พระชายาแสวงพ่าย

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 823,831 Views

  • 6,432 Comments

  • 12,059 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    698

    Overall
    823,831

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22730
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    13 ก.ย. 60












นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพระสนมอี้กุ้ยเฟย[1]

อี้กุ้ยเฟยนั่งอมยิ้มอยู่ที่โถงในตำหนักซึ่งตกแต่งอย่างหรูหราตระการตา นางเฝ้ารอข่าวอย่างใจจดใจจ่อพลางลูบหยกหยูอี้อย่างมีความสุข  บนโต๊ะฝังมุกข้างกายเต็มไปด้วยจานอาหารว่างราคาแพงหลากหลายชนิด อี้กุ้ยเฟยใช้ตะเกียบทองคำคีบติ่มซำเนื้อปูทานเพียงครึ่งคำ ดื่มชาเหอเป่ยจากกาไข่มุกเล็กน้อย ดื่มด่ำรับรส เสพสุขตามประสาผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ นางมีบารมีถึงขั้นนางสนมทั้งหลายต้องยำเกรงเสียยิ่งกว่าอดีตฮองเฮาเสียอีก

เหลียงเฟย พระมารดาขององค์ชายแปดมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก นางไม่อยากเจอหน้าอี้กุ้ยเฟยแต่ก็จำเป็นต้องมานั่งปั้นยิ้มหวานประจบเอาใจ แม้เหลียงเฟยจะมีตำแหน่งแต่ก็ไม่ได้รับคำเชิญให้ร่วมทานอาหารว่างของอี้กุ้ยเฟยแต่อย่างใด ซึ่งอาหารว่างแต่ละครั้งของอี้กุ้ยเฟยทำมาจากพ่อครัวหลวงอย่างสุดฝีมือ ใช้ของดีที่สุด แพงที่สุด หายากที่สุดมาปรุงถวายจนบางมื้อเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินเดือนของกุ้ยเหรินเสียอีก แต่อี้กุ้ยเฟยไม่สนใจ สีหน้าอิ่มเอิบสบายอารมณ์

“รสชาติดีมาก”

หลีกูกู นางกำนัลคนสนิทกำลังบีบนวดข้อเท้าของพระนางอย่างนุ่มนวล บ่าวเห็นนายมีความสุข นางก็มีความสุข

“หม่อมฉันได้ข่าวว่านังผู้หญิงคนนั้นถึงกับสลบเลยเพคะเหนียงเหนียง ไม่แน่ใจว่าถึงชีวิตหรือไม่ด้วยซ้ำ นางเป็นแค่สนมชั้นต่ำ เก่งแต่ล่อลวงฝ่าบาท แถมคิดจะชูคอแย่งตำแหน่งฮองเฮากับเหนียงเหนียง กรรมตาสนองพวกไม่เจียมตัวแล้วเพคะ”

อี้กุ้ยเฟยยิ้ม สายตาอ่อนหวาน “ถ้านางตายแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า แต่ไหนๆ ข้ากับนางต่างก็รู้จักสนิทสนมมาตั้งแต่สมัยยังสาว ข้าสมควรต้องช่วยส่งศพพี่เต๋อออย่างสมเกียรติถึงจะถูก เฮ้อ... อีกไม่นานข้าก็จะได้ตำแหน่งฮองเฮาแล้ว ถ้านางตายจริง ข้าจะทูลขอฝ่าบาทให้แต่งตั้งนางย้อนหลังเป็น กุ้ยเฟยก็ได้”

“เหนียงเหนียงทรงเมตตา ใจกว้างดุจแม่น้ำฮวงโห บ่าวมิอาจเทียบเพคะ”

เหตุการณ์ระทึกขวัญในตำหนักเหยียนชีกงแพร่กระจายสร้างความหวาดกลัวไปทั่ว เกิดข่าวลือว่ามีนางปีศาจฟันดำโผล่ออกมาปองร้ายพระสนมเต๋อเฟยจนพระนางเป็นลมสลบ มีขันทีกับนางกำนัลนับสิบยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นนางปีศาจ คังกงกง หัวหน้าขันทีของอี้กุ้ยเฟยรีบไปสืบเสาะข่าว เมื่อได้ความจึงรีบไปรายงานเจ้านาย

“กราบทูลเหนียงเหนียง ตอนนี้ตำหนักเหยียนชีกงวุ่นวายมาก กระหม่อมสอบถามพวกหมอหลวง ได้ความว่าเต๋อเฟยอาการกำเริบเป็นลมในสวนเพราะเจอนางปีศาจพ่ะย่ะค่ะ”

“นางปีศาจ? เป็นความจริงรึ?”

“หม่อมฉันเดาว่านี่เป็นแผนการเรียกร้องความสนใจจากฝ่าบาทมากกว่านะเพคะ” เหลียงเฟยออกความเห็น แม้จะเกลียดอี้กุ้ยเฟยเพียงใดแต่เหลียงเฟยพยายามยิ้มหวานเอาใจ เพื่อปูทางให้ลูกชายได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของตำหนักฉูเชียวกงอันแสนใหญ่โตและหรูหราแห่งนี้

“นางนั้นไม่ใช่คนโง่ ฝ่าบาทไม่เชื่อเรื่องผีสาง นางไม่มีทางคิดใช้แผนตื้นเขินแบบนั้นหรอก”

“หม่อมฉันโง่เขลา ไม่ทันคิดถึงข้อนี้เลยเพคะ ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่ามีปีศาจโผล่มาจริงๆ งั้นก็น่าแปลกที่ทำไมถึงไปปรากฏในตำหนักเหยียนชีกง บรรยากาศที่นั่นแทบจะกลายเป็นวัดไปแล้วด้วยซ้ำ”

“เฮอะ! ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเต๋อเฟยเป็นพวกจิ้งจอกแปลงกาย ฉากหน้าก็ทำเป็นไหว้พระจิตใจมีกุศลสูงส่ง แต่เบื้องหลังคงจะเน่าเฟะสกปรก ภูตผีมันถึงได้เลือกไปหานาง”

“เหนียงเหนียงช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก หม่อมฉันกับลูกต้องพึ่งบารมีเหนียงเหนียงให้ช่วยคุ้มครองแล้วเพคะ”

“ฮึ! ข้าเป็นผู้อุ้มชูอุปถัมภ์พวกเจ้าสองแม่ลูกมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่อย่างนั้นตาอิ้งชั้นต่ำอย่างเจ้าคงไม่ได้มาเสนอหน้าในตำแหน่งเฟยหรอกนะ ส่วนลูกของเจ้าก็คงเป็นได้แค่เจิ้นกั๋วกง[2]กระจอกๆ ยังดีที่มีข้ายื่นมือรับเขาไว้เป็นโอรสบุญธรรม หวังว่าเจ้าคงรู้ฐานะตัวเองดีนะ”

เหลียงเฟยได้รับคำดูถูกเพียงใดก็ต้องอดทน คุกเข่าก้มหน้า “เพคะ วันใดที่อิ้นซื่อลูกของหม่อมฉันได้ครองบัลลังก์ เหนียงเหนียงจะต้องได้เป็นไทเฮาเพคะ”

“ดี รู้คุณคนดี... ข้ามีหวีทำจากหยกบรรณาการของพม่า ฝ่าบาทประทานให้ข้าเมื่อเดือนก่อน ข้าเบื่อแล้ว เจ้าเอาไปสิ”

สีหน้าของเหลียงเฟยเปลี่ยนเป็นโมโหแต่นางฉลาดพอที่จะยิ้มออกมา “ขอบพระทัยเพคะเหนียงเหนียง หม่อมฉันซาบซึ้งยิ่งนัก”

อี้กุ้ยเฟย น้องสาวของอดีตฮองเฮาโบกพัดในมืออย่างแช่มช้า มุมปากแสยะยิ้มสะใจ นับตั้งแต่พี่สาวตายไป นางคือมเหสีตำแหน่งสูงที่สุดในวังหลัง แม้ว่าฮ่องเต้จะมีรับสั่งให้เหล่ามเหสีทั้งเต๋อเฟย หรงเฟยและเหลียงเฟยร่วมกันดูแล แต่แท้จริงแล้วอี้กุ้ยเฟยมีอำนาจปกครองความสงบเรียบร้อยของวังหลังแต่เพียงผู้เดียว นางเฝ้ารอคำสั่งแต่งตั้งตนเองขึ้นเป็นฮองเฮาอยู่ทุกลมหายใจ ขณะรอก็คอยหาทางกำจัดนางสนมชั้นต่ำไปให้พ้นหูพ้นตา สำหรับสตรีชาวฮั่นอย่างเหลียงเฟยแล้วอี้กุ้ยเฟยไม่เคยมองในสายตา ส่วนหรงเฟยเจ็บออดๆ แอดๆ ก็ไม่มีกำลังพอจะต่อต้าน เหลือก็เพียงแต่เต๋อเฟย มารดาขององค์ชายผู้มากความสามารถถึงสองพระองค์

หนำซ้ำองค์ชายสี่อิ้นเจินยังมีศักดิ์เป็นบุตรบุญธรรมของอดีตฮองเฮา ถ้าอี้กุ้ยเฟยไม่ได้ครองตำแหน่งฮองเฮา องค์ชายแปดก็ยังไม่อาจเทียบบารมีของอิ้นเจินได้เต็มที่  

อี้กุ้ยเฟยปรายตามองไปที่เหลียงเฟย ก่อนจะแค่นเสียงเยาะ “ถ้าซาบซึ้งนัก ทำไมยังไม่รีบจัดการปัดกวาดฝุ่นให้ข้าอีกเล่า?”

“ตะ...แต่เหนียงเหนียงเพคะ เต๋อเฟยกับหม่อมฉันนับถือเป็นพี่น้องกัน หม่อมฉันทำร้ายพี่สาวไม่ได้”

“เจ้านับถือนางเป็นพี่ แล้วนางเห็นเจ้าเป็นน้องงั้นหรือ? อีกอย่างพวกเราเหล่าสนมในวังต่างก็ถือว่าเป็นพี่สาวน้องสาว ร่วมกันถวายการรับใช้ให้ฝ่าบาทอยู่แล้ว ดูอย่างเจ้าเชี่ยวชาญการ ปรุงยายิ่งนัก ที่ผ่านมาช่วยข้าบำรุงเหล่าพี่สาวน้องสาวตั้งมากมาย จริงมั้ย?”

“เหนียงเหนียงอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยเพคะ” สีหน้าของเหลียงเฟยไม่สู้ดีเมื่อถูกพูดถึงแผลเก่า “หม่อมฉันเลิกปรุงยาไปนานแล้วเพคะ ส่วนเรื่องเต๋อเฟย... เหนียงเหนียงโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วย”

อี้กุ้ยเฟยหัวเราะเมื่อได้ยินคำว่าเมตตาจากปากเหลียงเฟย “ถ้าเช่นนั้นเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เจ้ากับลูกกำลังลำบาก ทำไมนางถึงไม่ช่วยเหลือล่ะ?”

“ตอนนั้นพี่ซื่อหลานเพิ่งแท้ง...” เหลียงเฟยพูดเสียงอ่อยไม่เต็มปากเต็มคำนัก อี้กุ้ยเฟยจึงตัดบท

“ถ้าเจ้าลำบากใจก็พูดออกมาได้เลยตามตรง เฮ้อ... ข้าไม่ดึงเจ้าไปจมของสกปรกหรอกนะ”

“พวกไม่เจียมตัวคิดแย่งตำแหน่งฮองเฮาไปจากเหนียงเหนียง ล้วนต้องไม่ตายดีทุกคนเพคะ” หลีกูกู นางกำนัลคนสนิทประจบบ้าง อี้กุ้ยเฟยฟังแล้วถูกใจยิ่งนัก ตบรางวัลให้เสียยกใหญ่ จะมีก็เพียงแต่เหลียงเฟยที่มีสีหน้าไม่สู้ดี นางเป็นเพียงมเหสีชาวฮั่น ถึงจะไต่เต้ามาไกลและมีโอรสถวายฝ่าบาท แต่ไม่มีปากไม่มีเสียงจะโต้แย้งขัดขืนใดๆ ทำได้เพียงไหลตามกระแสคนที่มีอำนาจไปเรื่อยๆ เพื่อปกป้ององค์ชายแปด แล้วยิ่งเกิดกรณีถอดยศรัชทายาททำให้บรรยากาศในวังหลังทวีความเครียดขึ้น องค์ชายแปดบอกผู้เป็นแม่อย่างชัดเจนว่าต้องการบัลลังก์ เหลียงเฟยจึงต้องเลือกยืนข้างลูกชายเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

สิ่งแรกที่ต้องทำคือแสดงความภักดีต่ออี้กุ้ยเฟย ช่วยพระนางกำจัดขวากหนามแม้ว่าเต๋อเฟยทรงมีน้ำใจไมตรีให้มาโดยตลอดก็ตาม

“เอ่อ... งั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่เพคะ สองเดือนหน้าก็จะถึงวันเกิดขององค์ไทเฮาแล้ว ทางกรมพิธีการตระเตรียมงิ้วสิบกว่าคณะจากทั่วแผ่นดินมาเพื่อถวายความสำราญ หม่อมฉันจะใช้โอกาสนั้นทูลขอฝ่าบาทให้แต่งตั้งเหนียงเหนียงขึ้นเป็นฮองเฮา และหม่อมฉันจะกำจัดเสี้ยนหนามให้เรียบร้อยในคราวเดียว... เพื่อเหนียงเหนียงเพคะ”

“ดี เจ้าก็ไปจัดการซะ ทำให้ได้อย่างปากว่าล่ะ ไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่จำเป็นต้องมีปากไว้ฉอเลาะข้าอีก” อี้กุ้ยเฟยหมุนกำไลหยกล้ำค่าไปมา ดวงตาเป็นประกายร้ายกาจขณะจ้องมองนางสนมชาวฮั่นต้ำต้อย “กลับไปได้แล้วไป ข้าเหนื่อยแล้ว จะพักผ่อน”

“เพคะ”

.................

“อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ”

ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ

“ฝ่าบาททรงรักและทะนุถนอมเหนียงเหนียงเป็นพิเศษยิ่งกว่าใคร ทำให้นางอิจฉาจนหาเรื่องแกล้งท่านไม่พอ ยังกล้าพูดอีกว่าถ้าไม่มีนางช่วย องค์ชายแปดจะได้เป็นแค่เจิ้นกั๋วกง ช่างไม่ประมาณตนเสียบ้างเลย!

“ทำอย่างไรได้เล่าตงกั๋ว? ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่ข้าเกิดมาเป็นฮั่น ถึงจะมียศศักดิ์แต่ก็ต้องบากหน้าไปคนโน้นคนนี้ให้ช่วยคุ้มครองลูกข้า ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน...”

“เราไปผูกมิตรกับหรงเฟยดีมั้ยเพคะ”

“หรงเฟยน่ะหรือ? นางมีแต่จะดูถูกข้า” เหลียงเฟยนึกเย้ยหยันเมื่อนึกถึงอดีต สมัยก่อนนั้นเหลียงเฟยยังเป็นเพียงตาอิ้งตัวเล็กๆ แถมยังเป็นสนมชาวฮั่น ความเป็นอยู่จึงยากลำบากกว่าคนอื่นๆ ส่วนหรงเฟย... นางก้าวเข้าวังมาในตำแหน่งผินตั้งแต่ยังไม่ได้ถวายตัวด้วยซ้ำ “ทุกครั้งที่นางมองข้า ข้าก็รู้สึกเหมือนนางกำลังมองสุนัขขี้เรื้อน นางจะเป็นคนสุดท้ายบนโลกนี้ที่ข้าจะเอ่ยปากขอร้อง”

“ไอ้ของพรรค์นี้ ทิ้งไปเสียดีกว่าเพคะ เก็บไว้กับตัวก็จะมีแต่อัปมงคล!” ตงกั๋วทำท่าจะขว้างหวีหยกทิ้งให้หายแค้น แต่เหลียงเฟยปรามเสียงขรึม

“หากเจ้าทำให้หวีอันนั้นมีรอยแม้แต่นิดเดียว คิดหรือว่าคนอย่างอี้กุ้ยเฟยจะยอมปล่อยผ่านง่ายๆ”

ตงกั๋วฟังนายพูดจึงได้สติ ค่อยๆ ลดแขนลงและจ้องมองหวีหยกนั้นอย่างเจ็บใจ “หม่อมฉันเสียใจเหลือเกิน ขนาดบ่าวไพร่ในตำหนักเฉียวชูกงยังกล้าดูถูกเหนียงเหนียง บ่าวอย่างหม่อมฉันไม่สามารถช่วยปกป้องศักดิ์ศรีของเหนียงเหนียงได้เลย แล้วจะมีบ่าวไร้ประโยชน์อย่างหม่อมฉันไปเพื่ออะไรเล่าเพคะ หากองค์ชายแปดขึ้นครองราชย์ คนที่สมควรนั่งตำแหน่งไทเฮาคือเหนียงเหนียงต่างหาก!

“ตงกั๋ว เงียบเดี๋ยวนี้! ฝ่าบาทยังทรงแข็งแรง พระชนมายุยืนยาวหมื่นปี เจ้ากล้าสาปแช่งให้เปลี่ยนแผ่นดินงั้นรึ?”

“หม่อมฉันมิกล้าๆๆ ขอทรงอภัยด้วยเพคะ”

ใบหน้ายิ้มแย้มเป็นนิจของเหลียงเฟยแท้จริงแล้วบูดบึ้ง เต็มไปด้วยความกังวลใจ “ข้าขอสั่งห้ามพวกเจ้าทุกคนพูดจาลับหลังนายหญิงเช่นนี้อีก แค่นี้ข้าก็เจอปัญหามากพอแล้ว หากพวกเจ้ายังไม่เชื่อฟัง ข้าจะส่งตัวพวกเจ้าให้กรมราชทัณฑ์ จำเอาไว้!

“เพคะเหนียงเหนียง หม่อมฉันจะจำใส่ใจไว้”

“ทั้งชีวิตของข้าพบเจอแต่การโดนดูถูกรังแก ข้าทนมาจนชินเสียแล้วล่ะ หากข้าทนได้เหตุใดพวกเจ้าจะทนไม่ได้ ข้าไม่อยากให้ลูกของข้าต้องมีชีวิตน่าสมเพชอย่างข้า พวกเจ้าจงเก็บปากเก็บคำ อย่าทำให้ลูกข้าเดือดร้อนเด็ดขาด”

“เพคะเหนียงเหนียง หม่อมฉันจะจำไว้ หม่อมฉันจะอยู่เป็นมือเป็นเท้าให้เหนียงเหนียงจนกว่าจะหาไม่เพคะ”

ตงกั๋วก้มหน้าเช็ดน้ำตาคับแค้น เหลียงเฟยครุ่นคิดหาวิธีทำร้ายเต๋อเฟยแล้วกวักมือเรียกจูกงกง ขันทีคนสนิทของตน ก่อนจะป้องปากกระซิบ

“หาพวกขันทีหน้าใหม่มาสักคน ส่งไปที่สำนักดูดาว ให้มันกราบทูลฝ่าบาทว่าดวงของเต๋อเฟยเป็นดวงกาลกิณี กำชับว่าเรื่องนี้เป็นคำสั่งของ...” เหลียงเฟยนึกหาแพะรับบาป นึกชื่อนางสนมรุ่นน้องที่กำลังรุ่งโรจน์เป็นที่โปรดปรานอยู่ในขณะนี้

“ให้มันแสร้งหลุดปากพูดไปว่าเป็นคำสั่งลับจากมู่กุ้ยเหริน”

จูกงกงทำสีหน้าลำบากใจ แต่พอสบตาผู้เป็นนายแล้ว บ่าวรับใช้อย่างเขาก็มีหน้าที่ทำตามคำสั่ง “พ่ะย่ะค่ะ”

.............

องค์ชายสิบสี่อิ้นทีรีบมาตำหนักของเสด็จแม่อย่างร้อนใจ ทรงเป็นชายหนุ่มร่างสูงสง่า ฝีมือขี่ม้ายิงธนูเป็นที่เลื่องลือนำหน้าพี่น้อง ใบหน้าของเขาเด็ดเดี่ยวทระนงเปี่ยมเสน่ห์ แต่ตอนนี้หัวคิ้วเรียวขยับย่นชนกันแน่นเมื่อเห็นความอึกทึกวุ่นวายตรงหน้า

“เกิดอะไรขึ้น?! รีบรายงาน”

“เป้ยจื่อ[3] คะ...คือว่ามีหญิงบ้าเปลือยเท้าเข้ามาในตำหนักพ่ะย่ะค่ะ” ตู้หมิง ขันทีน้อยรีบค้อมศีรษะคำนับพร้อมรายงานด้วยสีหน้าแตกตื่น เถาจื่อกับซื่อจื่อซึ่งกลัวจนร้องไห้ตลอดเวลาก็พยักหน้ายืนยัน

“พวกขันทีบอกว่าเป็นวิญญาณร้ายจากตำหนักเย็นเพคะ”

“เหลวไหล! หญิงบ้าเปลือยเท้าอะไรกัน? ยังไม่รีบพูดความจริงอีก”

“กะ...กระหม่อมไม่ได้โกหกพ่ะย่ะค่ะ มีหลายคนเห็น กระหม่อมเองก็เห็นกับตาพ่ะย่ะค่ะ เฉินกูกูถึงกับเป็นลมไปแล้ว นางคนนั้นหน้าขาวฟันดำ แต่งกายประหลาดแถมยังเดินเหินว่องไวราวกับไม่ใช่มนุษย์ ขนาดใช้คนเป็นสิบยังจับไม่ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ” อิ้นทีขมวดคิ้วหนักขึ้น ตำหนักแห่งนี้เป็นที่พำนักของพระมเหสีแห่งจักรพรรดิ การที่เกิดเหตุบ้าบอไร้คำอธิบายนี้นับว่าวังหลังมีการป้องกันหละหลวมเกินไปแล้ว

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่น้องสิบสี่”

“พี่แปด ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ แต่พวกบ่าวไพร่ในตำหนักของเสด็จแม่พากันหวาดกลัว บอกว่าเห็นภูตผีพ่ะย่ะค่ะ”

“เหลวไหล ภูตผีที่ไหนจะออกมากลางวันแสกๆ รีบเพิ่มคนออกตรวจค้นซะ” องค์ชายแปดอิ้นซื่อได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในเขตราชวังต้องห้ามด้วย การที่มีสิ่งผิดปกติซึ่งอาจทำอันตรายผู้คนได้หลุดรอดเข้ามาเช่นนั้น เขาย่อมไม่พ้นถูกตำหนิ และเขายังใช้ประโยชน์จากพระสนมเต๋อเฟยได้อยู่ “อิ้นที เจ้าไปค้นหาทางด้านนั้น ส่วนข้าจะไปทางนี้เอง”

“ทราบแล้วพี่แปด... พวกเจ้าจงคุ้มกันเสด็จแม่แล้วลากคอหญิงคนนั้นมาให้ได้”

“พ่ะย่ะค่ะ”

นาราแอบลอบมองจากที่ซ่อน จ้องหน้าองค์ชายสิบสี่ตาไม่กะพริบ ทรงพระหล่อ ทรงพระปัง ทรงพระล่ำบึ้กมาก แต่ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขาตรงข้ามกับภาพลักษณ์อย่างสิ้นเชิง องค์ชายสิบสี่อิ้นทีมีกลิ่นอายของนักรบเอ่อล้นออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ นาราจึงรู้สึกได้ทันทีว่าองค์ชายผู้นี้เคยผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนและยังเป็นนักรบแบบเต็มตัวอีกด้วย

นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่เธอทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้ง

เฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...

นาราอึกอักเมื่อเห็นเขาหยิบกล่องถุงยางอนามัยขึ้นมาพิจารณา เขาฉีกซองแล้วหยิบมันมาส่องแสงตะวันอย่างสนอกสนใจเพราะเนื้อวัสดุเหนียวแต่ทนทานมาก ของสิ่งนี้ช่างแปลกประหลาด อิ้นทีพยายามใช้ความคิดอย่างหนักร่วมกับพี่น้องอีกหลายคน ช่วยกันดูว่ามันคืออะไร?

“มันไม่ใช่ไม้ ไม่ใช่โลหะ ไม่ได้ทำมาจากหินด้วย”

“มันทำจากอาหารหรือเปล่า” องค์ชายเก้าออกความเห็น องค์ชายสิบได้ยินดังนั้นจึงหยิบเข้าปาก กุลสตรีร้องเฮ้ยเบาๆ องค์ชายเคี้ยวๆ ได้สองสามคำก็ทำตาโต บอกว่าหอมกลิ่นผลไม้มากๆ

“รสส้ม!

“ไหนให้ข้าลองบ้างสิ”

มันไม่ได้มีไว้กินโว้ย! นาราอยากจะตะโกนออกไป พวกเขาเล่นหยิบถุงยางออกมาแบ่งกันเคี้ยวเล่นแบบนี้ใครจะกล้าโผล่หน้าออกไปกันคะ?!

“ข้าไม่เคยเห็นตัวอักษรประหลาดแบบนี้มาก่อน ส่งไปให้ฝ่ายกรมการทูตตรวจสอบดูว่าตัวอักษรของชาติไหน อ่านว่าอะไร” ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่คนก็ยิ่งมากขึ้นจนแทบจะปูพรมค้นหาทุกตารางนิ้ว หญิงไทยใจคอไม่ดีเมื่อเห็นเหล่าองค์ชายทั้งหลายมารวมตัวกันราวกับวงบอยแบนด์ แต่ละคนหน้าตาดีหล่อเหลาอยู่หรอกแต่เธอไม่ได้อยากเจอตอนนี้!

นาราครางด้วยความกลุ้ม ตอนนี้มีพระสนมจากตำหนักต่างๆ รุดมาปลอบขวัญพระสนมเต๋อเฟย จากนั้นดวงตาของเธอพลันเบิกกว้างเมื่อชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเสด็จมาถึงพร้อมด้วยขบวนเกียรติยศ ท่วงท่าทุกย่างก้าวของคนผู้นี้งามสง่าและผึ่งผาย นาราสังเกตเห็นพระมาลาติดแผ่นทองคำฉลุลายล้อมด้วยไข่มุก ฉลองพระองค์หลงผาวสีเหลืองสด ปักลายมังกรห้าเล็บจำนวนเก้าตัว เข็มขัดจี๋ฝูไต้แบบกลม เป็นเข็มขัดลำลอง ซึ่งจะประดับด้วยมุกและมีกระเป๋าผ้าไหมร้อยติดไว้อย่างวิจิตร

จักรพรรดิคังซี!

องค์คังซีก็เสด็จมาต้อนรับนังหนุงหนิงด้วย! นาราแอบกรีดร้องเบาๆ โดยปกติแล้วพระองค์ทรงมีรอยยิ้มแต่งแต้มบนพระพักตร์เสมอ แต่ตอนนี้แววตาเกรี้ยวกราดระดับสิบเพราะเต๋อเฟยเป็นสนมคนสำคัญอันดับต้นๆ พระองค์จึงออกคำสั่งคนที่บังอาจล่วงเกินพระสนมมาลงโทษให้จงได้ ภายในวังจึงยิ่งโกลาหลวุ่นวายกันยกใหญ่ ทหารองครักษ์กับพวกขันทีร่างใหญ่บึ้กถือทวนควานตามพุ่มไม้ทุกตารางนิ้ว ปลายทวนแหลมคมเฉียดศีรษะเธอไปนิดเดียวเท่านั้นเอง

“จะมาทำไมกันเยอะแยะว้า...” จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะรอความช่วยเหลือที่ภูเขาจำลองเงียบๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ทุกคนในวังพร้อมใจกันคิดถึงเธอ ชุดใหญ่ไฟกะพริบเลยนังหนุงหนิง

            ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นชายท่าทางองอาจสง่างามผู้หนึ่ง แต่งกายด้วยชุดไหมต่วน ปักลวดลายทรงกลมเป็นรูปงูยักษ์สี่เล็บ คนผู้นี้มียศเป้ยเล่อ... องค์ชายแปด

ชายวัยฉกรรจ์เช่นเขาดูดีมีชาติตระกูล แววตาเป็นประกายเจิดจ้าเปี่ยมล้นด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง ใบหน้าของเขาหล่อเหลาอ่อนโยนน่าซบไหล่ไม่ใช่เล่น ถ้ามีผู้ชายหุ่นแบบนี้เบ้าหน้าแบบนี้เดินเตร็ดเตร่ในยุคของเธอ รับรองว่าโดนผู้หญิงฉุดแน่นอน

            ดวงตาคมปลาบของเขามองมาทางพุ่มไม้ที่เธอซ่อนอยู่ จ้องอยู่ไม่นานก่อนจะเรียกคนมาถาม “ทางนั้นหาแล้วหรือยัง”

            “เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            องค์ชายแปดไม่เชื่อ เขาไม่เคยเชื่อใจใครทั้งสิ้นดังนั้นจึงขยับกายตรงเข้ามาโดยที่จ้องมองพุ่มไม้เล็กๆ นั้นไม่ปล่อยเพราะสังเกตเห็นแสงระยิบระยับสะท้อนออกมา นาราตื่นตกใจและเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้แสงตะวันกำลังสาดส่อง ย่อมเกิดแสงสะท้อนจากสร้อยทอง เธอจึงรีบกุมข้อมือตัวเอง ปิดบังสร้อยข้อมือคู่กายไว้พลางนึกใช้พลอยสีเขียวพรางตัว แต่มันใช้ได้อีกเพียงสองครั้งเท่านั้นแล้วจะระเบิดตัวเอง ไม่รู้พี่แทนคุณจะติดตั้งระบบปัญญาอ่อนนี้มาทำไม งามไส้!!

            เขาเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่นารายังตัดสินใจไม่ได้

หรือว่าเธอควรจะปรากฏตัวออกไปแล้วสาดแสงจากพลอยสีแดงเพื่อแทรกซึมสมองของพวกเขาดี? แล้วถ้าพลาดล่ะ? พวกเขาจะจับเธอต้มกินเลยรึเปล่า? ปวดหัวว้อย! นาราลังเล เริ่มกลัวจนต้องยกมือขึ้นปิดปากไว้แน่น พยายามเงียบเสียงไว้ไม่งั้นตายแน่ ในขณะเดียวกันองค์ชายแปดก็กำลังตรงดิ่งเข้ามา

            “พี่แปด”

            เสียงเรียกทำให้องค์ชายชะงัก เมื่อหันกลับไปมองก็เจอองค์ชายสิบสามอิ้นเสียงประสานมือคารวะอยู่ไม่ไกล

            “ว่าไงน้องสิบสาม?”

“วันก่อนอาซ้อแปดฝากขนมมาให้ชายาของข้า นางฝากขอบคุณมาถึงท่านด้วย”

            “อืม รู้แล้ว” องค์ชายแปดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแปลกๆ ร้อยวันพันปีเขากับอิ้นเสียงไม่เคยสุงสิงกัน แล้วจู่ๆ เหตุใดชายาของเขาจึงส่งขนมให้ชายาของน้องสิบสาม เขาสั่งให้พวกนางอยู่ห่างๆ คนของฝั่งตรงข้ามไปแล้วไม่ใช่หรือ? องค์ชายแปดเก็บความสงสัยไว้ก่อนจะฉุกใจคิดขึ้นได้ รีบหันไปยังแสงประกายในพุ่มไม้นั้น แต่ทว่าพบเพียงความว่างเปล่า

            “พี่แปดคงกำลังงานยุ่ง ข้าจะลองไปช่วยตามหาคนร้ายทางด้านโน้นก็แล้วกันนะ ขอตัวก่อน” อิ้นเสียงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะเดินจากไป องค์ชายแปดรู้สึกถึงความผิดปกติแต่ยังค้นหาไม่พบว่าคืออะไร  

            ช่างน่าสงสัยเสียจริง



[1] พระสนมขั้นที่ 4 ซึ่งลำดับขั้นของสนมในสมัยชิงมีทั้งหมด 8 ขั้น ไล่จากสูงไปต่ำได้แก่ ฮองเฮา, หวงกุ้ยเฟย, กุ้ยเฟย, เฟย, ผิน, กุ้ยเหริน, ฉางไจ้, และตาอิ้ง

[2] ตำแหน่งเจ้าฟ้าชายชั้น 5 ซึ่งเป็นโอรสที่ประสูติจากนางสนม

[3] ฐานันดรศักดิ์แรกขององค์ชายที่มีพระชนม์ 13 ชันษาขึ้นไปก่อนจะเลื่อนขึ้นไปตำแหน่งอื่นๆ ตามผลงานและความสามารถ


 



พระชายาแสวงพ่าย by ตันเหมย (มณีริน)

 
วางแผงแล้วทั่วประเทศนะคะ
ราคาปก 419 จำนวน 592 หน้า
 
สั่งซื้อได้ที่เพจไลต์ ออฟ เลิฟ หรือสั่งออนไลน์จากร้านหนังสือ หรือสอยจากหน้าร้านก็ได้ 555555
v
v
 v 
มี E book แล้วนะ ลดเหลือ 369 บาท ฝากกดหัวใจให้เรตติ้งด้วยนะคะ ><
 
 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #5369 JaJah (@kincho) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 14:50
    นางอบรมการวิ่งมาหรอคะ สติไปไหนหมด เอาของออกมาจากกระเป๋าสี่มิติ แล้วใส่กลับไปไม่เป็นหรอ ต้องหอบของวิ่งจนหล่นกระจาย ไม่สมเหตุสมผลเลยิ
    #5369
    2
    • #5369-1 novasi (@chocola-novasi) (จากตอนที่ 7)
      8 มิถุนายน 2560 / 03:10
      สงสัยนางจะมีนิสัยแบบโดราเอม่อน 555+
      #5369-1
    • #5369-2 Rangsima Anne (@annerangsima) (จากตอนที่ 7)
      11 มิถุนายน 2561 / 09:20
      จริง สงสัยอยู่ว่าคนขาดสติแบบนี้ผ่านการทดสอบรับมือเหตุฉุกเฉินมาได้ไง 55555
      #5369-2
  2. #4772 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 12:15
    เกลียดอี้กุ้ยเฟย ขอให้หนิงเอ๋อร์เป็นดาวที่คอยปกป้องเต๋อเฟยน่ะค่ะ
    #4772
    0
  3. #4297 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 17:39
    ยัยแสบ
    #4297
    0
  4. #2471 rosayrai (@dollo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 11:46
    ปกติโอรสของสนมต่างแคว้นจะไม่สามารถขึ้นครองบัลลังก์ได้นี่คะหรือยุคนี้วามารถทำได้กันหรือเราเขาใจผิดไป ถ้าเข้าใจผิดไปก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ
    #2471
    0
  5. #1967 longaway (@longaway) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 16:04
    สติค่ะ สตินะค่ะ นิยาย คือนิยายโลกของนิยาย จะเป็นไปตามแต่ผู้แต่งจะบรรยาย คือการจิตนาการ อาจสอดแทรกสาระ หรือ ไม่ก็ได้ เรื่องอุปกรณ์บรรเทิงsextoy ก็เรื่องปกติไปแล้วกะคนยุคนี้ แต่ถ้าถามถึงความเหมาะสมก็อาจดูไม่ดีเพราะอยู่ในเว็ปเด็กดี ขอเข้าข้างไรต์นะค่ะว่า sextoy ที่นำมาใส่จะต้องมีเหตุและผลในการสอดแทรกความรู้
    #1967
    0
  6. #1850 cutehell (@cutehell) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 16:12
    ไรท์เป็นอะไรมากกับพวกเซ็กทอยไหมเนี่ย ใส่เข้ามาจังเลย มันไม่ได้ทำให้นิยายสนุกขึ้นเลยนะ ทำให้ดูเรื่องมันปัญญาอ่อนมากกว่า แต่งออกมาดีๆก็น่าจะตีพิมพ์ได้ ดันมาใส่เซ็กทอย ดีลโด้ ถุงยาง ไม่ทราบว่าจะสื่ออะไร ขนาดส่งคนไปแค่ดวงจันทร์ยังต้องฝึกโหด เตรียมพร้อมเยอะแยะไปหมด แต่นี้เริ่มย้อนอดีตเอานางเอกนิสัยแบบนี้มาเนี่ยนะ ส่งยานอวกาศไปแรกๆยังส่งสัตว์ไปก่อนเลย มันมีระบบขั้นตอน ไอศาสตราจารย์ไรนั้นก็เหมือนกัน มาเปลี่ยนพิกัดได้สิ้นคิดมาก เทคโนโลยีระดับนั้นจะตรวจสอบไม่ได้หลอ ของช่วยชีวิตกดได้3ครั้งก็เอามากดเล่นก่อนย้อนอดีตคือระ ของกินโยนทิ้ง แล้วพี่กับพ่อปล่อยมาได้ไง ทำไมไม่ชาจพลังงานใหม่ก่อน จะเขียนเอาฮาหรือเขียนนิยายจริงจังเพื่อส่งตีพิมพ์คิดให้มากๆ
    #1850
    3
  7. #1694 อ่านแล้ว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 14:25
    ตอนที่บรรดาองค์ชายชิมถุงยางนี่เราว่าดูแปลก ๆ นะ ขนาดจะเสวยอาหารจากครัวหลวงยังต้องใช้เข็มเงินทดสอบพิษก่อน จู่ ๆ ทำไมหยิบอะไรที่ไม่รู้แน่ด้วยซ้ำว่าเป็นของกินหรือเปล่ามาชิมนี่ ต่อให้ตั้งใจเขียนเป็นเรื่องแนว Comedy มันก็เว่อร์ไปหน่อย ที่เป็นไปได้น่าจะให้ข้ารับใช้ เช่น ขันที หรือ เอาตัวนักโทษมาลองชิมแทนดูก่อนมากกว่า ถ้าองค์ชายถึงกับจะลองชิมเองอย่างน้อยก็น่าต้องให้หมอหลวงทดสอบพิษดูก่อน ไม่ใช่หยิบใส่ปากง่าย ๆ แบบนั้นเลย
    #1694
    1
  8. #1330 เกริด้า(๐-*-๐)v (@Monkey_D_Luffy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 11:33
    โหหหห นี่คือผู้สูงศักดิ์ผู้มีเกียรติ แต่ทำไม่นางทรามจัง แล้วเหลียงเฟย ถ้าไม่เป็นที่โปรดปรานก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เป็นที่โปรดปรานด้วย ไม่เห็นจำเป็นต้องกดตัวเองให้ต่ำขนาดนี้เลย แล้วกุ้ยเฟยนั่น แทนที่จะทำตัวดีๆ ลูกตัวเองก็ไม่ใช่ ไม่กลัวโดนกำจัดรึไงยะ! เฮ้อออออ นี่พวกนางฉลาดแน่ใช่ไหมเนี่ย พวกนางยังส่งใครไปแฝงตัวได้ไม่คิดเลยเหรอว่าสายของฮ่องเต้ก็แฝงมาที่ตัวพวกนางได้อ่ะ
    #1330
    0
  9. #1029 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 17:31
    ตลกอ่ะ ชอบคะ เขียนอธิบายสนุกดี
    #1029
    0
  10. #635 ChottoMattene (@ChotoMattene) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 17:39
    ในแอพฯไม่ขึ้น
    #635
    0
  11. #340 นิยายคนไทยแต่งไปไกลถึงเว่ยป๋อ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 13:05
    เป็นนิยายที่สนุก แต่ดูเหมือนว่าผู้แต่งจะไม่รู้จักกาละเทศะมากไป ในเมื่อหยิบยกตัวละครที่มีอยู่จริง และยังเป็นคนในประวัติศาสตร์ของจีนมาเขียน แม้จะเป็นนิยายแต่ก็ไม่ควรแต่งให้ออกมาในรูปแบบนี้หรือเปล่า



    กลับกันคุณเป็นคนไทย เห็นคนต่างประเทศแต่งนิยายอ้างอิงประวัติศาสตร์ไทย เอาเจ้า...มาโลดแล่นเป็นตัวละครเด่น และในบทมีให้เคี้ยวถุงยางเล่น คุณที่เป็นคนไทยไปอ่านเจอรู้สึกยังไงคะ? สนุกเพราะมันเป็นนิยาย? ไม่หรอกค่ะ ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นไปได้ ถึงคุณจะรู้สึกอย่างนั้น แต่ยังมีคนไทยอีกมากมายที่ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นแน่ และในนิยายในเรื่องนี้ คนจีนก็เช่นกันค่ะ หากเขามาอ่านเจอ คงไม่รู้สึกยินดี



    ฝากไว้พิจารณา เพื่อพัฒนา



    "นิยาย" สามารถที่จะไร้สาระ แฟนตาซี วิทยาศาสตร์ ไม่สมเหตุสมผล แต่อย่างน้อยหากเอาคนในประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริงมาเล่น ควรให้เกียรติบ้างนะคะ อย่างที่ยกตัวอย่างไป ถ้าเป็นคนในประวัติศาสตร์ของไทยที่มีอยู่จริง เป็นตัวละครในเรื่องนี้ แล้วต้องมาแกะซองถุงยางส่องแดด จากนั้นเคี้ยวเพื่อทดสอบ คิดว่าเป็นยังไงคะ



    แต่คงไม่มีคนต่างประเทศที่ไหนนำมาเขียน...
    #340
    2
    • #340-1 พิราบโลหิต (@sutarika) (จากตอนที่ 7)
      4 เมษายน 2560 / 01:54
      คนในประวัติศาสตร์ของเขาก็คือคนในประวัติศาสตร์ค่ะ ไม่ใช่เทวดาเตะต้องไม่ได้
      โดยเฉพาะระบอบกษัตริย์ของเขาซึ่งผ่านการปฏิวัติทางวัฒนธรรมมาอย่างเข้มข้น
      เขาผ่านจุดนั้นมาแล้วและเขาก็พัฒนาไปไกลแล้ว
      ออกไปเผชิญโลกบ้างนะคะ ประเทศอื่นเขาไม่เหมือนไทยหรอกค่ะ
      #340-1
    • 5 เมษายน 2560 / 11:49
      ผมว่าคนที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวประวัติศาสตร์เลยก็คือคุณต่างหาก

      ราชวงศ์ชิง ดั้งเดิมคือพวกชนเผ่าเร่ร่อนแมนจู อารยธรรมต่ำต้อย แต่มีฝีมือและมีผู้นำที่เข้ทแข็ง ได้เข้ามาครองแผ่นดินจีนเพราะแย่งชิงมาจากราชวงศ์หมิงซึ่งเป็นจีนแท้

      คนจีนแท้ๆ ไม่มีใครเขารักนับถือพวกราชวงศ์ชิวครับ ้ขามองว่าเป็นพวกต่างชาติป่าเถื่อนเข้ามาแย่งแผ่นดินจีน แถมช่วงปลายราชวงศ์ พวกเชื้อพระวงศ์แมนจูนี่แหละที่ทำให้ประเทศจีนต้องล่มสลาย ถูกชาวตะวันตกล่าอาณานิคม โดนชาวต่างชาติปล้นสะดมประเทศจนเละตุมเละเพราะการบริหารประเทศโง่ๆของพวกแมนจู จนชาวจีนต้องลุกขึ้นปฎิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิง เปลี่ยนประเทศให้เป็นระบอบสาธารณรัฐจนถึงทุกวันนี้


      ชาวจีนแท้ไม่มีพวกคลั่งกษัตริย์ บูชากษัตริย์ เพราะประเทศจีนไม่มีกษัตริย์มานานแล้ว ยิ่งกับพวกต่างชาติที่แย่งชิงแผ่นดินจีน แถมทำให้จีนต้องตกอยู่ในความชิ..หายวายวอดขนาดนั้น คิดว่าคนจีนเขารักกษัตริย์เขาแบบประเทศไทยเหรอครับ??? ถ้าเขารักกษัตริย์จริงเขาคงไม่เขียนนิยายปู้ยีปู้ยำประวัติศาสตร์ชาติตัวเองกันแพร่หลายในยุคปัจจุบันนี้หรอก

      แหกตาดูบริบทโลกครับ อย่าเอาประเทศตัวเอง หรือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล
      #340-2
  12. #281 Bubbxz (@Geminillz05) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 13:55
    เกลียดการเคี้ยวดูเรคของพวกนาง โอ้ยยย5555555555
    #281
    0
  13. วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:11
    องค์ชายแปดช่างไม่เจียมตัวเลย
    #269
    0
  14. #223 ัyukihana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 20:36
    มารดาองค์ชายแปดเอาแต่โทษความต่ำต้อยของตัวเองแต่ที่น่าจะโทษที่สุดคือความทะเยอทะยานขององค์ชายแปดที่อยากได้บังลังก์ เคยร่วมทำชั่วกันสักครั้งก็คงมีครั้งต่อไปเรื่อยๆล่ะนะ เว้นแต่กลายเป็นแพะหรือเหยื่อซะเอง

    #223
    0
  15. วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 11:57
    พ่อนางเอกนี่กลัวลูก อดอยากมากกกกก 55555
    #64
    0
  16. #43 fonkk (@fonfanfan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 00:05
    รอค่าา สนุกมาก
    #43
    0
  17. #42 gooooot (@lylelylelylelyle) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 17:16
    รอคค่าา
    #42
    0
  18. #41 Jellato98 (@Jellato98) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 16:08
    หลบวนไปค่ะ 55555555 ใครจะเจอนางเอกเป็นคนแรก~ รออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆ
    #41
    0
  19. #40 poosurat (@poosurat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 21:26
    มาต่อไวๆนะค่ะ ชอบๆ
    #40
    0
  20. #39 thip16151 (@thip16151) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 21:11
    ดีต่อใจสองตอน รอรอค่ะ
    #39
    0
  21. #38 จรรยา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 20:19
    รอจร้า
    #38
    0