เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 313,015 Views

  • 7,118 Comments

  • 17,959 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,427

    Overall
    313,015

ตอนที่ 11 : บทที่10 การตัดสินใจ [รีไรท์ - 26/8/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 447 ครั้ง
    26 ส.ค. 60



คำที่ธันบอกว่าผมโกหกนั้นลอยอยู่ในหัวตลอดเวลา



หรือว่าเขาจะรู้แล้วว่าผมโกหกเรื่องญาติ.. ไม่มีทาง ผมยังไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังเลยด้วยซ้ำ แต่พอมาลองคิดว่าวันนั้นโกหกเรื่องอะไรกับเขาไปบ้าง มันก็มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น



ผมรู้สึกร้อนรนใจขึ้นมา ไม่รู้ว่าเขาจับโกหกผมได้อย่างไร บางทีธันอาจจะแค่พูดหยอกเฉยๆ แต่กระนั้นมันก็ทำให้ผมคิดมากจนไม่อาจจะสงบสติลงได้



แต่เหนืออื่นใดก่อนที่จะคิดไปถึงเรื่องนั้น ผมควรคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าดี



ในชีวิตผมเจอกับความผิดหวังมาเยอะมาก หากจะให้นับแล้วมันไม่ถ้วนเลยเสียทีเดียว ขณะเดียวกันผมก็ไม่เคยประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการไว้สักอย่าง



หากให้พูดตรงๆ แล้วผมเป็นคนที่กลัวการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงที่สุด



เพราะผมเจอกับความผิดหวังมาเยอะมาก จนกระทั่งกลัวที่จะต้องผิดหวังซ้ำอีก ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ผมเลยพยายามเลี่ยงที่จะตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ เสมอ



แต่ถ้าผมไม่ไป จากนี้ชีวิตมันก็คงน่าเบื่อไม่ต่างจากเมื่อสิบปีก่อนหน้านั้นที่จะได้พบกับเขา



ผมคิดจนกระทั่งปวดหัว หลายครั้งเหมือนกันที่ผมนึกอยากจะไม่เดินต่อ อยากให้มันหยุดอยู่แค่ที่เดิม แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้ ผมไม่มีทางหยุดเวลาลงได้



เหมือนกับที่ถ้าผมไม่เดินต่อ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความผิดหวัง



ชีวิตผมก็จะผิดหวังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย



……………………………………………



……………………………..



………………….



ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอวูบหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงฝนตกแล้ว



บรรยากาศในรถที่มืดครึ้มกับเสียงฝนที่ดังเป็นทำนองเสนาะข้างนอกตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการกล่อมให้นอนหลับแม้แต่น้อย ผมขยับตัวนั่งเพื่อไม่ให้หัวไถลไปกับกระจกเหมือนเมื่อครู่ ก่อนจะมองเสี้ยวใบหน้าของคนที่กำลังขับรถ



“ตื่นแล้วหรือครับ” เขาเอ่ยทักผมขึ้นมา ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้หันมามองเลยด้วยซ้ำ “อีกนานหน่อยนะครับกว่าจะถึง พอดีว่าบ้านผมอยู่ค่อนข้างไกล”



“อีกกี่ชั่วโมง..” ผมถามเขา ทั้งๆ ที่ยังรู้สึกงัวเงียไม่หาย สายตาก็มองนาฬิกาดิจิตอลที่บอกเวลาอยู่บนแผงคอนโซลของตัวรถ



นับตั้งแต่ที่ผมตัดสินใจว่าจะไปกับเขาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว



ถึงแม้ว่าจะนั่งรถมาไกลขนาดนี้แล้ว แต่ในใจลึกๆ ผมก็ยังรู้สึกลังเล ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วหรือไม่



“คงประมาณอีกสองชั่วโมงได้น่ะครับ” พอธันพูดมาถึงตรงนี้ เจ้าตัวก็หยุดลงคลับคล้ายกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ไหนๆ แล้วแวะกินข้าวเช้าหน่อยดีไหมครับ?”



ผมพยักหน้ารับแบบไม่ได้คิดอะไรมาก อันที่จริงผมก็ไม่ได้มีความรู้สึกหิวอะไรขนาดนั้น จะกินก็ได้ ไม่กินก็ไม่เป็นไร แต่ยังไงธันคงหิวแน่ๆ ล่ะ



เนื่องจากว่าตลอดระยะทางที่ผ่านมานี้แทบจะไม่มีพวกร้านอาหารเลย พอขับมาจนกระทั่งเห็นปั้มน้ำมันที่มีร้านอาหารอยู่ข้างใน ธันก็รีบเลี้ยวรถเข้าไปทันที



หลังจากที่อีกฝ่ายจอดรถเสร็จแล้วผมก็ลงรถตามไป เนื่องจากว่าร้านอาหารคราวนี้ไม่ได้มีห้องส่วนตัวเหมือนคราวที่แล้วเลยทำให้ครั้งนี้ผมกับธันแทบจะไม่ได้พูดอะไร นอกจากคำถามที่เขากระซิบถามว่าอยากจะกินอะไรไหม



ผมส่ายหน้าแล้วนั่งมองอีกฝ่ายกินเงียบๆ



หลังจากกินเสร็จธันก็เดินเข้าไปซื้อพวกซาลาเปากับขนมปังมาจากร้านสะดวกซื้อ เมื่อขึ้นมานั่งบนรถ ธันก็วางถุงซาลาเปาลงระหว่างที่นั่งแล้วเริ่มสตาร์ทรถ



ผมมองคนที่ขับรถออกไปโดยไม่แม้แต่จะแตะต้องซาลาเปาสักชิ้นด้วยความแปลกใจ



“ไม่รีบกินหรือ เดี๋ยวมันหายร้อนแล้วไม่อร่อยนะ”



“อันนั้นผมซื้อมาให้พี่ ไม่ได้ซื้อเอามากินเอง” ธันว่าในขณะที่ยังคงจ้องมองไปตรงทางข้างหน้า “พี่ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่หรือครับ”



เนื่องจากว่าในรถมีธูปไฟฟ้าอยู่ ซาลาเปาจึงปรากฏขึ้นมาในมือทันที ระหว่างที่กำลังกินนั้นจะด้วยบรรยากาศที่เงียบเกินไปหรือเพราะต้องการชวนคุยก็ไม่รู้ ผมจึงเอ่ยคำถามที่สงสัยในใจมาตลอดขึ้นมา



“ธัน..” ผมเรียกชื่อเขาขึ้นมาก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง ลังเลว่าควรจะถามออกไปดีหรือไม่ “ทำไม..ถึงตัดสินใจพาพี่มาล่ะ”



เมื่อเอ่ยจบไปแล้ว ผมถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าน้ำเสียงของตัวเองเบาลงมากจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ



“ในเมื่อถ้าธันจะไม่มาที่นี่อีก ก็มาบอกลาพี่แล้วก็ไปเลยได้ไม่ใช่หรือ” ผมกลั้นหายใจในขณะที่กำลังเอ่ยออกไปอย่างไม่รู้ตัวแล้วว่าต่อ



“แถมอีกอย่าง..ปกติไม่มีใครเชิญผีเร่ร่อนเข้าบ้านกันแบบนี้”



เอาล่ะ ในที่สุดผมก็ถามสิ่งที่สงสัยในใจมาตลอดหลายวันนี้ได้สักที



ในตอนแรกผมคิดว่าเป็นความสงสาร แต่คิดอีกทีแล้วคงไม่ใช่ ถ้าดูจากเรื่องที่ธันบอกไม่ชอบให้ใครมาอยู่ร่วมด้วย นั่นมีความเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายคงคิดดีแล้วเลยชวนผมมา



“ผมเคยบอกพี่แล้วว่าปกติผมเป็นคนรำคาญคนอื่นง่าย แต่พี่เป็นคนแรกที่ผมไม่รำคาญ”  ธันว่าน้ำเสียงเรียบๆ “..เพราะฉะนั้นถ้าเกิดมีคนที่นิสัยแบบพี่แล้ว ผมเองก็ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไป”



ผมฟังคำพูดนั้นแล้วไม่รู้ว่าตนควรจะทำหน้าอย่างไรกลับไป แต่ที่แน่ๆ ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้ยินว่าอย่างน้อยเขายังมีเยื่อใยให้ ต่อให้เป็นได้แค่เพื่อนก็ตาม



ก็แน่ล่ะ ผมไปพูดอะไรให้ใครฟังไม่ได้อยู่แล้วหรือต่อให้พูดได้ผมก็ไม่ได้มีนิสัยชอบบอกใครอยู่ดี



เมื่อกินซาลาเปาจนเสร็จ ผมก็นึกถึงเรื่องที่สงสัยอีกเรื่องขึ้นมาได้ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่คาใจผมมาเกือบสองอาทิตย์เช่นกัน



“จะว่าไปทำไมตอนนั้นธันถึงรู้ว่าพี่โกหกล่ะ”



ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องญาติขึ้นมาทันทีเลยลองถามเลียบๆ เคียงๆ ดู เผื่อว่าธันจับโกหกผิดเรื่องจะได้รอดตัวไป



ธันนิ่งไปนานมากคล้ายกับกำลังนึกอยู่ ผ่านไปสักพักเขาจึงเอ่ยออกมา “ก็ปกติแล้วท่าทางพี่เวลาโกหกมันดูง่ายออก”



มันดูง่ายขนาดนั้นเลย..



ผมถึงกับใบ้กินไปสักพักหนึ่ง ในขณะที่กำลังจะถามต่อนั้น อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นมา



“แต่ผมไม่รู้หรอกนะว่าพี่โกหกเรื่องอะไร ถ้าเกิดไม่อยากพูดผมก็จะไม่ถามอะไรทั้งนั้น” เมื่อธันเอ่ยจบก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วรถลง นั่นจึงทำให้ผมละสายตามองไปนอกหน้าต่างและได้เห็นว่าใกล้จะถึงตัวเมืองแล้ว “ตอนแรกผมคิดว่าจะพูดหยอกเฉยๆ แต่ไม่คิดว่าพี่จะตกใจขนาดนี้”



ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้ ไม่อยากบอกเลยว่าผมตกใจจนหัวใจแทบจะหยุดเต้นอีกรอบ



เมื่อบทสนทนานั้นจบลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมในรถทันที ตลอดทางระหว่างที่นั่งรถมานั้นผมไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เนื่องจากกำลังรู้สึกตื่นเต้นกับบรรยากาศในเมืองที่ไม่ได้เห็นมานานจนไม่อาจละสายตาไปจากกระจกได้เลย



………………………………………………



……………………………



……………….



กว่าผมจะละสายตาออกจากกระจกรถอีกครั้งก็ตอนที่ธันดับเครื่องยนต์และมาถึงที่พักแล้ว ผมรีบขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากรถเพื่อตามเขาไป



เมื่อขึ้นลิฟท์และเดินมาจนกระทั่งถึงที่ห้อง ธันก็ใช้นิ้วชี้แตะเข้ากับเครื่องแปลกๆ สีดำ ผมมองด้วยความสงสัยไม่เข้าใจกับการกระทำนั้น แต่ว่าไม่นานนักเมื่อเสียงปี๊บจากเจ้าเครื่องสีดำนั่นดังขึ้น ประตูก็เปิดออก



อะไรน่ะ? ระบบเปิดประตูแบบใหม่ด้วยการสัมผัส..?



ผมอดที่จะลองใช้นิ้วชี้แตะตามไม่ได้ ถึงแม้จะรู้ว่าต่อให้แตะไปแล้วไม่มีผลอะไรก็ตามที ระหว่างที่กำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ธันก็เรียกให้ผมเข้าไปในห้อง



ตอนแรกผมคิดว่าเครื่องสีดำๆ หน้าห้องนั่นแปลกแล้ว แต่พอเข้ามากลับยิ่งมีเรื่องน่าแปลกใจกว่าเดิมอีก ในห้องนี้ค่อนข้างกว้าง ไม่เหมาะกับการที่อยู่คนเดียว กว้างเสียจนผมไม่นึกว่าในตึกจะมีห้องกว้างขนาดนี้ เหมือนไม่ได้อยู่ในห้องพัก แต่เหมือนกับเอาทั้งบ้านมาใส่ภายในห้องมากกว่า



ในห้องใหญ่นั้นมีห้องแยกไปอีกสามห้อง เป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัวและยังมีระเบียงขนาดใหญ่พอที่จะทำเป็นสวนยื่นออกไปข้างนอกอีก



อาจจะเพราะปกติผมไม่ค่อยสนใจเรื่องคอนโดหรือห้องพักพวกนี้ เลยทำให้อดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้



ธันปิดประตูลงแล้วเดินมายืนอยู่ตรงหน้าผม ก่อนจะพูดอธิบายสั้นๆ “ในนี้มีห้องที่ผมไม่ได้ใช้อยู่สองห้อง ผมใช้ห้องในสุด ดังนั้นพี่จะเลือกห้องไหนก็ได้จากที่เหลือ”



“..แต่ว่า..มันไม่จำเป็น..” ระหว่างที่กำลังอ้ำอึ้งอยู่นั้น ผมก็ตอบออกไป



ธันเหมือนจะหลุดยิ้มกับคำพูดของผม “ทำไมครับ พี่จะนอนเตียงเดียวกับผมหรือ”



ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกับแค่คำพูดนั้นคำพูดเดียว จากที่ตั้งใจว่าจะปฏิเสธเพราะไม่ต้องการถึงขนาดนั้น จะให้ผมนอนโซฟาหรือนั่งหลับอะไรยังไงก็ได้ ผมกลับรีบเก็บคำพูดทั้งหมดกลืนลงคอไปในทันที



ผมอายกับคำพูดเมื่อกี้มาก ถึงจะรู้ว่าเจ้าตัวพูดหยอกเล่นไม่ได้คิดอะไรก็ตาม ดังนั้นเพื่อไม่ให้เขาเห็นว่าผมอายและดีใจจนเผลอยิ้มออกมา ผมจึงรีบเดินสุ่มๆ เลือกห้องที่อยู่ใกล้กับตัวที่สุดไป



ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ธันเลยปล่อยให้ผมไปสำรวจห้อง ในขณะที่อีกฝ่ายก็ผละไปรับโทรศัพท์



เมื่อสำรวจห้องจนเสร็จแล้วผมก็เดินออกมานั่งที่โซฟา ก่อนที่สายตาจะมองคนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงระเบียง



ถ้าไม่ได้คิดไปเอง ดูเหมือนว่าธันจะไม่อยากให้ผมได้ยินเลยจงใจเดินเลี่ยงออกไปคุยที่ข้างนอก



ถึงจะไม่ได้ยินเนื้อความที่คุยกันทางโทรศัพท์ แต่ถ้าดูจากสีหน้าของอีกฝ่ายแล้ว ผมพอเดาได้ว่าสิ่งที่คุยกันคงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไรนัก



เมื่อคุยโทรศัพท์จนจบ ธันก็รีบเดินเข้ามาในห้อง ท่าทางนั้นดูรีบร้อนมากเสียจนผมนึกหวั่นใจขึ้นมาว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น



ในขณะที่ธันกำลังจะเปิดประตูออกไปนอกห้อง เขาก็หยุดชะงักลงคล้ายกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะหันหน้ามาหาผม



บางทีเขาอาจจะอยู่คนเดียวจนชิน เลยลืมนึกไปเลยว่ามีผมอยู่ในห้องนี้ด้วย



“เดี๋ยวผมอาจจะกลับมาดึกหน่อยนะครับ ไม่ต้องรอ”



ผมพยักหน้ารับเป็นเชิงรับรู้แล้วมองจนกระทั่งธันออกไป เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี เลยทำให้ผมเดินเข้าไปในห้องนอน แล้วพิงตัวลงไปกับเตียงนุ่ม



อาจจะด้วยความเหนื่อยหรือเพราะว่าไม่ได้รับความสะดวกสบายแบบนี้มานานมากแล้ว จึงทำให้ผมเผลอผล็อยหลับไปในที่สุด



……………………………………………….



……………………………….



……………………...



ครั้นเมื่อรู้สึกตัวอีกที ผมก็ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะพบว่าข้างนอกมืดมากแล้ว



ผมเดินออกมานอกห้องแล้วมองไปรอบๆ สายตาก็เห็นเข็มบนหน้าปัดนาฬิกาชี้ไปที่เลขเก้า จนป่านนี้สามทุ่มครึ่งแล้ว ผมก็ยังไม่เห็นวี่แววการกลับมาของอีกฝ่าย ของทุกอย่างในห้องยังคงอยู่ในสภาพเดียวกันกับที่เห็นก่อนหน้านี้



ผมไม่ได้รู้สึกหิวเลยตัดสินใจว่าจะไม่กินอะไร หลังจากที่เดินรอบห้องอยู่สักพักผมก็เดินทะลุผ่านออกไปนอกระเบียง



เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าแบบชัดๆ ผมอดที่จะกลั้นหายใจด้วยความรู้สึกตื่นตะลึงกับบรรยากาศอันงดงามนี้ไม่ได้



นับเป็นเวลานานมากที่ผมไม่ได้เห็นวิวทิวทัศน์ในตัวเมืองแบบนี้ ภายนอกนั้นมืดสนิท  ทว่าท่ามกลางความมืดนั้นมีแสงสว่างหลากสีเรืองรองอยู่ ในขณะเดียวกันความมืดต่างก็ขับให้แสงจากเรือนอาคารโดดเด่นขึ้น



ผมสาวเท้าเข้าไปใกล้ มือทั้งสองข้างก็ท้าวลงกับราวกั้นระเบียงเพื่อที่จะได้เห็นบรรยากาศนี้แบบชัดๆ



หลังจากที่มองจนกระทั่งพอใจแล้ว ผมก็ละสายตาไปจากภาพนั้น พลางตั้งใจว่าจะเดินกลับเข้าไปในห้อง



ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในขณะที่กำลังมองอยู่ ผมกลับคิดใจลอยไปถึงเรื่องอะไรบางอย่าง



ตั้งแต่มาที่นี่ ผมก็รู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกอึดอัดที่อธิบายไม่ถูก แต่คงใกล้เคียงกับความไม่สบายใจ



คลับคล้ายกับเป็นลางสังหรณ์เตือนว่าเรื่องไม่ดีกำลังจะมาถึง



---------------------------------------------------------


[Talk]

บทนี้เป็นอะไรที่เราอยากเขียนมาตลอดเลยค่ะ เพราะปกติแล้วพี่เมษเป็นคนที่กลัวการจะเริ่มทำสิ่งต่างๆมากเนื่องจากผิดหวังมาเยอะ จนสุดท้ายแล้วก็ไม่กล้าทำหรือเริ่มอะไรเลย เราเลยค่อนข้างชอบเพราะมันเห็นพัฒนาการของตัวละครชัดดีค่ะ


แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นบทที่เขียนยากมาก... กว่าจะเข็นออกมาได้ต้องหาแรงบันดาลใจเยอะมากๆเลย



มีแต่คนไม่รู้ว่าพี่เมษโกหกเรื่องอะไร แสดงว่าพี่เมษค่อนข้างเนียนพอสมควร555555555





ป.ล. ส่วนเรื่องอิมเมจ เราปล่อยให้ทุกคนจินตนาการกันเลยดีกว่าค่ะ เพราะเชื่อว่าทุกคนมีภาพในใจอยู่แล้ว หรือจินตนาการเป็นหน้าไข่เอกับไข่บีก็ได้ค่ะ555555555


ป.ล.2 มีคนบอกว่าเมษโกหกเรื่องที่ว่าจับของไม่ได้แล้วทำไมกินได้ ตรงนั้นเราบรรยายพลาดเองค่ะว่าพี่เมษจับตอนธันก้มหน้ากินเลยไม่เห็นพอดี ขอโทษนะคะที่เขียนไม่ชัด


ป.ล.3 มีคนบอกว่าอ่านแล้วนึกถึงเรื่องหญิงสาวทอผ้ากับชายหนุ่มเลี้ยงวัว เราเอาแรงบันดาลใจมาจากนิทานเรื่องนั้นส่วนหนึ่งค่ะ อยากเขียนอะไรที่ยากๆท้าทายตัวเองดู


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 447 ครั้ง

126 ความคิดเห็น

  1. #7097 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:54

    รุ้สึกเหมือนมีดราม่า

    #7097
    0
  2. #7047 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 19:35

    ชอบการบรรยายความรู้สึกของพี่เมษได้ชัดเจนมากๆ ทำให้เห็นภาพเลยว่าการที่เมษจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างต้องคิดมาก ถึงแม้จะตัดสินใจไปแล้วก็ยังกลัวกับสิ่งที่ทำลงไปอยู่ดี แต่ตอนนี้ลุ้นลางสังหรณ์พี่เมษมากว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า แล้วธันออกไปข้างนอกด่วนมากต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ

    #7047
    0
  3. #6992 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 18:34
    ธันออกไปไหนนะ
    #6992
    0
  4. #6959 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 03:57
    ธันความลับเยอะแยะไปหมดดด ดูพี่เมษสิกลายเป็นคุณผีน่ารักไปแล้ว
    #6959
    0
  5. #6706 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 08:22
    แอบหน่วงๆหน่อยๆไม่รุทำไม55555
    #6706
    0
  6. #6652 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 18:43
    อยากม่าหนักนักสิคะ ใจบอบบางอ่ะ
    #6652
    0
  7. #6613 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 01:35
    ทำไมดูมีกลิ่นมาม่าฮืออออออ
    #6613
    0
  8. #6580 ItsYelly (@jjdqn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 13:37
    คือพี่จะเป็นคนหรอ?
    #6580
    0
  9. #6547 PiimJU (@PiimJU) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 18:33
    ดูเหมือนจะเริ่มแฮปปี้แต่ก็ยังได้กลิ่นมาม่าง่ะ ;-;
    #6547
    0
  10. #6439 `htchntn (@yoonever) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:57
    ทำไมแอบไม่ไว้ใจธันซะงั้น
    #6439
    0
  11. #6438 `htchntn (@yoonever) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 19:57
    ทำไมแอบไว้ใจธันซะงั้น
    #6438
    0
  12. #6420 minixiuminseok (@minixiuminseok) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 14:33
    ขอให้มีแต่เรื่องดีๆเถอะนะๆ
    #6420
    0
  13. #6383 rainbow....* (@BluefreezZy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 18:17
    ลางสังหรณ์อะไรหรอ ไม่นะ
    #6383
    0
  14. #6306 lunar ❥ (@bonjour0301) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 18:20
    น้องธันหายไปไหนนานจังลูก ;____;
    #6306
    0
  15. #6184 SUGA! YES, PLEASE♡ (@raindropingx) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 13:17
    เจ้าธันนน แงง
    เอาจริงๆ ธันนี่เป็นตัวละครที่ลึกลับกว่าพี่เมษอีกนะคะ... คือทำอะไรก็ลับลมคมในไปหมด อาจจะเป็นเพราะเรื่องถูกเล่าผ่านพี่เมษด้วยนั่นแหละ
    ธันนี่อารมณ์ร้ายจริงๆสินะ 55555555555555 ถึงกับอยากให้พี่เมษมาอยู่ด้วยเพราไม่อยากเสียคนที่ทำให้อารมณ์ตัวดีไป อืม... /ทำหน้าครุ่นคริส
    #6184
    0
  16. #6131 prince_Lprince (@prince_Lprince) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 22:16
    เรื่องไม่ดีที่จพเกอดขึ้นขอจงหายไป ฮาๆ
    #6131
    0
  17. #6103 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 05:49
    เรื่องอะไรจะเกิดขึ้นอีกอ่า ทำไมธันดูลึกลับขึ้นเรื่อยๆขนาดนี้555
    #6103
    0
  18. #5979 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 20:56
    ม่ายยยยนะ จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น O_o
    #5979
    0
  19. #5951 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 22:33
    จะมีเรื่องอะไรอีกนะ น้องธันเคยเป็นเด็กสดใสแท้ ๆ
    #5951
    0
  20. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 12:39
    น้องธันนนนนน น้องธันไปไหนนนนนนนนน
    #5902
    0
  21. #5518 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 18:06
    เรื่องไม่ดีอะไรอีกล่ะเนี่ย แล้วธันไปไหน เอาจริงๆชีวิตเมษนี่ดูโคตรเหงาอ่ะ ไม่มีอะไรให้ทำเลย นอกจากลอยไปลอยมา
    #5518
    0
  22. #4776 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 21:39
    โลกทั้งใบของเมษมีแต่ธัน ;-; กลัวดราม่า แงง
    #4776
    0
  23. #4767 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 19:16
    ดูโกหกไม่เก่งเลยอ่ะ555555
    #4767
    0
  24. #4382 agxxx (@angiezuii31) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 01:55
    น่าจะเรื่องที่บอกว่าไม่มีญาตินะคะ....
    #4382
    0
  25. #4336 emptyq_ (@emptyq_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 20:35
    จะมีเรื่องแย่กว่านี้อีกหร๊อออ
    #4336
    0