เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 313,605 Views

  • 7,119 Comments

  • 18,014 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,017

    Overall
    313,605

ตอนที่ 15 : บทที่14 โลกภายนอก [รีไรท์ - 3/9/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 401 ครั้ง
    3 ก.ย. 60


ถึงแม้ว่าคืนนั้นจะนอนดึกต่างจากทุกวัน แต่วันต่อมาผมก็ยังคงตื่นขึ้นมาในเวลาเดิมอยู่ดี



ทันทีที่รู้สึกตัวผมก็ค่อยขยับตัวลงจากเตียง เดินเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ จากนั้นก็เดินออกมาที่ห้องรวม สายตาผมกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะเห็นธันกำลังหยิบของในตู้เย็นดูด้วยสายตายุ่งยาก คล้ายกับลังเลว่าควรจะหยิบอะไรก่อน



ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ จงใจไม่เอ่ยเรียก แต่คงเพราะรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกมองหรือไม่ก็ได้ยินเสียง ธันเลยรู้สึกตัวแล้วหันมามอง



“ตื่นแล้วหรือครับ” น้ำเสียงของธันดูจะผ่อนคลายลงแล้ววางอาหารที่ถือในมือลงบนเคาน์เตอร์ สายตาของผมมองอาหารที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้



ตอนแรกธันซื้ออาหารมาให้ผมบ่อยมาก ว่าง่ายๆ คือเขามักจะถามผมก่อนว่าอยากกินอะไร จากนั้นก็จะซื้อมาเพิ่มอีกหนึ่งจาน



ทว่าพักหลังๆ มานี้ธันคงไม่ค่อยว่างกับไม่อยากหาวิธีกำจัดอาหารอีกจาน เลยกลายเป็นถ้าวันไหนที่ผมตื่นก่อน เขาก็จะถามผมว่าอยากกินอะไร พอผมกินเสร็จธันก็จะกินจานนั้นต่ออีกที



แต่ถ้าวันไหนที่ผมตื่นสายกว่า เขาก็จะบอกให้ผมเลือกหยิบอะไรก็ได้ในตู้เย็นกิน เพราะว่าเกือบทุกวันธันมีเรียนช่วงเช้า หากรอให้ผมตื่นก่อนเขาจะไปเรียนไม่ทัน



สายตาของผมมองพวกอาหารสำเร็จรูปบนเคาน์เตอร์ก่อนที่จะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ



“กินอาหารพวกนี้อีกแล้ว”



“แค่บางวันเองครับ”



ไม่เห็นจะจริงเลย.. ผมแย้งขึ้นมาในใจทันที ปกติผมตื่นมาทีไรก็เห็นเขากินพวกนี้ตลอด หรือถ้าดีหน่อยก็เป็นพวกโจ๊กที่ไปซื้อมาจากข้างนอกตั้งแต่เมื่อวานแล้วเอามาอุ่นอีกที



ตอนแรกผมคิดว่าธันจะดูรักสุขภาพกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าคงคิดผิดไปหน่อย



“พี่ว่าเดี๋ยวพี่ทำอาหารเองดีกว่า”



ผมเสนอขึ้นมาให้อย่างใจดี เคยมีช่วงหนึ่งที่ผมทำอาหารบ่อยอยู่ ทว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสได้ทำอีก ถึงจะไม่แน่ใจว่าตัวเองยังทำได้อยู่หรือเปล่า แต่ทำเองคงดีกว่ากินอยู่แบบนี้แน่นอน



“พี่ทำอาหารเป็นหรือครับ?”



“..ก็เป็น..” ผมตอบแบบไม่ค่อยจะเต็มเสียงสักเท่าไร



ธันมองผมด้วยสีหน้าไม่ค่อยไว้วางใจ ทำเหมือนกลัวว่าผมจะใส่ยาพิษลงไปในอาหารเขาอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็ยอมขยับถอยออกมาให้ทำ



พอรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาแบบตาไม่กะพริบ ผมก็หยิบจับสิ่งของไม่ได้สักที จนท้ายที่สุดผมเลยต้องหันไปบอกคนที่กำลังจ้องอยู่จากด้านหลัง



“อย่ามองสิ ไม่อย่างนั้นมันทำไม่ได้”



จบคำธันก็ขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปทางห้องนอนอย่างว่าง่าย ค่อนข้างจะผิดคาดไปหน่อย ผมนึกว่าเขาจะไม่ยอมลุกไปง่ายๆ ถึงขนาดเตรียมคำหว่านล้อมมาแล้วด้วยซ้ำ



จนกระทั่งเมื่อได้ยินเสียงปิดประตูแล้ว ผมเลยค่อยผ่อนคลายลงแล้วลองหยิบอีกครั้ง



เมื่อหยิบได้ ผมก็เริ่มทำอาหาร เริ่มแรกมันเป็นไปอย่างทุลักทุเลมากเพราะผมลืมวิธีทำไปหมดแล้ว ทว่าพอเริ่มจับทางไปต่อได้ ไม่นานนักผมก็ทำคล่องแคล่วขึ้น



พอทำจนเสร็จและมั่นใจว่ากินเข้าไปแล้วไม่ตาย ผมก็วางจานข้าวผัดลงบนเคาน์เตอร์ จากนั้นจึงหันหลังเดินไปเรียกธันให้ออกมากิน



“....”



ทว่าทันทีที่หันหลังไป ผมก็เห็นสายตาของเขาก็จับจ้องอยู่แล้ว



ฉับพลันความเงียบก็เข้าครอบงำบรรยากาศห้องทันที ผมแทบไม่รู้สึกตัวว่าธันมานั่งที่เก้าอี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พอเจอบรรยากาศแบบนี้ก็เลยอดประหม่าไม่ได้ ในหัวผมพยายามนึกคำพูดอะไรก็ได้ที่จะลดความรู้สึกน่าอึดอัดนี้ออกไป



“เมื่อกี้เดินเข้าห้องไปแล้วไม่ใช่หรือ..?”



“เปล่าครับ แค่เดินไปเปิดประตูแล้วก็ปิดเฉยๆ จากนั้นก็เดินมานั่ง พี่จะได้ไม่รู้ว่าผมอยู่ด้วย”



สรุปว่ามองมาตั้งแต่แรกงั้นสิ..



พอคิดแบบนั้นผมก็อึกอักจนทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่กำลังจะเดินหนีหรือเอ่ยอะไรก็ได้เพื่อขอตัว ธันกลับลุกขึ้นยืน



เขาเดินมาที่เคาน์เตอร์แบบไม่สนใจท่าทางเลิ่กลั่กของผมเลยแม้แต่น้อย มือก็หยิบช้อนตักข้าวผัดที่อยู่ในจานกิน ผมจับจ้องมองพลางอดจะลุ้นตามไม่ได้ว่ารสชาติจะออกมาเป็นอย่างไร



แต่เมื่อเห็นธันเงียบไม่ได้พูดอะไรออกมาครู่ใหญ่ ผมเลยรู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมานิดหน่อย



คือผมไม่ได้กลัวว่ารสชาติมันจะแย่ผิดจากความคาดหมายมาก แต่กลัวว่ามันจะห่วยระดับที่ธันช็อคจนพูดอะไรไม่ออกอะไรแบบนี้มากกว่า



“ก็อร่อยดีนี่ครับ ทำไมตอนแรกถึงลังเลล่ะ”



ธันว่าในขณะที่ถือจานมาวางลงที่โต๊ะแล้วนั่งเก้าอี้เพื่อกิน เมื่อได้ยินคำชมนั้นผมก็อดที่จะดีใจไม่ได้



“ไหน ขอลองกินบ้าง”



ทว่าทันทีที่ผมเอื้อมมือออกไป ธันก็รีบขยับจานเข้าหาตัวเองเพื่อหลบมือผม



“.....” ผมชะงักไปสักพักหนึ่ง มือที่เอื้อมไปยังคงค้างกลางอากาศอยู่อย่างนั้น



ปกติแล้วธันไม่เคยปฏิเสธหรือไม่ให้ผมกินแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าผมอยากกินอะไรเจ้าตัวก็แบ่งให้หมด ทว่ามีเพียงแค่ครั้งนี้เท่านั้นที่ปฏิเสธ



ในหัวผมพยายามนึกถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดถึงสาเหตุนั้น คงเพราะผมอยู่กับธันมาสักระยะเลยทำให้พอเริ่มเดาทางความคิดของเขาออกบ้างแล้ว



ผมยิ้มก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ



“ไม่อร่อยล่ะสิ”



ถ้าเกิดอร่อยธันคงให้ผมกินไปแล้ว แต่คงเพราะไม่อยากให้ผมรู้ว่าเขาพูดถนอมน้ำใจก็เลยจงใจไม่ให้กิน



มิน่าทำไมธันกินแล้วถึงเงียบไป เขาคงกำลังคิดอยู่ว่าจะพูดออกมาตรงๆ หรือควรจะพูดรักษาน้ำใจผมดี



โดยปกติเท่าที่อยู่กันมา ผมคิดว่าธันเป็นคนที่คิดอะไรก็พูดตรงๆ แบบนั้น อย่างตั้งแต่เรื่องของลายมือแล้ว ผมไม่ได้คิดว่าธันเป็นคนหลงตัวเอง แต่แค่เห็นว่าเป็นแบบนั้นจึงพูด



ทว่าถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึก เขามักจะใช้เวลาคิดก่อนถึงค่อยพูดออกมา



คงเพราะมันขัดกับนิสัยเขา ในขณะเดียวกันเขาก็คงคิดถึงความรู้สึกผมด้วยจึงไม่กล้าติตรงๆ



“ข้าวเละไปหน่อย” ธันว่าในขณะที่ยังคงตักขึ้นมากิน เหมือนจงใจไม่ตอบคำถามผมตรงๆ เขาคงไม่กล้าโกหกหรือชมว่าอร่อยมากเหมือนเมื่อครู่ แต่ในขณะเดียวกันก็เลือกที่จะติอะไรสักอย่างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแทนมากกว่า “แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร ไหนๆ แล้วคราวหน้าก็ทำให้ผมกินอีกนะครับ”



ท้ายที่สุดแล้วเมื่อกินจนกระทั่งเหลือก้นจาน เขาก็ลุกไปหยิบอาหารที่อยู่ในตู้เย็นออกมาอุ่นให้ผมกิน ผมมองธันที่กำลังเอาอาหารออกมาอุ่น ก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาตักกินข้าวผัดในจานในจังหวะที่เขาหันหลังอยู่



อืม..หวานเป็นบ้า



พอกินๆ ไปผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าลิ้นธันตายด้านหรือกลายเป็นลิ้นจระเข้ไปแล้ว นอกจากรสมันจะหวานจนเลี่ยนแล้ว ข้าวยังเละจนเกือบจะกลายเป็นโจ๊กอีกต่างหาก ตอนกินผมยังอดกลัวไม่ได้เลยว่าเบาหวานจะขึ้นตาหรือเปล่า



ไม่รู้ว่าธันจะใจดีกับรักษาน้ำใจผมไปถึงไหน ถึงขนาดยอมกินข้าวผัดที่หวานจนเหมือนทำน้ำตาลปี๊บทั้งกล่องหกใส่จนหมดจาน แถมยังไม่บ่นอะไรสักคำ



ถ้ามีใครสักคนเอาอาหารแบบนี้มาให้ผมกิน ผมคงคายทิ้งพร้อมกับรีบวิ่งไปโรงพยาบาลทันที เผลอๆ มีโทรแจ้งตำรวจโทษฐานพยายามฆ่าอีกต่างหาก



ดังนั้นถ้าธันด่าตรงๆ เลยว่าห่วย ผมคงจะไม่รู้สึกโกรธหรือรู้สึกแย่อะไร เพราะมันเป็นความจริง ขนาดคนที่ทำยังไม่อยากจะกินเลย แล้วคนอื่นจะไปอยากกินได้ยังไง



แต่ในเมื่อเขาไม่อยากพูดถึง ผมก็จะไม่พูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน แกล้งทำเป็นไม่รู้แล้วไปปรับรสชาติเอาเงียบๆ ดีกว่า



ระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าคราวหน้าจะปรับวิธีการทำยังไงนั้น เสียงร้องของไมโครเวฟก็ดังขึ้นมา ผมจึงรีบวางช้อนลง ประจวบเหมาะกับที่ธันหยิบอาหารที่อุ่นเสร็จวางตรงหน้าผมพอดี



ผมหยิบแฮมเบอเกอร์วิญญาณขึ้นมากิน จากนั้นธันก็หยิบแฮมเบอเกอร์ของจริงใส่ตู้เย็นพร้อมกับหยิบจานไปล้าง



“วันนี้ผมมีสอบแค่ช่วงเช้า ถ้ายังไงพี่อยากจะออกไปเที่ยวด้วยกันตอนช่วงบ่ายไหมครับ?”



จากที่กำลังก้มหน้ากินอยู่ ผมเงยหน้าขึ้นมามองเขาในทันที



“หะ..?”



“อยู่แต่ในนี้พี่คงเบื่อแย่ ถือว่าไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยดีไหมครับ?” ธันเอ่ยขึ้นมาคล้ายกับพยายามจะชักชวนเต็มที่ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอดที่จะลังเลไม่ได้อยู่ดี



แน่นอนว่าผมอยากไป แต่การที่ไปด้วยคงเป็นภาระมากพอสมควร อีกประการหนึ่งคงเพราะผมไม่ได้อยู่ท่ามกลางฝูงชนมานานมากแล้ว ถึงได้รู้สึกกลัวขึ้นมาเสียดื้อๆ



“แต่ว่า..”



ผมกำลังจะเอ่ยปากพูดขัดความคิดของเขา แต่แล้วธันก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน



“ถ้าพี่ไปเดี๋ยวผมซื้อช็อกโกแลตให้กิน”



……………………………………………………….



………………………………



………………….



พอรู้สึกตัวอีกทีผมก็ขึ้นรถเขามาแล้ว แถมยังพยักหน้ารับไปแบบงงๆ ด้วย ธันที่เห็นผมพยักหน้ารับข้อเสนอก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมาผิดหูผิดตา จนผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าที่ตอบตกลงไปแบบไม่ได้คิดอะไรนั่นผิดหรือเปล่า



ผมไม่อยากยอมรับว่าตัวเองเห็นแก่กินมากกว่ากลัว แต่ปฏิเสธไปมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาในเมื่อมันเป็นความจริง



จนกระทั่งเมื่อมาถึงที่มหาวิทยาลัย ธันก็ขับรถเข้าไปจอด แล้วกำชับว่าเดี๋ยวขอเวลาสอบสักสามชั่วโมง ระหว่างนี้ผมจะไปเดินเล่นแถวไหนก็ได้ แต่อย่าไปไกลมากเพราะถ้าหลงแล้วจะหากันไม่เจอ



เมื่อได้ยินแบบนั้นผมเลยเปลี่ยนใจขอตามไปด้วย ถ้าเกิดผมหลงกับธันคงลำบากอย่างที่ว่า แถมเผลอๆ คงได้กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่ที่นี่แน่



ธันไม่ได้ห้ามผม แต่กลับเดินเร็วขึ้นเพื่อที่จะไปสอบให้ทันตอนแปดโมง ผมจึงคิดเอาเองว่าเจ้าตัวไม่ว่าอะไรแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไป



……………………………………………...



………………………………..



ที่หน้าห้องสอบนั้นค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร มีทั้งกลุ่มคนที่นั่งติวหนังสือ คนที่เดินสวนกันไปมา ในขณะที่บางส่วนก็ขอยืมเครื่องเขียนเพื่อเข้าไปสอบด้านใน



ธันเดินเข้าไปทักทายกลุ่มเพื่อนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือกันอยู่แล้วนั่งลง ส่วนผมที่เห็นภาพแบบนั้นก็ขยับตัวถอยออกมาอย่างรู้งาน ไม่อยู่ใกล้ให้เขาอึดอัดเปล่าๆ



ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าดูเหมือนทุกคนจะดีใจมากที่ได้เห็นธันถึงขนาดแยกวงให้อย่างดี



คนที่นั่งติดอยู่กับธันเหมือนกำลังหันมาพูดอะไรบางอย่างกับเขา จากนั้นธันก็หยิบหนังสือจากกระเป๋าขึ้นมาเปิด มองจากที่ไกลๆ แล้วผมเดาว่าอีกฝ่ายคงขอให้ธันช่วยสอนหนังสือให้



ผมมองภาพที่เกิดขึ้น พลันรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นจนชินตานั้นกลับไกลตัวอย่างน่าประหลาด



ตอนช่วงที่ได้อยู่กับธันนั้นมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเขามีแค่ผม แต่พอได้ออกมาข้างนอกผมจึงรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองคิดไม่ใช่แบบนั้นเลย



ก็ไม่แปลกอะไรที่ธันจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ถึงผมจะคิดแบบนั้น ทว่าเมื่อได้มาเห็นจริงๆ ก็อดรู้สึกหน่วงในอกไม่ได้อยู่ดี



ฉับพลันผมก็รู้สึกวูบโหวงขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกเจ็บปวดใจหรือความรู้สึกเหงามากกว่ากัน แต่แล้วผมก็รีบสะบัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็วราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน



อาจารย์เดินออกมานอกห้องก่อนจะรีบเรียกให้นักศึกษาแต่ละคนเข้าห้องสอบ ผมมองธันที่หยิบกระเป๋าไปวางตรงที่นั่งหน้าห้อง พร้อมกระนั้นก็หยิบอุปกรณ์เครื่องเขียนกับบัตรนักศึกษาออกมาจากกระเป๋าแล้วเดินมาทางผม



“อยู่ข้างนอกก่อนนะครับ เดี๋ยวถ้าทำเสร็จแล้วจะออกมารับ” ธันกระซิบกับผม เนื่องจากว่าหลายๆ คนไปต่อแถวเพื่อรอให้ตรวจบัตรนักศึกษากัน จึงทำให้ไม่มีใครอยู่บริเวณนี้และไม่มีใครได้ยินในสิ่งที่เขาพูด ผมพยักหน้ารับ ก่อนที่ธันจะไปต่อแถวรอให้ตรวจบัตรจนเสร็จแล้วค่อยเดินเข้าห้อง



ทันทีที่นักศึกษาทุกคนเข้าห้องสอบจนหมด อาจารย์ก็ปิดประตู ผมทรุดตัวลงนั่งในขณะที่สายตาก็มองประตูไม้ที่ถูกปิดอยู่อย่างนั้น



หลังจากที่นั่งอยู่พักใหญ่ๆ ผมก็มองไปรอบๆ แล้วเริ่มลุกขึ้นเดินเพื่อที่จะได้หาอะไรทำแก้เบื่อ แต่พอเดินไปเดินมา ผมก็พบว่ามันกลับยิ่งทำให้รู้สึกเบื่อมากกว่าเดิมเสียอีก



ไม่รู้ว่าตอนอยู่ที่สุสานนั่นผมทำวิธีไหนถึงสามารถอยู่ตลอดสิบปีได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรทำนอกจากการเดินเล่นอย่างเดียว หรืออาจจะเพราะผมคงเริ่มเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบที่มีธันอยู่ด้วย จนกระทั่งหลงลืมวิธีการปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่าแล้วก็เป็นได้



ผมนั่งรอเขาอยู่นานมาก กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีคนเริ่มทยอยออกมาบ้างแล้ว แต่ผมก็ยังคงมองไม่เห็นธันอยู่ดี



จนกระทั่งหลายๆ คนเริ่มออกมาและหน้าห้องเงียบลง ผมก็ชะเง้อมองเขาก่อนที่จะลุกขึ้นยืน ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตนเองเผลอคลาดกับเจ้าตัวไปหรือเปล่า เลยตั้งใจว่าจะแอบเข้าไปดูในห้องให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายยังคงอยู่ในนั้นจริงๆ



ทว่าในระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น แรงบางอย่างที่ฉุดกระชากจากทางด้านหลังทำให้ร่างกายผมหยุดชะงักลง



หมับ!



ผมสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อถูกใครบางคนจับเข้าที่ข้อมืออย่างแรง ก่อนที่จะรีบหันไปมองด้านหลังด้วยสายตาร้อนรน



แต่พอเห็นว่าเป็นใครผมก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก



“อย่ามายืนข้างหลังเงียบๆ แบบนี้สิ” ผมว่า ทั้งๆ ที่ยังคงตื่นตกใจไม่หาย ตอนแรกนึกว่าจะมีใครจับตัวผมขึ้นมาได้จริงๆ เสียอีก ถ้าเป็นแบบนั้นคงแย่น่าดู



“เมื่อกี้ผมมองพี่มาตั้งนานแล้วนะครับ แต่พี่แค่ไม่รู้สึกตัวเอง” ธันว่าในขณะที่ยิ้ม ดูเหมือนว่าเขาจะอารมณ์ดีกว่าตอนที่ขับรถมายังไงก็ไม่รู้ หรือบางทีผมอาจจะคิดไปเองก็เป็นได้



ผมไม่แน่ใจว่าธันอารมณ์ดีเพราะทำข้อสอบได้หรือว่าหัวเราะกับท่าทางตื่นตระหนกของผมเมื่อครู่ แล้วผมก็ไม่อยากถามให้กระดากอายเปล่าๆ เสียด้วยสิ



“งั้น..” ผมลากเสียงยาวก่อนจะเงียบไป ถึงจะรู้ว่าก่อนหน้านี้ธันไม่เรียกผมเพราะอยากให้คนอื่นไปกันจนหมดก่อน แต่มันก็อดประหม่าไม่ได้อยู่ดี “ไป..กันเลยไหม?”



ธันพยักหน้ารับก่อนจะรีบออกเดินไป ผมเลยรีบก้าวเท้าตามเขาให้เร็วขึ้น จวบจนกระทั่งมาถึงที่รถแล้วธันก็ขับรถออกไป



ผมมองใบหน้าของคนที่กำลังขับรถอยู่ ก่อนที่จะเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ “ธัน..ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”



“ครับ..?”



“ช่วงตอนดึกๆ ที่ธันออกไปข้างนอกแล้วมีรอยตบที่หน้า เราไปทำอะไรมา..?”



ชั่วครู่หนึ่งเหมือนผมเห็นธันขมวดคิ้วขึ้นมานิดหน่อย ดูจากสีหน้าผมก็รู้แล้วว่าเจ้าตัวคงไม่อยากพูดถึง แต่ผมก็ไม่อยากทิ้งความสงสัยของตัวเองเอาไว้แบบนี้เหมือนกัน



พอเห็นธันเงียบไป ผมเลยเอ่ยรบเร้าขึ้นมาอีกครั้ง



สาเหตุที่ผมทนสงสัยมาได้ตั้งสองสัปดาห์ แต่ที่เพิ่งมาเซ้าซี้เอาวันนี้เพราะเหตุการณ์ที่เห็นหน้าห้องสอบมันค่อนข้างติดอยู่ในใจพอสมควร



เอาล่ะ ถ้าให้สารภาพแบบตรงๆ เลย คือผมกลัวว่าเขาทะเลาะกับผู้หญิงที่ไหนมา ยิ่งวันนี้ได้เห็นภาพหน้าห้องสอบแล้ว ผมก็นึกถึงเรื่องรอยตบบนหน้าขึ้นมาทันที



“..แค่คำถามเดียวเอง”



ผมพยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายเต็มที่ จนกระทั่งเห็นธันทำท่าทางคิดหนักนั่นแหละถึงได้รู้ว่าวิธีนี้น่าจะใช้ได้ผล



“แค่คำถามเดียวจริงๆ นะครับ?”



ธันพูดเหมือนต้องการจะย้ำ ผมจึงรีบพยักหน้าทันที เอาเถอะ อย่างน้อยถามได้แค่คำถามเดียวก็ดี อีกอย่างต่อจากนั้นผมคงไม่มีอะไรจะถามแล้วด้วย



เขาถอนหายใจ ดูเหมือนจะออกไปในทางโล่งอกมากกว่าหนักใจ แสดงว่าธันเองก็คงอยากจะพูดมาตลอดแต่หาโอกาสพูดไม่ได้



“ผมทะเลาะกับพ่อ เลยโดนตบมาครับ”



“ทะเลาะกัน..?” ผมทวนคำซ้ำแล้วถามต่อ “เรื่องอะไรล่ะ?”



“เมื่อกี้พี่บอกผมว่าจะถามแค่คำถามเดียว”



“....”



ผมรู้สึกตัวเองกลายเป็นใบ้ไปทันที ในขณะที่สายตาก็มองคนที่ขับรถอยู่ คงเพราะรู้ตัวว่าถูกมองด้วยสายตาทิ่มแทง เขาจึงขับรถเข้าไปจอดแล้วหันมาพูดกับผม



“จริงๆ ผมเองก็อยากพูดเรื่องนี้กับพี่เหมือนกัน แต่ว่าผมยังตัดสินใจไม่ได้”



ผมเลิกคิ้วให้กับคำพูดกำกวมนั้น ไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร การตัดสินใจของเขาเกี่ยวอะไรกับที่บอกผมไม่ได้ด้วย



“มันเกี่ยวข้องอะไรกันล่ะ..?”



“เกี่ยวสิครับ”



ธันว่าในขณะที่ปลดเข็มขัดออกแล้วสบตากับผม ในขณะที่ผมได้แต่กลั้นหายใจเมื่อถูกเขาสบตาตรงๆ



ทว่าคำพูดต่อมากลับทำให้ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก ในหัวหมุนคว้างและเต็มไปด้วยคำถามยิ่งกว่าเดิมเสียอีก



“ก็เรื่องที่ผมทะเลาะน่ะมันเกี่ยวข้องกับพี่โดยตรงเลย”



----------------------------------------------------------------------------------


[Talk]

จากตอนที่แล้วมีแต่คนถามว่า สรุปพี่เมษเมะเหรอ อยากบอกว่ารูปที่สองนั้นสลับคนกันอุ้มนะคะ

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง มีคนบอกว่าถ้าเกิดจะทำปกหนังสือให้จ้างคนนั้นวาด คือว่าคนที่วาดแฟนอาร์ทให้เขาเซ็นสัญญากับทางสนพหนึ่งอยู่น่ะค่ะ ตราบใดที่เราไม่ได้ตีพิมพ์กับสนพนั้น เขาจะวาดให้เราในเชิงพาณิชย์ไม่ได้ค่ะ


ป.ล. เห็นคนกดเข้ามาอ่านแล้วงงตอนพี่เมษโกหก อยากบอกทุกคนอีกเรื่องค่ะว่าเรื่องเราอ่านสบายๆก็จริง แต่มันค่อนข้างมีผลกระทบกันมากในแต่ละคำพูด แต่ละบทบรรยาย 

เพราะฉะนั้นพยายามอย่าอ่านข้ามหรืออ่านตอนง่วงเลยค่ะ TvT ไม่อย่างนั้นอาจจะงงได้ว่าแต่ละอย่างมันมาจากไหนกัน ทำไมการกระทำของตัวละครตัวนี้มันไม่มีเหตุผล 

และต่อจากนี้มันจะมีผลกระทบไปไกลมากกว่านี้อีก เหมือน butterfly effect น่ะค่ะ




ป.ล.2 ตอนหน้าไม่ใช่ตอนที่15นะคะ เป็นตอนพิเศษจากมุมมองของธันค่ะ 










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 401 ครั้ง

215 ความคิดเห็น

  1. #7101 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:35

    หือออออ?

    #7101
    0
  2. #7054 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 23:40

    ตกลงที่โดนตบเพราะเรื่องเมษงั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าธันบอกพ่อเกี่ยวกับเมษ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-12.png

    #7054
    0
  3. #6996 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 19:19
    อ้าว ทำไมถึงเกี่ยวละธัน
    #6996
    0
  4. #6864 เคเฮชเย็นเย็น (@loveddie) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 17:14
    เอาแล้ววว ดราม่าป่ะ
    #6864
    0
  5. #6854 Sensibleyui (@Sensibleyui) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 14:08
    คือถ้าไม่รู้ตัวก็ถูกสัมผัสได้ใช่มั๊ย
    #6854
    0
  6. #6710 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 10:11
    พ่อธันไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทพี่เมษใช่ไหมคะ
    #6710
    0
  7. #6656 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 22:38
    ห่ะ?! เรื่องอะไร
    #6656
    0
  8. #6617 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 02:32
    เรื่องอะไรเนี่ยยยยย
    #6617
    0
  9. #6556 1RM2E (@1RM2E) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 21:04
    อยากรู้แล้วว่าธันทะเลาะอะไรกับพ่อ รุนแรงมากเลย ฮืฮอ
    #6556
    0
  10. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 19:10
    อมกกกกกกกก คนแต่งเก็บรายละเอียดดีมาก นับถือโคตรร
    #6449
    0
  11. #6352 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 15:07
    นึกว่าแต่ผญ.ตบมาเฮ้ออ พ่อนิสัยไม่ดีเลยยTT
    #6352
    0
  12. #6346 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 06:49
    ว่าแล้วว่าพ่อหืมม
    #6346
    0
  13. #6215 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 16:18
    ไม่ใช่ว่าบอกพ่อว่าเอาพี่เมษมาอยู่ด้วยเลยโดนตบนะ
    #6215
    0
  14. #6187 SUGA! YES, PLEASE♡ (@raindropingx) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 14:00
    ว่าแล้ว ว่าแล้วจริงๆ
    ธันอาจจะมีประสบการณ์ด้านการเห็นวิญญาณบ่อยรึเปล่า สังเกตจากการถือธูปไฟฟ้ามาหาพี่ตั้งแต่ตอนแรกๆได้อ่ะค่ะ แถมยังทะเลาะกับพ่อเรื่องพี่เมษได้อีก มันไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆเช่นไม่อยากให้ไปพัวพันไปวิญญาณมากๆแล้วมั้ง..
    #6187
    1
  15. #6148 Kautumn (@kautumns) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 21:36
    เด็กน้อยธัน เป็นครเจ้าเล่ห์นะคะอ่านแล้วน่าตืดตามค่ะ
    #6148
    0
  16. #6109 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 09:02
    ชอบตอนที่ธันบอกว่าจะซื้อช็อคโกแลตให้พี่เมษแล้วพี่เมษก็ไปด้วย รูัสึกถึงความเด็กน้อยในตัวพี่เมษเลย55555555 แล้วนี่ก็มีปมมาให้คิ้วขมวดกันอีกแล้วจ้า ธันกับพ่อทะเลาะกันเรื่องพี่เมษนี่มีเงื่อนงำนะ มันจะเกี่ยวกับเรื่องที่พี่เมษตายรึเปล่า #มีความโยงมั่วไปหมด5555
    #6109
    0
  17. #5956 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 23:31
    ถ้าพี่เมษไม่ใช่เมะ งั้นก็ชัดเจนแล้วว
    #5956
    0
  18. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 15:20
    พี่เมษผู้ถูกล่อลวงได้ง่ายๆด้วยช็อกโกแลต...เอ็นดู5555
    #5906
    0
  19. #5522 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 20:27
    ห๊ะ!! หมายความว่าไง ธันไปคุยกับพ่อเรื่องเมษหรอ ทำไมอ่ะ อยากสืบหรืออะไร
    #5522
    0
  20. #4875 NOPNOM. (@nopnom1) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 12:17
    หลอกล่อพี่เมษด้วยช็อกโกแลต ชักสงสัยว่าพ่อลูกทะเลาะกันเรื่องอะไร
    #4875
    0
  21. #4853 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 22:23
    คุณพ่อรู้หรอ
    #4853
    0
  22. #4783 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 22:16
    ค้างคาค่ะ5555
    #4783
    0
  23. #4782 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 22:16
    ตลกความเห็นแก่กินของเมษ 5555555 ว่าง่ายเลยทีเดียวว -..- ทะเลาะกับพ่อเริ่องที่มองเห็นวิญญาณหรอ หรือว่าเรื่องครอบครัวเมษ ;-;
    #4782
    0
  24. #4445 ZakittaA (@zakittaa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 11:05
    อะไรอ่ะ ธันบอกพ่อไปแล้วหรอ อะไรยังไง โอยยย ละบอกว่าไปด้วยจะซื้อขนมให้มันยังไง ล่อเด็กหรอคะ พี่เมษเป็นเด็กน้อยหรอ 555555555555
    #4445
    0
  25. #4403 YammyKiD. (@Yamikid) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 11:03
    เกี่ยวเต็มๆ อะไลลลลลลล หรือว่ารู้แล้ว????? หรือหลุม???? คาใจค่ะ วอแว
    #4403
    0