พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,775 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,059 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    642

    Overall
    823,775

ตอนที่ 67 : บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    24 พ.ค. 60




บุหลันแสนรัก by มณีริน วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศนะคะ 
สามารถสั่งซื้อผ่านไรท์หรือสอบถามพนักงานร้านได้เลยจ้า ><
 
หรืออุดหนุนแบบ e book ก็ได้ตามสะดวกเด้อ 
 
 
 
 
 
 
 
 
เฮลโหลววว 
ครั่กๆๆ จวินอี้เป็นไอดอลของทุกคนจริงๆ
 
 
        ประเด็นแรก นางกับชายสี่แต่งงานกันมาหลายปีแล้ว ธรรมดามนุษย์ย่อมต้องเคยมีอะไรกันอยู่แล้วนาจา
        สอง... sex ต่างจาก make love ชายสี่ถือว่าเขาเพิ่งเคย make love ครั้งแรกกับคนที่รักจริงๆ บ่ได้หมายความว่าฮีซิงนาจา อายุอานามสามสิบสองแถมแต่งงานแล้วตั้งแต่อายุ 13 จะซิงอยู่ เป็นไปไม่ได้จ้า
        สาม... จวินอี้ท้องจริงจ้า ถ้ายังจำกันได้ บทแรกๆ จวินอี้กลุ้มใจที่ชายสี่ห่างเหิน นางก็เข้าวังไปหาเต๋อเฟย ได้เหล้ากุหลาบสีทับทิมกลับมา จำได้บ่? นั่นแหละ จวินอี้ถึงได้บอกขอบใจเต๋อเฟย  
 
        สี่... เด็กในท้องจวินอี้ไม่ใช่ฮ่องเต้เฉียนหลงนาจา 
        ห้า... ชายสี่ไม่เคยเรียกใครว่า "เมีย" เก็บไว้เรียกนาราคนเดียว ถ้าสังเกตให้ดีๆ ชายสี่เรียกจวินอี้ว่า "พระชายา" วางระยะห่างต่างกัน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้จวินอี้น้อยใจและอาละวาดนั่นแล
       หก... เครื่องหอมหลงเฉียน จวินอี้นำมาใช้ทำร้ายพระชายารองกับอนุคนอื่นๆ ไม่ให้ใครตั้งท้องก่อนนาง ไม่ให้ใครมีทายาทให้ชายสี่ ยกเว้นนางคนเดียวนาจา ซึ่งถือว่าใจแคบมากเพราะถ้าชายารองกับอนุมีลูก ถึงยังไงก็ไม่มีศักดิ์สูงเท่าลูกชายาเอก เว้นแต่ลูกของชายาเอกตาย ลูกของชายารองถึงจะขยับมารับฐานะแทน นางกลัวตรงจุดนี้เลย play safe ตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้ใครท้องเลยดีที่สุด ดังนั้นพอจวินอี้ท้องขึ้นมาได้สำเร็จเลยสะใจนางสุดๆ ประมาณนี้แล
        
 
 
 




 
 

ดอกซู่ซินฮวาดอกหนึ่งหลุดร่วงจากขั้ว ลอยหล่นตกลงในสระน้ำใสสะอาด ริมสระร่มรื่นหอมตลบด้วยกลิ่นดอกไม้ ฝูงนกลงลอยเล่นน้ำในสระ มีดอกบัวชูก้านขึ้นมาพ้นน้ำน่าชวนชม แมลงภู่ผึ้งทั้งหลายจึงพากันมาร่อนอยู่เหนือกลีบบัว ลิ้มรสเกสรบัวในสระนั้น บรรยากาศสงบเงียบแสนรื่นรมย์

            และฝูงนกทั้งหลายก็พากันแตกตื่นบินจากไปเมื่อเสียงจุดประทัดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว

            หลังจากทราบเรื่องการตั้งครรภ์ของพระชายาเอกจวินอี้ ชินหวังอ๋องก็มิได้ทอดทิ้ง สิ่งใดที่จวินอี้ต้องการเขาก็มิได้ขัดขวาง สั่งให้บ่าวไพร่รับใช้ดูแลตามความเหมาะสมเพราะอย่างน้อยหากเด็กในครรภ์เป็นชาย เด็กคนนี้ก็จะเป็นผู้มีศักดิ์และสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งเหอซั่วชินหวังตามฐานะเจ้าฟ้าผู้ทรงพระมาลาเหล็ก แม้แต่นาราเองก็ต้องคำนับถวายความเคารพเด็กคนนี้

            อิ้นเจินตามตัวหมอหลวงกลับมาสอบถามอย่างละเอียด ปิดห้องคุยอยู่นาน สีหน้าของหมอหลวงไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นักตอนกลับออกไป อิ้นเจินสั่งให้ปิดข่าวไว้ แต่คนของจวินอี้นำข่าวดีไปแจ้งสกุลเดิมของพระชายาเสียแล้ว ข่าวการตั้งครรภ์ของจวินอี้จึงขจรขจายไปทั่วเมืองและในวัง สร้างความยินดีเท่าทบทวีให้แก่ยงหวังฝู แม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังมีเสียงจุดประทัดเฉลิมฉลองดังเป็นทอดๆ ไม่ได้หยุด

            บิดาของจวินอี้เร่งรุดมายังจวนยงหวังฝู กล่าวคำยินดีเสียงดังปานฟ้าผ่า จงใจข่มขวัญนาราให้รู้จักเจียมตัว อย่าได้คิดเผยอตนเทียบเท่าชินหวังตี้ฝูจิ้น นารายิ้ม ไม่คิดต่อกรใดๆ เพราะอย่างน้อยอีกฝ่ายก็เป็นพระญาติพระวงศ์ ก่อนจวินอี้จะแต่งเข้ามาก็มีศักดิ์เป็นถึงท่านหญิงชั้นสาม ไม่ว่าจะยศใดก็ล้วนสูงกว่าเก๋อเก๋อทั้งสิ้น 

            งานดูแลรับใช้ของจินจูกับบ่าวเรือนใหญ่ยุ่งจนมือเป็นระวิง ตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้และวิ่งหาผ้าสำหรับตัดเย็บผ้าอ้อม ตระเตรียมของไหว้แก้บน ไหนจะต้องสรรหาของบำรุงครรภ์ชั้นเลิศ บ่าวเรือนหนิงฮวาได้แต่มองตาปรอย จินจูได้ทีจึงสะบัดหน้าเชิดใส่ แสนจะสะใจ

            “เฮ้อ... ดูท่าว่าบารมีของเก๋อเก๋อก็ยังเป็นรองพระชายาจวินอี้อยู่ดี” บ่าวเรือนหนิงฮวาคนหนึ่งรำพึงรำพัน เจียวเจียวได้ยินเข้าก็เถียงทันที

            “ไม่จริงหรอก เดี๋ยวเก๋อเก๋อก็ตั้งท้องเองนั่นแหละ”

            “อย่าลืมสิ เก๋อเก๋อมีศักดิ์ศรีแค่เมียรอง ขนาดเจ้าถูกบ่าวเรือนใหญ่รุมตบ เก๋อเก๋อยังพูดอะไรไม่ได้สักคำ พระโอรสของหวังเย๋ที่เกิดจากพระชายาเอกจะมีศักดิ์เป็นชินหวังซื่อจื่อ[1] ถ้าเป็นพระธิดาก็เป็นถึงเหอซั่วเก๋อเก๋อ[2] ส่วนฮุ่ยเก๋อเก๋อ ถึงจะตั้งท้องคลอดพระโอรสออกมา ยังไงฐานะก็ต่ำกว่าพระโอรสของพระชายาเอกอยู่ดี”

            “ต่ำกว่าแล้วยังไงล่ะ ยังไงหวังเย๋ก็ทรงรักเก๋อเก๋อมากที่สุดอยู่ดี”

            “เจียวเจียวเอ้ย เจ้ายังเด็กนัก ความรักกับชนชั้น มันมักจะไปกันไม่ได้หรอกนะ ถ้าฐานะเสมอกันรักกันก็โชคดีไป แต่ถ้าคนละชนชั้น ต่อให้ดิ้นรนแค่ไหนก็จะถูกข่มทับไว้อยู่ดี ดูอย่างพระสนมในวังหลวงสิ แมนจูมองโกลเป็นนาย ฮั่นเป็นบ่าว แม้ว่าฝ่าบาททรงรักทรงชอบแต่งตั้งตำแหน่งให้สูงแค่ไหน พระสนมไร้ศักดิ์ต่ำสกุลล้วนถูกข่มเหงรังแกจนตรอมใจตายทุกคน”

บ่าวไพร่ต่างถกเถียงกันเคร่งเครียด ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้น มุมเงียบสงบของศาลาชมสวนในเรือนหนิงฮวา จันทร์กระจ่างฟ้าลอยเด่นสาดแสงสะท้อนน้ำค้างแข็ง อิ้นเจินกำลังร่ำสุรากับนารากันสองคนตามลำพัง เหล้าผลไม้รสหวานไม่แรงมากแต่ก็ยังร้อนคออยู่ดี ร่างบางนั่งขัดสมาธิบนพื้น ส่วนเขานั่งเอนกายพิงเสา พาดขาบนขอบระเบียง ผลัดกันยกไหสุราน้อยขึ้นดื่ม

            “พวกเขาบอกว่าข้ากำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว น่าแปลกเสียจริง”

            “ท่านพี่แต่งงานมาตั้งกี่ปีแล้ว พระชายาท้องจะแปลกตรงไหนล่ะเพคะ ท่านจะละเลยลูกเมียของท่านไม่ได้นะ” นาราโยนถั่วคั่วใส่ปากเคี้ยวกรุบๆ ตามด้วยเหล้าตามประสา พออิ้นเจินเอื้อมมือมาจะแย่งไหสุรากลับไป นาราก็ตีมือเขาดังเผียะ ตามคิวได้คนละสองอึกย่ะ เมื่อดื่มจนเริ่มเมากึ่ม นาราก็ลุกขึ้นแดนซ์ๆ

            “เอ้า! ฉลอง ลูกชายคนแรกของยงชินหวังกัน มาๆๆ” นารากอดสิงโตหิน เลื้อยไปเลื้อยมา เหวี่ยงผมควงสะบัดเป็นใบพัด มันส์เสียงจิ้งหรีดอยู่คนเดียว “อย่างนี้ต้องฉลอง!

            “นารา มานั่งนี่ เดี๋ยวก็อ้วกหรอก”

            พูดไม่ทันขาดคำ ท้องไส้ก็ตีย้อนอย่างที่เขาเตือนจริงๆ เดือดร้อนชินหวังอ๋องต้องมาช่วยลูบหลังให้ และสั่งให้เจียวเจียวยกน้ำมาล้างหน้าล้างตาเก๋อเก๋อก่อนที่จะเละไปกว่านี้

            “ข้าไม่น่าชวนเจ้าดื่มเลย... วันนี้เจ้าคงยังไม่พร้อมกระมัง”

            นาราจ้องผู้ชายของเธอตาเขม็ง สัมผัสที่หกกำลังทำงาน “ท่านพี่... ยังมีความลับอะไรที่ต้องการจะสารภาพหรือเปล่า?”

            “มีอีกเรื่องที่ข้าไม่ได้บอกเจ้าก่อนหน้านี้” เขาพาเธอไปนั่งที่ศาลาหลังเล็กข้างเรือนหนิงฮวา ก่อนจะกวักมือเรียกใครบางคนให้ออกมา ตอนนี้ตกค่ำแล้วนาราจึงมองไม่ค่อยถนัด รู้แต่ว่าหลังเสาต้นใหญ่มีอะไรบางอย่างแอบอยู่ แรกทีเดียวเธอเห็นรองเท้าปักลายโบตั๋นคู่เล็กๆ โผล่ออกมา ชายกระโปรงที่สวมใส่มีรอยเปื้อนนิดหน่อย นาราหรี่ตาจ้องถึงสังเกตเห็นมือป้อมๆ เกาะเสาอยู่ ตามด้วยดวงตากลมโตใสแจ๋ว แต่พอสบตานาราก็หลบแอบอยู่หลังเสาเช่นเดิม

            “สูเชิ่น... ออกมาหาพ่อ”

            พ่อ?

            นาราเบิกตากว้าง อีหมีซุกลูก! นารายังอึ้งไม่ครบกระบวนท่า อิ้นเจินก็กวักมือเรียกอีก “ตวนรั่ว เจ้าก็ออกมาหาพ่อด้วย”

            ไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่ถึงสอง!!

            เด็กหญิงตัวเล็กตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม วัยห้าขวบกับเจ็ดขวบเดินก้มหน้างุดๆ จูงมือเรียงแถวกันมา ย่อกายทำความเคารพก่อนจะโผกอดอิ้นเจินซ้ายคนขวาคน แววตาของเด็กหญิงทั้งสองฉลาดเฉลียวแต่ก็แฝงความเหงาไม่น้อยเพราะพระบิดาบ้างาน ทำให้ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก อิ้นเจินหยอกเอินลูกสาวทั้งสองก่อนจะแนะนำให้เธอรู้จักทีละคน

            “พวกเจ้าคำนับฮุ่ยเก๋อเก๋อแล้วหรือยัง”

            “ยังเพคะเสด็จพ่อ” เด็กหญิงตัวเล็กกว่าพูดจาฉะฉาน “คำนับฮุ่ยเก๋อเก๋อเพคะ หม่อมฉันชื่อตวนรั่ว อายุห้าขวบ ส่วนนี่พี่สาวชื่อสูเชิ่น อายุเจ็ดขวบเพคะ”

            “หวัดดีจ้ะ” นารานั่งลงที่เก้าอี้ “ลูกของท่านกับพระชายาหรือเพคะ?”

            “ไม่ใช่ สูเชิ่นเป็นลูกสาวคนที่หกของพี่รอง เป็นเด็กขี้อายแต่เรียนหนังสือเก่งไม่แพ้ลูกอ๋องบ้านอื่นเลย อายุแค่เจ็ดขวบแต่สามารถท่องตำราเม่งจื๊อได้แล้ว” อิ้นเจินจับไหล่เด็กๆ ให้หันหน้ามาหาเธอ ก่อนจะบรรยายสรรพคุณอย่างภูมิใจ “ส่วนตวนรั่วเป็นลูกสาวคนแรกของน้องสิบหก แม่หนูคนนี้ช่างฉอเลาะจนเจ้าปวดหัวแน่นอน”

            นาราคิดว่าตัวเองสร่างเมาทันใด พระสวามีผู้ไร้บุตรของเธอเกิดเหงาจึงเที่ยวไปขอลูกของพี่ชายน้องชายมาเลี้ยง เหตุผลแรกเป็นเพราะอดีตรัชทายาทอิ้นเหริงถูกปลดลงจากตำแหน่งและกักบริเวณภายในตำหนักตลอดชีวิต บรรดาบุตรธิดาตัวเล็กตัวน้อยที่ยังไม่ได้ออกเรือนจึงตกชะตาอาภัพทันที อิ้นเจินจึงช่วยเหลือโอบอุ้มเด็กๆ เป็นลูกบุญธรรม อย่างน้อยก็เพื่อให้ท่านหญิงเหล่านี้เจริญวัยและออกเรือนกับคนที่เหมาะสมคู่ควรได้ ส่วนตวนรั่วนั้น องค์ชายสิบหกยกให้เพราะเหตุผลทางการเมืองล้วนๆ   

            “เด็กๆ ต้องจากบ้านจากครอบครัวมาก็น่าสงสารพอแล้ว จวินอี้ก็ไม่สนใจไยดีเด็กสองคนนี้ ส่วนพระชายารองล้มป่วยหนัก นอกจากข้าแล้วก็นับว่าทั้งคู่เคว้งคว้างไร้ที่พึ่ง”

            “แม่ใหญ่ตีตวนรั่ว หยิกตวนรั่ว” เด็กหญิงรีบฟ้อง โผเข้ามากอดนารา

            “ตวนรั่วซนล่ะสิ ถึงโดนแม่ใหญ่ตี”

“ตวนรั่วเปล่า ตวนรั่วเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนเพคะ” นารานึกชอบเสียงสดใสเจื้อยแจ้วกับดวงตากลมโตของท่านหญิงน้อย ส่วนสูเชิ่นเป็นเด็กเงียบๆ พอเห็นนาราลูบแก้มน้องก็ทำให้โหยหาคิดถึงแม่ เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบจึงเอื้อมมือจับแขนเสื้อของนาราไว้ ไม่พูดอะไรขณะนาราหันมาลูบศีรษะ

นารานิ่งคิดอยู่อึดใจ

“ท่านพี่”

“ว่าไง”

“ขอเด็กสองคนนี้เป็นลูกหม่อมฉันได้มั้ย” ความเหงาเป็นขั้วบวกขั้วลบ วันนี้ได้พบเด็กๆ ขาดแม่พรากจากครอบครัว นาราเองก็ไม่ต่างกันเลย “หม่อมฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แต่หม่อมฉันจะปั้นสองคนให้เป็นไอดอล เอ่อ... หมายถึงเป็นดาวเจิดจรัสน่ะ”

            “เจ้าไม่โกรธข้าหรือ?”

“โกรธเรื่องอะไรล่ะ ท่านพี่เลิกทำหน้าเหมือนโลกจะแตกสักทีเถอะเพคะ เห็นแล้วหม่อมฉันรู้สึกเหมือนตัวเองอ่อนแอเป็นนางระทม” นาราควักผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เด็กๆ พี่เลี้ยงที่ดูแลไม่ได้เรื่องเลยสักคน ปล่อยให้เด็กๆ มอมแมมเหลือเกิน “ว่าไงล่ะเราสองคน... มาคุยกันหน่อยซิ”

สูเชิ่นกับตวนรั่วสบตานารา เธอนั่งยองลงเพื่อให้ระดับสายตาตรงกับเด็กทั้งสอง... แสดงออกให้เห็นว่าคุยกันอย่างเท่าเทียม มิใช่ผู้ควบคุมกับผู้ถูกควบคุม

“ถึงแม้ว่าเราเพิ่งจะเคยพบหน้ากัน แต่บางครั้งเรื่องของระยะเวลาก็ไม่สำคัญหรอกจริงมั้ย”

“เพคะ ก็ไม่ค่อยเข้าใจแต่เดี๋ยวก็จะเข้าใจเอง” ตวนรั่วตอบตามประสาเด็กที่นึกว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว นาราจึงขยำแก้มไปหนึ่งที

“ข้าไม่ได้เป็นผู้มีเชื้อสายสูงส่ง ฐานะเก๋อเก๋อ ไม่ใช่ผู้ที่จะสนับสนุนฐานะของพวกเจ้าทั้งคู่ได้มากมายนัก ข้าเป็นแค่คนธรรมดาๆ ที่จู่ๆ ก็ได้เป็นเก๋อเก๋อ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าคิดว่าข้าก็เป็นได้... นั่นคือแม่”

นาราจับมือเด็กทั้งสองไว้ “ที่ผ่านมาพวกเจ้าอาจจะเจอเรื่องเลวร้ายมาก่อน แต่ข้าสัญญาว่าจากนี้จะจับมือพวกเจ้าไว้ไม่ปล่อยไปไหน ข้าจะไม่ละเลยให้เจ้าเตร็ดเตร่ไร้จุดหมายยามค่ำคืนเช่นนี้ และข้าจะพยายามนำความสุขกายสบายใจมาสู่ชีวิตพวกเจ้า”

สูเชิ่นพยักหน้ารับฟัง ตวนรั่วเองก็นิ่งมองนารา

“ข้าสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้านั่งทานข้าวกันตามลำพัง สัญญาว่าจะเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนจนกว่าพวกเจ้าจะบอกว่าพอแล้ว หนูโตแล้ว และเหนือสิ่งอื่นใดข้าสัญญาว่าจะปกป้องพวกเจ้า ดูแลและรักพวกเจ้าตลอดไป ตลอดกาล...”

นารายกนิ้วก้อยขึ้นมาทั้งสองข้าง

“ที่ผ่านมาชีวิตของพวกเจ้าล้วนถูกกำหนดโดยผู้อื่น แต่ครั้งนี้ข้าจะให้โอกาสเจ้าเลือกเอง... เจ้าจะลองให้โอกาสข้าพิสูจน์คำสัญญาได้หรือไม่”

 สูเชิ่นมองหน้าตวนรั่ว เงียบไปอยู่อึดใจ “พวกเราเรียกเก๋อเก๋อว่าท่านแม่ได้หรือไม่”

“โอเค จัดไป”

ร่างบางปรบมือ 12 123 12 12 1 เฮ! ตวนรั่วถูกใจมากและพูดตามนาราไม่หยุด แค่เริ่มต้น นาราก็เริ่มถ่ายทอดสำนวนประหลาดๆ ให้เด็กๆ เรียนรู้ ทั้งสามเกี่ยวก้อยสัญญากันก่อนที่เธอจะจูงมือเด็กหญิงพาไปเข้านอน เมื่อเสร็จเรียบร้อย หันมาก็พบร่างสูงใหญ่ยืนพิงกรอบประตูอยู่แล้ว ในมือมีไหสุรา นาราเองก็เท้าเอวเช่นกัน หมั่นไส้นัก!

“ท่านพี่ยังมีลูกแอบไว้อีกหรือเปล่า หม่อมฉันจะได้เรียกมาจับทำพันธะสัญญาให้หมด”

“ไม่มีแล้ว หมดแล้ว ขอบคุณที่เจ้าโอบกอดเด็กทั้งสองคนนี้”

“ไม่ใช่เด็กทั้งสอง แต่เป็นลูกทั้งสองต่างหากเพคะ และในอนาคตก็ต้องมีคนที่สาม สี่ ห้า...”

นาราถอนใจที่เขาเป็นฝ่ายทำหน้าเหมือนถูกปิดบังเสียเอง เธอรับไหสุรามากระดกดื่มต่อและคุยเปิดอกกันแบบแมนๆ “อย่าทำเหมือนตวนรั่วกับสูเชิ่นเป็นตัวปัญหาสิ ในเมื่อหม่อมฉันยอมรับตำแหน่งเมียของท่าน ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องมีวันนี้ ลูกของท่านก็คือลูกของหม่อมฉันด้วย ไม่ต้องคิดมากหรอกเพคะ ในเมื่อพระชายาไม่ต้องการลูกสาว หม่อมฉันก็จะรับดูแลให้เอง อีกอย่างให้พระชายาเป็นผู้คลอดทายาทให้ท่านก็ดีแล้ว บอกตามตรงว่าหม่อมฉันไม่ปรารถนาที่จะมีลูก”

            “ทำไม” น้ำเสียงดุดันของเขาเข้มขึ้น แต่นาราไม่สนใจ

            “เมียรองกับเมียเอก ตำแหน่งนี้กำหนดชีวิตของผู้หญิง ตัวหม่อมฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้ก็จริง แต่เด็กที่เกิดมาเป็นลูกเมียรองนั้นน่าสงสารนะเพคะ แค่คิดว่าลูกๆ ต้องทนถูกคนอื่นเปรียบเทียบ จนอาจจะมีองค์ชายสี่กับองค์ชายแปดเกิดขึ้นอีกรุ่น หม่อมฉันก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย เอาล่ะ... เอาเป็นว่าหม่อมฉันมีสูเชิ่นกับตวนรั่วก็พอแล้วนะ”

นาราพูดไปตามเนื้อผ้าพลางยื่นไหสุราคืน แต่ร่างแกร่งกร้าวกลับวางมันลงและสั่งให้พ่อบ้านเฟิงหลงไปพักผ่อน นาราจึงนึกว่าเขาจะเข้านอนแล้ว แต่ทว่าทรงรวบตัวเธอขึ้น ตรงดิ่งกลับเรือนหนิงฮวา

            “เดี๋ยวๆ ก่อน อะไรกันเนี่ยท่านพี่ จะทำอะไร”

            “ทำลูก”

            “ไม่ได้!

“ข้าจะทำ” เขาแยกเขี้ยวชวนทะเลาะ “จะทำลูกทั้งคืนยันเช้าเลย คอยดู”

“ถ้าจะปั่มปั๊มต้องใส่ถุงยาง โอเคนะ?”

            “ข้าไม่ใส่!

            ขอต่อยผัวสักทีจะได้มั้ยวะ ดื้อฉิบหาย ทันทีที่อิ้นเจินอุ้มเก๋อเก๋อหน้างอเข้ามาในห้องบรรทม โทษฐานที่ดิ้นพราดๆ จนเขาชักจะโมโห ร่างบางจึงถูกโยนลงบนเตียงนุ่ม แต่นารากระเด้งตัวลุกขึ้นยืนได้โดยพลัน  ยืนเท้าเอวโมโหแต่ทว่าร้องลั่นเมื่อร่างกำยำล่ำสันล้มตัวลงทับจนล้มคว่ำไปด้วยกัน เธอจัดการถีบเข้าที่หน้าท้องแกร่งเต็มแรง ผลสุดท้ายก็คือนอนจุกไปคนละทิศละทางด้วยกันทั้งคู่

            งี่เง่าเสียจริง! นาราคว้าหมอน เงื้อแขนเตรียมจะทุบอ๋องให้น่วม

            “ทำความเข้าใจกันเสียใหม่นะนารา” อิ้นเจินชิงบีบจมูกเธอก่อน ใครบีบก่อนได้เปรียบ นาราเองก็คว้าจมูกของเขาเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างอ้าปากหายใจพะงาบๆ คนตัวเล็กกว่าย่อมเสียเปรียบเพราะเขาจูบแย่งอากาศหายใจไปอีก! “เจ้าคือเมียของข้า ไม่ใช่นางบำเรอระบายความใคร่ ข้าปรารถนาจะให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้า... ข้าอยากจะมีลูกกับเจ้า”

            “แต่...”

            “ฐานะที่ข้าตั้งใจจะมอบให้เป็นของเจ้าคือฮองเฮา เจ้าจะอนุญาตให้ลูกของข้ามาเกิดในท้องของเจ้าได้หรือไม่”

รับสั่งกระซิบเสียงทุ้มนุ่มที่ข้างหู มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวเธอไว้ ส่วนอีกข้างปลดชุดออกแล้วปล่อยให้เลื่อนไหลร่วงลงไปกองที่ข้อเท้าช้าๆ ดวงตาคมกริบลูบไล้เรือนกายขาวกระจ่างผ่านเอี๊ยมตัวน้อย มองทะลุผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนเห็นความงามวาบหวาม ร่างบางสะดุ้งและเริ่มหวาดหวั่นลึกๆ ในใจ ฐานะฮองเฮา?... ตำแหน่งสูงสุดอยู่ใต้เพียงคนผู้เดียวแต่อยู่เหนือคนใต้หล้า เธอไม่บังอาจจินตนาการไปไกลถึงเพียงนั้น

“เจิน... หม่อมฉันไม่คิดว่า...”

“พร้อมจะไปกับข้ามั้ย”

อิ้นเจินสบตาและกุมมือเธออย่างหนักแน่น สายตานั้นคมกริบจนนาราสะดุ้ง เขากดเธอลงบนเตียงอันอ่อนนุ่ม ที่ซึ่งเขาและเธอประสานกายใจอย่างลึกซึ้ง เป็นของกันและกัน 

“พร้อมไป... แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน”

นาราแนบแก้มบนแผงอกกำยำ ริมฝีปากเรียวรูปกระจับเม้มเข้ากันด้วยความไม่มั่นใจ นวลเนื้อกลมกลึงเบียดชิดกันแน่นอยู่ในอ้อมแขนเล็กๆ ทุกวันนี้แม้ว่าอิ้นเจินจะจารึกชื่อของเธอลงในประวัติศาสตร์แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับประกันทุกอย่าง สร้อยพลอยที่ข้อมือของเธอบางครั้งมันก็ส่งสัญญาณเป็นประกายเรืองรองแล้ววูบดับ บ่งบอกว่ายังคงมีความพยายามเปิดช่องว่างมิติมาหาเธออยู่

เหตุการณ์สองครั้งสองคราที่เธอจวนเจียนจะลาจาก นาราคิดว่าหากวันนั้นมาถึงจริงๆ ก็คิดว่าพอจะรับมือความโหยหาอาวรณ์ได้ แต่สำหรับตอนนี้... นาราไม่เคยรู้สึกถึงรสชาติอันแสนเย็นยะเยือกเท่านี้มาก่อนเลย

“นารา” ผู้ชายของเธอเรียก เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคมกริบแฝงความก้าวร้าวของเขากระจ่างชัด มั่นคงเสมอ นาราจึงพยายามทำตัวกล้าหาญ ต่อสู้กับความหวาดหวั่นที่บีบคั้นจนหายใจไม่ออกนี้ให้ได้

อิ้นเจินรับรู้ถึงความกังวลสับสนในตัวเก๋อเก๋อ ริมฝีปากจึงระบายยิ้มอ่อนโยน สง่างามดังเช่นที่เธอจดจำได้ และผู้ชายคนนี้ไม่มีความหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย เขาแน่วแน่และพร้อมประจันหน้าต่อทุกสิ่งอย่างน่าชื่นชม

“ความหวาดกลัวเป็นอารมณ์ที่ไร้ประโยชน์ซึ่งรังแต่จะบั่นทอนจิตใจ” เขาเปลื้องชุดของตัวเอง ดึงออกทางศีรษะ เผยมัดกล้ามตึงเครียดกำยำ สายตายังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้างดงามซึ่งนั่นทำให้เขาเร่าร้อนดุจเปลวเพลิง “ชีวิตของคนเรามันสั้นและมีค่าเกินกว่าจะมัวเสียเวลานั่งกลัว”  

“เจิน...”

หัวใจของนาราเต้นระทึก หนักหน่วงยิ่งขึ้นเมื่อเขาไล้ร่างกายแข็งแรงของเขาเองอย่างช้าๆ ไม่ใช่เพื่อยั่วยวน แต่แสดงออกสบายๆ พึงพอใจที่ได้ผ่อนคลายเงียบๆ อยู่กับเธอ มีสิ่งเดียวที่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น นั่นคือร่างชายฉกรรจ์อันบวมเบ่งปวดร้าวซึ่งเบียดอยู่ใต้กางเกง

เขาลดมือไปยังขอบกางเกง ดึงมันลงช้าๆ ช่วงเวลานั้นเองที่นาราคิดว่าเธอตกเป็นทาสของเขาแน่แล้ว

“ต้องการให้ดับเทียนก่อนหรือไม่”

“มะ...ไม่ต้องเพคะ” นาราก้มหน้างุดๆ “หม่อมฉันชอบมองผิวกายของท่านอาบแสงเทียน... เร้าใจดี”

เขาเป็นฝ่ายหน้าแดงก่ำขึ้นจากคำชมตรงไปตรงมาของนารา ความปรารถนาร้อนรุ่มเท่าทวี อิ้นเจินจุมพิตหว่างอก ครอบครองและลิ้มรสยอดทรวงสีหวาน พลางลดฝ่ามือลงไปสอดไซ้ปลายนิ้วสู่ความชุ่มชื้น นาราจึงเบียดต้นขาเข้าหากันและขยับกระสับกระส่ายอย่างไม่สบายใจ

“นับตั้งแต่ข้าตัดสินใจที่จะดึงรั้งเจ้าไว้ในยุคนี้ ข้าก็สาบานแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าต้องอยู่อย่างต่ำต้อย” ทรงขบต้นคอและเป่าลมหายใจร้อนๆ บนผิวเปลือยขาวผ่อง “เจ้าตกลงใจเดินไปด้วยกันกับข้าแล้ว ข้าอนุญาตให้กลัวได้แต่ข้าไม่ยอมให้เจ้าถอย... ถ้าไม่มั่นใจเมื่อไหร่ก็มาให้ข้ากอด แค่นี้ทำได้ใช่มั้ย”

“อืม”

ทรงอ้าแขนรับร่างสั่นเทานั้นมาสวมกอด ความอ่อนโยนของเขาทำให้เธอมีแรงก้าวต่อไป ร่างบางค่อยๆ สงบลงและยอมเงยหน้าขึ้นสบตา ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกผู้ชายคนนี้เป็นคู่ชีวิต นาราขอเลือกตอบว่าเป็นเพราะเป็นผู้เดียวที่วางแผนเรื่องอนาคตกับเธอ เหตุผลง่ายๆ แค่นี้เองที่นาราวางใจฝากชีวิตให้ ลมหายใจของทั้งคู่รินรดกันและกันเงียบๆ ริมฝีปากอยู่ห่างกันแต่หัวใจอยู่แนบกัน อิ้นเจินประคองใบหน้างามไว้ในอุ้งมือและแตะจุมพิตเบาๆ ซ้ำไปซ้ำมา

“ระหว่างนี้ข้าขอให้เจ้าจงอยู่แต่ในเรือนหนิงฮวา หลีกเลี่ยงเรือนใหญ่”

“ท่านพี่ระแวงหม่อมฉันหรือ? เห็นหม่อมฉันเป็นคนยังไงกัน?! นาราจ้องหน้าตาลุกพอง อิ้นเจินหัวเราะพลางกระซิบบอกความลับข้อหนึ่ง

“เมียรักของข้า เจ้าเป็นเมียที่เก่ง ฉลาดและมีเหตุผลในสายตาข้าเสมอ ข้าดีใจที่รู้ตัวว่าจะได้เป็นพ่อคน แต่น่าเสียดาย สวรรค์ยังไม่อนุญาตให้ข้าทำหน้าที่นั้น”

“อ้าว? เกิดอะไรขึ้น...” นาราจะอ้าปากถาม แต่ริมฝีปากงดงามก็ถูกประกบจูบแนบแน่นเสียก่อน นาราขยุ้มไหล่เขาอย่างแรงเพื่อต่อต้านจนกระทั่งหลุดจากจุมพิตร้อนแรง วูบนั้นเองที่นาราฉุกใจอะไรบางอย่าง “หรือว่าที่ท่านสั่งไม่ให้แพร่งพรายข่าวเป็นเพราะ...”

“ตอนนี้ข้ายังไม่อยากคิดถึงใครนอกจากเจ้า”

xxx

xx

xx

x

x

x

(โดนซดแบนจนเบื่อ แบนโครตเร็ว ปลดแบนโครตช้า ไรท์ไม่เสี่ยงแล้วนาจา ตามอ่านในเล่มอย่างเดียว ไม่ต้องแปะเมลเด้อ)

 

เขาชอบฟังเสียงหอบหายใจร้อนแรงของเธอ ชอบช่วงเวลาที่เธอตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์ และชอบเหลือจะเอ่ยเมื่อเธอตัวอ่อนระทวยในอ้อมแขน ทรงจับเส้นผมชื้นเหงื่อรุ่ยร่ายขึ้นไปทัดหูแล้วจับศีรษะเล็กๆ ให้เอนซบบ่าอย่างอ่อนโยน นาราก็แน่วแน่ในใจแล้วว่าไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่เธอต้องหวั่นกลัว



[1] ฐานันดรศักดิ์ของพระโอรสองค์โตของเหอซั่วชินหวังกับพระชายาเอก หากพระบิดาเป็นเจ้าฟ้าผู้ทรงพระมาลาเหล็ก พระโอรสจะได้สืบทอดฐานะเหอซั่วชินหวัง แต่ถ้าพระบิดาไม่ใช่เจ้าฟ้าผู้ทรงพระมาลาเหล็ก พระโอรสจะได้ฐานะตัวหลัวจุ้นหวัง

[2] ฐานันดรศักดิ์ของพระธิดาของเหอซั่วชินหวังกับพระชายาเอก

 
 
 
 
 
        องค์หญิงตวนรั่วและองค์หญิงสูเชิ่น มีตัวตนอยู่จริง 
        
 
        เนื่องจากลูกสาวแท้ๆของชายสี่ตายเกลี้ยง ทำให้ชายสี่เสียใจมาก ดังนั้นจึงรับลูกสาวของพี่ชายน้องชายมาเป็นลูกบุญธรรมถึงสามคน และด้วยความที่มีปมว่าคังซีไม่รัก ดังนั้นชายสี่จึงดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิดลูกๆเป็นอย่างยิ่ง

        สูเชิ่นเป็นพระธิดาคนที่ 6 ของอดีตรัชทายาทอิ้นเหริง เดิมทีหากพระบิดาได้ครองราชย์ สูเชิ่นย่อมรอขึ้นตำแหน่งขั้นต่ำเป็นเหอซั่วกงจวู่แน่นอน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ปลดรัชทายาทชะตาของสูเชิ่นจึงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน กลายเป็นท่านหญิงไร้ฐานันดร ชายสี่จะรับตัวมาเลี้ยงเป็นลูกนั่นเองค่ะ
 
        ส่วนตวนรั่วเป็นพระธิดาขององค์ชายสิบหกอิ้นหลู่กับชายาเอกสกุลกัวหลัวหลัว ยงเจิ้งรับเป็นลูกด้วยเหตุผลทางการเมือง เนื่องจากจวงชินหวัง ญาติผู้พี่ของคังซีไร้ผู้สืบสกุล คังซีจึงยกชายสิบหกให้เป็นพระโอรสบุญธรรมของจวงชินหวัง ดังนั้นองค์ชายสิบหกจึงทรงสืบทอดตำแหน่งเจ้าฟ้าผู้ทรงพระมาลาเหล็ก 
        หลังจากชายสิบสามตายไป ชายสิบหกคือผู้ช่วยงานราชการ ยงเจิ้งจึงขอลูกสาวมาเลี้ยง เพื่อให้ฐานะเจ้าฟ้าผู้สืบทอดของชายสิบหกช่วยรักษาฐานอำนาจนั่นเองจ้า
 
       เพราะฉะนั้นไทม์ไลน์ของตวนรั่วในนิยายไม่ตรงตามปวศ.นะคะ
             





#จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอเข้าไปอยู่ในใจเธอ
#มณีริน
แนวโคแก่เคี้ยวหญ้าอ่อนกรุบๆ นิยายหวานๆไม่มีฉากเรตนะคะ แค่จุ๊บแค่หอมพอให้เขินตัวแตก ><
ราคาปก 329 บาท
วางจำหน่ายที่ร้านนายอินทร์ทั่วประเทศ สอบถามพนง.ร้านได้เลยจ้า 
หรือสั่งซื้อผ่านทางไรท์ 299 บาท ส่งฟรีจ้า
 
 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

54 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 15:38
    ทำไมล่ะไม่ใช่ลูกของพระเอกหรอ คราวที่แล้วเรียกหมอหลวงไปคุยในห้องมีอะไรน่าสงสัยหรอ หมอหลวงเลยเครียดๆ บอกว่าท้องสามเดือนแต่ในสามเดือนนี้เจินอาจไม่เคยไปนอนด้วยเลย มันตอนที่คบกับนางเอกแล้วรึป่ะ
    ที่บอกว่าจะเป็นพ่อคนน่าแปลกเสียจริง คืออะไร? แล้วที่จะบอกความลับๆนางเอกคืออะไร หรือว่าลูกไม่น่าจะคลอดออกมาได้
    #5947
    0
  2. #5928 kpumja (@kamlangjai-dd) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 22:09
    จะเป็นฮองเฮาได้ไงล่ะ จวินอี้อยู่ไหน ยังอยู่ทั้งคน เป็นชายาเอกด้วย ก็ต้องเป็นฮองเฮาไม่ใช่เหรอ ถ้าองค์ชายสี่เป็นฮ่องเต้
    #5928
    0
  3. #5520 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 23:13
    คือสงสารองค์หญิงทั้งสอง ร้องไห้ตอนนาราพูดกับเด็ก ๆ มันซึ้งมาก
    แสดงว่าชายาเอกไม่ได้ท้อง หรือ ท้องแต่ไม่ใช่ลูกหวางเย่
    #5520
    0
  4. #5441 Nannan-ja (@nannan-ja) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:08
    บทพูดดีมากเลยอ่ะ ชอบจัง
    แต่ทำไม ยังไง พระเอกแน่ใจว่าเด็กจะไม่รอด ?? หมอบอกหรอ?? หรือวางแผนไว้แล้ว งงเด้ๆ
    #5441
    0
  5. #5104 meo1977 (@meo1977) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 17:42
    แบน ๆ ๆ เพลีย
    #5104
    0
  6. #5034 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 20:42
    E-Book ออกตอนใหนบอกด้วยนะคะ
    #5034
    0
  7. #5032 Ong (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 20:17
    (พวกเขาบอกว่า ข้ากำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว(น่าแปลกเสียจริง?) งงเด๊ๆๆๆๆงงกับคำพูดเจินเจิน??

    แปลก หมายฟามว๊าไรแว๊ๆๆๆๆ อ่านหลายรอบ มีแต่ปริศนา ??

    #5032
    0
  8. #5031 Ong (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 20:11
    หือ?(ปิดห้องคุยกับหมอหลวง หมอหลวงสีหน้าไม่ค่อยดีเลย?แปลว่าอันได?)

    หรือว่านาง(เมียเอกกรรมตามสนองจ๊ะทำร้ายเมียทุกคนจนมดลูกฝ่อ จนเป็นหมันกันทุกคน)

    ระวังปาบติดจรวดมาแบบทบต้นทบดอกนะจ๊ะ (หุๆๆๆ)
    #5031
    0
  9. #5024 คนดี (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 09:34
    ดีจิง...แกล้งเมียอื่นไม่ให้มีลูก...ชายาเลยโชคดีท้องคนเดียวเลย

    ก็แปลว่าตอนคบนารา ก็มีใจพิสวาสพระชายาเอกขนาดถึงพริกถึงขิง จนมีลูกกันได้>_<'โอ้ผู้หนอผู้

    .ทนดู กินน้ำใต้ศอกเป็นเมียรองต่อไป
    #5024
    0
  10. #5022 Labell__ (@Labell__) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 00:33
    ค้างมากกก
    #5022
    0
  11. #5021 saro116 (@saro116) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 22:46
    นางพระชายาต้องแท้ง หรือไม่ลูกก็ตาย มันต้องอะไรสักอย่างสิ ไรท์รีบมาต่อเลยนะเค้าค้างง เค้าอยากรู้
    #5021
    0
  12. #5020 nuinuinui56 (@nuinuinui56) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 20:34
    อิเฮียต้องมีแผนแน่ๆเลยชิมิ ณาราฟังอิเฮียแกหน่อย อย่าออกไปไหนภายใน1เดือนเอง อดทนเข้าไว้
    #5020
    0
  13. #5019 แพรวพราว (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 20:12
    เดาว่าหล่อนท้องกับคนอื่น.
    #5019
    0
  14. #5018 AmpereJK (@thewayUare) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 20:08
    เดี๋ยวววววววว กลับมาเฉลยก๊อนนนนนนนนนน ดูท่าว่าชายาจวินอี๋คงแท้งแน่เลย
    #5018
    0
  15. #5017 Manaddar (@manaddar979) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 19:31
    manaddar979@gmail.com
    #5017
    0
  16. #5015 amporn (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 19:14
    ขอบคุณค่ะ
    #5015
    0
  17. #5014 Kannika Warunyaporn (@kan8698) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 19:08
    อยากบอกไรท์ว่าซื้อบุหลัน และอ่านจบแล้วจ้าสนุกอีกเรื่องค้า เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #5014
    0
  18. #5013 BYUNEE04 (@jajar2546) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 18:39
    รอนะคะ
    #5013
    0
  19. #5012 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 18:17
    เด็กไม่แข็งแรงเปล่าเลยวางแผนกะจะให้แท้งไปเลย
    #5012
    0
  20. #5011 pimsinee (@pimmy_hunny) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 18:05
    ก้เพราะว่า ลูกของจวิ้นอีต้องแท้งแน่นอน ไม่ให้นาราออกไปไหนเพราะกลัวโดนใส่ร้ายว่าเปนคนทำให้แท้งรึเปล่าน้า เดาๆ ~
    #5011
    0
  21. #5010 meawandmai (@meawandmai) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 14:45
    xxx xxx xx x xxxx xxx xxx xxxx แปลว่า เอ็กซ์ ฉากร้อนแรง อยากอ่านนนนนนนนนนนนน
    #5010
    0
  22. #5009 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 14:39
    กรีดๆๆๆฟินนนนนน
    #5009
    0
  23. #5007 pp160316 (@pp160316) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 14:25
    อยากได้หนังสือมาเก็บไว้
    #5007
    0
  24. #5006 paidoi (@hathai09) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 14:16
    สงสัยไม่ใช่ลูกเนาะ
    #5006
    0
  25. #5005 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 14:05
    ยัยชายาเอกไม่ได้ท้องกับชายสี่รึเปล่า         หรือเป็นลูกของชายสี่แต่เด็กจะมีสิทธิแท้ง    ที่หมอหลวงมีสีหน้าไม่สู้ดีตอนที่คุยกับชายสี่คงเป็นเรื่องนี้ ชายสี่ต้องรีบหาทางจัดการน่ะ รีดเดอร์หมั่นไส้ยัยชายาเอกนรวมทั้งพ่อของยัยนั่นและคนของยัยชายาเอกด้วย ไรท์อย่าปล่อยให้รีดเดอร์หมั่นไส้นานๆน๊า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 พฤษภาคม 2560 / 14:09
    #5005
    0