เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 314,789 Views

  • 7,120 Comments

  • 18,103 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9,201

    Overall
    314,789

ตอนที่ 17 : บทที่15 ร้านขนมหวาน [รีไรท์ - 8/9/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 384 ครั้ง
    8 ก.ย. 60




ในขณะที่ผมพูดอะไรไม่ออกเพราะกำลังเรียบเรียงคำพูดและทำความเข้าใจในหัวอยู่นั้น เขาก็เปิดประตูแล้วเดินลงจากรถไปแล้ว ผมเลยรีบลงตามโดยเก็บความสงสัยเอาไว้ จนเมื่อเดินตามมาทันผมจึงถามถึงเรื่องที่ติดค้างเมื่อครู่



“หมายความว่ายังไง..? มันเกี่ยวอะไรกับพี่?”



ผมนึกไม่ออกเลยว่าเรื่องที่ธันทะเลาะกับพ่อมันจะมาเกี่ยวกับผมได้ยังไง นอกจากว่าจะเป็นเรื่องที่พ่อรู้แล้วว่าธันพาผมมาที่บ้าน


แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง พ่อของธันจะรู้ได้ยังไง..?



ธันไม่ตอบผม ไม่แม้แต่จะสบตาเสียด้วยซ้ำ แต่มันก็ไม่แปลกอะไร เพราะถ้าเกิดเมื่อใดที่เราไม่ได้อยู่กันสองคน ธันจะเมินเฉยทำเหมือนผมไม่มีตัวตน



ผมไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรกับท่าทางนั้น ซ้ำยังพอจะเข้าใจอยู่



ถ้าเป็นผมก็คงทำแบบนั้นเหมือนกัน ในเมื่อการหันมาพูดคนเดียวไม่ต่างกับคนบ้าเลยสักนิด



พอเดินออกมาจากที่จอดรถจนถึงตัวห้าง ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองเข้ามาหลุดอยู่อีกโลกหนึ่ง ตึกเก่าๆ ก่อนหน้านี้ที่ผมเคยเห็นปรับเปลี่ยนสภาพไปมากจนแทบจำไม่ได้ อีกทั้งการแต่งตัวของผู้คนยังแตกต่างจากยุคสมัยที่ผมอยู่อย่างสิ้นเชิงอีกต่างหาก



ผมมองไปรอบๆ เพียงชั่วครู่ก่อนที่จะพยายามเดินตามธันให้ทัน ทันใดนั้นอยู่ๆ ธันก็เดินช้าลง ดูเหมือนเขาคงกลัวว่าผมจะพลัดหลงหายไปจึงลดความเร็วในการก้าว



เมื่อตามมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงร้านขนมหวานร้านหนึ่งที่มีคนนั่งอยู่จนเกือบเต็มร้าน ธันก็เดินเข้าไป



ผมเลิกคิ้ว ตอนแรกนึกว่าเขานัดกับใครสักคนเอาไว้ในร้าน แต่ปรากฎว่าธันกลับหันไปบอกพนักงานว่าสองที่แล้วเดินเข้าไปด้านในสุดตามที่พนักงานชี้



ผมหยุดคิดไปพักหนึ่ง เหมือนจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าครั้งหนึ่งธันบอกว่าชอบพวกช็อกโกแลตเหมือนกัน แต่ผมไม่คิดว่าธันจะอยากกินมากถึงขนาดยอมเดินเข้าร้านขนมหวานที่สีชมพูหวานแหววแบบนี้คนเดียว



หรือเป็นเพราะธันตั้งใจพาผมมากิน..?



จริงด้วยสิ เขาสัญญาไว้ว่าจะซื้อช็อกโกแลตให้กินนี่นะ



ตอนแรกผมนึกว่าธันจะซื้อพวกช็อกโกแลตแท่งให้ แต่กลับกลายเป็นว่าเขากลับพาผมเข้าร้านของหวานเสียอย่างนั้น พอเดินมาถึงที่โต๊ะธันก็นั่งลง ผมจึงนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยขึ้นมา



“คือว่าที่นี่ไม่มีธูป..”



แล้วผมจะหยิบกินได้ยังไง..



ผมพูดไม่จบ เพราะแค่นี้ธันก็น่าจะเข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะสื่อแล้ว เขาไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับหยิบกระเป๋าข้างตัวขึ้นมา ทำทีเป็นเปิดให้ผมดู ผมถึงเพิ่งเห็นธูปไฟฟ้าที่อยู่ในนั้น



ในขณะที่ผมกำลังจะพูดต่อนั้น ธันก็กดโทรศัพท์ก่อนที่จะหยิบหูฟังขึ้นมาใส่



หือ..?



ผมไม่เข้าใจกับการกระทำของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ ท่าทางแบบนี้มันดูคล้ายกับว่ากำลังตัดบทไม่อยากพูดกับผมอย่างไรอย่างนั้น “ทำอะไรน่ะ?”



“พี่ไม่สงสัยเรื่องเมื่อกี้แล้วหรือครับ?”



ธันพูดกับผม แต่ไม่ได้สบตามอง พอเห็นท่าทางแบบนี้ผมเลยเริ่มเข้าใจขึ้นมา ที่แท้เขาคงใส่หูฟังเพื่อที่จะแกล้งทำเหมือนพูดกับคนอื่นทางสายนี่เอง



“เรื่องนั้นไว้หลังจากที่ผมกลับมาต่างจากต่างประเทศแล้วตัดสินใจได้ ผมจะบอกอีกทีได้ไหมครับ?” ธันเอ่ยต่อเมื่อเห็นว่าผมเงียบไม่พูดอะไร “พอดีมันเป็นเรื่องที่สำคัญมากจริงๆ..”



พอเห็นเขาพูดย้ำด้วยท่าทางกังวลแบบนั้นแล้วผมจึงพยักหน้าเพื่อให้เขาสบายใจ แต่ทันทีที่เห็นว่าผมพยักหน้ารับ ใบหน้าของเขากลับอารมณ์ดีขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับว่าสีหน้ากังวลเมื่อครู่เป็นเรื่องโกหก จนผมชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเมื่อครู่ตาฝาดไปเองหรือเห็นจริงๆ



“ตอนแรกผมคิดว่าพี่จะเซ้าซี้มากกว่านี้เสียอีก” ธันว่า ทั้งๆที่ยังดูอารมณ์ดีอยู่ ในน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความประหลาดใจลึกๆ ดูเหมือนธันคงสงสัยว่าทำไมผมถึงยอมง่ายขนาดนี้



จะให้พูดได้อย่างไรว่าผมอยากรู้มาก ทว่าขณะเดียวกันผมก็กลัวว่าถ้าถามมากๆ เข้า ธันจะรำคาญจนไม่อยากยุ่งกับผมอีก



ไม่รู้ว่าเพราะผมคิดมากหรือขี้กลัวจนเกินไป แต่เพียงเพราะเหตุผลแค่นี้ผมก็ยอมลงให้เขาหมดทุกอย่าง



แถมดูจากนิสัยธันแล้ว ผมคิดว่าเจ้าตัวคงไม่ชอบคนที่พูดจาไม่รู้เรื่องเสียด้วยสิ



แม้ว่าในตอนนี้ธันจะใส่ใจผมมาก แต่ก็ไม่มีหลักประกันอะไรว่าเขาจะใส่ใจผมตลอดไป ถึงอย่างไรทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่จะรับได้มากน้อยแค่ไหนก็เท่านั้น



ผมกลัวว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะถูกทิ้งและต้องกลับไปอยู่คนเดียวอีกครั้งหนึ่ง ถ้าถูกทิ้งตอนที่เป็นมนุษย์ผมคงจะไม่รู้สึกอะไรมาก แต่ในตอนนี้การถูกทิ้งคงไม่ต่างกับการถูกปล่อยไว้ให้ตายที่กลางทะเลทรายเลย



ผมไม่ค่อยอยากจะยอมรับว่าผมหยิบฉวยความใจดีนั้นมาถือสิทธิ์ว่าเป็นของตน แต่มันก็เป็นความจริง ผมคิดเอาเองว่าธันใจดีแบบนี้กับเพียงแค่ผมคนเดียว ทั้งๆที่เขาก็ทำกับผมเหมือนที่ทำกับทุกคน



ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าถึงวันที่ธันทิ้งผมไปจริงๆจะเป็นอย่างไร แล้วจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อจากนั้น



ผมคงไม่อาจที่จะกลับไปใช้ชีวิตที่สุสานนั้นต่อได้เพราะทนความเหงาไม่ไหว ทว่าในขณะเดียวกันผมก็ทนอยู่กับการที่เขาไม่สนใจไม่ได้อีก



ผมแทบไม่ได้มีจุดหมายอื่นใดในชีวิตแล้ว หรือต่อให้มีก็ไม่สามารถที่จะทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้ ความปรารถนาของผมในตอนนี้จึงมีเพียงแค่อยากอยู่ข้างธันไปเรื่อยๆ เพียงเท่านั้น



ผมยิ้มรับคำของเขาก่อนที่จะเอ่ยถามกลับไป



“แล้วจะไปต่างประเทศเมื่อไหร่ล่ะ?”



“ประมาณสัปดาห์หน้าได้ครับ” ธันตอบผมในขณะที่หยิบเมนูขึ้นมาเปิดดู แล้วพลิกมาที่หน้าช็อกโกแลต “พี่มีเมนูไหนที่อยากกินเป็นพิเศษไหมครับ..?”



ตอนแรกผมกำลังจะตอบว่าเค้กช็อกโกแลตเพราะมันง่ายและไม่ต้องใช้เวลาคิดเยอะ ทว่าท้ายที่สุดผมก็เปลี่ยนใจก้มลงมองเมนูบนโต๊ะเมื่อคิดได้ว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้มาข้างนอกแบบนี้อีก



ทว่าทันทีที่สายตากวาดมองรายการอาหารจนครบ ผมกลับนิ่งไป สายตาก็ไล่มองใบเมนูด้วยความไม่เข้าใจ ผมกำลังคิดอยู่ว่าพวกช็อกโกแลตบราวนี่ ฟัดจ์แล้วก็เครปเค้กนี่มันต่างกันยังไง.. ดูจากมุมไหนมันก็ช็อกโกแลตหน้าตาเป็นเค้กเหมือนกันเห็นๆ



อีกเรื่องคือผมไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมร้านถึงจะต้องไปบีบช็อกโกแลตกับเอาของตกแต่งไปไว้ที่ข้างๆ จาน ปกติเขาไม่ได้ใส่กันบนเค้กงั้นหรือ



ผมกวาดตาไล่มองเมนูอยู่พักหนึ่งเพราะตัดสินใจไม่ได้ จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับน้ำแข็งไสช็อกโกแลต



ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะเลือกพวกน้ำแข็งไสช็อกโกแลตแทนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดมากให้ปวดหัว แต่พอเห็นราคาแล้วผมกลับรีบเปลี่ยนไปเลือกอย่างอื่นแทบไม่ทัน



ไม่รู้ว่าทำไมราคาน้ำแข็งไสถึงได้แพงขนาดนี้ แพงกว่าพวกเค้กด้วยซ้ำ จะว่าไปถ้าผมรู้ว่าสมัยนี้น้ำแข็งไสจะแพงขนาดนี้ ก่อนตายผมกินเอาไว้เยอะๆ ก็คงดี



ผมมองเมนูด้วยความสับสน ราคาขนมหวานแต่ละอย่างมันไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว หรือเพราะว่าค่าเงินสมัยนี้มันเปลี่ยนไปมากผมก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ที่แน่ๆ คือมันแพงมากเกินไปจนผมไม่กล้ากิน



ตอนที่ผมยังจำความได้อาหารจานหนึ่งยังไม่ถึงสิบบาทเลย หรือบางทีในยุคนี้ราคาอาจจะอยู่ที่ประมาณนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วก็เป็นได้ ในเมื่อตอนที่ธันเคยพาผมไปกินอาหารครั้งแรกอาหารในร้านนั้นก็อยู่ที่ราคาสองร้อยขึ้นเหมือนกัน



ถ้าธันจ่ายไหวผมก็ไม่ค่อยอยากจะปฏิเสธความหวังดีของเขา แต่ถ้าจะให้เลือกจานไหนมาก็ได้สักจาน ผมคงไม่เลือกเลย ในเมื่อแต่ละจานราคามันแพงในความรู้สึกของผมจนไม่อาจจะเลือกได้



“ถ้าพี่เลือกไม่ถูก งั้นผมสั่งให้แทนดีไหมครับ?”



ธันเอ่ยขึ้นมาราวกับดูออกว่าผมกำลังตกที่นั่งลำบากสุดๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วรีบพยักหน้า รู้สึกเหมือนเห็นแสงสว่างเปล่งรัศมีออกมาจากตัวธันไปครู่หนึ่งเลยทีเดียว



ถ้าเขาเลือกผมจะได้ไม่ต้องมาตัดสินใจให้ปวดหัว แล้วก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดด้วยถ้าเกิดว่าจานที่อยากกินดันราคาแพงจนเกินไปจนไม่กล้าสั่ง



พอพนักงานเดินมารับรายการอาหาร ธันก็หันไปสั่งกับพนักงานคนนั้น ผมจึงละความสนใจแล้วมองออกไปรอบๆ ร้านแทน จนกระทั่งเมื่อพนักงานเอาเค้กมาเสิร์ฟผมถึงค่อยหันกลับมามอง



“อะไรน่ะ..?” ผมถามในขณะที่มองไปยังกระดาษสีขาวแผ่นเล็กบนโต๊ะ เมื่อครู่ผมยังไม่เห็นมันเลย แสดงว่าพนักงานหญิงเมื่อครู่คงเป็นคนเอามาวาง



ในกระดาษนั้นมีตัวอักษรภาษาอังกฤษกับตัวเลขปนกันอยู่ด้วย ผมมองแล้วไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคืออะไร หรือว่าจะเป็นรหัสรายการอาหาร..?



“มันคือไอดีไลน์น่ะครับ” ธันว่าก่อนที่จะหยิบกระดาษแผ่นเล็กนั่นเลื่อนออกไปไกลๆ ราวกับไม่อยากเห็นมันอยู่ในสายตาอีก ทว่าแทนที่ผมจะฟังแล้วเข้าใจ ผมกลับยิ่งรู้สึกมึนงงมากกว่าเดิมเสียอีก



“เอ่อ..แล้วมันคือ..?”



ธันเงียบไปสักพัก ท่าทางของเขาเหมือนกำลังคิดว่าควรจะอธิบายยังไงให้ผมเข้าใจดี จนท้ายที่สุดเขาคงยอมแพ้ที่จะอธิบายให้ผมเข้าใจ เลยพูดออกมาสั้นๆ



“ผู้หญิงคนนั้นเขาอยากจีบผมเลยให้ช่องทางการติดต่อมาครับ”



ผมพยักหน้ารับแสร้งทำเป็นว่าเข้าใจ แต่ไม่เข้าใจสักอย่างเดียว ให้แค่รหัสก็ถือว่าเป็นช่องการติดต่อได้แล้วงั้นหรือ แปลกดี คงคล้ายๆ กับเวลาส่งข้อความในเพจเจอร์หากันล่ะมั้ง



“แล้วจะติดต่อไปหาเธอหรือเปล่าล่ะ..?”



ผมถามเพราะคาดเดาท่าทางอีกฝ่ายไม่ออก ธันดูเฉยมากราวกับไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่มีคนเข้ามาจีบ หรืออาจจะเป็นเพราะเขาเจอคนเข้ามาจีบบ่อยมากจนไม่รู้สึกอะไรแล้วก็เป็นได้



“ไม่หรอกครับ ตอนนี้ผมไม่อยากจะคุยหรือคบกับใครเพิ่มแล้ว” ธันว่าก่อนที่จะเริ่มหั่นชิ้นเค้ก จนเมื่อหันเป็นชิ้นพอดีคำแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมองผม



“จะใช้มือเลยก็ได้นะครับ ผมไม่ถือหรอก”



ไม่รู้ว่าธันจะบริการกับผมดีถึงขนาดนี้ทำไม ขนาดไม่ใช่แฟนกันยังดูแลดีขนาดนี้ ผมมองใบหน้าเขาก่อนจะรีบก้มหน้าลงเพื่อที่จะซ่อนความรู้สึกดีใจ ตอนนี้ผมทั้งเขินทั้งรู้สึกดีจนหุบยิ้มไม่ได้แล้ว



ผมหยิบชิ้นเค้กขึ้นมากิน ในใจก็อดที่จะนึกชมไม่ได้ว่าอร่อยดี ถึงจะหวานไปหน่อยก็ตาม จากนั้นจึงค่อยๆ มองไปรอบๆ ร้านด้วยความสนใจ



“คือว่าผมคิดมาได้สักพักแล้วล่ะ..”



เสียงธันที่พูดขึ้นมาหยุดความสนใจของผมให้หันมามองที่เขา ธันยังคงกินเค้กช็อกโกแลตแบบที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตามองผมสักนิด



“ผมคิดว่าพี่เหมือนกับตัวเอกในนิทานเรื่องหนึ่งที่เคยอ่านตอนเด็กเลย”



ผมเลิกคิ้วกับคำพูดของเขา มือข้างหนึ่งก็ขยับมาเท้าคางบนโต๊ะแล้วเอ่ยถาม “นิทานเรื่องไหน..?”



“อลิซในแดนมหัศจรรย์น่ะครับ พี่เหมือนเธอมากเลย”



ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนธันกำลังพยายามกลั้นหัวเราะตอนที่กำลังพูด หรือถ้าไม่ได้กำลังหัวเราะผมต้องไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ว่าในน้ำเสียงนั้นเจือความขบขันอยู่



ผมขมวดคิ้วทันที ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยยอมรับแต่ที่ธันมาก็ถูกอยู่ ผมตัดขาดกับโลกภายนอกไปตั้งยี่สิบกว่าปี จะไปรู้ได้ยังไงล่ะว่ามีเทคโนโลยีหรืออะไรใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาบ้าง



พอเห็นท่าทางธันดูจะขำจริงๆ จากที่ผมหงุดหงิดเริ่มกลายเป็นอายขึ้นมาแทน ถึงจะไม่เข้าใจก็เถอะว่าทำไมตัวเองต้องมาอายกับอะไรแบบนี้ด้วย



“ถ้าอยากจะให้เลิกเป็นแบบนั้น ธันก็สอนพี่สิ” ผมว่าพลางเอื้อมมือไปจับเข้ากับมืออีกฝ่าย จากนั้นจึงกลอกตามองไปรอบร้าน ทันใดนั้นสายตาผมจึงไปสะดุดเข้ากับคอมพิวเตอร์ที่คนกำลังใช้อยู่พอดี



“เริ่มจากสอนวิธีการใช้คอมพิวเตอร์ก่อนเลยดีไหม?”



………………………………………



……………………..



ยาก..



ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคลายไม่ออกขั้นสุด เมื่อกลับมาที่บ้านธันก็สอนวิธีการเปิดคอมพิวเตอร์ให้กับผมว่าต้องเปิดจากข้างหลังหน้าจอ



ผมทำตามอย่างรวดเร็ว รู้สึกดีที่ตนเองเข้าใจอะไรง่าย



ซึ่งผมก็ทำได้แค่วิธีเปิดจริงๆ



หลังจากนั้นธันก็สอนวิธีการใช้เม้าส์และวิธีการเปลี่ยนภาษาใหั รวมทั้งสอนวิธีการค้นหาในอินเทอร์เน็ต แต่คงเพราะไม่ได้เรียนอะไรนานมากแล้วหรือไม่ก็มีแต่ขี้เลื่อยเข้าไปอยู่เต็มไปหมด สมองผมถึงแทบรับความรู้อะไรเข้าไปเพิ่มไม่ได้เลย



“ขอโทษนะครับ เร็วไปหรือเปล่า?”



ธันถามผมออกมาหลังจากสอนไปได้สักพัก คงเพราะรู้สึกว่าผมทำหน้าพะอืดพะอมมากจึงถามด้วยความเป็นห่วง



“อืม..คือว่า..” ผมถอนหายใจเฮือก ในขณะที่นึกอยากจะฟุบใบหน้าลงกับโต๊ะเสียเดี๋ยวนั้น ไม่รู้ว่าเพราะผมอายุมากเกินกว่าที่จะเรียนแล้วเข้าใจหรือเปล่า ถึงจำอะไรไม่ค่อยได้เลย “สอนแค่วิธีปิดกับเปิดก่อนได้ไหม..?”



เขาสอนวิธีปิดว่าต้องเลื่อนลูกศรไปกดที่รูปผลไม้ แล้วก็กดคำสั่งshut down พอการสอนในวันนี้เสร็จสิ้น ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะดีใจหรือหลุดพ้นกับอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย



ผมชอบพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาก แถมยังเคยเรียนวิชาคณิตคอมพิวเตอร์มาก่อนด้วยเลยไม่คิดว่ามันไม่น่ายากอะไร แต่พอถึงเวลาจริงผมถึงรู้สึกว่ามันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง



ที่แน่ๆ คือมันไม่เหมือนกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผมเคยรู้จัก แล้วก็วิชาคณิตคอมพิวเตอร์อะไรนั่นก็แทบไม่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จริงๆ เลยแม้แต่น้อย



พอคิดมาถึงตรงนี้ผมก็ชักเริ่มรู้สึกเสียดายบางอย่างขึ้นมา ถ้ารู้ว่าที่เรียนแปลงเลขนั่นจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ผมไม่ตั้งใจเรียนวิชานั้นแล้วเอาไปทุ่มกับวิชาอื่นเสียก็ดี



“พี่ทำได้ดีแล้วล่ะ ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ผมเองก็สอนเร็วไปด้วย” ธันว่าพลางเลื่อนเก้าอี้ไปเก็บที่โต๊ะ ดูเหมือนเขาจะพยายามพูดปลอบใจผมเต็มที่ “ผมไปต่างประเทศอาทิตย์หน้าพอดี ถ้าในสัปดาห์นี้พี่ใช้คล่องขึ้นเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมพาออกไปเที่ยวดีไหมครับ?”



ผมพยักหน้ารับช้าๆ แต่จับใจความได้แค่นิดเดียวเพราะการสอนในวันนี้แทบจะทำเอาหมดแรง ในขณะที่ธันบอกฝันดีแล้วค่อยแยกจากกัน



เมื่อเดินเข้าห้องมาแล้วผมก็นั่งลงบนเตียง พักนี้ผมรู้สึกว่าธันอารมณ์ดีขึ้นมาก หากเทียบตั้งแต่วันแรกๆ ที่ผมมาอยู่



ถึงผมจะไม่แน่ใจถึงสาเหตุที่ว่าทำไมธันอารมณ์ดีขึ้น แต่ก็รู้สึกดีที่ว่าอย่างน้อยเขาก็มีความรู้สึกดีๆ ให้



อย่างน้อยในอนาคตถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือความสัมพันธ์แตกหักลง



เขาจะได้เหลือเยื่อใยหรือคิดถึงผมบ้าง



-----------------------------------------------------------------



[Talk] 



Note1 - หน้าตาของเพจเจอร์ค่ะ



เพจเจอร์คืออุปกรณ์ที่เอาไว้ฝากข้อความ ในยุคแรกๆจะสามารถส่งสัญญาณเรียกให้เขาโทรไปหาได้อย่างเดียว พอผ่านมาสักพักจึงสามารถโทรไปทางบริการเพื่อส่งข้อความให้กับคนที่ต้องการได้ค่ะ


Note2 - อลิซในแดนมหัศจรรย์ เป็นนิทานเกี่ยวกับ อลิซที่เป็นเด็กสาวจากโลกมนุษย์หล่นลงไปในโลกมหัศจรรย์ค่ะ


Note3 - วิชาคณิตคอมพิวเตอร์ คือวิชาที่แปลงเลขจากฐานหลักสิบเป็นฐานสองค่ะ (ที่เป็นเลข0100 อะไรแบบนี้) สมัยก่อนถึงคนจะไม่มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์ แต่เขาจะบังคับเรียนวิชานี้ทุกคนค่ะ


Note4 - สมัยก่อนไม่ค่อยมีพวกร้านขนมหวานค่ะ มีแต่ศาลาโฟร์โมสต์ที่อยู่แถวสีลม แต่ปิดตัวไปแล้ว ถ้านึกไม่ออกร้านศาลาโฟร์โมสต์คล้ายๆกับสเวนเซ่นเลยค่ะ 




มีใครรู้ไหมคะว่าน้ำแข็งไสช็อกโกแลตที่พี่เมษพูดหมายถึงอะไร 55555555555555



ป.ล. ตอนนี้อัพเร็วหน่อย เพราะกว่าจะอัพตอนหน้าเราคงหายยาวสักพักเนื่องจากติดงานค่ะ

ป.ล.2 ให้เวลาเตรียมตัวก่อนถึงตอนหน้าค่ะ

ป.ล.3 คนเขียนยังไม่แก่ค่ะ ไม่ต้องถามอายุนะคะ555555555555


ป.ล.4 มีคนบอกว่าอยากนิสัยเหมือนธันเพราะคนอื่นดูไม่รู้ว่าคิดอะไรกับดูคนเป็น 


จริงๆนิสัยของธันจะออกไปในทางไทป์ ENTJ ค่ะ (แต่ก็กึ่งไปINTJด้วย) 

ส่วนไทป์พี่เมษเป็นINTJค่ะ(ที่ออกไปทางINTP)

ตัวอักษรสี่ตัวที่เป็นภาษาอังกฤษคือแบบทดสอบนิสัยของmbtiค่ะ 

ถ้าเขียนเล่าจากมุมของธัน คงจะมองไม่ออกเหมือนกันว่าพี่เมษคิดอะไร คนอ่านคงจะมองว่าพี่เมษลึกลับ แต่พอมาเล่าจากมุมพี่เมษ เลยกลายเป็นว่าธันลึกลับแทนค่ะ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 384 ครั้ง

165 ความคิดเห็น

  1. #7102 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:40

    น่าเอ็นดูมาก55

    #7102
    0
  2. #7055 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:19

    ธันอารมณ์ดีเรื่องเมษใช่ไหมนะ ชักน่าสงสัยแล้วซิว่าหัวใจธันเริ่มหวั่นไหว

    #7055
    0
  3. #6997 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 19:43
    ธันอารมณ์ดีเรื่องไรนะ
    #6997
    0
  4. #6941 tothemoonnnn (@yanisa_a) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 20:54
    เอ็นดูตอนพี่เมษบอกว่าน่าจะกินตุนไว้เยอะๆ 5555555
    #6941
    0
  5. #6860 msp_mint (@msp_mint) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 16:29
    บิงซูๆๆๆ
    #6860
    0
  6. #6728 Realprinceeskyy (@Realprinceeskyy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 07:43
    เอ็นดูพี่เมษ น้ำเเข็งไสที่พี่เมษว่าคือบิงซูใช่มั้ยคะ5555555
    #6728
    0
  7. #6711 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 10:22
    บิงซูค่าพี่เมษ555555 พ่อจะให้ธันไปอยู่ตปท.รึเปล่าคะ
    #6711
    0
  8. #6658 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:13
    งั้นก็ดูแลอลิซดีๆ น้าน้องธัน
    #6658
    0
  9. #6631 whitelava blue (@bluelavaland) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 20:34
    บิงซู ไม่เคยคิดว่าพี่เมษแก่เรย จนกระทั่งตอนนี่แต่ก็น่าร้ากกก comfort zone ของน้องงงว
    #6631
    0
  10. #6618 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 02:45
    บิงซูใช่มั้นคะ5555555คนแก่หลงยุคจริงๆเลย
    #6618
    0
  11. #6570 elic (@cassiopeia-fern) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 02:08
    น้ำแขง็ไสช็อคโกแลตนี่บิงซูหรือเปล่าคะ55555555
    #6570
    0
  12. #6563 fb040686 (@fb040686) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 23:45
    ถ้าไม่เห็น ปล.3 นี่ถามอายุแล้วค่ะ 555
    #6563
    0
  13. #6535 Tookta TN Namtip (@princess00haruhi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 22:34
    INTJ เย้ เจอพวก
    #6535
    0
  14. #6478 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 16:36
    โอ้ย เอ็นดูคนแก่หลงยุคเหลือเกิน อยากลูบหัวคุณลุง 5555555
    #6478
    0
  15. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 19:19
    ทิ้งท้ายได้เจ็บปวดมาก แงงง สงสารรร
    #6450
    0
  16. #6388 เมจิกโคโค (@09956324) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 19:35
    คุณปู่เมฆ555
    #6388
    0
  17. #6354 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 22:11
    หิวเลยค้าา เมนูขนมนี้
    #6354
    0
  18. #6348 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 13:49
    คือว่านะแต่ละอย่างรู่จักไม่กี่อย่าง555555555
    #6348
    0
  19. #6216 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 17:15
    ตายห่าล่ะ!!! ที่ไรท์พูดมาแต่ละอย่างเรารู้จักหมดเลย เฮ้ยยยยนแต่เราไม่แก่นะ55555
    #6216
    0
  20. #6111 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 20:55
    น้ำแข็งไสช็อคโกแลตนี่บิงซูใช่ไหมคะ5555 พี่เมษน่าเอ็นดูมาก พี่เขาดูตื่นเต้นไปกับทุกอย่าง ฮืออออ น่าย้ากกก
    #6111
    0
  21. #6002 iiimspc (@Imboy20566) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 17:38
    คิดว่าเป็นบิงซู แอบตื่นเต้นในทุกเรื่องไปกับเมษไม่ได้เลยอะ5555555
    #6002
    0
  22. #5958 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 23:48
    บิงซูแน่ ๆ
    #5958
    0
  23. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 15:40
    แอบเอ็นดูพี่เมษอะ ธันก็ดูอบอุ่น//ถ้าไม่มองในความลึกลับตรงนั้น
    น้ำแข็งไสนี่...บิงซู?
    #5908
    0
  24. #5700 nux v. (@nut-piano) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 23:43
    เราชอบภาษาของไรท์มากเลยค่ะ เรามีความรู้สึกว่าการแต่งนิยายเรื่องนี้ต้องแต่งด้วยความตั้งใจและความใส่ใจมากๆ เราชอบการบรรยายถึงอารมณ์ที่.. จะบอกว่ายังไงดี เหมือนเป็นตัวละครนั้นจริงๆ ชอบดีเทลความเหงาของพีเมษมากๆ ความรู้สึกนึกคิดของพี่เขา เรารู้สึกว่ามันเป็นเหตุเป็นผลแล้วก็กลั่นกรองมาดีแล้ว เราไม่รู้จะอธิบายยังไงเลย แต่เราชอบมู้ดแอนด์โทนของนิยายเรื่องนี้มาก เป็นความอบอุ่นบนความเหงาน่ะค่ะ.. เอาเป็นว่า เราขอสมัครเป็นแฟนของไรท์นะคะ สู้ๆค่ะ^^
    #5700
    0
  25. #5524 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 21:07
    ผิดไหมถ้าจะบอกว่าไม่รู้จักอลิซ คือรู้แค่มีเรื่องนี้อยู่ แต่ไม่เคยดู 555 ดีนะที่อ่านไปแล้วพอเข้าใจ อยากรู้เหมือนกันว่าสิ่งที่ธันกำลังตัดสินใจอยู่คืออะไร เกี่ยวกับเมฆด้วย รอนะคะ
    #5524
    0