พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,775 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,059 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    642

    Overall
    823,775

ตอนที่ 65 : บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝู (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20616
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    22 พ.ค. 60

 
 
 
 
ปกพระชายาแสวงพ่ายกำลังปั่นๆๆนะคะ รออีกติ๊ดจ้า
 
 
 
 
 
 
 
องค์ชายสาม อิ้นจื่อ
สิริอายุรวม 55 ชันษา สิ้นพระชนม์ในรัชสมัยยงเจิ้ง
 
ปีคังซีที่ 37 เป็นจุ้นหวัง
ปีคังซีที่ 38 เป้นเป้ยเล่อ
ปีคังซีที่ 48 เป็นชินหวัง ขานนามเฉิงชินหวัง
ปียงเจิ้งที่ 6 เป็นจุ้นหวัง
ปียงเจิ้งที่ 8 เป็นชินหวัง
ปียงเจิ้งที่ 10 เป็นจุ้นหวัง ขานนามเฉิงอิ่นจุ้นหวัง
 
 
ใครที่ดูซีรีย์ปู้ปู้จิงซิน มีฉากที่องค์ชายสามออกมาชัดๆ 1 ฉาก จำได้มั้ยเอ่ยว่าฉากไหน
ฉากนั้นคือเหตุการณ์ปลดรัชทายาท คังซีทรงเรียกองค์ชายสามให้เป็นผู้ร่างราชโองการ จำได้บ่... 
ทำไมถึงต้องเป็นองค์ชายสาม??
 
ทรงเป็นองค์ชายที่คังซีรักมากอีกหนึ่งพระองค์ นัยหนึ่งคือทำให้คังซีกริ้วน้อยนั่นเอง 55555
พระมารดาขององค์ชายคือหรงเฟยซึ่งเป็นรักแรกของคังซี องค์ชายทรงมีน้องสาวที่ป๋ารักมากกก กอ.ไก่ล้านตัว นั่นคือองค์หญิงหรงเซี่ยนนั่นเอง
 
 
สองพี่น้องเก่งกาจโดยเฉพาะองค์ชายสาม ทรงสนใจศึกษาศิลปวิทยาการความรู้ทุกแขนง เป็นหนึ่งในเรื่องความรอบรู้ เรื่องบางเรื่องทรงรู้มากกว่าป๋าเสียอีก คังซีถึงกับมอบตำรับตำราชั้นเลิศทุกเล่มและให้นักวิชาการต่างชาติมาสอน องค์ชายจึงทรงเป็นนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิเต็มที่ และแสดงออกชัดเจนว่าโปรดการอยู่กับตำราและเป็นอาจารย์สอนหนังสือ คือเกิดมาเพื่อมอบความรู้ให้ผู้อื่นนั่นเอง ตำราโบราณที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน อย่างเช่นรูปวาดเครื่องแบบฐานันดรศักดิ์ต่างๆ เป็นผลงานการรวบรวมขององค์ชายผู้นี้นี่เองเด้อ
 
 
เมื่อองค์ชายสี่ขึ้นครองราชย์ ก็มีเรื่องบาดหมางกระทบกระทั่งกันไปมาผ่านการโต้บทกลอน รวมทั้งทรงนิพนธ์หนังสือขึ้นประชดยงเจิ้ง (คนมีการศึกษาทะเลาะกันน่าเอ็นดู)
 
ช่วงที่ยงเจิ้งปลดชายแปดชายเก้าและลงโทษอย่างรุนแรง ทำให้องค์ชายสามขัดแย้งกับยงเจิ้งหนักขึ้น บวกกับข่าวลือว่าองค์ชายสามแสดงความเศร้าโศกเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายสิบสามอิ้นเสียงน้อยเกินไป ฐานันดรขององค์ชายอิ้นจื่อขึ้นๆลงๆ พระองค์ก็หาได้แคร์ ยงเจิ้งฟิวส์ขาดจึงสั่งลงโทษให้องค์ชายสามไปเฝ้าสุสานพระศพเสด็จป๋าซะ 
 
องค์ชายสามก็ลัลลา ได้ไปไกลๆน้องชายจอมเผด็จการแถมได้แต่งกลอนร่ำหนังสืออย่างสงบ ชอบอยู่แล้ว ชะละล่าา 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

“หากเจ้าเป็นอะไรไปจริง เหลียงเฟยก็ยังอ้างได้ว่าไม่รู้ไม่เห็น เจ้าจะไม่สามารถเอาผิดนางได้เลย”

“อะ...อืม หม่อมฉันเข้าใจแล้ว” นาราไม่ได้เอะใจเลยว่าเหลียงเฟยกับหรงเฟยมีกลิ่นหอมติดกายกลิ่นเดียวกัน ถ้าอิ้นเจินไม่บอกก็คงไม่รู้ต่อไป กลิ่นของเครื่องหอมนี้เป็นเอกลักษณ์ แม้ใช้เพียงเล็กน้อย กลิ่นหอมก็ติดฝังแน่นทนทานลึกซึ้ง แม้ว่าหรงเฟยจะระมัดระวังเพียงใด แต่กลิ่นเครื่องหอมหลงเฉียนก็ยังติดตามเสื้อผ้าบางเบา นาราเอะใจตั้งแต่ตอนที่อิ้นเจินแย่งเครื่องหอมหลงเฉียนไปจากมือเธอแล้ว นั่นเป็นสัญญาณเตือนให้เธอระวังตัว  เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าตัวการจะเป็นหรงเฟย

“ท่านพี่รู้ตั้งแต่แรกแล้วหรือเพคะ”

“ใช่ เมื่อเดือนก่อนชายารองของข้าเข้าวังเพื่อคารวะเสด็จแม่ ท่านได้กลิ่นหลงเฉียนจึงนึกเอะพระทัย แล้วก็เป็นอย่างที่คิด... น่าสงสารก็แต่ชายารองที่ไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีกแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นความลับ”

“แล้วเครื่องหอมนี้... เข้าไปอยู่ในบ้านเราได้อย่างไร” นาราต้องจับไหล่กว้างกำยำไว้เพื่อทรงตัวไม่ให้ทรุดจมลงไปในอ้อมแขนแกร่งมากกว่านี้ คุยกับพ่อเจ้าประคุณแล้วเหนื่อยยิ่งนัก อิ้นเจินแอบยิ้มเมื่อได้ยินนาราเรียกยงหวังฝูว่า บ้านเขาเองก็คิดเช่นนั้น

ความหวังใหญ่หลวงของสตรีทุกคน ไม่ว่าจะสูงส่งหรือต่ำต้อยเพียงใด ทุกคนล้วนหวังจะให้กำเนิดบุตรสุขภาพแข็งแรง ทว่าฤทธิ์ชะมดเช็ดทำให้พวกนางกลายเป็นคนพิการเสียแล้ว นับว่าคนลงมือใจคอโหดร้ายยิ่งนัก “หรงเฟยต้องการอะไร เหตุใดถึงเล่นงานหลังบ้านของท่านเช่นนี้ล่ะ แผนการร้ายนี้ชั่วช้านัก จงใจตัดสายเลือดท่านให้สิ้นสกุล ท่านรักษาพระชายารองไม่ได้แล้วหรือ?”

“หมอหลวงสามคนบอกตรงกันว่าไม่ นางได้รับชะมดเช็ดสะสมมากเกินไป อนุของข้าคนหนึ่งพอทราบว่าไม่อาจมีบุตรได้ นางก็ปลงตกและขอโกนผมบวช”

“แล้วพระชายาจวินอี้เล่า? นางปลอดภัยดีหรือไม่”

อิ้นเจินส่ายหน้า มุมปากปรากฎยิ้มหยัน “จวินอี้นำมันเข้ามาในจวนของข้า ข้าสั่งลงทัณฑ์ทรมานคนรับใช้ใกล้ชิดของนางอย่างหนักถึงได้ยอมปริปากพูดว่าได้รับเครื่องหอมพวกนี้มาจากเหลียงเฟย... คนของข้ารายงานว่าคนของเหลียงเฟยแอบไปพบคนของหรงเฟย”

เขาเงียบไปอึดใจก่อนจะเอ่ยต่อ “จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นจากข้าเอง ข้าให้จวินอี้ในสิ่งที่นางต้องการไม่ได้”

นาราจะเอ่ยถามหาเหตุผลแต่ยั้งปากไว้ทัน เธอรู้สึกหายใจไม่ออก เปล่าประโยชน์ที่จะถามถึงมันและสร้างความเจ็บปวดให้เขา รักสามเส้ามันไม่สนุกเลย นาราตบบ่าเขาแรงๆ ไม่ต้องพูดพร่ำออดอ้อนให้เสียเวลาและไม่ใช่สไตล์ของเธอด้วย แค่บอกให้เขารู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะสุขจะทุกข์ นาราได้เลือกที่อยู่เคียงข้างเขาแล้ว

“มิน่าล่ะ เสด็จแม่ถึงดูระวังตัวเมื่อหรงเฟยมาหาที่เหยียนชีกง”

อิ้นเจินยิ้มนุ่มนวล จับมือขาวผ่องไว้แล้วดึงมาขบปลายนิ้วเบาๆ “วังหลังยังมีเรื่องชวนให้เจ้าประหลาดใจได้อีกเยอะ”  

ยิ่งฐานะสูงก็ยิ่งต้องระมัดระวัง พูดให้น้อยถ่อมตนให้มาก นี่เป็นหลักการของเต๋อเฟย ทรงเฝ้ามองความเป็นไปในวังหลัง พบเจอความรัก ความหลงใหล ความอิจฉาริษยาและความคับแค้นใจหมุนเวียนไม่เคยจบสิ้น หากหญิงงามที่ผ่านการคัดเลือกเข้าวังเปรียบดั่งกระถางดอกไม้สดสวย ต่อให้ทุบทำลายกระถางนี้ทิ้งไปมากมายเพียงใด วังหลวงก็จะนำกระถางดอกไม้ใบใหม่มาประดับวังอยู่ดี ใครที่คิดไม่ได้ก็พ่ายแพ้ใจตัวเองไป

กลเกมวางยาร้ายกาจนี้พวกนางสนมนางกำนัลที่เจนจัดในวังหลังล้วนรู้จักกันดี สมัยก่อนการแข่งขันนั้นรุนแรงมาก หากนางสนมคนใดโดดเด่นเป็นที่โปรดปรานเกินหน้าเกินตา เครื่องหอมหลงเฉียนก็จะถูกส่งมากำนัล แม้กระทั่งตัวหรงเฟยเองก็ยังต้องฤทธิ์ชะมดเช็ดที่ผสมอยู่ในเครื่องหอมชนิดนี้โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ทำให้พระนางเสียบุตรในครรภ์และพระโอรสวัยแบเบาะไป เต๋อเฟยก็ทราบเรื่องในตอนนั้นดี แต่ไม่คาดคิดเลยว่าหรงเฟยจะยังคงวนเวียนจมอยู่กับสิ่งที่พรากลูกของตนเองไปเช่นนี้

ผู้คนที่อยู่ในวังหลังล้วนใส่หน้ากากเข้าหากันจนสนุก แต่ละคนฉาบรอยยิ้มไว้อย่างงดงาม แต่เบื้องหลังเงื้อมีดรอจ้วงแทงกันทั้งนั้น นารานึกนับถือเต๋อเฟยว่าเป็นยอดสตรีผู้หนึ่ง ไม่พรั่นใจแม้มีภัยใกล้ตัว ทรงดูแลปกป้องตนเองกับลูกๆ มาหลายสิบปีอย่างกล้าหาญและสง่างาม ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการต่อสู้ที่แสนโดดเดี่ยว จะก้าวเดินแต่ละก้าวต้องคิดแล้วคิดอีกไม่ต่ำกว่าสามตลบ และต่อให้เก็บตัวเงียบเชียบไม่ยุ่งเกี่ยวการแก่งแย่งอำนาจเพียงใด คมหอกคมดาบก็ยังไม่เคยห่างพ้นจากเหยียนชีกงเลยสักนิด

“เครื่องหอมพิเศษชนิดนี้ต้องปรุงโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งในวังหลังมีไม่ถึงสามคนที่ทำได้ หนึ่งคือหยงมามา สองคือหัวหน้าฝ่ายปรุงกำยานและเครื่องหอม กรมพิธีการ และสาม...”

“หรงเฟย...” นาราพูดต่อ แววตาคมกริบขึ้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอพักอยู่ในเหยียนชีกง สภาพแวดล้อมสอนให้เรียนรู้ว่าการใช้ชีวิตท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดี สิ่งสำคัญที่จะเอาชีวิตรอดคืออย่าไว้ใจใคร น่าโมโหตัวเองที่ประมาทไปเสียนี่  ชีวิตในวังหลังมีด้านสว่างก็ย่อมต้องมีด้านมืด หรงเฟยศึกษาวิธีการผสมเครื่องหอมหลงเฉียนจนแตกฉานและนำมาใช้เป็นอาวุธสกปรก การที่หรงเฟยมอบเครื่องหอมนี้ให้เธอก็แสดงว่า...

“ชายาอ๋องคนไหนที่นางควบคุมไม่ได้ นางจะไม่เก็บไว้ เพราะในภายภาคหน้าหากนางขึ้นเป็นไทเฮา นางจะใช้อำนาจบงการฮองเฮาได้ไม่เต็มที่ นางวางแผนไว้หลายต่อเลยนะเพคะ หัวหน้าฝ่ายคนนั้นคงจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วกระมัง”

อิ้นเจินหัวเราะพลางซบหน้าลงบนไหล่บอบบาง มีเมียเก่งนับว่าเป็นบุญท่วมหัว “ถูกต้อง หลังจากอี้กุ้ยเฟยสูญเสียอำนาจ ทุกคนคิดว่าเขาขอลาออกกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านเกิด แต่ความจริงแล้วเขาถูกฆ่าโยนศพลงบ่อน้ำ”

หรงเฟยกำจัดอี้กุ้ยเฟยแล้วย่อมไม่ปล่อยคนที่ลงมือฆ่าเลือดในอกของตน นารานึกถึงหลิวหลานคนสนิทของหรงเฟย นึกเป็นห่วงซื่อจื่อเพราะความลับเรื่องเทียนจื้อ อาจเป็นช่องโหว่ให้หรงเฟยหยิบมาเล่นงานได้

“จากบัญชีข่าวสารของหม่อมฉัน ตำหนักจางสุ่ยกงเป็นตำหนักเดียวที่ข่าวหลุดรอดออกมาน้อยที่สุด หม่อมฉันรู้เพียงว่าหรงเฟยจะคัดเลือกบ่าวไพร่ที่มาทำงานด้วยตนเอง แต่จะมีแค่ไม่กี่คนที่ได้รับใช้ใกล้ชิด ซึ่งแต่ละคนล้วนมาจากสกุลหม่าเจีย คำสั่งเบิกของใช้จากกรมพิธีการทุกฉบับจะมีการเขียนสำเนาไว้ทุกครั้ง และหากได้รับของจากผู้ใดก็ตาม หรงเฟยจะต้องตามหมอหลวงมาทดสอบพิสูจน์ว่าไม่มีพิษแอบแฝงก่อนเสมอ”

“นางรอบคอบเช่นนี้เสมอตั้งแต่เสียลูกไป” อิ้นเจินเกยคางบนไหล่บอบบางและจับมือของนาราขึ้นมาลูบทีละนิ้ว นิ้วเมียของเขาโล่งไป... อิ้นเจินคิดก่อนจะถอดแหวนหยกใส่ให้ “องค์ชายทุกคนล้วนเติบโตขึ้นมาโดยเรียกนางว่า แม่หรง”

“หรงเฟยผู้นี้น้ำนิ่งไหลลึกจริงๆ”

อาวุธของเหลียงเฟยคือความอ่อนน้อมตามผู้มีอำนาจและไหลลื่นดุจน้ำใส่ในภาชนะ ส่วนอาวุธของหรงเฟยคือรอยยิ้มและวาจาเสนาะหู แม้จะไร้บุตรก็ไม่เป็นไร หรงเฟยจะโอบกอดพระโอรสพระธิดาของสนมคนอื่น บางครั้งก็ขอตัวมาเลี้ยงที่ตำหนักชั่วครั้งชั่วคราวให้หายเหงา ความอ่อนโยนใจดีของพระนางทำให้องค์หญิงองค์ชายทุกคนเรียกพระนางว่าแม่ กลยุทธ์นี้รับประกันได้ว่าในอนาคตภายภาคหน้า องค์ชายคนไหนจะได้เป็นใหญ่ก็ช่าง หรงเฟยจะไม่มีวันถูกลืม

“ฐานะสูงสุดที่จะรับประกันแผนการของหรงเฟยได้ ตอนนี้มีเพียงต้องขึ้นเป็นฮองเฮาเท่านั้น นางถึงจะเมตตาให้เสด็จแม่มีชีวิตอยู่ต่อ แต่ถ้าเสด็จพ่อทรงแต่งตั้งเสด็จแม่ขึ้นเป็นฮองเฮาจริง หรงเฟยจะลงมือแน่นอน”

นาราคิดตามแต่ยังไม่เข้าใจ “ถ้านางได้ขึ้นเป็นฮองเฮา นางถึงจะเมตตาเสด็จแม่... ทำไมล่ะเพคะ?”

“สมัยเสด็จปู่ทวดของข้าปกครองต้าชิง เสด็จย่าทวดของข้าเป็นสนมชั้นเฟย เมื่อเสด็จปู่ขึ้นครองราชย์ ทั้งฮองเฮาและเสด็จย่าทวดก็ขึ้นเป็นไทเฮาทั้งคู่ หรงเฟยกำลังคิดดำเนินรอยตามเสด็จย่าทวดของข้าอย่างไรเล่า แต่อำนาจไม่ใช่ของที่จะแบ่งกันด้วยน้ำใจ ดูจากนิสัยของนาง นางคงจะปล่อยให้เสด็จแม่นั่งตำแหน่งสักปีสองปีก่อนจะล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุและสิ้นพระชนม์ไปอย่างเงียบๆ อย่างไรล่ะ”

นาราฟังแล้วถูขมับ

“เฮ้อ! แบบนี้ก็ต้องเดินหน้าชนทั้งเหลียงเฟยกับหรงเฟยเลยสิเนี่ย ถ้าทั้งสองคนนี้จับมือกัน เสด็จแม่จะทรงมีอันตรายยิ่งขึ้นนะเพคะ”

“เมียข้า... เจ้าไม่ต้องห่วงว่าสองคนนั้นจะร่วมมือกันเลยสักนิด”

“เพราะ...”

“เพราะเสด็จพ่อจะไม่มีวันแต่งตั้งน้องแปดขึ้นเป็นรัชทายาท” อิ้นเจินอ่านสถานการณ์อย่างเฉียบขาดและเด็ดขาดกว่านารา ฮ่องเต้คังซีทรงแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่โปรดองค์ชายแปด เหลียงเฟยจึงไร้ค่าในสายตาหรงเฟยในบัดดล ยามนี้จึงมีเพียงเต๋อเฟยที่โดดเด่นเจิดจรัส นาราคิดตามได้ไม่ยากเลยว่าจะมีคลื่นลูกใหญ่เกิดขึ้นที่เหยียนชีกงเป็นแน่ “เรื่องที่เราต้องห่วงคืองานเลี้ยงฉลองพระชนม์พรรษาของเสด็จย่าวันพรุ่งนี้”

“ตอนนี้องค์ชายแปดมีการเคลื่อนไหวอะไรบ้างหรือไม่เพคะ”

“ถามถึงมันทำไม” รับสั่งดุดันฮึ่มฮั่ม แววตาเป็นประกายน่าเกรงขาม เธอจะเข้าใจบ้างไหมว่าเขาหึงจนไม่เป็นอันทำอะไร

“อย่าเพิ่งตีรวนเพคะ แอบวางแผนอะไรไว้บอกมาให้หมด” นาราบีบจมูกโด่งเป็นสันของชายผู้สง่างาม หมั่นไส้นัก! ทีตัวเองมีเมียเอกเมียรองไม่จัดการให้เรียบร้อย ยังจะลากเธอมาร่วมก๊วนสมาคมเมียอ๋อง เธอยังไม่บ่นอะไรเลย แต่นารายังไม่ทันจะสอบเค้นพระสวามีต่อ ด้านนอกรถม้าก็มีเสียงร้องเรียกเสียก่อน   

“หวังเย๋ ขอทรงอภัยด้วย ทรงหยุดรถก่อนพ่ะย่ะค่ะ”  รถม้าคันหนึ่งควบตามไล่หลังมาจากวังหลวง ผู้ที่มาคือกงกงคนหนึ่ง ดูจากชุดแต่งกายแล้วน่าจะเป็นขันทีระดับฝึกหัดทั่วไป กงกงน้อยรีบลงจากหลังรถม้าคำนับถวายพระพร พร้อมทั้งทูลถวายกล่องใบหนึ่ง

“บ่าวชื่อจูกงกง เป็นลูกศิษย์ของจางกงกง บ่าวนำส่งขลุ่ยหยกพระราชทานแทนอาจารย์พ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้านำไปส่งวันหลังก็ได้ เหตุใดจึงเสียมารยาทเรียกหยุดรถของข้า”

“ขอทรงอภัยด้วย เนื่องจากฝ่าบาททรงต้องการให้หวังเย๋เป่าขลุ่ยหยกนี้ถวายเป็นของขวัญแด่ไทเฮาในวันพรุ่งนี้ ฝ่าบาททรงเกรงว่าหวังเย๋จะไม่คุ้นกับขลุ่ย จึงมีรับสั่งให้กระหม่อมนำขลุ่ยมามอบให้หวังเย๋ใช้ทดลองฝึกก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

“เสด็จพ่อทรงรับสั่งเองหรือเป็นความคิดของใคร?”

“ทูลหวังเย๋ ฝ่าบาททรงได้รับหยกสีขาวงดงามนี้มาจากซินเกียง รับสั่งให้กรมช่างนำไปแกะสลักเป็นขลุ่ย ประดับด้วยเงื่อนสีเหลืองพู่แดง รูปแบบเรียบง่ายแต่สูงส่งตามรสนิยมของหวังเย๋ ทรงระลึกถึงของชิ้นนี้ได้จึงพระราชทานให้หวังเย๋พ่ะย่ะค่ะ”

แววตาคมกริบมีประกายอะไรบางอย่างเกิดขึ้น แต่เล็กน้อยเกินกว่าที่กงกงน้อยจะจับสังเกตได้ หากกล่าวถึงผู้ที่มีฝีมือเป่าขลุ่ยของเมืองหลวง ชื่อขององค์ชายสี่อิ้นเจินจะต้องถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ เสมอ ทรงเชี่ยวชาญการเป่าขลุ่ยขวางแต่น้อยคนนักที่จะได้ยลยิน

“เจ้าเป็นลูกศิษย์ของจางกงกงงั้นหรือ? ทำไมข้าไม่คุ้นหน้าเจ้าเลย” นาราโผล่หน้าออกมา แทรกผ่านใต้วงแขนของพระสวามีนั่นแหละ

“เดิมทีบ่าวทำงานรับใช้ทั่วไป จางกงกงเห็นหน่วยก้านจึงรับบ่าวเป็นศิษย์ได้ไม่นาน หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ขอทรงอภัยให้บ่าวด้วยพ่ะย่ะค่ะฮุ่ยเก๋อเก๋อ”

“มิได้ มิได้” เธอส่งยิ้มให้ อีกฝ่ายรีบคำนับฮุ่ยเก๋อเก๋อพลางทูลถวายขลุ่ยหยกให้นาราช่วยรับไว้ นาราก็มิได้ปฏิเสธ

“ขอบใจเจ้ามากนะที่อุตส่าห์นำของพระราชทานชิ้นนี้มาให้ อีกนิดเดียวก็จะถึงยงหวังฝูแล้ว เชิญจูกงกงไปทานของว่างที่จวนสักมื้อเถิด ข้าจะขอแรงท่านให้นำของฝากไปมอบให้จางกงกงด้วย แน่นอนว่ามีค่าน้ำร้อนน้ำชาให้ท่านอยู่แล้วจ๊ะ”

“เอ่อ... พ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อรับของเรียบร้อยและออกเดินทางต่อ นาราอยู่ตามลำพังกับพระสวามี ทั้งสองเหล่กันไปเหล่กันมาก่อนจะหัวเราะ องค์ชายอิ้นเสียงเคยถามว่าทำไมเขาถึงมอบหัวใจให้นางกระรอกตัวร้ายคนนี้ อิ้นเจินเองก็ตอบน้องชายไม่ถูก อาจเป็นเพราะเขารู้สึกว่านาราเป็นมากกว่าเมีย บางครั้งเธอก็เป็นน้องสาวให้ต้องคอยดุคอยปลอบ บางครั้งเธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่ชอบแกล้ง ชอบแหย่ให้หัวเราะด้วยกัน ในอนาคตเธอก็จะเป็นแม่ของลูกและอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นคำตอบของเขาจึงมากมายเกินจะอธิบาย

แต่ในหลายบริบทนั้น ทั้งคู่ต่างรู้ว่าอีกฝ่ายต่างมีความหมายเดียว มนุษย์โง่งมอย่างเขาอาจแปลความหมายของคำว่ารักได้ไม่แตกฉานและไม่กล้าจะบอกว่ารู้จักมันดีนัก แต่หากความหมายของคู่ชีวิตและคำว่าบ้าน เขาแน่ใจว่ามันแปลว่านารา*

“เจ้าพูดก่อน”

“ไม่ ท่านพี่นั่นแหละพูดก่อน”

“เอาล่ะ งั้นพูดพร้อมกันก็ได้” อิ้นเจินเอนกายทิ้งตัวลงนอนหนุนตัก ทั้งคู่มองตาแล้วพลางค่อยๆ ยื่นนิ้วชี้มาแตะอย่างรู้กัน

“แผน-ร้าย”

 
 
 
*ดัดแปลงจากบทความในเพจฟักกลิ้งฮีโร่ @FukkingHero
 
 
เดี๋ยวเย็นๆ มาต่อน้าาา
 
 
 
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 10:43
    จริงๆแล้วก็เคยดู ปู้ปู้จินชิง ภาค1 จบแล้ว จึงเข้าใจตัวละครไม่ยากว่าใครเป็นใคร องค์ชายสี่เป็นตัวเอก
    ถ้าไม่ได้ดูซีรีย์มาบ้างคง งงบางแหล่ะ

    แม้แต่เวอรชั่น จอมนางทะลุมิติ ที่หยางมี่กับ เฝิงเส้าเฟงเล่น ก็ดูมาแล้ว
    เวอรชั่นนี้เป็นองค์ชาย8 เป็นพระเอกนางเอกแต่งกับองค์ชาย 8 เพื่อองค์8ไม่ต้องโดนประหาร นางยอมไปอยู่กับฮ่องเต้ หยงเจิ้น(องค์ชาย4) ตอนจบนางเอกกลับภพปัจจุบัน องค์ชาย8 ก็ตามมายุคปัจจุบันด้วย
    แม้แต่เวอรชั่นเกาหลีมาสร้างใหม่ก็ตามเอาดู จนจบ คริคริ
    #5966
    0
  2. #5959 สามคิ้ว。 (@leepnam) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 21:53
    อย่าเพิ่งลบบบบบบบบบบบบบบบ กรี๊ดดด เหลือเป็นสิบที่ยังไม่อ่าน5555
    #5959
    0
  3. #5516 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:42
    ชอบจังที่คู่นี้เค้าฉลาดทันกัน
    #5516
    0
  4. #5108 06Lookpad (@06Lookpad) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 02:21
    ฟินเว่ออออออิ
    #5108
    0
  5. #4913 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 22:45
    มีคู่ชีวิตแบบนี้ เริดมากเลยแหละ แต่มองตาก็เข้าใจกันแล้ว
    #4913
    0
  6. #4869 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 20:48
    ทั้งคู่รู้เท่าทันแผนองค์ชายแปดแล้ว เฮ้อโล่ง เป็นห่วงแผนร้ายของหรงเฟยมากกว่า หนุงหนิงรีบหาทางรับมือเรื่องหลิวหลานด่วนเลย

    ขอให้องค์หญิงรู้ธาตุแท้ยัยชายาเอกไวๆน่ะค่ะ

    และขอให้เรื่องนี้จบแบบ Happy ด้วยน๊า
    #4869
    0
  7. วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 20:18
    พอกันทั้งผัวทั้งเมีย5555555
    #4865
    0
  8. #4864 zhangyu2 (@zhangyu) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 20:16
    คู่สร้างคู่สมผนึกกำลังกันดีจริงๆ
    #4864
    0
  9. #4862 ชะนี (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 20:04
    ผัวเมียสามัคคีกันดีแท้
    #4862
    0
  10. #4861 bebegang (@bebegang) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:55
    ค้างอ่าาา มาต่อเร็วๆๆ นะคะ
    #4861
    0
  11. #4859 mrs.bee (@noobee2515) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:10
    องค์ชายแปดไม่รอดแน่งานนี้ สองคนผัวเมียผนึกกำลังกัน
    #4859
    0
  12. #4857 kanyanat_jj (@kanyanat_jj) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 18:37
    คือชื่อตอนสปอยมาก และก็ตอนนี้คือค้างคามากเช่นกัน T^T
    #4857
    0
  13. #4853 MDOUBLEOTODAK (@MDOUBLEOTODAK) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 18:00
    เข้าคู่กันดีจริ๊งจริงงงงง
    #4853
    0
  14. #4851 kun-kunkung (@pimpa1) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 17:24
    อยากรู้แล้วววว มาต่อเร็วๆนะคะ
    #4851
    0
  15. #4850 Ong (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 17:00
    เข้ากันกึบๆๆๆจริงๆคู่นี้。
    #4850
    0
  16. #4849 AmpereJK (@thewayUare) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 17:00
    นี่แหละคู่ชีวิต โอ้ยยยยยย หวานนนนนน ><
    #4849
    0
  17. #4848 NT_loven'mew (@mnlnmewmew) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 16:31
    รอเจ้าค่ะ เป็นอีกเรื่องที่น่าจะเสียเงิน (อีกแล้ว)
    #4848
    0
  18. #4847 Sky (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 16:29
    รอจร้ามาต่อเด้อ
    #4847
    0
  19. #4846 อณิลธิกา (@aninthika) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 16:28
    รูปสิงนี้สวยมากเลยค่ะ
    #4846
    0
  20. #4844 Ajrpstupu (@Ajrpstupu) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 16:01
    ชอบค่ะ ????
    #4844
    0
  21. #4843 pp160316 (@pp160316) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 15:52
    น่ารักอ่ะ สนุกค่ะ
    #4843
    0
  22. #4842 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 15:52
    สนุกๆๆๆๆๆรอต่อนะค่ะ
    #4842
    0
  23. #4841 pengkanyas (@pengkanyas) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 15:47
    เข้ากันดีจิงจิ๊งงงง
    #4841
    0
  24. #4840 123456chayada (@123456chayada) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 15:39
    น่ารักนะคู้นี้นิ
    #4840
    0
  25. #4839 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 15:33
    เข้ากันดีดี้ๆๆๆๆ
    #4839
    0