เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 313,572 Views

  • 7,119 Comments

  • 18,014 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,984

    Overall
    313,572

ตอนที่ 14 : บทที่13 อดีต [รีไรท์ - 3/9/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22051
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 452 ครั้ง
    3 ก.ย. 60


เช้าวันหนึ่งผมจัดการธุระของตนเองตามปกติเหมือนทุกๆ วัน พอเข้ามาในห้องน้ำผมก็รีบล้างหน้า แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ผมก็ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าในกระจกไม่มีเงาสะท้อน



ก่อนหน้านี้ผมล้างหน้าทุกวันก็จริง แต่ก็ไม่เคยชินกับการที่ไม่เห็นภาพสะท้อนของตนเองในกระจกสักที



ผมถอนหายใจก่อนที่จะวักน้ำลูบหน้าตนเอง เมื่อลองจับใบหน้าของตนเองจนอยู่ในสภาพที่น่าจะพอดูได้แล้วผมก็เดินกลับมาที่ห้องนอน



หลังจากที่นั่งเล่นเรื่อยเปื่อยในห้องอยู่พักใหญ่ผมก็เดินออกไปห้องรวม พอเห็นว่าไฟในห้องรวมทั้งหมดถูกเปิดเลยทำให้ผมพอเดาได้ว่าธันคงจะออกไปข้างนอกแล้ว แถมยังรีบเสียจนลืมปิดไฟด้วย



ผมใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการนั่งดูทีวีในห้องรวมหรือไม่ก็อ่านหนังสือที่ถูกวางอยู่แถวตรงนั้น กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงตอนเย็นแล้ว



พอธันกลับมาถึงที่ห้องเขาก็พูดทักทายถามถึงความเป็นอยู่ของผมสั้นๆ แล้วหายเข้าห้องนอนตัวเองไปพักใหญ่



จากนั้นพอเขากลับมาที่ห้องรวมอีกครั้ง ธันก็จัดอาหารที่ซื้อมาแล้วเทลงใส่จาน ผมนั่งลงที่เก้าอี้ก่อนที่จะเริ่มกิน ระหว่างที่กินนั้นผมก็พูดลอยๆ ขึ้นมา



“ปกติธันไม่ชอบกินผัก?”



ผมแค่ถามลอยๆ แต่คนที่ถูกถามกลับชะงักไปพักใหญ่ราวกับเป็นคำถามคอขาดบาดตาย หลังจากที่เงียบไปชั่วอึดใจธันก็พูดขึ้นมา



“ทำไมพี่คิดแบบนั้นครับ”



“ก็ปกติเวลาซื้ออะไรมา มีแต่พวกเนื้อไม่เคยเห็นมีผักเลย ขนาดในตู้เย็นก็ไม่มี”



ดูเผินๆ ผมเหมือนคนที่ไม่ใส่ใจอะไรก็จริง แต่ที่จริงแล้วผมเป็นคนที่ช่างสังเกตพอสมควร ผมสังเกตมาได้สักระยะแล้วว่าในตู้เย็นหรือพวกอาหารสำเร็จรูปอะไรที่ธันซื้อมา ไม่มีแม้แต่มื้อไหนเลยที่มีผักสักมื้อ



“พี่บอกว่าพี่ชอบกินเนื้อ”



ผมเลิกคิ้วกับคำพูดนั้น ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนเองเคยพูดเอาไว้อย่างที่ธันว่าจริงๆ เพียงแต่ผมยังแปลกใจไม่นึกว่าธันยังคงจำได้อยู่



“งั้นมื้อหน้าเอาเป็นข้าวผัดผักบุ้งล่ะกัน”



พอผมพูดประโยคนี้จบ ธันก็ทำหน้าแปลกๆ ใส่ทันที ตอนที่เห็นใบหน้านั้นผมพยายามกลั้นหัวเราะจนแทบจะขาดอากาศหายใจตาย



“ไม่ชอบกินผักอย่างกับเด็ก” ผมว่าพลางยิ้ม



“คนเราก็ต้องมีของที่ไม่ชอบกินสักอย่างสองอย่างบ้างสิครับ”



ผมยิ้มรับเฉยๆ ไม่ได้ตอบหรือเถียงอะไรกับเขาเพิ่ม ถึงแม้ในใจผมจะคิดว่าสักอย่างสองอย่างของเขามันเหมารวมผักทุกประเภทแล้วก็เถอะ



หลังจากที่กินข้าวเสร็จธันก็บอกว่าจะไปอ่านหนังสือในห้อง ในขณะที่ผมยังไม่แน่ใจว่าควรจะตามไปด้วยดีหรือไม่ธันก็เรียกผมขึ้นพอดี



ผมเดินตามเข้าไปนั่งเล่นในห้องของเขา ระหว่างที่เดินเล่นหรือหาอะไรทำอยู่นั้น ธันก็เขียนอะไรบางอย่างใส่สมุดได้สักพักแล้ว ผมมองด้วยความอยากรู้ แต่ก็ไม่อยากจะรบกวนจึงตั้งใจว่าจะรอจนกว่าธันจะพัก



จนกระทั่งธันลุกขึ้นไปหยิบน้ำเปล่ามาวางข้างๆ โต๊ะ ในตอนนั้นผมถึงถามขึ้นมา



“เขียนอะไรอยู่น่ะ?” ผมถามพลางชะโงกหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ อยู่สักพักหนึ่ง พอธันเห็นสายตาสงสัยของผมจึงขยับตัวนั่งดีๆ แล้วอธิบาย



“การพิจารณาความน่ะครับ พอดีผมลองฝึกเขียนเฉยๆ เพราะว่ามันจะสอบอยู่แล้ว”



ผมส่งเสียงตอบรับก่อนจะค่อยขยับตัวถอยออกมาแล้วยิ้มให้กับอีกฝ่าย “เคยลงเรียนวิชาของรัฐศาสตร์หรือเปล่า”



ธันเงียบไปกับคำถามของผม ท่าทางของเขาเหมือนกับว่าลำบากใจที่จะต้องพูดออกมาหรือไม่ก็คงนึกถึงเรื่องแย่ๆ ขึ้นมาได้ เขาจึงตอบผมเสียงเบาลงกว่าปกติ “เคยครับ..”



“ได้เกรดถึงบีบวกไหม”



พอพูดมาถึงตรงนี้ธันก็หยุดมือที่กำลังเขียนลง แล้วขมวดคิ้วด้วยสีหน้ายุ่งยาก “ทำไมพี่ถามเหมือนรู้ว่าผมได้เกรดเท่าไร”



ผมเกือบหลุดหัวเราะกับใบหน้าอีกฝ่าย ตามปกติแล้วผมเป็นคนที่ชอบหยอกคนอื่นไปทั่วก็จริง แต่ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกดีกับการที่ได้หยอกเขาเป็นพิเศษขนาดนี้



“สรุปว่าได้เท่าไรล่ะ?” ผมว่าในขณะที่ถามยิ้มๆ



“อาจารย์วิชารัฐศาสตร์ไม่ค่อยชอบผมเท่าไร..” แทนที่จะตอบคำถามผม ธันกลับเบี่ยงประเด็นไปพูดอย่างอื่นแทน “แต่ผมคิดว่าเขาไม่น่าจะชอบนิสิตภาคคณะนิติศาสตร์ทุกคนนั่นแหละ”



อืม.. ผมพยักหน้า ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไร



สมัยตอนที่ผมเรียน บางทีก็ได้ยินอาจารย์พูดแขวะอาจารย์คณะนิติศาสตร์บ้าง ถึงผมจะไม่เข้าใจว่าทำไมแต่ดูเหมือนว่าทุกที่จะเป็นเหมือนกันหมด ขนาดผ่านมาแล้วยี่สิบกว่าปีก็ยังคงเหมือนเดิม



“พี่เรียนคณะนิติศาสตร์มาหรือครับ..?” ธันถามผมก่อนจะหยุดคล้ายกับกำลังคิดไปสักพักหนึ่ง “แต่ไม่น่าใช่.. เมื่อกี้พี่ยังถามผมว่าเขียนอะไรอยู่เลย ตกลงว่าเรียนคณะรัฐศาสตร์ใช่ไหมครับ”



ผมยิ้มให้ด้วยถือว่าเป็นการตอบภายในตัว บางทีผมก็ไม่ค่อยชอบเวลาที่เขารู้ทันเร็วเกินไป แต่ในขณะเดียวกันมันก็ดี เพราะปกติแล้วผมเป็นคนขี้เกียจกับการอธิบายอะไรซ้ำๆ แถมยังชอบคิดมากแล้วไม่ชอบแสดงมันออกมา



หลายครั้งที่คนอื่นยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขากลับมองทะลุปรุโปร่งได้อย่างง่ายดาย



“ไม่คิดว่าเป็นเพราะลายมืออ่านไม่รู้เรื่องบ้างหรือไง”



“ลายมือผมสวยครับ”



“......” พอเจอคำพูดนี้ผมถึงกับใบ้กินไปในทันที ทั้งๆ ที่กำลังพูดชมตัวเอง แต่ธันกลับพูดออกมาด้วยสีหน้าเฉยราวกับว่ากำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศอยู่จนผมไม่แน่ใจว่าตนเองหูฝาดหรือเปล่า



ก็จริงอย่างว่า ลายมือธันค่อนข้างเป็นระเบียบและอ่านง่ายมาก ชนิดที่ว่าต่างกันกับผมลิบลับเลยทีเดียว



แต่คนที่ชมตัวเองได้โดยสีหน้าไม่เปลี่ยนนี่ ผมมองเขาด้วยสีหน้ากล้ำกลืน ..อาจจะเพราะผมไม่ค่อยได้เจอกับคนเยอะหรือเปล่าก็ไม่รู้เลยรู้สึกว่าแปลกๆ



พอธันเห็นว่าผมกะพริบตาแล้วมองด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาเลยลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่กำลังนั่งอยู่แล้วมานั่งที่เตียง จากนั้นก็มองมายังทางผมคล้ายกับกำลังบอกให้มานั่งด้วยกัน



ผมขยับตัวลุกขึ้น เดินมานั่งข้างๆ เขา แล้วเอ่ยถาม “สรุปว่าไม่อ่านหนังสือแล้ว?”



“ช่างเถอะครับ คืนสุดท้ายแล้ว อ่านไปคงไม่ได้อะไร” ธันว่าก่อนที่จะหยุดไปแล้วมองใบหน้าของผม “ตอนนี้ผมอยากฟังเรื่องของพี่มากกว่า รู้จักกันมาตั้งสิบกว่าปีแล้วผมยังไม่รู้จักอะไรนอกจากชื่อของพี่กับสาเหตุการตายเลย”



ผมอ้ำอึ้งไปสักพักเมื่อถูกมอง แต่แล้วก็เลือกที่จะเบนสายตามองไปทางตรงหน้าแทน คงเพราะปกติแล้วไม่เคยมีใครถามเรื่องของผมมาก่อนเลยทำให้รู้สึกประหม่า ไม่รู้ว่าควรจะเล่าจากตรงไหนก่อนดี “..คือว่า”



หลังจากที่เกริ่นเริ่มต้นมาได้แค่นี้ ผมก็เงียบไปนานมากเพราะไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อน ปกติผมไม่ใช่คนที่ชอบพูดเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองเพราะไม่อยากให้ใครมาสงสารหลังฟังประวัติชีวิตห่วยๆ ของผมจบ



“เมื่อก่อนพี่เคยบอกผมว่าไม่ค่อยได้คุยกับใครนอกจากพ่อแม่แล้วก็หมอ แสดงว่าปกติแล้วเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ หรือครับ?”



พอเห็นผมพูดแค่นั้นแล้วเงียบไป ธันจึงเป็นคนเริ่มประโยคขึ้นมาก่อน ดูเหมือนเขาคงพอเข้าใจว่าปกติแล้วผมพูดไม่ค่อยเก่งสักเท่าไรเลยชวนเปิดประเด็นด้วยการถาม “แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงตัดสินใจมาเรียนคณะรัฐศาสตร์ล่ะครับ”



จากตอนแรกที่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าผมนึกคำที่จะตอบคำถามอีกฝ่ายแทบไม่ทัน



“ก็ใช่.. ตอนที่อยู่โรงพยาบาลมันว่าง เลยอ่านพวกหนังสือพิมพ์กับดูข่าวจะได้ตามทันโลกบ้าง แต่พอรู้สึกตัวอีกทีพี่ก็ชอบตามอ่านข่าวจนกลายเป็นเรื่องเคยชินไปแล้ว ถึงจะออกจากโรงพยาบาล แต่ก็ยังชอบอ่านพวกนี้อยู่ดี”



“แล้วตอนนั้นมันใกล้เข้ามหาลัยแล้ว แต่พี่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองควรจะเข้าอะไรดี พ่อแม่เห็นพี่ชอบเลยให้ลองไปเรียนทางนี้ดู เผื่อว่าจะได้เป็นปลัดอะไรแบบนี้..”



พอพูดมากๆ เข้าผมก็ชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองพูดรู้เรื่องหรือเปล่า เพราะผมไม่ใช่คนพูดเก่ง แต่พอเห็นธันยังคงเงียบโดยไม่ได้พูดขัดหรือถามอะไรขึ้นมา ผมจึงว่าต่อ



“แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เป็น เพราะว่าตอนนั้นพ่อมีธุรกิจอย่างหนึ่งที่ทำอยู่พอดี แล้วบังเอิญว่าพ่อกับแม่ดันมาเสียทั้งคู่ตอนช่วงพี่ขึ้นปีสี่ เลยกลายเป็นว่าต้องมารับงานที่บริษัทแทน”



พอเล่ามาจนถึงตรงนี้น้ำเสียงของผมก็เบาหวิวลงอย่างน่าประหลาด



“เสียใจด้วยนะครับ” ธันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดเป็นพิเศษ ราวกับกำลังพูดไปตามมารยาท แต่ความรู้สึกอะไรบางอย่างกลับทำให้รู้สึกเหมือนเขากำลังสงสารหรือไม่ก็เห็นใจผมจริงๆ



“ไม่เป็นไร อืม..คือว่ายังไงมันก็เป็นอุบัติเหตุ ใครๆ ก็คงไม่คาดคิดทั้งนั้น”



ถึงจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่พอพูดถึงเรื่องนี้ซ้ำแล้วมันก็ทำให้ผมรู้สึกโหวงในใจพอสมควร แม้ว่าจะผ่านมานานขนาดนี้แล้วแต่ผมก็ยังคงจดจำได้ดีราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง



“อุบัติเหตุอะไรหรือครับ?”



“รถยนต์น่ะ วันนั้นฝนตกหนักแล้วทั้งสองคนขับรถไปเที่ยวบนภูเขาพอดี จากนั้นก็ตกเขาลงมา คงเพราะว่าถนนลื่นกับทัศนวิสัยไม่ดีด้วย”



เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ผมก็กลั้นหายใจ ในช่วงนั้นมีหลายครั้งที่ผมนึกอยากจะฆ่าตัวตายตามไปให้จบๆ เพราะผมไม่เหลืออะไรในชีวิตแล้วจริงๆ แต่ก็ไม่เคยมีความกล้าพอที่จะทำสักที



“พี่ช่วยหลับตาลงหน่อยสิครับ”



พอได้ยินประโยคที่ไม่เข้ากับบริบทก่อนหน้าผมก็เกือบจะเผลอหลุดอุทานออกมาว่า หา? แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แล้วหลับตาลงเพราะอยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรต่อ



ธันจับมือของผมเอาไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้มือของผมรู้สึกอุ่นตามไปด้วย “พี่เมษเป็นคนที่มีความอดทนมากเลยนะครับ”



ผมเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร



“พี่บอกผมว่าไม่มีเพื่อน แล้วพ่อแม่ก็จากไป ที่ผ่านมาพี่ทนอยู่ในโลกคนเดียวมาตลอดยี่สิบปีได้ยังไงกันครับ”



เมื่อนึกย้อนไปแล้ว ผมก็เคยสงสัยเหมือนกัน



อาจจะเพราะผมเจอกับความผิดหวังมาเยอะ เยอะมากจนไม่เหลือความหวังอะไรอีกหรือไม่ก็ผมคงชินกับการที่จะต้องอยู่กับความเจ็บปวดและความผิดหวังจนไม่รู้สึกอะไรแล้วก็ได้



“ธันเองก็เป็นเหมือนกับพี่ไม่ใช่หรือไง”



ในหัวผมพยายามนึกหาทางเบี่ยงประเด็นเรื่องขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากจะให้ใครมารู้สึกเห็นใจกับเรื่องแบบนี้ นอกจากจะทำให้ผมรู้สึกแย่แล้ว ยังจะทำให้ยิ่งรักในความใจดีของเขาจนถอนตัวไม่ขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก



“เหมือนกันยังไงครับ?”



“ก็ธันเคยเล่าว่าไม่มีเพื่อนที่สนิทใจด้วย แล้วก็ทะเลาะกับพ่อบ่อยๆ”



ผมเอ่ยออกมาทั้งๆที่ยังคงหลับตาอยู่ แต่ก็ดีแล้วผมไม่อยากให้ธันเห็นสายตาของผมในตอนนี้สักเท่าไรนัก



ถึงสถานการณ์ของธันจะไม่ได้เหมือนกับของผมสักทีเดียว แต่ก็นับว่าคล้ายกันอยู่ สำหรับธันอาจจะหาคนที่จริงใจหรือสนิทใจได้ด้วยยาก ในขณะที่ผมมีแต่ก็สูญเสียไปหมดแล้ว



“ไม่เหมือนหรอกครับ”



เขาเอ่ยขัดความคิดของผมขึ้นมา



“ก็ผมมีพี่อยู่ด้วย”



หะ..?



ผมนิ่งไปนานมาก นึกไม่เชื่อหูกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ตอนแรกผมยังคิดไปอยู่เลยว่าตัวเองหูฝาดหรือเปล่า แต่ในเมื่อมันชัดเจนขนาดนั้นคงฟังไม่ผิด



“..หมายความว่ายังไง”



หลังจากที่ปล่อยให้บรรยากาศตกลงสู่ความเงียบ ท้ายที่สุดผมก็เอ่ยออกไปได้เพียงแค่นั้น ในหัวผมมีคำถามที่นึกอยากเอ่ยถามเขาออกไปมากมาย ทว่าด้วยความประหลาดใจเลยทำให้ไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดได้ทันท่วงที



“สองปีที่ผมไม่ได้มาหาพี่มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะมาก” ธันว่าก่อนที่จะเว้นจังหวะไปแล้วเอ่ยต่อ “หลังจากที่แม่เสีย พ่อของผมก็เปลี่ยนไป ช่วงนั้นผมรู้สึกแย่มากจนแทบไม่ได้พูดกับใคร”



“พอรู้สึกตัวอีกทีถึงรู้ว่าผมกับเพื่อนก็ไม่ได้สนิทกันเหมือนเดิมอีกแล้ว ในตอนนั้นผมไม่เหลือใครเลยด้วยซ้ำ”



ถึงแม้น้ำเสียงนั้นจะนิ่งเรียบ ดูไม่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ เป็นพิเศษ หากทว่ากลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวดอย่างลึกล้ำแทบทุกคำที่กล่าว



“แต่ถึงผมจะหายไปสองปี ก็มีแต่พี่คนเดียวที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย”



ผมกลั้นหายใจเมื่อฟังคำของเขาจบ นึกไม่ออกเลยว่าในช่วงนั้นเจ้าตัวใช้ชีวิตหรือรู้สึกอย่างไรกับการที่คนรอบข้างเปลี่ยนแปลงไปราวกับฟ้ากับเหว



นอกจากจะสูญเสียคนสำคัญไปแล้ว คนรอบข้างต่างก็ทอดทิ้งเขาอย่างไม่ใยดี



ในจังหวะนั้นเองผมเพิ่งระลึกได้ว่าธันที่ผมมักจะคิดว่าเจ้าตัวเข้มแข็ง แท้จริงแล้วไม่ได้ต่างอะไรจากผมเลย



ลึกๆ ในใจธันก็คงกลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวมากถึงขนาดที่ไม่กล้าสนิทกับใครจริงจัง หรืออาจจะกลัวพอๆ กับผมเสียด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่เคยแสดงมันออกมาให้ใครเห็นหรือรู้ แล้วเลือกที่จะกดมันลึกลงไปเหมือนมันไม่เคยมี



ครั้งหนึ่งผมได้ยินว่าประสบการณ์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงคน ไม่ใช่อายุ คงจะจริงอย่างว่าเพราะผมแทบจะไม่ได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ เพิ่ม ดังนั้นไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปี นิสัยของผมก็ยังคงอยู่เหมือนตอนที่ยังอายุ25เท่านั้นเอง



ฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ธันไม่รู้สึกว่าผมเปลี่ยนไปเลย



“ตอนที่ผมรู้ว่าพี่ยังคงเหมือนเดิม ผมดีใจมาก แต่ในขณะเดียวกัน..” ธันว่าในขณะที่บีบมือของผมแน่นคล้ายกับกลัวว่าเมื่อปล่อยแล้วผมจะหายไปต่อหน้าต่อตา “..ผมก็ไม่กล้าปล่อยพี่ทิ้งไว้ที่นั้น ผมกลัวว่าพอกลับมาครั้งหน้าแล้วพี่จะเปลี่ยนไป พอถึงตอนนั้นผมคงจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหลือใครจริงๆ”



เมื่อฟังจนจบผมก็ผินหน้ามองไปทางอื่น ถึงแม้จะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองหลับตาอยู่และธันไม่มีทางรับรู้ความรู้สึกของผมได้ แต่ก็อดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้จริงๆ



ความรู้สึกดีใจตื้นตันล้นออกมาจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก แวบแรกพอฟังๆ ไปแล้วผมเกือบนึกว่าธันกำลังสารภาพรักอยู่ แต่ดูเหมือนว่าคงจะไม่ใช่แบบนั้น



ธันคงแค่อยากจะเล่าให้ฟังมากกว่าว่าทำไมถึงพามาที่นี่หรือไม่ก็คงต้องการจะพูดปลอบใจเฉยๆ ว่าอย่างน้อยผมก็ยังไม่ได้ตัวคนเดียวเสมอไป



ก็เพราะแบบนี้..แล้วจะให้ผมตัดใจจากเขาได้อย่างไรกัน



“ขอบคุณ..” หลังจากที่เงียบไปอยู่นานผมก็พยายามเค้นเสียงออกมา แล้วค่อยลืมตา ทันใดนั้นผมก็สัมผัสไม่ได้ถึงไออุ่นบนฝ่ามือของเขาอีกต่อไป “ไปอ่านหนังสือเถอะ สอบพรุ่งนี้แล้วไม่ใช่หรือไง”



ธันเหมือนกับเพิ่งนึกขึ้นได้เลยเดินไปที่โต๊ะหนังสือ แล้วขีดเขียนอะไรอยู่อีกสักพักหนึ่ง



ในตอนแรกผมตั้งใจว่าจะเดินกลับไปนอน แต่เพราะเรื่องเมื่อครู่ทำให้ตอนนี้ผมชักกลัวว่าตัวเองจะนอนไม่หลับแทน



หลังจากที่นั่งอยู่ตรงที่โซฟาสักพัก ผมก็เริ่มขยับตัวเอนหลังนอนลง สายตาก็พยายามมองไปรอบๆ ห้องเพื่อที่จะได้ไม่เผลอมองธันมากจนเกินไป



ทว่าเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น ผมก็อดที่จะหันไปมองเขาไม่ได้



ธันลุกขึ้นแล้วเก็บหนังสือวางกองไว้ตรงโต๊ะที่ว่าง จากนั้นก็เก็บพวกอุปกรณ์เครื่องเขียนลงในกระเป๋า ในระหว่างที่ผมกำลังมองอิริยาบถนั้น เขาก็เดินเข้ามาใกล้เสียจนผมต้องเงยหน้าขึ้น



“วันนี้พี่เมษไม่รีบนอนเหรอครับ? เห็นปกตินอนสามทุ่มตลอด”



“.....”



เมื่อได้ยินคำพูดนั้นผมจึงหันไปมองนาฬิกาที่อยู่บนฝาผนังทันที พอเห็นว่าเวลาล่วงเลยไปจนถึงห้าทุ่มแล้วถึงได้เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา ..นี่ผมนั่งรอเขาจนกระทั่งถึงห้าทุ่มเลยงั้นหรือ พอคิดแบบนี้ผมก็อดที่จะนวดขมับตัวเองไม่ได้



“งั้น..” ผมเอ่ยขึ้นมาสั้นๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อเดินออกไปนอกห้อง “เดี๋ยวพี่ไปนอนก่อนนะ แล้วก็เรื่องในวันนี้..ขอบคุณมาก”



“ไม่ต้องขอบคุณก็ได้ครับ เพราะว่าผมก็อยากพูดเรื่องนี้มาตลอดเหมือนกัน” ธันว่าในขณะที่เดินมาส่งผมที่หน้าประตู “ฝันดีนะครับ”



เมื่ออกมาจากห้องของธันแล้วผมจึงเดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเองบ้าง ทว่าพอนั่งลงที่เตียงแล้วผมถึงเพิ่งฉุกคิดเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้



ทำไมธันถึงรู้ว่าปกติผมนอนตอนสามทุ่มล่ะ..?



ทั้งๆ ที่เพิ่งมาอยู่ด้วยกันแค่ไม่กี่วัน แต่ดูเหมือนธันจะสังเกตเรื่องของผมดีมากกว่าที่ผมสังเกตตัวเองเสียอีก นี่ถ้าเขาไม่บอกผมก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าพอถึงสามทุ่มจะต้องรีบเดินไปนอน



พอคิดมาถึงตรงนี้ผมก็เริ่มไม่รู้แล้วว่าธันรู้สึกยังไงกับผมกันแน่ ยิ่งรวมกับเหตุการณ์ในวันนี้ยิ่งทำให้ผมนึกอะไรไม่ออกเลย



จะบอกว่าเขาชอบผมมันก็ออกจะดูเพ้อฝันเกินไปหน่อย แถมครั้งหนึ่งธันเคยบอกผมว่าชอบผู้หญิงอีก ดูๆ แล้วเจ้าตัวคงไม่มีทางมาชอบผู้ชายอย่างผมได้



หากให้คำนิยามของความสัมพันธ์ในตอนนี้แล้วคงเป็นเพื่อนที่ไว้วางใจกันมากกว่า



แต่สำหรับผมที่ไม่เคยคาดหวังอะไรมาก เลยรู้สึกว่าได้ถึงขนาดนี้ก็พอแล้ว



น่าปวดหัวจริงๆ ผมอดที่จะคิดเช่นนั้นไม่ได้ พลางขยับตัวขึ้นมานั่งบนเตียงก่อนที่จะค่อยเอนตัวลงนอน



ถ้าผมรู้ความคิดเขาก็คงดี



อย่างน้อยจะได้รู้ว่าตนอยู่ในสถานะไหน แล้วควรมีจุดยืนอย่างไรกันแน่



--------------------------------------------------------------------------


[Talk]

*Note - สมัยก่อนคณะรัฐศาสตร์เป็นที่นิยมมากเลยค่ะ หลายๆคนต่างเชียร์ให้ลูกไปเรียน เพราะว่าเรียนง่ายและเมื่อจบมามีโอกาสได้เป็นเจ้าคนนายคนสูงมาก 

สมัยนั้นใครได้เป็นปลัดหรือนายอำเภอ คนในหมู่บ้านจะชื่นชมกันมากเลย


ตอนนี้ค่อนข้างสั้นหน่อยนะคะ เนื่องจากว่าตอนหน้ามันยาวมากๆ เราหาทางตัดตอนไม่ลง555555555 รับรองว่าตอนหน้ามีเรื่องดีๆให้อ่านแน่ค่ะ

มีคนถามมาว่าสามารถส่งแฟนอาร์ทให้ทางไหนได้บ้าง สามารถส่งให้ทางข้อความในเพจเรา แท็กทวิต หรือว่าข้อความลับทางเด็กดีก็ได้ค่ะ(เฉพาะข้อความลับนะคะถ้าส่งQmsgมาเราจะไม่เห็น)




--------------------------------------------------------------------------


ช่วงแฟนอาร์ทค่ะ อาจจะnot safe for workหน่อย..



ขอบคุณคุณ shimotsuki04 มากนะคะ












ป.ล. มีคนเข้าใจผิดเยอะมาก เลยมาแก้ไขว่า รูปที่สองนี่เปลี่ยนคนอุ้มนะคะ ไม่ใช่คนเดิม 555555555





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 452 ครั้ง

350 ความคิดเห็น

  1. #7100 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:29

    เห้ยๆ มือน่ะมือออ

    #7100
    0
  2. #7068 miw-milk (@miw-milk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 22:41
    นี่ๆๆๆธันรู้ว่าพี่เมษนอนสามทุ่ม ฉันว่ามันต้องไม่ใช่ฝันนน
    #7068
    0
  3. #7051 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 00:14

    เมษเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับสิ่งที่ธันแสดงออกกับเมษ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-08.png

    #7051
    0
  4. #6995 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 19:12
    ธันชอบพี่เมษรึป่าว
    #6995
    0
  5. #6962 RISAL (@pwangthiyxng) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 14:36
    มือนะมือ ธันโว้ยยยยเอามือออกมาาาาาาาาาาา

    #รูปสุดท้ายดูเศร้าๆนะ
    #6962
    0
  6. #6852 Sensibleyui (@Sensibleyui) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 14:00
    มือล้วงเสื้อแล้วเหรอ😳😳😳😳
    #6852
    0
  7. #6727 Realprinceeskyy (@Realprinceeskyy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 13:55
    หน่วงจัง เเบบว่า มันอบอุ่นนะเเต่ก็หน่วง
    #6727
    0
  8. #6709 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 09:40
    แล้วตอนนี้บริษัทพี่เมษเป็นของใครอะ
    #6709
    0
  9. #6655 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 22:12
    มีความหน่วงบางช่วง TT
    #6655
    0
  10. #6630 whitelava blue (@bluelavaland) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 20:15
    น้องธันนนนน พี่ว่าพี่เมษไม่ได้ฝันม้างง ญาติน่าสงสัยมาก ทั้งเรื่องพี่และครอบครัว
    #6630
    0
  11. #6616 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 02:18
    โอ้ยยยยยยน่ารักอ่าแต่แอบหน่วงๆแบบงงๆว่าเอ้ะตกลงคุณน้องธันจะอะไรยังไงคะ
    #6616
    0
  12. #6560 PiimJU (@PiimJU) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 10:31
    ตอนนี้มีความอบอุ่นๆปนสีเทาๆยังไงไม่รู้ แต่คนน้องนี่คอยสังเกตพี่ตลอดเลย น่ารักก
    #6560
    0
  13. #6555 1RM2E (@1RM2E) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 20:50
    ไรท์เขียนบรรยายดีมากเลยง่ะ พลอตเรื่องก็น่าติดตาม หยุดอ่านไม่ได้เลย รักเรื่องนี้ 💕
    #6555
    0
  14. #6536 Theaeaeee (@Theaeaeee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 13:25
    โอ้ยยยเพิ่งได้อ่าน ติดเรื่องนี้งอมแงมเลยค่ะ ไรท์เขียนเก่งมากกก
    #6536
    0
  15. #6499 PhantaSia_pf (@chanokprattana) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 14:01
    รูปสุดท้าย...ธัน มือ มือ!!
    #6499
    0
  16. #6496 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 11:48
    เเฟนอาร์ทดีมากเว่อร์ ฮื่อออ อะไรคือการที่เปลี่ยนการอุ้มเเล้วธันเอามือล้วงเสื่อพี่ ><
    #6496
    0
  17. #6470 คิเซริ (@fim82) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 15:31
    รูปสวยมากกกก
    #6470
    0
  18. #6351 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 15:00
    รูปนี้ได้อารมณ์มากกก
    #6351
    0
  19. #6319 lunar ❥ (@bonjour0301) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 15:55
    ธันมือน่ะมือ แหมมม
    #6319
    0
  20. #6170 momosonoerung (@momosonoerung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 21:14
    อะไรคือการที่ธันเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อคะ555
    #6170
    0
  21. #6154 ULTRATIC (@bam-wrp) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 09:27
    รถปสยยมากเลยฮือออ
    #6154
    1
    • #6154-1 ULTRATIC (@bam-wrp) (จากตอนที่ 14)
      13 ตุลาคม 2560 / 09:27
      รูปสวย555555
      #6154-1
  22. #6138 DKdabble (@dkdabble) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 21:52
    fanartงามแท้ ตอนนี้น้องธันอบอุ่นละมุนตุ้นมากกก
    #6138
    0
  23. #6134 prince_Lprince (@prince_Lprince) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 08:10
    ไม่รู้ความคิดของธันเลยอ่ะ

    แฟนอาร์ทสวยๆ
    #6134
    0
  24. #6129 Fun_Hyoyeon (@funny16) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 11:38
    แฟนอารท์สวยมากอะ พี่เมษกับน้องธัน>w<
    #6129
    0
  25. #6106 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 14:39
    แฟนอาร์ทสวยมากกกกด น้องธันตอนเด็กๆน่ารักโฮกกกก โอ๊ยใจพรี่;____; ตอนนี้มีแต่ความอบอุ่นของน้องธันเต็มไปหมด มีความกุมมือกันอ่ะ กริสสสส
    #6106
    0