เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 314,812 Views

  • 7,120 Comments

  • 18,102 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9,224

    Overall
    314,812

ตอนที่ 13 : บทที่12 การเปลี่ยนแปลง [รีไรท์ - 2/9/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 469 ครั้ง
    2 ก.ย. 60


คืนนั้นผมนอนไม่หลับจนกระทั่งถึงเช้า พอเห็นว่าการพยายามฝืนนอนหลับไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ผมก็ออกมาเดินข้างนอกห้องด้วยท่าทางสะลึมสะลือ



แต่เมื่อออกมานอกห้อง ผมก็เห็นธันที่กำลังเทอาหารใส่จานอยู่ พอเห็นแบบนั้นผมจึงลากสังขารของตนเองเข้าไปนั่งใกล้ๆ แล้วพึมพำขึ้น “ตื่นเช้าจังเลยนะ”



ธันหันมามองใบหน้าของผมเมื่อได้ยินเสียงเรียก ก่อนจะยิ้มรับ “วันนี้มีเรียนตอนเช้า ว่าแต่ปกติพี่เมษตื่นเช้าขนาดนี้เลยหรือครับ”



ผมถึงกับเป็นใบ้ จะให้บอกได้อย่างไรว่าโดนเขาจูบหน้าผากทีเดียว ผมเลยนอนไม่หลับทั้งคืน  



“สงสัยเพราะเมื่อคืนมีคนจูบราตรีสวัสดิ์ วันนี้เลยตื่นเร็วกว่าปกติ” ผมหยอกเขากลับ



ธันหัวเราะกับคำพูดของผม “งั้นคืนนี้ให้ผมจูบอีกไหมครับ”



ผมปฏิเสธทันทีแบบที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ “ไม่เป็นไร พี่เกรงใจ”



ธันหัวเราะ ก่อนที่จะเลื่อนจานที่ใส่แฮมเบอเกอร์มาให้ ผมเลยรับจากเขามากิน แล้วพูดเปรยๆ ขึ้นมา “ว่าแต่ทำไมเมื่อคืนถึงจูบพี่ล่ะ”



“เห็นพี่นอนไม่หลับ ผมเลยจูบราตรีสวัสดิ์เฉยๆ” ธันว่าในขณะที่เริ่มลงมือกินอาหารในจานบ้าง “แต่ถ้าพี่ไม่ชอบ คราวหน้าผมก็จะไม่ทำอีก”



ผมส่ายหน้าทันที ส่วนธันที่เห็นว่าผมไม่ได้ไม่ชอบก็อารมณ์ดีขึ้น



ดูเหมือนธันจะเป็นคนประเภทที่ชอบแตะตัวคนอื่นโดยไม่คิดอะไรมาก ส่วนผมเป็นคนแนวที่ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัวโดยไม่จำเป็น เวลาถูกสัมผัสหรือถูกจับตัวแบบที่ไม่มีสาเหตุ ผมเลยรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย


แต่ว่าทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้นเสมอ



ธันเองก็อยู่ในข้อยกเว้นนั้น เขาเป็นคนเดียวที่ผมปล่อยให้แตะตัวตามใจชอบ



“ว่าแต่..”



หลังจากที่พูดออกมาได้แค่นั้น ธันก็เงียบไป ท่าทางของเจ้าตัวทำเหมือนมีเรื่องที่อยากจะพูด แต่ลังเลหรือคิดไม่ตกว่าควรพูดออกมาดีหรือไม่



ผมเลิกคิ้ว ตั้งใจว่าจะฟังคำพูดของเขาโดยที่ไม่ได้เร่งเร้าเสมือนผู้ฟังที่ดี



ทว่าธันกลับพูดค้างไว้แค่นั้นแล้วไม่ยอมพูดต่อ ท่าทางของเจ้าตัวดูลังเลเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยากจะพูด แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดออกมาดีหรือไม่



ในระหว่างที่ผมกำลังจะถามเขาว่ามีอะไร ธันก็พูดตัดบทขึ้นมาราวกับล่วงรู้ว่าผมกำลังจะถามถึง



“ว่าแต่เย็นนี้พี่อยากกินอะไรดีครับ?”



ผมเดาะลิ้น รู้สึกเสียดายที่เมื่อกี้ไม่ได้ถามให้จบๆ เห็นได้ชัดว่าธันตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากพูดถึงขนาดนั้น ผมคิดว่าการไปบังคับให้พูด เขาก็คงไม่ปริปากอะไรออกมาอยู่ดี



“ไม่ต้องซื้อมาให้พี่ก็ได้ พี่น่ะถึงไม่กินอาหารก็ไม่ตายหรอกนะ”



ผมตอบเขาออกไปแบบนั้น ส่วนธันก็พยักหน้ารับ



ตอนแรกผมนึกว่าเขาจะไม่ได้ซื้อมาให้ แต่ที่ไหนได้ ท้ายที่สุดแล้วตอนเย็นของวันนั้นธันก็ซื้ออาหารมาเผื่อให้ผมอีกชุดอยู่ดี พอเห็นแบบนั้นผมเลยถอนหายใจให้กับความดื้อด้านของเขา



ผมมองอาหารที่ธันซื้อมาให้แล้วเริ่มกิน แต่ก็พบว่าตัวเองกินไปได้แค่นิดเดียวประมาณแค่สี่คำเท่านั้น คงเพราะผมไม่ได้กินข้าวมานานแล้วเลยแทบจะลืมความรู้สึกนี้ไปเรียบร้อย ธันเลยคะยั้นคะยอให้ผมกินมากขึ้นอีกนิด แต่พอกินไปได้อีกแค่คำเดียว ผมก็ส่ายหน้าว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ



ธันเลยเลิกบังคับผม แต่ก็พูดลอยๆ ขึ้นมาว่า “พี่ผอมเกินไป ผมเลยอยากให้พี่กินเยอะขึ้น”



“พี่ไม่ได้กินอะไรมาเป็นปีน้ำหนักยังไม่ลดเลย” ผมพูดสวนตัดความหวังเขาอย่างรวดเร็ว



“แบบนี้ผมก็อดขุนพี่เลยสิ”



ผมอึ้งไปกับคำพูดอีกฝ่าย ก่อนที่จะตอบเป็นทำนองหยอกกลับไปช้าๆ “ขุนไปทำไม จะจับพี่ไปกินหรือไง?”



ทว่าแทนที่ธันจะหัวเราะหรือปฏิเสธคำพูดนั้น อีกฝ่ายทำเพียงแค่ยิ้มรับเฉยๆ ราวกับว่าสิ่งที่ผมคิดเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว



มื้อถัดไปจากมื้อนั้นผมหลอนกับคำพูดเขาจนแทบจะกินอะไรไม่ลง ธันเลยยิ้มแล้วปลอบผมว่าแค่พูดเล่น แต่ก็นั่นแหละเจอแบบนี้เข้าไปใครจะไปกินลง



สุดท้ายมื้อนั้นผมก็กินอะไรไม่ลงอยู่ดี



กว่าผมจะกลับมากินได้อีกรอบก็ปาเข้าไปวันพรุ่งนี้ จากเหตุการณ์นั้นธันเลยไม่กล้าหยอกผมแรงๆ อีกเลย



…………………………………….



…………………..



หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ธันก็ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับผมตลอดเวลา



ตอนแรกผมก็ตั้งใจว่าจะไม่ถามอะไรทั้งนั้น แต่นานๆ เข้าผมก็เริ่มติดใจสงสัยปนรำคาญจนเป็นคนเอ่ยปากถามออกมาก่อน แต่ธันก็บอกปัดแล้วว่าผมคิดมากไปเอง



ผมฟังคำพูดปฏิเสธกึ่งคำว่าปัดรำคาญของเขาแล้วเฉยๆ ไม่ว่าอะไร



ตามปกติคนที่ได้ยินคำนั้นอาจจะโกรธไปแล้ว แต่ผมยอมรับว่าเดิมทีแล้วตนเป็นคนคิดมากอย่างที่เขาว่า ทว่าในขณะเดียวกันนั้นผมเองก็เป็นคนที่ช่างสังเกตอย่างถึงที่สุดด้วย



ฉะนั้นเรื่องที่ผมคิดว่าอีกฝ่ายมีเรื่องจะพูดด้วยนั้นไม่ใช่สิ่งที่คิดไปเองอย่างแน่นอน



หลายวันที่ผ่านมานี้มีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นมากทีเดียว เป็นต้นว่าผมได้เรียนรู้นิสัยของธันที่ไม่เคยรู้มาก่อน



ผมเพิ่งมารู้เอาเร็วๆ นี้ว่าธันค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูงมาก อย่างเช่นตอนที่ผมตั้งใจว่าจะเดินไปที่ระเบียง แต่ธันกลับเข้าใจผิดเลยรีบห้ามผมว่าห้ามเข้าห้องเขาเด็ดขาด



คือผมไม่ได้ตั้งใจว่าจะเข้าห้องธันหรอก แค่ตั้งใจว่าจะเดินไปที่ระเบียง แต่เผอิญว่าห้องมันอยู่ใกล้กับระเบียงก็เท่านั้น พอผมถามเหตุผลว่าทำไมไม่อยากให้เข้า เจ้าตัวก็แค่ตอบเรียบๆ ว่า



“ผมไม่อยากให้ใครมายุ่มย่ามกับของของผม”



จากเรื่องราวในคราวนั้นเลยทำให้ผมรู้ว่าธันไม่ชอบที่จะให้ใครมายุ่งย่ามกับของส่วนตัวของตัวเองสักเท่าไรนัก พอนึกมาถึงตรงนี้ผมก็เริ่มคิดตามขึ้นมา



ถ้าอนาคตเขาแต่งงานแล้ว เขาจะไล่ผมไปอยู่ที่อื่นหรือเปล่า



ดูจากนิสัยของธันแล้ว เขาคงไม่อยากให้ผมไปยุ่งกับเจ้าสาวตัวเอง หรือถ้ายังรู้สึกสงสารเขาอาจจะช่วยให้ผมไปเกิดก่อนจะแต่งงาน



พอนึกมาถึงตรงนี้ผมก็เริ่มปวดหัวขึ้นมา ถ้าเขาให้เลือก ผมคงจะไปไม่ถูกเสียยิ่งกว่าตอนตัดสินใจมาที่นี่แน่



…………………………………………...



…………………………..



เมื่อคิดจนกระทั่งปวดหัว ผมก็พยายามที่จะเลิกคิดแล้วตัดสินใจมองภาพเคลื่อนไหวบนโทรทัศน์แทน ทว่าทันใดนั้นวัตถุอะไรบางอย่างก็ถูกยื่นเข้ามาที่ข้างๆ แก้ม



ผมชะงักก่อนจะเผลอขยับตัวถอยห่างจากสิ่งนั้นทันที แต่พอเห็นว่าเป็นธันที่ยื่นกระป๋องน้ำอัดลมมาให้ ผมจึงถอนหายใจออกมา แล้วดึงกระป๋องวิญญาณจากมือเขามาดื่ม



มือของธันยังคงถือกระป๋องน้ำอัดลมนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ท่าทางของเขาเหมือนกับกำลังตกใจกับอะไรบางอย่างจนรวบรวมความคิดไม่ทัน



“ขอโทษครับ” ธันเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปนานมาก พลางดึงกระป๋องน้ำอัดลมจริงกลับคืนมา แล้วแกะเปิดเสียเองเหมือนแก้อาการประหม่าเมื่อครู่ “ผมลืมไปเลยว่าพี่เป็น…”



ทั้งๆ ที่ยังพูดไม่จบแต่ธันก็เลือกที่จะไม่พูดต่อ สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาไม่ต้องการที่จะซ้ำเติมผมไปมากกว่านี้ก็เป็นได้



จะว่าไปแล้วอันนี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกัน



ธันเคยเห็นผมหยิบวิญญาณอาหารมากินหลายครั้งแล้ว แต่พักหลังๆ มานี้ธันมักชอบลืมตัวบ่อย บางครั้งเวลาที่เจ้าตัวหยิบของกินให้ผม แต่พอเห็นผมหยิบไปโดยไม่ได้หยิบจากมือเขา ธันก็จะนิ่งไปสักพักแล้วเอ่ยขอโทษ



ไม่รู้ว่ามันนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีหรือเปล่า แต่ผมชอบเวลาที่ธันเผลอลืมตัวแบบนี้



เพราะว่าเมื่อไหร่ที่ธันลืมตัว นั่นแสดงให้เห็นว่าเขามองผมเป็นมนุษย์เหมือนกับคนอื่นๆ



แน่นอนว่าผมไม่เคยพูดเรื่องนี้ออกไป แต่ทุกครั้งที่ธันลืมตัวผมก็มักจะยิ้มให้ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตอนนั้นผมรู้สึกอย่างไร แต่รอยยิ้มนั้นน่าจะออกไปในทำนองรอยยิ้มเอ็นดูอะไรแบบนั้นมากกว่า แล้วมันก็จะจบลงที่ธันเบือนหน้าหนีเสียเอง



“พี่จะยิ้มแบบนั้นทำไมกันนะ..”



ธันพึมพำออกมา ในขณะที่ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาหมายถึงรอยยิ้มแบบไหนกันแน่



……………………………………………………….



………………………………………..



วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ธันยังไม่กลับมาที่บ้านทั้งๆ ที่ดึกมากแล้ว ผมจึงนั่งรอเขาด้วยการดูโทรทัศน์โดยหวังว่าจะช่วยลดความรู้สึกเบื่อลงไปได้บ้าง



หลังจากที่นั่งดูอยู่สักพักไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผมเผลอหลับไป พอรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ภาพตรงหน้ามืดไปหมด ในขณะที่หูยังคงได้ยินเสียงอื้ออึงของละครในทีวีอย่างต่อเนื่อง



ลืมตาไม่ขึ้น..



ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะขยับตัว แต่แล้วก็รู้สึกเหมือนร่างกายถูกกดทับไว้ตลอดเวลา ครั้นพอพยายามลืมตาขึ้นก็ลืมได้แค่ครึ่งเดียวเหมือนกับกำลังหลับๆ ตื่นๆ



อะไรเนี่ย..ผีอำงั้นเหรอ



ความรู้ใหม่เลยแฮะ สรุปว่าผีก็ถูกผีอำได้เหมือนกันสินะ ไม่สิ ถ้าเกิดผมเจอผีขึ้นมาควรจะดีใจมากกว่าหรือเปล่านะ อย่างน้อยก็ถือว่าได้เจอเพื่อนเหมือนกัน แล้วผมเองก็ไม่กลัวผีด้วยสิ



ผมพยายามขยับตัวอยู่สักพักแต่ก็ไม่เป็นผลจนเริ่มถอดใจ



ในขณะที่คิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดีนั้น ภาพตรงหน้าก็ทำให้ผมตกใจจนนิ่งค้างไปในทันที



………………………………………………..



………………………………..



ถึงแม้ว่าภาพตรงหน้าจะสลัวจนแทบมองอะไรไม่เห็นนอกจากความมืดลางๆ แต่ภาพของคนตรงหน้ากลับชัดอย่างไม่น่าเชื่อ จนถ้าบอกว่าผมถูกวางยาแล้วสิ่งที่เห็นนี่เป็นความจริง ผมก็พร้อมที่จะเชื่อเช่นกัน



อีกฝ่ายขยับขึ้นมานั่งทับบนตัวผม ก่อนที่จะปัดผมที่ปรกหน้าออกไป แล้วโน้มใบหน้าเข้ามาซุกไซร้ลงบนซอกคอ



ผมตัวแข็งทื่อในทันที ลมหายใจพลันขาดห้วง เพราะตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร



ใจหนึ่งผมก็รู้สึกดีมากจนไม่สามารถปฏิเสธได้ลง แต่อีกความรู้สึกหนึ่งผมก็กระวนกระวายมากเช่นกัน ถึงอย่างไรผมก็เป็นผู้ชาย ต่อให้เป็นคนที่ชอบมาทำก็เถอะ แต่การให้ผู้ชายด้วยกันมาจูบหรือรุกใส่โดยที่ยังไม่ทันได้เตรียมใจอะไรเลยนี่มันก็……



ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากเป็นคนทำเองเสียมากกว่า ไม่ใช่ปล่อยให้ถูกกระทำแบบนี้ พอคิดแบบนี้แล้วผมก็ยิ่งกระวนกระวาย



นี่ผมชอบเขาถึงขนาดเก็บไปฝันเลยหรือ..



ผมรู้สึกสังเวชใจตัวเองลึกๆ รู้สึกผิดขึ้นมาที่ตัวเองต้องการมากจนกระทั่งฝันอะไรแบบนี้ แล้ววันพรุ่งนี้ผมจะมองหน้าเขาลงหรือเปล่าก็ไม่รู้



แต่ว่ายังไงมันก็เป็นแค่ความฝันนี่นะ .. ผมลังเล พยายามคิดเสียว่ามันเป็นแค่ภาพลวงตาไป มันไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อย



ไม่สิ.. ถึงมันจะเป็นแค่ความฝัน ทว่าผมก็ยังอดรู้สึกผิดไม่ได้อยู่ดี



ในตอนนี้จิตใจผมตีรวนกันสองด้าน ระหว่างความรู้สึกผิดลึกๆ ที่ตัวเองดันมาฝันอะไรแบบนั้น กับความรู้สึกดีจนกระทั่งไม่อยากปฏิเสธ



หลังจากที่อีกฝ่ายซุกใบหน้าลงกับซอกคอ ธันก็ขยับเข้ามาประทับริมฝีปากอย่างอ่อนโยนไล่จากหน้าผาก แก้ม ราวกับต้องการจะทิ้งไออุ่นทุกที่ที่ผ่านไป



จนในที่สุดมันก็ไล่ลงมาถึงริมฝีปาก ผมถึงกับตาลายพูดอะไรไม่ออก ได้แต่หอบหายใจจนร่างกายสั่นเทา แต่ก็ยอมเปิดปากให้อีกฝ่ายสอดลิ้นรุกล้ำเข้ามา



จูบของธันนั้นรุกล้ำเข้ามารุนแรงจนผมแทบจะหายใจไม่ทัน รู้สึกในหัวอื้ออึงไปด้วยเสียงชื้นแฉะของน้ำลาย มันละลาบล้วงและเร่าร้อนราวกับต้องการจะดูดกลืนร่างกายของผมเข้าไป



“อึ้ก..”



โดยที่ไม่ทันตั้งตัวธันก็กัดเข้าที่ริมฝีปากของผมคล้ายกับบังคับหรือร้องขอให้เปิดริมฝีปากกว้างกว่านี้ แต่เนื่องจากผมรู้สึกชาหนึบไปทั้งตัว เลยได้แต่หลุดเสียงร้องที่เหมือนกับกำลังงึมงำอยู่ในลำคอ



ผมสูดลมหายใจในแบบที่สติไม่เต็มร้อยสักเท่าไรนัก หลังจากที่เปิดโอกาสให้ได้หายใจสักพักธันก็โน้มใบหน้าเข้ามาจูบอีกครั้ง



ไม่รู้ว่าทำไมกับแค่จูบ ผมต้องรู้สึกดีจนแทบบ้าขนาดนี้ ถ้าขยับร่างกายได้ผมคงจะรุกเขากลับไป แต่ตอนนี้แค่มือยังขยับยกไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ



ตอนแรกผมอยากตื่นให้พ้นจากฝันนี้ไปเร็วๆ แต่ตอนนี้คิดอีกทีผมว่าผมฝันต่อไปดีกว่า



ธันผละออกมาก่อนที่เลิกเสื้อของผมขึ้นจนกระทั่งเห็นลำคอขาว



คราวนี้ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาจริงๆ แล้ว ฝันแบบนี้มันก็ดีอยู่หรอก แต่ว่าผมยังไม่ทันได้เตรียมใจมาทำอะไรทั้งสิ้น



อีกอย่างผมก็ไม่เคยฝันหรือคาดหวังอะไรกับเขานอกจากแตะตัวกันมาก่อน



“พี่เมษ..”



ธันกระซิบน้ำเสียงทุ้มนุ่มและแตกพร่าไปด้วยอารมณ์ที่ข้างหูผม ฟังแล้วเคลิบเคลิ้มคล้ายกับกำลังล่องลอยอยู่ในความฝัน ก่อนที่ริมฝีปากคู่นั้นจะขบกัดลงบนลำคอ



จากนั้นเสียงของธันก็แว่วลอยหายไปไกลขึ้นทุกๆ ที ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่ผมเผลอหลับไปหรือสติสัมปชัญญะขาดหายไปครู่หนึ่ง แต่ผมจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้แค่นั้น กว่าจะสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนสามทุ่มกว่า



ผมหอบหายใจก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พอเห็นว่าตัวเองยังอยู่ที่โซฟาและไม่เห็นว่าธันอยู่ในห้อง มือข้างหนึ่งเลยดึงคอเสื้อลงมาก่อนที่จะใช้นิ้วคลำไปตามร่างกาย เมื่อมั่นใจแล้วว่ามันไม่มีรอยกัดผมก็อดที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ



..สรุปเป็นแค่ความฝันจริงๆด้วย..



ผมไม่ได้ฝันมานานมากแล้ว อาจจะเพราะตอนอยู่ที่นั่นมีแต่กิจวัตรเดิมๆ วนซ้ำไปซ้ำมา เลยทำให้ไม่เคยฝันได้ถึงขนาดนี้



ถึงจะไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่ฝันถึงเรื่องแบบนี้เพราะอะไร แต่มีความเป็นไปได้ว่าผมอยากที่จะสัมผัสตัวเขามาตลอด พอได้ทำตามในสิ่งที่ปรารถนา มันเลยอาจจะทำให้ผมคาดหวังอะไรที่มันมากกว่านี้ก็เป็นได้



ผมถอนหายใจเฮือกก่อนจะใช้มือนวดเข้าที่ขมับตัวเอง ภาวนาให้มันเป็นแค่ฝันครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ไม่อย่างนั้นผมคงไม่กล้ามองหน้าธันอีก



………………………………………………………



……………………………………



ทว่าคำขอนั้นก็ไม่เป็นจริง



หลังจากนั้นผมก็ฝันอยู่อีกหลายครั้ง ผมฝันบ่อยมากจนทำให้พักหลังมานี้ชักเริ่มไม่กล้ามองหน้าธันแบบตรงๆ แต่ในทางกลับกันมันก็ทำให้ผมเริ่มทำใจได้ว่าไม่แปลกอะไรที่จะหลับแล้วฝันเห็นหน้าคนที่ตัวเองชอบ



ในฝันแต่ละครั้งพวกเราไม่เคยทำอะไรมากกว่าการจูบหรือมากกว่านั้นก็แค่โดนกัดแรงๆ แต่ถึงจะมีแค่นั้นก็ทำผมรู้สึกดีมากแล้ว



ที่จริงผมยังคาใจนิดหน่อยว่ามันเป็นแค่ความฝันจริงหรือเปล่า ครั้งหนึ่งผมเคยตั้งใจจะถามธันเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นพอเห็นธันทักผมด้วยสีหน้าปกติเหมือนไม่มีเกิดขึ้นแล้ว ผมก็รีบกลืนคำถามทั้งหมดลงคอทันที



ถ้าไม่มั่นใจในเรื่องอะไร ผมก็ไม่อยากพูดให้ตัวเองตกเป็นเบี้ย ยิ่งถ้าธันรู้ว่าผมฝันถึงในทำนองที่ไม่ดี ต่อจากนี้การอยู่ด้วยกันคงกระอักกระอ่วนน่าดู



“พี่เมษครับ เดี๋ยววันนี้ผมอาจจะกลับมาดึกหน่อยนะ”



ผมเงยหน้าขึ้นจากความคิดของตัวเอง ก่อนจะส่งเสียงตอบรับว่าอืมในลำคอ จากนั้นพอธันสะพายกระเป๋าออกจากห้องไปแล้ว ผมกหยุดคิดอะไรบางอย่าง



วันไหนที่ธันมีเรียนแค่ตอนเช้าถึงเที่ยง อีกฝ่ายก็จะเข้ามาที่นี่แล้วบอกผมว่าวันนี้จะกลับดึกหน่อย แล้วจากนั้นก็จะรีบออกไปอย่างรวดเร็ว



ผมอดที่จะคิดไม่ได้ว่าธันเองก็ดูเหมือนจะใส่ใจผมพอสมควร ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำอะไรวุ่นวายอย่างที่กลับเข้ามาที่นี่เพียงเพื่อแค่บอกว่าจะกลับดึกหรอก



หลังจากที่มีโทรศัพท์โทรเข้ามาหา ธันก็กลับบ้านดึกอยู่ประมาณสองถึงสามครั้งได้



ถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกสงสัย แต่ในเมื่อเขาไม่อยากจะพูด ผมก็ไม่คิดว่าการบังคับให้พูดหรือเค้นถามหนักๆ เข้าจะได้ประโยชน์อะไร เอาเป็นว่ารอให้เขาสะดวกใจที่จะพูดเองดีกว่า



………………………………………………...



…...………….…………………...



จวบจนกระทั่งถึงสิ้นเดือนเมษายน ผมก็แทบจะไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับธันอีก



อันที่จริงอย่าว่าแต่คุยเลย แค่จะเจอหน้าธันก็ว่ายากแล้ว เพราะใกล้สอบธันเลยต้องอ่านหนังสือตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อไรที่ธันกลับมาถึงห้อง ก็จะเข้าไปในห้องนอนแล้วไม่โผล่ออกมาอีกเลยจนกว่าจะถึงเวลาเย็นแล้วกลับเข้าไปใหม่



ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับเขาสักพัก แต่อยู่เฉยๆ แบบนี้ผมก็รู้สึกเหงาขึ้นมานิดหน่อย ท้ายที่สุดผมเลยถามเขาว่ามีอะไรที่อยากให้ช่วยไหม



แต่ธันกลับมองใบหน้าของผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพึมพำขึ้นว่า “พี่แค่ช่วยมานั่งอยู่ในห้องของผมเฉยๆ ก็พอ”



ตอนที่ได้ยินคำพูดนั้นผมถึงกับมึนไปพักใหญ่ ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งธันห้ามไม่ให้ผมเข้าห้องเพียงเพราะไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นผมจึงทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งเหมือนเป็นใบ้เพราะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนเองได้ยินถูกต้อง



แต่พอธันเห็นผมยืนนิ่งคล้ายคนไม่เข้าใจเลยพูดซ้ำอีกรอบ นั่นเลยทำให้ผมรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดจริงๆ



ถึงผมจะไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลนั้นสักเท่าไร แต่ผมก็คิดเอาว่าคงเป็นเพราะตอนอ่านหนังสือธันอาจจะเบื่อๆ เลยอยากหาเพื่อนคุยก็เป็นได้



ทว่าธันกลับไม่ทำแม้แต่จะหันมามองผมเลยสักนิด เขาอ่านหนังสือแบบที่แทบจะไม่พักไปไหน มีบางครั้งผมเห็นธันอ่านหนังสือแล้วก็เผลอหลับไปดื้อๆ ก่อนที่สักพักจะลุกขึ้นเดินไปหยิบกาแฟมาดื่ม จากนั้นก็กลับมานั่งอ่านเหมือนเดิม



บรรยากาศเป็นแบบนี้มาได้สักสองสามวันแล้ว ธันแทบไม่ได้พูดอะไรกับผมนอกจากชวนคุยนิดหน่อยแล้วก็เดินไปหยิบพวกกาแฟมาดื่ม แต่ผมก็มักจะอยู่รอจนกว่าตัวเองจะทนไม่ไหวหรือธันหลับไปก่อน



ในขณะที่วันนี้ผมกำลังจะเดินไปนอนเพราะเริ่มทนไม่ไหว ธันก็เอ่ยออกมา



“พี่เมษครับ ช่วยอยู่เป็นเพื่อนก่อนได้ไหม?”



ผมถึงกับงุนงงไปกับคำพูดอีกฝ่ายแต่กระนั้นก็ยอมเดินไปนั่งใกล้ๆแต่โดยดี เมื่อธันเห็นว่าผมนั่งลงบนเก้าอี้แล้วจึงค่อยหันหน้ามา



“คือว่า…” ธันเอ่ยออกมาแค่นั้นแล้วก็เงียบหายไป ท่าทางของอีกฝ่ายดูลังเลอยู่นานมากว่าควรจะพูดออกไปดีไหม “พี่เมษมีที่ไหนที่อยากไปเป็นพิเศษไหมครับ?”



ไม่รู้ว่าเพราะอะไรผมถึงรู้สึกว่าธันพยายามเลี่ยงที่จะไม่พูดออกมาตรงๆ ราวกับกำลังหาวิธีทางเบี่ยงประเด็นให้เข้าเรื่องอยู่ ดังนั้นแทนที่จะตอบคำถามของเขา ผมจึงถามย้อนกลับไปแทน



“มีอะไรหรือเปล่า?”



ธันสบตามองใบหน้าของผมก่อนจะถอนหายใจออกมา ดูแล้วเหมือนการถอนหายใจนั้นออกไปในทางโล่งอกมากกว่าที่หาวิธีพูดจนได้ ไม่ต้องเบี่ยงประเด็นอ้อมค้อมไปไกลนอกโลกแล้วค่อยกลับเข้าประเด็น



“เดี๋ยวผมจะต้องไปต่างประเทศตอนช่วงปิดเทอมประมาณหนึ่งสัปดาห์ ระหว่างนั้นพี่เมษอยู่บ้านคนเดียวได้ใช่ไหม?”



ความเงียบเข้าปกคลุมห้องไปชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนที่ผมจะพยักหน้า



จริงๆ ผมเองก็ไม่รู้ว่าธันจะถามคำถามนี้กับผมทำไม ในเมื่อคำตอบบังคับก็เหลืออยู่แค่ทางเดียวให้ผมพยักหน้าเท่านั้น ถ้าผมส่ายหน้าไปแล้วธันจะอยู่กับผมหรือไง มันก็เปล่าเสียสักหน่อย



อีกอย่างแค่หนึ่งอาทิตย์เอง มันก็ไม่ใช่ว่าผมไม่ถึงกับอยู่ไม่ได้



ในเมื่อตอนที่อยู่สุสานนั่นผมอยู่คนเดียวมาตลอดทั้งปีเลยนะ นี่ก็แค่หนึ่งอาทิตย์เอง แถมในห้องยังมีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะอย่างพวกนั่งดูทีวีตลอดทั้งวันอะไรแบบนี้



ธันดูจะสบายใจขึ้น เขาเลยเอ่ยถามผมต่อด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายลง “แล้วพี่มีที่ไหนที่อยากจะไปไหม”



พอโดนถามคำถามนี้ซ้ำผมก็อ้ำอึ้งไปสักพัก ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองมีที่ไหนที่อยากไปเป็นพิเศษหรือเปล่า เพราะแค่ได้อยู่กับธัน ผมจะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น



“ที่ไหนก็ได้”



ผมพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาลง จงใจพูดไม่ให้จบ ปล่อยให้อีกฝ่ายไปคิดเอง



ธันเงียบไปกับคำตอบผมแล้วยิ้ม ไม่รู้ว่าเพราะเขารู้ถึงนัยยะที่ผมต้องการพูดจริงๆ หรือเปล่า “ถ้าอย่างนั้นไว้เดี๋ยวไว้ผมว่างเมื่อไหร่จะพาไปนะครับ”



ผมส่งเสียงอืมตอบรับในลำคอ ก่อนที่ธันจะหันกลับไปอ่านหนังสือประมวลกฎหมายต่อเหมือนเดิม หลังจากนั้นในห้องก็ตกลงสู่ความเงียบ ผมมองเขาอยู่อย่างนั้นได้สักครู่ก่อนที่จะเผลอหลับไป



………………………………………………….



……………………………………



“พี่เมษ..”



ผมลืมตาขึ้นมาด้วยความที่ยังรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น จนกระทั่งเมื่อเห็นว่าธันยื่นหน้าเข้ามาใกล้มากแค่ไหนเท่านั้นล่ะ จากที่กำลังเคลิ้มๆ ผมถึงกับตาสว่างทันที



“นี่ก็ดึกมากแล้ว ไปนอนที่เตียงดีกว่าครับ มานั่งเก้าอี้แบบนี้ก็ปวดหลังพอดี”



ตอนแรกผมตั้งใจจะเถียงว่ายังไม่แก่ขนาดนั้นเสียสักหน่อย แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองอายุตั้ง46แล้ว ผมก็เงียบไปแล้วค่อยขยับตัวลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินกลับห้องของตัวเองอย่างว่าง่าย



“แปลกดี..”



หลังจากที่เดินออกมาได้สักพักผมก็ได้ยินเสียงพึมพำของเขา



“ไม่รู้ว่าทำไมอยู่กับพี่ ผมถึงรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับคนพวกนั้นอีก”



ถึงผมจะไม่รู้ว่าเขาหมายถึงคนพวกไหน แต่การที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจได้ผมก็ดีใจ



ตอนแรกผมตั้งใจจะหันกลับไปตอบว่า พี่เองก็รู้สึกสบายใจเหมือนกันนั่นแหละน่า แต่การที่เดินออกมาจนจวนจะออกนอกห้องอยู่แล้ว การหันกลับไปพูดก็แปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ เผลอๆ จะทำให้ประหม่าเอาทั้งสองฝ่าย ผมเลยไม่ได้ตอบอะไรนอกจากจะเดินเข้าไปในห้องของตัวเองเพื่อนอน รอให้รุ่งสางมาถึง



เอาเถอะ ผมถอนหายใจเฮือก ล้มตัวลงบนเตียงแล้วเอาหลังมือข้างหนึ่งปิดตาตัวเองไว้



อย่างน้อยการตัดสินใจมาที่นี่ มันก็ไม่ได้แย่และผิดพลาดเสียทีเดียว



----------------------------------------------------------------




[Talk]


ยาวหน่อยนะคะ พอดีมีหลายเรื่องมากๆ



มีแต่คนบอกว่าเราน้อยใจจากตอนที่แล้ว เราไม่ได้น้อยใจนะคะ5555555555555 แค่รู้สึกว่าตัวเองยังเขียนไม่ดีพอให้คนอ่านคอมเม้นท์มากกว่า เราเลยคิดว่า อืม ถ้าอย่างนั้นควรจะหยุดเขียนสักพักเพื่อลองไปวางแนวทางเรื่องให้น่าสนใจกว่านี้ก่อนดีไหม 


ฉะนั้นตอนหน้าเราก็มาอัพช้าเหมือนเดิมนะคะ(........) แค่อาจจะไม่ช้าเท่ารอบนี้




มีแต่คนกลัวดราม่า ไม่ต้องห่วงนะคะ กว่าจะถึงดราม่ายังอีกยาวค่ะ มีเวลาพักตับอยู่ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ให้เวลาทำความเข้าใจกับตัวละครมากขึ้นค่ะ 



แล้วก็มีคนว่าเราเขียนเนื้อเรื่องค่อนข้างช้า ไม่ดึงดูด อันนี้เราก็เคยคิดอยู่สักพักเหมือนกันค่ะ แต่เราเองก็ไม่กล้าเขียนเร่งมาก กลัวความสัมพันธ์สองคนนี้จะเป็นไปแบบไม่เป็นเหตุเป็นผล เพราะแต่ละตอนค่อนข้างมีผลกระทบส่งถึงกันมากอยู่





ป.ล. มีคนถามมาว่าทำไมถึงใช้ธูปสามดอกตอนไหว้ ลองไปอ่านที่หน้าเรื่องดูนะคะ เราเพิ่มไว้ให้แล้ว 



ป.ล.2 มีคนบอกว่าอยากอ่านเรื่องราวของธัน ตอนหน้าจะมีเรื่องราวของธันเพิ่มมากขึ้นค่ะ ส่วนจากมุมมองของธันเป็นตอนพิเศษค่ะ



ป.ล.3 มีคนถามมาว่าอยากวาดสองคนนี้ พอมีรูปลักษณะคร่าวๆไหม เลยมาเขียนในนี้ให้ค่ะ



เมษ - เป็นคนที่หน้าตาค่อนข้างดีค่ะ ก้ำกึ่งไประหว่างหล่อกับสวย ไม่ได้ออกทางหน้าหวาน มองเผินๆก็หล่อ แต่คงไม่รู้สึกแปลกกับการที่จะชมว่าสวยเหมือนกัน



ธัน - อันนี้แล้วแต่ว่ากำลังอยู่กับใคร แต่ถ้าอยู่กับคนอื่นส่วนมากภาพลักษณ์จะดูค่อนข้างนิ่ง สุขุม ไม่ลำบากใจที่จะเข้าหาด้วย มองจากมุมคนอื่นคงมองว่าธันค่อนข้างสุภาพค่ะ


แต่ถ้าอยู่กับพี่เมษ ส่วนมากไม่ค่อยแสดงสีหน้าออกเป็นพิเศษ เหมือนกับกำลังคิดตลอดเวลา บางทีก็ชอบที่จะได้แกล้งพี่เมษเลยพูดหยอกบ่อยๆค่ะ ว่ากันตามตรงคนที่ธันอยู่ด้วยแล้วเป็นตัวเองมากที่สุดคงเป็นพี่เมษ



ป.ล.4 ตอนที่แล้วมีคนถามเราว่าจะมีเอนซีไหม ตกใจมากค่ะ5555555555 เหมือนรู้ว่าเราจะเขียนอะไรตอนนี้ 


ป.ล.5 ยาวมาก เพิ่งเห็นว่ามีคำผิด ขอบคุณมากนะคะ TvT ในต้นฉบับเราแก้แล้ว แต่ไม่อยากแก้ในนี้ เพราะจะให้มันบันทึกเวลาเอาไว้ว่าเราอัพตอนวันไหน 


ป.ล.6 มีคนถามว่าอันนี้เป็นเรื่องแรกของเราในหมวดนี้ใช่ไหม เลยขอตอบว่าใช่ค่ะ ปกติเราอยู่สายแฟนฟิค เพิ่งเคยมาเขียนวายที่ไม่ได้อิงตัวละครแบบจริงจังคือเรื่องนี้เรื่องแรก เลยคิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะว่าจะมาไกลขนาดนี้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 469 ครั้ง

341 ความคิดเห็น

  1. #7099 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:19

    ฝันหรือเรื่องจริงล่ะเนี่ย

    #7099
    0
  2. #7078 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:53
    ฝันหรือเรื่องจริง พิสูจน์เลยค่ะพี่เมษ ไปนอนในห้องของตัวเอง ล็อคประตูไว้ ถ้าไม่ฝันก็แสดงว่าแปลกๆละน้าาา ถ้าฝันก็ต้องมาดูกันว่าห้องถูกสะเดาะกุญแจรึเปล่าหรือกุญแจสำรองหายมั้ย5555
    #7078
    0
  3. #7067 miw-milk (@miw-milk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 22:28
    ฝันจริงรึเปล่าพี่เมษษษษษ🙈🙈🙈
    #7067
    0
  4. #7050 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 23:57

    เมษต้องไม่ได้ฝันแน่ๆ ธันแอบลักหลับพี่ชัวร์ ช่วงนี้ธันเริ่มแสดงออกเกี่ยวกับเมษมากขึ้น แต่เมษจะรู้สึกตัวบ้างไหมเนี้ย

    #7050
    0
  5. #6994 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 19:00
    ธันแอบลักหลับพี่เมษหรอ
    #6994
    0
  6. #6960 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 04:36
    ทำไมเรารู้สึกฝันของพี่เมษมันแปลกๆ 5555 คิดไปไกลอีกแล้ววว.
    #6960
    0
  7. #6905 xib, (@xib1) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 18:59
    ฝันจริงรึเปล่าน้าพี่เมษษษ จริงๆแอบคิดเหมือนกันค่ะว่าตอนที่แล้วจะมีncมั้ย แต่แค่ฝันแบบนี้ก็สครีมมากมายแล้ว T//T
    #6905
    0
  8. #6858 phoukham (@phoukham) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 15:39
    ฝันที่เป็นจริงรึเปล่าน่ะ
    #6858
    0
  9. #6708 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 09:31
    ฝันที่เหมือนไม่ได้ฝันอะ5555
    #6708
    0
  10. #6682 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 23:54
    ฝันแน่หรือออ
    #6682
    0
  11. #6654 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 21:50
    เป็นความฝันที่ไม่น่าไว้ใจเลยอ่ะ เรากลัวธันแปลกๆ 5555
    #6654
    0
  12. #6615 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 02:04
    ธันบอกเราสิว่าคือฝันจริงๆอ่ะ
    #6615
    0
  13. #6590 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 22:40
    ฝันหรือเรื่องจริง
    #6590
    0
  14. #6568 elic (@cassiopeia-fern) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 01:33
    ธันดูมีอะไรในใจแบบดูคิดอะไรตลอดเลย
    จะไปว่าเราก็แอบกลัวๆนะจากตอนที่แล้ว
    พี่ยิ่งเด๋อๆอยู่เกิดแบบไม่ใช่ความฝันงี้
    #6568
    0
  15. #6551 PiimJU (@PiimJU) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 19:56
    เป็นฝันที่ฮืออออ เขินไปหมดเเล้ว >\\\\<
    #6551
    0
  16. #6498 PhantaSia_pf (@chanokprattana) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 13:48
    ฝัน~ จะกลายเป็นมากกว่านั้น~ ไรต์เกิดทันเพลงนี้ไหมคะ 555
    #6498
    0
  17. #6494 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 10:15
    นั่น ธันเรียนกฎหมายจริงๆด้วยเอาจริงคืออาจจะมีอะไรในอนาคตก็ได้ ในส่วนของฉากฝัน เเก๊เขินมาก
    #6494
    0
  18. #6477 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 16:15
    นี่ดำเนินเรื่องดีแล้วค่ะ ชอบมากกก แง้ว มันเรื่อยๆแต่ก็ฟินๆอ่ะ
    #6477
    0
  19. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 18:49
    พี่ธันแม่งโคตรน่ากลัวว555555
    #6448
    0
  20. #6344 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:44
    คิคิเดาไปก่อนล่ะเน้ออดิคิคิ555555
    #6344
    0
  21. #6335 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 12:50
    ไม่อยากให้เป็นแค่ฝันเลยยย>_<
    #6335
    0
  22. #6311 lunar ❥ (@bonjour0301) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 21:28
    นี่ว่าไม่ฝันอะ ธันทำจริงแน่นอน แต่พี่เมษเป็นวิญญาณไงเลยไม่มีรอย แค่กๆ
    #6311
    0
  23. #6211 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 22:09
    พี่เมษ แน่ใจนะว่าตัวเองฝันอยู่อ่ะ 555555
    #6211
    0
  24. #6186 SUGA! YES, PLEASE♡ (@raindropingx) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 13:40
    เดี๋ยว ร้องเดี๋ยวดังมากในความฝันพี่เมษค่ะ เดี๋นวแบบ เดี๋ยวนะ 5555555555555555555555555555555555555555555555555
    ฮือออ มันเป็นความฝันใช่มั้ยคะพี่ ชั่ยมั่ยชั่ย /ตีเข่า
    #6186
    0
  25. #6180 borwonluck (@borwonluck) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 23:54
    อยากให้ทำเล่มจุงเบยรออยู่ในใจเสมอ<3
    #6180
    0