เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 314,290 Views

  • 7,120 Comments

  • 18,068 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,702

    Overall
    314,290

ตอนที่ 12 : บทที่11 วันแรก [รีไรท์ - 26/8/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 501 ครั้ง
    26 ส.ค. 60


คืนนั้นผมนั่งรอเขาอยู่นานมาก จนกระทั่งเที่ยงคืนแล้วผมก็ยังคงไม่เห็นวี่แววของธัน ผมนั่งรออยู่อย่างนั้นจนอดรนทนไม่ไหวเลยเผลอหลับไปก่อน



ครั้นเมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีตอนเช้า ผมก็เห็นธันนอนอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น



ผมเดินเข้าไปใกล้เขา ก่อนจะเอื้อมมือแตะลงที่ตัว ตอนแรกผมนึกว่าเขาหลับอยู่เพราะทุกอย่างเงียบมาก ทว่ายังไม่ทันที่จะได้สัมผัสเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเสียก่อน



เมื่อเห็นเขาตื่นผมเลยสะดุ้ง เท้าทั้งสองข้างพลันก้าวถอยหลังโดยสัญชาติญาณ สายตาผมรีบมองไปทางอื่นอย่างไม่กล้าสบตาเหมือนกับเพิ่งทำความผิดหรือเรื่องไม่ดีมา



“มีอะไรหรือเปล่าครับ..?” ธันเอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ท่าทางคล้ายกับคนที่กำลังง่วงใกล้จะหลับได้ทุกเมื่อ จากนั้นเจ้าตัวก็ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือที่สวมใส่อยู่ ธันจึงค่อยขยับตัวลุกขึ้นนั่ง “เช้าแล้วหรือ”



ผมเงียบไปในขณะที่สายตายังคงจ้องพิจารณาร่างตรงหน้า ธันยังคงอยู่ในชุดตัวเดิมเหมือนกับที่ใส่เมื่อวาน ท่าทางนั้นดูเหมือนไม่ค่อยตกใจอะไรเท่าไรกับการที่เห็นผมยืนอยู่ตรงหน้าหรือบางทีเขาอาจจะรู้ว่าผมเดินมาตั้งแต่แรกแล้วก็เป็นได้



“เมื่อคืนเราไปไหนมา?” ผมเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างไม่สามารถห้ามความสงสัยเอาไว้ได้อีกต่อไป จริงๆ ผมก็ตั้งใจแล้วนะว่าจะไม่ถามเรื่องอะไรทั้งนั้น แต่ว่ามัน..ผมมองสภาพเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของอีกฝ่ายพร้อมกับรอยตบแดงฉานบนแก้ม



หัวของผมหมุนติ้วไปสักพักใหญ่ นึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากธันจะไปกินข้าวกับผู้หญิงแล้วโดนตบมา..หรืออาจจะเป็นอะไรที่แย่กว่านั้น



แต่ที่ผมตกใจกับสภาพตรงหน้านี้เพราะผมคิดว่าธันดูไม่น่าใช่คนที่ออกไปหาผู้หญิงแล้วอยู่ด้วยกันจนกระทั่งถึงเที่ยงคืนก็ยังไม่กลับห้องตัวเอง



“ไม่มีอะไรหรอกครับ” ธันว่าในขณะที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะจับผิดจากท่าทางเจ้าตัวเหมือนอย่างที่อีกฝ่ายจับผิดผมบ้าง แต่ว่าสีหน้าธันยังคงเฉยเหมือนเดิม เหมือนกับว่าเรื่องที่เที่ยงคืนยังไม่กลับบ้านแล้วมีรอยตบบนหน้าเป็นเรื่องปกติธรรมดา “ผมแค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย ถ้ายังไง..เดี๋ยวขออาบน้ำก่อน”



ผมส่งเสียงตอบรับในลำคอแล้วนั่งลงที่โซฟา จากนั้นสายตาก็มองไล่หลังธันที่เดินหายเข้าห้องตัวเองไป เป็นเวลานานทีเดียวกว่าผมจะผ่อนคลายอิริยาบถลงแล้วเบือนสายตากลับมามองตรงหน้า



ทว่าทันทีที่ได้เห็นวัตถุที่อยู่ตรงหน้าผมก็ถึงกับนิ่งค้างไป



ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินตรงเข้าไปลองจับกระดาน..อืม ไม่สิ มันเหมือนพวกหน้าจออะไรแบบนี้มากกว่า มือของผมเผลอสัมผัสลงไปกับสิ่งนั้นด้วยความสนใจ และยิ่งสนใจมากขึ้นเมื่อเห็นว่ามันโค้งเว้าลงไปคล้ายรูปตัวยู



ผมอดที่จะสูดลมหายใจไม่ได้



นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่ผมไม่ได้เห็นพวกเทคโนโลยีต่างๆ แบบนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเยอะจนเหมือนผมหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง



ไม่ใช่ว่าตอนที่อยู่ที่นั่นไม่ได้สนใจโลกภายนอก ผมเองก็สนใจอยู่บ้าง ทุกครั้งที่ได้เห็นอะไรแปลกๆ ผมมักชอบมองก่อนเสมอ เป็นต้นว่าถ้าโทรศัพท์ผมจะรู้จักดีเพราะได้เห็นคนใช้บ่อยๆ



แต่ว่าที่นั่นมันไม่มีเจ้านี่สักหน่อย..



ผมสัมผัสมันอยู่สักพักในขณะที่ใบหน้าก็ชะโงกไปดูด้านหลัง ดูจากลักษณะแล้วมีความเป็นไปได้สูงทีเดียวเลยว่าจะเป็นพวกโทรทัศน์ มันคงไม่แปลกอะไรถ้าทำให้โทรศัพท์บางลงขนาดนั้นได้ ดังนั้นพวกทีวีก็คงไม่ต่างกัน



แต่ผมไม่เคยเห็นโทรทัศน์โค้งมาก่อนเลยอดที่จะรู้สึกแปลกตาไม่ได้



หลังจากที่มองมันอยู่ชั่วครู่ผมก็ผละตัวไปแล้วมองสิ่งอื่นแทน ในห้องนี้มีของหน้าตาแปลกๆ ที่ผมไม่เคยเห็นเยอะมากเลยทีเดียว เป็นต้นว่าโทรทัศน์อันขนาดตั้งโต๊ะ



ผมเองก็ไม่เข้าใจว่ามีอันใหญ่แล้วทำไมต้องมีอันเล็กอีก ..หรือว่าในห้องนี้มีคนใช้สองคนเลยต้องแบ่งจอทีวีกันดู แต่ธันก็บอกแล้วนี่นาว่ามีอาศัยอยู่แค่คนเดียว



ผมจับเข้าที่โทรทัศน์อันขนาดตั้งโต๊ะ ขนาดมันบางและเล็กมาก ทว่าในขณะที่ผมกำลังมองด้วยความสนใจอยู่นั้นเสียงบางอย่างก็ดังขึ้น



“ทำอะไรอยู่น่ะครับ?” ธันถามผมด้วยน้ำเสียงสนใจ ในขณะเดียวกันมือผมก็ทะลุผ่านโทรทัศน์ขนาดเล็กนั้นไปทันที



ธันที่เห็นเหตุการณ์นั้นเดินเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะก้มมองใบหน้าผมด้วยสายตาคล้ายกับต้องการตั้งคำถามว่าผมกำลังทำบ้าอะไรอยู่ ผมจึงรีบชักมือกลับทันที



“พี่สัมผัสสิ่งของได้ด้วยเหรอครับ?”



จริงด้วยสิ ผมลืมบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย



ผมเงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนที่จะพยักหน้า “จับได้สิ แต่ว่าต้องไม่มีใครเห็น”



ธันก้มมองใบหน้าของผม ก่อนที่สายตาจะไล่มองมาที่มือข้างตัว “จริงหรือครับ? ถ้าอย่างนั้นผมเองก็มีโอกาสหรือสิทธิ์แตะตัวพี่เหมือนกันใช่ไหม?”



“หะ?”



ผมหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความงุนงงทันที



“ในเมื่อพี่จับสิ่งของได้ ผมเองก็น่าจะจับพี่ได้เหมือนกัน” ธันอธิบายให้ผมฟังอย่างใจเย็นแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้



ผมหยุดคิดตามดู เรื่องนี้ผมไม่แน่ใจเสียด้วย แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมคิดว่าตัวเองจับต้องคนไม่ได้



“พี่แตะตัวคนไม่ได้”



“ถ้าอย่างนั้นขอผมลองหน่อย” ธันพูดขึ้นในขณะที่คว้าข้อมือของผมไปกุมเอาไว้แน่นโดยไม่ทันให้ตั้งตัว



ตอนแรกผมไม่คิดว่าตนเองจับต้องธันได้ ตอนที่ถูกคว้ามือไปจับจึงตกใจมาก และยิ่งตอนที่รับรู้ได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามืออีกฝ่ายที่ไม่ได้สัมผัสมาหลายสิบปี ผมก็พูดอะไรไม่ออก ทำได้แต่เพียงจ้องมือคู่นั้นเอาไว้แบบไม่ละสายตา



ความรู้สึกหลายอย่างในตอนนี้สับสนปนเปกันจนผมไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่าตนกำลังรู้สึกอย่างไร เพราะตอนนี้มีทั้งความสงสัย ความตื่นเต้น ..รวมทั้งความดีใจ



ทั้งๆ ที่น่าจะรู้สึกดีใจมาก แต่ผมกลับรู้สึกเศร้าอย่างหาสาเหตุไม่ได้ หรืออาจจะเป็นความเหงา ความเศร้าที่ผมเก็บมาตลอดหลายปีมานี้ล้นทะลักออกมา



ในที่สุดผมก็จับต้องตัวคนได้ ความหวังแบบลมๆ แล้งๆ อย่างที่ผมเคยหวังมาตลอดหลายสิบปีกลับกลายเป็นความจริงขึ้นมา ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดผมถึงจับตัวธันได้แค่คนเดียวก็ตาม



ผมหลับตาลง เพียงเพราะกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นแค่ความฝัน



ความฝันที่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วจะพบกับความเป็นจริง



ธันยอมให้ผมจับมืออยู่อย่างนั้นนานสองนาน จนกระทั่งเขายกมือข้างหนึ่งขึ้นมาสัมผัสบนใบหน้าของผม



ผมนึกอยากจะลืมตาแล้วถามเขาว่ามีอะไร แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น เพราะธันพูดขึ้นมาก่อนที่ผมจะได้เอ่ย



“พี่ร้องไห้อีกแล้ว..”



น้ำเสียงของธันอ่อนลง ก่อนที่ปลายนิ้วนั้นจะเกลี่ยน้ำใสที่คลอนัยน์ตาให้ออกไป



ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ตอนไหน จนกระทั่งธันพูดขึ้นมา ทว่านั่นกลับไม่ต่างจากการราดน้ำมันลงกองไฟเสียสักเท่าไรนัก ยิ่งเขาทัก น้ำตาของผมก็ยิ่งไหลลงมาจนกระทั่งนัยน์ตาเปียกชื้น



ผมไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเพราะเหตุใดถึงต้องร้องไห้หรือว่าร้องไห้เรื่องอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องชอบเขามากขนาดนี้ แค่โดนจับมือนิดๆหน่อยๆ ผมก็ร้องไห้เหมือนตัวเองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่จะว่าไปแล้วมันก็คงเป็นคำเปรียบเปรยที่ดี



การแตะต้องตัวเขาได้ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนตนเองได้กลับไปเป็นมนุษย์อีกครั้ง



หรือบางทีมันอาจจะเป็นความดีใจ ความอัดอั้น ความรู้สึกทั้งหมดที่เก็บมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ก็ได้



ผมปรารถนาที่จะสัมผัสตัวธันมาตลอด แค่จับมือก็ยังดี ทว่านั่นนับว่าเป็นความปรารถนาที่ฝันเฟื่องมาก เพราะว่าผมกับเขาไม่มีทางจะสัมผัสตัวกันได้อยู่แล้ว



ธันปล่อยมือ ในวินาทีนั้นที่ผมนึกกลัวขึ้นมาว่าอีกฝ่ายจะจากไป เขาก็สวมกอดผมเอาไว้แน่นคล้ายกับต้องการจะปลอบว่า ไม่เป็นไร ร่างกายของเขาอุ่นมากเสียจนกระทั่งร่างกายที่เย็นเยียบของผมก็พลอยอุ่นตามไปด้วย



เขากอดผมอยู่นานมาก จวบจนกระทั่งผมใจเย็นลงและกล้าที่จะลืมตาขึ้นมา ธันจึงไม่ได้กอดผมอีก



…………………………………………………



……………………………….



………………….



หลังจากเหตุการณ์ตอนนั้นผมก็ถามเขาว่าพวกทีวีกับทีวีอันเล็กที่ตั้งโต๊ะนั่นอยู่คืออะไร ธันทำหน้าเหมือนกับกำลังแปลกใจก่อนที่สีหน้าจะกลับมาเป็นปกติ แล้วกลายเป็นรอยยิ้ม



“นั่นไม่ใช่ทีวีนะครับ เป็นคอมพิวเตอร์ต่างหาก..”



คอมพิวเตอร์งั้นหรือ..



คอมพิวเตอร์ที่เหลืออยู่ในความทรงจำของผมมันเป็นเครื่องที่ขนาดใหญ่มาก และคนปกติแทบจะไม่มีมันใช้เนื่องจากราคาที่แพง แถมยังใช้งานยากอีกต่างหาก



ธันเหมือนจะเห็นผมมองไปที่เครื่องนั้นด้วยสายตาสงสัยเลยเอื้อมมือไปสัมผัสบางอย่างที่หลังหน้าจอ ทันใดนั้นหน้าจอก็สว่างวาบทันที



ทันทีที่หน้าจอเปิดขึ้นมา ผมก็ได้แต่มองด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ



ผมรู้ว่าตัวเองอยู่ในสุสานนั่นตั้งเกือบ20กว่าปี โลกภายนอกย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปอยู่แล้ว แต่ผมเองก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเปลี่ยนไปมากขนาดที่ว่าผมแทบจะปรับตัวแทบไม่ทัน



รูปลักษณ์ของระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เปลี่ยนไปมากทีเดียว จนถ้าอีกฝ่ายไม่บอกว่ามันคือคอมพิวเตอร์ ผมก็คงนึกไม่ออกว่าคืออะไร



“ตอนที่พี่อยู่ในสุสาน พี่ไม่ได้ตามข่าวเรื่องโลกภายนอกหรือเทคโนโลยีบ้างหรือไงครับ”



ธันถามผมทั้งๆ ที่ยังคงยิ้ม แต่ไม่รู้เพราะอะไรผมถึงรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นเจือความเอ็นดูมากกว่าขบขัน



“ก็ตอนอยู่ที่นั่น..มันแทบไม่มีบ้านคนเลย..” ผมอึกอักไปสักพัก พร้อมตอบอย่างพยายามแก้ต่างให้กับตัวเอง



หรือต่อให้ผมหาเจอ ผมก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในบ้านคนอื่นอยู่ดีในเมื่อเห็นเจ้าที่ตั้งอยู่หน้าบ้านขนาดนั้น



จากนั้นธันก็ทำหน้าเหมือนเห็นผมหลุดออกมาจากต่างโลก ก่อนที่เจ้าตัวจะกดอะไรบางอย่างลงบนแป้น แล้วหลังจากนั้นหน้าจอก็ดับไป



“เดี๋ยวตอนบ่ายมีคลาส ผมต้องไปเรียน อยากให้เปิดทีวีเอาไว้ไหมครับ?”



ธันถามอย่างใจดี ในขณะที่มองมาที่ผมด้วยสายตาที่เหมือนกับเอาไว้..มองเด็กอะไรอย่างนั้น



ผมหลบสายตาเพื่อที่จะได้ไม่เห็นสายตาคู่นั้น พลางพยักหน้ารับทันทีโดยที่แทบจะไม่ได้คิด เมื่อธันเห็นผมตอบรับ อีกฝ่ายจึงเดินไปเปิดทีวีโค้งแล้วค่อยสะพายกระเป๋าออกไป



“งั้นเดี๋ยวเอาไว้เจอกันอีกทีตอนเย็นนะครับ ส่วนของกิน พี่หยิบทุกอย่างในตู้เย็นได้เลยนะครับ”



จากนั้นธันก็เอานิ้วกดเข้าที่แป้นบนเครื่องเดียวกับหน้าห้อง แล้วก็เดินลับสายตาไป



ผมมองตามประตูที่ปิดไปแล้วก่อนจะหันกลับมามองโต๊ะอาหารที่มีธูปไฟฟ้าตั้งอยู่



ตอนที่มาถึงผมก็เห็นธูปไฟฟ้านี่ก่อนอยู่แล้ว มันถูกตั้งไว้อยู่สองจุดในบ้าน ก็คือโต๊ะกินข้าวกับโต๊ะห้องนั่งเล่น บางทีอาจจะเพราะธันต้องการอำนวยความสะดวกให้ผมหยิบของกินง่ายที่สุด แต่ในขณะเดียวกันมันก็สามารถคิดได้อีกแง่ว่าธันรู้อยู่แล้วว่าถึงอย่างไรผมก็ต้องตัดสินใจตอบรับข้อตกลงของเขา



น่ากลัวชะมัด..



คือผมก็คิดมาได้สักระยะแล้วล่ะว่าธันนี่ภายนอกดูเหมือนอบอุ่น แต่ความจริงแล้วภายในแอบดูน่ากลัวกว่าที่คิด ถึงจะดูอ่อนโยนแต่ก็ไม่ได้ใจอ่อน เป็นคนใจแข็งเสียด้วยซ้ำ คิดจะทำอะไรก็ตัดสินใจทำได้อย่างง่ายดาย



ดูจากเรื่องในตอนที่ธันบอกเลิกแฟนตัวเองได้หน้าตาเฉยเพราะผิดสัญญา แล้วไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์หรืออยากกลับไปคบอะไรอีกนั่นก็พอเดาได้



แถมนอกจากนี้ยังฉลาด มองคนทะลุ รู้ดีว่าควรจะทำอย่างไรกับใครถึงจะพอใจอีกต่างหาก เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ผมก็รู้สึกขนลุกขึ้นมานิดหน่อย ความทรงจำตอนที่เขาพูดกับผมว่า ผมโกหกเอาไม่เป็นซะเลย ไหลย้อนเข้ามาในสมอง



ถึงนิสัยธันจะดูน่ากลัวอยู่นิดหน่อย แต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกกลัวตามไปด้วย



บางทีอาจจะเพราะตั้งแต่ที่จะตกลงปลงใจชอบเขา ผมก็ตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าเขาจะผิดเพี้ยนต่างจากสิ่งที่ผมเห็นไปมากเท่าไร ผมก็จะยังคงชอบเขาอยู่เหมือนเดิม



ผมหยิบช็อกโกแลตจากตะกร้าบนโต๊ะอาหาร จากนั้นช็อกโกแลตมันก็ติดมือผมมา ในขณะเดียวกันช็อกโกแลตของจริงก็ยังคงอยู่ในตะกร้า



คราวนี้ผมลองหยิบช็อกโกแลตของจริงอีกรอบแล้วกิน แต่ไม่ว่าจะพยายามเอาเข้าปากกินสักเท่าไรมันก็ทะลุผ่านร่างผมไป



สุดท้ายเมื่อเห็นว่าความพยายามไม่ได้ผลผมจึงวางช็อกโกแลตกลับไปในตะกร้า แล้วหยิบช็อกโกแลตวิญญาณ..มันเรียกแบบนี้ได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ผมนึกคำเรียกแทนไม่ออก ขึ้นมากินแทน



พอกินได้ผมเลยถือมานั่งตรงที่โซฟาพร้อมกับดูทีวีจอโค้งไปด้วย



ผมนั่งจ้องโทรทัศน์อยู่นาน ในขณะเดียวกันก็คิดถึงเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้



………………………………….



………………….



ตอนเย็นเมื่อธันกลับมาถึงที่ห้องพัก อีกฝ่ายก็ซื้ออาหารจากร้านตามสั่งมาด้วย ทีแรกผมปฏิเสธว่าไม่อยากกิน แต่เมื่อถูกรบเร้ามากๆ เข้า สุดท้ายผมก็ยอมมานั่งกินเป็นเพื่อน แต่เพราะไม่รู้ว่าจะกินอย่างไร เลยเลือกที่จะใช้มือหยิบ



ธันดูพอใจมากตอนที่เห็นผมทำตามคำขอ ระหว่างที่กินธันก็พูดเรื่องทั่วๆ ไป จากนั้นก็มองผมที่ใช้มือหยิบข้าวด้วยความลำบาก ก่อนจะพูดขึ้นเมื่อกินจนเสร็จ



“คราวหน้าผมว่าผมซื้อขนมปังมาให้พี่ดีกว่า” ธันว่าในขณะที่เก็บจานไปล้าง “หรือไม่ก็ให้พี่กินก่อน แล้วผมค่อยมากินทีหลัง”



ไม่รู้ว่าเป็นเพราะธันสงสารหรือทนดูไม่ได้ที่เห็นผมใช้มือหยิบข้าวผัดแบบทุลักทุเล แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลอะไร ผมรู้สึกดีกับธันขึ้นมาหลายอย่างมาก



หลังจากที่กินเสร็จผมก็กลับเข้าห้อง จากนั้นเมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ผมก็เอนตัวนอนลงบนเตียงแล้วหลับตาลง



……………………………………



……………………



ไม่รู้ว่าเพราะด้วยความที่ต่างถิ่นหรือเพราะคืนแรกนอนไปเยอะ คืนที่สองผมจึงเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายและนอนไม่หลับ หลังจากที่ทนข่มตาไปได้สองชั่วโมงกว่า ผมก็ลืมตาขึ้น ตั้งใจว่าจะเดินออกไปกินน้ำหรืออะไรก็ได้ที่อุ่นๆ เผื่อจะช่วยให้นอนหลับสนิทขึ้น



ทว่าเมื่อผมเดินทะลุออกมานอกห้อง ผมก็เห็นธันที่กำลังกดน้ำร้อนอยู่พอดี ผมจึงสาวเท้าเข้าไปใกล้



“ทำอะไรอยู่?”



ธันสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อได้ยินเสียงของผมก่อนที่จะหันมา คงเพราะอีกฝ่ายอยู่คนเดียวจนชิน เลยชอบลืมว่ามีผมอยู่ในห้องนี้ด้วยประจำ



“ชงกาแฟครับ” ธันว่าก่อนที่สายตาจะมองนาฬิกาบนข้อมือ จากนั้นก็มองใบหน้าของผม “แล้วพี่ล่ะ? ดึกขนาดนี้แล้วไม่นอนหรือครับ”



“พี่นอนไม่หลับ” ผมว่า ในขณะที่เดินมานั่งที่โต๊ะ ตั้งใจว่าจะรอจนกว่าเขาจะชงกาแฟเสร็จแล้วค่อยเปิดตู้เย็นดูว่ายังมีนมเหลือหรือเปล่า “เลยตั้งใจจะหานมอุ่นๆ ดื่ม”



“ในตู้เย็นไม่มีนมนะครับ” ธันว่าก่อนที่จะเงียบไปครู่หนึ่ง “..แต่ถ้าพี่นอนไม่หลับจริงๆ ผมมีวิธีช่วยอยู่นะ”



“วิธีอะไร?” ผมถามด้วยความสนใจขึ้นมาทันที



ทว่าเมื่อจบประโยคนั้นธันกลับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ จากนั้นก็หยุดยืนอยู่ที่หน้าผมแล้วยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจสักนิด



“ขออนุญาตนะครับ”



“หา?”



ผมหลุดเสียงออกมาได้เพียงครึ่งคำเท่านั้น จากนั้นอยู่ๆ ธันก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โดยไม่ทันให้ตั้งตัว จังหวะนั้นผมแทบจะหยุดหายใจทันที



ทันใดนั้นสัมผัสแผ่วเบาก็แตะลงที่หน้าผากแล้วผละจากออกไปอย่างรวดเร็ว ผมเบิ่งนัยน์ตากว้าง มองใบหน้าคนที่โน้มเข้ามาจูบที่หน้าผากด้วยสายตาตกตะลึง



ทว่าธันกลับทำหน้าเฉยๆ ราวกับว่าการจูบหน้าผากใครสักคนเป็นเรื่องปกติเสียอย่างนั้น



“จูบราตรีสวัสดิ์ไงครับ” ธันอธิบายขึ้นพลางยิ้ม ในขณะที่ผมทำหน้าเหมือนเห็นผี “เวลาจูบที่หน้าผากแบบนี้แล้วจะทำให้หลับฝันดีครับ”



“อ้อ..” ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักในขณะที่ยังมึนไม่หาย แวบแรกนั้นผมแอบสบถในใจที่ตนเองดันเผลอคิดเกินเลยไปแล้ว ทั้งๆ ที่ธันไม่ได้คิดอะไรเลย เพื่อไม่ให้รู้สึกกระดากไปมากกว่านี้ผมเลยรีบเปลี่ยนประเด็นทันที “งั้นพี่ไปนอนก่อนนะ”



หลังจากที่บอกลาจบ ผมก็รีบกลับห้องทันที เพียงเพราะกลัวว่าตนเองจะเผลอทำอะไรแปลกๆ หรือทำสีหน้าพิลึกๆ ออกไป



คำพูดของธันที่ว่าการจูบที่หน้าผากจะทำให้หลับฝันดีวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา ซึ่งตอนแรกผมไม่รู้ว่าอันนั้นเป็นเรื่องจริงเท็จแค่ไหน หรือได้ผลจริงไหม



แต่ให้ตายเถอะวันนั้นผมนอนไม่หลับเลยสักนิด



---------------------------------------------------------------



[Talk]

คือว่ามีข่าวร้ายค่ะ

ช่วงนี้เราอาจจะหยุดอัพไปสักระยะและระยะเวลาในการอัพอาจจะไม่ได้ถี่เหมือนเมื่อก่อน

เราค่อนข้างที่ลำบากใจกับการพูดแบบนี้ เพราะปกติเราเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบทวงคอมเม้นท์จากนักอ่าน ประมาณว่าแค่นักอ่านเสียสละเวลามาอ่านเรื่องของเราก็โอเคแล้ว

แต่ช่วงหลังนี้คอมเม้นท์น้อยลงเรื่อยๆ จนเราอดรู้สึกกังวลไม่ได้น่ะค่ะว่าเขียนไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า เพราะอย่างนั้นเลยอยากขอเวลาไปเรียบเรียงสติกับทบทวนตัวเองก่อน เลยทำให้แต่ละตอนคงจะใช้เวลานานขึ้นกว่าเดิมอีก

แล้วก็ช่วงนี้เราค่อนข้างรู้สึกเฟลๆนิดหน่อย ถ้าเอาอารมณ์ตัวเองมารวมกับงานอ่านมันคงไม่ค่อยดี เลยอยากจะหยุดไปหาอะไรทำด้วยค่ะ



ป.ล. มีคนบอกว่าปกติเวลาไปเชงเม้งจะเตรียมของให้หลุมข้างๆด้วย ปกติทางบ้านเราไม่ได้เตรียมนะคะ


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 501 ครั้ง

408 ความคิดเห็น

  1. #7098 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:09

    เขินมากฮืออออ

    #7098
    0
  2. #7074 มัณฑิรา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:37

    รอดูซี่รี่จะดีเหมือนที่อ่านมัยนะ

    #7074
    0
  3. วันที่ 14 มกราคม 2562 / 20:34
    น่าจะมีบทให้ธันบรรยายบ้างนะคะ
    #7052
    0
  4. #7049 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 23:32

    เขาสัมผัสกันได้ด้วย เมษทำไมถึงได้น่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้นะ ส่วนธันเหมือนมีเรื่องปิดบังเมษอยู่ เมื่อไหร่ทั้งคู่จะยอมเปิดใจให้กันทั้งหมดซะที

    #7049
    0
  5. #7017 Iamme2518 (@jatiporn2518) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 14:45
    พี่เมษน่ารัก
    #7017
    0
  6. #7011 medsinesai (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 17:25

    เขินแรงมากกกกกกก

    #7011
    0
  7. #6993 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 18:45
    ธันนี่จงใจแตะอั๋งพี่เมษนะเนี้ย
    #6993
    0
  8. #6927 Noon5104 (@Noon5104) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 13:17
    เขินนนน
    #6927
    0
  9. #6856 phoukham (@phoukham) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 15:07
    หวายพี่เมษโดนเด็กจุฟถึงกับนอนไม่หลับเลยหรอ
    #6856
    0
  10. #6844 MaBaYu (@neem2312) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 10:51
    ร้ายนะคะ!!!
    #6844
    0
  11. #6726 Realprinceeskyy (@Realprinceeskyy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 13:07
    โหย ธันนนนน
    #6726
    0
  12. #6707 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 08:40
    ธันจะกินผีเหรอคะ55555 ร้ายเกินไปแร้วววววววว
    #6707
    0
  13. #6681 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 23:45
    อื้อหือออธันนนนเอ้ย
    #6681
    0
  14. #6653 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 21:23
    ไปหลอกพี่เมษทำไมคะ น้องธันเธอมันเจ้าเล่ห์! รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา
    #6653
    0
  15. #6614 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 01:47
    ธันไม่ใช่แล้วม้างงงงงงงง
    #6614
    0
  16. #6583 MuuKaew (@MuuKaew) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 19:36
    ฟินมากๆ
    #6583
    0
  17. #6561 fb040686 (@fb040686) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 22:36
    ก่อนหน้านี้ ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ว่าธันคิดรึเปล่า อาจเพราะเมษคิดว่าธันแค่สงสารบ่อยๆ
    แต่ไอ่วิธีแก้นอนไม่หลับเนีย ชัดเจน
    #6561
    0
  18. #6559 J_nnnnnyy (@J_nnnnnyy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:26
    โอ้ยยยยน่ารักกก
    #6559
    0
  19. #6554 1RM2E (@1RM2E) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 20:25
    ปกติคนนอนไม่หลับเขาทำกันแบบนี้หรออ บ้าา
    ตัดภาพไปตอนเด็กๆ น้องธันวัย11ขวบกับน้องธันปัจจุบัน ฮืื้อ
    #6554
    0
  20. #6549 PiimJU (@PiimJU) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 18:49
    เขิ๊นนนนนนน น้องธันนี่ไม่เด็กเเล้วนาจาา >////<
    #6549
    0
  21. #6493 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 09:54
    ร้ายกาจ
    #6493
    0
  22. #6476 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 16:09
    ฮือ เด็กที่โตมากินผู้ใหญ่ช่างเป็นของดีจริงๆค่ะ
    #6476
    0
  23. #6465 Hyukky38 (@poohly08) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:02
    ธันทำไมหนูร้ายกาจ555555555
    #6465
    0
  24. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 18:31
    เขินชะมัดดดดด ธันขี้อ่อยสุดด
    #6447
    0
  25. #6396 nuttha44 (@nuttha44) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:14
    ย่าาาห์ธัน ทำไมเราเขิน????
    #6396
    0