เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 315,580 Views

  • 7,122 Comments

  • 18,130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9,992

    Overall
    315,580

ตอนที่ 19 : บทที่17 หนึ่งสัปดาห์ [รีไรท์ - 9/9/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 391 ครั้ง
    9 ก.ย. 60


สุดท้ายผมก็นอนไม่หลับอย่างที่คิดเอาไว้



ผมไม่ได้เสียใจหรือรู้สึกอยากร้องไห้ฟูมฟายขนาดนั้น แค่รู้สึกปวดในอกเหมือนหายใจไม่ออก สิ่งเขาพูดเป็นความจริงทุกประการ แต่ที่ลุกหนีออกมาเพราะผมไม่อยากจะคุยกับใครตอนที่อารมณ์ไม่คงที่เท่านั้นเอง



พอเห็นว่าเจ็ดโมงแล้วผมเลยลุกขึ้นมาแล้วเดินออกไปนอกห้อง ตั้งใจว่าจะทำอาหารเช้าให้ธันกิน



ขนาดไม่อยากเจอหรือเห็นหน้าธัน แต่ท้ายที่สุดแล้วผมก็ลุกออกไปช่วยเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี ตอนที่ลุกขึ้นมาทำอาหารให้ผมก็ได้แต่หงุดหงิด อยากจะบอกความรู้สึกของตนเองให้อีกฝ่ายรับรู้ ถึงความเป็นไปได้นั้นจะน้อยมากก็ตาม



เนื่องจากว่ากำลังอยู่ในสภาวะที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ผมจึงเลือกที่จะทำอาหารง่ายๆ อย่างพวกขนมปังทาเนยปิ้งให้แทน จะได้มีเวลาที่เหลือมาขบคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อ



เมื่อทำเสร็จผมก็หันมาทางด้านหลัง ทว่าครั้งนี้พอหันมาไม่เห็นว่าธันนั่งอยู่ ผมก็ใจหายไปวูบหนึ่ง แต่ก็คิดขึ้นได้ว่าการที่ไม่เห็นธันนั่งอยู่ข้างหลังต่างหากถึงควรจะเป็นเรื่องปกติ แล้วผมจะไปใจหายทำไม



หรือเพราะบางทีผมอาจจะเริ่มชินกับการที่เห็นธันแอบมองอยู่ข้างหลังไปแล้ว



ผมเดินไปที่ห้องของเขา ก่อนจะพบว่าสภาพห้องนั้นแปลกตาไปจากตอนที่เห็นครั้งแรก



คราวนี้ห้องไม่ได้รกเหมือนกับก่อนหน้านั้นแล้ว มันสะอาดขึ้นเยอะมาก ระหว่างที่ผมกลับไปนอนนั้นเขาคงจัดเก็บของต่างๆ พร้อมกับจัดกระเป๋าเดินทางไปด้วย



“ทำอะไรอยู่?” ผมถามเขา สายตาก็มองกระดาษที่ธันถืออยู่ด้วยความสงสัย เท้าก้าวเดินเข้าไปใกล้ ทว่าทันทีที่สายตาเห็นว่าข้อความในกระดาษเป็นอะไร ผมจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ยังมีของที่ขาดอยู่นี่ เดี๋ยววันพรุ่งนี้ต้องไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”



“ครับ” ธันตอบรับคำของผมด้วยคำพูดสั้นๆ ก่อนจะละสายตาจากกระดาษจดรายการสิ่งของมองมาที่ผม “พี่เมษอยากจะออกไปซื้อของด้วยกันหน่อยไหมครับ คือผมมีของที่จำเป็นต้องซื้ออยู่”



ผมพยักหน้ารับคำของเขาโดยไม่ได้คิดอะไร



ถึงแม้ว่าปกติแล้วผมจะไม่ชอบออกไปข้างนอกถ้าไม่มีจุดมุ่งหมาย แต่เวลาที่จะได้อยู่กับเขาก็เหลือแค่วันนี้และวันพรุ่งนี้เท่านั้น



อีกประการหนึ่งผมไม่ค่อยอยากทิ้งเวลาอย่างเปล่าประโยชน์ไว้กับการนั่งดูทีวีเปลืองค่าไฟเปล่าๆเสียด้วย



หลังจากที่ผมพยักหน้ารับธันก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมาก เมื่อกินข้าวเช้ากับจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็พาผมออกไปข้างนอก



ระหว่างที่กำลังนั่งรถอยู่นั้น สายตาของผมก็มองออกไปข้างนอก บรรยากาศนอกตัวรถนั้นดูอึมครึมคลับคล้ายกับว่าฝนกำลังจะตกตลอดเวลา คงเพราะว่าช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้วเลยทำให้บรรยากาศดูมืดครึ้มแบบนี้ด้วย



“เอาร่มมาหรือเปล่า?”



ผมเอ่ยถาม ในขณะที่สายตาก็ละมามองคนที่กำลังขับรถ



“ครับ”



เมื่อได้ยินคำตอบรับของเขา ผมจึงมองออกไปข้างนอกเหมือนเดิม แล้วเอ่ยถามคำถามที่อยู่ๆ ก็นึกสงสัยกะทันหันขึ้นมา “ทำไมธันถึงมาเรียนคณะนิติล่ะ?”



หากว่ากันตามตรงผมสงสัยตั้งแต่ตอนที่เขาถามเหตุผลผมแล้วว่าทำไมถึงมาเรียนคณะรัฐศาสตร์ แต่เพราะบรรยากาศในตอนนั้นไม่เหมาะกับการที่จะถามออกไป เลยทำให้หาโอกาสถามไม่ได้เสียสักที



“พ่อเขาอยากให้ผมเรียนน่ะครับเพราะจะได้มาช่วยงานต่อ” ธันว่าก่อนที่จะหยุดไปชั่วครู่หนึ่ง “พ่อผมทำเกี่ยวกับสำนักงานทนาย”



ดูเชื่อฟังพ่อผิดคาด.. ผมคิดในใจ เท่าที่อยู่ด้วยกันผมคิดว่าธันไม่น่าเป็นคนที่ทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการหรือยอมคนง่ายขนาดนั้น เลยเอ่ยถามต่อเพราะรู้สึกว่าเรื่องมันแปลกๆ “แล้วจะมาช่วยงานต่อ?”



“เปล่าครับ” เขารีบตอบผมกลับทันที “ผมมาเรียนเพราะรู้สึกว่าน่าสนใจ แล้วก็อยากเป็นผู้พิพากษาด้วย ไม่ได้เกี่ยวกับพ่อเลย”



“ผู้พิพากษาสอบยากนะ”



ผมว่าไปตามความจริง สมัยที่ยังเรียนอยู่ผมเคยมีเพื่อนที่เรียนอยู่คณะนิติศาสตร์อยู่คนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สนิทกันมาก เรียกว่าแค่มีความทรงจำดีๆ ด้วยกันเพียงชั่วคราวน่าจะดีกว่า



หลังจากนั้นเมื่อถึงจุดหนึ่งในชีวิต ผมกับเธอก็ห่างเหินและกลายเป็นคนแปลกหน้ากันไป



ตอนที่ยังเคยคุยกันอยู่เธอมักจะชอบมาบ่นให้ฟังบ่อยๆ ว่าอยากจะสอบเข้าเป็นผู้พิพากษา แต่ก็ใช้เงินเยอะเพราะต้องไปเรียนต่อปริญญาโทอีก ฐานะทางบ้านคงส่งเสียไม่ได้ถึงขนาดนั้น



“เพราะว่ายาก ผมถึงอยากเป็นครับ” ธันตอบผมกลับด้วยน้ำเสียงเรียบราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ “ตอนนี้ผมมีเงินเยอะแล้ว เลยอยากได้อำนาจกับชื่อเสียงมากกว่า ถ้าผมเป็นผู้พิพากษา ใครๆ ก็จะให้ความเคารพแล้วก็เกรงใจ”



ผมเงียบไปเมื่อฟังคำของเขาจบ พอลองมาคิดดูแล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่ธันว่า การที่มีความรู้เอาไว้ย่อมดีกว่า ยิ่งเป็นความรู้ทางด้านกฏหมายด้วยแล้ว หลายคนจะยิ่งให้ความเกรงใจเป็นพิเศษ



แต่ที่คาดไม่ถึงคือผมเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายมีความทะเยอทะยานถึงขนาดนั้น หรือเพราะที่ผ่านมาไม่เคยพูดถึงเรื่องนั้นโดยตรง ผมจึงคาดเดาไม่ออก



“สรุปว่าที่อยากเป็นเพราะว่าท้าทาย แล้วก็อยากให้คนเคารพงั้นสิ” ผมเอ่ยถามเขา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบอะไรราวกับจะยืนยันความคิดนั้น ผมเลยยิ้มออกมานิดหน่อย “เป้าหมายใหญ่ดีนะ”



ถ้าธันเอาเรื่องนี้ไปพูดกับคนอื่น ผมว่าเขาคงต้องถูกมองว่าทะเยอทะยานหรือบ้าอำนาจแน่



บางทีสาเหตุที่เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เพราะกลัวว่าจะถูกผมมองด้วยสายตาแปลกๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้ ทว่าพอเขารู้แน่ชัดว่าผมเป็นคนแบบไหนจึงกล้าพูดออกมา



อย่างที่ว่าผมไม่ได้รู้สึกว่าเขาแปลก เพราะบางทีผมเองก็ชอบตั้งเป้าหมายใหญ่เหมือนกัน แต่แค่ไม่เคยพูดหรือแสดงออกเท่านั้น



บางทีธันอาจจะเป็นคนแรกที่มองผมออกก็ได้



ผมคิดว่านิสัยธันกับผมคงไม่ได้แตกต่างอะไรกันมากนัก อาจจะมีแตกต่างกันบ้างแค่บางเรื่อง มิน่าผมถึงรู้สึกไปได้ดีกับเขาผิดปกติ



ธันขับรถเข้าไปจอด นั่นจึงทำให้ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าถึงที่หมายแล้ว คงเพราะข้างนอกกับข้างในอาคารมืดไม่ต่างกัน ผมจึงลืมสังเกตไปเสียสนิท



เมื่อไปซื้อพวกของใช้ที่จำเป็นจนหมดแล้ว ผมก็ขอธันซื้อหนังสือสักสองสามเล่มเพื่ออ่านเวลาว่าง เขาดูจะแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็ยอมซื้อให้ ซ้ำยังซื้อให้เกินจากที่ผมขออีก หลังจากนั้นเขาก็พาผมไปกินข้าวเที่ยง แล้วค่อยพากลับ



พอกลับมาถึงที่คอนโด ผมถึงเพิ่งรู้ว่าเวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเย็นแล้ว เวลาในวันนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วมากจนผมอดที่จะใจหายไม่ได้



ถึงจะบอกว่าเหลือเวลาที่ได้อยู่กับธันอีกสองวัน แต่วันพรุ่งนี้เขาก็ต้องรีบไปแต่เช้าอยู่ดี ดังนั้นหากนับจริงๆ วันนี้น่าจะเป็นวันสุดท้ายเสียมากกว่า



ผมนึกไม่ออกว่าหนึ่งสัปดาห์นั้นจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรในห้องเงียบๆ ที่ไม่มีอะไรทำเลย ดังนั้นผมเลยคิดว่าอย่างน้อยก็ควรมีอะไรให้ทำที่นอกจากการดูทีวีบ้าง



แล้วสิ่งที่ผมชอบทำก็มีอยู่แค่ไม่กี่อย่าง ดังนั้นการอ่านหนังสือเลยกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด



ส่วนเรื่องคอมพิวเตอร์ ว่ากันตามตรงผมไม่ค่อยอยากใช้ตอนที่ธันไม่อยู่สักเท่าไหร่ เกิดถ้ามีปัญหาอะไรแปลกๆ ขึ้นมาแล้วพัง ผมคงรับผิดชอบไม่ไหว



ผมหยิบหนังสือเข้าไปเก็บในห้อง แล้วอ่านอยู่นาน กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีเวลาก็ล่วงเลยไปถึงตอนดึกและผมก็เผลอหลับไปทั้งๆ แบบนั้น



…………………………………..



……………………….



ผมรู้สึกได้ว่าใครบางคนกำลังสัมผัสมือข้างขวาอยู่ ความอบอุ่นนั้นทำให้ผมรู้สึกดีจนผมแทบจะไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาเลย



ทุกอย่างเหมือนจริงมาก เหมือนจริงกว่าฝันก่อนหน้านั้น จนถ้าบอกว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน ผมคงรู้สึกขนลุกกับจินตนาการและความเพ้อเจ้อของตัวเอง



ถึงแม้ว่าผมจะขยับร่างกายไม่ได้ ลืมตาไม่ขึ้น แต่ไออุ่นและอุณหภูมิจากทางมือข้างขวามันชัดเจนมากจนยากที่จะปฏิเสธว่าเป็นเรื่องที่คิดไปเอง



ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่ฝันว่าโดนจูบ ผมคงคิดว่าความฝันนี้เป็นความจริงไปแล้ว แต่เพราะเรื่องราวก่อนหน้านี้เลยทำให้ผมเริ่มไม่แน่ใจว่านี่เป็นฝันหรือว่าความจริงกันแน่



ผมรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังบีบมือข้างขวาอยู่ แรงที่บีบมานั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บ มันเหมือนแค่บีบเพื่อที่จะลดความเครียดกับคลายความกังวลลงเสียมากกว่า



พอมาถึงตรงนี้แทนที่จะรู้สึกดีแต่ผมเริ่มกระวนกระวาย อยากให้ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน สังหรณ์ใจไม่ดีกลัวว่ามันจะเป็นความจริง ผมนึกอยากจะลืมตาเพื่อดูว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า ถ้ามันไม่ได้เป็นเรื่องที่ผมฝันไป ผมก็อยากจะเอ่ยถามเขาว่า เกิดอะไรขึ้น มีอะไรหรือเปล่า



อันที่จริงผมรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีมาตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มกระวนกระวาย ไม่ออกไปไหน นั่งคิดอะไรเงียบๆ อยู่คนเดียวแล้ว แต่ผมก็ไม่อยากยุ่งเรื่องของเขาตราบใดที่เจ้าตัวไม่ยอมบอก



ครั้งนี้ผมก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกเป็นห่วงก็มีมากกว่า



ตั้งแต่อยู่มาด้วยกันเกือบเดือน ผมแทบจะเห็นธันออกไปนอกบ้านตลอดเวลา แต่พอหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่เขาจะไปต่างประเทศกลับอยู่เงียบๆ ในบ้านตั้งอาทิตย์กว่า ถึงจะไม่ได้ใช้สมองคิด ดูอย่างไรก็รู้ว่ามันก็ผิดปกติเห็นๆ



เขากุมมือผมอยู่นานมากก่อนจะปล่อย จากนั้นใช้เวลาไม่นานนักผมก็หลับไป



…………………………………………………….



…………………………………………….



ผมลืมตาตื่นขึ้นมาตอนเกือบเก้าโมงกว่าๆ



พอเดินออกมานอกห้องผมก็ไม่เห็นธันแล้ว แสดงว่าเขาคงไปแล้วจริงๆ



ผมอดที่จะรู้สึกเสียดายไม่ได้นิดหน่อย เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นผมยังไม่แน่ใจเลยว่ามันเป็นความฝันหรือความจริง ถึงได้ตั้งใจจะตื่นขึ้นมาถามเขาในตอนเช้า



กลายเป็นว่าแบบนี้ผมต้องรอไปอีกอาทิตย์เลยทีเดียว



ช่างเถอะ การที่ถามช้าไปแค่อาทิตย์เดียวคงไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากนัก ผมถอนหายใจโดยที่พยายามเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ ก่อนจะลุกขึ้นมาหยิบอาหารในตู้เย็นกินตามความเคยชิน ถึงแม้ว่าการที่ผมจะกินหรือไม่กินมันจะไม่ได้มีผลต่างกันเลยก็ตามที



เมื่อกินเสร็จผมก็หยิบพวกหนังสือมาอ่านที่โซฟา หลังจากที่อ่านจบไปเล่มหนึ่งผมก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ



ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดผมถึงรู้สึกว่าในห้องดูเงียบลงไปถนัดตา ผมละสายตาจากหนังสือก่อนจะมองไปรอบๆห้อง ในสมองก็พยายามนึกว่าตัวเองลืมหรือขาดอะไรไปหรือเปล่า แต่ผมก็คิดไม่ออกว่าตัวเองลืมอะไร



ผมพยายามข่มความรู้สึกแปลกๆ นั้นให้จางหายไป หลังจากนั้นพอทนใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแบบนี้ไปได้สามวัน ผมก็เริ่มรับรู้ถึงความจริงบางอย่าง



ไม่ใช่ว่าในห้องนี้มันเงียบเหงาเกินไป



แต่เป็นเพราะว่าไม่มีธันอยู่ต่างหาก



ผมไม่ค่อยอยากยอมรับว่าตัวเองเหงาหรือรู้สึกโดดเดี่ยวจนถึงกับต้องพึ่งพาคนอื่น ก่อนหน้านี้ผมก็ใช้ชีวิตแบบนั้นมาเกือบตลอดสี่สิบปี เลยรู้สึกว่าความรู้สึกเหงาค่อนข้างไกลตัวเกินไปหน่อย



น่าแปลกที่พอมาอยู่ห้องนี้ได้แค่เดือนเดียว ไม่ได้ยินเสียงพูดของเขาแค่สามวัน ผมกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก ส่วนหนึ่งคงเพราะผมเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบที่มีธันอยู่ข้างๆ แล้ว



พอนึกถึงความจริงเรื่องนี้ขึ้นมา แทนที่จะรู้สึกดีผมกลับกลัว



ถึงอย่างไรธันก็จะต้องเปลี่ยนแปลงไปในสักวัน ไม่มีอะไรบอกว่าในอนาคตเขาจะไม่ทิ้งผม ถ้าเกิดถึงวันที่ต้องแยกจากขึ้นมาแล้วจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง ทำอย่างไรต่อ ผมนึกอะไรไม่ออกเลย



ทางเลือกเดียวที่ดีที่สุดคือการตีตัวห่างออกจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้สึกกลัว ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แต่ผมก็ประวิงเวลาไปเรื่อยๆ เพราะอีกใจหนึ่งก็คิดว่าอยากใช้เวลาร่วมกันให้ได้มากที่สุดแล้วค่อยจากไป



ถึงแม้ว่าสมาธิจะจดจ่ออยู่ที่หนังสือ แต่ทุกครั้งที่เผลอสายตาของผมมักจะจับจ้องที่วันเวลาตลอด ผมไม่เคยนึกอยากให้อะไรมาถึงเท่ากับวันกลับของเขามาก่อนเลย



หลังจากที่อดทนมาได้เกือบสัปดาห์ ในที่สุดก็ถึงวันที่ผมรอเสียที



--------------------------------------------------------------------


[Talk]

ครั้งหนึ่งเราเคยบอกไว้ว่าเรื่องนี้ไม่ดราม่า ขอโทษด้วยนะคะที่ผิดสัญญาจนได้ orz 

ตอนนี้เป็นอะไรที่เขียนยากเลยค่อนข้างนาน เราไม่ถนัดการเขียนฉากที่เป็นความรู้สึกล้วนๆ เวลาเขียนเลยต้องใช้เวลากรองนานมาก

จริงๆธันไม่ใช่เป็นคนที่ดีแบบเต็มที่ แต่เจ้าตัวเลือกที่จะแสดงด้านดีๆให้พี่เมษเห็นอย่างเดียว ถ้าไปกับคนอื่นคงไม่พูดจาถนอมน้ำใจแบบนี้ เพราะคงพูดอะไรตามความจริงไปเลย


ป.ล.ตอนที่แล้วคอมเม้นท์แตกออกเป็นสองทางดีค่ะ ทั้งคนที่ฟินกับคนที่ร้องไห้ 5555555555

ป.ล.2 ทั้งสองคนเป็นไทป์แนวN_J เหมือนกัน พวกนี้เป็นคนที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการตั้งเป้าหมายค่ะ (คือใช้ชีวิตเรื่อยๆแบบไปวันๆไม่ได้ ไม่งั้นจะว่างเกินไป) เลยคิดว่าเป้าหมายยิ่งใหญ่ยิ่งดี จะได้มีความถีบตัวสูง 

หลายคนเลยมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นพวกทะเยอทะยาน 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 391 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #7104 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:50

    หน่วงง มีอะไรทำไมไม่บอกอ่ะ

    #7104
    0
  2. #7057 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:53

    ธันการไปครั้งนี้มีอะไรรึเปล่า ทำไมถึงไม่พูดให้เมษฟังล่ะ ธันทำไมถึงชอบเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียวแบบนี้ด้วยนะ

    #7057
    0
  3. #6999 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 20:09
    ธันมีไรทำไมไม่บอกพี่เมษ
    #6999
    0
  4. #6970 Duennhow (@Duennhow) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 02:00

    ออกจะหม่นๆไปหน่อยแต่เมื่อไหร่ธันจะชอบพี่เมษ เอ๊ะ!หรือยังไง

    #6970
    0
  5. #6961 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 09:50
    ทำไมมันหม่นๆ อารมณ์แบบนี้หน่วงมากเลย
    #6961
    0
  6. #6891 phoukham (@phoukham) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 10:02
    เฮ้อทำไมมันหน่วงๆอะ
    #6891
    0
  7. #6713 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 10:38
    หนักหน่วงมากค่ะ
    #6713
    0
  8. #6683 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 12:42
    หน่องกลัวใจจจ
    #6683
    0
  9. #6660 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:30
    อย่าม่าเยอะจะได้ม๊ายย
    #6660
    0
  10. #6633 whitelava blue (@bluelavaland) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 20:50
    กลัวใจจังงงง รอเจอธันนนน
    #6633
    0
  11. #6620 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 20:07
    แงงงงงงงงงทำไมกลิ่นม่ามันแรงแบบนี้...
    #6620
    0
  12. #6596 magician_draw (@magician_draw) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 19:19
    ไรท์เขียนสื่ออารมณ์ได้ดีนะคะ เราไม่ได้รู้สึกหน่วงหรือเศร้ามากเกินไป มันอยู่ที่คำว่า อึมครึมอะ555
    #6596
    0
  13. #6591 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 23:48
    ตกใจกับความทะเยอทะยานของน้องมาก แอบน่ากลัวนะเนี่ย หนูจะเอาอำนาจไปทำอะร้ายย
    #6591
    0
  14. #6350 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 14:09
    อยากรู้แล้วน้ำตาก้คลอมันสะทุกตอนอะ555555555
    #6350
    0
  15. #6189 SUGA! YES, PLEASE♡ (@raindropingx) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 14:58
    น้องเมษพูดอะไรให้พี่ตกใจได้เสมอเลยค่ะ เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูงจริงๆ น้องเมษต้องคิดว่าตัวเองรู้จักพี่ขนาดไหนนะถึงกล้าเล่าอะไรขนาดนี้..
    #6189
    0
  16. #6113 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 21:31
    กลิ่นดราม่าเริ่มมาแหลวว แล้วสรุปเรื่องที่พี่เมษฝันเกี่ยวกับธันความจริงแล้วไม่ใช่ฝันใช่ไหม55555
    #6113
    0
  17. #5960 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:18
    ดราม่าเบา ๆ กำลังดีค่ะ
    #5960
    0
  18. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 16:01
    พี่เมษ...ไม่เอาสิ อยู่กับน้องเหอะ
    ดราม่า?...ไม่เอาน่าไรท์....
    #5910
    0
  19. #5798 hamtaro33 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 09:00
    ไปแอบจับมือ แต่ไม่บอกความรู้สึกไปตรงๆ T__T แล้วไปตปท.เลย เหงาแย่แล้วพี่เมษ
    #5798
    0
  20. #5701 nux v. (@nut-piano) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 00:04
    ไรท์อาจจะไม่ถนัดเขียนซีนอารมณ์ แต่ส่วนตัวเราชอบซีนอารมณ์ของไรท์มากที่สุดเลย เราว่ามันเรียลมาก ขอบคุณที่ทำงานหนักแล้วตั้งใจทำงานเขียนนี้ให้มันดีขนาดนี้นะคะ เราตกหลุมรักนิยายเรื่องนี้ตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้ว555555 แล้วพออ่านไปเรื่อยๆก็รักนิยายเรื่องนี้มากกว่าเดิมค่ะ ดีใจมากที่ได้มาเจอนิยายเรื่องนี้ ขอบคุณนะคะ :D
    #5701
    0
  21. #5526 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 22:34
    อ่าว อย่าตีตัวออกห่างสิ ที่ธันตัดสินใจพาเมษมาอยู่ด้วยก็เพราะเมษไม่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่หรอ ถ้าอยู่ๆมาตีตัวออกห่าง ธันจะรู้สึกยังไง อย่าทำแบบนั้นเลยเมษ
    #5526
    0
  22. #5357 paengy (@dragon-red) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 23:18
    สนุกมากค่ะ
    #5357
    0
  23. #5340 Feremaka (@feremaka) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 08:37
    ทำไมม่าแล้วล่ะคะะะ
    #5340
    0
  24. #4815 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 07:39
    ธันดูลึกลับอ่ะ
    #4815
    0
  25. #4355 emptyq_ (@emptyq_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 21:25
    กลัวธันจะกลับมาพร้อมกับพายุอะไรสักอย่าง
    #4355
    0