พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,881 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,056 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    748

    Overall
    823,881

ตอนที่ 42 : บทที่ 19 ข้ารักเจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    23 เม.ย. 60


หวังเย๋: มีเมียแล้วไง ก็จะจีบอ่ะ มีปัญหาไรป่ะ
555555555555

สารภาพกะไรท์มาซะดีย์ๆ
อินกะน้ำเซาะทรายมาใช่มั้ย
ถึงได้ถล่มชายสี่ซะเละเลย 555555555








 

เมื่อครู่นี้เขาพูดว่าอะไรนะ?... เว้าอีหยัง ฟังบ่ฮู้เฮื่อง นาราเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยความประหลาดใจสุดขีด ดวงตาดำขลับส่องประกายแวววาวดุจดวงดารานับพัน ริมฝีปากวาดโค้งขึ้นอย่างสวยงาม

และเหวี่ยงมือขึ้นพร้อมหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล

“หวังเย๋เล่นหนักเกินไปแล้ว ฮ่าๆ” นาราหัวร่องอหาย เธอไม่ใช่หญิงงามผู้วิเศษลอยลมมาจากไหน ไม่ใช่เจ้าหญิงที่เขาต้องบุกตีปราสาทเพื่อมารับตัวไปแต่งงาน และที่ผ่านมาเธอมั่นใจว่ากวนตีนเขาแทบจะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ดังนั้นนาราจึงไม่เชื่อคำพูดของเขาเลยสักนิด  

ทว่าร่างสูงสง่ายังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง แววตาหนักแน่นมั่นคงประดุจศิลา สลักคำนั้นไว้มิเปลี่ยนแปร

เสียงหัวเราะของนาราค่อยๆ เบาลงเพราะเครื่องจับเท็จไม่มีปฏิกิริยาต่อคำพูดของเขาเลยสักนิด ร่างบางเกาแก้มและเริ่มทำตัวไม่ถูกแทน

“ผู้อื่นครอบครองตำแหน่งพระชายาไปแล้ว ข้าเองก็มิอาจเปลี่ยนแปลงรับสั่งของเสด็จพ่อได้ แต่สำหรับตำแหน่งเมีย ข้ายังไม่เคยคิดมอบให้ใครนอกจากเจ้า” น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นลุ่มลึก เยือกเย็นเกินไปด้วยซ้ำ และวูบต่อมาก็เต็มล้นไปด้วยโทสะ “เจ้าเคยบอกข้าว่าเจ้าต้องตายหากฝืนอยู่ที่นี่... เพราะอะไร”

นาราถอยหลังสามก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้าทว่าทรงอำนาจ “รีบตอบข้ามา”

และแล้วร่างแข็งแกร่งปานภูผาก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ใกล้เสียจนนาราเห็นแผงอกชายฉกรรจ์ขยับขึ้นลงเนิบช้าตามจังหวะลมหายใจ นาราเบือนหลบสายตาอันแสนแรงกล้าคู่นั้น ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เลื่อนสายตากลับมา ทั้งสองสบตากัน ปล่อยให้อะไรบางอย่างทอประกายจากดวงตา

“หม่อมฉันไม่ใช่คนของสกุลอูลานาลา” ในที่สุดเธอก็ยอมบอกแม้ว่าจะเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตก็ตาม “หม่อมฉันไม่ใช่หนิงเอ๋อร์ ชื่อของหม่อมฉันคือนารา”

“นารา”

“ใช่... ดีจังที่มีคนเรียกชื่อนั้นอีกครั้ง” นาราเป่าปากถอนหายใจเนือยๆ พลางหันมองภูเขาจำลองที่เคยปีนป่ายในวันนั้น การได้พูดความลับทำให้ปมอะไรบางอย่างในใจคลายออก เมื่อเลื่อนสายตากลับมาอีกครั้งก็พบว่าบุรุษรูปงามกำยำยังคงจ้องมองเธอไม่ปล่อย เธอจึงเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะกลั้นใจพูดอย่างตรงไปตรงมาแม้จะต้องถูกหัวเราะเยาะก็ตาม

“หม่อมฉันมาจากอนาคต...”

“อืม”

“หม่อมฉันอายุยี่สิบสี่ ไม่ใช่สิบหก”

“อืม”

นาราเริ่มขมวดคิ้ว เขาฟังไม่ชัดหรือว่าความรู้สึกตายด้านราวกับผุดจากท่อนไม้ท่อนศิลากันแน่ เขาพูดแค่ อืมด้วยใบหน้าเรียบเฉย กลายเป็นนาราที่หลุกหลิกไปมาอย่างอึดอัดใจ อายุยี่สิบสี่ในสมัยเธอก็ยังถือว่าเอ๊าะๆ แต่สำหรับในสมัยนี้ถือว่าแก่คราวป้าแล้ว ถ้าเขาคิดว่าเธอแก่ เธอจะชกหมัดตรงเข้าให้จริงๆ ด้วย

“หม่อมฉันเป็นชาวเซียนหลัว”

“อืม”

“หม่อมฉันพูดจริงๆ นะ ดูสร้อยพลอยสิ มันดูเหมือนของที่ทำในยุคสมัยนี้หรือไม่”

เขานิ่งเงียบ เฉยสนิท ไม่แสดงท่าทีแปลกใจแม้แต่น้อย ร่างบางเดาคำตอบได้ทันทีว่าเป็นเพราะเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิดนั่นเอง นาราเริ่มเดือดจึงเปิดกระเป๋าสี่มิติที่พุง หยิบตุ๊ดตู่ปลอมกับถุงยางแบบขรุขระเร้าใจออกมากองดังโครม!

“แล้วนี่น่ะ มันไม่ใช่ของดูต่างหน้าพ่อหม่อมฉันหรอก แล้วไอ้นี่ก็ไม่ได้ไว้สวมเท้าด้วย!

“แล้วใช้สวมอะไร?”

นาราอยากจะกรี๊ด หน้าตากะดี แต่สมองน้อยอีหลี ถ้าเขารู้จักคิดสัปดนสักนิดก็น่าจะรู้สิ “เอ่อ... ของเหล่านี้ทำจากโพลีเมอร์คุณภาพสูง ให้สัมผัสเสมือนจริง เอ่อ... คำอธิบายวิธีการใช้มันบอกไว้ว่างั้น ส่วนชิ้นนี้ทำจากยางสังเคราะห์ ท่านเคยเห็นวัสดุแปลกตาเช่นนี้ในยุคสมัยของท่านหรือไม่”

 นาราฉีกซองถุงยางแล้วหมุนไปหมุนมาเพื่อมองหาของเหมาะๆ เพื่ออธิบาย สิงโตศิลาแกะสลักตัวผู้จึงกลายเป็นอุปกรณ์ประกอบคำอธิบาย “มันเอาไว้ใช้งานบนเตียง เอ่อ... แบบชายกับหญิงบึ้ดจ้ำบึ้ด บึ้ดจ้ำบึ้ด จ่ำบึ้ดจ่ำบึ้ด...” นาราโยกสะโพกสาธิตก่อนจะเกาแก้มแกรกๆ กูจะสาธิตทำไมวะ

“ใช้งานบนเตียงงั้นรึ?” สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงเป็นสนอกสนใจในฉับพลัน กระแสเสียงห้วนห้าวนั้นแว่วผ่านเงาแดดที่เต้นระยับบนกายสูงใหญ่ พุ่งตรงมาห่อหุ้มนาราไว้ราวกับผ้าห่มนวมผืนหนา นำพาให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวแล่นจากปลายนิ้วมือสู่ปลายนิ้วเท้า ซึ่งเธอเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ ที่หยิบของพรรค์นี้ออกมาคุยกับเขาเป็นวรรคเป็นเวร

“ถะ...ถ้าไม่เชื่อก็ขนกลับไปลองได้เลยเพคะ”

แผ่นหลังของนาราเบียดแนบอยู่กับเสาหินเย็นเฉียบ ทว่ากายแกร่งที่โน้มลงมาด้านหน้ากลับร้อนดุจเพลิงระอุ สองมือของเขาเท้าอยู่บนเสาต้นนั้นด้วยจนนารามิอาจหลบเลี่ยง และให้มันได้อย่างนี้สิคนผี! ร่างสูงใหญ่องอาจจงใจสอดต้นขาแข็งแรงของตนเองไว้ตรงหว่างขาของเธอ ปิดตายทางหนีจนสิ้น บรรดาบ่าวไพร่ในเหยียนชีกงล้วนทำงานอยู่ในบริเวณนั้นไม่ใช่น้อย ทุกคนตื่นตะลึงเมื่อเห็นชินหวังอ๋องเบียดร่างใกล้ชิดนางกำนัลน้อยจนหมิ่นเหม่เช่นนั้น

ทว่าดวงตาคมกริบตวัดมองแวบหนึ่ง บริเวณศาลาในสวนของตำหนักก็ร้างไร้ผู้คนในพริบตา

นารายังไม่รู้ตัวว่าตนตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำทุกวิธีทางให้เขายอมรับว่าเธอมาจากอนาคต

“ท่านเคยเห็นใครนุ่งซิ่นห่มสไบอย่างหม่อมฉันหรือเปล่า ทุกอย่างเป็นเพราะหม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ เป้าหมายที่หม่อมฉันจะต้องไปคือกรุงศรีอยุธยา เซียนหลัว... แต่มีเหตุผิดพลาดเกิดขึ้น ผลก็เป็นอย่างที่เห็น...”

ความลับที่อยู่ในใจมาเนิ่นนาน พอมีคนสักคนรับฟังเงียบๆ นาราก็เผลอระบายความเครียดที่ไม่เคยให้ใครรับรู้ออกมาจนหมดสิ้น เธอบอกตัวเองแค่ว่าต้องการใครสักคนรับฟัง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่าง เธอไม่ได้เล่าให้เขาเพราะไว้ใจในตัวเขาหรอกนะ เธอพูดถึงสงครามแย่งชิงทรัพยากร มลภาวะ โรคระบาด การทำลายล้างธรรมชาติและการล่มสลายทางวัฒนธรรม นาราร่ายยาวจนเหนื่อย จำต้องหยุดพักปรับจังหวะลมหายใจและเบือนสายตาไปทางอื่น ก่อนจะเคลื่อนสายตามาตรงกับดวงตาคมปลาบเป็นประกายเพลิงคู่นั้นอีกครั้ง

คราวนี้ถูกตรึงแน่นไม่ปล่อย

“ทรงเชื่อหม่อมฉันหรือไม่”

คำตอบของเขาคือ...

“อืม”

บ๊ะ! ไอ้องค์ชายสี่ไม่ได้ช่วยรับฟัง แต่กวนประสาทเธอต่างหาก

เขานิ่ง ไม่มีท่าทีประหลาดใจหรือขบขันว่าเธอเสียสติ เขาเพียงแค่วางฝ่ามือบนศีรษะของเธอดุจผู้ใหญ่กับเด็ก และดึงตัวเธอมากอด แนบรั้งไว้อย่างปกป้อง

“ข้ารู้... รู้ว่าเจ้ามาจากที่ไกลแสนไกลเกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการ เจ้าไม่ใช่บุตรสาวตระกูลอูลานาลา และข้าก็ไม่สนใจด้วยว่าเจ้าจะใช่หรือไม่ใช่ เรื่องที่ข้าอยากรู้คือใครบังอาจคิดปองร้ายเจ้า... ใช่คนเดียวกับที่ทำให้เจ้ากลัวจนวิ่งเตลิดลงทะเลสาบหรือไม่”  

นาราเป็นฝ่ายมึนงงที่ดูเหมือนเขาจะเชื่อสิ่งที่เธอบอกอย่างง่ายดายเหลือเกิน ไม่ตั้งคำถาม ไม่กรีดร้อง ไม่โวยวาย ไม่หัวเราะใส่หน้า เขาแค่รับฟังเงียบๆ เหมือนล่วงรู้ทุกอย่างอยู่แล้วและสนใจแค่เพียงว่าอะไรทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย ทรงยึดข้อมือของเธอไว้มั่นและตั้งคำถามใส่เป็นชุดจนนารามึนงง

“มันเป็นใคร อยู่ที่ไหน ข้ารู้จักมันหรือไม่?!

นารากะพริบตา กลายเป็นฝ่ายประหลาดใจแทนที่จะเป็นเขา ทำไมเขาถึงรู้ความลับของเธอมากมายนัก นาราเป็นคนฉลาด ครุ่นคิดเพียงไม่นานก็รู้คำตอบ

“พลอยสีแดง... วันนั้น... หวังเย๋ไม่ได้ถูกพลอยสีแดงสะกดสินะเพคะ”

เสี้ยวพักตร์งามสง่าดุจเทพเจ้าทรงปั้นแต่งยังคงสุขุมนิ่งลึก ภายใต้แสงตะวันสาดส่องทำให้คนผู้นี้เปล่งประกายเฉียบขาดดุดัน ส่วนริมฝีปากที่เคยลักจูบจากเธอไปกำลังยกยิ้ม

เป็นยิ้มอ่อนโยนที่ทำให้หญิงสาวทั่วหล้าตะลึงมองได้

“ถูกต้อง พลอยสีแดงของเจ้าใช้ควบคุมความคิดผู้คน พลอยสีน้ำเงินใช้บันทึกข้อมูล ส่วนพลอยสีเขียวกับสีม่วง ข้าต้องใช้เวลาศึกษาจากเจ้าอีกสักพัก ส่วนเรื่องอายุ... ข้าไม่แปลกใจเลยเพราะเจ้าดูกร้านกว่าเด็กสาววัยสิบหกจนน่าตกใจ”

ดูดู๊ดู... ใช้คำว่า กร้านกับหญิงงาม!

นารากัดริมฝีปากยิ่งดูงดงามโฉมสะคราญขึ้นโดยไม่รู้ตัวจนอีกฝ่ายหายใจกระชั้นขึ้น แต่นารายังคงจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เธอพลาดตั้งแต่แรกที่ปล่อยให้เสือร้ายผู้นี้ซุ่มอยู่ในเงามืดโดยไม่เอะใจสงสัยเลยสักนิด จะคิดดูถูกดูแคลนคนผู้นี้ไม่ได้เลย

“ไม่ว่าเจ้าจะกำลังถูกปองร้ายจากสิ่งใดอยู่ก็ช่าง ข้าต้องการให้เจ้ารู้ไว้ว่าจวนยงหวังฝูพร้อมปกป้องเจ้าเสมอ”

นาราเบิกตากว้าง แม้จะประหลาดใจที่คนเย็นชาอย่างเขามอบความห่วงหาอาทรให้ ไม่สิ... กระแสเสียงและแววตาของเขามีอะไรมากกว่านั้น ถึงเธอจะไม่คิดตอบรับ แต่อย่างน้อยในอกข้างซ้ายอันว่างเปล่าของเธอนั้นอบอุ่นขึ้น นาราเริ่มรู้สึกถึงอนาคต สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แล่นปราดเข้ามา

“หม่อมฉันไม่...”

“ชู่ว...”

เขาไม่อนุญาตให้เธอปฏิเสธ มืออันร้อนระอุประคองใบหน้าของนาราไว้ประหนึ่งเธอเป็นสิ่งมีค่าที่สุดของโลกใบนี้ นาราเบิกตากว้างแทบจะสิ้นสติเมื่อริมฝีปากอุ่นจัดประกบแนบลงมาอย่างหนักแน่น หยอกเย้าแล้วก็สอดปลายลิ้นเข้ามาอย่างเร่าร้อน บ่งบอกความปรารถนาด้วยริมฝีปากอันดุดัน

นาราหายใจแทบไม่ออก เนื้อตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตะลึง เขาจูบโดยไม่มีคำเตือน ไม่มีการบอกล่วงหน้าและไม่ได้ล้อเล่น จูบที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้สมองของเธอขาวโพลน ชินหวังอ๋องผู้นี้มิได้อ่อนหวานนุ่มนวลชวนฝันเพียงอย่างเดียว แต่ยามจู่โจมก็ห้าวหาญร้ายกาจนัก นาราพยายามผลักตัวเขาออกแต่ก็ไม่ต่างอะไรจากผลักภูเขาทั้งลูก ยิ่งดิ้น จุมพิตก็จะยิ่งแข็งกร้าวและเร่าร้อนรุนแรงอย่างที่เขากำลังยัดเยียดให้

ในที่สุดนาราก็เรียนรู้ที่จะอยู่นิ่ง ยอมรับและปรับจังหวะลมหายใจให้ผสานไปด้วยกันกับเขา แต่ดูเหมือนว่ามีแต่ยิ่งทวีความร้อนจนต่างฝ่ายต่างหายใจกระชั้นขึ้นราวกับจะหลุดจากการควบคุม ศีรษะของนาราแหงนหงาย ริมฝีปากบอบบางอมชมพูบัดนี้แดงช้ำ เผยอเปิดรับเรียวลิ้นที่สอดแทรกเข้ามาอย่างอุกอาจ 

จูบของเขาเนิ่นนาน เชื่องช้า เต็มไปด้วยความมั่นใจ แม้จะยอมถอนจูบออกเพื่อปล่อยให้เธอพักหายใจ แต่วินาทีต่อมาก็ประกบลงซ้ำอีกและหนักหน่วงกว่าเดิม ทรงตรึงเธอไว้อย่างสิ้นเชิงโดยที่มือร้อนผ่าวเลื่อนขึ้นจากเอวบางมาถึงใต้ฐานทรวงอก นาราสะดุ้งโหยง สร้างความหวาดหวั่นว่ากำแพงที่เธอสร้างขึ้นปกป้องตัวเองจากผู้ชายมานานหลายปี กำลังจะพังทลายลงในเวลาแค่ไม่ถึงเสี้ยวนาทีนี้

และโดยไม่ทันรู้ตัว ริมฝีปากของชายผู้นี้ก็ผละออกจากเธออย่างเนิบช้า อาลัยอาวรณ์ จูบนี้จบลงอย่างรวดเร็วเหมือนเมื่อตอนเริ่มต้น แต่นารากลับรู้สึกเหมือนผ่านเวลาชั่วกาลปวสาน

ทั้งคู่จ้องตากันและกัน หอบหายใจด้วยกันทั้งคู่ ไอร้อนมหาศาล หัวใจกำลังเตลิด

และในวินาทีนั้นสร้อยพลอยพลันเปล่งประกาย นาราเผลอยกมือขึ้นกุมสร้อยพลอยของตนเองไว้ตามสัญชาตญาณ สุรเสียงดุดันจึงตามสำทับมา “ปล่อยมือจากสร้อยเส้นนั้นเสีย”

ปลายนิ้วแกร่งเกี่ยวสร้อยพลอยเส้นนั้นไว้ กำลังจะกระชากออกเพราะไม่แน่ใจว่าของสิ่งนี้จะพรากเธอหายไปจากเขาในนาทีใดนาทีหนึ่งหรือไม่ นาราก้าวถอยจากเขา ประกายแสงพลอยส่งผลให้กาลเวลาค่อยๆ หยุดนิ่ง นกที่กำลังโผบินมาเกาะที่ศาลาลอยค้าง ปลาในสระไม่ไหวติงและแม้แต่ใบไม้ที่หลุดร่วงจากขั้วลอยนิ่ง บ่งบอกสัญญาณว่าช่องมิติเวลากำลังจะเปิดออกอีกครั้ง

พี่แทนคุณกระโดดออกมาจากช่องว่างนั้น ว่าไงล่ะเรา 

ก็ไม่ว่าไงหรอกนาราตอบกวนแล้วเบือนหน้าหนี นึกอยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปแบบนี้ เธอยังพูดอะไรไม่ออก รีบลูบหน้าตาตัวเองเพื่อปรับความปั่นป่วนในใจให้สงบลง ปรับจังหวะชีพจรและลมหายใจคืนมาอย่างยากลำบากทั้งๆ ที่แข้งขาอ่อนจนแทบจะล้มได้ทุกขณะ

“เรื่องทักทายเอาไว้ทีหลัง เราต้องทำเวลาหน่อย เร็วเข้า”

“พี่มารับหนิงแล้วเหรอ”

“ใช่ โครงการวิจัยของเรามีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้ว” พี่แทนคุณเตรียมจัดการลบความทรงจำของทุกคนที่เธอเคยเกี่ยวข้องในยุคสมัยนี้ทั้งหมด เพียงแค่โยนอุปกรณ์ล้างความทรงจำไว้ที่นี่ ปล่อยให้เครื่องทำงานของมันไปและจะทำลายตัวเองเมื่อเสร็จสิ้น ส่วนนารายังลังเล เผลอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของชินหวังอ๋องไว้แน่น

“ส่งสร้อยพลอยมาให้พี่ เราลบความทรงจำเขาแล้วยังพี่แทนคุณชี้ไปที่อิ้นเจิน

ยังค่ะนาราตอบเสียงเรียบๆ จู่ๆ น้ำตามันก็ร่วง
            คำตอบเดียวที่ค้นหาให้ตัวเองได้ว่าเหตุใดจึงร่ำไห้ นั่นเป็นเพราะไม่อยากไร้ตัวตนในความทรงจำของเขาเลย ภาพเหตุการณ์ต่างๆ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นกำลังจะหายไปตลอดกาล นาราเริ่มยืนไม่ไหว ร่างทั้งร่างสั่นเทา พี่ชายเห็นสภาพน้องสาวจึงถอนหายใจ

ช่างเถอะ ไม่ลบก็ไม่ลบ ยังไงเราก็ต้องกลับไป ไม่มาที่แห่งนี้อีกต่อไปอยู่แล้ว

“...” นาราเม้มริมฝีปาก “ต้องกลับเดี๋ยวนี้เลยเหรอคะ”

“การที่เรามาที่นี่ก็สร้างความสับสนในกระแสประวัติศาสตร์มากมายแค่ไหนรู้หรือเปล่า? เดิมทีองค์ชายแปดอิ้นซื่อจะต้องได้ขึ้นครองบัลลังก์ แต่เมื่อวานนี้บันทึกประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงไป...”

พี่แทนคุณชี้ไปที่องค์ชายสี่และไม่พูดอะไรอีก การแทรกแซงประวัติศาสตร์นับเป็นความผิดร้ายแรง และแทนคุณมาที่นี่เพื่อควบคุมตัวเธอกลับไปรับโทษจากสมาพันธ์โลก ซึ่งหากไม่มีคำอธิบายที่ดีพอ เธออาจทำให้บ้านเกิดเมืองนอนของตนเองตกที่นั่งลำบาก

“การปกครองของอิ้นซื่ออ่อนแอ เกิดการทุจริตโกงกินแผ่ขยายไปทั่ว ท้องพระคลังร่อยหรอและห่างเหินจากพันธมิตรอย่างมองโกลจนทำให้ราชวงศ์ชิงถึงจุดจบในรุ่นลูกของเขา แผ่นดินต้าชิงกลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นการที่ประวัติศาสตร์จุดนี้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ทางอังกฤษไม่พอใจเป็นอย่างมาก”

“หนุงหนิงขอโทษค่ะ...”

นารากระซิบด้วยความหวาดหวั่น เหตุการณ์เล็กๆ เพียงเหตุการณ์เดียวอย่างการช่วยชีวิตเต๋อเฟยในวันนั้นก็ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่โดยไม่อาจเปลี่ยนแปลงกลับคืนได้ เดิมทีในบันทึกประวัติศาสตร์นั้น บัลลังก์ต้าชิงตกเป็นขององค์ชายแปดอิ้นซื่อ แต่ตอนนี้ประวัติศาสตร์กำลังเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยเพราะเธอ นาราเซทรุด เริ่มตระหนักแล้วว่าการที่ตนเองปรากฎตัวขึ้นในยุคต้าชิงนี้ ทำให้บัลลังก์มังกรสะท้านสะเทือนเพียงใด

ไปกันเถอะ หมดเวลาของเราแล้ว



อยากให้หนุงหนิงมันกลับบ้านกันนัก งั้นกลับเลยล่ะกัน
ปล. พรุ่งนี้งดอัพเด้อ
ปล.2 อุดหนุนผลงานไรท์ ช่วยค่าไฟซะดีย์ๆ 555555555







ประกาศพรีออเดอร์อย่างเป็นทางการจ้า

>>>บุหลันแสนรัก<<<

(สนพ.เขียนฝันในเครือไลต์ออฟเลิฟ) วางแผงเดือนเมษายนนี้

 

ราคาปก 299 บาท
สามารถติดต่อสอบถามหาซื้อได้จากเว็บไซต์สนพ. หรือร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสนใจสั่งซื้อผ่านทางนักเขียน มีของพรีเมี่ยมแจก
 

 

โอนก่อนมีสิทธิ์เลือกลายก่อนนะคะ
จำกัดจำนวน 100 ท่านแรกที่อุดหนุนบุหลันแสนรัก รับฟรีตัวแท็กกระเป๋าเดินทาง

ส่วน E BooK จะวางจำหน่ายประมาณต้นเดือนพ.ค.ค่ะ

>>>แจ้งโอน ติดต่อสอบถาม https://www.facebook.com/maneerin.novel/
>>>อ่านตัวอย่างที่ https://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1541242

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

81 ความคิดเห็น

  1. #6412 Nu Nuch (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 04:13
    ลั่นนนนนนนน ... บึ้ดจ้ำบึ้ด บึ้ดจ้ำบึ้ด จ้ำบึ้ดจ้ำบึ้ด ... อ่ะโด่!!! กะลังฮาล้านแปดตลบ งานเศร้ามาเยือนทันใด T_T
    #6412
    0
  2. #5485 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 18:10
    หน่วงอ่ะ
    #5485
    0
  3. #5420 Nannan-ja (@nannan-ja) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 08:25
    สงสารง่ะ
    #5420
    0
  4. #1963 S1O9N9E5 (@SaXoNySone) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 00:08
    กลับเลย ไม่ต้องหวนกลับมาอีก ไม่สนับสนุนให้เป็นเมียน้อยชายสี่
    #1963
    0
  5. #1960 Killer.P (@paifah_skypp) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:54
    จะกลับก็กลับง่ายๆเลย ฮรือออ หวังเย่เล่า TT
    #1960
    0
  6. #1947 1964 (@leng1964) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 16:05
    ได้กลับบ้านง่ายๆซะงั้น
    #1947
    0
  7. #1937 123456chayada (@123456chayada) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 11:09
    รอนะค่ะ
    #1937
    0
  8. #1936 0970521536 (@0970521536) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 09:06
    เฮ้อ!!ไรท์ใจร้ายกว่าที่คิดอีกอ่ะ น่าจะให้ได้อึ๊บอั๊บก่อนจาก5555 ทรมานใจรีดอ่าแบบนี้
    #1936
    0
  9. #1935 EchizenRyoma (@siriwanphanpa) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 02:36
    โอ้ยย สงสาร
    #1935
    0
  10. #1934 Menight * (@menight) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 02:03
    ม่ายยยยย!!! นังหนุงหนิงแกจะกลับแบบนี้ไม่ได้!!! เพิ่งจูบกับองค์ชายเสร็จไปหมาดๆเลยนะเว้ยเฮ่ย
    #1934
    0
  11. วันที่ 24 เมษายน 2560 / 23:54
    ???????
    #1933
    0
  12. #1932 +EpEd+ (@onsa-ad) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 22:48
    มีเมียเดียวไม่ได้ ทิ้งชายสี่ไว้กับอดีตเลยค่ะ
    #1932
    0
  13. #1931 Sky (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 22:21
    นาราทำไงดีจะอยู่รึไปสงสารชายสี่เพิ่งจะมีความรักก็อกหักแล้ว
    #1931
    0
  14. #1930 Sauypring (@Sauypring) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 20:55
    กลับตอนนี้ ชอบคะ ช๊อคพระเอกดีคะ ชาย4 ตรอมใจ จนออกบวชไปเลยคะ ประวัติศาสได้มะเปลี่ยน อิอิ
    #1930
    0
  15. #1929 Sauypring (@Sauypring) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 20:55
    กลับตอนนี้ ชอบคะ ช๊อคพระเอกดีคะ ชาย4 ตรอมใจ จนออกบวชไปเลยคะ ประวัติศาสได้มะเปลี่ยน อิอิ
    #1929
    0
  16. #1928 Sauypring (@Sauypring) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 20:54
    กลับตอนนี้ ชอบคะ ช๊อคพระเอกดีคะ ชาย4 ตรอมใจ จนออกบวชไปเลยคะ ประวัติศาสได้มะเปลี่ยน อิอิ
    #1928
    0
  17. #1927 water4202 (@water4202) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 20:48
    สงสารจัง
    #1927
    0
  18. วันที่ 24 เมษายน 2560 / 20:34
    อ้าวเฮ้ย กลับกันง่ายๆ แบบนี้เลยหรอออ ยังไม่ได้ตั้งตัวเลย แง
    #1926
    0
  19. #1925 nutaeng (@sukii_taeng) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 20:11
    แง้ๆๆๆ แล้วองค์ชายสี่จะอยู่อย่างไร
    #1925
    0
  20. #1924 uranus28 (@sweetpeacm) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 19:51
    ค้างเหมือนกันค่ะอยากให้รักกันอยุ่ด้วยกันดีกว่าแงๆๆๆ
    #1924
    0
  21. #1923 Pim Pimcharnok Sopa (@pimcharnok36) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 16:31
    ค้างงงงงงง คือจบแฮปปี้ชิมิคะไร้ท์
    #1923
    0
  22. #1922 phea (@phea) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 16:10
    สงสารองค์ชาย
    #1922
    0
  23. #1921 minniemylove44 (@minniemylove44) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:13
    ไม่กลับไม่ได้หราา
    #1921
    0
  24. #1920 kiki_khattiyanee (@kiki_khattiyanee) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:08
    กลับสักที เฮ้ออออ
    #1920
    0
  25. #1919 amporn (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:03
    ขอบคุณค่ะ
    #1919
    0