[YAOI]Devil...The heart of mafia ดวงใจมาเฟีย

ตอนที่ 7 : บทที่6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    10 ธ.ค. 58

บทที่6

 

ภายในรถนั้นเงียบสงบจนได้ยินแต่เสียงแอร์หึ่งๆ ร่างสูงของอดิศวรมองคนข้างกายที่นั่งเบียดประตูรถอีกฝั่งอย่างขำๆ อันที่จริงชายหนุ่มที่เขาลากมาด้วยกันก็ไม่ได้มีร่างกายบอบบางหรือเอวบางร่างน้อยเหมือนกับที่เขาชอบหิ้วเข้าโรงแรมประจำ แต่เขามีร่างกายเหมือนที่ชายหนุ่มสุขภาพดีทั่วไปควรจะมี เพียงแต่อาจจะดูเพรียวกว่าเล็กน้อยแถมยังนับได้ว่าเป็นคนตัวสูง อดิศวรไม่เคยบอกใครว่าเสป๊คของตัวเองเป็นอย่างไรแต่เมื่อดูจากพฤติกรรมการพาแต่เด็กหนุ่มตัวเล็กๆเข้าโรงแรมทุกคนก็ตีความไปว่าเขาชอบเด็กหนุ่มเอวบางร่างน้อยแถมหน้าหวานราวผู้หญิงแต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ มันก็ใช่อยู่ที่เขาชอบพาเด็กหนุ่มแบบนั้นเข้าโรงแรมเพราะมักจะจัดการได้ง่ายกว่าแต่โดยส่วนตัวแล้วถ้าเขาอยากได้ใครซักคนมาอยู่เคียงข้างเขาในฐานะนายหญิงของแก๊งแล้วล่ะก็ ก็ต้องมีรูปร่างหน้าตาแบบคนข้างๆเขาเนี่ยแหละ เอาเข้าจริงหัวหน้าแก๊งทุกคนน่ะก็ไม่ได้มีใครอยากจะเอาเด็กหนุ่มน่ารักๆมาอยู่เคียงข้างหรอกเพราะรู้ดีว่าเด็กหนุ่มพวกนั้นไม่สามารถที่จะช่วยงานอะไรเขาได้นอกจากเรื่องบนเตียงเท่านั้น

 

“หนาวหรือ”อดิศวรเอ่ยถามเมื่อเห็นอาการสั่นน้อยๆอันที่จริงก็คิดอยู่แหละว่าสมควรจะหนาวเพราะเสื้อเปียกโชกแถมยังต้องมานั่งเป่าแอร์ซ้ำ

 

“นิดหน่อยครับ”ฟรานเชสตอบทั้งๆที่เขารู้สึกว่าหนาวไปถึงขั้วกระดูก ลำพังแค่น้ำที่ราดตัวเขาก็เย็นอยู่แล้วบวกกับแอร์เข้าไปนี่คงไม่ต้องพูดถึง

 

“ถอดเสื้อออกสิจะได้ไม่หนาว อีกอย่างเสื้อเปียกแบบนั้นเดี๋ยวก็เป็นหวัด”อดิศวรว่าพลางขยับเข้ามาใกล้ มือของเขากระตุกเสื้อฟรานเชสเป็นเชิงสั่งให้ถอดซึ่งร่างโปร่งเองก็เห็นด้วยว่าถอดเสื้อออกไปน่าจะดีกว่าจึงปลดกระดุมและถอดเสื้อออก

 

อดิศวรดึงเสื้อเชิ้ตเปียกๆนั้นออกไปจากร่างโปร่งทำให้คนตรงหน้าเขาเหลือเพียงแค่เสื้อกล้ามเท่านั้น ไหล่ขาวนวลปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา แขนที่มีกล้ามเล็กน้อยนั่นชวนให้ขบกัดอย่างบอกไม่ถูก มือหนารีบถอดสูทของตัวเองแล้วคลุมให้บนไหล่ขาวเพราะกลัวตัวเองจะคิดไปไกลและเมื่ออีกฝ่ายได้สูทของเขาไปห่มก็กระชับเสียแน่นบ่งบอกว่าคงจะหนาวจริงๆ

 

“หรี่แอร์หน่อย”อดิศวรบอกกับคนขับรถ เขาสังเกตุเห็นแล้วว่าอุณหภูมิในห้องโดยสารนี้มันอยู่ที่ยี่สิบสองเพราะเขาเป็นคนขี้ร้อนแต่สำหรับคนอื่นคงไม่ชินโดยเฉพาะคนที่เพิ่งโดนน้ำเย็นราดมา

 

“ขอบคุณครับ”ฟรานเชสว่าก่อนหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ถ้าเป็นคนอื่นชายหนุ่มคงจะลงไม้ลงมือไปแล้วฐานไม่สนใจเขาแต่สำหรับคนนี้...อดิศวรอมยิ้มเล็กน้อย เขาชักถูกใจคนตรงหน้าขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นคนปกติคงจะออดอ้อนออเซาะเมื่อได้นั่งรถกับเจ้าพ่อมาเฟียที่มีแต่คนอยากได้อย่างเขาแต่คนข้างๆเขาไม่สนใจเขาเลยแม้แต่นิดเดียวราวกับว่าวิวข้างทางน่ามองมากกว่ามาเฟียผู้ทรงอิทธิพลเป็นไหนๆ อดิศวรยิ้มกับตัวเองอีกครั้งแล้วกลับไปนั่งดีๆในที่ของตัวเอง จะจีบคนที่ใช่ทั้งทีมันก็ต้องใจเย็นกันหน่อย...

 

ใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ฟรานเชสถูกบังคับให้นั่งรออยู่ในรถในระหว่างที่อดิศวรและลูกน้องโขยงหนึ่งพากันไปซื้อเสื้อมาคืนเขา โดยเหตุผลที่ชายหนุ่มหัวหน้าแก๊งคิมหันต์ไม่ยอมให้ฟรานเชสไปด้วยก็เพราะเขาไม่อยากให้ใครเห็นผิวขาวๆของคนที่นั่งรถมาด้วยนั่นแหละ ฟรานเชสนั่งอยู่ในรถกับคนขับรถที่นั่งเป็นหุ่นนิ่ง ฟรานเชสไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ยอมให้เขาลงไปด้วยและเขาก็ไม่คิดจะถามเพราะเขาขี้เกียจจะพูดคุยกับคนที่ไม่รู้ว่าอยากได้อะไรจากเขากันแน่ ลากเขาขึ้นรถมาแบบที่เขาไม่ยินยอมแถมยังทำท่าทางเหมือนตัวเองใหญ่คับโลกสั่งได้ทุกอย่าง แต่...ก็ใหญ่จริงๆล่ะนะ เมื่อนั่งมาในรถเมื่อครู่ฟรานเชสก็เพิ่งนึกออกว่าเคยเจอคนๆนี้อยู่บ่อยครั้งในโทรทัศน์เหมือนกับว่าเขาเป็นบุคคลทรงอิทธิพลทางใต้หรืออะไรซักอย่างเพราะตอนดูทีวีก็ไม่ได้สนใจฟังมากนัก ฟรานเชสได้แต่รอนิ่งๆอยู่บนรถนานสองนานกว่าอดิศวรจะกลับมา และเมื่อชายหนุ่มกลับมาถึงก็เข้ามาในรถแล้วยื่นถุงเสื้อให้กับเขา เมื่อฟรานเชสรับมาดูก็ถึงกับผงะเมื่อเห็นเสื้อเชิ้ตยี่ห้อดีราคาแพงอยู่ในนั้นกว่าสิบตัว

 

“ทำไมถึงเยอะขนาดนี้ล่ะครับ”ร่างโปร่งถาม ไม่เห็นคนตรงหน้าเขาจะต้องซื้อให้มากมายขนาดนี้แถมราคาแต่ละตัวของมันก็แพง รวมๆกันก็คงพอๆกับเงินเดือนเขาเลยทีเดียว

 

“ก็เป็นค่าตกใจแล้วก็ค่าเสียเวลา”อดิศวรบอกพร้อมสั่งขนขับรถให้กลับไปส่งฟรานเชสที่บริษัท

 

“ไม่ต้องหรอกครับ ตัวเดียวก็เกินพอแล้ว แล้วผมก็ไม่ได้ตกใจอะไรด้วย”ฟรานเชสรีบบอกเขาไม่สามารถรับไว้ได้จริงๆมูลค่ามันมากกว่าที่เขาควรจะได้

 

“เอาไปเถอะ ถือว่าฉันให้”อดิศวรตัดบททำให้ฟรานเชสต้องจำใจรับถุงนั้นมาถึงแม้ว่าจะเกรงใจมากเลยทีเดียว

 

“ใส่ซะสิ อยากเดินใส่เสื้อกล้ามเข้าบริษัทหรอ”ชายหนุ่มว่ามองคนที่เอาแต่มองเสื้อในมืออย่างยิ้มๆ ฟรานเชสรีบดึงสูทของอีกฝ่ายออกจากไหล่แล้วส่งคืนให้เจ้าของก่อนที่จะสวมเสื้อตัวใหม่เข้าไป ผ้าเนื้อดีเมื่อสัมผัสลงมาก็เรียบลื่นอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน นี่เองสินะของที่พวกคนรวยเขาใช้กัน

 

เมื่อฟรานเชสสวมเสื้อเสร็จเขาก็พับเสื้อที่เปียกของตัวเองใส่รวมเข้าไปในถุง รถคันหรูเงียบไปตลอดระยะทางจนถึงบริษัท คราแรกฟรานเชสบอกว่าไม่ต้องลงมาส่งแต่อีกฝ่ายก็ยังยืนยันที่จะลงมาให้ได้ ทั้งสองมาหยุดยืนหน้าประตูบริษัทแล้วฟรานเชสก็โค้งให้

 

“ขอบคุณมากนะครับ”ร่างโปร่งว่าก่อนจะหันหลังเตรียมเดินเข้าบริษัทแต่แขนก็โดนอีกฝ่ายรั้งไว้ซะก่อน

 

“เดี๋ยวก่อน”แล้วไม่ใช่การรั้งเบาๆอีกด้วยเมื่อร่างโปร่งชนแผ่นอกของอีกฝ่ายอย่างจัง แขนของอดิศวรจับข้อมือทั้งสองข้างของ ฟรานเชสไว้ไม่ให้ขยับหนีแล้วก้มลงประทับปากกับแก้มขาวใสที่เขาเล็งมานานอย่างจังทำเอาคนในอ้อมแขนนิ่งไปทันที

 

“ขอโทษอีกครั้งนะ แล้วก็นี่นามบัตรของฉัน มีอะไรก็ติดต่อมาได้”ฟรานเชสรับนามบัตรนั้นมาโดยที่ยังยืนแข็งอยู่เกิดมาเขาไม่เคยมีคนมาทำแบบนี้เลย

 

“นายชื่ออะไร”อดิศวรถามปล่อยวงแขนออก

 

“ฟรานเชสครับ”ร่างโปร่งตอบเสียงเบา ยังคงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้

 

“งั้นฉันไปก่อนนะฟรานเชส ไว้จะโทรมาหา”มือใหญ่ขยี้หัวฟรานเชสเล็กน้อยแล้วเดินกลับขึ้นไปบนรถ ฟรานเชสยังคงนิ่งอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งรถคันหรูลับสายตาไป มือเรียวยกนามบัตรขึ้นมาดูและในนั้นก็ระบุชื่อของคนที่มาฉกหอมแก้มเขาไป

 

อดิศวร ฟรานเชสทวนชื่อนั้นในใจแล้วเก็บนามบัตรใส่กระเป๋า จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าอดิศวรต้องการอะไรถึงมาทำดีกับเขามากมายแถมยังทำแบบนั้นอีก ทันใดนั้นก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนตัวเองฝากคอมมาแก้ไวรัส ขาเรียวรีบเดินเข้าไปในบริษัททันที

 

“ขอโทษนะครับ เห็นโน้ตบุ๊คแถวๆประตูบ้างไหมครับ”ฟรานเชสถาม เขาจำได้ว่าก่อนที่จะโดนลากไปเขาวางโน้ตบุ๊คไว้ใกล้ๆกับประตู พนักงานประชาสัมพันธ์สาวที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะไม่ไกลจากประตูยิ้มรับและส่งโน้ตบุ๊คให้ ฟรานเชสรีบกล่าวขอบคุณแล้วเดินออกมา

 

“นี่”เสียงพนักงานสาวดังขึ้นทำให้ร่างโปร่งต้องหันไปมอง

 

“ถ้าเกิดว่าคุณอดิศวรเขาอยากจะจีบเธอ เธอก็ลองเปิดใจรับเขาดูหน่อยนะ มีคนใหญ่คนโตมาจีบเนี่ยไม่ได้มีโอกาสกันง่ายๆนะ”สาวเจ้าขยิบตาให้แล้วยิ้มกว้าง ฟรานเชสถึงกับหน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที พูดแบบนี้แสดงว่าเจ้าหล่อนก็เห็นฉากที่หน้าตึกเมื่อกี้น่ะสิ! ฟรานเชสได้แต่พยักหน้ายิ้มเจื่อนๆแล้วรีบขึ้นลิฟท์ไปโดยที่ไม่รู้เลยว่านอกจากสาวพนักงานประชาสัมพันธ์ที่เห็นแล้วยังมีใครบางคนเห็นอีกด้วย...

 

- - - - - - - - - - -

 

“ไปแก้ไวรัสถึงโลกไหนเนี่ย!ช้าชะมัด!”โจบ่นทันทีเมื่อฟรานเชสวางโน้ตบุ๊คลงบนโต๊ะ เขาฝากคอมอีกฝ่ายไปตั้งแต่บ่ายจนตอนนี้ใกล้จะเลิกงานอยู่แล้วเพิ่งจะกลับมา

 

“ขอโทษครับ บังเอิญฝ่ายไอทีเขาไม่ค่อยว่าง”ร่างโปร่งพูดปดออกไป แล้วค่อยๆนั่งลง

 

“ดีนะที่วันนี้ฉันไม่มีงานอะไรต้องทำในคอม ไม่งั้นแกเจอดีแน่ไอ้ฟรานเชส”โจบ่น ฟรานเชสไม่ได้สนใจนักเขาเสียเวลาไปมากกับการไปห้างดังนั้นวันนี้เขาคิดว่าตัวเองต้องอยู่บริษัทดึกเพื่อเคลียร์งานสำหรับวันนี้ให้เสร็จ  คิดแล้วร่างโปร่งก็จัดการลงมือทำงานที่คั่งค้างไว้ต่อทันที

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เงยหน้าขึ้นมาอีกทีไฟก็ปิดเกือบหมดจนเหลือแต่แสงสว่างแค่ที่โต๊ะของเขา ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองนาฬิกาและมันก็แสดงเวลาทุ่มห้าสิบ งานของเขาเกือบเสร็จแล้วเหลืออีกไม่มากและเมื่อเวลายังไม่ดึกมากนักฟรานเชสจึงตัดสินใจก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่ในขณะที่เขากำลังจะพิมพ์เอกสารต่อเก้าอี้ที่นั่งก็ถูกกระชากจนร่างโปร่งเกือบตกลงมาโชคดีที่มีแขนใครบางคนยันคร่อมตัวเขาไว้ก่อน

 

“ท่านประธาน?”ดวงตาสีฟ้ามองคนตรงหน้าอย่างงงๆ เขาเพิ่งได้เห็นท่านประธานในรอบสองเดือนและก็มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดแน่นอน เอ๊ะ อาจจะทำผิดนิดหน่อยตอนเล่นสนุกเมื่อกลางวันแต่ท่านประธานก็ไม่มีทางรู้เพราะเขาลบข้อมูลทุกอย่างที่จะเชื่อมโยงถึงตัวเขาได้หมดแล้ว รวมถึงภาพในกล้องวงจรปิดด้วย...

 

“จูบของอดิศวรเคลิ้มเคลิ้มดีมั้ย?”ใบหน้าร่างสูงตอนนี้บอกได้ว่าเหี้ยมเกรียมและดุดันจนฟรานเชสทำตัวไม่ถูก ยิ่งประโยคที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมายิ่งทำให้เขาหน้าซีด ...ท่านประธานเห็น...

 

“อยู่หน้าบริษัทขนาดนั้นอย่านึกว่าฉันไม่เห็น ทีหลังถ้าจะพลอดรักกันก็ไปที่ลับตาคนหน่อยนะ!”เสียงเข้มกระแทกอย่างไม่พอใจ ที่เขามาหาร่างโปร่งตอนนี้ก็เพื่อมาแดกดันเรื่องนี้โดยเฉพาะ ตอนนี้เขาเครียดจะตายอยู่แล้วกับเรื่องบาดหมางระหว่างแก๊งแต่คนในบริษัทของเขากลับไปญาติดียืนพลอดรักกันอยู่ในบริษัทหน้าตาเฉย!

 

“ผมกับคุณอดิศวรไม่ได้เป็นอะไรกันนะครับ”ฟรานเชสบอกสิ่งที่เขากลัวไม่ใช่ว่ากลัวท่านประธานจะโมโหเรื่องนี้แต่เขากลัวว่าท่านประธานจะสงสัยเขาอีกหรือเปล่าเพราะเท่าที่รู้เหมือนกับว่าทั้งสองจะเป็นศัตรูกันแล้วเขาก็ไปทำแบบนั้นกับคนที่เป็นศัตรูของเจ้านายตัวเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วคริสตอฟรู้ตัวไส้ศึกไปเมื่อเดือนที่แล้ว

 

“ไม่ได้เป็นอะไรกัน เหอะ! แล้วที่ฉันเห็นมันคืออะไร!!!”ชายหนุ่มตวาดลั่น ตอนที่เขาเห็นเห็นเขาโมโหอย่างมากจนแทบจะพังประตูแล้วออกไปกระชากตัวลูกน้องคนนี้ให้กลับเข้ามา มือหนาผลักเก้าอี้ที่เท้าอยู่อย่างแรงจนไปกระแทกกับโต๊ะด้านหลัง

 

“ถ้าอยากจะรักกับมันนักก็ย้ายไปอยู่บริษัทมันสิ!อยู่ที่นั่นนายอาจจะได้ตำแหน่งที่ดีกว่าพนักงานระดับล่างนี่ก็ได้นะ”ร่างสูงพูดด้วยสีหน้าประชดประชัน ฟรานเชสไม่เข้าใจสิ่งที่คริสตอฟพูด หมายความว่ายังไงที่เขาอาจจะได้ตำแหน่งที่ดีกว่า? และเมื่อคริสตอฟเห็นใบหน้าที่แสดงความไม่เข้าใจนั้นแล้วเขาก็เอ่ยออกมา

 

“อยู่ที่นี่ก็เป็นได้แค่พนักงานระดับล่างแต่อยู่ที่นั่นนายจะได้เป็นถึงภรรยาประธานบริษัทเชียวนะไม่สนใจหรอ?”รางสูงยิ้มเยาะ

 

“ผมไม่สนครับ ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้เป็นอะไรกับคุณอดิศวร”ฟรานเชสปฏิเสธเขาไม่ค่อยชอบใจนักที่ท่านประธานพูดประชดเขา

 

“อยู่ฟรี กินฟรี หน้าที่ก็ไม่มีแค่อ้าขาให้ตอนกลางคืนก็พอ มันไม่ดีตรงไหน”

 

ผลั่ก!!

 

คริสตอฟหันมาอย่างตกใจไม่นึกว่าคนที่ดูไร้เดียงสาจะกล้าลุกขึ้นมาต่อยเขาแบบนี้ ดวงตาคมจ้องมองไปยังด้านหน้าและเขาก็ได้เห็นใบหน้าที่โกรธจัดของฟรานเชสเป็นครั้งแรก ร่างโปร่งกำหมัดแน่น ดวงตาสีฟ้าไม่ฉายแววสดใสเป็นมิตรเหมือนที่เคยแต่มันกลับแข็งกร้าวและดุดันจนแม้แต่คริสตอฟยังประหลาดใจ

 

“ผมไม่ทราบว่าท่านโมโหอะไร! แต่ท่านก็ไม่ควรพูดจาดูถูกผมแบบนี้!!”เสียงของฟรานเชสไม่เหมือนฟรานเชสคนเดิม คริสตอฟผงะไปเล็กน้อยเมื่อคนที่เตี้ยวกว่าเดินเข้ามาเหมือนจะต่อยเขาอีกครั้ง

 

“ผมก็เป็นคน ผมก็มีศักดิ์ศรี!ผมบอกแล้วว่าผมกับคุณอดิศวรไม่ได้เป็นอะไรกัน!”ฟรานเชสผลักคริสตอฟอย่างแรงจนร่างสูงชนกำแพง และแน่นอนว่าคนที่ใหญ่โตมีอิทธิพลจนคนอื่นไม่กล้าแตะต้องคงไม่พอใจกับการกระทำแบบนี้ ร่างสูงจับข้อมือทั้งสองของฟรานเชสที่ทำท่าจะผลักเขาอีกรอบแน่นแล้วเหวี่ยงไปอีกทาง

 

“แล้วที่ฉันเห็นมันคืออะไร!!หลักฐานคาตายังจะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน!อย่ามาแก้ตัวหน้าด้านๆหน่อยเลย!”คริสตอฟตวาดหนักขึ้นไปอีก

 

“ไม่ต้องพยายามปิดบังให้ยาก!!ประเจิดประเจ้อ!!หน้าไม่อาย!!”ร่างสูงด่าทอต่างๆนาๆใส่ฟรานเชสจนร่างโปร่งยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก สุดท้ายมือเรียวก็ผลักท่านประธานของตัวเองอีกครั้งแล้วยื่นคำขาด

 

“ถ้าท่านอยากให้ผมไปอยู่กับคุณอดิศวรนักผมก็จะไป!!!ผมขอลาออก!จะได้ไม่ต้องมาเจอกับคนแบบท่านอีก!!!”ว่าแล้วร่างโปร่งบางก็รีบกวาดทุกอย่างลงในกระเป๋าแล้วเดินออกไป

 

“จะไปไหน!”คริสตอฟคว้าข้อมือฟรานเชสไว้ เขายังคุยไม่จบ และยังไม่ได้แดกดันเรื่องถุงเสื้อผ้านั้นด้วย แต่คำที่ฟรานเชสตอบกลับมาทำเอาร่างสูงชะงักไป

 

“ไปอ้าขาให้คุณอดิศวรไงครับ!!”ร่างโปร่งสะบัดมือออกแล้ววิ่งออกไปทันที เขาไม่อยากจะเจอคนแบบท่านประธานอีกแล้ว ตั้งแต่เมื่อสองเดือนที่แล้วที่ท่านประธานสงสัยเขานักหนาเขายังพอทนได้เพราะแอนโทนินกับเลโอยังคอยเป็นห่วงเขาแต่ตอนนี้เขาไม่อยากจะทนกับคนแบบนี้แล้วจริงๆ คนที่ดูถูกเขาแบบนี้...ทั้งๆที่วันนี้เขาเป็นคนช่วยอีกฝ่ายไว้แท้ๆ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ จะไปว่าอะไรท่านประธานก็ไม่ได้ในเมื่อเขาเป็นคนลบหลักฐานทุกอย่างออกเอง

 

กริ๊ง

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเมื่อฟรานเชสออกมาที่หน้าบริษัท ร่างโปร่งหยิบมันขึ้นมาดูและพบว่าเป็นเบอร์แปลกแต่ก็ตัดสินใจกดรับ

 

“สวัสดีครับ”ฟรานเชสเอ่ยพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติ

 

สวัสดียามดึก ทำงานเหนื่อยไหมเสียงปลายสายดังขึ้นซึ่งฟรานเชสก็จำได้ดีว่าเสียงนี้เป็นเสียงของใคร...คุณอดิศวร...

 

“ไม่หรอกครับ คุณอดิศวรโทรมามีอะไรหรือเปล่าครับ”ถึงแม้ฟรานเชสจะแปลกใจเล็กน้อยที่อดิศวรมีเบอร์ของเขาแต่พอนึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้มีอิทธิพลและเป็นมาเฟียแค่เบอร์โทรศัพท์ก็คงหาได้ง่ายๆอยู่แล้ว

 

ไม่มีหรอก แค่จะชวนมานั่งรถเล่น นายว่างหรือเปล่าอดิศวรเอ่ย ฟรานเชสทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ชวนเขาไปนั่งรถเล่นอย่างนั้นหรือ? แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้หยุดคิดเรื่องท่านประธาน เมื่อคิดได้ดังนั้นฟรานเชสจึงตอบรับไป

 

“ว่างครับ จะให้ผมไปเจอคุณที่ไหน”ฟรานเชสถาม

 

เดี๋ยวฉันไปรับ บังเอิญผ่านทางบริษัทนายพอดี แล้วเจอกันพูดจบก็ตัดสายไป ฟรานเชสจึงได้แต่นั่งรออยู่ตรงหน้าบริษัท ไม่นานนักก็มีรถคันหรูคันหนึ่งมาจอดเทียบและร่างสูงที่เพิ่งเจอกันไปเมื่อบ่ายก็ปรากฏตัวขึ้น

 

“รอนานไหม”อดิศวรยิ้มทักทาย ฟรานเชสส่ายหน้าเป็นคำตอบหลังจากนั้นเขาก็ขึ้นรถไปกับอดิศวรทันที

 

- - - - - - - -

 

“เลโอ นั่นมันฟรานเชสนี่หว่า”แอนโทนินเอ่ยขึ้นขณะมองผ่านกระจกลงไปยังหน้าบริษัท เขาหันไปถามคู่หูของตอนที่กำลังมองอยู่เหมือนกัน

 

“ใช่ ทำไมถึงไปคุณอดิศวรได้นะ”เลโอเอ่นขึ้นอย่างไม่เข้าใจ คุณอดิศวรไปรู้จักกับฟรานเชสตอนไหนเขายังรู้เลย

 

“เขาไปรู้จักกันตอนไหนวะ”แอนโทนินถามในสิ่งที่เลโอกำลังคิดพอดีซึ่งชายหนุ่มอีกคนก็ได้แต่ส่ายหน้าตอบ แล้วทั้งสองคนก็ยืนสันนิษฐานไปต่างๆนาๆจนกระทั่งเจ้านายของพวกเขากลับขึ้นมาบนห้องทำงานอีกครั้งหลังจากบอกว่าจะลงไปดูงานชั้นล่างนิดหน่อย แต่ทั้งสองก็ต้องแปลกใจเมื่อหันไปพบกับใบหน้าที่ดูทั้งโกรธทั้งเสียใจของหัวหน้าตน

 

“นายท่าน...เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”เลโอเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน

 

“เปล่า”ถึงเสียงห้วนจะตอบขึ้นมาแบบนั้นแต่ทั้งสองก็รู้ดีถึงความผิดปกติ

 

“นายท่านไปเจอเรื่องอะไรมาหรือครับ”แอนโทนินถามบ้างและเหมือนจะจี้จุดเพราะนายท่านของเขาชะงักไปเล็กน้อย

 

“ไม่เกี่ยวกับพวกนาย”คริสตอฟบอกปัด เรื่องนี้มันเหมือนปัญหาส่วนตัวเสียมากกว่าจึงไม่อยากบอกลูกน้องไปให้มากความ เมื่อแอนโทนินและเลโอได้ยินแบบนั้นก็เข้าใจว่าคงเป็นเรื่องที่นายท่านไม่อยากบอกจึงเปลี่ยนเรื่องคุยและนึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องที่พวกเขาเห็นเมื่อกี้

 

“จะว่าไปแล้วเมื่อกี้ผมกับเลโอเห็นฟรานเชสขึ้นรถไปกับคุณอดิศวรด้วยล่ะครับ”แอนโทนินเอ่ยแต่นั่นกลับทำให้นายท่านของเขาหน้าบึ้งตึงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดแล้วเงยหน้ามองเลขาของเขาทันที

 

“ไปกับอดิศวร!?”คริสตอฟถามเสียงดังทำเอาเลขาทั้งสองคนตกใจ ภายในใจคิดไปว่าหรือว่าฟรานเชสจะไปทำอย่างที่พูดจริงๆ แต่เมื่อกี้ดูท่าทางก็เหมือนจะแค่ประชดเขาเฉยๆนี่!

 

“นายท่านเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”เมื่อเห็นคริสตอฟดูตกใจมากกว่าปกติเลโอจึงถามขึ้น พวกเขากำลังสงสัยว่าเรื่องส่วนตัวของนายท่านที่นายท่านไม่ยอมเล่านี่จะเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า

 

“เปล่า”แต่คริสตอฟก็ยังตอบกลับไปเหมือนเดิม

 

“นายท่านครับ เรื่องของนายท่านเกี่ยวกับฟรานเชสใช่ไหมครับ”แอนโทนินลองถามดูแล้วมันก็ได้ผลเมื่อคริสตอฟหันมามองหน้าเขาตรงงๆ

 

“นายท่านครับเกิดอะไรขึ้นหรือครับ”เลโอกับแอนโทนินเมื่อเห็นดังนั้นก็รับรู้ทันทีว่าที่พวกเขาสงสัยมันถูกต้อง พวกเขาอยู่กับคริสตอฟมานานจนรู้ได้ทุกการกระทำแล้ว

 

ร่างสูงไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเล่าดีหรือไม่ ถ้าไม่เล่าเขาก็จะต้องปล่อยให้ฟรานเชสไปกับอดิศวรและไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างเพราะพูดตามตรงถึงเขาจะด่าว่าอีกฝ่ายไปเสียขนาดนั้นแต่เขาก็เป็นห่วงอยู่ไม่น้อย อดิศวรเป็นพวกอยากได้อะไรก็ต้องได้ ถ้าทั้งสองไม่ได้เป็นคนรักกันจริงๆงั้นก็แสดงว่าอดิศวรตามจีบฟรานเชสอยู่ ซึ่งการเปิดโอกาสไปตอนกลางคืนสองต่อสองกับอดิศวรไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยแม้แต่น้อย เขารู้กิติศัพท์ของอดิศวรมาเป็นอย่างดีในเรื่องนี้ คนๆนั้นจะไม่ปล่อยให้ของที่ตัวเองหมายตาพลาดไปง่ายๆ สุดท้ายเนื่องด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไปดูถูกร่างโปร่งไว้ คริสตอฟจึงยอมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลูกน้องทั้งสองของเขาฟัง และเมื่อเลโอกับแอนโทนินฟังจบทั้งสองก็เบิกตาโตขึ้นมาทันที

 

“งั้นเราก็ต้องรีบไปช่วยคุณฟรานเชสแล้วนะครับ!!”แอนโทนินว่าอย่างตกใจ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อดิศวรเป็นคนยังไงคนในวงในทุกคนย่อมรู้ดี ยิ่งปล่อยคนที่ไร้เดียงสาอย่างฟรานเชสไปทุกอย่างมันจะยิ่งแย่

 

“คุณอดิศวรท่าทางจะถูกใจฟรานเชส นายท่านรีบไปช่วยเถอะครับ”เลโอว่าขึ้นบ้างในใจเขาก็ร้อนรุ่มไม่ต่างจากอีกสองคน

 

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”คริสตอฟถามอยู่ดีๆเขาก็สมองตื้อเสียอย่างนั้น

 

“ถ้าเขาจะพาฟรานเชสไปก็คงเป็นที่โรงแรมของเขาในเขตใต้ เราลองไปที่นั่นดูดีไหมครับ!”แอนโทนินว่า ซึ่งทั้งสองคนก็เห็นด้วย แล้วทั้งหมดก็รีบวิ่งไปที่รถทันที

 

- - - - - - -  -

 

“หนาวมั้ย”อดิศวรถามซึ่งฟรานเชสก็ส่ายหน้าตอบจริงๆวันนี้เขาสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมอดิศวรถึงเป็นคนขับรถมาเองไม่มีคนขับรถมาอย่างทุกที

 

“ทำไมขับรถมาเองล่ะครับ แล้วลูกน้องของคุณ..”

 

“ฉันออกมาทำธุระส่วนตัวน่ะ กำลังจะกลับบังเอิญคิดถึงนายเสียก่อนเลยโทรหา”อดิศวรว่าซึ่งฟรานเชสก็พยักหน้ารับไปในใจกำลังสงสัยว่าทั้งคำพูดและการกระทำเมื่อบ่าย นี่อดิศวรกำลังจีบเขาอยู่หรือ?

 

“ฉันจะพาไปดูเขตใต้ที่ฉันปกครองอยู่ สวยอย่าบอกใครเลยล่ะ”อดิศวรยิ้มให้แล้วยอเขตตัวเองเล็กน้อย ฟรานเชสยิ้มตอบแล้วนั่งนิ่งเหมือนเดิม ป่านนี้ท่านประธานคงจะดีใจอยู่มั้งที่เขาพูดแบบนั้นไปเพราะนั่นเป็นความต้องการของท่านประธาน ตัวเขาเองที่พูดออกไปแบบนั้นก็เพื่อจะประชดล้วนๆไม่ได้มีความหมายอย่างที่พูดซักนิด แต่คิดแล้วก็ทั้งโมโหทั้งเสียใจ ที่ผ่านมาเขาก็ทำตัวเป็นพนักงานที่ดีมาตลอดแต่ทำไมคริสตอฟถึงไม่เคยเห็นค่าของเขาบ้าง เขาขยันทำงาน ส่งงานตรงเวลาและทำงานเรียบร้อยอยู่เสมอ แต่ก็อย่างว่า เขาเป็นแค่พนักงานระดับล่าง การทำงานของเขาหรือผลงานของเขามันคงไปไม่ถึงท่านประธานบริษัทหรอก

 

“เศร้าอะไรอยู่หรือ”เสียงขัดทำเอาฟรานเชสตกใจเล็กน้อย เขาหันไปมองหน้าอดิศวรที่กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน

 

“ผมหรือครับ”ฟรานเชสชี้หน้าตัวเองอย่างงงๆ

 

“ก็ใช่น่ะสิ นายน่ะทำหน้าตาไม่ดีมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”อดิศวรว่าแค่มองหน้าเขาก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายมีเรื่องหนักใจ

 

“หรอครับ ขอโทษครับ”แต่ฟรานเชสกลับขอโทษซะงั้น ทำเอาร่างสูงไปต่อไม่ถูก

 

“ไม่ๆ นายไม่ได้ผิดอะไรซักหน่อย เล่าให้ฉันฟังได้ไหมว่าเศร้าอะไรอยู่”อดิศวรถามต่อในมือเอื้อมไปเลื่อนเกียร์

 

“ผม...ทะเลาะกับท่านประธานน่ะครับ”เมื่อได้ยินคำตอบอดิศวรถึงกับเลิกคิ้วสงสัย ถ้าท่านประธานที่ว่าหมายถึงประธานบริษัทงั้นก็แสดงว่าทะเลาะกับไอ้คริสตอฟอย่างนั้นหรือ

 

“คริสตอฟน่ะหรอ”อดิศวรเอ่ยถามซ้ำ ซึ่งฟรานเชสก็พยักหน้ารับ

 

“ทะเลาะอะไรกันน่ะ”ในใจชายหนุ่มก็นึกขำอยู่ไม่น้อยเมื่อนึกภาพผู้ชายที่แสนจะหยิ่งยะโสคนนั้นกำลังทะเลาะกับพนักงานตำแหน่งเล็กๆในบริษัทคนหนึ่ง

 

“เขาดูถูกผม เขาบอกว่าผมน่าจะย้ายไปทำงานกับคุณเพราะหน้าที่ผมจะมีแค่อ้าขาให้คุณอย่างเดียว”คราวนี้อดิศวรเลิกคิ้วหนักกว่าเดิม พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายที่เขาหอมแก้มคนข้างๆที่บริษัทก็พอจะเข้าใจขึ้นมาทันทีว่า ไม่แน่ คริสตอฟอาจจะเห็นฉากนั้นก็เป็นได้ มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ในใจชื่อชมศัตรูว่าช่างรู้จักดีเหลือเกิน

 

“ไม่ดีเลยนะแบบนี้”ถึงในใจจะคิดอีกอย่างแต่ก็พูดไปอีกอย่าง เขาหวังกับคนนี้ไว้เพราะฉะนั้นก็ต้องทำตัวดีๆหน่อย

 

“ครับ ผมโมโหเขามากเลย”ฟรานเชสว่า

 

“อืม...แต่เขาก็พูดถูกนะ”

 

“หมายความว่ายังไงครับ”ฟรานเชสเงยหน้ามองคนพูดทันทีแล้วก็ต้องพบกับสายตาเจ้าเล่ห์ระยับในระยะประชิด

 

“ก็หมายความว่าถ้านายมาทำงานกับฉัน นายก็ต้องอ้าขาให้ฉันทุกวันจริงๆน่ะสิ”พูดจบร่างโปร่งก็รู้สึกถึงผ้าที่มีกลิ่นอะไรบางอย่างโปะเข้ามาอย่างเต็มแรงตรงจมูกกับปากแล้วไปนานนักสติของเขาก็หายไป

 

อดิศวรมองคนข้างๆเขาอย่างพอใจ เขาอยากได้คนๆนี้มาก แต่ถึงอยากจะอ่อนโยนค่อยเป็นค่อยไปด้วยขนาดไหนสันดานเก่ามันก็แก้ไม่หายจริงๆ งั้นเอาเป็นว่าเริ่มจากการผูกมัดด้วยร่างกายก่อนแล้วกัน...

 

ขับรถไม่นานอดิศวรก็มาถึงโรงแรมที่เป็นของเขา มือหนาอุ้มร่างโปร่งบางลงจากรถแล้วขึ้นไปยังห้องพักพิเศษประจำตัวของเขาทันที ที่เขาเลือกมาที่นี่ก็เพราะไม่ใช่อะไรหรอก เพราะว่าที่นี่มีอุปกรณ์สำหรับเรื่องแบบนี้อยู่ครบครันยังไงล่ะ

 

ร่างสูงวางฟรานเชสลงกับเตียงคิงไซส์เอื้อมมือไปหยิบยาเม็ดเล็กๆแล้วใส่มันเข้าไปในปากบางสีชมพูเบาๆพร้อมทั้งน้ำตามเข้าไป ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านั่นคือยาอะไร สำหรับครั้งแรกแถมคนไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนมันจะง่ายขึ้นถ้ามียาปลุกเซ็กส์ช่วย อดิศวรค่อยๆปลดกระดุมร่างตรงหน้าออกที่ละเม็ดจนหมดแล้วก็จัดการถอดทั้งเสื้อเชิ้ตและเสื้อกล้ามออกไป แผ่นอกขาวเนียนปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา ฟรานเชสเป็นคนที่หุ่นดีมีกล้ามท้องเล็กน้อยดูน่ากัดแถมผิวที่ขาวแบบชาวตะวันตกยังทำให้เขาอดใจแทบไม่ไหว แต่มันจะไปสนุกอะไรถ้าได้ทำกับคนที่สลบอยู่... ดังนั้นอดิศวรจึงนั่งรอต่อไปจนฤทธิ์ยาสลบหมด

 

“อือ”ร่างโปร่งบนเตียงครางขึ้นเมื่อรู้สึกปวดหัวเล็กๆ ดวงตาสีฟ้าปรือขึ้นแล้วก็ต้องตกใจทันทีเมื่อพบว่าข้อมือข้างหนึ่งของตนถูกมัดไว้กับหัวเตียงและร่างกายท่อนบนเขาก็เปลือยด้วย! ทันใดนั้นเสียงคำพูดสุดท้ายในหัวก็ลอยขึ้นมาพอดีกับที่เขาพบว่ามีใครบางคนนั่งอยู่ข้างๆเขา

 

“คุณ...อดิศวร”ฟรานเชสพูดออกมาอย่างตะกุกตะกักเขากลัวจนเริ่มทำอะไรไม่ถูกแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำอะไรเขาเหมือนกับว่ากำลังรออะไรบางอย่าง

 

และชั่วอึดใจต่อมาฟรานเชสก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ เขารู้สึกร้อนไปหมดทั้งตัวอะไรบางอย่างใต้กางเกงก็แข็งขึ้นมาอย่าห้ามไม่ได้ ร่างกายเริ่มบิดสะท้านเมื่อความรู้สึกมันมากขึ้น

 

“ออกฤทธิ์แล้วสินะ”อดิศวรยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำตัวเดียว ร่างสูงขึ้นมาบนเตียงแล้วคร่อมร่างโปร่งบางที่กำลังทรมานจากยา ใบหน้าที่แสนเพอร์เฟคนั่นแดงก่ำจนดูน่ารักแถมริมฝีปากบางก็ขบกันไปมาจนน่าดูด ดวงตาสีฟ้าที่สวยอยู่แล้วตอนนี้หยาดเยิ้มเหมือนกำลังเชิญชวนเขา

 

ไม่รอช้า อดิศวรก้มหน้าลงไปซุกไซร้ซอกคอขาวนวลทันที กลิ่นหอมอ่อนๆบวกกับเสียงครางเมื่อเขาขบเม้มไปตามลำคอมันทำให้เขาแทบคลั่ง ร่างสูงดูดดุนฝากรอยไว้ที่คอหลายจุดก่อนจะเลื่อนลงมาตามกระดูกไหปลาร้าและแผงอก ฟรานเชสสะท้านไปทั้งตัวมองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างหวาดกลัวแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะร่างกายเขามันตอบสนองเป็นอย่างดี เขาไม่มีแรงแม้แต่จะห้ามตอนนี้เขาแค่รู้สึกอยากปลดปล่อยเท่านั้น อดิศวรยิ่งมองใบหน้าขาวที่ขึ้นสีก็ยิ่งคลั่ง เขาก้มลงเม้มยอดอกสีหวานแล้วดูดเม้มอย่างชำนาญรวมถึงมือข้างซ้ายก็เล่นกับยอดอกอีกข้างไปด้วย ปฏิกริยาของฟรานเชสที่แอ่นอกรับริมฝีมากของเขามันช่างทำให้อดิศวรถูกใจ และเขาก็คิดว่าเขาคิดถูกจริงๆที่ให้ยากับฟรานเชส

 

เมื่อทำจนพอใจร่างสูงก็เริ่มเลื่อนริมฝีปากต่อไปยังด้านล่างและปลดซิบกางเกงด้วยฟันของเขา มือใหญ่จับลงไปที่สิ่งที่กำลังแข็งขืนของร่างโปร่งอย่างเต็มไม้เต็มมือแล้วเริ่มบีบนวดมัน

 

“อ...อย่า”ฟรานเชสห้ามปรามอย่างสั่นเครือ เขารู้ดีว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ถูกต้องและเขาก็ไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างในร่างกายของเขาตอนนี้มันไม่เชื่อฟังเอาเสียเลยโดยเฉพาะจุดที่อีกฝ่ายกำลังจับอยู่ มันยิ่งร้อนมากขึ้นเมื่อร่างสูงบีบ เขาแทบจะไม่เหลือสติสัมปัชชัญญะอยู่แล้วในใจตอนนี้เพียงแค่ขอให้ใครก็ได้มาช่วยเขาออกไปจากตรงนี้ที ยิ่งเมื่อฝ่ายนั้นทำท่าจะถอดกางเกงเขาออกไปฟรานเชสยิ่งร่ำไห้ในใจ

 

ใครก็ได้....

 

- - - - - - - -  -


มาแย้ววว ฝากติดตามกันด้วยนะค้า เสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแต่ว่าเพิ่งเอาลงวันนี้ อิอิ 

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

1,547 ความคิดเห็น

  1. #1498 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 15:57
    พระเอกอยู่ไหน!!! มาเร็วๆ
    #1498
    0
  2. #1363 Chëetαн´ (@honey-candy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 15:15
    นายเอกซื่อไปนะ55555
    #1363
    0
  3. #1198 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 21:53
    ตายๆๆๆ คริส มาช่วยเร็ว
    #1198
    0
  4. #1139 Butterfly DN. (@babyll) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 20:51
    ฟรานเชสสสสส ไม่นะจะเสร็จอิตานี่ไม่ได้นะลูกแม่ อิตาพระเอกอยู่ไหนเนี่ยยย
    #1139
    0
  5. #723 gingpi (@gingpi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 21:52
    มีการหักมุมด้วย ตื่นเต้นดี
    #723
    0
  6. #262 07042529 (@wonn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 00:51
    รุสึกสมน้ำหน้าฟรานเซตนะ รู้อยุแล้วว่าเค้าเป็นคนใหญ่โตมาจีบงี้แล้วยังจะไปกับเค้าอีก เพลีย
    #262
    0
  7. #36 patty-brw (@pattylover) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 00:25
    พระเอกรีบมาเร็วๆสิ ทำหน้าที่พระเอกที่ดีบ้างเถอะ
    #36
    0
  8. #14 Ployjajan (@Ployjajan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 16:37
    อัพไวๆนะรออ่านอยู่
    #14
    0
  9. #12 beangky (@beangky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 14:46
    ทำไมทำตัวแบบนี้!!! รออ่านนะรู้ยัง? รอตอนต่อไปเน้อ
    #12
    0
  10. #11 thn_pat_libra (@honey-_-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 13:58
    ค้าง มาก มาอัพต่อทีค่ะ เรารออยู่ "_">,<
    #11
    0
  11. #10 SaKusaku001 (@ayasa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 13:24
    ค้างงง รอตอนต่อไปอยูานะค่ะ !!
    #10
    0
  12. #9 mathrun (@mathrun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 13:05
    ค้างมากกกกก มาอัพต่อเร็วๆน้าาาา
    #9
    0
  13. #8 EaSyPiG (@EaSyPiG) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 12:53
    คริสตอฟเตะยอดหน้า-อดิศวรด่วน!
    #8
    0
  14. #7 ลลลลล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 12:47
    โอ้ยยยยยมันค้างงงงงงว

    อัพต่อด่วนเรยค่าาาา
    #7
    0