[YAOI]Devil...The heart of mafia ดวงใจมาเฟีย

ตอนที่ 12 : บทที่9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    10 ธ.ค. 58

บทที่9

 

ร่างสูงของคริสตอฟเปิดประตูเข้ามาในห้องตอนเที่ยงคืนกว่า ชายหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยที่ยังเห็นเลขาหนุ่มทั้งสองอยู่ในห้องเพราะเขาแค่สั่งให้ทั้งสองคนมาเก็บกวาดห้องและเอาอาหารมาให้ฟรานเชสเท่านั้น

 

ทำไมยังไม่กลับคริสตอฟเอ่ย เลขาทั้งสองโค้งให้เป็นการทำความเคารพก่อนที่แอนโทนินจะเป็นคนตอบ

 

ฟรานเชสเพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองครับ พวกผมกำลังจะกลับอยู่พอดีคริสตอฟพยักหน้ารับแล้วไล่ลูกน้องทั้งสองให้กลับไป พอทั้งคู่ออกไป เขาก็วางกระเป๋าลงที่โซฟา คลายเทคไทปลดกระดุมคอบนแล้วเดินเข้าไปยังห้องนอน

 

เมื่อเปิดประตูออกก็พบว่าฟรานเชสหลับไปแล้วอย่างที่เลขาของเขาพูด ใบหน้าขาวยังคงซีดอยู่ คริสตอฟทาบมือลงกับหน้าผากเบาๆเพื่อวัดไข้และพบว่าไข้ไม่ได้สูงมาก เขาจัดการห่มผ้าให้อีกฝ่ายดีๆแล้วเดินไปอาบน้ำ คริสตอฟตัดสินใจว่าจะให้ฟรานเชสอยู่กับเขาไม่ว่าอีกฝ่ายจะยอมหรือไม่ก็ตามเพราะหลังจากมีเรื่องกับอดิศวรไปและดูท่าทางว่าอดิศวรจะถูกใจ ฟรานเชสมาก เขาก็ไม่อยากเสี่ยงที่จะให้ฟรานเชสโดนแบบเมื่อวานอีก

 

ไม่รู้ทำไมจะต้องห่วงขนาดนี้แต่มันรู้สึกทนไม่ได้จริงๆที่จะต้องเห็นใบหน้าที่แสนใสซื่อนี้ไปครางอยู่ใต้ร่างคนอื่น ไม่แน่ว่าบางทีเขาอาจจะชอบฟรานเชสอย่างที่ครูสว่าก็ได้ เพราะอย่างนั้นวันนี้เขาจึงไปจัดการเรื่องโทรศัพท์และเสื้อผ้าให้ฟรานเชส เนื่องจากเสื้อผ้าของเขามันใหญ่เกินไป จริงอยู่ที่ขนาดตัวของพวกเขาอาจจะไม่ต่างกันมากเพราะฟรานเชสก็สูงเหมือนกันแต่ความกำยำก็ยังต่างกันเยอะอยู่ดี

 

ส่วนโทรศัพท์เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันคงจะอยู่กับกระเป๋ากางเกงที่โดนอดิศวรถอดออกไป ตอนนี้ร่างโปร่งก็คงไม่มีเครื่องมือสื่อสารจะติดต่อใคร ดังนั้นเขาจึงซื้อใหม่ให้อีกเครื่องหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำการติดสัญญาณหรืออะไรเอาไว้เพราะฟรานเชสไม่ใช่คนในแก๊งและเขาก็ไม่ต้องการจะไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายให้มากด้วย

 

หลังจากทึ่คริสตอฟอาบน้ำเสร็จเขาก็เดินออกมาและล้มตัวลงนอนบนเตียงข้างๆกับคนป่วย เขานอนตะแคงหันหน้าเข้าหาฟรานเชสและพบว่าฟรานเชสเหมือนจะสั่นอยู่น้อยๆ ร่างสูงเดาว่าอีกฝ่ายคงจะหนาวเพราะไข้ยังขึ้นอยู่ พอเห็นสีหน้าเหมือนทรมานด้วยคริสตอฟก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปกอดคนข้างๆเอาไว้

 

ดวงตาสีฟ้าปรือขึ้นมาน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงความอุ่นที่เข้ามาแต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเขากับท่านประธานอยู่ชิดกันจนแทบจะแตะริมฝีปากกันอยู่แล้ว

 

ท่าน...กลับมาแล้วหรือครับฟรานเชสเอ่ยเสียงติดแหบเล็กน้อยทำเอาคริสตอฟตกใจรีบชักมือกลับ เขานึกว่าฟรานเชสจะหลับสนิทไปแล้วเสียอีก

 

อืมไม่รู้จะตอบอะไร ได้แต่ครางรับในลำคอพลางมองหน้าอีกคนที่เหมือนตื่นไม่เต็มตา

 

ฝันดีนะครับเหมือนฟรานเชสจะง่วงพอสมควร พูดจบก็ปิดตาลงไป ไม่ได้สนใจกับการกอดของร่างสูงเมื่อกี้เลยแม้แต่น้อย

 

ท่านครับเสียงนั้นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่คริสตอฟเงียบไม่ได้ตอบอะไรออกไป

 

กอดผมได้ไหม ผมหนาวพูดจบคริสตอฟก็เหมือนจะเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายแอบแดงขึ้นมาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเพราะพิษไข้หรืออย่างอื่นกันแน่ นับว่าฟรานเชสกล้าไม่เบาที่ขออย่างนี้ เขาไม่นึกด้วยซ้ำว่าฟรานเชสจะมีวันพูดอะไรแบบนี้ออกมา แต่พอมาเจอแบบนี้เขาแล้วเขาก็ต้องบอกเลยว่า ฟรานเชสนี่...น่ารักจริงๆ

 

คริสตอฟตอบรับคำพูดของอีกฝ่ายด้วยการเอื้อมมือไปกอดอีกครั้ง คราวนี้ฟรานเชสไม่ได้ว่าอะไรอีกเขาเพียงแค่เบียดตัวเข้ามาแล้วหลับไป ผิดจากคริสตอฟที่เริ่มอยู่ไม่สุข ฟรานเชสทำตัวน่ารักเกินไป ยิ่งลมหายใจอุ่นๆมาเป่ารดเขาในระยะประชิดแบบนี้มันทำให้เขายิ่งรู้สึกแปลกๆ คริสตอฟไม่เคยมีความคิดมาก่อนว่าในชีวิตนี้เขาจะชอบใครอย่างจริงจัง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้าชอบแล้วมันจะมีอาการยังไง แต่ตอนนี้เขาบอกได้เลยว่าเขาก็เริ่มรู้สึกว่าฟรานเชสไม่เหมือนคนอื่นสำหรับเขา ร่างโปร่งไม่เคยเรียกร้องอะไรที่เกินตัวและไม่ได้แสดงท่าทีอยากได้เขาจนตัวสั่น ฟรานเชสเรียกได้ว่าไม่เคยสนใจในเงินทอง ลาภยศ ชื่อเสียง หรือความสบายที่เขาจะสามารถมอบให้ได้ อีกฝ่ายไม่โวยวายให้เขารับผิดชอบด้วยซ้ำกับเรื่องเมื่อวาน

 

คริสตอฟเหลือบมองคนในอ้อมแขนอีกครั้ง ใบหน้าคมค่อยๆก้มลงไปประทับริมผีปากที่ริมฝีปากบางเบาๆไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวแล้วเข้าสู้นิทราไปเช่นกัน

 

- - - - - - - - -

 

แสงแดดยามเช้าแยงตาจนคนที่นอนอยู่รู้สึกตัว ฟรานเชสลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกหนักๆที่ช่วงตัวและพบว่าแขนของท่านประธานยังคงอยู่ที่เดิมเมื่อคืน ร่างโปร่งค่อยๆยกแขนของอีกฝ่ายขึ้นเบาๆเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่นแต่เหมือนว่าจะไม่ทันเสียแล้วเมื่อมือของคนที่คิดว่าหลับจับหมับเข้าที่ข้อมือของเขา

 

“ตื่นแล้วหรือครับ”ฟรานเชสเอ่ยทัก คริสตอฟเอาแขนของตนออกมาจากตัวฟรานเชสแล้วลุกขึ้น ฟรานเชสทำท่าเหมือนจะลุกตาม แต่พอยกตัวขึ้นมาก็ร้องโอ้ยไปทีหนึ่งเบาๆแล้วนอนลงไปใหม่ เหมือนว่าอาการเจ็บสะโพกของฟรานเชสยังไม่หายดีมากนักแต่สีหน้าที่ดูมีเลือดฝาดมากกว่าเมื่อวานก็บอกได้ว่าอาการดีขึ้นบ้างแล้ว

 

“เจ็บตรงไหน”คริสตอฟเอ่ยถาม แต่ร่างโปร่งกลับส่ายหน้า

 

“อย่าดื้อ บอกมาว่าเจ็บตรงไหน”คริสตอฟลุกขึ้นมายืนข้างเตียงจ้องหน้าคนที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย

 

“ผมไม่เจ็บครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”ฟรานเชสว่าเสียงเบา เขาไม่อยากให้ท่านประธานมาดูแลเขามากเกินไป เมื่อเห็นร่างโปร่งว่าดังนั้นคริสตอฟจึงถอนหายใจอย่างหงุดหงิดกับความดื้อ เมื่ออีกฝ่ายไม่อยากบอกเขาก็จะไม่ถามอีก

 

“ท่านครับ ผมขอกลับบ้านได้ไหมครับ”ฟรานเชสเอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยมั่นใจ ทันทีที่ถามออกไปคริสตอฟก็ทำหน้าถมึงทึงใส่เขาทันที

 

“ไม่ได้ และนายจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานด้วย”ฟรานเชสตกใจทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น

 

“หมายความว่ายังไงครับ”

 

“นายจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะอนุญาตให้ย้ายกลับไปที่บ้านของนาย!”คริสตอฟเริ่มตวาด ทำไมฟรานเชสถึงได้ทำท่าทางเหมือนไม่อยากอยู่กับเขานัก เขาให้คนตรงหน้าได้ทุกอย่าง มีทั้งเงินทั้งชื่อเสียง ไม่เคยมีใครปฏิเสธเขามาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว แต่ทำไมคนๆนี้กลับปฏิเสธเขา โดยปกติถ้าเป็นคนอื่นก็ต้องดีใจไม่ใช่หรอแล้วทำไมฟรานเชสถึงไม่เป็นแบบนั้น

 

“ท..ทำไมละครับ”พูดไปฟรานเชสก็เริ่มเสียงสั่น ถึงเขาไม่ได้รังเกียจท่านประธาน แต่เขาก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ เขาอยากกลับบ้าน แม้ว่าที่นี่จะกว้างกว่า สบายกว่า แต่ความรู้สึกมันก็ไม่ใช่บ้านของเขาอยู่ดี

 

“เพราะนายจะได้ไม่ไปทำตัวร่านที่ไหนอีกไง!”พูดจบก็เดินปึงปังออกไปทิ้งให้ร่างโปร่งนิ่งอยู่กับคำพูดนั้น ฟรานเชสไม่เข้าใจว่าท่านประธานโมโหอะไรเขาอีก เขาแค่อยากกลับบ้านเท่านั้น ในหัวของฟรานเชสคิดถึงท่านประธานคนเก่าเมื่อตอนที่ดูแลเขาเมื่อวาน ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งตามอารมณ์ของท่านประธานไม่ทัน เมื่อวานก็ยังอ่อนโยนกับเขาอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงได้กลับมาพูดจาดูถูกกันอีกแล้ว

 

ฟรานเชสตัดสินใจว่ายังไงวันนี้เขาก็จะต้องกลับบ้านให้ได้ เขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่ ที่ที่ไม่ใช่บ้านของตัวเองและไม่อยากจะอยู่กับคนที่พูดจาดูถูกเขาด้วย ร่างโปร่งค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ ฝืนความเจ็บเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย

 

- - - - - - - -

 

คริสตอฟอยากจะตบปากตัวเอง เขาไม่ได้อยากจะพูดจาทำร้ายฟรานเชสแต่ความโกรธมันครอบงำ เพียงแค่คิดว่าฟรานเชสไม่ต้องการเขา เขาก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะโกรธอะไรนักหนา

 

ร่างสูงนั่งลงที่โซฟามองกล่องโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าจะพูดยังไงกับฟรานเชสว่าเขาซื้อของมาให้และอันที่จริงแล้วเขาก็เป็นห่วงจึงไม่อยากให้กลับไป หลังจากที่ตวาดไปแบบนั้นก็ไม่รู้จะกลับตัวยังไง

 

ไม่นานนักฟรานเชสก็เปิดประตูออกมาจากห้องนอน เมื่อร่างโปร่งพบเข้ากับคริสตอฟที่หันมามอง ดวงตาสีฟ้าก็เบือนหนีทันที ใบหน้าของฟรานเชสนิ่งสนิทเหมือนมองไม่เห็นร่างสูงที่นั่งอยู่ ร่างโปร่งไปรินน้ำดื่มและเริ่มอุ่นกับข้าวกิน ฟรานเชสยังคงอยู่ในชุดเดิมเพราะเขาไม่มีชุดจะเปลี่ยน อันที่จริงก็อยากจะเปลี่ยนอยู่แต่ไม่รู้ว่าจะถามอีกฝ่ายอย่างไร ฟรานเชสมั่นใจว่าคริสตอฟยังโกรธอยู่และเขาก็ไม่อยากที่จะโดนดูถูกอีกแล้ว

 

สุดท้ายฟรานเชสก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป นั่งกินอาหารเช้าอยู่คนเดียวที่โต๊ะอาหารเล็กๆโดยมีสายตาคมจ้องมองตลอดเวลา คริสตอฟกำลังหาทางพูดกับอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีไม่ให้ตัวเองเสียหน้า คิดไปจนฟรานเชสกินข้าวเสร็จแล้วเดินกลับเข้าห้องไปก็ยังคิดไม่ออก สุดท้ายเลยตัดสินใจออกไปข้างนอกซักหน่อยแล้วค่อยหาทางกลับมาพูดอีกที

 

- - - - - - - - -

 

เมื่อได้ยินเสียงแว่วๆว่ามีคนเปิดประตูออกไป ฟรานเชสก็แง้มประตูห้องนอนเพื่อดูและพบว่าคริสตอฟไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว เขารีบใช้โอกาสนี้เดินออกไปจากห้องทันทีโดยไม่ลืมหยิบเงินสองร้อยที่ร่างสูงวางลืมทิ้งไว้บนโต๊ะไปด้วยเพื่อเป็นค่ารถ ร่างโปร่งลงมาถึงหน้าคอนโด โชคดีที่มีแท็กซี่มาพอดีเขาจึงรีบขึ้นไป ฟรานเชสบอกทางแท็กซี่จนไปถึงบ้านของเขา ตั้งแต่เขานั่งแท๊กซี่จากคอนโดไปบริษัทครั้งนั้นเขาก็รู้แล้วว่าคอนโดนี้อยู่ที่ไหน และมันก็ไกลจากบ้านเขาพอสมควรเลยทีเดียว ค่ารถที่หยิบมาได้ใช้อย่างคุ้มค่าเพราะราคาปาเข้าไปเกือบสองร้อย เมื่อฟรานเชสขึ้นมาถึงห้องของตนเองเขาก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ร่างโปร่งจัดการเปลี่ยนชุดแล้วนั่งลงบนฝูกนอนตัวเอง

 

เมื่อวานเขามีอะไรกับท่านประธาน จริงอยู่ที่เขารู้สึกไม่ค่อยดีเพราะเกือบโดนอดิศวรข่มขืนแต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทั้งๆที่เป็นสิ่งที่แทบจะเรียกได้ว่าการข่มขืนเหมือนกันแต่พอเป็นท่านประธานใจเขาถึงบอกว่าไม่เป็นไร แต่เขาก็ไม่อยากเก็บเรื่องพวกนี้ไปคิดมากนัก เขาไม่ได้จริงจังอะไรกับเรื่องเซ็กส์มากมาย ก็อย่างที่ว่า เขาเป็นคนตะวันตกและเห็นเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดามาก

 

ฟรานเชสเอนตัวแล้วหลับตาลงพลางนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวันก่อนเขาบอกท่านประธานไปว่าขอลาออกนี่นา สงสัยว่าพรุ่งนี้คงจะต้องไปยื่นจดหมายแล้วก็เก็บของ ยังไงก็ตามถึงท่านประธานจะมีพระคุณกับเขาแต่เขาก็ไม่อยากเจอท่านประธานอยู่ดี

 

นึกไปนึกมาก็จำได้ลางๆว่าเมื่อคืนเขาเป็นคนขอให้ท่านประธานกอด หน้าขาวขึ้นสีทันทีอย่างห้ามไม่อยู่แทบอยากจะตบหน้าตัวเองที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป

 

ก๊อกๆ

 

เสียงประตูขัดความคิดของฟรานเชส ร่างโปร่งลุกขึ้นไปและเปิดประตูออก อย่างน้อยเขาก็หวังว่าจะไม่ใช่คนของท่านประธาน

 

“ไฮ!”เสียงทักอย่างร่าเริงจากหญิงสาวตรงหน้าทำเอาฟรานเชสโล่งใจ

 

“ขอเข้าไปหน่อยสิ”สาวเจ้าเอ่ย ฟรานเชสเปิดประตูเพื่อให้อริสาได้เดินเข้ามา

 

“นายจะอยู่ที่เล็กๆเป็นรูหนูอย่างนี้ไปถึงเมื่อไร”อริสาเอ่ยถามนั่งลงที่พื้น

 

“ที่นี่สบายสำหรับผมแล้วล่ะครับ”ฟรานเชสนั่งลงตรงข้าม เขาเลื่อนโต๊ะเล็กๆมากั้นตรงกลาง อริสาหยิบเอกสารมากมายออกจากกระเป๋าที่เธอถือมาด้วย

 

“ผมไม่นึกว่าคุณจะมาด้วยตัวเอง”ฟรานเชสเอ่ยบอก

 

“เอกสารนี้เป็นความลับทั้งนั้นจะให้ฉันส่งอีเมลล์มาได้ยังไงล่ะ”อริสามองค้อนเล็กๆอย่างไม่จริงจังนัก เธอแยกเอกสารออกเป็นสี่กองตามแก๊งหลักทั้งสี่แก๊งแล้วหยิบกองแรกให้กับฟรานเชส

 

“นี่เป็นข้อมูลของโครเชีย นายลองเปิดอ่านดูละกัน แก๊งนี้ไม่มีอะไรมากหรอกก็อยู่อย่างสงบมาตลอดไม่มีเรื่องกับแก๊งอื่น”ฟรานเชสเปิดเอกสารออกเริ่มไล่สายตาไปตามตัวอักษร แก๊งนี้ไม่มีประวัติมีเรื่องกับแก๊งอื่นเลย อยู่อย่างสบายๆและสงบสุขอย่างไม่น่าเชื่อ มือเรียวไล่เปิดไปเรื่อยๆแต่แล้วก็เริ่มสะดุดใจอะไรบางอย่างเมื่อเปิดมาจนถึงหน้าเกือบสุดท้าย ข้อมูลทั้งหมดที่เขาอ่านมา ถ้ามันโดนเปิดอ่านอย่างไม่สนใจมันก็จะไม่มีความมายอะไร เป็นเพียงแค่แก๊งมาเฟียรักสงบแก๊งหนึ่ง แต่เมื่ออ่านทั้งหมดแล้ววิเคราะห์รวมกันเขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลซักเท่าไหร่

 

“มีอะไรหรือ”อริสาเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าของฟรานเชสแปลกไป อีกฝ่ายมีท่าทีครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

 

“เปล่าครับ”ฟรานเชสตอบ เขาเพียงแค่สงสัย ไม่อยากจะตีความไปโดยที่ยังไม่มั่นใจ มือเรียววางเอกสารข้อมูลของโครเชียลงและหยิบกองที่สองขึ้นมา

 

กองนี้เป็นข้อมูลของเหมันต์ ตามรายงานที่ได้เปิดอ่านฟรานเชสก็พอรู้ว่าเหมันต์กับคิมหันต์ตีกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ส่วนใหญ่ก็ไม่มีข้อมูลอะไรมากนอกจากการโจมตีด้วยแฮกเกอร์ของเหมันต์เมื่อสิบปีก่อนซึ่งเรื่องนี้ฟรานเชสก็รู้ดีอยู่แล้วเพราะเขานี่แหละที่เป็นคนลงมือเอง ดังนั้นข้อมูลของเหมันต์จึงไม่มีอะไรน่าสนใจเสียเท่าไหร่

 

ไม่ต่างกับข้อมูลของคิมหันต์ เรื่องส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนและการเติบโตเป็นใหญ่ของคิมหันต์ในตอนนี้ จากการอ่านรายงานฟรานเชสก็รู้ได้ว่าทั้งคิมหันต์และเหมันต์ค่อนข้างที่จะเป็นแก๊งที่ทำอะไรเปิดเผยอย่าตรงไปตรงมา ไม่ค่อยมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรมากนัก อย่างคิมหันต์มีแฮกเกอร์ก็ประกาศซะยิ่งใหญ่ว่าตัวเองมีแฮกเกอร์ให้แก๊งอื่นระวังตัวไว้ให้ดี ส่วนเหมันต์ก็ออกอาการต่อต่านคิมหันต์โดยสิ้นเชิงและแน่นอนว่าทั้งสองแก๊งก็อยู่ในช่วงประกาศสงครามกันมาตั้งแต่เรื่องคราวนั้น

 

สุดท้ายเป็นเอกสารของวาเลนติโน่ เหมือนว่าข้อมูลชองวาเลนติโน่ก็ใสสะอาดเหมือนกับโครเชีย เพียงแต่ววาเลนติโน่ดูเหมือนจะรุ่งเรืองกว่าเท่านั้น ตามประวัติ วาเลนติโน่ก็ไม่ได้มีเรื่องกับแก๊งไหนมาก่อนมีเพียงช่วงหลังเท่านั้นที่ไปจับมือทำธุรกิจกับเหมันต์ที่กลายเป็นว่าวาเลนติโน่ดูเหมือนร่วมมือกับเหมันต์ต่อต่านคิมหันต์ไปเสียอย่างนั้น ฟรานเชสไล่อ่านข้อมูลไปเรื่อยๆ เขาพบรายงานที่ค่อนข้างบ่งบอกถึงความเก่งกาจและรอบครอบของคริสตอฟอยู่มากมายเลยทีเดียว อันที่จริงก็นับว่าเขาเก่งมากกับการที่สามารถนำแก๊งเจริญรุ่งเรืองได้ถึงขนาดนี้ทั้งๆที่เพิ่งครองตำแหน่งมาได้เพียงสองปี

 

ถึงแม้ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าคิมหันต์จะเก่งกว่าเพราะแก๊งดูมีความเจริญมากกว่าแต่จากการอ่านข้อมูลทุกแก๊งฟรานเชสก็พบว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น คิมหันต์มุ่งเน้นเพียงแค่เรื่องการเอาชนะเพียงเท่านั้น เขามีประวัติที่ดีแค่ในด้านของการข่มแก๊งอื่นหรือการโจมตีแก๊งอื่นเท่านั้น นอกนั้นที่เขาสามารถมีเงินมากมายได้ก็เพราะการใช้อำนาจทั้งสิ้น คิมหันต์เอาแต่มุ่งกับการทำลายแก๊งอื่นและทะนงตนว่าเก่งโดยที่ไม่ได้มองเรื่องของธุริจใดๆเลย เขาเพียงแค่ต้องการครอบครองทุกแก๊งเท่านั้น

 

“เป็นอย่างไรบ้าง”อริสาเอ่ยถาม

 

“ดูเหมือนว่าตอนนี้แก๊งที่เป็นปัญหาคือคิมหันต์นะครับ”ฟรานเชสว่า

 

“อืม ใช่ ถ้าหยุดไม่ให้เขาระรานแก๊งอื่นได้ก็คงสงบกว่านี้เยอะแต่ว่าเขาไม่ยอมหรอกแบบว่าเป็นพวกแค้นฝังหุ่นน่ะ”ฟรานเชสพยักหน้ารับกับคำพูดนั้น

 

“ขอบคุณมากนะครับ”ฟรานเชสยื่นเอกสารทั้งหมดคืนให้กับอริสา

 

“คุณคงไม่ได้ให้ผมเก็บไว้หรอกใช่ไหม”

 

“ไม่ให้เก็บหรอก ใครเขาจะให้เก็บกัน”อริสายิ้มน้อยๆแล้วเก็บเอกสารทุกอย่างไปตามเดิม

 

“จะกลับเลยไหมครับ”ฟรานเชสลุกขึ้นทำให้อริสาต้องลุกขึ้นตาม

 

“ใจร้ายนะ พอได้สิ่งที่ต้องการก็ไล่ฉันกลับ”หล่อนสะบัดเล็กน้อยแต่ก็รู้กันว่าเป็นเพียงการเล่นขำๆเท่านั้น

 

“พูดแบบนั้นมันคิดได้สองแง่นะครับ”อริสาหัวเราะออกมาเสียงดัง ผู้ชายคนนี้ดูซื่อๆแต่ก็น่ารัก

 

“นายนี่นะ ฉันไม่อยู่หรอกมีงานอีกเยอะ ไปละ”อริสาโบกมือลา แล้วตรงดิ่งออกจากห้องไป ฟรานเชสกลับมานั่งคิดทบทวนถึงข้อมูลที่ตนอ่านไปเมื่อกี้แล้วตัดสินใจเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อหาข้อมูลเพิ่งเติม ทันใดนั้นเสียงสไกป์ในคอมพิวเตอร์ของเขาก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีคนวีดีโอคอลมา เมื่อมองชื่อแล้วเห็นว่าเป็นใครฟรานเชสก็กดรับและเริ่มสนทนากับคนในวีดีโอเป็นภาษาฝรั่งเศสทันที

 

- - - - - - - - - - - -

 

วันต่อมาร่างโปร่งตัดสินใจจะไปบริษัทพร้อมจดหมายหนึ่งซองกับลังหนึ่งใบ วันนี้เขาตั้งใจจะไปยื่นจดหมายลาออกและเก็บของส่วนตัว ฟรานเชสมาถึงที่ทำงานในเวลาปกติแต่เมื่อเขามาถึงโต๊ะทำงานกลับพบว่ามีโน้ตวางแปะไว้อยู่

 

“ท่านประธานเรียกพบว่ะ แกไปทำอะไรไว้วะ”โจพูดขึ้น ทุกคนในแผนกหันมามองฟรานเชสเป็นตาเดียว ดูจากปฏิกริยาก็รู้แล้วว่าทุกคนคงจะอ่านโน้ตนี้หมดแล้ว

 

“แกเอาลังมาทำไมวะ”เพื่อนที่นั่งตรงข้ามถาม ฟรานเชสไม่ตอบอะไรเพียงแต่หยิบซองขาวและกดลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นของท่านประธานทันที

 

เมื่อมาถึงก็เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรอเขาอยู่แล้ว เลโอกับแอนโทนินยืนรออยู่หน้าห้องยิ้มให้เขาเล็กๆเหมือนจะให้กำลังใจแล้วเปิดประตูให้เขาเข้าไปโดยที่ทั้งสองไม่ได้ตามเข้ามา เมื่อเข้ามาภายในห้องฟรานเชสก็พบว่าคริสตอฟมองมาทางเขาด้วยสายตาที่ดุดัน ร่างโปร่งก็แอบกลัวอยู่บ้างเล็กน้อยแต่ก็ทำใจกล้าเดินเข้าไปและวางซองขาวลงตรงหน้าของท่านประธาน

 

“ผมมายื่นใบลาออกครับ”ฟรานเชสว่า

 

ปัง!!

 

ร่างสูงทุบโต๊ะอย่างแรงแล้วลุกขึ้นยืน ท่าทางของคริสตอฟเหมือนโกรธจัด

 

“ใครสั่งให้นายกลับไป”ร่างสูงเอ่ยเสียงเย็น ฟรานเชสเผลอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ

 

“ผมอยากกลับ”ฟรานเชสตอบไปอย่างกล้าๆกลัวๆแต่เหมือนคริสตอฟจะยิ่งโมโห ร่างสูงเดินอ้อมโต๊ะมาแล้วจับแขนทั้งสองข้างของฟรานเชสอย่างแรง

 

“รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงขนาดไหน!!!”ร่างโปร่งถึงกับหน้าเหวอไปทันทีเมื่อได้ยืนคำพูดนั้น ท่านประธานบอกว่าเป็นห่วงเขางั้นหรอ? คริสตอฟถอนหายใจ อารมณ์โมโหจัดของเขาหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นฟรานเชสมายืนตรงหน้าเขาอีกครั้ง เขาโมโหเพราะฟรานเชสหายตัวไปจากคอนโดเขาตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าและงานเขาก็เข้าพอดีจนไม่มีเวลาได้ไปตามหา กว่าจะเสร็จงานก็เกือบเช้าจึงต้องมานั่งรออยู่ที่บริษัทนี่ เขากลัวว่าฟรานเชสจะเป็นอะไรไป กลัวว่าอดิศวรจะจับตัวไปอีกครั้ง

 

“ท่านครับ?”ฟรานเชสเรียกด้วยความสงสัย เขาไม่นึกมาก่อนว่าจะได้เจอคำพูดแบบนี้ เตรียมใจมาโดนด่าแท้ๆแต่สิ่งที่ได้กลับเป็นความเป็นห่วงเสียอย่างนั้น

 

“นายจะต้องไปอยู่กับฉัน”คริสตอฟเอ่ยอย่างบังคับ

 

“ทำไมล่ะครับ!”ฟรานเชสเถียงทันทีไม่เข้าใจว่าท่านประธานจะอยากให้เขาไปอยู่ด้วยอะไรนักหนา

 

“นายรู้ไหมว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในอันตรายขนาดไหน! ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าคนอย่างอดิศวรอยากได้อะไรมันก็ต้องได้และเมื่อคราวที่แล้วมันยังไม่ได้มันจะต้องมาตามล่านายอีกแน่!”คริสตอฟเอ่ยอย่างหงุดหงิด ทำไมฟรานเชสต้องเถียงเขาตลอด

 

“แล้วจะให้ผมไปอยู่กับท่านเฉยๆได้ยังล่ะครับ”ฟรานเชสถามขึ้นเมื่อคิดว่าสิ่งที่ท่านประธานพูดมามันก็เป็นความจริง ไอ้เขาก็ตัวคนเดียวบอกให้ย้ายไปก็ย้ายได้อยู่ถึงแม้ว่าจะไม่ชิน แต่การที่จะให้ไปอยู่บ้านคนอื่นเฉยๆมันก็ดูจะเสียมารยาทไปซักหน่อย

 

“ฉันบอกว่าได้ก็ได้ ไม่ต้องคิดมาก”คริสตอฟบอกเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นว่าฟรานเชสเริ่มยอมทำตาม

 

“แล้วก็ ฉันไม่อนุญาตให้นายลาออก”คริสตอฟหยิบซองขาวบนโต๊ะขึ้นมาแล้วฉีกมันทิ้งทันที

 

“วันนี้ไม่ต้องทำงาน ฉันจะให้นายย้ายของไปอยู่ที่บ้านของฉัน”คริสตอฟบอกจับมือฟรานเชสเดินออกไปจากห้อง         ฟรานเชสถึงกับมึนกับการกระทำที่แสนจะปุ๊บปั๊บไปมา เมื่อกี้เขาเพิ่งจะมายื่นใบลาออกหวังจะได้พ้นจากคนนิสัยไม่ดีอย่างท่านประธานแต่อีกวินาทีถัดมากลับกลายเป็นว่าเขาตกลงจะไปอยู่กับท่านประธานเสียอย่างนั้น ฟรานเชสรู้สึกตัวเองคิดผิดถนัดที่พูดออกไปเหมือนตกลงจะบอกท่านประธานว่ายังไม่ได้ตกลงก็คงจะโดนสวนกลับมา พอคิดไปมาว่าถ้าเขาไม่ได้ทำตัวผิดอะไรท่านประธานก็ค่อนข้างจะเป็นคนใจดี การอยู่ร่วมกับท่านประธานอาจจะเสี่ยงต่อการโดนดูถูกแต่อย่างน้อยก็คงดีกว่าการโดนจับไปอีกรอบแล้วกัน

 

“ไปหอ”คริสตอฟเอ่ยสั่งเพียงแค่นี้กับเลโอ เลขาหนุ่มก็รู้ทันทีว่าให้ไปหอของใคร นายท่านบอกเรียบร้อยแล้วว่าจะให้ฟรานเชสมาอยู่ด้วยซึ่งทั้งสองก็ยินดีเพราะก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภับของฟรานเชสอยู่เหมือนกัน

 

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหอของร่างโปร่ง ฟรานเชสขอตัวขึ้นไปเก็บของโดยที่บอกว่าห้ามใครตามเข้าไป ที่ฟรานเชสต้องพูดแบบนั้นเพราะว่าในห้องของเขามันมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อยู่มากมายเลยทีเดียวหากเข้ามาเห็นพวกเขาก็จะต้องสงสัยอย่างแน่นอน ฟรานเชสใช้เวลาแพ็คอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อยู่นานพอสมควรเพราะจะต้องทำให้มันกระทบกระเทือนน้อยที่สุด เมื่อออกมาจากห้องทั้งสามคนที่ยืนรออยู่ก็พบว่าฟรานเชสมีกระเป๋าสามใบ แอนโทนินและเลโออาสาจะถือให้แต่ฟรานเชสส่งให้ทั้งสองเพียงแค่ใบเดียวเท่านั้น ส่วนอีกสองใบร่างโปร่งยืนกรานว่าจะถือด้วยตัวเอง

 

เมื่อเก็บของใส่รถเรียบร้อยรถก็มุ่งหน้าตรงไปยังจุดหมายต่อไปทันที แต่เมื่อมาได้ประมาณครึ่งทางฟรานเชสก็เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

 

“นี่ไม่ใช่ทางไปคอนโดนี่ครับ”คริสตอฟหันมามองเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าการไปคอนโดเขาเพียงแค่สองครั้งจะทำให้ฟรานเชสจำทางได้ทั้งหมด

 

“ไม่ได้ไปคอนโด นายจะไปนอนที่บ้านฉัน”รางสูงว่าแต่นั่นก็ทำให้ฟรานเชสตกใจได้ไม่น้อย

 

“บ้านหรอครับ”คริสตอฟไม่ได้ตอบอะไรฟรานเชสก็เลยเงียบลง ร่างโปร่งได้แต่มองไปข้างทางแล้วไม่ถามอะไรอีก

 

ไม่นานนักก็ถึงที่หมาย ฟรานเชสพบว่าบ้านของคริสตอฟนั้นใหญ่มากทีเดียวจนถึงขั้นเรียกได้ว่าคฤหาสน์ แต่มันก็ไม่น่าแปลกอะไรเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงหัวหน้าแก๊งมาเฟีย เมื่อรถจอดสนิทตรงหน้าประตูทางเข้าบ้านคนใช้เป็นสิบก็รีบกรูกันออกมาอย่างเร่งรีบ

 

“ทำไมวันนี้นายท่านกลับเร็วล่ะคะ”หญิงสาวด้านหน้าสุดเอ่ยถามแต่ไม่มีคำตอบจากนายท่านของเธอ และเมื่อทุกคนลงมาจากรถเหล่าคนรับใช้ก็มองคนแปลกหน้าด้วยความสงสัยทันทีแต่ก็ไม่กล้าถามออกไป แอนโทนินถือกระเป๋าใบเดิมให้ฟรานเชสเพราะอีกสองใบฟรานเชสก็ยังคงยืนยันว่าจะถือเอง คริสตอฟเดินนำเข้าไปในบ้านตามด้วยคนทั้งสาม เมื่อมาถึงตรงกลางที่เป็นโซฟารับแขกขนาดใหญ่คริสตอฟก็เอ่ยขึ้น

 

“ต่อไปนี้คนๆนี้จะมาอยู่ในบ้านของฉัน ปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นเจ้านายคนหนึ่งและไปจัดห้องให้เขาด้วย”คริสตอฟเอ่ยสั่งรวดเดียว คนรับใช้แม้ว่าจะงงอยู่ว่าคนๆนี้เป็นใครแต่เมื่อได้ยินว่าให้ปฎิบัติเหมือนเป็นเจ้านายคนหนึ่งก็เข้าใจว่าคนๆนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นคนสำคัญของนายท่าน ดังนั้นทุกคนจึงรีบแยกย้ายไปทำหน้าที่ทันที

 

“แอนโทนิน เลโอพาเขาไปดูรอบๆบ้านถ้าห้องจัดเสร็จก็พาขึ้นไป ส่วนนายเดี๋ยวฉันจะไปหาที่ห้อง”คริสติฟสั่งก่อนจะหันมาพูดกับฟรานเชสแล้วเดินหายขึ้นไปที่ชั้นสอง

 

“เดี๋ยวผมพาไปดูรอบๆนะครับ”แอนโทนินยิ้มให้แล้วก็พาร่างโปร่งไปเดินชมตามคำสั่งทันที

 

 

 

 

 - - - - - - - - - - -  -


มาแล้ววววว หายไปนานมากๆ 55555

ฝากติดตามด้วยนะค้าาาา

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

1,547 ความคิดเห็น

  1. #1454 Tak Tak (@takpop) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 18:41
    นางเอกดีจนรับไม่ได้อ่ะพระเอกนี้ก็เหมือนคนมีประจำเดือน
    #1454
    0
  2. #1142 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 21:39
    ถึงขั้นพาไปอยู่บ้านเลยหรอแก ถ้าบอกไม่ชอบนี่จะด่าให้ แหมมมม
    #1142
    0
  3. #739 Boomm Wrn (@boomwrn66) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 23:29
    กิ๊บเก๋ไปอีก ชีวิตดี๊ดี
    #739
    0
  4. #343 Mbk Mbk (@2478516093) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 21:12
    หนูฟรานทำไมยอมง่ายๆอย่างนี้ล่าาาเค้าทำกับเราขนาดนั้นแท้ๆยังมาดูถูกอีกด้วย..เจ้ขัดใจอย่างแรง!!
    #343
    0
  5. #177 -3-Lucky (@1220noonar) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:47
    รักก็บอกกกก
    #177
    0
  6. #55 savingmode (@nirawansripodok) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 21:15
    รักเขาก็บอกไปสิ ไม่ใช่ทำชวนมาอยู่บ้านตัวเอง
    #55
    0
  7. #54 C29Sangdean (@C29Sangdean) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 20:58
    โอ๊ยๆๆ อัฟๆ
    #54
    0
  8. #53 Ployjajan (@Ployjajan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 20:27
    ง้าๆย้ายมาอยู่ด้วยกัลแว้ว
    #53
    0
  9. #52 Earthzaa_kpop (@earthzaa999) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 16:22
    ย้ายเข้าบ้านนนน>___<
    #52
    0
  10. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 11:31
    เราชอยอ่ะ สมกับที่รอ
    #51
    0
  11. #50 Black-Knight1200 (@Black-Knight1200) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 06:29
    ว้าว ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันด้วยยยย*////*
    #50
    0
  12. #49 AN_DSBP (@an_dsbp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 06:18
    มาอัพเร็วๆนะคะ! รออ่านตอนต่อไปอยู่ค่าาา!!! >[]<///
    #49
    0
  13. #48 อิงะเดะมอ (@himeji) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 05:23
    ย้ายเข้าบ้านด้วย หุหุหุ ดูท่าตำแหน่งนายหญิงจะเริ่มชัดขึ้นแล้ว หึหึหึ
    #48
    0