิธีบูชาพระจันทร์
เต็มดวงครั้งสุดท้าย
เหล่านักพยากรณ์
ต่างทำนายตรงกัน
ถึงวันล่มสลาย

อ่านต่อในฉบับ
เชิญชาวดาร์คพบปะครั้งสุดท้าย งานนี้มีของที่ระลึกเป็น กุหลาบสีน้ำเงิน และ บัตรประชาชน Limited Edition
ฮาโลวีนนี้พบกัน
ฉลองครั้งสุดท้าย
ที่จัตุรัสดาร์คแลนด์

30 ตุลานี้จัดงานรำลึก
พบปะกันเพื่อจากลา
ก่อนดาร์คจะปิดตัวลง
ร่วมนับถอยหลังวัน
ล่มสลายไปพร้อมกัน

อ่านต่อในฉบับ
ดาร์คแลนด์ล่มสลายแล้ว
2 พ.ย. นี้ ปิดตัวแน่นอน
ดาร์คลอร์ดส่งเทวทูต (Web master) ประกาศข่าว สั่งทำลายล้างดาร์คแลนด์ รวมถึงเมืองอื่นๆ ในโลกมนุษย์ ชาวดาร์คแห่คร่ำครวญ
หรือเพราะแมวอาฆาต
ดาร์คจึงล่มสลาย!!

เจ้าลัทธิแมวปล่อยข่าว
เหตุดาร์คล่มสลายเป็น
การลงทัณฑ์จากแมว

แล้วเราจะได้พบกันอีกหรือไม่ ?
ปัจจุบันชาวดาร์คได้พากันอพยพอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย
ในกลุ่มลับของ facebook ทั้งนี้เลดี้บลูโรส
อาจจะปรับปรุง ID NPC ให้กลายเป็นบ้านใหม่
สำหรับชาวดาร์คต่อไปภายภาคหน้า โปรดติดตาม

★ ปิดลงนามทำบัตรประชาชน จงรักษาบัตรของท่านให้ดี สักวันคงพบกัน ★ 


4 ต.ค. 60 / 18:08

94 MoNsTer_P บอกว่า :

แจ้งข่าวค่า เรื่อง "ข้าหลงนาง" เปิดจองตัวเล่มแล้วนะคะ
สั่งซื้อทางเพจ 
https://www.facebook.com/Taayhom/
ฉบับอีบุ๊คจำหน่ายแล้วจ้า ติดตามอ่านได้ทาง คลิกอ่านอีบุ๊ค

24 พ.ค. 60 / 22:35

1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6 , 7 , 8 , 9 , 10 >>

  C O M M E N T    B o X

อยากบอกว่า :

ลงชื่อ:
พิมพ์ตัวเลข :

ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้ใช้ Qmsg ในการส่งลิงก์หรือฉากที่ไม่เหมาะสม (NC)
(หากตรวจพบนิยายเรื่องนั้นจะถูกแบนถาวร ในกรณีกระทำผิดซ้ำจะถูกแบน ID ทันที)