พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,878 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,054 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    745

    Overall
    823,878

ตอนที่ 13 : บทที่ 5 นางกำนัลคนใหม่ (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    13 ก.ย. 60







 “บังอาจ! เจ้ากล้าโป้ปดต่อหน้าข้าเชียวหรือ?!

            องค์ชายแปดเห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะใช้เรื่องนี้ทำลายองค์ชายสี่ แม้ว่าจะเสียดายหญิงงามดุจเทพธิดาผู้นี้อยู่บ้าง แต่เป้าหมายของเขายิ่งใหญ่เกินกว่าจะแลกเพื่อนาง เขาจึงรีบชิงกราบทูล “เสด็จพ่อ ลูกคิดว่าจะต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่นอน ส่งตัวนางให้กรมราชทัณฑ์สอบเค้นจนกว่านางจะสารภาพเถิด”

องค์ชายแปดทรงมีบุคลิกแบบบัณฑิตผู้ทรงความรู้ แต่หากเบื้องลึกในใจแล้วนั้นกลับโหดร้ายไม่น้อย ทุกคนต่างรู้ว่าการสอบสวนของกรมราชทัณฑ์ไม่ต่างอะไรจากโทษตาย นาราเป็นหญิงตัวเล็กบอบบางเพียงนี้ เกรงว่านางคงจะไม่ได้ออกมาจากที่นั่นแบบมีชีวิต สิ่งที่องค์ชายแปดต้องการคือคำรับสารภาพจากปากนาราเพื่อปรักปรำองค์ชายสี่!

ถ้าโชคดีนาราก็อาจได้หมดลมหายใจแบบไม่ทรมาน แต่ถ้าไม่... แม้จะมีกี่ชีวิตก็ไม่พอแบกรับทัณฑ์หฤโหด ทั้งเฉือนเนื้อทั้งเป็น ทั้งตอกเล็บแทงเข็มหรือบางครั้งก็อาจถูกฟาดด้วยแส้ชุบน้ำเกลือทั้งวันทั้งคืน นารานึกถึงเรื่องเล่าสยดสยองที่พ่อเล่าให้ฟังถึงจุดจบของคนที่ถูกส่งตัวไปยุคกลางในยุโรป แค่คิดนาราก็หน้าซีดเผือดเหมือนเลือดมันพากันหายออกไปจากร่าง หัวใจมันเต้นรัวจนตัวสั่นเทิ้ม เธอมีความมั่นใจในฝีมือฝีปากของตนเองก็จริง แต่เธอหลงลืมไปว่าตนเองมาจากต่างยุคต่างสมัย นาราไร้ญาติขาดมิตร สิ่งเดียวที่ช่วยได้คือสร้อยพลอยแต่ก็ถูกเขายึดไว้เสียแล้ว

ไม่มีใครช่วยเหลือเธอจากวิกฤตนี้ได้ทั้งสิ้น

ทว่ามีคนผู้หนึ่ง... ชันเข่าลงข้างหนึ่งพลางประสานมือเพื่อกราบทูลทัดทาน

องค์ชายอิ้นเจิน...

“เสด็จพ่อ...”

“ฟังหม่อมฉันพูดให้จบก่อนเพคะ อย่าเพิ่งกริ้ว...” เต๋อเฟยรีบขัดจังหวะลูกชายไม่ให้พูดอะไร ไม่ต้องการให้ใครดึงลูกชายมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สีหน้าของเต๋อเฟยไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ เฉินกูกูต้องรีบประคองให้นั่งพัก ดมยาหอมและพัดวีให้คลายเวียนศีรษะ “หม่อมฉันหมายความว่า หม่อมฉันยังไม่ได้ทำความรู้จักพื้นเพของนางเพคะ”

“ถ้าเช่นนั้นนางชื่ออะไร?”

“หนิงเอ๋อร์” คำตอบของเต๋อเฟยตรงกับที่นาราเขียนไว้ โทสะของคังซีจึงบรรเทาลงแต่ยังไม่ดับสนิท พร้อมจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อหากเธอพูดอะไรผิดพลาดไปอีกนิดเดียว เต๋อเฟยพักอยู่ด้านในตำหนักจึงได้ฟังการซักถามเมื่อชั่วครู่ รู้ว่านารากำลังตกที่นั่งลำบาก “ก่อนอื่นข้าต้องขอบคุณเจ้าที่ช่วยชีวิตข้าไว้”

“นางช่วยเจ้าไว้เช่นนั้นหรือ?”

“เพคะฝ่าบาท ตอนนั้นหม่อมฉันกำลังสวดมนต์ในศาลา จู่ๆ อาการก็กำเริบขึ้นมา เฉินกูกูรีบวิ่งไปตามหมอหลวง ส่วนหนิงเอ๋อร์อยู่แถวนั้นพอดีจึงช่วยประคับประคองหม่อมฉันไว้เพคะ  อีกทั้งวันนี้หนิงเอ๋อร์นึกสนุก แต่งตัวแปลกๆ เพื่อหวังให้หม่อมฉันหัวเราะบ้างเท่านั้นเองเพคะ”

นาราหมอบนิ่ง เป็นการตอบรับคำพูดของพระนางอยู่กลายๆ

“เราเพิ่งคัดเลือกนางกำนัลเข้ามาใหม่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เด็กคนนี้ถูกส่งมาให้รับใช้งานในตำหนัก แต่หม่อมฉันมัวแต่ล้มป่วยอยู่บนเตียง พอเจอหน้านางรู้สึกไม่คุ้นจึงตกใจเพคะ”

“ที่แท้ก็นางกำนัลของเจ้าเอง นางช่างเล่นซุกซนจนวุ่นวายไปทั้งวัน” ฮ่องเต้คลายสิ้นข้อสงสัย ทรงกุมพระหัตถ์เต๋อเฟยไว้พลางตบเบาๆ เป็นการปลอบใจ “ถึงแม้ว่ากิริยาวาจาของนางจะประหลาดอยู่บ้าง แต่นับว่าเจ้าได้คนฉลาดเฉลียวไว้ข้างกาย...”

“ถูกแล้วเพคะ ฝีปากของนางเฉียบคมยิ่งนัก หม่อมฉันเกรงว่าเหนียงเหนียงจะไม่เหงาแล้วนะเพคะ” จิ้งกุ้ยเหรินป้องปากหัวเราะ หญิงงามย่อมหาได้ไม่ยาก แต่หญิงที่งามพร้อมด้วยสติปัญญานับว่าหาได้ยากยิ่ง

“ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว?”

คนตั้งคำถามคือองค์ชายแปด แววตาท่าทางเปลี่ยนกลับมาพึงพอใจในตัวนาราและค้นหาสิ่งที่เขาสามารถใช้ประโยชน์จากเธอได้ ในเมื่อเธอเป็นแค่นางกำนัลในตำหนักเต๋อเฟยจริง เพราะฉะนั้นก็ไม่เสียหายที่จะเกี้ยวนางไว้เพื่อเป็นสายสืบข่าวในตำหนักให้เขา อิ้นเจินเองก็ลอบมองท่าทีระหว่างสองคนนี้อยู่เช่นกัน เชื่อมั่นไปแล้วหลายส่วนว่าองค์ชายแปดส่งหญิงแปลกหน้าผู้นี้มาแทรกซึมในตำหนักเหยียนชีกง

ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เธอก็ตกเป็นเป้าในเกมชิงอำนาจทั้งนั้น

นารากลอกตาคิดคำตอบ ถามอะไรก็ถามได้แต่อย่าถามเรื่องอายุจะได้หรือไม่ ผู้หญิงเขาถือ!  

เธออายุยี่สิบสี่ แต่จากประสบการณ์ที่เคยอ่านหนังสือผ่านหูผ่านตามา การคัดเลือกนางกำนัลจากธิดาตระกูลขุนนางแปดกองธงจะคัดเด็กสาวที่มีอายุแรกรุ่น และการที่จู่ๆ องค์ชายผู้สูงศักดิ์นึกสนใจเธอเช่นนี้ แม้จะเพิ่งเคยพบหน้ากันแต่นารารู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีจิตสิเน่หา แต่เขาสนใจผลประโยชน์ที่จะได้จากตัวเธอต่างหาก นาราคิดบวกลบคูณหารดูแล้วจึงแอ๊บตอบไปว่า

“ปีนี้หม่อมฉันสิบหกเพคะ”

“สิบหกเท่านั้นเองรึ?”

“เพคะ... เมื่อครู่นี้หม่อมฉันจำได้ว่าพระองค์ต้องการส่งหม่อมฉันรับทัณฑ์ทรมาน ทรงถามอายุหม่อมฉันก็เพื่อหาทางช่วยผ่อนโทษให้หม่อมฉันกระมัง หม่อมฉันขอคำนับขอบพระทัยเพคะ”

องค์ชายแปดขึงโกรธทันทีที่โดนตอกกลับ ส่วนอิ้นเจินลอบหัวเราะ แม้แต่จิ้งกุ้ยเหรินก็แอบหันไปหัวเราะกับหรงเฟย

“ดี! หญิงเข้มแข็งไม่อ่อนแอเช่นนี้จึงจะเอาตัวรอดในวังหลังได้ เจ้าช่างเป็นเด็กสาววัยสิบหกที่ห้าวหาญดีจริงๆ เดิมทีข้าไม่สนใจว่า งามดั่งเทพธิดาเป็นเช่นใด ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว”

มาถึงตอนนี้ไม่มีชายคนใดที่ไม่สนใจนารา องค์เหนือหัวแห่งต้าชิงลูบเคราอย่างเชื่องช้าขณะพิจารณาความงามตรงหน้า แม้ว่าพระองค์จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังคงมีเสน่ห์ตามประสาหนุ่มใหญ่ใจป้ำ อีกทั้งหญิงสาวทุกคนในวังหลังล้วนเป็นของฮ่องเต้ หากทรงพึงพอพระทัยใครก็รับสั่งให้ถวายงานได้

การถวายตัวเป็นนางสนมของฮ่องเต้ถือเป็นเรื่องที่อิสตรีในวังหลังต่างเฝ้าฝัน เพราะหญิงสาวบางคนที่ฮ่องเต้รับเข้าวังหลังมาแต่ไม่เคยเห็นพระพักตร์ก็มี บางคนโชคดีได้รับการเรียกหา พวกนางต้องรีบคว้าโอกาสทองที่จะทำให้ฮ่องเต้พอพระทัยเพื่อพวกนางจะได้ก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า เกียรติยศเงินทองความมั่งคั่งจะไหลเทมากองแทบเท้า ฮ่องเต้ทรงถูกชะตาเธอตั้งแต่แรกเห็น นาราพอมองเรื่องนี้ออกจึงชิงกราบทูลก่อน

“หากฝ่าบาทต้องการตัวหม่อมฉัน หรือต้องการยกให้ใคร ขอทรงให้เต๋อเฟยเป็นผู้มีสิทธิตัดสินนะเพคะ”

เต๋อเฟยหัวเราะ เด็กคนนี้มีไหวพริบดียิ่งนัก พูดแค่สั้นๆ ก็ปิดโอกาสทุกคนจนราบคาบโดยที่ไม่ทำให้คนฟังรู้สึกขุ่นข้อง ความหมายของนาราคือ ไม่! ฉันไม่คิดจะเป็นของใครเพราะเต๋อเฟยย่อมมีเหตุผลไม่ยอมสาวน้อยผู้นี้ให้ฮ่องเต้ ส่วนองค์ชายที่คิดหมายปองนาราก็ต้องคิดให้ดีๆ เพราะอย่างน้อยนาราก็เป็นหญิงสาวที่เสด็จพ่อทรงสนพระทัย

ฮ่องเต้คังซีทรงรู้จุดประสงค์ที่นาราทูลขอเช่นนั้น พระองค์จึงชูนิ้วขึ้นมา ท่าทีราวกับผู้ใหญ่กำลังดุเด็กที่ซุกซน “ตอบได้ดี นับว่าครั้งนี้เจ้าเอาตัวรอดไปได้”

“ขอบพระทัยเพคะ ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ” นาราก้มลงกราบพร้อมฉีกยิ้มแฉ่ง 

องค์ชายแปดขยับกายกระสับกระส่ายเพราะไม่อาจหาเหตุผลใดทูลขอนางได้ พระมารดาของเขาไม่มีบารมีมากพอที่จะขอนางกำนัลจากเต๋อเฟย และเต๋อเฟยก็ไม่มีความจำเป็นต้องยกเด็กคนนี้ให้เขา และหากคิดลักลอบสานความสัมพันธ์กับโฉมงามผู้เลื่องลือคนนี้ นอกจากจะเสี่ยงความแตกจนชื่อเสียงแปดเปื้อนแล้วยังเสี่ยงถูกเสด็จพ่อประณามเอาได้

ได้ไม่คุ้มเสีย...

องค์ชายแปดตัดสินใจรามือจากนารา

องค์ชายคนอื่นๆ เองก็แสดงอาการครุ่นคิดไม่ต่างกัน มีเพียงองค์ชายสี่อิ้นเจินที่มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่บ่งบอกพื้นอารมณ์ใดๆ เขาสงบนิ่งเพราะรู้ว่าหญิงเจ้าเล่ห์แสนกลอย่างเธอย่อมหาทางเอาตัวรอดได้สบายๆ อยู่แล้ว เขารู้ว่าเธอจะเลือกตอบอะไร และเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าร่วมวงแย่งชิงหญิงผู้นี้แต่อย่างใดเพราะเขามิได้สนใจเธอ

อิ้นเจินหยิบสร้อยพลอยที่ยืดจากนาราขึ้นมาตรวจสอบ มันเป็นสร้อยประดับจี้พลอยหลากสี รูปแบบเรียบๆ ก็จริงแต่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกแปลก ปลายนิ้วแกร่งไล่ไปตามเม็ดพลอยแต่ละสี เขาเป็นนักสะสมผลงานศิลปะอยู่ไม่น้อยจึงมองออกว่าสร้อยเส้นนี้ใช้ช่างฝีมือชั้นเลิศ และพลอยที่ฝังอยู่ไม่ใช่พลอย

มันคืออะไร?

“ในเมื่อนางเป็นคนในตำหนักของหม่อมฉัน ก็ขอให้หม่อมฉันเป็นผู้ชำระความนะคะ” เมื่อผู้มีพระคุณกำลังเดือดร้อน เต๋อเฟยจึงช่วยให้ที่พึ่งพิงแก่นาราโดยบอกว่าเธอเป็น คนของตำหนัก เมื่อฮ่องเต้ทรงอนุญาต เต๋อเฟยจึงเป็นผู้ทำหน้าที่ซักถามต่อไป “เจ้ามาจากสกุลใด?”

“หม่อมฉัน... หม่อมฉันชื่อนารา เรียกหม่อมฉันว่าหนุงหนิง เอ่อ หนิงเอ๋อร์ก็ได้เพคะ”

“นาลางั้นหรือ? แล้วเผ่าล่ะ? เย่เหอหรือว่าอูลา?”

นาราไม่เข้าใจว่าเต๋อเฟยถามถึงอะไร จึงดำน้ำตอบตามมีตามเกิด “เอ่อ... เผ่า? ถ้าหมายถึงนามสกุล... เอ่อ... นามสกุลของหม่อมฉันคือ ชื่นอุรา เพคะ”

“ชื่น... อุ... รา...” ทุกคนงง ไม่เคยได้ยินชื่อนี้ นาราจึงชักจะเหงื่อตก

“อูลา... นางหมายถึงอูลา... นาลา” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นสั้นๆ ด้วยแววตาเย็นยะเยือก คนผู้นั้นคืออิ้นเจิน  

“ที่แท้ก็มาจากเผ่าอูลา สกุลนาลา นับว่าไม่เลว สำเนียงเจ้าแปลกแต่ก็เป็นเอกลักษณ์ดี” เต๋อเฟยพยักหน้าพอใจ เนื่องจากสกุลอูลานาลาเป็นสกุลโบราณ สืบทอดเชื้อสายจากจักรพรรดิองค์แรกของต้าชิง มีพันธะอำนาจสูงในราชสำนัก นาราฟังไม่เข้าใจแต่ก็พยักหน้าเออออไปก่อน อะไรที่เต๋อเฟยว่าดีเธอก็ดีด้วย

เมื่อนายว่าเช่นนั้น บ่าวไพร่ในตำหนักก็ต้องว่าตามกัน เฉินกูกูกับเถาจื่อยืนตัวเกร็งเมื่อประจันหน้ากับนารา ส่วนต้วนกงกง หัวหน้าขันทีตำหนักเหยียนชีกงเตะขันทีน้อยตู้หมิงให้คุกเข่าคำนับ ตู้หมิงรีบเอาศีรษะโขกพื้น ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจนกว่าจะได้รับอนุญาต

“ข้าน้อยอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ไม่ดี ทำให้ฝ่าบาท เหนียงเหนียงและเหล่าองค์ชายทั้งหลายสับสนวุ่นวาย ขอฝ่าบาทลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ” พูดไปพลาง ดุใส่ขันทีน้อยไปพลาง

“ฝ่าบาท ขอทรงอภัยให้ข้าน้อยด้วยพ่ะย่ะค่ะ เป็นเพราะข้าน้อยไม่ดูให้ดี รีบร้องตะโกนโวยวายจึงเกิดเรื่องระคายเคืองพระทัยฝ่าบาท ขอทรงเมตตาข้าน้อยด้วย”

นารารู้สึกสงสารตู้หมิงไม่น้อย ถ้าเธอยอมอยู่นิ่งๆ ให้จับและตกลงพูดคุยกันภายในตำหนักตั้งแต่แรก บางทีเรื่องราวก็คงจะไม่ลุกลามใหญ่โตเช่นนี้ นาราจึงก้มลงกราบคังซีอีกครั้งก่อนจะทูลขอร้อง

“หม่อมฉันขอบังอาจกราบทูล... เรื่องนี้เป็นความผิดของหม่อมฉันเพียงผู้เดียวเพคะ ตู้กงกงพบเจอสิ่งผิดปกติจึงรีบเข้ามาช่วยเหลือเต๋อเฟยอย่างแข็งขัน คนอื่นพากันหลบหนีแต่ตู้กงกงไม่เป็นเช่นนั้น บ่าวรับใช้ที่ซื่อสัตย์เช่นนี้น่ายกย่องยิ่งนักเพคะ ขอฝ่าบาททรงพิจารณาด้วย”

“อืม... เจ้าเป็นบ่าวย่อมต้องปกป้องดูแลความปลอดภัยให้นาย เจ้าทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว ข้าไม่ตำหนิเจ้าเรื่องนี้ ส่วนเจ้า...” ฮ่องเต้ทรงชี้นิ้วมาที่นารา “ในเมื่อเจ้าเป็นผู้ช่วยชีวิตเต๋อเฟยก็นับว่าเป็นความดีความชอบ ถือว่าลบล้างความผิดไปเช่นกัน”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปพ่ะย่ะค่ะ” ตู้หมิงไม่ต่างอะไรจากตายแล้วเกิดใหม่ รีบโขกศีรษะคำนับทั้งน้ำตาและคลานถอยออกไป เต๋อเฟยกับหรงเฟยจึงนึกชมนาราที่มีคุณธรรมน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น นับว่ามีความตั้งใจดีและมีค่าพอชุบเลี้ยง  

“เอาล่ะ ข้าต้องกลับไปอ่านฎีกาที่หยางซินเตี้ยนแล้ว เรื่องนี้ถือว่าจบ หากใครกล้าพูดจาเรื่องภูติผีปีศาจไร้สาระในวังให้ข้าได้ยินอีก ข้าจะตัดลิ้นมัน”   

ด้วยเหตุนี้นารา หนุงหนิงจึงได้กลายเป็นนางกำนัลอูลานาลา หนิงเอ๋อร์ ประจำการที่ตำแหน่งเต๋อเฟยในตำแหน่งนางกำนัลฝึกหัด...

อิ้นเจินน้อมส่งเสด็จก่อนจะยืดกายลุกขึ้นเต็มความสูง แววตาวาววับไม่น่าไว้วางใจสำหรับนารา แค่สบตากันเธอก็รู้ทันทีว่าเขาไม่เชื่อนิทานที่เธอกับเต๋อเฟยแต่งขึ้นเลยสักนิด

แล้วไง... ใครแคร์

นาราสะบัดหน้าเชิดใส่ก่อนจะแบมือขอสร้อยพลอยคืน ร่างสูงสง่าจึงหยิบส่งให้อย่างเสียมิได้ สีหน้าเริ่มเก็บความหงุดหงิดไม่มิด

“องค์ชายอิ้นเสียงๆ มานี่หน่อยเพคะ” องค์ชายสิบสามอิ้นเสียงกำลังมึนงงสับสนเรื่องแม่หญิงสารภี บุตรสาวพระยาพิชิต เหตุใดจึงกลายเป็นหนิงเอ๋อร์แห่งตำหนักเหยียนชีกง นาราสวมสร้อยเสร็จเรียบร้อยจึงอาศัยจังหวะที่เหล่าสนมและเหล่าองค์ชายบอยแบรนด์ทั้งหลายอยู่กันครบ จัดการรวดเดียวให้สิ้นซาก

“องค์ชายมองนี่นะเพคะ ทุกท่านมองมาทางนี้...”

เธอยิ้มหวานฟันดำปี๋พลางชี้ไปที่พลอยสีแดง พริบตาเดียวแสงสว่างวาบก็พุ่งทะลุผ่านรูม่านตาเจาะผ่านนำข้อมูลเข้าไปในสมอง บันทึกชื่ออูลานาลาหนิงเอ๋อร์แห่งตำหนักเต๋อเฟย อายุสิบหกเอ๊าะๆ สูงร้อยเจ็ดสิบ หนักสี่สิบแปด สัดส่วน 34-24-35 ชอบกินขนมหวานและเกลียดเด็กจ้า

จากนี้ไปจะไม่มีใครสงสัยเรื่องที่มาที่ไปของเธออีก เหล่าองค์ชายคำนับลาหรงเฟย เต๋อเฟยและจิ้งกุ้ยเหรินก่อนจะพากันกลับไปโดยไม่มีใครสนใจเรื่องเธออีก องค์ชายแปดเดินนำกลุ่มน้องชายออกไปอย่างสง่างาม แต่ฝีเท้ากลับชะงักและเหลียวกลับมามองนาราด้วยสายตาหมาป่า องค์ชายสิบสี่เห็นพี่แปดมองนางกำนัลของเสด็จแม่ด้วยแววตาร้อนแรงเช่นนั้นก็พอรู้ใจ หากหญิงนางใดได้สายตามุ่งมาดปรารถนาจากชายหนุ่มรูปงามราวกับหยกชั้นดีเช่นนี้ หญิงนางนั้นย่อมร่ำไห้ด้วยความยินดี แต่นารากลับยักไหล่เฉยๆ

ส่วนบรรดาบ่าวไพร่ในตำหนักเหยียนชีกง เถาจื่อ ซื่อจื่อ ขันทีน้อยตู้หมิงรวมทั้งเฉินกูกู ตอนแรกก็มีท่าทีหวาดกลัวนาราจนตัวแข็งทื่อ แต่เมื่อจ้องแสงสีแดงจากสร้อยพลอยของนาราเข้าไปก็สงบเป็นปกติราวกับโดนคาถานะจังงัง

“เอาล่ะ...เรียบร้อย” ร่างบางปัดมือเปาะแปะ พลางปาดเหงื่อหยดเล็กๆ บนไรผมพอเป็นพิธี จากนั้นก็แดนซ์ๆ กระดกหน้าถอยหลังตามเต๋อเฟยเข้าไปด้านในตำหนัก “อยู่ใน party ร้อนยังกะ fire เธอสวยเซ็กซี่ hot ยังกะ fire... วันนี้เหนื่อยจังวู้”

แต่เธอไม่ทันสังเกตว่ามีคนผู้หนึ่งที่จงใจหลับตาหลบแสงพลอยสีแดงของเธอ

อิ้นเจิน...

 <<<จิ้มเรยๆๆ
ฝาก add fav. และคอมเม้นท์เป็นกำลังให้ไรท์ด้วยน้าา
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานค่ะ
ดีใจที่ชอบจ้า

มาๆๆ มาอุดหนุนซะดีย์ๆ
พระชายาแสวงพ่าย by ตันเหมย (มณีริน)

 
วางแผงแล้วทั่วประเทศนะคะ
ราคาปก 419 จำนวน 592 หน้า
 
สั่งซื้อได้ที่เพจไลต์ ออฟ เลิฟ หรือสั่งออนไลน์จากร้านหนังสือ หรือสอยจากหน้าร้านก็ได้ 555555
v
v
 v 
มี E book แล้วนะ ลดเหลือ 369 บาท ฝากกดหัวใจให้เรตติ้งด้วยนะคะ ><
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #6268 Lime'Sorbet (@renizm) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 14:12
    หลุดโลกจริงๆ ขำหนิงเอ๋อร์
    #6268
    0
  2. #5445 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 08:38
    555+ หนุงหนิงมีคนนึงนะที่ไม่ได้โดนแสงพลอยให้เชื่อ
    #5445
    0
  3. #3456 fahnatee (@fahnatee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 21:23
    5555 พี่สี่ไม่ได้มาเล่นๆ เขาเท่ห์มากรู้ทันหนิงเอ๋อร์ตลอด
    #3456
    0
  4. #2004 Nattiya Bursnachaitavee (@nsttiyaburana) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 14:00
    ขอบคุณมากคร้าาาา. สนุกอ่ะ ชอบที่จะเอาซิลิโคนปาหน้า 55555555
    #2004
    0
  5. #1693 อ่านแล้ว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 13:59
    เราอยากให้นาราได้กลับยุคของเธอแบบโสดซิง ๆ มากกว่านะ แค่มีเรื่องรักกุ๊ก ๆ กิ๊ก ๆ เฮฮาบ้าบอใส ๆ แล้วลาจากกลับไปหาครอบครัวในยุคตัวเองดีกว่า ไม่อยากให้นารากลายเป็นชายาของใครในยุคนี้เลย เพราะถ้าเป็นก็เป็นได้แค่ชายารองไม่ใช่รึ ชายาเอกเขามีตัวจริงในประวัติศาสตร์กันหมดแล้วนี่

    แบบปู้ปู้ชิงชิง (สะกดถูกหรือเปล่า?) ไม่ว่ารั่วซีจะตัดสินใจเลือกองค์ชายคนไหน สถานะก็จะเป็นแค่ชายารองทุกกรณี เพราะองค์ชายทั้งหลายไม่ว่าจะคนที่หลงรักหรือไม่หลงรักรั่วซีต่างก็แต่งชายาเอกกันหมดแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่รั่วซีไม่อยากเลือกองค์ชายแปด ถึงจะมีเรื่องอื่นด้วยก็เถอะ แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเมียหลวงของชายแปดเกลียดรั่วซีมาก และรั่วซีก็ทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่ในฐานะต่ำต้อยกว่าก้มหัวให้เมียหลวงขององค์ชายแปดปกครอง หรือเมื่อเลือกหย่งเจิ้น รั่วซีก็เป็นได้แค่เมียลับ (แค่เรียกให้ดูดีว่าคนรัก) ไม่มีตำแหน่งอะไร พอเป็นชายาชายสิบสี่ก็เป็นได้แค่ชายารอง เพราะถึงไงคนเขียนก็เปลี่ยนประวัติศาสตร์ไม่ได้ ไม่งั้นต้องสร้างเป็นโลกคู่ขนาน หรือเอานางเอกข้ามมิติไปสวมชื่อเป็นใครสักคนที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์เท่านั้น
    #1693
    1
  6. #1544 Tunpp (@Tunpp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 18:04
    555555555 ตลกนางเอก ชีวิตบันเทิงมากจริงๆ องค์ชายสี่นี่สุดยอดดด ฉลาดสุดๆๆ
    #1544
    0
  7. วันที่ 17 เมษายน 2560 / 15:11
    ตลก 5555
    #1531
    0
  8. #1291 BlueNok (@tytyssn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 20:29
    อย่างฮา นี่มันตลกคาเฟ่
    #1291
    0
  9. #1151 K_sushi_P (@K_sushi_P) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:51
    เอ้ารอด555555
    #1151
    0
  10. #1149 Yeow Meilie (@Fareow) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 18:48
    โอ้ย!!55555. ฮาาามากกกไรท์  นับถือเลยเขียนสนุกมากอ่านเ้ล้วขำเลย
    #1149
    0
  11. #968 aor027517852 (@aor027517852) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 21:12
    สนุกมากกก หัวเราะทุกตอนเลย
    #968
    0
  12. #621 Pandanus2323 (@Pandanus2323) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 02:32
    ตลกแท้
    #621
    0
  13. #432 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 18:44
    ปี2199 ตาม คส. หรอคะ งง
    #432
    0
  14. #431 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 18:43
    เขาชอบบบบบ สนุกมากเลยๅ
    #431
    0
  15. #364 leo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 09:54
    เนื้อเรื่องมันสนุกอยูนะแต่รู้สึกโดด ๆ ไร้ที่มาที่ไปเหมือนจะเขียนยัดเยียดตามใจคนแต่งจนไม่สมเหตุสมผลไงไม่รู้
    #364
    0
  16. #288 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 01:45
    สนุกๆๆๆๆมากๆๆๆๆค่ะ
    #288
    0
  17. #263 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 16:08
    แหมหลงเหลืออยู่อีกคนตายแน่งานนี้55555555
    #263
    0
  18. #257 มดตัวน้อยๆ (@ronalchili) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 14:23
    พลอยสีแดงนี่ แนวคิดมาจาก MIB?
    #ชอบเรื่องนี้แหวกแนวดี
    #257
    1
    • #257-1 Pimmy27pb (@Pimmy27pb) (จากตอนที่ 13)
      3 เมษายน 2560 / 20:42
      คิดเหมือนกันเลย 555
      #257-1
  19. #205 Babymarkbam (@BeePhonenimith) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 13:50
    สนุกที่สุดเลยคะ ชอบเรื่องนี้มาก
    #205
    0
  20. #203 Koribara (@Koribara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 12:19
    สนุกค่าา ติดตามๆ
    #203
    0
  21. #201 Gadget68 (@Gadget68) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 09:06
    สนุกค่ะ. นางเก่ง. น่ารักค่ะ. เก่งชายเจอเก่งหญิง. 555. จะเป็นอย่างไร
    #201
    0
  22. #196 aizz (@aicha) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 21:51
    รอออ ชอบมากกกก แปลกมากกก
    #196
    0
  23. #195 มารี (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 15:16
    ตลกนาง5555
    #195
    0
  24. #194 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 14:47
    ขอบคุณมล
    #194
    0
  25. วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 12:29
    5555555องค์ชายรู้ทันนางรีบหลับตา รอจ้า
    #192
    0