พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,796 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,059 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    663

    Overall
    823,796

ตอนที่ 16 : บทที่ 7 หึงหวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    26 มี.ค. 60





ประกาศข่าวดี ^_^

บุหลันแสนรัก ผ่านพิจารณาสนพ.เขียนฝัน ในเครือไลต์ ออฟ เลิฟ นะคะ
และเนื่องจากมีข้อกำหนดให้เผยแพร่เนื้อหาได้ประมาณ 40-60% ดังนั้นปุ๋มจึงต้องหยุดอัพชั่วคราวเด้อออ

ขอบคุณที่สนับสนุนนังยักษ์มาโดยตลอดนะคะ รอความคืบหน้าเรื่องวันเวลาวางแผงเร็วๆนี้จ้า
https://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1541242



 







เช้าวันต่อมาจวินอี้เข้าวังเพื่อเยี่ยมอาการป่วยของเต๋อเฟย บรรยากาศในเหยียนชีกงดูสว่างไสวมีชีวิตชีวาขึ้นหลังจากฝ่าบาทเสด็จมา อีกทั้งพวกบ่าวไพร่ในตำหนักยังมีเรื่องสนุกๆ ครึกโครมซุบซิบคุยกัน จวินอี้จึงสั่งให้คนสนิทไปสอบถามจนได้ความเรื่องนางกำนัลคนใหม่ จวินอี้ถึงได้เข้าใจว่าองค์ชายสี่กำลังสนพระทัยเรื่องของหญิงสาวผู้นี้นี่เอง

“พี่หนิงเอ๋อร์ค่อยๆ เดินเจ้าค่ะ บิดเอวอีกสักนิด ท่านเดินแบบนั้นเหมือนจะไปฆ่าคนนะเจ้าค่ะ”

“ถ้าจะฆ่าคนจริงๆ ข้าถอดรองเท้าแล้ววิ่งไปฆ่าง่ายกว่า”

นารากำลังฝึกเดินบนรองเท้าส้นหนาแบบประหลาดๆ ที่เรียกว่ารองเท้าอ่างบัวอยู่ที่ระเบียงชมสวน มีเถาจื่อ ซื่อจื่อกับตู้หมิงช่วยให้กำลังใจกันคึกคัก จูงมือประคองเดินเหมือนเด็กอ่อน จวินอี้ลอบสังเกตอยู่ไกลๆ เห็นท่าเดินของนางช่างตลกนัก เดินกางแขนกางขา หน้าตาบิดเบี้ยวเกร็งไปหมด เวลาจะเดินทีก็ต้องกระทืบเท้าย้ำให้มั่นไปทีละก้าว ทีละก้าว ไร้ความสง่างดงามไม่เหมือนอย่างที่คนอื่นลือกันเลยสักนิด

หวังเย๋สนใจนางผู้นี้จริงงั้นหรือ?

“ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องใส่รองเท้าอะไรแบบนี้ด้วย” นาราต้องฝึกเดินยกถาดขึ้นเสมอคิ้ว ถ้วยน้ำชาบนถาดต้องไม่กระฉอกล้นออกมาเลอะเทอะเด็ดขาด การฝึกแบบนี้ไม่ยากหรอก แต่เซียนส้นสูงอย่างเธอมาเจอรองเท้าทรงอ่างบัวเข้าไป เอวเอยสะโพกเอยครางประท้วงลั่น

“พี่หนิงเอ๋อร์ น้ำชากระเด็นมาถึงข้าแล้วนะ”

“นั่นสิพี่หนิงเอ๋อร์ กว่าจะยกชาไปถวายเหนียงเหนียงได้ สงสัยต้องต้มน้ำรอสิบกา”

พอถูกเถาจื่อล้อมากๆ เข้า นาราจึงถอดรองเท้าแล้ววิ่งไล่จับเถาจื่อมาฟัดทันที ส่งเสียงหัวเราะคิกคักสนุกสนานเพราะนาราวิ่งไล่จับทุกคนเลย ชุดฉ่างอี[1]มีรอยเปื้อนเป็นดวงๆ

“นางช่างไร้มารยาทเสียจริง เสียงดังโหวกเหวก ไม่รู้จักสำรวมบ้างเลย” จวินอี้ตกใจเมื่อได้ยินจากปากคนสนิทว่านางกำนัลผู้นี้เผยฝ่าเท้าเปล่าเปลือยต่อหน้าพระพักตร์และเหล่าองค์ชาย หนำซ้ำยังแต่งกายเปิดเผยเนื้อตัวเสียยิ่งกว่านางโลมชั้นต่ำ ตอนนี้ชื่อเสียงของนาราจึงเป็นที่ลือไปทั่วว่าเป็นหญิงสาวร้อนแรงที่องค์ชายทุกคนหมายปอง  

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเสด็จแม่จะเก็บหญิงแพศยาเช่นนี้ไว้ข้างกาย เสด็จแม่คิดจะทำอะไรกันแน่”

จวินอี้ไม่สบายใจเลย ตั้งแต่แต่งงานเป็นสะใภ้หลวง จวินอี้ก็มีแค่พระนางเป็นที่พึ่ง  วันไหนกังวลใจเรื่องสวามีก็เข้าวังมาเพื่อปรับทุกข์กับเต๋อเฟย แต่ครั้งนี้เข้าวังมาแล้วกลับเจอเรื่องเครียดกว่าเดิม เต๋อเฟยพอจะสังเกตอาการกังวลของสะใภ้ออก แต่ทรงเห็นว่าจวินอี้เป็นคนใจเย็นและมีเหตุผล เต๋อเฟยจึงกุมมือของลูกสะใภ้ไว้ก่อนจะอธิบายให้เข้าใจ

“นางเป็นเพียงนางกำนัลแก่นๆ คนหนึ่ง นางมีไหวพริบดีแต่ยังไม่รู้จักควบคุมกิริยา บวกกับข่าวลือที่คนอื่นพูดเกินจริงไปบ้าง เจ้าเป็นถึงพระชายาเอกขององค์ชายสี่ เจ้าต้องหนักแน่นเข้าใจหรือไม่?”

“เพคะเสด็จแม่”

“ข้าสอบถามนางแล้ว นางไม่คิดจะตบแต่งกับใครทั้งสิ้น ข้าเองก็ไม่คิดจะบังคับ”

จวินอี้ไม่เชื่อสักนิด นางไม่คิดจะแต่งให้ใครตอนนี้ แล้วถ้านางคิดขึ้นมาเล่า?! “นางยืนยันเช่นนั้นจริงหรือเพคะ”

“จริงสิจ๊ะ ที่ผ่านมาเจ้าเองก็พยายามเอาใจองค์ชายด้วยการสรรหาหญิงงามเข้าจวน แต่ข้าคิดว่าเจ้าหลงทางเสียแล้ว เจ้าคือหยกล้ำค่าที่แท้จริง งามส่องประกายโดยที่ไม่ต้องมีพวกพลอยหุงล้อมรอบ เจ้าคือชายาเอกขององค์ชาย เหลืออีกอย่างที่ข้าหวังในตัวเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะเป็นผู้คลอดทายาทคนแรกของอิ้นเจินให้ข้าอุ้ม เจ้าหนูตัวอ้วนๆ กลมๆ ที่เจ้าเป็นผู้คลอดออกมาคงจะน่ารักยิ่งนัก ข้าจะรออุ้มลูกชายของเจ้านะจวินอี้”

จวินอี้อยากจะพูดว่าเด็กทารกจากชายารองก็คงจะอ้วนกลมน่ารักเช่นกัน เผลอๆ อาจจะน่ารักจนเป็นที่โปรดปรานยิ่งกว่า แต่จวินอี้ไม่กล้าเผยความริษยาในใจ

“เพคะ หม่อมฉันจะพยายาม...”

นานหลายทิวาราตรีแล้วที่จวินอี้ไม่ได้แนบชิดสนิทสนมฉันท์สามีภรรยา นางกลัว... กลัวว่าชายารองหรืออนุคนอื่นๆ จะตั้งครรภ์ก่อนนางแล้วคลอดลูกได้ก่อน แล้วหากเด็กคนนั้นเป็นที่โปรดปรานขององค์ชายสี่ แล้วถ้าหากเธอไม่สามารถตั้งครรภ์...

ถ้าหาก...

ถ้าหาก... จวินอี้คิดวนเวียนไม่อาจปล่อยวาง หากองค์ชายทรงพึงพอพระทัยหญิงอื่นจนคิดยกย่องหญิงผู้นั้นขึ้นมา ตำแหน่งชายาเอกก็อาจหลุดมือนางไปได้ทุกเมื่อ ความกังวลใจของสะใภ้ย่อมเป็นความผิดของแม่สามี เต๋อเฟยจึงสบตาจวินอี้อย่างผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่า ทรงสั่งให้เฉินกูกูนำของบางสิ่งมามอบให้ สิ่งนั้นคือเหล้ากุหลาบสีแดงใสดุจทับทิม

“นี่เป็นเหล้าที่จะช่วยให้ใจและกายของหญิงชายร่วมประสาน คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง เจ้าจงจัดเตรียมสำรับอาหารที่องค์ชายโปรดปรานและร่วมดื่มกับองค์ชายเถอะนะ”

“ขอบพระทัยเพคะเสด็จแม่”

เต๋อเฟยหยิบพัดกลมเขียนลวดลายกระต่ายเคียงคู่ให้อีกอย่าง “จงดูพัดนี้แล้วพิจารณาความหมายให้ดี เจ้าอยู่ในฐานะชายาเอก สิ่งที่ควรกระทำคือปกป้องสายเลือดขององค์ชาย”

“เพคะ” กระต่ายเป็นสัตว์ที่มีลูกมีหลานมากล้น จวินอี้จ้องมองพัดของเต๋อเฟยด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง คิดวนเวียนซ้ำซาก หากความหวังของเต๋อเฟยเป็นจริง ความกลัดกลุ้มที่สะสมอยู่ในอกก็คงจะบรรเทาเบาบางลง

ขอเพียงมีทายาท ขอเพียงมีเชื้อสายของหวังเย๋ในท้อง นางก็จะได้เป็นพระชายาเอกตลอดไป

หลังจากเข้าเยี่ยมเต๋อเฟยเสร็จเรียบร้อยแล้ว สีหน้าของจวินอี้แจ่มใสขึ้น ระหว่างทางกลับออกจากวังก็บังเอิญเจอเหลียงเฟยเข้าพอดี จวินอี้ย่อกายคำนับและหยุดพูดคุยตามมารยาทสักครู่

“ต้องลำบากชายาสี่เข้าวังบ่อยๆ แล้วนะเพคะ เต๋อเฟยดูสดชื่นขึ้นทุกครั้งที่ท่านมาเยี่ยมเลย” เหลียงเฟยยิ้มแย้มทักทายอย่างเอ็นดู เพราะแต่เดิมจวินอี้ก็เคยเกือบจะได้เป็นสะใภ้ของเหลียงเฟย แต่อย่างที่รู้กันอยู่ว่าเชื้อสายชาวฮั่นในกายของเหลียงเฟย ทำให้ไทเฮาทรงเสียดายหากจะยกจวินอี้ให้องค์ชายแปด แม้จะไม่ได้ผูกชะตาเป็นแม่ผัวสะใภ้กัน แต่จวินอี้ก็ยังให้ความเคารพนับถืออีกฝ่ายเป็นอย่างดี

“หม่อมฉันเป็นสะใภ้อกตัญญู ไม่อาจช่วยแบ่งเบาอาการเจ็บป่วยของเสด็จแม่ได้เลยต่างหากเพคะ”

“อย่าถ่อมตัวไปเลย เจ้าคือยอดหญิง สะใภ้หลวงอันดับหนึ่งที่ฝ่าบาททรงชื่นชม เจ้าปฏิบัติตามจารีตกุลสตรีตามหลักสามคล้อยตามสี่คุณธรรมโดยเคร่งครัด เจ้าคือความภูมิใจของเต๋อเฟยเชียวนะ แม้กระทั่งแป้งทาแก้มกลิ่นมะลิหอมของเจ้า ไทเฮายังมีรับสั่งให้นำมาจากหยางโจวเพื่อเป็นของขวัญของเจ้าโดยเฉพาะด้วยซ้ำ ลองไปถามจวนอ๋องอื่นๆ ดูสิ ไม่มีชายาคนใดได้ความเอ็นดูจากไทเฮาเช่นนี้เลย”

วาจาหวานหูย่อมน่าฟัง เดิมทีเหลียงเฟยเองก็มีวาทศิลป์เป็นเลิศ รู้จักพูดเอาอกเอาใจอยู่แล้ว จวินอี้จึงหัวใจพองโตด้วยความดีใจ ไม่ได้เอะใจอะไรเลยสักนิด

“ข้าได้ข่าวว่าเต๋อเฟยทรงรับนางกำนัลคนใหม่มารับใช้ใกล้ชิด ข้ารู้สึกแปลกๆ แต่ไม่กล้าพูดออกไป ข้าเป็นห่วงเต๋อเฟยจริงๆ เจ้าเองก็ใกล้ชิดเต๋อเฟยอยู่ไม่น้อย ฝากเจ้าสอดส่องนางด้วยก็แล้วกันนะ”

“เพคะเหนียงเหนียง หม่อมฉันก็แปลกใจเรื่องนี้เพคะ จู่ๆ นางก็ปรากฏตัวขึ้นมา แต่งตัวประหลาดแถมยังไร้กิริยาผู้ดี คนเช่นนี้จะผ่านการคัดเลือกเข้ามาในวังได้อย่างไร ขนาดองค์ชายสี่เองก็ยังคลางแคลงพระทัยด้วยซ้ำ แต่เสด็จแม่ทรงถูกพระทัยนางมาก หม่อมฉันก็ทำอะไรไม่ได้เพคะ”

“แม้แต่องค์ชายสี่ก็สงสัยนางงั้นเหรอ?”

“เพคะ”

“ข้าเองก็คิดอย่างนั้น นางกำนัลผู้นี้เป็นหญิงงามโดดเด่นยิ่งนัก ขนาดข้าเองยังมิได้ยลโฉมนางยังรู้สึกรักใคร่ คนทั้งวังเล่าลือกันว่านางงามราวกับไซซี จะแย้มยิ้มหรือขมวดคิ้วก็ชวนลุ่มหลง ผิวกายสะอาดเกลี้ยงเกลา ทรวดทรงเหมาะเจาะ เรียกว่างามโดยธรรมชาติ ฝ่าบาทกับเหล่าองค์ชายจะรู้สึกต้องตานางก็ไม่แปลกอะไร เพียงแต่หญิงงามจนน่ากลัวเช่นนี้ ข้าเกรงว่านางจะเป็นเซี่ยจีกลับชาติมาเกิด”

จวินอี้ได้ยินเหลียงเฟยเปรียบนาราเหมือนดั่งเซี่ยจี ถึงกับตกใจจนพัดกลมร่วงจากมือ เซี่ยจีเป็นหญิงแพศยาฉาวโลกีย์อันดับหนึ่งแห่งยุคชุนชิว นางเป็นฮองเฮาสามหนเป็นฮูหยินเจ็ดครั้ง มีสัมพันธ์กับบุรุษมากมายนับไม่ถ้วน นารากล้าเปลือยฝ่าเท้าต่อหน้าชายทั้งหลายโดยไม่มียางอาย หากนางจะเดินรอยตามเซี่ยจีก็ไม่ใช่เรื่องเกินคาดหมาย จวินอี้หน้าซีดเผือดจวนเจียนจะเป็นลม แม้จะกลัดกลุ้มกังวลใจแต่ไม่รู้จะหาทางจัดการนาราไปให้ไกลหูไกลตาองค์ชายสี่ได้อย่างไรดี

“เมื่อก่อนก็เคยมีนางกำนัลคนหนึ่งใช้วิธียั่วยวนฝ่าบาทจนได้เป็นถึงกุ้ยเหรินเลยทีเดียว โชคดีที่สวรรค์ทรงโปรด เต๋อเฟยกับข้าช่วยกันขับไล่นางไปอยู่ตำหนักเย็นได้สำเร็จ”

“ทำเช่นใดหรือเพคะ?”

“ข้าให้คนจับตาดูนางไว้จนจับได้ว่านางเล่นคุณไสย ใช้ยาเสน่ห์และทำตุ๊กตาสาปแช่งฮองเฮา ฝ่าบาทกริ้วมากจึงสั่งขังนางในตำหนักเย็นก่อนจะส่งผ้าขาวให้นางผูกคอตายชดใช้ความผิด เฮ้อ... คิดถึงเรื่องนี้แล้วก็ช่างน่ากลัวนัก”

จวินอี้ซึมซับคำพูดของเหลียงเฟยทีละน้อย

“เอาล่ะๆ แค่นางกำนัลชั้นต่ำเพียงคนเดียว อย่าเก็บมาสนใจเลย ในวังแห่งนี้มีนางกำนัลหน้าใหม่ๆ นับพันนับร้อยหมุนเวียนเข้ามาทำงานทุกปีอยู่แล้ว หากใครจะหายไปสักคนหนึ่งไม่นานก็ถูกลืมเหมือนอย่างกุ้ยเหรินผู้นั้น ถ้าจะมีนางกำนัลแปลกหน้าโผล่มาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกัน เรื่องเหล่านี้ฟังแล้วไม่เป็นมงคล ข้าผิดเองที่พูดขึ้นมาจนเจ้าไม่สบายใจ”

เหลียงเฟยชวนจวินอี้ไปนั่งคุยที่ศาลากลางน้ำ บรรยากาศกำลังเย็นสบายมีลมพัดสดชื่น จวินอี้ได้กลิ่นกำยานหอมระเรื่อจากกายเหลียงเฟยจึงนึกสนใจ

“กำยานนี้มีชื่อว่าหลงเฉียน เป็นเครื่องหอมลับสูตรโบราณจ๊ะ ข้าศึกษาตำราเก่าๆจนผสมมันขึ้นมาได้”

“กลิ่นหอมเย็นเหลือเกินเพคะ”

เหลียงเฟยได้ยินเช่นนั้นจึงขยับหนีพอเป็นพิธี “ไม่ได้นะไม่ได้ เจ้ายังเป็นสาว ไม่ควรสูดกลิ่นหลงเฉียนนี้เข้าไปมากนัก ไม่ใช่ว่าข้าหวงสูตรเครื่องหอม แต่เป็นเพราะมันอันตรายต่อสุขภาพของเจ้า” 

“เพราะเหตุใดหรือเพคะ?”

“ส่วนผสมในนี้มียาชะมดเช็ดกับผงยี่โถผสมอยู่ หากใช้ไปนานๆจะทำให้เจ้าไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ข้าอายุเยอะแล้ว ไม่ได้สนใจเรื่องทายาทอีกจึงเลือกใช้ได้ตามใจชอบ ถึงแม้จะผสมชะมดเช็ดไว้น้อยนิดแต่ข้าไม่ยอมให้เจ้าเสี่ยงหรอกนะจวินเอ๋อร์”

“ชะมดเช็ดทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หรือเพคะ...”

“ใช่แล้ว ผงยี่โถก็นับว่าอันตรายนัก หญิงตั้งครรภ์ห้ามสัมผัสแตะต้องโดยเด็ดขาด ในวังหลังถึงไม่ปลูกต้นยี่โถอย่างไรเล่า”

“ฟังดูน่ากลัวเหลือเกินเพคะ” จวินอี้ทวนคำอย่างเลื่อนลอยแต่แววตาเปลี่ยนไป นางพูดคุยกับเหลียงเฟยอีกเล็กน้อยก่อนจะรีบร้อนขอตัวกลับ ส่วนเหลียงเฟยยังไม่รีบกลับตำหนัก ยังคงจิบชาพลางชื่นชมความงามของต้นสนไหวลู่ลมอยู่เงียบๆ มีตงกั๋วคอยขยับพัดกลมแกะสลักจากหยก มุมปากของตงกั๋วเหยียดยิ้ม

“นางช่างหลอกง่ายยิ่งนักเพคะ”

“อืม... สตรีโง่งมเช่นนางนี่แหละที่เหมาะกับวังหลัง ดีแล้วที่อิ้นซื่อลูกข้าไม่ได้หญิงโง่เช่นนี้เป็นเมีย”

“เหนียงเหนียงกล่าวถูกต้องแล้วเพคะ”

“นางกำนัลหน้าใหม่คนนั้นจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยข้ากำจัดเต๋อเฟยและดับรัศมีขององค์ชายสี่ทิ้งไปเสีย”

แม้ต้นสนจะไม่มีกลิ่นหอมดั่งโบตั๋น ไม่มีสีสันจัดจ้านดั่งเบญจมาศแต่ต้นสนยืนต้นตระหง่าน ไหวเอนลู่ลมท้าทายลมฝนไม่หักโค่นหรือโรยรา เหลียงเฟยยึดมั่นว่าจะดำรงตนดุจต้นสนแล้วก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดให้จงได้ สิ่งใดที่องค์ชายสี่สงสัย เหลียงเฟยเองก็สงสัยเช่นกัน แต่เมื่อนำมาปรึกษาองค์ชายแปด เขากลับไม่สนใจติดตาม เหลียงเฟยจึงคิดแผนการลงมือเอง

“หญิงงามอย่างไซซีทำลายแคว้นหวูได้ นางกำนัลโฉมงามผู้นั้นก็ย่อมทำลายองค์ชายได้เช่นกัน”

“แต่องค์ชายแปดทรงสนพระทัยในตัวนางกำนัลผู้นั้นเช่นกันนะเพคะ”

“ข้าไม่ต้องการสะใภ้ที่ฉลาดเกินไป นางไม่มีแรงหนุนจากตระกูลพอช่วยงานลูกข้าได้ คนไร้ประโยชน์เช่นนั้นไม่คู่ควรอยู่ข้างกายลูกข้า”

เหลียงเฟยจ้องมองระลอกคลื่นระริกไหวในทะเลสาบจำลอง ภูเขาจำลองประดับกล้วยไม้งามสะพรั่ง อีกไม่นานหลังจากจบฤดูฝนอันชื่นบาน ลมหนาวก็จะพัดพาความทรมานจับขั้วมาสู่วังต้องห้าม แต่สำหรับเหลียงเฟยแล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็เหน็บหนาวเจ็บปวด เรื่องง่ายๆ อย่างเช่นการหายใจเข้าออกยังเหนื่อยยาก เหลียงเฟยแทบหมดแรงจะดิ้นรนอยู่ข้างกายอี้กุ้ยเฟย แต่เพื่อลูกชาย นางก็จะต้องทำ

เหลียงเฟยดึงถุงเครื่องหอมหลงเฉียนทิ้งน้ำไปพลางกระซิบสั่งตงกั๋วให้จัดการอำนวยความสะดวกเรื่องชะมดเช็ดให้แก่จวินอี้

“อย่าลืมย้ำเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำให้นางฟัง นางจะเป็นตัวบ่อนทำลายองค์ชายสี่ให้พวกเราเอง”

“ทราบแล้วเพคะเหนียงเหนียง”

เพียงหนึ่งวาจาทำลายคนทั้งชีวิต เหลียงเฟยต้องการแผ้วถางทางให้ลูกชายก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกร ดังนั้นจวนยงหวังฝูของชินหวังอ๋องคือเป้าหมายสำคัญ และเป้าหมายหลักที่เหลียงเฟยจะทำลายให้ย่อยยับก็คือเหยียนชีกง!



[1] เสื้อคลุมตัวยาวมีการแหวกข้างซ้ายขวายาวขึ้นไปถึงหน้าอก   ซึ่งจุดปลายของเส้นแหวกนี้จะต้องประดับลายเมฆ  และจะต้องมีการกุ๊นขอบริบทุกด้าน  ทั้งคอเสื้อ ปลายแขนเสื้อ ปกเสื้อ ช่องแหวกและชายกระโปรงที่กุ๊นสีไม่เหมือนกัน




 

 
 
มาๆๆ มาอุดหนุนซะดีย์ๆ 555555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #6271 Lime'Sorbet (@renizm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 14:56
    จะว่าโง่หรือไม่ทันคนดี หนิงเอ๋อร์ฉลาดขนาดนั้นกำจัดคงไม่ง่ายหรอก 555
    #6271
    0
  2. #5739 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 03:24
    รำคาญวังหลัง...ชายาเอกดูจะดี ไปๆมาๆ... ไม่ไหวๆ ร้ายและโง่
    #5739
    0
  3. #5448 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 09:16
    ชายาเอกของพระเอกทำไมโง่งี้ เฮ้อ หนักใจแทนเลย
    #5448
    0
  4. #4780 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 17:46
    ร้ายลึกแบบนี้น่ากลัวน่ะ แถมโง่อีกยัยชายาเอก
    #4780
    0
  5. #1551 Tunpp (@Tunpp) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 19:40
    ร้ายได้อีกกกก
    #1551
    0
  6. #1335 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 12:28
    จากสงสารนาง ชักจะไม่ชอบนางแล้ว ทั้งเหลียงเฟยและชายาเอกองค์ชายสี่ด้วย(จำชื่อไม่ได้)
    #1335
    0
  7. #622 ReaderMastet (@lastathenaclub) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 05:02
    เธอนิสัยดีนะ แต่โง่ไปจนโดนชักจูงได้ง่ายๆ
    #622
    0
  8. #458 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 01:24
    ขอบคุณค่ะ สนุกมากๆ...ติดตามอ่านเรื่อยๆนะคะ#นางเอกรั่ว
    #458
    0
  9. #313 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 21:07
    สุภาษิตใช้ได้ดีเสมอ โง่เหยื่อฉลาด
    #313
    0
  10. #292 yukihana (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 10:32
    คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด ชายาโง่ๆย่อมเป็นเหยื่อของสนมฉลาด ได้เป็นชายาเอกก็ดีแล้วยังจะริษยาอิจฉาหึงหวงอีก ระวังจะได้รับประทานผ้าขาวลายแพะแทนละกัน สงสารองค์ชายสี่จะเสียหายเพราะชายาเอก
    #292
    0
  11. #291 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 02:43
    สนุกมากค่ะ
    #291
    0
  12. #282 rathassan (@rathassan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 16:10
    รอเป็นลูกค้า เรื่องนี้สนุก
    #282
    0
  13. #280 aizz (@aicha) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 13:41
    แลดุเดือด นางเอกช้านนน สู้ๆ อย่าโง่นะ
    #280
    0
  14. #279 เจินเจิน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 12:52
    รอเลยยยย
    #279
    0
  15. #277 เต้าฮวยนมสด (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 12:25
    ชักสนุกแล้วสิ
    #277
    0
  16. #276 prangasia (@prangasia) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 12:23
    โอ้ยสนุกค่ะ
    #276
    0
  17. #275 toeytae2 (@ToeyTae) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:53
    อือๆๆ ตามต่อไป สนุกๆๆ
    #275
    0
  18. #273 Jellato98 (@Jellato98) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:35
    วังหลังกับความซับซ้อนมากมาย อื้อหือ... รออ่านตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้น้า สู้ๆ
    #273
    0
  19. #272 0410smurfs (@0410smurfs) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 10:26
    ไว้ใจคนผิดก้อน้ะ.....
    #272
    0
  20. #271 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 10:17
    ขอบคุณมาก
    #271
    0
  21. #270 indee-indy (@indee-indy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 10:09
    โอย วังหลวงน่าปวดหัว เจ้าหนุงหนิงของเรายิ่งโก๊ะๆเปิ่นๆอยู่ สงสาร กลายเป็นเครื่องมือของใครต่อใครบ้างไม่รู้
    #270
    0