พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,831 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,059 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    698

    Overall
    823,831

ตอนที่ 26 : บทที่ 12 ร่วมมือประสานพลัง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    13 ก.ย. 60



 
สังเกตชุดของหวงไทจื่อ กับชินหวังนะคะ ชุดจะคล้ายคลึงกัน มังกรห้าเล็บเหมือนกัน แต่มองปราดเดียวก็รู้เลย นั่นคือชุดของชินหวังจะมีพื้นที่รอบๆตัวมังกรกว้างกว่าหวงไทจื่อ
ประมาณว่าชุดของหวงไทจื่อกับฮ่องเต้จะวิจิตรกว่านั่นเองเด้อ



มีหลายท่านสับสนเรื่องชุดแต่งกายของชายสี่กันค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงขออธิบายเด้อ
สำหรับนิยายเรื่องนี้อิงช่วงปวศ.ยุคราชวงศ์ชิง
ดังนั้นการแต่งกายก็จะอ้างอิงตามเอกสารยุคชิงด้วยเด้อ

มีแฟนนิยายมาทักท้วงว่า ชุดปู่ฝูนั้น ชุดมังกรห้าเล็บใส่ได้เฉพาะกษัตริย์ ส่วนชุดมังกรสี่เล็บ เป็นของรัชทายาท ส่วนอ๋องต่างๆ ใช้มังกรสามเล็บ.... >>>>>เข้าใจผิดแล้วค่ะ

ผิดนะคะ ผิดค่ะ... ราชวงศ์ชิงไม่เหมือนราชวงศ์อื่น และไม่เหมือนในละครที่ดูกันค่ะ อย่าเอาในละครมาเชื่อเป็นเรื่องเป็นราวเชียวล่ะค่ะ
 

อย่างที่ทราบกันค่ะว่า ราชวงศ์ชิงของชาวแมนจูนั้นเป็นชนต่างถิ่นในสายตาของชาวจีนฮั่น แต่ชาวแมนจูนั้นชื่นชอบวัฒนธรรมของชาวฮั่นหลายอย่าง รวมถึงการนำหลายๆ อย่างของชาวฮั่นมาประยุกต์ใช้ด้วยค่ะ

คำว่าประยุกต์ใช้ ไม่ได้แปลว่าลอกเอามาทั้งหมดค่ะ แต่แปลว่าเอามาบางส่วน แล้วมาปรับใช้ ให้เกิดความเหมาะสมค่ะ

 

ชุดปู่ฝู คืออะไร
ชุดปู่ฝู คือ ชุดคลุมค่ะ
ชุดคลุมปู่ฝูนี้เราจะเห็นได้บ่อยจากในละคร เป็นชุดคลุมสีดำบ้าง น้ำเงินบ้าง เวลาที่เชื้อพระวงศ์และขุนนางสวมใส่กันค่ะ นั่นเรียกว่าชุดปู่ฝูค่ะ ส่วนลายปักบนชุด เรียกว่า ปู่จือ 

ชุดปู่ฝูนี้ มีคำเรียกหลายแบบ แตกต่างไปตามฐานันดรศักดิ์ของเจ้าของชุดค่ะ เช่น
 
ชุดคลุมปู่ฝูของฝ่ายชาย
1.กุ่นฝู-คือชุดคลุมปู่ฝูของหวงตี้ หรือพระจักรพรรดิ
2.หลงกั้ว-คือชุดคลุมปู่ฝูของหวงไท่จื่อ หรือรัชทายาท 
3.ปู่ฝู-คือชุดคลุมปู่ฝูของเชื้อพระวงศ์ตั้งแต่ชั้น เหอซั่วชินหวัง ไปจนถึงขุนนางชั้นที่ 9 ค่ะ

ชุดคลุมปู่ฝูของฝ่ายหญิง
1.หลงกั้ว-คือชุดคลุมปู่ฝูของเชื้อพระวงศ์หญิง ชั้นหวงไท่โฮ่วไปจนถึงชั้นผิน รวมถึงชั้นหวงไท่จื่อเฟยหรือพระมเหสีแห่งรัชทายาท
2.จี๋ฝูกั้ว-คือชุดคลุมของเชื้อพระวงศ์หญิงตั้งแต่กู้หลุนกงจวู่ รวมถึงหวงจื่อฝูจิ้นหรือสะใภ้หลวง ไปจนถึงภรรยาของขุนนางชั้นที่ 7

 

มาถึงเรื่องลายปักกันค่ะ
ลายปักนี้ สำหรับขุนนางนั้น บางส่วนก็ประยุกต์มาจากลายปักชุดของขุนนางราชวงศ์หมิงค่ะ แต่ก็แค่เอามาประยุกต์ใช้เท่านั้นค่ะ

 

สำหรับราชวงศ์ชิง เชื้อพระวงศ์ชายและขุนนาง(บางส่วน)มีลายปักดังนี้ค่ะ
1.ลายปักวงกลม รูปมังกรสีทอง 5 เล็บ ปักอยู่ที่กลางอกด้านหน้า ด้านหลัง และหัวไหล่ทั้งสองข้าง รวม 4 จุด – เป็นของหวงตี้หรือจักรพรรดิ และของหวงไท่จื่อ หรือ รัชทายาท สองคนนี้ใส่เหมือนกันค่ะ

2.ลายปักวงกลม รูปมังกรสีทอง 5 เล็บ 4 ตัว ปักอยู่ที่กลางอกด้านหน้า ด้านหลัง และหัวไหล่ทั้งสองข้าง แต่พื้นหลังของมังกรทองนั้น จะมีที่ว่าง กว้างขวางชัดเจน รวม 4 จุด – เป็นของเหอซั่วชินหวัง และชินหวังซื่อจื่อ(โอรสที่เป็นผู้รอสืบทอดตำแหน่งต่อจากเหอซั่วชินหวัง) สองคนนี้ก็ใส่ชุดเหมือนกันค่ะ
 

3.ลายปักวงกลม รูปมังกร 5 เล็บ ปักอยู่ที่กลางอกด้านหน้า ด้านหลัง และหัวไหล่ทั้งสองข้าง พื้นหลังจะเต็มไปด้วยลายเมฆ รวม 4 จุด - เป็นของตัวหลัวจุ้นหวัง
 

4.ลายปักวงกลม รูปงูยักษ์ 4 เล็บ ปักอยู่ที่กลางอกด้านหน้า ด้านหลัง ไม่มีการปักที่หัวไหล่ พื้นหลังเป็นลายเมฆ รวม 2 จุด - เป็นของตัวหลัวเป้ยเล่อ และฉ่างจื่อ(โอรสที่เป็นผู้รอสืบทอดตำแหน่งต่อจากตัวหลัวจุ้นหวัง)

5.ลายปักวงกลม รูปงูยักษ์ 4 เล็บ ปักอยู่ที่กลางอกด้านหน้า ด้านหลัง รวม 2 จุด ไม่มีการปักที่หัวไหล่ พื้นหลังเป็นลายเมฆ ตัวงูยักษ์จะผอมบาง - เป็นของกู้ซานเป้ยจื่อ และกู้ซานเอ๋อฟู่(ราชบุตรเขยชั้นที่ 1)
 

6.ลายปักสี่เหลี่ยม รูปงูยักษ์ 4 เล็บ ปักอยู่ที่กลางอกด้านหน้า ด้านหลัง รวม 2 จุด ไม่มีการปักที่หัวไหล่ พื้นหลังเป็นลายเมฆ - เป็นของกั๋วกง รวมถึงเหอซั่วเอ๋อฟู่(ราชบุตรเขยชั้นที่ 2) ไปจนถึงขุนนางที่ได้บรรดาศักดิ์ขั้น กง โหว และป๋อ
 

7.ลายปักสี่เหลี่ยม รูปสัตว์สี่เท้า ปักอยู่ที่กลางอกด้านหน้า ด้านหลัง รวม 2 จุด ไม่มีการปักที่หัวไหล่ เป็นของขุนนางฝ่ายการทหาร หรือ ฝ่ายอู่(สายบู๊)
 

8. ลายปักสี่เหลี่ยม รูปสัตว์ปีกสองเท้า ปักอยู่ที่กลางอกด้านหน้า ด้านหลัง รวม 2 จุด ไม่มีการปักที่หัวไหล่ เป็นของขุนนางฝ่ายบริหาร หรือ ฝ่ายเหวิน(ฝ่ายบุ๋น)



สรุปว่าชุดปู่ฝูของชายสี่ ปักลายมังกรห้าเล็บนะจ๊ะ ไม่อธิบายซ้ำเน้อ
ส่วนของราชวงศ์อื่นจะมีกฎเกณฑ์อย่างไร ไรท์บ่ได้ศึกษา ตอบไม่ได้เด้อ





เธอตกใจที่เจอคู่ปรับตัวเอ้ก็เลยลืมตัว คลานหนีแบบทหารราบ แต่พอตั้งสติและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เธอไม่จำเป็นต้องลนลานหนีเขาสักนิดนี่หว่า ในเมื่อเธอใช้พลอยสีแดงบันทึกความจำให้เขาแล้วนี่ ดังนั้นร่างบางจึงพลิกกายลุกขึ้นด้วยอากัปกิริยามาดมั่น ปลายคางเชิดขึ้นนิดๆ ยักคิ้วกวนหน่อยๆ ตามประสา... ว่าไงจ๊ะ

อิ้นเจินถึงกับคำรามออกมาแผ่วเบา  

            แม้จะอยู่ห่างไกลเกือบยี่สิบก้าว แต่นารายังอุตส่าห์สังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เห็นแผงอกองอาจตึงแน่นอยู่ภายใต้ชุดชินหวังอ๋อง เห็นสันกรามคมคร้ามที่เพิ่งโกนหนวดใหม่ๆ เห็นแม้กระทั่งฝ่ามือสากระคายที่เคลื่อนขึ้นมากอดอกช้าๆ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว อันตรายและทรงอำนาจ คุ้นชินกับการประเมินผู้คนภายในเวลาสั้นๆ

            “ถวายพระพรเพคะหวังเย๋” เธอยังไม่ชินกับรองเท้าเลย เมื่อต้องย่อกายทรงตัวบนรองเท้าอ่างบัว เรียวขาทั้งสองข้างจึงสั่นระริกจนเห็นได้ชัด ถ้าย่อแปบๆ แล้วลุกขึ้นก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่นี่เขาทำเฉย แข้งขาของนาราเริ่มสั่นพั่บๆ จนต้องกางมือยันพื้นช่วยประคองตัวเอง

            อิ้นเจินยืนเฉย ไม่ยอมเอ่ยอนุญาตให้เธอลุกเสียที นาราชักจะเป็นเหน็บจนทนไม่ไหว ค่อยๆ ถ่ายน้ำหนักให้ขาอีกข้าง แต่เพราะไม่ถนัดจึงหงายหลังผึ่ง ล้มจริงไม่ได้มารยา

            “ลุกขึ้นได้”

            นาราบ่นอุบอิบในใจไฟแล่บ คนหน้าตายผู้นี้จงใจแกล้งเธอชัดๆ ไอ้องค์ชายไร้จรรยาบรรณ “ขอบพระทัยเพคะ!”  

            เธอยังลุกไม่ขึ้น อีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีจะให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด ร่างบางจึงนั่งกองอยู่ที่พื้นนั่นแหละ อยากจะพูดอะไรก็พูดมาเลย เธอไม่ลุกแล้ว

            ทันใดนั้นชินหวังอ๋องก็มาถึงข้างกายแล้ว เขาเคลื่อนไหวได้เงียบเชียบผิดกับรูปร่างสูงกำยำ และชายผู้นี้ยื่นมือมาประคองเธอให้ลุกขึ้น... เลื่อนกายเข้าสู่อ้อมแขนอันทรงพลัง นาราตื่นเพริด ลืมคำพูดโวยวายไปเสียสิ้นเมื่อสัมผัสถึงลมหายใจร้อนระอุของบุรุษ ตัวของเขาหอมกลิ่นกำยานเจือจาง ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไปแต่หลงเหลือกลิ่นหอมนี้ตามหลังทุกย่างก้าว

ดวงตาของชายผู้นี้ลักษณะเหมือนเหยี่ยว คมกริบและแข็งกร้าว เขามีบุคลิกแฝงอำนาจน่าเกรงขามชนิดที่ว่าถอดแบบจากจักรพรรดิคังซีผู้เป็นพระราชบิดา ไม่แน่ว่าความเกรี้ยวกราดที่ซ่อนลึกอยู่ในดวงตาคู่นั้นอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ดุดันน่าเกรงกลัวเช่นนี้ก็สมควรแล้วที่เขาจะตกเป็นเป้าหมายปองร้าย

            “ปล่อยหม่อมฉันได้แล้วรึยังจ๊ะลุง เอ๊ย หวังเย๋”

            อิ้นเจินนึกแปลกใจต่อปฏิกิริยาของนารา เธอไม่กรีดร้อง ไม่อ้อนวอนและไม่แสดงอาการเขินอาย เธอเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ แล้วถามว่า ปล่อยได้แล้วยัง?หากเธอไม่ใช่หญิงไร้ยางอายก็ต้องเป็นหญิงที่เยือกเย็นไม่น้อย และแล้วมือแกร่งก็หยิบกระดาษจดหมายที่ถูกขยำโยนทิ้งขึ้นมา

            เพียงเห็นตัวอักษรก็รู้ทันทีว่าเป็นของน้องแปด แววตามั่นคงดั่งศิลาพลันวูบไหว

            “ไม่เขียนตอบเขาไปเสียเล่า?” ลมหายใจของอิ้นเจินเต้นตุบ ได้ยินน้ำเสียงแปลกประหลาด ไม่คุ้นหูของตนเอง

            “การไม่ตอบนี่แหละคือคำตอบของหม่อมฉันเพคะ”

คำตอบของเธอทำให้อิ้นเจินขมวดคิ้วครุ่นคิด ใบหน้าที่ดูเรียบเฉยเย็นชาอยู่แล้วจึงยิ่งถมึงทึงน่ากลัวขึ้นไปอีก แต่ทว่าแววตาเย็นเยียบไร้ความอบอุ่นที่เขาทอดมองสรรพสิ่งรอบตัวเสมอนั้น ยามนี้กลับร้อนวูบวาบและจงใจให้อะไรบางอย่างเปล่งประกายออกมา ความรู้สึกนั้นคือหวงแหน นาราสบตาเขาตรงๆ ยังถึงขั้นขยี้ตาแล้วสบใหม่อีกรอบ

เขากำลังอารมณ์ไม่ดี... ไม่ดีมากๆ เลยด้วย ร่างสูงใหญ่ไพล่แขนข้างหนึ่งไปที่เอวด้านหลัง ในมือขยำกระดาษจดหมายนั่นไว้ไม่ยอมส่งคืนให้ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพูดออกมา

“วันหลังอย่ารับจดหมายจากผู้ชายคนไหนอีก”

เขานึกเสียใจทันทีที่ปล่อยให้คำพูดนั้นหลุดออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดวงตากลมโตคู่งามจ้องมองเขา ประกายสุกใสดุจดวงดารานับล้านในแววตาของเธอเต็มไปด้วยคำถาม

            “เพราะ?”

            “เพราะมันดูไม่งาม” เขาแข็งใจตอบเสียงขรึม

“หา?”

นาราจ้องริมฝีปากของชายผู้นี้ตาไม่กะพริบ นี่เขาเพิ่งจะแยกเขี้ยวใส่เธอเรอะ?? แล้วถ้าเธอจะร่อนจดหมายหาใคร หรือใครจะส่งด่วนอีเอ็มเอสมาหา แล้วท่านอ๋องเกี่ยวอะไรด้วยอ่ะ?? แล้วมันไม่งาม? ไม่งามยังไง? ระหว่างที่นาราสมองเอ๋อ เครื่องจับโกหกก็กะพริบเตือนไฟแล่บเป็นจังหวะสามช่าเลย

“เจ้าจะชอบพอใคร ข้าก็ไม่สนใจหรอก”

แน่ะ! ไฟจับโกหกเตือนกะพริบเป็นไฟดิสโก้อีกแล้ว องค์ชายนิสัยไม่ดี ขี้ตั๊ว เบบี้ ขี้ตั๊ว ตาลาลา ที่แท้ก็จ้องจับผิดเธอเต็มๆ เลยนี่หว่า

“หม่อมฉันจะเขียนจดหมายหาใครก็ไม่ได้เหรอเพคะ”

“เขียนได้ แต่ต้องนำมาให้ข้าดูก่อนเพื่อป้องกันความผิดพลาด อย่าให้ข้าต้องย้ำอีกครั้งนะ” อิ้นเจินไม่อาจทนสายตาตั้งคำถามของนารา เขาเบนหลบสายตานั้นซึ่งเมื่อครู่นี้เผลอประสานสายตากันโดยไม่ทันระวัง ในอกพลันร้อนวาบราวกับมีเพลิงร้อนๆ ลุกไหม้ ทรงเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรงและทำให้ตนเองตกลงสู่เหวลึกขึ้นด้วยการสบตาเธอซ้ำอีกครั้ง

“และอีกอย่างข้าไม่ชอบหน้าเขา”

คราวนี้เขาพูดจริง ไฟจับโกหกไม่กะพริบแล้ว... เขาไม่ชอบน้องชายของตัวเองแล้วเกี่ยวอะไรกับเธออ่ะ? นารางงๆ แต่ก็ยอมเออออไปก่อน

“ก็ได้ๆ ไม่ส่งไม่รับ พอใจยังเพคะ” นาราเกาต้นคอแกรกๆ วันนี้โดนดุแต่หัววันเลยวุ้ย คนอะไรหน้าตาบึ้งตึงเหมือนอมบ๊วยเค็มตลอดเวลาไม่เมื่อยหน้าบ้างหรืออย่างไรก็ไม่รู้ แต่พอนาราสังเกตดูให้ดีๆ ผู้ชายอะไรปากแดงอมชมพูน่าเอ็นดูเชียว ถึงจะชอบทำปากเรียบเป็นเส้นตรงแต่ก็ยังดูมีเสน่ห์ ร่างบางช้อนตามอง นึกชมแพขนตาหนาสวยจนผู้หญิงยังอิจฉา สันจมูกของเขาโด่งได้รูปรับกับคิ้วเรียวดุจวาดพู่กัน เขาเป็นอาตี๋ที่เท่สมาร์ตมากแต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยยิ้มเลย

คนผู้นี้ไร้ความรู้สึก หรือว่าขี้เก๊กกันแน่นะ?

คิดได้ดังนั้นเธอก็แตะจูบริมฝีปากของชินหวังอ๋อง ขอชิมอ๋องสักคำ

เขาปล่อยมือราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าคมคร้ามมีสีเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเป็นฝ่ายสับสนไม่มั่นคงและเต็มไปด้วยความปั่นป่วน นาราถึงกับยกมือขึ้นทาบอก อุทานโอ้ว... แม่เจ้า ท่านอ๋องยิ่งเขินแล้วหน้ายิ่งโหด ริมฝีปากของเขาก็นุ่มดี ส่วนดวงตาดุเหมือนรูปแกะสลักองค์เทพปางพิโรธ น่ากลัวโคตรๆ แต่แก้มแดงๆ ของเขากลับช่างน่ามองเสียนี่กระไร

ไอ๊หยา... น่าแกล้งฉิบหาย ที่แท้ก็พวกขี้เก็ก

“แบบนี้ต่างหากเพคะเขาถึงจะเรียกว่าไม่งาม โอ้ ขอบคุณสวรรค์ นังหนุงหนิงมีบุญได้ลวนลามท่านอ๋อง ชื่น... ใจ...”

“เจ้า! เจ้า! เจ้านี่ช่างห่างไกลจากคำว่ากุลสตรียิ่งนัก”

ทรงตำหนิเสียงเข้ม แววตาโกรธขึงด้วยความโมโห แต่นาราแคะขี้หู ไม่ว่างฟังคนขี้บ่น จูบนิดจูบหน่อยก็ชักดิ้นชักงอเสียแล้ว ไม่น่ารักเอาเสียเลย ระหว่างที่นาราทำตัวหูทวนลม แววตาของเขาฉายแววเคร่งเครียด รู้สึกถึงกระแสเพลิงอันรุนแรงที่ไหลปราดเข้ามาราวกับมีเหล็กร้อนๆ กำลังเผาไหม้อยู่ในท้องของเขา  ใบหน้าของเขาก็ดันแดงก่ำไม่หายจนน่าโมโห

“เขาเรียกว่าจูบทักทาย ใครๆ เขาก็ทำกันเพคะ แล้วไอ้เรื่องตีกรอบผู้หญิงว่าต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ทำตามล่ะก็จะถือเป็นหญิงชั่ว เฮ้อ! หม่อมฉันขอเลยว่าแค่เรื่องสวมรองเท้าอ่างบัวนี่ก็แย่พอแล้วเพคะ โลกเราต้องการเสรีภาพ!

พระองค์ยังมึนงงเรื่องจูบทักทายของเธอไม่หาย นาราก็ทำให้ชินหวังอ๋องอื้ออึงหนักขึ้นอีก “เสรีภาพคืออะไร?”

“เอ่อ... ก็หมายถึงอิสระ อยากจะทำอะไรก็ทำ อยากจะพูดอะไรก็พูด อยากจะนับถือสิ่งใดเป็นที่ยึดเหนี่ยวก็ได้ เราเป็นเจ้าของตัวของเราเองโดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาลิขิต ซึ่งทุกอย่างนี้ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน แล้วคนเราก็ควรเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งชนชั้นฐานันดร ไม่ว่าจะเกิดมาในบ้านไหน ทุกคนย่อมเท่าเทียม”

“ความเท่าเทียมของเจ้าหมายถึงอะไรกัน”

นารากลอกตาคิด “ก็อย่างเช่นทุกคนมีสิทธิ์เลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง... มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกผู้นำ... มีสิทธิ์ถอดถอน...”

เธอยังพูดไม่ทันจบ ชินหวังอ๋องจัดการอุดปากเธอไว้ก่อนจะรับสั่งดุเดือด “นอกจากข้าแล้ว จงอย่าพูดเช่นนี้ออกมาอีกเป็นครั้งที่สอง ไม่เช่นนั้นเจ้าจะกลายเป็นนักโทษกบฏ!

นารากะพริบตาปริบๆ เมื่อพิจารณาแล้วก็จริงอย่างที่เขาพูด อีกฝ่ายจึงสะบัดฝ่ามือออกด้วยสีหน้าฉุนเฉียว แม้เขาจะไม่อธิบายอะไรมากไปกว่านี้ แต่นาราก็พอจะเข้าใจ ฮ่องเต้คือโอรสสวรรค์ ผู้ที่คัดเลือกรัชทายาทผู้สืบทอดบัลลังก์ก็คือฮ่องเต้ เพราะฉะนั้นฮ่องเต้คือผู้ถูกเลือกโดยสวรรค์ ทรงเป็นเจ้าของน้ำทุกหยด ก้อนดินทุกก้อน ทรายทุกเม็ดรวมไปถึงลมหายใจของทุกคนในแผ่นดินนี้ ความคิดที่ให้ทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนเป็นผู้เลือกฮ่องเต้ นับว่าลบหลู่โอรสสวรรค์อย่างร้ายแรง!

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่รับฟังความคิดของเจ้า แต่ถ้อยคำที่หลุดจากปาก แม้ม้าฝีเท้าดีไล่วิ่งกวดก็กลับคืนไม่ทัน สิ่งที่เจ้าพูดนั่นไม่ต่างอะไรจากสาปแช่งให้ต้าชิงล่มสลาย”

เสียงกระซิบเยียบเย็นกัดเซาะลึกลงไปถึงขั้วกระดูก  

“หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ” เธอรู้ยิ่งกว่ารู้ว่าราชวงศ์ชิงอันรุ่งเรืองถึงจุดจบเมื่อใด และสิ่งที่คนทุกราชวงศ์ปลูกฝังไพร่ฟ้าทั่วหล้าคือฮ่องเต้คือแผ่นดิน แผ่นดินคือฮ่องเต้ ไม่มีฮ่องเต้ไม่มีแผ่นดิน “หม่อมฉันพูดจาไม่รู้จักคิด ขอทรงอภัยด้วยเพคะ”

ร่างสูงสง่าถอนใจเฮือกใหญ่ แม้จะบ้าดีเดือดแต่แนวคิดของเธอแปลกใหม่น่าสนใจไม่น้อย ขนบธรรมเนียมประเพณีมากมายเป็นกรอบรัดชีวิตของทุกคนมาตั้งแต่เกิด แล้วจะเป็นอย่างไรหากกรอบที่ว่านั้นหายไป ทุกคนสามารถแสดงตัวตน พูดความคิดเห็นออกมาได้โดยไม่มีความผิด โลกใบนั้นคงจะอิสรเสรีดุจสายลม

“คุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะพี่สี่ ท่าทางน่าสนุกเชียว”

องค์ชายสิบสามก้าวเข้ามาพลางส่งหนังสือสามสี่เล่มให้พี่ชาย นารามองอีกฝ่ายตาขวาง ท่าทางน่าสนุกอะไร ไม่เห็นหรือไงว่าเมื่อกี้องค์ชายผู้สูงศักดิ์จะบีบคอเธอตายอยู่แล้ว! ร่างบางย่อกายคำนับองค์ชายสิบสาม เขาเป็นคนน่ารัก รีบสั่งให้ลุกขึ้นและยิ้มแย้ม สปอร์ตใจดีมีขนมมาฝากอีกด้วย เปรียบกับใครบางคนแล้วเหมือนเทวากับซาตานชัดๆ

“องค์ชายสิบสามมาถึง... อุ๊บ!

เธอกำลังพูดอยู่ดีๆ ท่อนแขนกำยำก็ตวัดขวางกึ่งกลางระหว่างเธอกับองค์ชายสิบสาม นารากะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจว่าชายสี่หมี่เกี๊ยวจะหวงน้องชายไปทำไม แต่พอนาราเห็นชินหวังอ๋องหน้าแดงก่ำจนถึงลำคอ เธอคิดไม่นานก็ร้องอ๋อ “กลัวหม่อมฉันจูบทักทายองค์ชายสิบสามเหรอเพคะ?”

เขาสะดุ้ง ส่วนอิ้นเสียงรู้สึกสนใจยิ่งนัก “จูบทักทายคืออะไรเหรอ?”

“ก็แบบนี้ไงเพคะ”

นาราจะคว้าตัวอิ้นเสียงมาจุ๊บเซย์ฮัลโหล อิ้นเจินถึงกับหลุดเสียงคำรามออกมาดังลั่น แต่ปรากฎว่านาราเลี้ยวมาจูบแก้มของเขาแทน เต็มฟอดเลยด้วย “ว้าว! แก้มหอมจังเพคะ แต่ตัดคะแนนแก้มสากไปหน่อย”

“เจ้า!

“พี่สี่ ท่านสู้นางไม่ได้แล้ว” อิ้นเสียงปรบมือกระทืบเท้าทันทีเมื่อเจ้าท่อนไม้ทรงกระบอกเริ่มแสดงอาการมีเลือดมีเนื้อบ้างแล้ว ตั้งแต่เกิดมาจนโตขนาดนี้อิ้นเสียงเพิ่งจะเคยเห็นพี่ชายหน้าแดงจัด เสียกิริยาชินหวังอ๋องผู้เคร่งขรึมโดยสิ้นเชิง ถึงจะรู้สึกสงสารอยู่บ้างที่ท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจถูกนางกำนัลตัวจ้อยรังแก แต่อิ้นเสียงกลั้นเสียงหัวเราะไม่ไหว ส่วนนาราเองก็หัวเราะก๊าก ตบพุงเหมือนพวกอันธพาลในตลาดพร้อมพูดยอมรับออกมาตรงๆ เลยว่า...

“ยิ่งท่านทำหน้าขรึมใส่หม่อมฉัน หม่อมฉันยิ่งโค...ต...ร...อยากแกล้งเลย หวังเย๋เขินน่ารักสุดๆ ฮ่าๆ”

อิ้นเจินขบฟันกรอด ใบหน้าเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโมโห... เขาเพิ่งถูกผู้หญิงแกล้ง! หนำซ้ำยังเป็นหญิงสาวกิริยาวาจาสามหาวร้ายกาจ!! แต่ก่อนที่นาราจะออกฤทธิ์ออกเดชอะไรไปมากกว่านี้ ตำราเม่งจื๊อ คำสอนขงจื๊อ ตำราศึกษากฎของผู้หญิง และแนะแนวคุณธรรมหญิงก็ฟาดตุบลงมา

“ถ้าอ่านตำราพวกนี้จนคล่องแล้ว ข้าถึงจะยอมถกเรื่องความคิดประหลาดๆ ของเจ้า” รับสั่งเสียงขรึม พยายามข่มโทสะ “เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า... เมื่อครู่นี้ซุบซิบอะไรกัน?”

นารากำลังเปิดดูเนื้อหาในตำรา อ่านไปหน้าเดียวก็น่าเบื่อชวนหาวหวอดแล้ว แต่หนังสือเหล่านี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ นาราจึงยินดีรับไว้ด้วยความยินดีเจ้าค่ะท่าน ส่วนข้อสงสัยที่เขาจุกจิกใส่นางกำนัลตัวน้อย เธอไม่ตอบคำถามเขา แต่เป็นฝ่ายถามเสียเองโดยไม่สนใจสายตาเขียวๆ ที่จ้องเขม้นใส่

“หวังเย๋คิดว่าอาการป่วยของเหนียงเหนียงเกิดจากอะไรเพคะ?”

“เหตุใดจึงถาม?”

“เพราะอยากได้คำตอบจึงถาม” เมื่อฟังคำยอกย้อน อิ้นเจินจึงยกให้นาราเป็นสิ่งมีชีวิตตากลมโตที่สร้างความเดือดปุดได้ยอดเยี่ยมที่สุดในปฐพี

“หมอหลวงบอกว่าทรงวิตกกังวลมากเกินไปจนส่งผลต่อหัวใจ” อิ้นเจินตอบตามที่ได้อ่านรายงานจากสำนักหมอหลวง แต่แล้วอะไรบางอย่างก็ฉุกใจอย่างรุนแรง “หรือว่ามีเรื่องผิดปกติ...”

ตอนแรกอิ้นเสียงตามไม่ทันว่าทั้งคู่คุยเรื่องอะไรกัน แต่เมื่อเห็นสีหน้าถมึงทึงฉุนเฉียวของพี่ชาย เขาจึงนึกเรื่องน่ากลัวที่สุดออก “เจ้าหมายความว่า...”

“ใช่ ทรงถูกวางยา”

“ใครเป็นผู้สั่งการ?”

“ท่านต่างหากที่ต้องเป็นคนตอบเพคะ” เธอไม่ได้ตีรวนแต่เธอพูดความจริง ถ้าเขายังไม่รู้ตัวว่าถูกใครปองร้าย เธอก็ป่วยการณ์ที่จะช่วยบอก แต่ชินหวังอ๋องเข้าใจสถานการณ์อย่างรวดเร็วโดยที่นาราไม่ต้องพูดอะไรอีก สีหน้าของเขาแข็งกร้าวขึ้นจนนาราแอบมองเรียวคิ้วเข้มกับสันกรามสากกระด้างของเขา นี่สิอ๋องใจโหดตัวจริง น่าชวนมาเป็นพ่อของลูกเสียจริง

“ก่อนอื่น... หม่อมฉันทูลเชิญหวังเย๋เข้าเฝ้าเหนียงเหนียงก่อนเถิดเพคะ”


ท่านอ๋องเสียจูบให้นังหนุงหนิงแล้ว ต่อไปก็ต้องเสียตัว

 
 

 

สำหรับสาวๆที่สั่ง "บุหลันแสนรัก" (รอปก สนพ.เขียนฝันในเครือไลต์ออฟเลิฟ)
ทดลองอ่านได้ที่ >>>https://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1541242


หรือ

สั่ง "จอมใจไอยคุปต์" (รอปก สนพ.MeeDee)
ทดลองอ่านได้ที่ >>>https://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1544656



พระชายาแสวงพ่าย by ตันเหมย (มณีริน)

 
วางแผงแล้วทั่วประเทศนะคะ
ราคาปก 419 จำนวน 592 หน้า
 
สั่งซื้อได้ที่เพจไลต์ ออฟ เลิฟ หรือสั่งออนไลน์จากร้านหนังสือ หรือสอยจากหน้าร้านก็ได้ 555555
v
v
 v 
มี E book แล้วนะ ลดเหลือ 369 บาท ฝากกดหัวใจให้เรตติ้งด้วยนะคะ ><
 

ติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจ มณีริน
https://www.facebook.com/maneerin.novel/


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #5752 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 23:27
    เห้ยยยน ผช โบราญ เสียจูบนี่เรื่องใหญ่นะคะเทออออ ค่อไปเสียตัวค่ะ กรี้ดดด อย่าลืมใช้ถุงนะคะ555555+ พ่อและพี่ชายกำชับ!!
    #5752
    0
  2. #5453 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 10:50
    สงสารหวางเย่ 555
    #5453
    0
  3. #4786 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 21:33
    หนุงหนิงสุดยอด
    #4786
    0
  4. #2507 เปีย จะบอก (@abcshock) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 22:52
    ถุงยางที่พ่อให้มาคงไม่เสียเปล่าแล้วล่ะ หนุงหนิงเอ๋ยยย
    #2507
    0
  5. #1710 petchnara (@petchnara) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 20:35
    รักเลย รักเลย
    #1710
    0
  6. #1628 joy_za_joy (@joyzajoyza1) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 18:58
    โลกของท่านอ๋องช่างอยู่ยาก โดนหญิงปล้นจูบ 555+
    #1628
    0
  7. #1341 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 14:49
    แอบอิจฉา 555+ แต่แอบแปลกใจนะที่ไม่มีใครมาเห็นนางทำตัวไม่งามแบบนี้ แต่ดีแล้วแหละ 555+
    #1341
    0
  8. #1146 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 17:37
    อร๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมีหอมแก้มชายสี่ตาตี่ด้วย555555
    #1146
    0
  9. #1117 PattyRose (@PattyRose) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 21:51
    ชายสี่เขิลลลลเลย555
    #1117
    0
  10. #1088 Ong (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 06:46
    ส่ายหัวและขำจริงๆๆๆๆโอ๊ยยยยยสุดยอดตัวป่วนหัวใจรักท่านอ๋องตัวจริงเสียงจริง

    (หนุงหนิงจอมแสบทรวง จะเอาจริงๆก็จะได้จริงนะหนุงหนิง)ถุงยางไม่ต้องละมังเอาตัวเล็กไว้
    #1088
    0
  11. #948 do-pinpcy (@do-pinpcy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 18:50
    ทำไมตอนนี้มันดูงุ้งงิ้ง น่ารัก น่า... ยังไงไม่รู้ อิอิ
    หวังว่าถุงยางจะได้ใช้ในเร็ววัน กร้ากกกกก
    #948
    0
  12. #700 MuM_ (@MuM_) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 09:54
    55555เสียไปหนึ่งจูบ ระวังจะเสียตัวสักวัน
    #700
    0
  13. #699 NanaToT (@loveme000) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 09:09
    ไม่แปลกใจที่พ่อให้ถุงยาแทนที่จะเป็นอุปกรณ์ยังชีพ5555555555555555
    #699
    0
  14. #698 Kaktinum (@kaktinum) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 08:13
    ไม่แปลกใจ ทำมั้ย ปะป๊านางให้ถุงยางมาเยอะ ขนาดนั้น
    #698
    0
  15. #697 Kaktinum (@kaktinum) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 08:12
    นางก้อมั่นเกินไป ไปจุ๊บไปหอมชายเฉยเลย
    #697
    0
  16. #696 bigbossboss (@bigbossboss) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 07:52
    เราชอบหัวเราะยังกะคนบ้าคนเดียว
    #696
    0
  17. #695 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 00:27
    ขโมยจูบกันทีเดียว 555
    #695
    0
  18. #694 AssasinX25 (@AssasinX25) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 00:18
    5555555555555
    #694
    0
  19. #693 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 00:12
    หรุงหนิง อย่าลืมถุงยางนะะะะ
    #693
    0
  20. #692 อริญา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:47
    รอดูท่านฮ่องเสียตัวให้นาราอยู่นะคะ อิอิ
    #692
    0
  21. #691 Ahe215 (@Ahe215) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:23
    อย่าลืมใช้ถุงยางนะ ท่านพ่อหนิงๆกล่าวไว้
    #691
    0
  22. #690 ##@@ZINdear@@## (@DearDeaiwDream) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:20
    ใจเย็นนนนอย่าเพิ่งขนาดน้านนนนนค่อยเป็นค่อยไปดิกะลังอินเลิฟแบบน่ารักเลยยย
    #690
    0
  23. #689 ##@@ZINdear@@## (@DearDeaiwDream) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:20
    ใจเย็นนนนอย่าเพิ่งขนาดน้านนนนนค่อยเป็นค่อยไปดิกะลังอินเลิฟแบบน่ารักเลยยย
    #689
    0
  24. #688 Daw Prdz KS (@doddydoody) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:16
    ติดตามมมมมม
    #688
    0
  25. #687 pimsinee (@pimmy_hunny) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 23:08
    หนุงหนิงหนูรู้จักคำว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามไหมลูก ไปพูดถึงอิสระเสรีในยุคแบบนั้นไม่ต่างอะไรกับเอามีดจ่อคอตัวเองเลยอ่ะ นี่ถ้าไม่ใช่สกิลนางเอก ไม่รอดจริงๆแหละ5555 แต่ที่ไม่รอดแน่ๆคือหวางเย่ โดนจุ๊บไปซะและ อิอิ เขินนน
    #687
    0