พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,802 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,059 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    669

    Overall
    823,802

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 องค์ชาย (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    18 มี.ค. 60




ฝากผลงานเรื่องอื่นๆของไรท์ด้วยนะคะ ^^




 


“คนที่อ่านเจตนาของพี่สี่ได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้มีแต่พี่แปดคนเดียว ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ การก้าวขึ้นตำแหน่งรัชทายาทของพี่แปดย่อมเหลืออีกไม่ไกลแล้วล่ะ”

“ยังหรอกพี่สิบ ยังตอบตอนนี้ไม่ได้” องค์ชายอิ้นทีรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยเมื่อพี่แปดที่เขาเคารพนับถือกำลังจะลงสังเวียนฟาดฟันพี่ชายแท้ๆ ของตนอย่างเต็มตัว สายฝนที่กำลังกระหน่ำลงมาจากเบื้องบนก็เปรียบเสมือนสัญญาณเปิดศึกแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย เขาต้องตัดสินใจเลือกให้เด็ดขาดว่าจะสนับสนุนใคร  

“พี่ชายของเจ้าช่างเชี่ยวชาญกลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนนัก สามารถโค่นอำนาจพี่รองลงได้โดยที่ไม่ต้องขยับอะไรเลยสักนิด หนำซ้ำยังป้องกันตนเองจากคำตำหนิได้หมดจด นับว่าซ่อนดาบใต้รอยยิ้มได้เก่งกาจ หากเขาเล็งดาบเข้าหาผู้ใดแล้ว คนผู้นั้นย่อมต้องตายอย่างไร้ปรานี”

องค์ชายแปดอิ้นซื่อกล่าวชื่นชมจากใจจริง ในบรรดาองค์ชายทั้งยี่สิบสี่พระองค์ มีเพียงชินหวังอิ้นเจินเท่านั้นที่คู่ควรต่อกร “ทางไกลทำให้รู้กำลังม้า  กาลเวลาทำให้รู้ใจคน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยแสดงท่าทีสนใจตำแหน่งรัชทายาท แต่จะมองข้ามคนผู้นี้ไม่ได้เลยจริงๆ”

“พรุ่งนี้ข้าจะให้คนของเราเขียนฎีกาเสนอชื่อพี่แปดเป็นรัชทายาทเลยดีมั้ย”

“น้องเก้าอย่าใจร้อน ตอนนี้เสด็จพ่อทรงเสียพระทัยเรื่องนี้อยู่ หากเร่งร้อนเกินไปจะเป็นการกดดันพระองค์ ย่อมไม่เป็นผลดี”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เวลานี้พวกขุนนางต่างจับตาดูเหล่าองค์ชายแล้วเลือกว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เรายังมีเวลาเก็บคนพวกนี้เข้ามาเป็นพวกได้อีกนาน พวกเจ้าทุกคนรีบกลับไปเก็บตัวเงียบๆ ถ้ามีขุนนางคนไหนขอเข้าพบให้ปฏิเสธ ป้องกันคำครหาว่าเราซ่องสุม ส่วนน้องสิบสี่ตอนนี้เจ้าควรรีบส่งคนไปกราบทูลพระสนมเต๋อเฟยว่าเจ้ากับพี่ชายสบายดี อย่าทำให้พระนางต้องเป็นห่วง กลับวังแล้วอย่าลืมสั่งให้คนตุ๋นรังนกอุ่นๆ ทาน ระวังอย่าให้ล้มป่วย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

อิ้นทียิ้มอบอุ่นเมื่อได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษจากพี่แปด เมื่อเหล่าน้องชายทูลลาแยกย้ายกลับวังของแต่ละคน เมฆฝนยังคงคำรามรุนแรง องค์ชายแปดแหงนหน้ามองตำหนักหยางซินเตี้ยนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังจากไปด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

ตอนยังเด็ก...

เสด็จแม่ของเขามีตำแหน่งเพียงกุ้ยเหริน[1] ทั้งยังมีสายเลือดฮั่นเต็มตัว แม้จะเป็นที่โปรดปรานเพียงใดแต่ก็ต้องทนทุกข์ด้วยความยากลำบากยิ่ง เขาเองอยากจะพบหน้าเสด็จพ่อก็ยังถูกเหล่าพระสนมเชื้อสายแมนจูกีดกัน เขาคิดถึงเสด็จพ่อก็ทำได้เพียงยืนมองหลังคาตำหนักหยางซินเตี้ยน

ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บแค้น เขาไม่อยากมองจากที่ไกลๆ อย่างน่าสมเพชเช่นนี้ไปจนตาย เขาต้องการจะเป็นเจ้าของตำหนักแห่งนั้น องค์ชายแปดจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างหนักกว่าใครเพื่อผลักดันตนเองจนได้ตำแหน่งเป้ยเล่อในวัยเพียงสิบเจ็ดชันษา ดึงฐานะของพระมารดาให้ขึ้นตำแหน่งสูงขึ้นทัดเทียมพระสนมอื่นๆ และด้วยขั้วอำนาจทางการเมืองที่เขาสะสมไว้ ศึกครั้งนี้เขาจึงมั่นใจมากกว่าแปดส่วนว่าจะกำชัยชนะ

หากพี่สี่ยินยอมหลีกทางให้เสียโดยดี เขาก็ยินดีที่จะเก็บพี่ชายผู้นี้ไว้ใช้งานต่อไป แต่ถ้าไม่...

คำตอบก็คือตาย

.....................

            ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่

            “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบเป็นธรรมดา”

อิ้นเสียงกระดกเหล้าดื่มอยู่ที่ขอบระเบียงทางเดินในอุทยานยงหวังฝู ส่วนบุรุษรูปงามสมบูรณ์แบบซึ่งยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลเองก็ยกเหล้าขึ้นดื่มเช่นกัน ในวังหลวงแห่งนี้มีผู้คนนับหมื่นอาศัยอยู่แต่หาได้ยากนักที่จะมีเพื่อนรู้ใจดื่มเหล้าด้วยกันเช่นนี้

            “พวกเขาต้องยอมตัดผลประโยชน์ส่วนนี้ทิ้งเพื่อลากรัชทายาทลงจากตำแหน่ง นับว่าคุ้มค่าสำหรับน้องแปด”

อิ้นเจินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หันหน้ามองสายฝนโปรยปรายเล่นละอองบนยอดหญ้า หยาดไหลเป็นทางดุจน้ำตาหยาดริน... เบื้องหน้าไกลออกไปนั้นเป็นศาลานั่งเล่นกลางสระน้ำอันเงียบสงบ แต่ทว่าภายใต้ผืนน้ำนั้นมีการต่อสู้ระหว่างพี่น้องทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ช่วงนี้พวกเขาต้องเก็บตัวซุ่มเงียบ รอจังหวะทำผลงานและเสนอชื่อพี่แปดขึ้นเป็นรัชทายาท เสด็จพ่อคงไม่อาจปฏิเสธ”

            “ใครจะหยั่งพระทัยพระองค์ได้เล่า...”

ทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบ ชีวิตของเชื้อพระวงศ์ทุกคนสุขสบายเปี่ยมล้นด้วยอำนาจวาสนาก็จริง แต่ก็ต้องแลกด้วยบางอย่างที่สามัญชนทั่วไปไม่มี ความสุขความทุกข์ทุกสิ่งล้วนอยู่ภายใต้รับสั่ง อย่างอิ้นเสียงเองเมื่อเสด็จแม่หมิ่นเฟยประชวรหนักจนสิ้นชีวิต อดีตฮองเฮาจึงรับเขามาดูแลเลี้ยงดูไปพร้อมกับพี่สี่ พวกเขาทั้งสองจึงเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ แต่บางครั้งอิ้นเสียงก็ยังเดาความคิดที่อยู่ภายในดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ออก

ไม่ยินดีเมื่อได้ลาภ ไม่เศร้าหมองเมื่อสูญเสีย... ดูแล้วพี่ชายของเขาน่าจะกำเนิดจากก้อนหินกระมัง

“เลิกมองข้าแบบนั้นสักทีเถอะเจ้าสิบสาม สิ่งที่ข้าต้องการก็เพียงแค่อยู่อย่างสงบสุขเท่านั้น”

“สงบสุข“... เกรงว่ายงหวังฝูจะค้นหาคำนั้นได้ยากนัก”

สองพี่น้องแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีกำมะหยี่สีดำมืด เสียงนกราตรีร้องแว่ว อิ้นเจินได้รับพระราชทานยงหวังฝูแห่งนี้ตั้งแต่สมัยเป็นเป้ยจื่อ ที่นี่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดรั้วกำแพงวังต้องห้าม เหล่าผู้คนจึงพากันคิดว่าฮ่องเต้คังซีโปรดปรานพระโอรสรูปงามแสนเงียบขรึมผู้นี้ พากันให้ความเคารพยำเกรงอย่างสูงและคาดเดาว่าเจ้าของวังยงหวังฝูแห่งนี้จะได้เป็นนายของราชวังต้องห้ามคนต่อไป

            แต่อิ้นเสียงรู้ดีว่าไม่เป็นเช่นนั้น

            พี่สี่ไม่เคยแยแสลาภยศสรรเสริญ แม้จะได้รับตำแหน่งชินหวังซึ่งเป็นฐานันดรศักดิ์ชั้นสูงที่สุดเทียบเท่าผู้ครองแคว้นประเทศราช ได้รับสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งเจ้าฟ้าผู้ทรงพระมาลาเหล็กเสพสุขชั่วลูกชั่วหลานไม่สิ้นสุด แต่อิ้นเจินกลับไม่ต้องการเลยสักนิด ยิ่งถูกมองว่าได้รับความโปรดปรานมากก็ยิ่งมีภัยมาก ทุกวันนี้องค์ชายสี่ทำได้แค่เพียงต้านทานกระแส สร้างเกราะกำบังไว้เพื่อแสวงหาความสงบให้แก่ตนเอง แต่นับวันจะยิ่งทำได้ยากขึ้นทุกที 

             “หวังเย๋... ตอนนี้อากาศเย็นจัดแล้ว สวมเสื้อคลุมอีกชั้นเถอะนะเพคะ”

จวินอี้ พระชายาเอกขององค์ชายสี่ประคองเสื้อคลุมขนสัตว์มาให้สวามี จวินอี้เป็นหญิงงามหน้าตาหมดจด นิสัยอ่อนโยนน่ารักและเป็นธิดาของนายทหารชั้นสูงแห่งกองธงขลิบเหลือง มีเอกลักษณ์เป็นกลิ่นกายหอมหวานนุ่มนวล หากฮ่องเต้คังซีต้องการยกตัวอย่างสะใภ้ที่เพียบพร้อมครั้งใด ชื่อของจวินอี้ต้องหลุดออกจากพระโอษฐ์ทุกครั้งไป

“คารวะอาซ้อ”

“น้องสิบสามไม่ต้องมากพิธีหรอก รับเสื้อคลุมไปสวมด้วยสิ หากท่านไม่สบายไปพระชายาสิบสามจะเป็นห่วง” จวินอี้มีน้ำใจนำเสื้อคลุมอีกตัวมาเผื่อน้องสามี อิ้นเสียงจึงรับน้ำใจไว้ “หม่อมฉันสั่งให้โรงครัวทำกับแกล้มไว้แล้ว อีกสักครู่จะให้เด็กยกมาส่ง พวกท่านพูดคุยกันไปเถอะนะเพคะ หม่อมฉันไม่รบกวนแล้ว”

“ขอบคุณอาซ้อ”

“เจ้ารีบไปพักเถอะ สองสามวันนี้เจ้าวิ่งวุ่นเข้าวังตลอด ลำบากเจ้าแล้ว”

“ช่วงนี้อาการประชวรของเสด็จแม่เต๋อเฟยกำเริบขึ้น หม่อมฉันเป็นสะใภ้ต้องดูแลเสด็จแม่ให้ดี ไม่ลำบากอะไรเลยเพคะ” จวินอี้ยิ้มอ่อนโยนพลางผูกเชือกเสื้อคลุมขนสัตว์ให้สวามีด้วยแววตารักใคร่เทิดทูนสุดหัวใจ องค์ชายสี่อิ้นเจินนับเป็นเอกบุรุษโดดเด่นในใต้หล้า ทรงเชี่ยวชาญตำราการปกครองรอบรู้เป็นอย่างยิ่ง ฝีมือการขี่ม้าเก่งฉกาจและสง่างามอย่างหาได้ยากยิ่ง ทุกองคาพยพแข็งแกร่งราวกับหลอมรวมออกมาจากศิลา จวินอี้จึงไม่เคยสัมผัสเนื้อแท้ของชายผู้เงียบขรึมคนนี้เลยสักนิด มือบอบบางที่แตะบนแขนเสื้อของเขาจึงค่อยๆ ถอยกลับมา

“ท่านพ่อของหม่อมฉันเพิ่งส่งใบชาหลงจิงจากหางโจวมาให้จำนวนหนึ่ง หม่อมฉันคิดว่าจะแบ่งไปถวายไทเฮาด้วยดีมั้ยเพคะ”

“ขอบคุณ ต้องรบกวนเจ้าแล้ว”

รอยยิ้มอ่อนหวานของจวินอี้จางหายไปวูบหนึ่งก่อนจะแข็งใจยิ้ม องค์ชายสี่ปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพนุ่มนวล ไม่มีอะไรบกพร่อง แต่จวินอี้รับรู้ได้ถึงช่องว่างที่พระองค์ขีดเส้นไว้ ทรงให้เกียรติเธอในฐานะพระชายาเอกซึ่งได้รับพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้ มิใช่ในฐานะภรรยา   

             จวินอี้หวังว่าเขาจะเปิดใจให้เธอบ้าง แต่น่าเสียดายที่มันไม่เคยเกิดขึ้น

เธอต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อหาโอกาสใกล้ชิดเขา ไม่นับรวมพระชายารองกับบรรดาภรรยาน้อยจากตระกูลขุนนางพ่อค้าทั้งหลายที่ประสงค์เช่นเดียวกัน ตำแหน่งพระชายาเอกสร้างความกดดันให้จวินอี้ต้องเร่งมีทายาทสืบทอดสกุลก่อนหญิงอื่นเพื่อเสริมความมั่นคง ป้องกันมิให้ชายารองคนอื่นๆ ข้ามหัวเธอ แต่จวินอี้ได้แต่ถอนหายใจ ไม่คิดสู้รบปรบมือเพราะนั่นไม่ใช่นิสัยของเธอ

หลังจากที่จวินอี้จากไปพร้อมสาวใช้แล้ว อิ้นเสียงจึงหันมาสบตาและยกยิ้มให้พี่ชาย

“อาซ้อรักพี่สี่มากเลยนะ”

ชินอ๋องแห่งยงหวังฝูหัวเราะแผ่วเบา เป็นน้ำเสียงที่ทำให้หญิงสาวทุกคนคลั่ง “นางเป็นภรรยาที่เพรียบพร้อมสมบูรณ์ ทั้งรูปโฉม ฐานะทางตระกูลกองธงหลักมีฐานอำนาจในท้องพระโรง นางไม่มีข้อบกพร่องใดๆ”

หญิงทุกคนในใต้หล้าล้วนปรารถนาตำแหน่งชายาเอกแห่งชินอ๋องรูปงาม จวินอี้เป็นผู้เดียวที่ทำสำเร็จผ่านการแนะนำจับคู่ดูตัวโดยฮ่องเต้และอดีตฮองเฮา เขาไม่อาจปฏิเสธนางได้

“แล้วเหตุใดถึง... เอ้อ... ช่างเถอะ”

อิ้นเสียงมองออกว่าพี่ชายมิได้มอบหัวใจให้หญิงคนใด เหล่าภรรยาในจวนอ๋องเกินกว่าครึ่งเป็นเพียงภรรยาในนามซึ่งพี่ชายรับพวกนางเข้าจวนตามมารยาท ส่วนอีกครึ่งนั้นจวินอี้เป็นผู้จัดหามาเอาใจ ไหนจะหญิงงามมากมายที่รอต่อแถวหาทางเข้ามาอยู่ในจวนกันมิได้ขาด องค์ชายสิบสามจึงแหงนหน้ามองดวงดาววาววับบนผืนราตรี ส่วนอิ้นเจินมองดาวด้วยแววตาดุดัน เพ่งมองดาวส่องประกายเจิดจรัสดวงหนึ่ง ปรากฎในเสี้ยวนาทีก็จะกลายเป็นแสงวูบหายไปทางทิศใต้

“หากอาซ้อมีลูกชายให้ท่าน พวกท่านก็คงจะรักกันเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ พี่สี่ก็ล้วนมีความรู้แตกฉานไปเสียหมด มีแต่เรื่องผลิตทายาทนี่แหละที่ท่านโง่งมยิ่งกว่าผู้เฒ่าเสียอีก ตอนนี้แม้แต่พระชายาของน้องยี่สิบสองก็กำลังตั้งครรภ์แล้วเลย เขาอายุเพียงแค่สิบหกด้วยซ้ำ”

“ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น”

อิ้นเจินกระดกเหล้าดื่มอย่างไม่ใคร่สนใจนัก ก่อนที่อิ้นเสียงชี้ดาวดวงหนึ่งให้พี่ชายดู เป็นดวงเดียวกับที่อิ้นเจินกำลังมองเขม็ง “ดูนั่นสิ มีดาวตกเกิดขึ้นข้างดาวประจำกายของท่าน แปลกจริง”

“ดาวคู่ครอง” อิ้นเจินพึมพำเบาๆ

“หมายถึงอาซ้อใช่หรือไม่“”

“ไม่ใช่ ดาวของจวินอี้อยู่ทิศตรงข้าม”

อิ้นเสียงสบโอกาสรีบทิ้งไหสุรา ประสานมืออธิษฐานทันที “ชายารองของข้าบอกว่ายามใดที่ดาวตกปรากฏ หากตั้งใจอ้อนวอนขอสิ่งใดย่อมได้ตามปรารถนา”

“นี่เป็นเรื่องไร้สาระของพวกผู้หญิง ตั้งแต่ลูกสาวของเจ้าคลอด เจ้าชักจะนุ่มนิ่มขึ้นทุกที” แม้พี่ชายจะไม่สนใจการปรากฏของดาวตก แต่อิ้นเสียงยังคงตั้งอกตั้งใจอธิษฐานไม่หยุด ชินอ๋องเจ้าของดาวประจำกายจึงเลิกคิ้วเป็นเชิงถามด้วยความแปลกใจ “ปกติแล้วเจ้าไม่สนใจเรื่องหยุมหยิม เจ้าอธิษฐานขออะไรจากดาวดวงนั้น”

“พี่สี่จะอยากรู้ไปทำไม ในเมื่อท่านไม่เชื่อนี่นา”

“มาดื่มเหล้าของข้าแล้วยังกล้าตีฝีปากอีก บอกมาเร็ว”

 ใบหน้าขององค์ชายสิบสามมีรอยยิ้มทีละน้อยขณะลืมตาขึ้น รอยยิ้มนั้นช่างเจ้าเล่ห์เหลือร้าย “ข้ากำลังขอนางในดวงใจให้ชีวิตท่านครึกครื้น... นางเป็นสาวสวยงดงามหยาดฟ้า ไม่สิ... นางจะต้องงามบาดตาบาดใจและเปี่ยมล้นด้วยไหวพริบชาญฉลาด นางจะมาพร้อมกับคำว่า ไม่!’ ใส่หน้าชินหวังอ๋องผู้เย็นชา ทำให้ท่านคลุ้มคลั่งด้วยไฟรักร้อนรุ่ม อา... พี่สี่ ข้าจะเฝ้ารอชมด้วยความตั้งใจยิ่ง”

อิ้นเจินหลุดหัวเราะก่อนจะเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าทางทิศใต้นั้น “เจ้าแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเสียแล้ว เพราะมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นหรอกนะ”

อิ้นเสียงชูไหสุราขึ้น “รอดูไปก็แล้วกัน”



[1] พระสนมขั้นที่ 6 มีตำแหน่งแต่ไม่มีฐานันดรศักดิ์ จึงยังไม่นับเป็นเชื้อพระวงศ์ ลำดับเทียบเท่าภรรยาน้อยของสามัญชน ซึ่งสนมระดับกุ้ยเหริน, ฉางไจ้และตาอิ้ง ฮ่องเต้สามารถมีได้ไม่จำกัดจำนวน

 

 <<< จิ้มเรยๆๆๆๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #6386 bunyarat462 (@bunyarat462) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 21:37
    ได้ตามนั้นองค์ชายสิบสาม ทว่าตอนแนกนาิอกจะหน้าตา..เอ่ออ อุบาทซัปนิด แลดูปัญญาอ่อนหน่อยๆ แต่อีกเดี๋ยวจะดีเอง(?)
    #6386
    0
  2. #5730 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 00:16
    พี่สี่!!!! พระเอกชัว 555+ แต่มีเมียเอกแล้วค่าาาาาาาาา เห้อ
    #5730
    0
  3. #5440 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 00:41
    ชินอ๋องมีภรรยาเอกซะแล้ว
    #5440
    0
  4. #4768 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 11:43
    มีวันนั้นแน่นอน
    #4768
    0
  5. #4292 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 16:23
    ดาวตก หรือหนุงหนิงตก
    #4292
    0
  6. #2529 NyuNyun (@NyuNyun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 04:21
    รู้สึกจำนวนองศ์ชายเยอะไป -*- จำได้ไม่ สิบกว่าคน ชื่อสนงสนมก็มาเรื้อยๆ ไหนจะชื่ออื่นๆอีก ตัวละครเยอะมากกกกก เอาว่าลองอ่านก่อนถ้าเยอะจยจำไม่ได้จริงๆ คงต้องจำแค่ตัวสำคัญๆ
    #2529
    0
  7. #1314 นางมารสิบทิศ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 23:44
    ง่าาาา ทำไมพระเอกมีเมียแล้วนี่ ไม่สนุกเลย โอ๊ยยย เสียดายจัง อุตส่าห์ปูเรื่องมาถูกใจเราแล้ว แค่ให้พระเอกยังไม่มีคู่ครองเพราะความเย็นชาเย่อหยิ่งนี่มันจะเป็นการขัดอุดมการณ์บนพื้นฐานความเป็นจริงของนักเขียนมากใช่มั้ย หรือมันไม่น่าเร้าใจพอ นางเอกในนิยายแนวทะลุมิติจีนในเด็กดีตอนนี้กว่าครึ่งถึงมาสิงในร่างของนางสนม ชายาเอก หรือไม่ก็มาหลงรักกับองค์ชายที่มีพันธะอยู่แล้ว กลายเป็นศึกตบตีชิงวังหลังกันหมด เฮ้อ อ่านไปก็เพลียไป ทั้งที่เป็นยุคที่ใช้มนตราได้แท้ๆ หญิงกับชายต่างเท่าเทียม พวกเธอกลับยังตบตีแย่งชิงผู้ชาย ซึ่งไม่เห็นว่าจะใช้พึ่งกะลาหัวได้เลย เพลียจิต...อยากอ่านแบบบู๊ผจญภัยโชว์ฝีมือบ้าง จะมีใครแต่งไหมมมเนี่ยย
    #1314
    4
    • #1314-3 หนูมาลีมีแมว (@beamy002) (จากตอนที่ 4)
      18 เมษายน 2560 / 17:37
      รีเควสขนาดนี้ แต่งเองดีมั้ย
      #1314-3
    • #1314-4 gimondel2004 (@gimondel2004) (จากตอนที่ 4)
      26 เมษายน 2560 / 16:28
      เห็นด้วยแปลกๆ555 ย้ายบ้าน
      #1314-4
  8. #1202 หนอนหนังสือ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 09:56
    เนื้อหาคล้าย ย้อนมิติพิชิตบัลลังก์เลยค่ะ

    แค่เปลี่ยนอะไรนิดหน่ยแต่โดยรวมใช่เลย
    #1202
    1
    • #1202-1 อัสดงคต (@nantisa) (จากตอนที่ 4)
      15 เมษายน 2560 / 19:38
      เรื่องนี้เท่าที่อ่านคืออยู่ในยุคเดียวกันเลยแหละค่ะ พระเอกเองก็เป็นคนเดียวกะในปู้ๆจิงซินด้วย ง่ายๆคือยืมโครงเรื่องมา แต่เขียนพล็อตใหม่
      #1202-1
  9. วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:58
    นางเอกไม่ต้อง!! กินกันเองเลยค่ะจะรอจิ้น555555555
    #1154
    0
  10. #1145 K_sushi_P (@K_sushi_P) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 17:32
    โอ้ยยยยยย ชอบตรง เจ้าชักนุ่มนิ่มขึ้นทุกวัน ต้องเอ็นดูแค่ไหนถึงว่าแบบเนร้5555555555
    #1145
    0
  11. #514 งงงง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 14:01
    ทำไมเวลาเรียก ภรรยาของพี่ชายใช้คำว่า "อาซ้อ" เป็นภรรยาของเชื้อพระวงศ์ระดับองค์ชาย ทำไมไม่เรียกพระชายา ยิ่ง คำราชาศัพท์พวกองค์ชาย น่าจะใช้ได้คล่องแคล่ว เรื่องอื่นๆ แนวในรั้วในวัง เขาก็เรียกพระชายา แต่เรื่องนี้องค์ชายเรียกภรรยาพี่ชายว่า อาซ้อ
    #514
    1
    • #514-1 Gear_CS (@Gear_CS) (จากตอนที่ 4)
      6 เมษายน 2560 / 07:21
      สองพี่น้องนี้เขาสนิทกันมากรึเปล่า เลยเรียกแบบชาวบ้านทั่วไปธรรมดา
      #514-1
  12. #445 Mako (@kikomaruko) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 00:00
    ปฎิบัติต่อเธอ น่าจะเปลี่ยนเป็น ปฏิบัติต่อนาง นะคะ
    #445
    0
  13. #423 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 16:21
    หนุงหนิงมาแล้ววว สนุกมากกกกค่ะ
    #423
    0
  14. #188 CHi.Des. (@chessgirl) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 08:49
    ศึกชิงบัลลังก์ดุเดือดจริง ๆ
    #188
    0
  15. #22 thip16151 (@thip16151) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 11:07
    เพิ่งอ่านค่ะเนื้อเรื่องน่าสนใจ ติดตามค่าา
    #22
    0
  16. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:36
    นางเอก อยู่ไหนหว่า????????
    #14
    0
  17. #13 Jellato98 (@Jellato98) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:29
    รอค่า?
    #13
    0