พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,915 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,056 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    782

    Overall
    823,915

ตอนที่ 47 : บทที่ 22 วาจาฆ่าคนได้ชนิดไร้เลือดตก (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    1 พ.ค. 60









นางเอกมองบน

ตั้งแต่เขียนนิยายมา เพิ่งจะมีเรื่องนี้ที่คนอ่านเชียร์ให้นางตาย
นังหนุงหนิงเอ๊ยยยย น่าสงสารจริงๆลูก 555555555555

ปล. อย่าด่านางมาก นางสำนึกผิดไม่ทัน






หรงเฟย-เหลียงเฟย-เต๋อเฟย-ฉั่วฮุ่ยหวงกุ้ยเฟย (อี้กุ้ยเฟย)

ทั้งสี่มีตัวตนอยู่จริง แต่ไรท์แต่งเติมไปตามประสานิยายนะคะ
อย่างฉั่วฮุ่ยหวงกุ้ยเฟย ทรงมีอายุยืนยาว กว่าจะสิ้นก็โน่นรัชกาลเฉียนหลง
ส่วนหรงเฟย ตัวจริงในปวศ.นั้นทรงเป็นรักแรกของคังซี มีพระโอรสพระธิดาถวายและล้วนเก่งกาจเป็นอัจฉริยะ หรงเฟยจึงโดนเเรงริษยาเสียดทานในวังหลังไม่น้อย และพระโอรสนามซ่างเซิงก็สิ้นโดยไม่ทราบสาเหตุุด้วยวัยเพียงสองขวบ ส่วนตัวหรงเฟยเองก็สิ้นในวัย 73 ชันษาในรัชกาลยงเจิ้ง

พระโอรสของหรงเฟยคือใคร
เขาคือองค์ชายสาม อิ้นจื่อ นักวิชาการแห่งต้าชิง
ส่วนพระธิดาคือใคร
เธอคือองค์หญิงรอง กู้หลุนหรงเซี่ยนกงจวู่ เจ้าฟ้าหญิงชั้นเอกเพียงหนึ่งเดียวในรัชสมัยคังซี ป๋ารักลูกสาวคนนี้มากกกกกกก

ส่วนในนิยาย หรงเฟยก็นะ... น่ารักจ้า 5555555555









ช่องว่างมิติกาลเวลากำลังหดแคบลงทุกที

            ชายทั้งสองคนนั้นได้รับภารกิจสังหารนารา การปฏิบัติงานทุกอย่างต้องไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐานการมีตัวตนอยู่ ลบทิ้งอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด เบื้องหลังของพวกเขาคือเรือนบ่าวซึ่งกลุ่มควันกำลังปกคลุมหนาแน่น เปลวไฟลามเลียทีละน้อยและเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนบ่าวไพร่ในตำหนักกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลายนิ่งค้างเหมือนถูกแช่แข็ง ชายทั้งสองจึงเริ่มเปิดระบบล้างความทรงจำเกี่ยวกับอูลานาลา หนิงเอ๋อร์ และเตรียมตัวล่าถอยกลับไปก่อนที่ช่องว่างมิติเวลาจะปิดลง

            “แน่ใจนะว่าทุบผู้หญิงคนนั้นตายแล้ว”

            “จะตายหรือไม่ตายก็ต้องถูกเผาเป็นตอตะโกอยู่ดี... ไฟลุกแรงขนาดนั้น รับรองว่าไม่มีทางหนีออกมาได้หรอก”

            พวกเขายืนดูผลงานของตนเองจนกว่าจะแน่ใจว่านางกำนัลหนิงเอ๋อร์จะตายในกองเพลิง ศพจะต้องถูกทำลายจนไม่สามารถระบุตัวตนได้ว่าเป็นใคร องค์ชายแปดจะต้องขึ้นครองราชย์และนำพาต้าชิงล่มสลาย กลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ จะไม่มีใครเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ข้อนี้ได้   

แต่แล้วเงาทะมึนของชายผู้หนึ่งก็ปรากฏกายดุจพญามัจจุราช หนึ่งในสองคนนั้นสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายฆ่าฟันที่พุ่งตรงมาเจาะขั้วกระดูก พอหันกลับมาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก แปลกใจที่ยังมีใครสามารถหลุดพ้นการหยุดนิ่งของกระแสกาลเวลาได้

อิ้นเจินตรงดิ่งเข้ามาเร็วแรงยิ่งกว่าพายุ เสี้ยวพักตร์กร้าวกระด้าง เลือดในกายเดือดพล่าน ทุกองคพยพเอ่อล้นไปด้วยความเกรี้ยวกราดดุจทะเลคลั่ง

            “พวกเจ้าบังอาจทำอะไรผู้หญิงของข้า”     

            “พวกเราทำตามหน้าที่”

            “สวะ! ข้าถามว่าพวกเจ้าบังอาจทำอะไรนาง!!

            หนึ่งในสองคนนั้นยังไม่ทันพูดอะไร พระแสงดาบคมกริบก็ผ่าลงมา สับศีรษะของมันเป็นสองเสี่ยง มันอ้าปากค้าง ตาเหลือกลานอย่างไม่อยากเชื่อก่อนจะร่วงทรุดลงไป อิ้นเจินลงมืออย่างรวดเร็วเฉียบขาด ตวัดดาบปั่นคอชายอีกคนเซ่นสังเวยความโกรธเกรี้ยว แม้ว่าจะฆ่าพวกมันทั้งหมดแล้วแต่อุปกรณ์ลบความทรงจำกำลังจะทำงาน เขาเงื้อดาบทำลายมันได้ทันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะทำลายตัวตนของนาราไปตลอดกาล

            อ้ายพวกระยำ!

            อิ้นเจินยืนอยู่กับที่ ตัวสั่นเทิ้มและกำสร้อยพลอยไว้แน่นจนเลือดซิบ สร้อยเส้นนี้เก็บอยู่ที่ตัวเขาตั้งแต่พี่ชายของนาราปรากฎตัว ทันทีที่กาลเวลาเริ่มเคลื่อนช้าลงจนทุกชีวิตในโถงว่าราชการตำหนักไท่เสอหยุดค้าง เขาจึงรู้ทันทีว่านารากำลังตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นอิ้นเจินจึงวิ่งสุดชีวิตมาโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เธอตายเด็ดขาด

            แต่ตอนนี้นารากำลังจะสิ้นลม มวลกลุ่มควันลอดเข้ามาใต้ประตูมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งเสียงคำรามของเปลวเพลิง เธอติดกับอับจนหนทางอยู่ที่นี่ ทั้งชีวิตทั้งความทรงจำที่เธอหวนแหนไว้ทุกอย่างมันกำลังจะพังพินาศในกองเพลิง กลิ่นฉุนเฉียวของควันไฟทำให้นาราสำลัก ร้อนดั่งตกอยู่ในนรก

            ปล่อยให้ตายแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน... ความจริงแล้วเธอน่าจะตายตั้งแต่จมอยู่ก้นทะเลสาบ ถ้าตายเสียตั้งแต่ตอนนั้นก็คงไม่สร้างความเดือดร้อนมากมายมหาศาลเช่นนี้ ถ้าตอนนั้นไม่มีมืออันทรงพลังพุ่งตรงมากระชากตัวเธอขึ้นจากน้ำก็คงจะดี นาราสูดหายใจเฮือกสุดท้าย เตรียมทำความรู้จักความตายที่กำลังมาเยือน

            แต่แล้วมือคู่เดิมที่โอบอุ้มเธอมาโดยตลอดก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง

ร่างสูงใหญ่กระโจนพรวดจะเข้าไปในกองเพลิง คว้าตัวนาราและรวบตัวไว้ในอ้อมแขน วิ่งฝ่าเปลวเพลิงออกมาทันก่อนที่คานไม้ซึ่งกำลังลุกโชติช่วงท่อนหนึ่งจะหักสะบั้นหล่นโครมลงมาตรงจุดนั้นพอดี ในนาทีนั้นช่องว่างแห่งมิติกาลเวลาปิดลง สรรพสิ่งกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง บรรดาบ่าวไพร่ในตำหนักต่างสับสนและแตกตื่นอลม่านเมื่อเห็นกลุ่มควันไฟพวยพุ่งตรงหน้า รีบพากันตีเกราะเคาะระฆังให้ช่วยกันเร่งดับไฟอย่างเร่งด่วน

            “หวังเย๋ ชุดของท่านเปื้อนคราบเขม่าหมดแล้ว... สวรรค์...” ตู้หมิงตกใจจนเข่าอ่อนเมื่อเห็นแผลไฟลวกบนหัวไหล่ของบุรุษหนุ่ม อิ้นเจินไม่สนใจความเจ็บของตนเอง รีบลงมือประกบริมฝีปากเพื่อถ่ายทอดลมหายใจให้เธออย่างบ้าคลั่ง ยินดีที่จะมอบชีวิตให้ขอเพียงเธอกลับมา แต่นาราไม่ตอบสนอง ไม่ส่งเสียงอะไรเลยแม้ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนก็ตาม

            อิ้นเจินไม่เคยรู้สึกถึงความไร้อำนาจของตนเองเช่นนี้มาก่อนเลย ตลอดชีวิตเขาเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยพลังกายและพลังสติปัญญาอันเฉียบคม แต่ทว่าตอนนี้ความรู้ความสามารถที่เขามีมันไร้ประโยชน์ ไม่มีค่าอันใดเลย เขาเป็นเพียงผู้ชายโง่งมคนหนึ่งที่ทำได้แค่มองคนรักกำลังจะจากไป ฝ่ามือร้อนจัดลูบไล้ไปทั่วใบหน้าอ่อนหวานซึ่งซีดขาวราวกับกระดาษ ชีพจรเต้นอ่อนลงทุกขณะ

ชินหวังอ๋องกลั้นความรวดร้าวราวกับจะแตกดับเป็นเสี่ยงๆ ไว้พลางยกฝ่ามือบอบบางขึ้นมาแนบแก้ม มันช่างเย็นเหลือเกิน

“พี่สี่ เกิดอะไรขึ้น!” อิ้นเสียงเพิ่งมาถึงหลังจากทราบข่าวเพลิงไหม้ แต่อิ้นเจินซบหน้าลงบนเรือนผมของนารา เขาไม่มีแก่ใจจะตอบคำถามหรือสนใจใครทั้งสิ้น ไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป มึนชาไปทั้งกายใจ รู้แต่ว่านารากำลังจะลาจากไปจากเขาแล้ว

อิ้นเสียงตกใจเมื่อเห็นร่างอ่อนปวกเปียกในอ้อมแขนของพี่ชาย “หนิงเอ๋อร์! พี่สี่! นางกำลังจะตาย”

“หยุด! หยุดพูดถึงความตายของนาง” ไหล่กำยำสั่นสะท้าน ร่างทั้งร่างเดือดดาล เธอกำลังจะตายแต่เขากลับช่วยอะไรไม่ได้เลย และในนาทีที่เขากำลังสิ้นหวังและโกรธเกรี้ยว อิ้นเจินก็นึกอะไรขึ้นมาได้

สร้อยพลอย...

พลอยสีแดงมีไว้เพื่อบงการความคิด สีน้ำเงินมีไว้สำหรับบันทึกข้อมูล แล้วสีเขียวกับสีม่วงล่ะ?

อิ้นเจินคลายฝ่ามืออันสั่นระริก เผยสร้อยพลอยที่จมอยู่ในเลือดจากฝ่ามือของตน เขาแทบไม่รู้สึกเลยว่ากำมันไว้แน่นขนาดนี้ มันอาจจะไม่ช่วยอะไรเลยก็ได้แต่เขาไม่มีเวลาลังเลอีกแล้ว สีเขียวหรือสีม่วง... สีไหนกันแน่ที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ร่างสูงใหญ่ภาวนาในใจ รีบสวมสร้อยพลอยบนข้อมือเล็กจ้อยก่อนที่จะเลือกกดพลอยสี...

สีม่วง!

ประกายแสงสีม่วงแล่นผ่านเรียวแขนพุ่งตรงไปสู่หัวใจ นาราลืมตาพรึ่บ สำลักหายใจเฮือกใหญ่จนตัวโยน

อิ้นเจินแทบทรุดลงไปนอนเคียงข้างเธอ สวรรค์! ขอบคุณสวรรค์ที่ยอมคืนตัวเธอมาให้เขา หัวใจของเขากำลังจะหยุดเต้นและตายไปพร้อมความรวดร้าวอยู่แล้ว นาราปรือตาลงและไร้พละกำลังใดๆ รับรู้เพียงแค่ว่าได้ยินเสียงชินหวังอ๋องหัวเราะดังลั่นและจุมพิตเพื่อมอบลมหายใจให้เธออย่างเอาเป็นเอาตาย

“พี่สี่ ท่านบาดเจ็บ”

            “ข้าไม่เป็นไร รีบสั่งคนไปตามหมอหลวงมา!!” อิ้นเจินคำราม ขอบตาร้อนผ่าว ดวงตาคมกริบดุดันขึ้นเป็นเท่าทวีคูณท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหล พระแสงดาบในมือสั่นสะท้าน

            เหตุการณ์ในวันนี้โชคดีที่ดับไฟได้เร็วเรือนบ่าวจึงเสียหายไม่มาก เมื่อฮ่องเต้ทรงทราบถึงกับกริ้วจัด แม้จะทรงสั่งให้สอบสวนหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังแต่ก็ไม่มีใครสักคนทราบว่าขันทีลึกลับทั้งสองศพเป็นใครมาจากไหน ไม่มีร่องรอยด้วยซ้ำว่าพวกมันผ่านเข้ามาในวังหลวงเส้นทางใด ดังนั้นจึงมีการสั่งเฝ้าระวังภัยภายในวังหลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ตัวเขาเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนนารานั้นปลอดภัยดี

            “พี่สี่... ข้าไม่เข้าใจ” องค์ชายสิบสามอิ้นเสียงเอ่ยถามขึ้นขณะมาเยี่ยมนารา “ข้าจำได้ว่าท่านอยู่ในตำหนักไท่เสอ ยืนถวายรายงานอยู่ข้างหน้าข้า แล้วพอข้ากะพริบตา ท่านก็หายตัวไปแล้ว... จู่ๆ ท่านโผล่มาที่เหยียนชีกงในพริบตาได้อย่างไร?”

            “เอาไว้ข้าจะอธิบายให้ฟังวันหลัง”

            อิ้นเจินยังคงเฝ้าดูอาการของเธอหลังจากหมอหลวงกลับไปพักใหญ่แล้ว หมอหลวงต้องใช้เวลาเกือบชั่วยามอธิบายให้เขาแน่ใจว่าเธอปลอดภัยดีแล้ว นาราได้รับบาดเจ็บและสำลักควันเข้าไปมาก ร่างกายอ่อนเพลียจึงหลับใหลวันนี้เป็นวันที่สองแล้ว สองวันเต็มๆ ที่เขาเดินพล่านด้วยความขุ่นเคืองตัวเอง

เธอยังมีลมหายใจอยู่ตรงนี้ แต่พวกมันไม่ยอมให้เธอมีชีวิตต่อ อิ้นเจินไล้ปลายนิ้วบนริมฝีปากแห้งผาก เนื้อตัวของเธอซีดเซียว แพขนตาหนาทาบทับบนแก้มเนียมดูเปราะบางราวกับแก้วใส งดงามจนเหมือนว่าพร้อมจะแตกสลายตลอดเวลา แววตาของบุรุษหนุ่มจึงแข็งกร้าวขึ้นขณะวางฝ่ามือลูบไล้บาดแผลบนขมับของเธอ

            ไม่มีเวลาอีกแล้ว...

เวลา... เขาเกลียดชังคำนี้เสียเหลือเกิน ขอให้ไอ้ระยำพวกนั้นตกนรกหมกไหม้ไปเสียให้หมด ความเย็นยะเยียบในใจแปรเปลี่ยนเป็นโทสะอันเกรี้ยวกราด อิ้นเจินจับเส้นผมของเธอพันปลายนิ้วและนำมาแตะริมฝีปากของตนเอง นึกโมโหที่ความรู้สึกวูบโหวงวนเวียนอยู่ในใจไม่จางหาย ถ้าหากเขาไม่ได้พกสร้อยพลอยติดตัวไว้ ป่านนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เขากลัวเกินกว่าจะคิด

            “แม่เร่งทุกอย่างให้เร็วขึ้นตามที่ลูกขอร้องแล้วนะ” เต๋อเฟยรับสั่งอย่างเป็นกังวล “แต่จะดีกว่าหรือไม่ถ้าบอกให้นางรู้และตัดสินใจด้วยตนเองก่อน... หากนางจับได้ แม่เกรงว่า...”

            “อย่าให้นางจับพิรุธได้เด็ดขาด หากนางรู้ นางจะปฏิเสธเป็นแน่ ลูกยอมไม่ได้” เขายืนกรานอย่างดุดัน ร่างสูงใหญ่เหยียดกายลุกขึ้นเต็มความสูง ในมือกำสร้อยพลอยไว้แน่นเพราะรู้ว่าพวกมันจะต้องกลับมากันอีกแน่ โอกาสรอดชีวิตของนารากำลังลดน้อยลงถ้าเขาไม่รีบลงมือ เขาสาบานว่าจะไม่มีวันยอมให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างหวาดกลัวเป็นอันขาด 

            “ลูกจะเร่งแผนการให้เร็วขึ้นอีกเท่าตัว รบกวนเสด็จแม่ดูแลทางนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

            “เจ้าไม่ต้องห่วง กลับไปเถอะ แม่กับเฉินกูกูจะดูแลนางเอง”

            นาราหลับสนิท และแล้วช่วงบ่ายวันนั้น แพขนตาหนาก็กระพือขึ้น สติเริ่มกลับคืนมาทีละน้อยและกลั้นใจรับความมึนชาที่พุ่งเข้ามา รู้สึกอ่อนปวกเปียกไปทั้งตัวราวกับว่าจะลอยละลิ่วขึ้นหากไม่มีผ้าห่มหนักๆ ทับไว้ นาราแปลกใจที่ตนเองอ่อนแอจนน่าขัน บางทีเธออาจจะตายแล้วไปโผล่ในนรกที่ไหนสักแห่งแล้วก็เป็นได้ นรกจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรหนอ นาราจึงทดสอบด้วยการลืมตาขึ้นข้างเดียว ก่อนที่ภาพอันพร่าเลือนจะค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นคือดวงตาสีเข้มเหมือนพายุกับคิ้วกระบี่สง่างาม เรียวจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากยกยิ้ม

นารากะพริบตาปรับภาพอีกครั้ง มองเห็นเพียงแสงตะวันสีทองลอดผ่านหน้าต่าง ฉาบไล้เรือนกายแข็งกร้าวดุดันซึ่งกำลังเอื้อมมือมาหาเธอ

            นรกหน้าตาหล่อจัง... เป็นนรกที่ทำให้เธอดีใจและปวดร้าวไปพร้อมๆ กัน

            “หวัด...ดี” นาราพยายามยิ้มให้แบบกวนๆ อย่างที่เคย พอใจที่ไออุ่นจากฝ่ามือแกร่งช่วยขับไล่ความเย็นเฉียบบนแก้มเนียนออกไป แต่เธอเพลียเกินกว่าจะพูด

            “เจ็บหรือไม่ นารา” เขาถามขึ้น น้ำเสียงแผ่วเบาปานขนนกพลิ้วผ่านผิวกายเธอ พร้อมกับสวมสร้อยพลอยคืนให้ ร่างบางต้องใช้เวลาชั่วครู่ถึงจะลำดับเรื่องราวได้ นาราส่ายหน้าก่อนจะตอบ แต่เสียงนั้นอ่อนแรงเสียจนร่างสูงใหญ่ต้องเอนลงมาใกล้ และแตะจุมพิตอย่างอ่อนโยนนุ่มนวล ประกบริมฝีปากแนบแน่นล้ำลึกจนไม่อาจหลุดพ้น

            นาราพยายามผลักเขาออกไป พยายามดันไหล่กว้างกำยำนั้นให้ถอยไปแต่เปล่าประโยชน์ที่จะต่อต้าน อิ้นเจินประสานฝ่ามือทั้งสองข้างเข้ากับเธอและถ่ายทอดความรู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังบ้าคลั่งด้วยริมฝีปาก จนกระทั่งนาราไอสำลักอย่างอ่อนแรง เขาถึงได้ยอมถอนทัณฑ์ทรมานนี้ออกไป

            “ข้านึกว่าจะต้องเสียเจ้าไปแล้ว” เขากระซิบอย่างอดทน ดวงตาจ้องมองรอยตำหนิแดงระเรื่อบนซอกคอบอบบางซึ่งเขาเป็นผู้ตีตราไว้เมื่อครู่

            นาราเบือนหน้าหนี “ขอบพระทัย... ที่ทรงช่วยชีวิตหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉัน...ไม่เป็นอะไรมากแล้ว เชิญท่านเสด็จกลับไปเถิด ไปซะ”

            อิ้นเจินไม่พูดอะไรนอกจากปัดเรือนผมนุ่มลื่นที่ปรกหน้าออกให้ราวกับต้องการจะมองหน้าเธอให้ชัดๆ นาราจึงกัดฟันพลิกกายหันหลังหนี ทิ้งเขาไว้อย่างนั้น

            และแล้วผ้าห่มเนื้อหนาก็ถูกตลบออก ก่อนที่ร่างสูงสง่าดุจรูปสลักจะเอนกายล้มตัวลงนอนเคียงข้าง นาราพลิกตัวหันกลับมาเห็นก็ตกใจ รีบกระถดตัวถอยลึกเข้าไปด้านในเตียงอย่างไม่ไว้วางใจ ชินหวังอ๋องหลับตาลง ประสานมือหนุนศีรษะและนอนนิ่งเงียบราวกับต้องการจะพักสายตาสักครู่

            “หวังเย๋... ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้”

            “นอนเถอะ ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก”

            “ไม่เชื่อ...”

            “เงียบหน่อย ตั้งแต่เกิดเรื่องข้าเพิ่งจะได้นอน” เขาพูดโดยที่ไม่ได้ลืมตาขึ้น สักพักเสียงลมหายใจหนักแน่นของเขาก็เป็นจังหวะสม่ำเสมอ นาราอึกอักขณะมองคนตัวใหญ่นอนเบียดกินพื้นที่ไปเกินครึ่งเตียง สีหน้าของเขาดูเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยและงีบหลับไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเขาเก็บกดความอ่อนล้าไว้และไม่แสดงออกมาจนกว่าจะเห็นเธอปลอดภัยแล้วจริงๆ

บ้า โง่เง่าเหลือบรรยาย

ทั้งเธอทั้งเขามิได้ฉลาดเฉลียวมีไหวพริบอะไรเลยอย่างที่ผู้คนคิดกันสักนิด แท้จริงแล้วเป็นคนโง่ที่สุดต่างหาก เขาจะเอาตัวเองมาพัวพันกับคนไร้อนาคตอย่างเธอไปเพื่ออะไรกัน เท่าที่นาราคิดหาวิธีแก้ปัญหายุ่งเหยิงทุกอย่าง มันมีเพียงแค่ความตายเป็นทางออก จะช้าหรือเร็ว จะด้วยทัณฑ์พิพากษาหรือจะด้วยโชคชะตาก็แล้วแต่ ไม่ว่าทางไหนเธอก็จะต้องตาย นาราจึงถอนหายใจโดยที่ขอบตาร้อนผ่าว ต่างฝ่ายต่างหมดแรงจะทะเลาะ ในเมื่อเขาอยากนอนก็นอนไป เธอจึงพลิกกายหันหลัง ดึงผ้าห่มไปซุกตัวเป็นก้อนกลม หลับตาลงบ้างแม้ว่าจะนอนไม่หลับก็ตาม





ฟิคคำสาปฟาโรห์นะคะ
ใครอัดอั้นใจอยากอ่านตอนจบว่าจะเป็นยังไง เอ๊ะ หรือจะจบแบบไหนดี แนะนำเลยจ้า





ประกาศพรีออเดอร์อย่างเป็นทางการจ้า

>>>บุหลันแสนรัก<<<

(สนพ.เขียนฝันในเครือไลต์ออฟเลิฟ) วางแผงเดือนเมษายนนี้


ราคาปก 299 บาท
สามารถติดต่อสอบถามหาซื้อได้จากเว็บไซต์สนพ. หรือร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสนใจสั่งซื้อผ่านทางนักเขียน มีของพรีเมี่ยมแจก


โอนก่อนมีสิทธิ์เลือกลายก่อนนะคะ
จำกัดจำนวน 100 ท่านแรกที่อุดหนุนบุหลันแสนรัก รับฟรีตัวแท็กกระเป๋าเดินทาง

ส่วน E BooK จะวางจำหน่ายประมาณต้นเดือนพ.ค.ค่ะ

>>>แจ้งโอน ติดต่อสอบถาม https://www.facebook.com/maneerin.novel/
>>>อ่านตัวอย่างที่ https://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1541242


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

42 ความคิดเห็น

  1. #6397 Jinjin ahgaso (@lopolopo) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 11:02
    สนุกมากค่ะ ชอบตรงทอร์คไรท์สนุกดี
    #6397
    0
  2. วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 21:25
    จับแต่งหรอ อยากรู้ว่าทำไงนางถึงยอมแต่งกับผู้ชายที่มีชายาเอกอยู่ก่อยแล้ว ตัวเองต้องเป็นรองแน่ๆ
    #5958
    0
  3. #5490 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 19:25
    หวางเย่มีแผนอะไรอยากรู้ จะจับนาราแต่งป่าว
    #5490
    0
  4. #4345 oum101 (@oum101) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 10:00
    ไม่กลับเองนี่ เหอะ สนุกค่ะๆ อิน
    #4345
    0
  5. #3510 fahnatee (@fahnatee) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 19:59
    อยากให้คู่กันค่ะ ทำให้ทางอนาคตเข้าใจว่านาราตายไปแล้วได้ไหมคะ แต่ยังไงก็แล้วแต่ไรท์นะคะยอมรับได้หมด
    #3510
    0
  6. วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 20:51
    ไม่เข้าใจว่าทำไมพระเอกถึงไม่โดนหยุดเวลาเหมือนคนอื่น เราอ่านตกตรงไหนไปหว่า รบกวนไรต์ชี้แจงที
    #2818
    1
  7. #2433 cutehell (@cutehell) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 07:37
    ชิบ ตำรวจจากอนาคตโดนดาบฟันตาย กากชิบ รึพระเอกจริงๆแล้วคือเจได 5555555
    #2433
    0
  8. #2371 nux v. (@nut-piano) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:07
    เราว่าถ้าหวังเย๋ปล่อยให้คนพวกนั้นกลับโลกอนาคตแล้วตัวเองเข้าไปช่วยนารานางน่าจะอายุยืนขึ้นอ่ะ แบบ พวกตำรวจกาลเวลาจะได้นึกว่านาราตายแล้ว ไม่กลับมารังควานอีก อยู่แบบชิคๆ พออี2คนตายเดี๋ยวโลกอนาคตก็ได้สงสัยกันพอดี มาอีกทีโหดกว่าเดิม
    #2371
    0
  9. วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 22:06
    ฮือๆๆอย่าตายน้าาาาาา ม่ายๆๆๆเครียดอินจัด
    #2334
    0
  10. #2161 มีมี่ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 18:18
    เดาเรื่องไม่ถูกเลยเว้ยเฮ้ย มาต่อไวๆน้าไรท์คนดี

    ขำเม้นท์ตัวเองอ่ะ เค้าเปล่าเเช่วหนุงหนิงนะ
    #2161
    0
  11. #2159 Distress (@janjita) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 16:51
    ขอบคุณคะ
    #2159
    0
  12. #2158 Porntira42904 (@Porntira42904) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 16:23
    ไม่ตกนรกหรอก เพราะพวกเค้าต่างก็ทำตามหน้าที่ของตัวเอง
    #2158
    0
  13. #2157 sirikarnrat (@sirikarnrat) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 16:04
    ไรท์เเต่ได้ดีมากคนอ่านอิ้นอินน
    #2157
    0
  14. #2156 Gundeva (@Gundeva) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 15:32
    เฮ้อ....เกือบไม่รอด
    #2156
    0
  15. #2155 deedee2932 (@deedee2932) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 15:23
    ขอแบบมีความสุขนะค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 พฤษภาคม 2560 / 15:24
    #2155
    0
  16. #2154 EternalBlizzard (@EternalBlizzard) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 15:18
    จบแบบhappy endเถ๊อะ5555
    #2154
    0
  17. #2153 pakhaydaow (@pakhaydaow) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:51
    เราเป็นหนึ่งคนที่เชียร์ให้นางเอกตาย
    แต่ถ้าเอาดีกว่านั้นคือให้ชายสี่สร้างงานปังๆๆๆแบบขยันทำงานสุดกู่ สุดท้ายขอสละยศแม่ม คือทำได้มั้ย แล้วไปอยู่กินกันแบบสามัญชนไรงี้
    #2153
    0
  18. #2152 MeaniE_18 (@MeaniE_18) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:49
    งื้อออออ ชะดาชีวิตหนุงหนิงจะเป็นยังไงต่อ เรื่องจะจบยังไงคะไรท์ happy ending ช่ายมายยยยย แต่เดาไม่ออกจริง ๆ ว่าเรื่องจะดำเนินไปยังไง ไรท์รีบมาต่อนะคะ
    #2152
    0
  19. #2151 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:34
    เฮ้อลุ้นเกือบตายคิดว่าหวังเย๋จะมาไม่ทัน
    #2151
    0
  20. #2150 sirikarnrat (@sirikarnrat) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:27
    เเผนคือไรรรร
    #2150
    0
  21. #2149 puggaddong (@puggad_d_o_n_g) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:15
    สนุกทุกตอน
    #2149
    0
  22. #2148 paidoi (@hathai09) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 14:05
    ให้ท่านอ๋องออกมาสละยศซะหนูนาราก็อุปโลคเป็นลูกใครซักคนแต่งกับท่านอ๋อง ทิ้งให้ชื่อนาราหายไปตอนไฟไหม้
    #2148
    0
  23. #2147 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 13:58
    มาจนถึงขนาดนี้แล้วเปิดประวัตืศาสตร์หน้าใหม่ไปเลย จะได้ไม่มีใครคอยมาตามฆ่า รอลุ้นต่อนะค่ะ
    #2147
    0
  24. วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 13:57
    ถ้านาราพร้อมตายแบบนี้ ก็ควรจะรีบกลับไปซะมากกว่า
    ในเมื่อตัดสินใจจะอยู่ ก็ต้องสู้สิ เหมือนรอวันตายเฉยๆ เลย
    #2146
    0
  25. #2145 Sherpatcha (@patcharapornrod) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 13:20
    สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ไปพร้อมกับนาราและท่านอ๋องนะ เอาแบบhappy plz.
    ขอบคุณค่าไรท์
    #2145
    0