คัดลอกลิงก์เเล้ว

Shot Fic Yaoi เทศกาลปีใหม่ (ZoSan)

โดย dekdojin

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่ความรู้สึกเหล่านี้มันก่อตัวขึ้นมา จนเอ่อล้นออกมาจากหัวใจของพวกเรา...

ยอดวิวรวม

2,743

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


2,743

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


38
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ม.ค. 57 / 21:53 น.
นิยาย Shot Fic Yaoi ȡŻ (ZoSan) Shot Fic Yaoi เทศกาลปีใหม่ (ZoSan) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


 

... Sample ...



 


10

9

8

 

7


 

 

        

 

 6

 

                ...หน้าของพวกเราเริ่มใกล้กันเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่เริ่มเข้ามาปะทะหน้าซึ่งกันและกัน

...อยู่ดีๆความกล้าเมื่อกี้ของผมมันก็หายวับไป จึงได้แต่กลับไปก้มหน้างุดเช่นเดิม


 

 

5

4

3

2

1

Happy New Year !!!





 

 

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ม.ค. 57 / 21:53




....Shot Fiction Yaoi at New Year...

...ZoSan...

 

 

 





 

 

ออด... ...

 

                ผม เอื้อมมือกดออดหน้าบ้านสีน้ำตาลเล็กๆหลังหนึ่ง เพื่อเป็นสัญญาณตามปกติ เมื่อมีจดหมายต้องมาส่งให้กับเขา ผมยืนรอผู้รับได้เพียงไม่นาน ประตูไม้บานนั้นก็เปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดธรรมดายามอยู่บ้าน

 

“มีจดหมายมาส่งครับ” ผมพูดขึ้น พร้อมกับยื่นจดหมายซองสีชมพูในมือนี้ให้กับเขา

 

“ขอบใจนะ” หลังจากที่เขารับซองจดหมายนั่นจากมือของผมแล้ว ก็ก้มหน้าลงมาเซ็นรับเอกสารเช่นเดิมเหมือนดังปกติ

 

“ขอบคุณ ที่ใช้บริการครับ” ผมโค้งตัวลงเล็กน้อยเป็นมารยาทเมื่อทำการส่งมอบจดหมายเรียบร้อย พลางเดินช้าๆกลับไปยังรถจักรยานคันโปรด เพื่อนร่วมทางในการส่งจดหมาย

 

“....” หลังจากที่เดินมาถึงจักรยาน ผมก็แกล้งทำเป็นจัดกองจดหมาย จัดเอกสารต่างๆ แต่ว่าตากลับจ้องมองแต่ผู้ชายคนเมื่อกี้อยู่ท่าเดียว จนเมื่อเห็นเขาคนนั้นปิดประตูไปเรียบร้อย ผมจึงตัดสินใจขึ้นจักรยานและปั่นมันออกไป เพื่อส่งจดหมายให้กับบ้านหลังถัดไป

 

 

 

 

 

 

 

                ...เรื่อง มันเริ่มขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน ผมที่เป็นนักเรียนม.ปลายธรรมดา ก็เกิดความคิดที่อยากจะทำงานพิเศษขึ้นมาเพื่อเป็นการแก้เบื่อในช่วงปิดเทอม อีกทั้งยังได้เงินมาซื้อของที่ชอบอีกด้วย พอดีกับที่เพื่อนตาแก่มาแนะนำงานนี้ให้พอดี เพราะสาขาไปรษณีย์ของเขากำลังขาดคนส่งเอกสารในเขตนี้ ผมเองก็ไม่คิดจะปฏิเสธแต่อย่างใดเช่นกัน จึงได้ตอบตกลงไปทันที

 

 

                ผม คิดว่าชีวิตของผมก็คงจะผ่านไปวันๆเช่นเดิม ถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นทำงานพิเศษก็ตาม มันก็คงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากน้อยไปกว่านี้ หากแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน ชีวิตของผมก็ได้พบเจอกับสิ่งพิเศษซะแล้ว...

 

 

 

 

 

สองเดือนก่อน...

 

 

 

 

 

“มาส่งจดหมายครับ!” ผมตะโกนขึ้นบริเวณหน้าบ้านหลังนั้น หลังจากที่ยืนจดๆจ้องๆบริเวณนั้นได้ประมาณห้านาที ก็ยังหาปุ่มกดออดไม่เจอ ...ไม่มีรึไง? เมื่อคิดดังนั้นผมเลยตัดสินใจตะโกนขึ้นอีกรอบ เผื่อว่าคนในบ้านจะได้ยิน

 

“มา แล้วๆ” แต่ก่อนที่จะได้ตะโกน ก็มีเสียงหนึ่งทักดังออกมาจากบ้านหลังนั้นซะก่อน จากนั้นประตูก็เปิดขึ้น พร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่โผล่ออกมาด้วยสภาพเปียกโชกพร้อมกับผ้าขนหนูผูกเอว ไว้เพียงผืนเดียว ท่าทางเหมือนพึ่งออกมาจากห้องน้ำ เพราะงั้นเลยออกมาช้าสินะ

 

“เอ่อ...” ...หวา หมอนี่หล่อชะมัดเลย!? แต่งตัวแบบนี้มันเซอร์วิสกันชัดๆ!!

 

                ผมจ้องหมอนั่นไม่วางตา พลางสายตาก็เลื่อนลงมายังแผงอกแกร่งนั่น และไล่ลงมายังผ้าขนหนูสีขาว...  เห้ย!? เดี๋ยวสิ ทำไมชั้นต้องมาชื่นชมผู้ชายด้วยกันด้วยฟะ!?

 

 

 

“มีจดหมายมาส่งครับ!” ผมตะโกนขึ้นมาอีกรอบ เพื่อให้เสียงตัวเองมันไล่ความคิดแปลกๆเมื่อครู่นี้ออกจากหัว พลางบังคับสายตาตัวเองให้มันจดจ้องแค่เพียงใบหน้าของผู้ชายคนนั้น

 

“อ่า ขอบใจนะ” ผู้ชายคนนั้นเดินมาหาผม พร้อมกับเช็ดผมตัวเองไปพลาง แล้วเอื้อมมือมารับจดหมายที่ผมกำลังยื่นให้

 

“เซ็น รับเอกสารตรงนี้ครับ” ว่าจบ ผมก็เอ่ยปากกับเขาอีกครั้ง พร้อมกับยื่นเอกสารและปากกาให้เพื่อความสะดวก และเมื่อเขาเซ็นเอกสารเรียบร้อย ผมก็เตรียมตัวที่จะเดินออกไปทันที หากแต่เขาก็ทักผมซะก่อน

 

“ชั้น ไม่ได้ยินเสียงกริ่งเลยออกมาช้าน่ะ กริ่งอยู่ตรงนี้นะ” ดูเหมือนผู้ชายคนนั้นจะรู้ว่าผมหากริ่งไม่เจอจึงไม่ได้กดมัน ดังนั้นเขาจึงบอกกับผม พร้อมกับใช้มือปัดกิ่งไม้รกรังบริเวณกริ่งออก เพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น

 

“เข้าใจ แล้วครับ” ผมพยักหน้า ตกลง แล้วหมุนตัวกลับออกไปอีกรอบ หากแต่ก่อนจะปั่นจักรยานออกไป สายตาของผมมันก็ยังจับจ้องที่เขาอยู่ไม่วางตา...

 

 

 

 

                จนเมื่อผมส่งจดหมายทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ก็กลับมาที่บ้าน  พลาง แกะห่อขนมออก และนอนดูทีวีตามกิจวัตรปกติของเด็กปิดเทอม ...น่าแปลก ทั้งๆที่รายการทีวีก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ในอกของผมมันกลับรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ มันรู้สึกเหมือนกำลังตื้นตันอะไรสักอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างเช่นกัน ผมเอื้อมมือหยิบรีโมต และปิดทีวีลง จากนั้นก็ได้แต่นอนกลิ้งอยู่บนที่นอน นึกถึงเรื่องต่างๆที่ผมได้พบเจอในวันนี้ การส่งจดหมายมันก็สนุกดี ได้พบกับใครหลายต่อหลายคน มากหน้าหลายตา หากแต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่ยังติดตาของผมไม่ลืม ราวกับกำลังต้องเสน่ห์อะไรบางอย่าง ผู้ชายผมสีเขียวคนนั้น....เขาจะมีแฟนรึยังนะ?

 

“.....”

 

                ทำไมเราต้องนึกถึงผู้ชายคนนั้นด้วยนะ...

                ทำไมต้องสงสัย ทำไมถึงอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเขากัน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                จนถึงวันนี้ มันก็ประมาณสองเดือนมาแล้วที่ผมทำงานพิเศษโดยการส่งจดหมาย ที่สำคัญเป็นเพราะเขา ผมจึงตัดสินใจที่จะทำงานนี้ต่อในวันเสาร์-อาทิตย์ แม้มันจะเปิดเทอมแล้วก็ตาม นับดูคร่าวๆผมก็ส่งจดหมายให้กับผู้ชายคนนั้นได้ประมาณ20ฉบับแล้ว หากแต่พวกเราก็ยังไม่เคยพูดคุยเรื่องอื่นกัน นอกจากรับส่งจดหมายเท่านั้นเอง

 

                นิโค โรบิน... คนนี้เป็นคนที่ส่งจดหมายให้กับเขาอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ส่งเอกสารผมมักจะอ่านชื่อผู้ส่งอยู่ทุกครั้ง และชื่อของเธอก็มักจะปรากฏอยู่ทุกครั้ง จนทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอกับเขามีความสัมพันธ์กันแบบไหน ไม่ใช่ว่าผมจะสนอกสนใจเรื่องราวของทุกๆคนหรอกนะ ผมสนใจแค่เรื่องของผู้ชายคนนั้นเท่านั้นแหละ ...เรื่องของโรโรโนอา โซโล

 

                ...แรกๆ ก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมตัวเองถึงต้องหยุดมองบ้านหลังนั้นอยู่ทุกวันที่ไปส่งจดหมาย ทั้งๆที่วันนั้นอาจไม่มีจดหมายของเขา สงสัยว่าทำไมต้องอ่านชื่อผู้ที่ส่งจดหมายให้เขาทุกครั้ง สงสัยว่าเขาจะทำงานแบบไหน มีแฟนรึยัง หรือแม้แต่เขาจะชอบดูหนังแนวไหนกัน  ....และก็สงสัย ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผมเข้าใจความรู้สึกนี้...

 

 

 

                ...ความรู้สึกของการแอบรัก

 

 

 

                จริงๆ แล้วผมชอบผู้หญิงนะ ถึงแม้จะไม่เคยชอบใครจริงๆจังๆก็เถอะ หากแต่ผู้ชายคนนี้กลับเป็นคนพิเศษที่ผมรู้สึกดีด้วยขนาดนี้ ผมเคยตัดสินใจเขียนจดหมายให้กับเขา หากแต่สุดท้ายแล้ว มันก็ไม่ได้ถูกส่งออกไป ...จะทำไงได้ล่ะ ในเมื่อเราต่างก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ อีกอย่างหากเขารังเกียจผมขึ้นมาละก็ ผมคงไม่กล้าไปส่งจดหมายที่บ้านหลังนั้นอีกเป็นแน่

 

 

 

 

               

 

                ….

 

 

 

                ....จน ถึงตอนนี้ผมก็จำไม่ได้แล้ว ว่าได้ไปส่งจดหมายให้กับเขากี่ครั้งกัน แต่ดูท่าความสัมพันธ์ของผมกับเขามันคงไม่มีวันเดินหน้าแน่ๆ แม้แต่คำว่าเพื่อนก็อาจจะไม่มีทางเกิดขึ้น หากผมไม่ได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง ผมจึงตัดสินใจที่จะเปิดปากคุยกับเขาจริงๆสักครั้ง

 

                ...มาดูๆแล้ว นี่มันก็ใกล้วันปีใหม่ ...ถ้าอย่างนั้นถือโอกาสนี้หาเรื่องคุยกับเขาก็แล้วกัน...

 

 

 

 

 

 

 

 

                ….

 

 

 

 

 

“สวัสดีปีใหม่ครับ” ผมเอ่ยทักทายทันที ที่เห็นเขาเปิดประตูออกมา หลังจากกดกริ่งข้างประตูได้เพียงไม่นาน

 

“...สวัสดีปีใหม่” เขามองหน้าผมแบบงงๆอยู่แปปนึง ก่อนจะทักทายผมเหมือนกัน เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงยื่นกล่องของขวัญให้กับเขาทันที

 

“ของขวัญวันปีใหม่ครับ คุกกี้นี่ผมอบเอง รับรองว่าอร่อยแน่นอน” ผมพูดรวดเดียวจบ ถึงแม้มันจะเป็นแค่ประโยคสั้นๆ แต่กว่าจะพูดมันจบ หัวใจของผมมันก็เต้นราวกับว่าจะหลุดออกมาอยู่แล้ว

 

“ขอบใจ มากนะ” เขารับคุกกี้ของผมเสร็จ ก็เปิดฝากล่องออก ก่อนจะเอื้อมมือลงไปหยิบคุกกี้ขึ้นมากินทันทีหนึ่งชิ้น ผมที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ก้มหน้างุดอยู่ท่าเดียว ถึงจะอยากมองหน้าคุยกับเขาตรงๆก็เถอะ แต่มันเขินนี่นา...

 

 

                ...ไม่ได้อยากทำตัวเหมือนสาวน้อยแอ๊บแบ๊วที่แอบรักรุ่นพี่หรอกนะ

               

                แต่มันเงยหน้ามองเขาไม่ไหวจริงๆ แค่นี้หน้ามันก็ดูเหมือนจะร้อนขึ้นมาหน่อยๆแล้ว

 

 

 

“ทำไมถึงทำคุกกี้มาให้ชั้นล่ะ หรือเป็นบริการจากร้านไปรษณีย์” หลังจากที่กินคุกกี้ชิ้นนั้นหมดไป เขาก็พยักหน้าเล็กน้อย พลางถามคำถาม

 

“ไม่ใช่ครับ คือ...ผมอบมาให้คุณคนเดียว” ผมรีบตอบเขาทันควัน ก่อนจะคิดกับตัวเองว่าการทำแบบนี้มันแสดงออกโจ่งแจ้งไปรึเปล่า...

 

“...ถ้าอย่างนั้น อยากเข้ามาในบ้านชั้นก่อนมั้ย” เขาเอ่ยถามกับผม จนผมเกือบจะหลุดปากตอบตกลงออกไป แต่ก็ต้องห้ามใจตัวเองไว้ก่อน

 

“อ๊ะ คือผมยังส่งจดหมายไม่เสร็จน่ะครับ” ผมบอกปัดออกไปด้วยความเสียดายสุดๆ  แต่อีกใจก็กระวนกระวายไม่หยุด กลัวว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกรึเปล่า ...โอกาสที่จะได้เข้าไปในบ้านของเขา

 

“นายเลิกงานกี่โมงล่ะ” เขาโน้มตัวลงมาหาผมเล็กน้อย จนผมแอบสะดุ้งไม่ได้ ก่อนจะปรับท่าทางให้เป็นปกติที่สุดแล้วตอบออกไป

 

“ประมาณเที่ยงน่ะครับ ผมส่งจดหมายแค่รอบเช้า”

 

“งั้นหลังจากนั้นก็ว่างสินะ มาฉลองวันปีใหม่ด้วยกันมั้ย ...ซันจิคุง” เขาเอ่ยชวนผม จนเมื่อจบประโยคก็เอื้อมมือมาจับแถบชื่อของผมที่กลัดไว้ตรงอกเสื้อ ก่อนจะเอ่ยชื่อจริงของผมออกมา

 

“คะ.ครับ!” ผมตอบตกลงทันที พลางยืนตัวแข็งเพราะอาการเขิน จนร่างสูงข้างหน้าผมเผยอยิ้มออกมาเล็กน้อย...

 

 

                ...ไม่รู้ว่าผมคิดไปเอง หรือเพราะผมไม่ได้มองหน้าเขาชัดๆ แต่ผมรู้สึกเหมือนรอยยิ้มของเขามันเจ้าเล่ห์หน่อยๆยังไงไม่รู้สิ?

 

 

“ถ้าอย่างนั้น ชั้นจะรอนะ ซันจิ” เขาเอ่ยปากกับผมอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป แล้วปิดประตูบานนั้นลง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

18.00

 

 

 

“อ๊ากกก ตาแก่บ้าดันใช้ให้ไปทำธุระอีก เขายังจะรอเราอยู่มั้ยนะ” ผมหายใจหอบเล็กน้อย เมื่อกำลังปั่นจักรยานด้วยความเร็วสูง เพื่อเดินทางไปยังบ้านของผู้ชายที่ชื่อโรโรโนอา พลางบ่นตลอดทางถึงตาแก่ที่ใช้ให้เขาไปทำธุระจุกจิก จนทำให้เขาเลิกงานช้ากว่าปกติแต่ ก็ช่างเถอะ ยังไงวันนี้ก็เป็นวันดี แถมเรายังได้เราคำชวนจากคนที่ชอบอีกต่างหาก ไปถึงบ้านเขาแล้วจะมีอะไรให้ทำบ้างนะ ...จะชวนเขาคุยอะไรดี อ๊าาา...คิดไม่ออก

“...เขินชะมัดเลย!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ขอโทษที่มารบกวนครับ” ผมเอ่ยขึ้นอย่างเป็นมารยาท หลังจากที่เข้าบ้านของเขาได้เพียงไม่กี่ก้าว

 

“ไม่ ต้องเกรงใจนะ นายมาได้จังหวะพอดีเลย มาช่วยชั้นทำเค้กหน่อยสิ” ราวกับว่าเขาจะดูออกว่าผมเองก็เกร็งๆอยู่ไม่น้อย จึงยิ้มขึ้นมาพลางพูดคุยเรื่องต่างๆนานากับผม เพื่อไม่ให้เกร็งจนเกินไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เฮ้ โรบิน มีคนมาช่วยแล้วหละ” เขาขึ้นเสียงเล็กน้อย เพื่อให้คนที่อยู่ในครัวได้ยินเสียงของเขา เพียงไม่นานคนแปลกหน้าอีกคนในบ้านของเขาก็เดินเข้ามาหาพวกเราพลางกล่าว ทักทาย

 

“สวัสดีจ้ะ ชั้นชื่อนิโค โรบิน เรียกว่าโรบินก็ได้จ้ะ ไม่ต้องเกรงใจ” ผู้หญิงคนนี้ยิ้มหวานให้กับผมหลังจากที่แนะนำตัวเสร็จ

 

“สวัสดีครับ ผมซันจิครับ” ผมก้มตัวลงสวัสดีคนแกกว่าอย่างมีมารยาท พลางจ้องคุณโรบินตลอดเวลา

 

                 ...นิโค โรบิน คนที่ส่งจดหมายให้คุณโซโลบ่อยๆนี่นา  ทำไม ถึงมาอยู่ที่บ้านเขาได้กันนะ ว่าแต่สวยจังเลยแหะ ดูเป็นผู้ใหญ่ น่าจะอายุเท่าๆกับคุณโซโลละมั้ง ...แล้วเขาเป็นอะไรกับคุณโซโลกันนะ ...แฟน? หรือเพื่อน?

 

 

 

 

 

“ซันจิ นายทำเค้กเป็นใช่รึเปล่า” ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรบางอย่าง เสียงของเขาก็แทรกเข้ามากลางความคิดของผม จนผมต้องหันไปมองด้วย

 

“ครับ”

 

“ดีเลย คุกกี้ของนายอร่อย ชั้นเลยว่านายน่าจะทำเป็นอย่างอื่นนอกจากคุกกี้เป็นแน่ๆ ถ้ายังไงช่วยโรบินด้วยละกันนะ ชั้นจะไปจัดของซะหน่อย” เขายิ้มให้ผมเล็กน้อย พร้อมกับเอื้อมมือมาลูบผมก่อนจะเดินออกไปจากห้องครัว ทิ้งผมให้คอยอยู่ช่วยงงานของคุณโรบิน

 

 

 

 

 

“ทำตัวตามสบายนะ” ผมที่หันกลับไปหาคุณโรบินก็ได้รับรอยยิ้มและถ้อยคำอ่อนโยนจากคนตรงหน้า

 

“อ่า ครับ” ...ใจดีจังเลยแหะ ถ้าคุณโรบินเป็นแฟนเขาจริงๆละก็ เราก็คงจะขอยอมแพ้ ผู้หญิงที่ทั้งสวย ทั้งใจดีขนาดนี้ ...ผมคงแพ้ตั้งแต่ยังไม่นับหนึ่งแล้วหละ

 

 

                ใน ขณะที่กำลังคิดเรื่องนี้ ผมก็ปิดตาลงพร้อมกับสะบัดหัวของตัวเองเพื่อไล่ความคิดซึมเศร้าเหล่านั้นออก ไป ...ที่เรามาที่นี่ไม่ใช่จะมาขอเขาเป็นแฟนสักหน่อย ไม่ได้จะมาสู้กับใคร ก็แค่มาตามคำชวนของเขาเท่านั้น แค่ได้ฉลองวันปีใหม่กับเขาก็มีความสุขมากพอแล้ว ยังไงซะเราก็เป็นผู้ชาย อย่าหวังอะไรไปมากกว่านี้เลย...

 

 

 

“ให้ผมช่วยอะไรดีครับ คุณโรบิน”

 

“อืม... ชั้นว่าชั้นเป็นลูกมือให้เธอดีกว่านะ” โรบินยิ้ม พร้อมกับส่งชามในมือให้กับซันจิ แล้วตัวเองก็คอยหยิบวัตถุดิบต่างๆและเครื่องมือให้กับซันจิแทน ในระหว่างนั้นเองทั้งสองคนก็พูดคุยเรื่องๆเพื่อทำความสนิทสนมซึ่งกันและกัน

 

 

 

 

 

“ซันจิคุงรู้จักกับโซโลได้ยังไงหรอ”

 

“ผมทำงานพิเศษเป็นคนส่งจดหมายในเขตนี้น่ะครับ ก็เลยส่งจดหมายให้เขาอยู่บ่อยๆ”

 

“อย่างนั้นเองหรอ รู้รึเปล่าว่าเขาชอบเขียนเรื่องของเธอในจดหมายอยู่บ่อยๆน่ะ”

 

“เอ๊ะ จริงหรอครับ” เมื่อได้ยินดังนั้น ผมก็เงยหน้าขึ้น พลางจ้องมองคุณโรบินไม่ว่างตา เพื่อดูท่าคำพูดของเธอที่บอกออกมาเมื่อกี้ ไม่ได้โกหก

 

“จริงสิจ๊ะ จะโกหกทำไมกัน”

 

“เอ่อ.. ผมขอถามคุณโรบินอย่างนึงได้มั้ยครับ” ผมเอ่ยเสียงค่อย รอฟังคำอนุญาติจากปากของคนตรงหน้า

 

“ได้จ้ะ ถามมาได้เลย” คุณโรบินยิ้มน้อยๆ เป็นการตอบตกลง

 

“คุณโร บินเป็นอะไรกับคุณโซโลหรอครับ ...คือว่าผมเห็นคุณส่งจดหมายมาบ่อยๆ ..เอ่อ นี่มันเรื่องส่วนตัวนี่นะ ไม่ต้องตอบก็ได้นะครับ” หลังจากที่พูดจบ ผมก็ก้มหน้างุดตีแป้งเค้กในชามต่อไป โดยลึกๆก็หวังจะได้ยินคำว่า...เพื่อน ออกจากปากของคุณโรบิน

 

“...ชั้นกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น” โรบินนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตอบคำถามซันจิออกมา และเมื่อซันจิได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นต่อ ทำให้โรบินรีบพูดประโยคต่อไปทันที

“ที่เขียนจดหมายหากันบ่อยๆก็เพราะคุยกันเรื่องแฟนเก่าโซโลเขาน่ะ”

 

“เอ๊ะ?

 

“คงจะ แปลกใจสินะ ว่าทำไมหัวข้อในจดหมายถึงเป็นเรื่องนี้ได้ ...ชั้น โซโล และนามิเคยเรียนมหาลัยที่เดียวกันมาก่อน ในระหว่างนั้นโซโลกับนามิก็ตกลงเป็นแฟนกัน แต่พอพวกเขาเลิกรากันไป โซโลก็กลับคิดว่าที่ถูกนามิบอกเลิกนั้นเป็นเพราะตัวเองดูแลนามิไม่ดีพอ และถึงตอนนี้ก็ยังเป็นห่วงอยู่เสมอว่านามิกำลังเป็นยังไงบ้าง ถึงได้ส่งจดหมายคอยถามชั้นอยู่บ่อยๆ ดูเหมือนนามิก็พอจะรู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่โซโลก็กลัวนามิจะรู้เนื้อหาที่เราคุยๆกัน ก็เลยส่งจดหมายแทนการส่งเมลหรือข้อความทางโทรศัพท์ ...”

 

“...ทำไมถึงเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังละครับ” ซันจิเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่โรบินเริ่มนิ่งเงียบ

 

“ก็ เพราะโซโลคงจะไม่เล่าให้เธอฟังแน่ๆยังไงล่ะ” ว่าจบ โรบินก็ยิ้มให้ซันจิอีกครั้งราวกับเป็นการตัดบท เพื่อไม่ให้ซันจิถามอะไรอีก ...และมันก็จริง เพราะเมื่อซันจิเริ่มสงสัยและซักถามโรบินอีกครั้ง เธอก็ไม่ยอมตอบอะไรออกมาอีก

 

“เรื่อง นี้ไม่เกี่ยวกับนายหรอก ซันจิ” อยู่ดีๆโซโลก็เดินออกมาจากข้างหลังซันจิ จนเจ้าตัวสะดุ้ง ..ไม่รู้ว่าโซโลมายืนฟังพวกเขาคุยกันตั้งแต่ตอนไหน..

“...ไม่ รู้ว่าก่อนว่าเธอเป็นประเภทพูดมากน่ะ โรบิน” ดูเหมือนโซโลเริ่มจะกดเสียงเล็กน้อย พ้อมกับอารมณ์ขุ่นมัวเนื่องจากโรบินไปเล่าเรื่องส่วนตัวของเขาให้กับคนอื่น ฟัง

 

“ฮึๆ เพราะชั้นรู้ว่าเธอคงจะไม่เล่าให้เขาฟังแน่นอนไงล่ะ อีกอย่างถ้าไม่บอกซะตั้งแต่ตอนนี้ ต่อไปมันอาจจะมีปัญหาได้นะ”

 

“เรื่องแบบนี้ชั้นจัดการเองได้”

 

“จริงหรอ? ถ้าจัดการได้ นายก็คงจะไม่เลิกกับนามิหรอกนะ”

 

“....” ดูเหมือนโซโลจะนิ่งเงียบไป เพราะรู้ว่าสิ่งที่โรบินพูดออกมาเมื่อสักครู่นี้มันเป็นความจริง ดังนั้นการเงียบึงเป็นเป็นการหยุดบทสนทนาที่ดีที่สุด และการที่นิ่งเงียบไปเฉยๆก็ยิ่งทำให้ข้อสงสัยของซันจิมันเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ถ้างั้นชั้นกลับก่อนละนะ ซันจิคุง โซโล”

 

“ไม่อยู่ฉลองด้วยกันหรอครับ” ผมเอ่ยถามขึ้น

 

“ชั้นสัญญาว่าจะกลับไปฉลองกับนามิน่ะ พวกเธอฉลองด้วยกันสองคนเถอะนะ”

 

“ถ้าอย่างนั้น เดินทางดีๆนะครับ คุณโรบิน” ว่าจบ ผมก็โบกมือให้กับคุณโรบินที่กำลังส่งยิ้มมาให้กับพวกเราสองคน

 

“วันนี้ขอบใจนะ” ….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อ้า... อิ่มตื้อเลย” โซโลว่าขึ้น พร้อมกับเอนหลังลงพิงโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากที่เขาและซันจิพึ่งจัดการสวาปามอาหารวันปีใหม่ตรงหน้าทั้งหมดลง และเตรียมตัวที่จะนับถอยหลังสู่ปีใหม่

 

“อิ่มก็ ดีแล้วหละครับ” ผมยิ้มขึ้น พลางลุกขึ้นเก็บจานชามตรงหน้าซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบและเตรียมที่จะยกไป เก็บในครัว แต่โซโลก็ลุกขึ้นมาห้ามไว้ซะก่อน

 

“ไม่ ต้องทำหรอก ทิ้งไว้อย่างนี้แหละ มารอนับถอยหลังกันดีกว่านะ” ร่างสูงว่าพลางเอื้อมมือมาคว้ามือเล็กของซันจิเป็นการห้าม และพามานั่งที่โซฟาเช่นเดิม

 

“อ่า งั้นก็ได้ครับ” ผมก้มลงมองมือของตนเองที่กำลังถูกกุมอยู่โดยคนที่นั่งข้างๆตน ...เขาจะรู้ตัวรึเปล่านะว่ากำลังจับมือของเราอยู่

 

                ถึง แม้บรรยากาศคึกคักจากงานเทศกาลที่กำลังถ่ายทอดทางทีวีจะเสียงดังขนาดไหนก็ ตาม แต่ในเวลานี้ราวกับว่าเสียงหัวใจของเขามันจะดังยิ่งกว่า มันดังจนกลบบรรยากาศรอบตัวไปหมด ไม่ว่าจะเสียงพลุที่จุดต่อเนื่องกันเป็นสิบชุด เสียงร้องเฮที่ดังออกมาจากทีวี ในเวลานี้มันกลับฟังดูตื้อไปหมด เพียงเพราะถูกคนข้างๆจับมือเอาไว้ เพียงแค่นั้น...



 

 

 

                10

 

 

                ใน ขณะที่ผมได้แต่มองด้านข้างของคนที่แอบชอบอยู่ข้างตัว อยู่ดีๆคนตรงหน้าก็หันหน้ามาหาผมจนเกือบจะหันหน้าหนี ...แต่ไม่รู้ว่าทำไม ครั้งนี้ผมกลับกล้าที่จะมองหน้าเขากลับไปตรงๆโดยไม่หลบสายตา

 

                9

 

                มือ อีกข้างของคนตรงหน้ายกสูงขึ้นเรื่อยๆ พลางยกขึ้นมาจับแก้มของผมอย่างแผ่วเบา ถึงแม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่เล็กน้อย แต่ผมก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เพราะกลัวว่าเขาจะชักมือนี้กลับออกไป...

 

                8

 

                มืออีกข้างของเขากุมมือผมแน่นขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าเป็นสัญญาณขออะไรบางอย่าง ..หรือจะเป็นการบอกว่ากำลังจะทำอะไรบางอย่างอยู่กันนะ



 

 

        

       
7

 
 

                มือ หนาที่กำลังจับแก้มของผม ก็เลื่อนออกไปลูบไล้เส้นผมสีทองไปมา พลางค่อยๆเลื่อนไปยังท้ายทอย และดันมันเข้ามาหา ทำให้หน้าของพวกเราสองคนใกล้กันขึ้นเรื่อยๆ

 

                6

 

                ...หน้า ของพวกเราเริ่มใกล้กันเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่เริ่มเข้ามาปะทะหน้าซึ่งกันและกัน ...อยู่ดีๆความกล้าเมื่อกี้ของผมมันก็หายวับไป จึงได้แต่กลับไปก้มหน้างุดเช่นเดิม

 

                5

 

                หากแต่เขาก็ปล่อยมือที่กำลังกุมอยู่ออก และยกมันขึ้นมาเชิดคางของผมขึ้น เพื่อให้สายตาของเราได้สบกันตรงๆ

 

                4

 

                เสน่ห์บางอย่างของเขากำลังทำให้ผมหลงใหล จนไม่สามารถขัดขืนอะไรได้

 

                3

 

                ผมหายใจเข้าลึกๆ พลันรวบรวมความกล้าสบตาคนตรงหน้า ก่อนที่จะเห็นว่าใบหน้าของเรามันใกล้กันจนไม่สามารถเห็นสิ่งที่อยู่รอบๆได้อีก

 

                2

 

                ราว กับว่าเขากำลังขออนุญาติบางอย่างจากผม เมื่อริมฝีปากของเราแตะกันเบาๆ และผมก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพียงแค่ปิดเปลืองตาลงและเตรียมตัวรับสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวผม

 

                1

 

                ใน ที่สุดเขาก็ก้มลงจูบริมฝีปากบางของผมอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยเลียริมฝีปากของผมครั้งหนึ่ง แล้วใช้ลิ้นร้อนของเขาเข้ามาเก็บเกี่ยวความหวานกลับไปอย่างพึงพอใจ

 

                Happy New Year !!!

 

                เสียงจ้อกแจ้กจากทีวีเครื่องเดิมยังคงดังอยู่ตลอดเวลา หากแต่ผมกลับได้ยินเพียงหอบหายใจของตัวผมและเขาเท่านั้น

 

                แต่ แล้ว...ราวกับว่าเขาพึ่งรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ อยู่ดีๆริมฝีปากหนาก็ถอนรสจูบหวานเมื่อครู่ ก่อนที่เขาจะหันหน้าหนีผม แล้วพูดอะไรบางอย่างออกมา

 

“...ขอโทษนะ”  ...ขอโทษทำไม

 

“ชั้นคงจะ...ดื่มมากไปหน่อย” เพียงเพราะเหตุผลแค่นี้

 

“เมื่อกี้นี้ เอ่อ...” ถึงกับจูบผู้ชายเลยรึไง...

 

 

 

“...เป็นเพราะ ยังลืมคนคนนั้นไม่ได้หรอครับ”  ...แฟนเก่าของคุณ

 

“อะไรนะ” ในที่สุด เขาก็หันกลับมามองผมสักที

 

“ที่คุณไม่ยอมรับผมเป็นเพราะ...แฟนเก่าของคุณใช่มั้ย” ผมสบตากับเขาตรงๆ พร้อมกับถามมันออกไปเพื่อรอฟังคำตอบ

 

“...มันไม่เกี่ยวกับการที่ชั้นจูบนายหรอก”

 

“การที่ คุณเลี่ยงไม่ตอบคำถามของผม ..มันก็แสดงให้เห็นชัดแล้วว่าเรื่องแฟนเก่าของคุณมันเกี่ยวเต็มๆ ...ถ้าคุณ..ยังลืมแฟนเก่าของคุณไม่ได้ แล้วคุณจะมาจูบผมทำไม!” ผมลุกขึ้น พลางตะโกนความรู้สึกของตนเองออกไป ...นึกแล้วเชียว การตะโกนมันออกไปทำให้ความจุกในอกนี้มันลดน้อยลงได้ แม้จะเพียงน้อยนิดก็ยังดี

“หรือ เป็นเพราะ...คุณดูออกใช่มั้ยล่ะ ว่าผมชอบคุณ ...คุณถึงได้ปั่นหัวผมเล่น คงจะขยะแขยงสินะ ถึงได้แกล้งกันแรงถึงขนาดนี้ ผม...ผม...” ...และแล้วน้ำตาของผมมันก็ไหลออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขอบตาทั้งสองข้างมันร้อนผ่าวไปหมด ไม่ว่าจะใช้มือปัดมันออกกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก็ยังคงไหลอยู่เรื่อยๆราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่สุดในชีวิต

“คงจะขยะแขยงที่ผมชอบผู้ชายด้วยกันสินะ...” ก็แค่อกหัก.. ทำไมต้องเสียใจขนาดนี้ด้วยนะ

 

“พอแล้ว!!

 

“...!!” อะไรกัน... อยู่ดีๆเขาก็ลุกขึ้นมากอดผมไว้ กอดคนที่เขาพึ่งปฏิเสธไปเมื่อกี้ ...นี่เขาจะปั่นหัวผมไปถึงไหนกัน ...ผมทั้งดันทั้งผลักผู้ชายตรงหน้าเพื่อให้ปล่อยผมออกจากอ้อมกอดนี้

“ปละ..ปล่อยผมนะ! คุณไม่ขยะแขยงรึไง!!

 

“หยุดเถอะ! อย่าดูถูกตัวเองไปมากกว่านี้เลย”

 

“ฮึก..ฮือ” สุดท้าย ผมก็ปล่อยให้น้ำตาทั้งหมดมันไหลลงไปกับบ่าใหญ่ของคนตรงหน้า จนเสื้อของเขามันเริ่มเปียกชื้นไปหมด เมื่อผมไม่ได้ขัดขืนอะไรเขาอีก มือใหญ่ตรงหน้าจึงยกขึ้นมาลูบผมสีทองของผมอีกครั้ง

 

“ชั้น จริงจังนะ ที่จูบนายไปเมื่อกี้น่ะ ...เพียงแต่ชั้นเกิดลังเลใจขึ้นมา ชั้นกลัวว่าชั้นอาจจะดูแลนายได้ไม่ดีพอ” เขาพูดกับผมเบาๆ แต่คำพูดแต่ละคำของเขากลับฝังลึกลงไปในจิตใจของผม

 

“ผมเป็น ผู้ชายนะ นี่ต่างหากคือปํญหาที่ใหญ่ที่สุดน่ะ ...ถ้าหากคุณกลัวว่าจะไม่สามารถดูแลผมได้ละก็ ผมจะเป็นดูแลคุณเอง” ราวกับจิตใจที่เหือดแห้งของผมเมื่อกี้มันกำลังถูกเติมเต็มเพียงเพราะคำพูด ที่ดูเหมือนจะเริ่มยอมรับในตัวผมของเขา

 

“ชั้นก็ ชอบผู้ชายเหมือนกันนี่ไง มันไม่เห็นจะเป็นปัญหา” เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เพื่อเป็นการบืนยันคำพูดของตนเอง การกระทำของเขาตอนนี้ราวกับว่ามันกำลังให้ความหวังกับผม ...ผมคงจะ...หวังอะไรบางอย่างได้สินะ

 

“ถ้า งั้น..คุณจะ...คบกับผมได้มั้ย” ผมดันตัวเองให้ออกห่างจากเขาเล็กน้อย พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ...ถ้าหากครั้งนี้ถูกปฏิเสธละก็ ผมก็คงจะไม่มีทางลืมใบหน้าของผู้ชายคนนี้อย่างแน่นอน

 

“.....”

 

“...นี่คุณยังจะ..” ...อยู่ดีๆเขาก็ยกมือมาปิดปากของผม แล้วพูดอะไรออกมาแทน

 

“ชั้น เป็นผู้ชายที่ต้องเลิกกับแฟนเก่าเพราะว่าดูแลเธอได้ไม่ดีพอ หากว่านายยอมรับผู้ชายแบบชั้นได้ละก็ ...ซันจิ ได้โปรดคบกับชั้นเถอะนะ”

 

“ครับ!” หลังจากที่เขาพูดประโยคเมื่อกี้กับผมจบ ผมก็ตอบตกลงและกระโดดขึ้นกอดคอเขาทันที

“ถ้าคุณรู้ว่าเคยทำอะไรผิดพลาดไปละก็ ผมเชื่อว่าคุณจะไม่มีทางทำแบบนั้นอีกเป็นครั้งที่สองแน่ ผมเชื่อว่าคุณจะต้องดูแลผมได้ดีแน่นอน”

 

“...ขอบคุณที่คบกับชั้นนะ ซันจิ”

 

“...คุณโซโล ผมรักคุณครับ”

 

“ชั้นก็ รักนายเหมือนกัน ซันจิ” ....ราวกับเป็นเรื่องโกหก ความรู้สึกของผมมันกลับตาลปัดไปหมด ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนคนที่กำลังมีความสุขที่สุดในโลกเลย

 

 

 

 

                ไม่ รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้มันเริ่มก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ สำหรับผมก็คงจะตอบได้ว่าเป็นเพราะได้ส่งจดหมายให้กับเขาอยู่หลายต่อหลาย ครั้ง จนความรู้สึกพวกนี้ในที่สุดมันก็เอ่อล้นออกมาจนผมรู้สึกได้ แต่สำหรับคุณโซโลแล้ว...ผมคงจะต้องแอบถามเขาให้ได้สักวันนึง ว่าเขาเริ่มชอบผมตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...

 

               

               

 

 

 

 

 

 

 

จบแล้วจ้า

ฟิคช่วงปีใหม่ ถูกใจกันมั้ยเอ่ย  >__<

จดหมายสื่อรักจริงๆ อยากมีแบบนี้บ้างจังน้อ ได้แฟนช่วงปีใหม่เนี่ย(ไม่ใช่ละ คิคิ)

ขออภัยที่ห่างหายไปนานน้า เอาเป็นว่าเอาเรื่องนี้ไปอ่านกันเล่นๆให้ชื่นใจก่อนน้า จุ้บๆ

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ dekdojin จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 เมษายน 2559 / 00:36
    อยากได้พาร์ทของลูกเขยจังเลยค่ะ ลูกสาวฉันมุ้งมิ้งมาก
    #5
    0
  2. วันที่ 22 เมษายน 2558 / 19:40
    มีพาทของโซโลมั้ยยย !?? *^*
    กรีดร้องงงงงงงงง ถถถถ
    #4
    0
  3. #3 suda
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2557 / 18:09
    ชอบมาก
    #3
    0
  4. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:34
    ง้าาาาาา ต่อสิคะ ยังไม่รู้เลยว่าโซโลแอบหลงรักซันจิตอนไหน ?!
    #2
    0
  5. วันที่ 11 มกราคม 2557 / 20:47
    กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!!!! สนุกสวดๆๆๆๆๆ ว้าวๆๆๆ ในที่สุดก็ได้มาอ่านนิยายของไรเตอร์อีกครัง!!

    ดีใจสวดๆๆ T0T 
    #1
    0