ฟ้าลิขิต (小蓝) Markbam

ตอนที่ 2 : ชะตานำพา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62

   บทที่1 ชะตานำพา

อืม~

ร่างเล็กเริ่มขยับตัวเล็กน้อย เมื่อเริ่มรู้สึกตัว เธอพยายามที่จะลืมตาขึ้น แต่ว่าทุกอย่างกลับดูมืดมนไปหมด เธอได้ยินเสียงผู้คนมากมาย กำลังร้องเรียกใครสักคนอยู่  เสียงของรถพยาบาลดังอยู่เป็นระยะๆ เมื่อเธอถูกหามขึ้นเปลฉุกเฉิน แม้แต่เสียงที่พยายามจะเรียกเพื่อนสาวที่นอนจมกองเลือดอยู่ข้างๆนั้น ก็แทบจะไม่มี..........
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.


ทำไมตัวเราถึงได้หนักแบบนี้กันละ? ขยับตัวก็ไม่ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? จำได้ว่าก่อนหน้านี้เรา........


เอี๊ยด!!!!!

กรี๊ด!!!! 

จริงสิ!! เราถูกรถชนนี่ แล้วจินยองกับยองแจละ? แบมแบมพยายามที่จะลืมตาขึ้นมา แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง เธอขยับตัวไม่ได้ และก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยสักนิด หรือว่าเธอจะตายแล้วรึเปล่านะ?

"แบม..แบมแบม ตื่นสิ!! แบมแบม"
เธอได้ยินเสียงเรียกที่แสนจะคุ้นเคยของใครบางคน เธอก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก และดูเหมือนว่า ภาพทุกอย่างดูจะเลือนลางไปเสียหมด 

"แบมแบม ได้ยินแจมั้ย?"
เธอพยักหน้าขึ้นลง ตามเสียงของยองแจ จินยองเอื้อมมือไปประคองหลังของเพื่อนสาวเอาไว้ แล้วพยุงเธอขึ้นมาอย่างเบามือที่สุด แบมแบมที่เริ่มมีสติสัมปชัญญะขึ้นมาเล็กน้อย เอ่ยปากถามเพื่อนสาวของตน

"เราอยู่ที่ไหน?"
ทั้งสองคนมองหน้ากัน ด้วยความลำบากใจ พวกเธอไม่สามารถตอบปัญหานี้กับแบมแบมได้ ถึงแม้ว่าพวกเธอจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมานานแล้ว ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่า ที่ๆมีแต่สีขาวสว่างสดใสแบบนี้คือที่ไหนกันแน่?  เพราะไม่ว่าทั้งคู่จะมองไปทางไหน มันก็มีแต่แสงสีขาวนวลตา และกลีบเมฆที่ลอยตัวอยู่คล้ายปุยนุ่น

"นี่ทั้งสองคน คิดว่าพวกเราตายแล้วรึยัง?"
จินยอง เอ่ยปากถามถึงข้อสงสัยที่คั่งค้างใจมานาน เพราะตั้งแต่ที่พวกเธอตื่นขึ้นมา ก็ไม่พบใครเลยนอกจากเพื่อนของเธอเอง และที่นี่ก็ดูจะไม่เหมือนโรงพยาบาลหรือห้องผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างแน่นอน 

"นั่นสิ เราโดนรถชนแรงขนาดนั้น เราจะรอดได้ยังไง จริงมั้ย?"
ยองแจ ออกความคิดเห็น อย่ามาว่าเธอที่พูดไปแบบนั้นนะ เธอไม่ใช่คนที่จะมองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้นเสียหน่อย แค่บอกไปตามความเป็นจริงก็เท่านั้น อีกอย่างหนึ่ง เธอยังจำภาพที่พวกเธอนอนจมอยู่ในกองเลือดได้เป็นลางๆอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้พวกเธอถึงได้ใส่เสื้อผ้าที่ดูจะสะอาดสะอ้านกว่าตอนนั้นซะอีก

'เจ้าคิดถูกแล้วละ มนุษย์เอ๋ย~'
จู่ๆ พวกเธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากที่ใดที่หนึ่ง  ทั้งสามพยายามหันไปสำรวจดูรอบๆแล้วก็ไม่พบอะไรเลย

'อย่าพยายามหาข้า ให้เสียเวลาเปล่าเลย การที่เจ้าถูกพาตัวมาที่นี่ นั่นก็หมายความว่าเจ้าได้จบชีวิตจากชาตินี้ไปแล้ว'
ร่างของหญิงสาว ที่สวมชุดขาวเป็นผ้าลื่นยาวลงไปถึงเท้า ได้ปรากฎสู่สายตาของพวกเธอ หญิงสาวคนนั้นค่อยๆเดินเข้ามาหาพวกเธออย่างช้าๆ แล้วส่งยิ้มอันแสนอ่อนโยนมาให้

"ทำไม หน้าของคุณถึงได้เหมือนกับ......"

'ข้าคือยายแก่ ที่เป็นเจ้าของร้านขายของเก่านั่นยังไงละ แม่หนูน้อย'
ทั้งสามคนทำหน้าตกใจ และกำลังจะเอ่ยปากซักถามความเป็นไปของเรื่องราวจากสาวงามตรงหน้า แต่ก็ถูกห้ามทัพเอาไว้เสียก่อน

'ชะตา ได้ลิขิตเรื่องราวต่างๆเอาไว้แล้ว ไม่มีใครสามารถห้ามได้หรอก ถึงแม้ว่าเจ้า จะไม่อยากให้มันเกิดขึ้นก็ตามที ไม่มีใครต่อต้านชะตากรรมของตัวเองได้หรอก'

"แล้วต่อจากนี้ไป จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราบ้างคะ?"
หญิงสาวส่ายหน้า แล้วกุมมือทั้งสามนั้นเอาไว้ด้วยกัน เธอส่งสายตาให้กำลังใจกับทั้งสามสาวอยู่เนิ่นนาน
แล้วจึงได้พูดออกมา

'พวกเจ้า จะได้ไปเกิดใหม่ในร่างของตนเองในชาติภพใหม่  เพื่อทำให้ด้ายแดงที่เชื่อมกันอยู่นั้น มาบรรจบพบกันเสียที ข้าจะขอร้องเจ้าเอาไว้อยู่เรื่องหนึ่ง จงอย่าได้ลืมตัวตนของตัวเองไปว่า เจ้าเป็นคนเช่นไร มีนิสัยอย่างไร จงดำเนินชีวิตไปตามความต้องการของตัวเจ้าเอง และได้โปรด อย่าท้อถอยกับอุปสรรคที่เจ้าได้เผชิญ เพราะเจ้าจะมีคนที่คอยอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอยามที่เจ้าลำบาก จงอย่าได้ปล่อยมือไปจากเขาคนนั้นของเจ้าเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?"

ทั้งสามคน พยักหน้าขึ้นลงพร้อมกันเมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกเธอต้องไปเกิดในอีกชาติภพหนึ่ง ที่ๆไม่ใช่บ้านเกิด และไม่ใช่สถานที่ที่พวกเธอคุ้นเคย

"ค่ะ พวกเราเข้าใจแล้วและพวกเราขอสัญญาค่ะ ว่าจะทำตามที่ท่านพูดเอาไว้"
แบมแบม จินยอง และยองแจ จับมือให้แน่นขึ้นไปอีกเมื่อได้เอ่ยคำให้สัญญาออกไป พวกเธอจะจับมือและยืนเคียงข้างกันไปแบบนี้ ไม่ว่าจะพบเจอกับอุปสรรคที่ยากลำบากสักแค่ไหน ก็จะไม่ยอมปล่อยมือกันไปเด็ดขาด ขอสัญญา.......

'ถ้าเช่นนั้น ก็ได้เวลาที่พวกเจ้าต้องไปแล้ว ขอให้โชคดี'

ไม่นานนัก ภาพทั้งหมดก็ได้มืดสนิทลงไปอีกครั้ง พวกเธอรู้สึกเหมือนโดนใครผลักออกไปอย่างแรง  
ทั้งสามคนรู้สึกเหมือนกับว่า ตัวเองกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ที่ไหนสักแห่ง จนกระทั่ง.........






ปึก!!!!

อ๊ะ!!!!

เจ็บ..... จู่ๆ ร่างกายมันก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาดื้อๆซะอย่างนั้น เราต้องลุกขึ้นนั่งก่อน   ฮึบ! ทำไมถึงขยับตัวไม่ได้อีกแล้วละ? นี่เราเป็นอะไรกันแน่เนี่ย?

"คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู"
ใคร..... เขากำลังเรียกใครอยู่ คุณหนูงั้นเหรอ? 

"คุณหนูสี่เจ้าคะ ได้โปรดลืมตาขึ้นมาหานมเถิดเจ้าคะ"
ทำไม?...... เขาถึงต้องร้องไห้ด้วยละ? แล้วทำไมเราถึงได้มานอนอยู่ตรงนี้ได้? 
แบมแบม พยายามลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก็พบว่า ที่นี่คือห้องนอนแบบโบราณของจีน ทำไมเธอถึงมาโผล่ที่นี่ได้ละ!!!!! แล้วคุณยายท่าทางใจดีที่นั่งอยู่ข้างๆเธอคือใครกัน?

"คุณหนู!! คุณหนู ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?"
เสียงสะอื้นของแม่นมดังขึ้น  เธอพยายามประคองคุณหนูขึ้นอย่างช้าๆ เธอรู้สึกดีใจมากที่หนูคุณหนูสี่ของเธอฟื้นขึ้นมา  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ คุณหนูสี่ของเธอไม่ได้มีลมหายใจอยู่อีกแล้ว  

"คุณเป็นใคร?"
ทำไมถึงได้เรียกเราว่าคุณหนูละ? ชักจะรู้สึกแปลกๆแล้วแฮ่ะ

"แม่นมฮู้เองเจ้าคะ คุณหนูสี่ลืมแม่นมคนนี้ไปแล้วหรือเจ้าคะ?"
เอ่อ.....ถ้าตามที่ผู้หญิงสวยๆคนนั้นบอก เราคงจะได้มาเกิดใหม่แล้วสินะ ถ้างั้นเราก็เออออห่อหมกตามเขาไปก่อนละกัน

"เอ่อ..สงสัยข้าคงจะสลบนานไปหน่อย เลยหลงๆลืมๆไปบ้างหนะ แม่นมช่วยเล่าเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับข้าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่?"
เอาว่ะ!!! แถไปก่อนละกัน ถลอกข้างนิดหน่อยก็คงไม่เป็นไรมานักหรอก

"คุณหนูหลิน กันมี่ หรือคุณหนูสี่เป็นคุณหนูคนเล็กของฮูหยินใหญ่ คุณหนูสี่มีพี่สาวแท้ๆอีกสองคนคือ คุณหนูใหญ่ หลิน เจินหรง  และ คุณหนูรอง หลิน หรงจ้ายเจ้าคะ" 
แบมแบม นั่งนิ่งสงบเรียบร้อย เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆของร่างที่ตนมาเกิดใหม่นี้ให้ขึ้นใจ

"แล้วที่บอกว่าข้ามีพี่สาวแท้ๆนี่ แสดงว่าข้ายังพี่สาวต่างแม่อยู่ด้วยใช่หรือไม่?"
แม่นมพยักหน้า พร้อมกับกุมมือทั้งสองของเธอเอาไว้อย่างปลอบประโลม น้ำตาที่กักเก็บไว้ค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆ  แม่นมคนนี้เจ็บปวดใจเหลือเกินที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องคุณหนูของตนได้เลย

"เจ้าคะ คุณหนูยังมีพี่สาวที่เกิดจากภรรยารองอีกคนหนึ่งเจ้าคะ แต่ว่า....."
แม่นมหยุดอธิบายไปพักหนึ่ง เธอพยายามกลัดกลั้นอารมณ์ที่มีอยู่เอาไว้ ก่อนที่จะเล่าเรื่งราวอันแสนโหดร้ายนี้ต่อไป

"นางเป็นคุณหนูที่เอาแต่ใจไปเสียหมด อยากได้อะไรก็ต้องได้ นอกจากนี้นางยังกลั่นแกล้งคุณหนูของนมสารพัด ทั้งยังใส่ร้ายป้ายสีคุณหนูของนมอยู่ร่ำไป จนเมื่อคืนวานนางก็ได้กระทำเรื่องที่เลวร้ายมากกับคุณหนูทั้งสามของนม"

"นางทำอะไรข้ากับพี่สาวหรือแม่นม?"
เรื่องมันชักจะน่ากลัวขึ้นทุกทีแล้วนะ  คนบ้านนี้จะอันตรายเกินไปแล้ว 

"นาง.....นางวางยาพิษคุณหนูเจ้าคะ"

"ห๋า!!! วางยา!!! แล้วมีใครรู้หรือไม่ว่านางเป็นคนที่วางยาข้ากับท่านพี่ทั้งสอง"
ถึงขนาดวางยาพิษแบบนี้ มันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่นอน ถ้าเอาตามแบบหนังจีนที่เคยดูมา ไม่เแย่งผู้ชายก็สมบัติของตระกูล แบมแบมคนนี้ขอฟันธง

"นมเห็นมากับตา ว่าคุณหนูสามเป็นคนวางยาใส่คุณหนูทั้งสามของนม แต่นมไม่มีหลักฐานที่จะเอาความจากแม่ลูกทั้งสองนั่นได้เจ้าคะ นมรู้สึกทุกข์ใจเหลือเกิน"
แม่นมฮู้ร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร เธอคงจะเก็บความรู้สึกที่อัดอั้นนี้อยู่นานมากแล้วสินะ 

"อย่าร้องไห้เลยแม่นม ข้ายังอยู่ตรงนี้ ข้ายังมีชีวิตยู่...... จริงสิ!!! แล้วพี่สาวของข้าละ?"
ไม่แน่นะ การที่เธอมาเกิดในร่างนี้ได้ นั่นก็หมายความว่า เพื่อนทั้งสองก็คงจะลงมาเกิดในบ้านนี้เหมือนกันก็ได้ ต้องรีบตามหาสองคนนั้นให้เจอ 

"นมไปดูอาการมาแล้ว ท่านหมอบอกว่า คุณหนูทั้งสองได้สิ้นลมหายใจแล้วเจ้าคะ"
สิ้นลมแล้ว งั้นก็แสดงว่า......

"เราลงไปดูอาการของท่านพี่อีกครั้งหนึ่งเถิด"
แบมแบม รีบลุกขึ้นจากที่นอนทันที เธอจับมือของแม่นมฮู้เอาไว้ แล้วจึงเดินออกจากเรือนของตัวเองไปโดยมีแม่นมฮู้คอยนำทาง




ทั้งสองเดินไปตามทางหินอ่อนของบ้านตระกูลหลินอย่างเงียบเชียบ เพราะแม่นมฮู้ยังไม่ไว้ใจใครในตอนนี้มากนัก หากจะบอกให้บ่าวรับใช้รู้ ว่าคุณหนูสี่ยังมีชีวิตอยู่คงจะแตกตื่นกันทั้งบ้านแน่ เธอจะไม่ยอมให้คนพวกนั้นมาทำร้ายคุณหนูของเธอเป็นครั้งที่สองหรอกนะ  แม่นมฮู้กุมมือของคุณหนูสี่เอาไว้ด้วยความสั่นเทา เธอยังไม่อยากให้คุณหนูต้องมายอมรับความจริง ถึงการตายของคุณใหญ่และคุณหนูรองได้ คุณหนูทั้งสองคอยดูแลและปกป้องคุณหนูสี่มาตั้งแต่เล็กๆแล้ว แล้วจากนี้ไปคุณหนูของเธอจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร?

แม่นมฮู้ พาเธอเข้ามาในเรือนของคุณหนูรองที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกันกับเรือนของคุณหนูสี่ก่อน ภายนอกเรือนถูกตกแต่งด้วยสระบัวคล้ายๆกับเรือนของคุณหนูสี่ แต่สิ่งที่ดูจะแตกต่างออกไปก็คงจะเป็นกรงนกขมิ้นสีทองที่แขวนอยู่ใกล้ๆกันกับโต๊ะน้ำชา ทั้งสองเดินเข้าไปยังห้องนอนของคุณหนูรองอย่างเร่งรีบ เหล่าบ่าวรับใช้ของคุณหนูรองดูจะตกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นว่าคุณหนูสี่ที่พึ่งจะสิ้นลมหายใจไปเมื่อย่ำรุ่งกลับมาเหาะเหินเดินได้อีกครั้ง 

"สงบปากของเจ้าเอาไว้ซะ ถ้ายังไม่อยากโดนโบย!!!"
แม่นมฮู้ รู้ว่าเหล่าบ่าวรับใช้จะเอาเรื่องนี้ออกไปป่าวประกาศให้บ่าวในเรือนอื่นได้รับรู้ จึงรีบห้ามเอาไว้เสียก่อน บ่าวทั้งสองคน ที่คอยทำความสะอาดเรือนของคุณหนูรองอยู่ตอนนี้ไม่ได้เป็นบ่าวรับใช้ส่วนตัวของคุณหนูรอง เธอยังไว้ใจคนพวกนี้ไม่ได้

"พวกข้าทราบแล้วเจ้าคะ"
และพวกเธอก็ยอมทำตามแต่โดยดี  ถึงแม้จะมีสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์อยู่เล็กน้อย

"ไปกันเถิดเจ้าคะ คุณหนู"
ดีแล้วละ ที่แม่นมทำแบบนี้ เพราะแบมแบมจะได้เตรียมแผนการรับมือกับทั้งสองแม่ลูกนั่นก่อน จะให้คนพวกนั้นรู้ไม่ได้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

เมื่อทั้งสองเข้าไปในห้องนอนของคุณหนูรองแล้ว ร่างของกันมี่ก็รีบพุ่งเข้าไปหาร่างที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงนอนทันที ใบหน้าอันซีดเซียวที่ผู้ใดพบเห็นแล้วต้องรู้สึกหวาดกลัว หวาดกลัวว่าคนที่นอนอยู่ตอนนี้จะยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า จะใช่เพื่อนของเขามั้ย?

เปลือกตาของหญิงสาวคอยๆขยับ เธอพยายามลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ทุกอย่างมันดูรวดเร็วไปหมด ที่นี่คือที่ไหน แล้วเพื่อนของเธอละ? 

"พี่รอง ท่านฟื้นแล้ว!!!"
กันมี่ กุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้ เธอรู้สึกดีใจมากที่ร่างอวบตรงหน้าไม่ได้เป็นอะไรไปอย่างที่เธอคิด ที่เหลือก็คอยลุ้นว่าร่างนี้ จะใช่เพื่อนของเธอรึเปล่า?

"เธอเป็นใคร ใครคือพี่รองฉันชื่อยองแจนะ!!!"
เด็กผู้หญิงที่อายุราว14ปีกว่าๆมาเรียกเธอว่าพี่รองงั้นเหรอ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?
จำได้ว่าพวกเราถูกผลักออกมาจากสวรรค์ แล้วให้กลับมาเกิดใหม่นี่แหละ หรือว่าในชาตินี้เธอจะมีน้องสาว?

"ยองแจ ยองแจจริงๆด้วย นี่แบมแบมเองจำได้มั้ย?"
แบมแบม กรีดร้องออกมาในใจ เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด ผู้หญิงที่นอนลืมตามองเธออยู่ตอนนี้คือยองแจไม่ผิดแน่

"แบมแบมเองเหรอ แจตกใจแทบแย่!! นึกว่าจะต้องมาคุยกับใครที่ไหนก็ไม่รู้"
ยองแจกล่าวออกมาอย่างดีใจ ดีจริงๆที่ได้เจอกับแบมแบม ไม่งั้นเขาคงจะโวยวายหนักกว่านี้แน่ เพราะไม่รู้ว่าหลุดเข้ามาในบ้านจีนโบราณนี้ได้ยังไง แถมร่างใหม่ของแบมแบมในตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะรู้สึกคุ้นตาสักเท่าไหร่

"เรารีบไปตามหาจินยองกันเถอะ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้"
แบมแบม บอกกับเพื่อนสาวก่อนที่ทั้งสองจะลุกออกไปจากห้องพร้อมกัน

"คุณหนูรอง ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ"
แม่นม ที่ยืนรออยู่ข้างนอกห้องถามด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข คุณหนูรองยังไม่ตาย เธอรู้สึกดีใจเหลือเกิน 

"คุณหนูของนม รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?"
แม่นมฮู้ เข้าไปถามคุณหนูรองของเธอ เพราะยังห่วงเรื่องอาการข้างเคียงจากฤทธิ์ยา

"เอ่อ....."
ยองแจ พยายามสะกิดตัวช่วยที่ยืนอยู่ข้างๆกัน ว่าตนควรจะพูดอะไรออกไปดี เพื่อไม่ให้หญิงชราผู้นี้เกิดความสงสัย

"พูดเหมือนที่นางเอกในซีรีย์จีนเขาพูดกันอะ แกดูออกจะบ่อยไม่ใช่รึไง?"
เสียงกระซิบจากเพื่อนสาว ทำให้ยองแจรีบสวมบทบาทนางเอกในดวงใจทันที

"ข้าไม่เป็นอะไรมากหรอก แม่นมอย่าได้กังวลใจไปเลย  แต่ตอนนี้ข้ากับน้องสี่อยากจะไปดูอาการพี่ใหญ่เสียหน่อยจะได้หรือไม่?"
โอ้โห!!~ บทเป๊ะมากคะเพื่อน ดีจริงๆที่ยองแจมันบ้าซีรีย์ เล่นได้ลื่นไหลไปอีก.......
ยกรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมให้เลยค่ะ!!!

"ได้สิเจ้าคะ แต่คุณหนูทั้งสองห้ามมิให้ใครเห็นตัวก่อนนะเจ้าคะ"
แม่นมสั่งกำชับ ก่อนที่จะพาคุณหนูทั้งสองของเธอออกไป  



เรื่องที่แม่นมสั่งนั้น ล้วนเป็นคำขอร้องจากแบมแบมในร่างของหลิน กันมี่ทั้งสิ้น เพราะเท่าที่เธอได้รับฟังเหตุการณ์ต่างๆภายในจวนแห่งนี้จากแม่นมฮู้แล้ว ดูเหมือนว่าคนในจวนตระกูลหลินแห่งนี้คงจะมีคนที่พวกเธอไว้ใจได้อยู่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้นคือ ฮูหยินใหญ่ ซึ่งเป็นแม่แท้ๆของคุณหนูทั้งสามเท่านั้น    ก่อนหน้านี้  กันมี่ได้ลองถามไถ่เบื้องลึกเบื้องหลังของคนภายในจวนแห่งนี้จากแม่นมดูแล้ว  ก็พบว่าฮูหยินใหญ่ หลิน เฟย แม่ของพวกเธอในชาตินี้คือ พระเชษฐภคินีของฮ่องเต้คนปัจจุบันแต่นางเป็นภรรยาที่ถูกฮ่องเต้ประทานให้กับ หลิน เป่ยจิง แม่ทัพผู้เก่งกาจของแคว้นต้วนแห่งนี้ หรือก็คือพ่อแท้ๆของพวกเธอนั่นเอง  เพราะได้รับชัยชนะจากสงครามเฟยจึงถูกยกให้แต่งงานกับเป่ยจิง โดยที่เธอไม่เต็มใจ ทุกอย่างล้วนเป็นคำขอจากแม่ทัพเป่ยจิงทั้งสิ้น เพียงเพราะเขาหลงในรูปโฉมของนางเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น จึงทำให้ฮ่องเต้ไม่สามารถปฏิเสธคำขอนั้นได้  หลังจากให้กำเนิดบุตรสาวคนโตได้ไม่นาน แม่ทัพเป่ยจิงก็เริ่มรับอนุเข้ามาในบ้านเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  จนทำให้เกิดความร้าวฉานกันภายในจวนแห่งนี้  

"เรารีบเข้าไปในเรือนของพี่ใหญ่กันก่อนเถิด"
ยองแจในร่างของหรงจ้าย บอกกับกันมี่เมื่อถึงที่หมายแล้ว ทั้งสองเข้าไปภายในตัวเรือนหลังใหญ่แห่งนี้โดยมีแม่นมคอยสอดส่องดูแลอยู่

ร่างบางทั้งสอง เข้าไปภายในหอนอนของหลิน เจินหรง ผู้เป็นพี่ใหญ่ของตนในชาตินี้ทันที กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ภายในห้อง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อทอดสายตาออกไปยังเตียงนอนสีอ่อนก็พบกับ ร่างของหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามราวกับภาพวาด จนทำให้ทั้งสองต้องอ้าปากค้าง เพราะความงามของพี่สาว แต่ถึงแม้ว่าร่างที่นอนแน่นิ่งสนิทอยู่บนเตียงจะงดงามสักเพียงใด ก็ไม่สามารถกลบสีผิวที่ซีดเผือกเช่นนี้ได้ ทั้งสองคนใจหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม คนที่นอนอยู่บนเตียงในตอนนี้จะฟื้นขึ้นมารึเปล่า? จะใช่เพื่อนของพวกเธอหรือไม่? 

"นี่แบมแบม แล้วถ้าเกิดเขาไม่ฟื้นขึ้นมาละ?"
ยองแจ ถามออกมาอย่างขวัญเสีย เพราะพวกเธอไม่ได้ยินเสียงการหายใจจากคนบนเตียงเลย

"รอดูไปก่อน เรายังมีความหวังอยู่นะ"
ถึงตอนนี้ จะไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าพี่ใหญ่ของพวกเธอจะใช่จินยองรึเปล่า?   แต่แบมแบมเชื่อว่าสวรรค์คงจะไม่กลั่นแกล้งพวกเธอ ถึงขนาดที่จะต้องส่งจินยองไปเกิดที่ๆห่างไกลจากพวกเธอนักหรอก








อืม~

เสียงงัวเงียของร่างบอบบางดังขึ้น ทำให้ทั้งสองคนที่นั่งเฝ้าดูแลอยู่ รีบเข้ามาประคองร่างของคนบนเตียงทันที

"ท่านพี่ ท่านเป็นอะไรมากรึเปล่าเจ้าคะ?"
ยองแจ ลองหยั่งเชิงอีกฝ่ายไปก่อน ว่าจะใช่จินยองรึเปล่า เพราะถ้าไม่ใช่แบมแบมและเธอจะได้สวมบทบาทให้แนบเนียนที่สุด

"ท่านพี่? แล้วพวกเธอทั้งสองคนเป็นใคร?"
นี่มันอะไรกัน!!! แบมแบมกับยองแจหายไปไหน แล้วเด็กผู้หญิงสองคนนี้เป็นใครกัน เธองงไปหมดแล้ว

"จินยอง!! แกยังไม่ตายโล่งอกไปที่"
ทั้งสองคนกล่าวออกมา ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปกอดเพื่อนรักคนสุดท้ายเอาไว้

"ดะ...เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนสิ ทำไมพวกเธอทั้งสองคนถึงได้รู้จักชื่อของฉันได้ละ?"
จินยอง ถอยกรูไปที่หัวเตียง เมื่อได้พบกับเด็กสาวแปลกหน้าทั้งสองคน ที่รู้จักชื่อของเธอ

"นี่ๆ ฉันแบมแบมเอง ส่วนนี่คือยองแจไง ถึงหน้าตาจะไม่ค่อยเหมือนนักก็เถอะ"
แบมแบม พยายามบอกลักษณะต่างๆของตัวเองและยองแจ จนกระทั่งจินยองสงบสติอารมณ์ลงได้ 
เธอเล่าความเป็นมาเป็นไปของที่นี่ให้ทั้งสองคนได้ฟัง จินยองเองที่พอจะเข้าใจกับสถานการณ์ได้แล้ว ก็เริ่มคิดหาหนทางพร้อมๆกับเธอและยองแจ ว่าเราจะใช้ในร่างนี้ต่อไปอย่างไรดี

"นี่ๆ พอดูๆไปแล้วคุณหนูทั้งสามคนนี้ ก็หน้าตาดีเหมือนกันนะ"
ยองแจ เดินเข้าไปส่องกระจกตรงโต๊ะเครื่องแป้ง พลางสำรวจใบหน้าของคุณหนูหรงจ้ายไปด้วย
จะว่าไปแล้ว..... คุณหนูหรงจ้ายก็หน้าตาคล้ายๆกับยองแจอยู่เหมือนกันนะ

"แถมเขายังหน้าตาเหมือนแกด้วยนะยองแจ"

"ว่าแต่ฉัน พวกแกก็เหมือนกันนั่นแหละ หน้าตาเหมือนกับคุณหนูใหญ่และคุณหนูสี่เป๊ะๆเลย"
เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเราทั้งสองคนจึงรีบพุ่งตรงเข้าไปที่โต๊ะเครื่องแป้งทันที จะว่าไปพอลองมองดูดีๆแล้ว ก็คล้ายอยู่เหมือนกันแฮ่ะ เพียงแค่คุณหนูทั้งสามคนนี้มีผิวขาวดุจน้ำนม กับร่างกายที่บอบบางกว่าพวกเธอเมื่อตอนชาติก่อนเสียอีก

"แล้ว~ เราจะเอายังไงกันต่อดีละ?"
ยองแจเอ่ยปากถาม เพราะถ้าเรายังไม่รีบปรับตัวให้เข้ากับร่างนี้ไม่ได้ละก็ คนในจวนจะจับผิดพวกเราได้ 

"ก่อนอื่นเราต้องพยายามหาเบาะแส ที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูทั้งสามคนนี้ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นเราค่อยวางแผนจับตัวคนร้าย แล้วให้ท่านแม่ของพวกเราหย่ากับแม่ทัพเจ้าชู้นั่น"
เพราะยังไงซะ ท่านแม่ของเราในชาตินี้เป็นถึงพี่สาวของฮ่องเต้ พวกเราคงจะไม่ตกที่นั่งลำบากแน่นอนหากท่านแม่คิดที่จะหย่ากับแม่ทัพเป่ยจิง

"อืม ฉะนั้นตอนนี้พวกเราคงต้องลืมตัวตนในชาติก่อนไปซะ แล้วก็ใช้ชีวิตในร่างใหม่นี้ให้ดีที่สุด"
จินยอง พูดกับเพื่อนทั้งสองคนด้วยความหนักแน่น 

"ใช่ ถ้าอย่างนั้นก่อนอื่น พวกเธอทั้งสองคนจะต้องเรียนรู้การพูดจาและการใช้ชีวิตในฐานะคุณหนูของคนในสมัยนี้ให้ดีเสียก่อน"
ยองแจ ยืนขึ้นและยิ้มให้กับพวกเราอย่างมีเลศนัย


                เอาละ!!  เรื่องนี้คงต้องให้เจ้าแม่ผู้บ้าซีรีย์จีนอย่างยองแจจัดการไปก็แล้วกันนะ................









แบมแบมและจินยอง ถูกยองแจฝึกอบรมสั่งสอนเรื่องการวางตัวและมารยาทของหญิงสาวชาวจีนอยู่ตั้งนานสองนานถึงจะเสร็จ อยากจะบอกว่า มัน!! เหนื่อย!! มาก!! พิธีการโครตเยอะมากอะบอกเลย ถามจริงผู้หญิงสมัยนี้เขาทนอยู่กันได้ยังไงเนี่ย? ไหนจะเรื่องการแต่งตัว การพูด การบ้านการเรือนแล้วยังมีอะไรอีกนะพิธีปักปิ่นอะไรสักอย่างนี่แหละ  แต่พอทำๆไปก็เหมือนกับว่าร่างกายมันเริ่มคุ้นชินไปเอง สงสัยอาจเป็นเพราะคุณหนูทั้งสามคนทำสิ่งเหล่านี้อยู่บ่อยๆ จนร่างกายเกิดความเคยชินละมั้ง 

"เฮ้อ~ ในที่สุดก็จบซะที"
แบมแบม บ่นออกมาหลังจากที่ยองแจอบรมพวกเธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"เอาน่า!! ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ เดี๋ยวก็ถูกเขาจับได้กันพอดี"
จินยอง ตบไหล่เพื่อนอย่างเห็นใจ 

"นี่ๆพวกเจ้าทั้งสองคน ข้าบอกแล้วไงว่าให้พูดคุยกันแบบที่ข้าพูดอยู่มิใช่หรือ?"

 ได้ทีนี่เอาใหญ่เลยนะ ยองแจ!!!

"ก็ได้เจ้าคะ พี่รอง"

"เป็นเช่นนั้นก็ดี น้องสี่"

"พวกเจ้าอย่ามัวเล่นกันอยู่เลย เรารีบไปหาแม่นมฮู้กันดีกว่านะ"

"เจ้าคะ พี่ใหญ่"

ทั้งสามคนพูดเล่นกันไปมา จนเกิดเสียงหัวเราะที่ฟังดูแล้วรู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในใจ ต่อจากนี้ไปพวกเธอจะไม่ใช่เด็กสาวมหาลัยอีกแล้ว แต่เป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์..........


ก๊อกๆ


เสียงเคาะประตูดังขึ้น  ทำให้ทั้งสามหันไปให้ความสนใจกับผู้มาใหม่ทันที
"คุณหนูเจ้าคะ ได้เวลาไปประชุมที่เรือนใหญ่แล้วเจ้าคะ"
แม่นมฮู้ มาตามพวกเธอที่ห้อง หลังจากได้รับคำสั่งจากแม่ทัพหลินประมุขของบ้าน ว่าให้เรียกทุกคนออกไปทานข้าวพร้อมกันที่เรือนใหญ่


"ขอบคุณแม่นมฮู้มาก เดี๋ยวพวกเราจะพาน้องๆทั้งสองไปเอง แม่นมฮู้ไปพักผ่อนก่อนเถิดท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
แม่นมฮู้เหนื่อยเพราะพวกเรามาพอแล้ว เราต้องเข้มแข็งขึ้น เพื่อปกป้องแม่นมฮู้ ตัวเองและท่านแม่ให้ได้ เราจะไม่เป็นภาระให้กับใครอีก ทั้งสามคิดแบบนั้นไม่ว่าก่อนหน้านี้คุณหนูทั้งสาม จะเป็นคนอ่อนแอเพียงใด พวกเธอก็จะขอเป็นตัวแทนเพื่อลุกขึ้นยืนหยัดต่อไปเพื่อความสุขที่แท้จริงของคุณหนูทั้งสามคน

"แต่ว่า....คุณหนูของนมจะ...."
แม่นมฮู้ มีสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย เธอไม่อยากปล่อยให้คุณหนูทั้งสามคนต้องอยู่ด้วยกันตามลำพังอีกแล้ว

"เชื่อใจพวกข้าเถิด แม่นมฮู้"
กันมี่และหรงจ้าย ส่งสายตาอ้อนวอนไปให้จนแม่นมฮู้ยอมแพ้ที่จะตามพวกเธอไปยังเรือนใหญ่ แล้วกลับไปพักในห้องนอนของบ่าวประจำตัวทันที


พวกเธอเดินคุยเรื่องแผนการกันไประหว่างทาง ก่อนที่จะถึงเรือนใหญ่ ภายในจวนแห่งนี้กว้างใหญ่มาก ทั้งยังมีบ่าวรับใช้หนุ่มสาวเสียมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่เท่าที่พวกเธอได้รู้มา การมอบบ่าวรับใช้และค่าเบี้ยรายเดือนให้กับบุตรแต่ละคนนั้นจะไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบใจของประมุขในจวนแห่งนี้ด้วย แต่เท่าที่ดูจากจำนวนของบ่าว ตัวเรือนทั้งสามที่สร้าง และค่าเบี้ยรายเดือนของคุณหนูทั้งสามแล้วก็ไม่ได้ถูกดูแคลนจนเกินไป เพียงแค่ให้ตามความเหมาะสมเสียมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องมีคนที่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างล้นเหลืออยู่แน่นอน

"ถึงแล้วละ"

"เชิดหน้าไว้นะ เข้าใจที่ข้าพูดใช่มั้ย"

"เจ้าคะ พี่ใหญ่"

ฮูหยินรองและอนุทั้งหลายต่างเข้ามาเรียงแถวกันพร้อมกับบุตรสาวมากหน้าหลายตา เพื่อรอการต้อนรับกลับมาของแม่ทัพหลินและฮูหยินใหญ่  อย่างนี้นี่เอง คนพวกนั้นอาศัยจังหวะที่ฮูหยินใหญ่และแม่ทัพหลินออกไปทำธุระที่ต่างเมือง เพื่อวางยาพิษให้กับคุณหนูทั้งสาม เพราะอย่างนี้สินะถึงไม่มีใครเอะใจว่าคุณหนูคนสำคัญทั้งสามของบ้านหายตัวไปไหนตลอดทั้งวัน  แต่เสียใจด้วยที่ไม่เป็นดั่งหวัง พวกเราทั้งสามคนจะเอาคืนให้สาสมกับที่คนพวกนั้นทำเอาไว้!!!

"แม่ทัพหลินและฮูหยินใหญ่ กลับมาถึงจวนแล้ว"
เสียงประกาศของบ่าวรับใช้ดังขึ้น ทุกคนในบริเวณนั้นรีบน้อมคำนับทันที

"ข้าน้อยขอคารวะท่านพี่ และฮูหยินใหญ่"
ฮูหยินรองรีบออกหน้า เมื่อทั้งสองลงม้าจากรถม้า

"อืม ข้ากลับมาแล้ว ที่จวนเป็นอย่างไรบ้าง?"
แม่ทัพหลินกล่าว

"เหตุการณ์ภายในจวนเรียบร้อยดีเจ้าคะท่านพี่"

เรียบร้อยดีบ้าบออะไร!!!! พวกเธอเกือบจะตายอยู่รอมร่อยังไม่รู้สึกตัวกันอีก!! มันน่าโมโหนักเชียว

"เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่ามันเรียบร้อยดี เจ้าได้ลองสำรวจเหตุการณ์ภายในจวนอย่างถี่ถ้วนแล้วหรืออย่างไร?"
ฮูหยินใหญ่กล่าวออกมาอย่างจับผิด เธอไม่เคยไว้ใจใครเลยสักคนภายในจวนแห่งนี้ ทุกคนทั้งหมดเป็นปีศาจร้ายสำหรับเธอ เว้นเพียงแต่แม่นมฮู้และธิดาตัวน้อยๆทั้งสามของเธอเพียงเท่านั้น

"อะ...เอ่อข้า..."
ฮูหยินรอง เริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อฮูหยินใหญ่เอ่ยปากถาม แต่จู่ๆก็มีมือที่สามโผล่มากลางวงสนทนา

"ซูเจี้ยน คารวะท่านพ่อและท่านแม่ใหญ่เจ้าคะ ที่ท่านแม่รองกล่าวมาถูกต้องแล้วเจ้าคะ ลูกยืนยันได้ว่ามิเห็นสิ่งใดผิดปกติเกิดขึ้นเจ้าคะ"

หื้ม~ นี่สินะนางเอกของเรื่องหลิน ซูเจี้ยน บุตรสาวลำดับที่หกของอนุ ที่เลื่อนตำแหน่งจากหญิงในหอนางโลมมาเป็นอนุของจวน ช่างน่าเศร้าที่แม่ของนางเสียไปตั้งแต่นางยังเด็ก นางจึงถูกพี่สาวต่างมารดาอย่างคุณหนูสามและคุณห้ากลั่นแกล้งอยู่เสมอ จึงได้รับความเอ็นดูจากแม่ทัพหลินมากเป็นพิเศษ นางเป็นคนเย็บปักถักร้อยเก่ง แถมงานบ้านงานเรือนยังไม่เป็นที่สองรองใคร จึงทำให้ทุกคนภายในจวนสงสารและเอ็นดูในตัวนาง แต่สำหรับพวกเราแล้ว นางก็เป็นแค่บุตรสาวของอนุที่แสแสร้งตนเองเก่งก็เท่านั้น อย่าลืมสิว่า

พวกเราเกิดเป็นผู้หญิงที่มีอายุ21ปีมาก่อนแล้ว
เราจะดูการแสดงละครน้ำเน่านี่ไม่ออกเชียวหรือ...........

"เจ้าคงจะเดินออกไปสำรวจเรือนนู้นเรือนนี้อยู่บ่อยๆสินะ ถึงสามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆภายในจวนได้เป็นอย่างดีหนะซูเจี้ยน"

"ไม่ใช่ว่าชอบไปยุ่งเรื่องของคนอื่นอยู่เป็นปรกติแล้วหรือเจ้าคะท่านพี่ฟางเซียน"
สองพี่น้องกล่าวเหน็บแนมอย่างที่เคยทำมากับซูเจี้ยน ทั้งสองคือหลิน ฟางเซียนและหลิน ฟางซิน บุตรสาวของฮูหยินรองที่ชอบรังแกหลินซูเจี้ยนอยู่ตลอด และแล้วเราก็มีนางร้ายเข้ามาในละครเรื่องนี้เสียทีสินะ 

"ไม่ใช่อย่างนั้นนะเจ้าคะ พี่สามพี่ห้า ข้าแค่พูดไปตามความจริง"
สาวน้อยตัวสั่นเหมือนเจ้าเข้า ทั้งยังทำตัวงออย่างกับว่ากำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่ 

"สั่นใหญ่เลยละ น้องสองน้องสี่" 

"น้ำตาคลอแล้วด้วยเจ้าคะ พี่ใหญ่พี่รอง" 

"ข้าขอมอบรางวัลการตอแหลดีเด่นให้เลย" 
พวกเราดูออกตั้งแต่แรกแล้ว ว่ามันเป็นเพียงแค่การทำตัวเองให้เด่นขึ้นในอีกรูปแบบหนึ่งก็เท่านั้น
ถึงแม้ว่าคุณหนูสามและคุณหนูห้าจะชอบกลั่นแกล้งซูเจี้ยนก็ตามที แต่ก็ไม่ถึงขั้นร้ายแรงจนต้องแสดงอาการหวาดกลัวเช่นนี้  

"พอเถิด เมื่อเป็นอย่างพวกเจ้าพูดและไม่มีใครคัดค้านแล้ว ข้าก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซักถามสิ่งใดต่อไปอีก"
แม่ทัพหลิน รีบห้ามเหตุการณ์ซ้ำๆเดิมๆระหว่างบุตรสาวทั้งสาม ก่อนที่มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้

"พวกข้าทั้งสาม ขอคารวะท่านแม่ ท่านพ่อเจ้าคะ"
พวกเรารีบเข้าไปคารวะท่านแม่และท่านพ่อทันที เมื่อได้โอกาสเราลองสังเกตไปรอบๆดูแล้วมีบ่าวบางส่วนที่ทำหน้าตกใจเมื่อเห็นหน้าของพวกเรา รวมไปถึงคุณหนูหกด้วย........

"เงยหน้าขึ้นเถิดลูกแม่ วันนี้เจ้าได้ทำอะไรอยู่ภายในเรือนบ้างละ?"
เฟย ถามบุตรสาวของตนด้วยความห่วงใยและเอาใจใส่ ซึ่งมีสีหน้าผิดไปจากเมื่อครู่นี้ลิบลับ

"เจินหรง นั่งอ่านตำราเรียนและเล่นกู่เจิงอยู่ตามปกติเจ้าคะ"

"หรงจ้าย เล่นซอเอ้อร์หูและขับร้องบทเพลงอยู่ที่เรือนเจ้าคะ"

"กันมี่ นั่งเล่นอยู่ในสวนดอกไม้และหัดเป่าขลุ่ยอยู่กับพี่ใหญ่และพี่รองเจ้าคะ"
พวกเรารู้เรื่องราวและกิจวัตรประจำวันของคุณหนูทั้งสามเป็นอย่างดีแล้ว จึงสามารถตอบออกไปได้อย่างลื่นไหล เพราะปกติคุณหนูทั้งสามคนจะไม่ค่อยออกจากเรือนไปไหนมาไหนตามใจชอบอยู่แล้ว จึงง่ายต่อการตอบยิ่งนัก

"เช่นนั้นก็ดีแล้ว มาเถิดไปนั่งทานข้าวกัน"
ฮูหยินใหญ่ เมื่อได้ยินดังนั้นจึงรู้สึกโล่งใจ ต่างจากใครอีกคนที่ตอนนี้ภายในใจกลับมีไฟสุมอยู่ราวกับมอดไหม้พวกเธอเสียให้ได้





พวกเรานั่งเรียงกันตามลำดับที่นั่งของแต่ละคน เป็นโชคดีของพวกเราที่ได้นั่งติดกับฮูหยินใหญ่ โดยมีฮูหยินรองนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ส่วนถัดจากฮูหยินรองคือฟางเซียนและฟางซิน  ซูเจี้ยนนั่งถัดจากฟางซิน และที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะก็คือแม่ทัพหลิน ส่วนคนที่นั่งตรงข้ามกันนั่นก็คือฮูหยินใหญ่

"เอาละ!! เพื่อเป็นการตอบแทนที่พวกเจ้าทั้งหมดช่วยกันดูแลเหตุการณ์ภายในจวนแห่งนี้เป็นอย่างดี ข้าจะให้พวกเจ้าขออะไรก็ได้กับข้ามาเพียงหนึ่งอย่าง"
แม่ทัพหลินที่นั่งทานข้าวอยู่นาน เอ่ยขึ้นกลังจากที่บรรยากาศภายในห้องอาหารนั้นมีแต่ความเงียบเชียบ

"ข้าไม่ต้องการสิ่งใดหรอกเจ้าคะท่านพ่อ ข้าขอยกคำขอของข้าให้กับพี่สี่จะดีกว่า"
ซูเจี้ยนตอบออกมาอย่างเกรงใจ พลางเอื้อเฝื้อเผื่อแผ่ความหวังดีมายังกันมี่ด้วย 

"พี่มิอาจเอาสิทธิของน้องหกมาใช้ ถึงแม้ว่าน้องหกจะยกให้ก็ตามที ขอน้องหกอย่าได้มองพี่ผิดไป เพราะพี่ไม่ได้อยากได้สิ่งของอันใดมากถึงเพียงนั้น   พี่ขอรับไว้เพียงแค่น้ำใจของน้องก็พอ"
ซูเจี้ยนหน้าเสียไปทันที เมื่อกันมี่ตอบกลับมาแบบนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอพยายามทำตัวให้เหมือนกับนางฟ้าที่ชอบหยิบยื่นสิ่งดีๆให้กับคนอื่น แต่ถ้าลองคิดดูดีๆแล้วนี่คือการสร้างภาพอย่างหนึ่งเท่านั้น

"ขะ..ข้าไม่ได้มองว่าพี่สี่เป็นคนเช่นนั้นนะเจ้าคะ"
ซูเจี้ยน รีบแก้ตัวทันทีเมื่อได้ยินที่กันมี่พูด นี่เป็นครั้งแรกที่กันมี่ปฏิเสธน้ำใจจากเธอ เพราะโดยปกติแล้วพี่สี่คนนี้ไม่ค่อยพูดคุยกับใครภายในจวนเว้นเสียแต่ ฮูหยินใหญ่ พี่ใหญ่และพี่รองเท่านั้น

"ถ้าเป็นเช่นนั้นก็อย่าทำตัวร้อนรน น้องสี่ของข้าไม่ได้พูดใส่ร้ายเจ้าเสียหน่อย"

"อย่างที่พี่ใหญ่พูด น้องสี่แค่พูดไปตามมารยาทเท่านั้น"


"ขะ.....ข้าไม่ได้"
ซูเจี้ยน พยายามจะโต้เถียงพี่สาวต่างแม่ทั้งสองอีกครั้ง เธอพูดไม่ออกเลยสักนิดเมื่อได้รับการตอบกลับที่ดูจะจิกกัดเธอมากเสียเหลือเกิน 

"พอเถิด ข้าไม่อยากเสียเวลากับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้"
กันมี่ พูดดักคอซูเจี้ยนเอาไว้ก่อนจะที่เธอแสดงละครน้ำเน่าไปมากกว่านี้ ขี้เกียจฟังคำแก้ตัว

"เอาละ มีใครอยากจะขอสิ่งใดก็ว่ามา"
แม่ทัพหลินกล่าว พลางให้บ่าวรับใช้เก็บจานชามที่อยู่บนโต๊ะไปทำความสะอาด

"ท่านพ่อเจ้าคะ เจินหรงอยากให้ท่านสร้างประตูทางเชื่อมของเรือนข้ากับเรือนของน้องสาวทั้งสองได้หรือไม่เจ้าคะ?"
เรื่องนี้เจินหรงคิดไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว เพราะจากสถานการณ์ที่ตึงเครียดในตอนนี้ เธอและน้องๆทั้งสองควรอยู่ใกล้กันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  

"เรื่องแค่นี้เอง ข้าย่อมทำให้เจ้าได้อยู่แล้วเจินหรง"

"เป็นพระคุณอย่างยิ่งเจ้าคะ ท่านพ่อ"

หรงจ้ายจึงต้องขอเป็นคนต่อไปถัดจากเจินหรง ด้วยลำดับอายุของตนเอง หรงจ้ายคิดอยู่เนิ่นนานจนได้คำตอบ 
"ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าอยากได้ซอเอ้อร์หูคันใหม่เจ้าคะ"

"ย่อมได้"
แม่ทัพหลินตอบอย่างรวดเร็ว แค่ซอเพียงแค่คันเดียวเขาสามารถซื้อให้ได้อยู่แล้ว

ถัดมาคือคุณหนูสาม หลิน ฟางเซียน นางขอเครื่องประดับตกแต่ง เสื้อผ้าอาภรณ์ พร้อมกับเครื่องประทินผิวมากมายเสียจนนับไม่ถ้วน  ซึ่งมันออกจะดูแก่แดดไปนิดสำหรับเด็กอายุ 14ปี ที่จะขอเครื่องสำอางเอาไว้ใช้มากมาถึงเพียงนี้  ก็แน่นอนละพวกเธอเคยโตมาก่อนย่อมต้องรู้อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ

"กันมี่ ขอเพียงแค่ขลุ่ยอันใหม่เท่านั้นเจ้าคะ"

"ได้อยู่แล้วลูกรัก เจ้าอยากได้แบบไหนละ?"
แม่ทัพหลินยิ้มกว้าง เมื่อบุตรสาวคนที่สี่เอ่ยปากขอ ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือของใช้ต่างๆที่เขามอบให้แก่บุตรสาวคนกลางคนนี้ ก็มักจะได้รับเพียงแค่คำขอบคุณเพียงเท่านั้น ไม่มีการอ้อนขอสิ่งใดจากเขาดังที่บุตรสาวทั่วไปควรจะเป็น

"แล้วแต่ท่านพ่อจะเห็นสมควรเจ้าคะ"
กันมี่ ก้มหน้ารับอย่างอ่อนช้อย

ส่วนฟางซิน ได้ขอเหมือนกับพี่สาวของเธอ เพียงแค่เพิ่มเรื่องการหมั้นหมายกับคุณชายตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งเอาไว้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ทางประมุขของบ้านขอเก็บเอาไปคิดก่อน เพราะยังไม่ได้รู้จักหน้าตาของบุตรเขยดีมากนัก
แน่นอนว่าบุตรคนสุดท้ายอย่างซูเจี้ยนก็ไม่ได้ขอสิ่งใดตามที่ตัวเองได้กล่าวเอาไว้ ทุกคนจึงพากันแยกย้ายออกจากห้องทานอาหารของเรือนใหญ่ เพื่อกลับไปพักผ่อนยังเรือนของตนทันที  ทั้งสามเดินออกมาจากเรือนใหญ่เรื่อยๆ ก่อนที่จะหยุดแล้วหันไปตามเสียงเรียกของฮูหยินใหญ่  ที่ทำหน้าเคร่งเครียดเข้ามาหาพวกเธอ

"เจินหรง หรงจ้าย กันมี่ มาหาแม่ที่เรือนก่อนได้หรือไม่?"

"เจ้าคะ ท่านแม่มีเหตุอันใดรึเจ้าคะ?"
เจินหรงตอบออกไปด้วยความสงสัย ทำไมท่านแม่ของพวกเธอถึงได้ดูรีบร้อนถึงขนาดนี้

"พวกเจ้าตามแม่เข้าไปในเรือนก่อนเถิด แล้วเราค่อยมาคุยกัน"
ฮูหยินใหญ่สอดส่องรอบๆข้างดูเสียก่อนว่า ไม่มีใครอยู่แถวๆนี้แล้วจึงรีบเดินตามบุตรทั้งสามเข้าไปในบ้านทันที 

"ท่านแม่มีเรื่องอะไรที่อยากจะถามพวกข้าหรือเจ้าคะ?"
กันมี่ เริ่มคิดไม่ตกเมื่อเห็นสีหน้าที่เป็นกังวลของท่านแม่ 

"เจินรง หรงจ้าย กันมี่ แม่อยากจะถามพวกเจ้าเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น เจ้าตอบแม่มาตามตรงได้หรือไม่?"
ฮูหยินใหญ่โอบกอดบุตรทั้งสามเอาไว้อย่างแนบแน่น ก่อนที่จะลูบหัวพวกเธอด้วยความอ่อนโยน

"เจ้าคะ ลูกจะตอบคำถามของท่านแม่ทุกอย่าง"
หรงจ้าย บอกกับเธอพลางจับมืออันแสนอ่อนโยนนั้นเอาไว้


"พวกลูกตอบแม่มา พวกเจ้าทั้งสามคนโดนวางยาใช่หรือไม่!!!"












มาแล้วจ้าอาจมีคำผิดไปบ้างเพราะรีบเขียน ก็ไม่ว่ากันเน่อะ5555
ขอโทษด้วยที่หายไปนาน เพราะมัวแต่ไปเช็คเกรดของตัวเองอยู่ อยากจะบอกการสอบผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ โล่งซะไม่มี 5555 ไรท์กลับมาปั่นนิยายให้ทุกคนแล้วนะ อย่าลืมเม้นอย่าลืมแฟบด้วยเน้ออ



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ จีชางอุค

แม่ทัพหลิน เป่ยจิง



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดาราหญิงจีน


ฮูหยินใหญ่ หลิน เฟย



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดาราหญิงจีน

หลิน ซูเจี้ยน (คุณหนูหก)


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


หลิน ฟางเซียน (คุณหนูสาม)


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กู่ลี่ นาจา

หลิน ฟางซิน (คุณหนูห้า)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

55 ความคิดเห็น

  1. #16 ploylovely632 (@ploylovely632) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 22:13
    อ่านแนวนี้ทีไร ตื่นเต้นตลอดเลย ชอบๆค่ะ
    #16
    0
  2. #13 Kamonnet223 (@Kamonnet223) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 23:26
    งื้อรอค่าาาา
    #13
    0
  3. #12 Kamonnet223 (@Kamonnet223) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 20:00
    ง่าาาทำไมมมล็อค
    #12
    0
  4. #11 KGXUS8683 (@KGXUS8683) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 19:05
    T^T รอนะคะไรท์
    #11
    0
  5. #7 Whitelover (@Whitelover) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 21:37
    รอๆๆๆๆ
    #7
    0