เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 313,116 Views

  • 7,118 Comments

  • 17,962 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,528

    Overall
    313,116

ตอนที่ 20 : บทที่18 ทางตัน [รีไรท์ - 18/9/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 359 ครั้ง
    18 ก.ย. 60


พอถึงวันที่ธันจะกลับมาจากต่างประเทศ ผมก็มานั่งรอเขาที่โซฟาจนเกือบหมดวันโดยที่แทบจะไม่ได้ลุกไปไหน



ระหว่างที่รอจนเกือบจะเผลอหลับไปนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตอนที่ได้ยินเสียงเคาะผมเกือบผุดลุกขึ้นแต่ก็ยั้งตัวเองไว้ได้ทัน พอตั้งสติได้ผมรีบหันหน้าไปมองทางประตูบานนั้นทันที



พอเห็นคนที่กำลังรออยู่ผมก็ลอบถอนหายใจออกมา



ธันกลับมาแล้วจริงๆ ตอนที่เขาถอดรองเท้าออกแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม แทนที่ธันจะพูดหรือยิ้มทักทายให้ อีกฝ่ายกลับไม่ได้พูดอะไร ไม่แม้แต่จะสบตาด้วยซ้ำ



ผมมองท่าทางของเขาแล้วรู้สึกวูบโหวงในอก พยายามกล่อมตนเองว่าคิดไปเองที่ถูกเมิน



แต่ถึงอย่างนั้นท่าทางของธันก็เห็นได้ชัดเจนเกินไปจนยากที่จะปฏิเสธ ผมพยายามนึกว่าตัวเองทำอะไรให้เขาโกรธแต่ก็นึกอะไรไม่ออกจริงๆ



ผมคิดว่าปล่อยไปแบบนี้คงไม่ดี มีอะไรยังไงก็ควรคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่อย่างนั้นขืนปล่อยให้บรรยากาศเป็นแบบนี้คงอึดอัดน่าดู แต่ควรจะหาจังหวะพูดคุยตอนไหนผมยังนึกไม่ออกเลย



บังเอิญว่าธันลากกระเป๋าเดินทางผ่านโซฟาที่ผมกำลังนั่งอยู่พอดี ผมเลยกลั้นใจก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของเขาเอาไว้



แต่แล้วมือของผมก็ทะลุมือของเขาไป



คราวนี้ผมงุนงงจนกระทั่งลืมความรู้สึกใจเสียเมื่อครู่ เพราะจำได้ว่าธันจับตัวผมเอาไว้ได้ แต่มาตอนนี้ผมกลับจับตัวเขาไม่ได้?



หลังจากที่นึกอยู่ครู่หนึ่งผมก็นึกขึ้นได้ว่าเคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้ ตอนช่วงแรกๆ ที่ผมคว้าตัวธันเอาไว้แล้วก็ทะลุผ่านไป แต่เพราะว่ามันนานแล้วถึงไม่ทันได้เก็บเรื่องนั้นมาคิด



ธันชะงักก่อนจะหันมาทางผม จากนั้นอยู่ๆ ผมก็แตะมือของธันได้ขึ้นมาเฉย



หือ..?



คราวนี้ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออกเพราะเรียบเรียงความคิดไม่ทัน บรรยากาศตกลงสู่ความเงียบจนน่าอึดอัดก่อนที่ธันจะพูดทำลายความเงียบนั้น



“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”



“คือว่า..” พอพูดได้แค่นั้นผมก็หยุดนิ่งไปเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดเรื่องไหนก่อนดีระหว่างเรื่องที่เขาหงุดหงิดหรือเรื่องที่ผมแตะตัวเขาไม่ได้ แต่แล้วอยู่ๆก็แตะได้เฉย



หลังจากเรียบเรียงความคิดอยู่พักหนึ่งผมก็คิดว่าควรจะคุยกันให้รู้เรื่องก่อน “โกรธพี่เรื่องอะไรหรือเปล่า?”



ธันมองใบหน้าของผมก่อนจะถามกลับ “นี่พี่ไม่รู้จริงๆ หรือไงครับ?”



ผมนึกตามคำพูดของเขา แต่ก็นึกไม่ออกว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร ให้ตายเถอะ ผมยังนึกไม่ออกเลยเถอะว่าตัวเองไปเผลอทำอะไรเข้า ระหว่างที่เขาไม่อยู่ ผมก็ทำตัวเป็นเด็กดีไม่ได้ทำอะไรในบ้านพังสักหน่อย



“เรื่องอะไรล่ะ?”



ธันถอนหายใจก่อนจะสะบัดข้อมือของผมออก จากนั้นก็ลากกระเป๋าเดินทางเข้าห้องตัวเองราวกับว่าผมเป็นธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน



ก่อนจะปิดประตูห้องนอนอย่างไม่แม้แต่จะหันมาสนใจใยดีผมอีกเลย



ผมกลั้นหายใจ พยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นเอาไว้ ถึงแม้ว่าความรู้สึกหงุดหงิดและผิดหวังแทบจะล้นทะลักออกมาแล้วก็ตาม



ระหว่างที่ผมอดทนรออยู่พักใหญ่ ผมก็เริ่มนึกถึงกลิ่นหอมแปลกๆ บนตัวของธัน



ตอนที่ธันเดินสวนมาผมได้กลิ่นน้ำหอมหวานๆ จากตัวของเขาด้วย นั่นเลยทำให้ผมเริ่มเดาถึงความเป็นไปได้ต่างๆ เป็นต้นว่าธันไปต่างประเทศเพื่อที่จะไปพบกับใครบางคนหรือว่าไปทำงานอะไรสักอย่างหรือเปล่า เพราะกลิ่นน้ำหอมนั้นดูไม่เหมือนกับกลิ่นที่ธันใช้ก่อนหน้านี้



หลังจากที่รออยู่สักพักหนึ่งธันก็ออกมาจากห้องพอดี



พอเห็นว่าเขาเดินออกมาจากห้อง ผมเลยตั้งใจว่าจะพูดต่อจากเรื่องเมื่อครู่



ทว่าเขากลับพูดตัดหน้าขึ้นมาก่อน



“ขอโทษครับที่เผลอหงุดหงิดใส่ พอดีตอนนี้ผมเหนื่อยมากจนไม่อยากจะคุยกับใคร”



ไม่รู้เพราะธันดูออกหรือเปล่าว่าผมมีเรื่องอยากจะถามพอดีแต่เขาก็เอ่ยออกมาได้ตรงจังหวะมาก จากนั้นธันก็เดินตรงมานั่งที่โซฟาก่อนจะเอนตัวลงนอน



แล้วนอนหนุนตักผมหน้าตาเฉย!



ผมมองเขาด้วยสีหน้ากล้ำกลืน บอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร



เรื่องความรู้สึกน่ะก็ดีใจอยู่หรอก แต่พอตอนแรกถูกโกรธแบบงงๆ ใส่ จากนั้นอยู่ๆ ก็ปฏิบัติตัวดีด้วย ผมเลยสับสนตามความคิดของเขาไม่ทัน



ธันมีข้อดีหลายข้อที่ทำให้ผมชอบเวลาที่จะได้อยู่ด้วย แต่เสียตรงที่ปกติแล้วธันเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมแสดงความรู้สึกหรืออารมณ์จริงๆ ออกมาให้เห็นสักเท่าไร จะมีแค่บางช่วงที่หงุดหงิดแล้วเผลอหลุดปากพูดออกมาผมถึงจับความรู้สึกเขาได้



“ไม่กลับไปนอนที่ห้องหรือไง?”



พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบอะไรผมเลยลองเขย่าตัวเขาเบาๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามเขย่าเท่าไรนัยน์ตาทั้งสองข้างของธันก็ยังคงปิดสนิทเหมือนเดิม



“เฮ้ย อย่าบอกนะว่าหลับไปแล้ว” คราวนี้จากที่ใจเย็นผมก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา มือก็เขย่าคนที่นอนอยู่บนตักแต่ก็ไม่เห็นวี่แววว่าธันจะลืมตาขึ้นมามองแต่อย่างใด



ผมเพิ่งรู้ว่าปกติแล้วธันเป็นคนที่หลับง่ายถึงขนาดนี้ แค่ฟุบตัวลงกับหมอนจากนั้นไม่ถึงนาทีก็หลับแล้ว ดูท่าว่าเขาคงจะเหนื่อยมากจริงๆ



ผมวางมือลงบนเบาะอย่างยอมแพ้ จากนั้นก็เริ่มขบคิดเรื่องที่อยู่ๆ บางทีผมก็สัมผัสตัวของธันได้ แต่บางครั้งก็สัมผัสไม่ได้ขึ้นมา



ตอนแรกผมคิดว่าเป็นเพราะต้องให้ธันรู้สึกตัวถึงจะจับได้ แต่จากที่ธันนอนหนุนตักได้ผมเลยคิดว่าไม่น่าใช่ ดูเหมือนว่าผมจะจับตัวธันได้ต่อเมื่อเขาอยากให้ผมจับมากกว่า



แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ผมจะจับตัวเขาได้ต่อเมื่อเขาอยากให้ผมจับ ส่วนตัวเขาจะจับตัวผมตอนไหนก็ได้? ไหนใครว่าเป็นผีแล้วดีกว่าคน ดูอย่างไรผมก็เสียเปรียบเขาทุกอย่างเห็นๆ



ผมถอนหายใจ มือข้างหนึ่งก็ลูบหัวคนที่นอนอยู่บนตักก่อนจะปัดผมที่ปรกหน้าออกเพื่อดูใบหน้านั้นให้ชัดๆ



ยิ่งมองใกล้ๆ ผมก็รู้สึกว่าธันหน้าตาดีมากจริงๆ ซ้ำยังมีเสน่ห์ในแบบที่ว่าเมื่อมองครั้งแรกก็สามารถตกหลุมรักได้ไม่ยาก คงไม่แปลกอะไรถ้าจะมีคนมาจีบหรือมีคนตกหลุมรักเยอะ



ผมหยุดมือที่กำลังลูบหัวอยู่ หลังจากคิดอยู่พักหนึ่งว่าควรจะทำอะไรต่อดี ผมก็ตัดสินใจเอนตัวลงกับโซฟาก่อนจะพยายามข่มตาหลับ แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่นาทีผมก็ทำใจให้สงบลงไม่ได้เลย



ปกติผมเป็นคนที่หลับง่ายมาก ไม่รู้ว่าสาเหตุหนึ่งมาจากคนที่กำลังนอนหนุนตักผมอยู่หรือเปล่า ทว่าครั้งนี้ไม่ว่าพยายามข่มตาเท่าไรก็นอนไม่หลับเลยแม้แต่น้อย ผมเลยลืมตาขึ้นมาแล้วมองใบหน้าของธันแทน



แล้วหลังจากนั้นผมก็ใช้เวลาสองชั่วโมงไปแค่กับการมองใบหน้าของเขาอย่างเดียวจริงๆ



กว่าผมจะหลุดออกจากภวังค์ก็ตอนที่ธันลืมตา เขามองใบหน้าของผมเงียบๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ



ผมรู้สึกว่าเขาดูเหนื่อยแปลกๆ ปกติแล้วธันก็ไม่เคยนอนตอนกลางวันมาก่อน การกระทำในวันนี้เลยค่อนข้างแปลกในสายตาของผมนิดหน่อย “ไปแถวยุโรปมาใช่ไหม?”



ที่ผมเดาได้ไม่ใช่เพราะว่าเห็นตั๋วหรือเขาบอก แต่ปกติเวลาบินไปสถานที่ไกลๆ โดยเฉพาะบินข้ามโลกตะวันออกกับตะวันตก มันจะทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันแล้วเหนื่อยง่าย ผมเองก็เคยมีอาการแบบนั้นมาก่อนเลยพอเดาได้



“ครับ” ธันตอบรับผมสั้นๆก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบน้ำดื่ม ไม่ได้มีทีท่าแปลกใจอะไรที่ผมเดาได้ “ไม่ได้เจอกันหนึ่งอาทิตย์ พี่เมษเป็นยังไงบ้างครับ”



เดี๋ยวสิ คนถามคำถามนั้นมันควรเป็นผมต่างหาก!



“ก็สบายดี..” ผมตอบคำถามของเขากลับ ในใจก็นึกว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาผมอยู่แต่ที่บ้านอย่างเดียว มันจะไปมีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง “ไปต่างประเทศมาเป็นยังไงบ้าง”



ชั่วครู่หนึ่งผมเห็นว่าธันชะงักไป ถึงมันจะเป็นเพียงแค่แวบเดียวแต่ผมคิดว่าตาตัวเองไม่ได้ฝาดแน่นอน



“ก็สนุกดีครับ” ธันยิ้มให้กับผมก่อนที่จะวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ “มีหลายเรื่องเลยที่อยากเล่าให้พี่ฟัง แล้วก็มีเรื่องที่อยากจะถามด้วย”



ถึงแม้ว่าธันกำลังจะยิ้ม แต่ผมกลับรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงนั้นมันแฝงความหงุดหงิดเอาไว้อย่างชัดเจน



อยู่ๆ ธันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จากนั้นเขาก็เลื่อนหาอะไรบางอย่างแล้วยื่นให้ผมดู



ผมชะโงกหน้าเข้าไปมองก่อนที่จะเห็นว่าภาพบนหน้าจอนั้นเป็นรูปถ่ายของใครบางคน



ภาพที่เขาให้ดูนั้นเป็นรูปของผู้หญิงที่น่าจะอายุประมาณยี่สิบต้นๆ ดูแล้วน่าจะอายุพอๆ กับธัน ผมของเธอสีดำขลับ เครื่องหน้านั้นดูดีมากจนมีเสน่ห์ชวนให้มองอย่างน่าประหลาด



ความรู้สึกแรกตอนที่มองรูปนั้น คำว่าสวยเป็นคำแรกที่ผมคิดขึ้นมาได้ แต่แล้วความคิดต่อมาคือความรู้สึกเอะใจกับอะไรบางอย่าง



ผมมองรูปนั้นแล้วขมวดคิ้ว



ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดผมถึงรู้สึกคุ้นกับใบหน้านั้นมากราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน



แต่มันออกจะน่าแปลกไปหน่อย เพราะว่าถ้าเธออายุเท่ากับธันจริง เธอก็น่าจะเกิดตอนที่ผมตายพอดี ดังนั้นผมไม่น่าจะเคยเจอเธอตอนที่ยังมีชีวิตอยู่แน่ๆ



“ใคร..?”



หลังจากที่จนปัญญาผมก็เงยหน้าขึ้นไปถามเขา คือผมรู้สึกคุ้นมาก แต่ติดที่ว่าผมนึกไม่ออกนี่แหละว่าเคยเห็นที่ไหน



“พี่นึกไม่ออกจริงๆเหรอครับ?”



ธันถามเหมือนกับพยายามเร่งเร้าให้ผมนึกว่าคนในรูปนั่นคือใคร ผมก้มมองรูปนั้นอีกครั้ง แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเคยเจอคนๆ นี้มาก่อน มีเพียงแค่ความรู้สึกคุ้นเคยเท่านั้นที่ทำให้เอะใจ จึงส่ายหน้าไปเป็นคำตอบ



เมื่อปฏิเสธไปแล้วผมจึงขยับตัวถอยออกมา แต่ทันทีที่สายตาของผมสบกับนัยน์ตาอีกฝ่าย ผมถึงกับชะงักไปจนพูดอะไรไม่ออกอยู่นาน



เพราะในสายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสับสน หงุดหงิดและหลากหลายความรู้สึกปนเปกันจนผมคาดเดาความคิดของเขาไม่ออกเลย



……………………………………………………………



……………………………………………….



หลังจากวันนั้นอีกไม่กี่วันต่อมา ผมก็รู้สึกว่าธันดูอารมณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน ถึงจะไม่มากแต่ก็อารมณ์ดีกว่าอาทิตย์ก่อนไปแน่ๆ



นอกจากเรื่องที่อารมณ์ดีขึ้นแล้ว ยังมีเรื่องที่เขาใจดีกับผมมากขึ้นด้วย



ผมชักสงสัยแล้วว่าธันไปกินอะไรแปลกๆ หรือโดนล้างสมองมาหรือเปล่า แต่ก็คิดว่าไม่น่าใช่ แสดงว่าคงไปเจอเรื่องดีๆ เข้าเลยกลายเป็นแบบนี้



ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้นผมก็อ่านหนังสือที่ถูกกางอยู่บนโต๊ะ จนกระทั่งธันเทน้ำใส่แก้วแล้วเดินมานั่งที่ข้างๆ ผม



“พี่เมษ.. จำเรื่องที่ผมบอกว่าจะพาไปเที่ยวได้ไหมครับ?”



ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเขา ผมก็เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือแล้วพูดตอบ “จำได้”



“พี่ชอบไปเที่ยวทะเลไหมครับ?”



พอฟังเขาพูดมาถึงตรงนี้ผมก็ชะงัก แล้วถามเขากลับ “จะพาไปเที่ยวทะเลหรือไง?”



ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ผมไม่ค่อยได้ไปทะเลสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยไป เพียงแต่มันค่อนข้างเลือนรางในความทรงจำมาก ผมเลยนึกเรื่องดีๆ ที่เกี่ยวกับทะเลไม่ออกเลย



“ครับ พอดีว่ามีธุระที่นั่นพอดีแล้วต้องค้างคืน ก็เลยว่าจะชวนพี่ไปด้วยเลย” ธันว่าก่อนที่จะหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม แล้วกดเปิดทีวี “อีกอย่างผมไม่ค่อยอยากให้พี่อยู่บ้านคนเดียวด้วย”



ผมเลิกคิ้วกับคำพูดของเขา “ทำไมล่ะ?”



“กลัวพี่ทำอะไรแปลกๆน่ะครับ” ธันว่าก่อนจะรีบพูดต่อเหมือนเขากลัวว่าผมจะเข้าใจผิด “ไม่ใช่ว่าไม่ไว้วางใจนะครับ อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่ว่าบางทีผมก็รู้สึกเหมือนพี่เป็นเด็กตลอดเลย ทั้งที่พี่อายุมากกว่าผมตั้งเยอะ”



พอฟังประโยคนั้นจบแล้วผมรู้สึกขมขื่นแปลกๆ ในใจนึกอยากจะสวนเขากลับไปว่า ก็ไอ้นั่นนั่นแหละที่เขาเรียกว่าไม่ไว้วางใจ



แต่ผมกลับพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำเดียว ทำได้เพียงแค่เลี่ยงประเด็นไปพูดถึงเรื่องอื่นแทน



“แล้วจะไปทำธุระที่นั่นตอนไหนล่ะ?”



“คงเป็นช่วงปิดเทอมที่หนึ่งหรือตอนเรียนจบแล้วน่ะครับ” ธันว่าก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู เหมือนกับกำลังเช็ควันเวลาอยู่ “ถ้าไปตอนช่วงเดือนธันวา พี่โอเคไหม?”



ผมพยักหน้ารับ แล้วถามต่อ “แล้วมีธุระอะไรที่นั่นล่ะ?”



ธันเงียบไปกับคำพูดของผมสักพักหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา “ไปถ่ายรูปสถานที่กับเดินดูโรงแรมรอบๆ น่ะครับ จริงสิ พี่เกิดเกือนธันวาใช่ไหม?”



ตอนแรกผมตกใจมากว่าทำไมอีกฝ่ายถึงรู้เดือนเกิดผมได้ ทว่าพอลองคิดดูดีๆ ผมถึงเพิ่งนึกได้ว่าครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วผมเคยบอกเดือนเกิดกับธันไป



เพียงแต่มันนานมากแล้ว ผมเลยไม่คาดคิดว่าเขาจะยังจำได้อยู่



“จำได้ด้วย?” ผมถามเขากลับด้วยความสงสัย ส่วนหนึ่งคงเพราะไม่คิดว่าเขาจะจำเรื่องราวของผมได้เยอะขนาดนี้



“ก็ต้องจำได้สิครับ” ธันว่า ทั้งๆ ที่ยังยิ้มกับคำพูดผม “ในเมื่อมันเป็นเรื่องของพี่”



ผมหลุดยิ้มกับคำพูดของเขาทันที “ทำไมถึงจำได้ล่ะ?”



“ก็วันเกิดกับชื่อของพวกเราสลับกันไม่ใช่เหรอครับ” ธันว่าในขณะที่หยิบแก้วน้ำไปเก็บ



คำพูดของเขาทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมา แล้วก็นึกได้ว่าชื่อกับเดือนเกิดของพวกเราสลับกันจริงๆ มาถึงตอนนี้ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองความจำไม่ดีขึ้นเรื่อยๆ จากอายุขัยหรือเพราะลืมกันแน่



“จะว่าไปแล้ว ผมยังเคยคิดเลยนะว่าการที่พวกเราเจอกันอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็ได้”



ผมมองใบหน้าธัน ก่อนจะถามกลับไปด้วยน้ำเสียงสงสัย “ยังไง?”



“นอกจากเรื่องชื่อกับเดือนเกิดพวกเราสลับกัน ไม่รู้ว่าผมเคยพูดเรื่องนี้ไปหรือยัง แต่ผมเคยเล่าให้ฟังใช่ไหมครับว่าผมเคยเห็นวิญญาณตอนเด็ก” ธันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “จากนั้นพ่อก็พาผมไปทำพิธีอะไรสักอย่าง แล้วผมก็ไม่เห็นผีอีกเลย”



“ตอนที่เห็นพี่ครั้งแรก ผมยังคิดเลยนะว่าสงสัยว่าตัวเองจะกลับมามองเห็นวิญญาณอีกแล้ว..”



ธันว่าก่อนที่จะเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง



“..แต่ไม่ใช่ หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยเห็นวิญญาณอยู่ดี มีแค่พี่คนเดียวที่ผมเห็น ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมก็เถอะ”



“แต่มันก็ทำให้ผมเริ่มคิดว่าบางทีการที่เราเจอกัน อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ บางทีผมอาจจะถูกเลือกให้เป็นคนที่มาช่วยพี่ก็ได้”



“ฮะฮะ” เมื่อฟังจบผมก็หลุดหัวเราะออกมาทันที แต่พอเห็นว่าธันเริ่มขมวดคิ้ว ผมเลยพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ แล้วรีบพูดแก้ไขความเข้าใจผิด  “ก็มีความเป็นไปได้นะ แต่ถ้าเกิดพวกเราไม่เคยเกี่ยวข้องกันมาก่อนเลย ทำไมธันถึงต้องเป็นคนที่ถูกเลือกให้มาช่วยพี่ล่ะ?”



“บางทีผมอาจจะเกี่ยวข้องกับพี่สักทาง หรือไม่ก็พ่อแม่ผมรู้จักพี่ก็ได้นะครับ ในเมื่อพ่อแม่ผมอายุเท่ากับพี่เลย”



ผมไหวไหล่ให้กับคำสันนิษฐานของเขา



ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เขาพูดไม่มีความเป็นไปได้ แต่ผมไม่เคยคิดว่าโลกของเราจะกลมถึงขนาดนั้น



อีกสาเหตุหนึ่งคือผมก็ไม่ค่อยเชื่อในเรื่องของความบังเอิญหรือปาฏิหาริย์เสียด้วย เพราะถ้ามีปาฏิหาริย์อยู่จริง ผมที่รอปาฏิหาริย์มาเกือบยี่สิบห้าปีตอนยังมีชีวิตอยู่คงจะได้เห็นมันสักครั้งแล้ว



แถมตอนที่ยังมีชีวิต ผมแทบจะไม่ค่อยได้คุยหรือผูกมิตรกับใครเลย ถ้าให้ลองไล่รายชื่อจะถึงสิบคนหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แล้วจะบังเอิญถึงขนาดนั้นได้อย่างไร



แต่ถ้าเป็นเรื่องบังเอิญจริง นี่คงเป็นเรื่องดีๆ เพียงเรื่องเดียวที่ผมได้รับจากความล้มเหลวตลอดชีวิตที่ผ่านมา



พอธันเห็นว่าผมดูไม่ค่อยสนใจหรือไม่เชื่อคำพูดของเขา ธันจึงเงียบไปและไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย



……………………………………………..



……………………………………..



พอเวลาผ่านไปจนกระทั่งมหาวิทยาลัยเปิดเทอม ธันก็แทบจะไม่มีเวลาว่างเลยเพราะต้องหาเวลาไปทำทีสิส หรือต่อให้มีก็เป็นช่วงวันหยุดไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น



หลังจากที่ธันรู้ว่าผมชอบอ่านหนังสือ เขาก็ซื้อหนังสือมาให้ผมหลายเล่ม รวมทั้งเอาหนังสือจากห้องตนเองมาให้อ่าน หนังสือที่ธันเอามาให้มันหลากหลายประเภทมาก แต่ส่วนมากจะเป็นพวกวรรณกรรมเป็นหลัก



ผมอ่านนิยายไปหลายเล่ม แถมอ่านบทความทางเทคโนโลยีกับความรู้ไปตั้งหลายเรื่อง มาถึงตอนนี้ผมยังอดคิดไม่ได้เลยว่าถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็คงดี เพราะยังมีสิ่งที่ผมอยากทำในชีวิตอีกตั้งหลายอย่าง



เวลาผ่านไปหลายเดือนจนกระทั่งถึงปิดเทอมหนึ่งเข้าไปทุกๆ ที ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้นธันก็ยังคงหยอกล้อและใจดีกับผมเหมือนเดิม



ตอนแรกผมรู้สึกดีที่เขาปฏิบัติตัวกับผมแบบนี้ ทว่าคิดอีกทีผมก็เริ่มรู้สึกแล้วว่ามันเป็นการให้ความหวังเกินไปหน่อย ถ้าเกิดธันแค่ทำเพื่อต้องการหยอกล้อผมเฉยๆ แต่ไม่ได้คิดอะไรจริงจังนอกจากนั้นเลย



ผมไม่แน่ใจว่าธันดูออกหรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไงกับเขา แต่ผมก็ไม่เคยคิดอยากที่จะให้ธันรู้เพราะกลัวว่าเวลาอยู่ด้วยกันจะอึดอัดเปล่าๆ



ถ้าเป็นไปได้ผมก็นึกอยากที่จะมีความกล้าลองถามเขาดูสักครั้ง


แต่ก็กลัวคำตอบเกินกว่าจะเอ่ยปากถามออกไป



หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของผมกับธันยังคงเหมือนเดิมทุกประการ



มันแทบจะไม่ขยับขึ้นหรือลดน้อยลงไปเลย เขาเคยปฏิบัติตัวกับผมยังไง เขาก็ทำเหมือนอย่างที่เคยพาผมมาที่นี่ครั้งแรกทุกประการ



ถ้าพยายามมองแง่ดี ผมก็ดีใจอยู่หรอกที่ธันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย



ทว่าเมื่อมองอีกแง่หนึ่งผมคิดว่ามันเป็นเพราะความสัมพันธ์ของพวกเราคงหยุดได้อยู่แค่ตรงนี้ ไม่มีทางเดินหน้าต่อไปได้อีกแล้ว



ราวกับว่าถึงทางตันที่ขยับไปไหนไม่ได้อีก




----------------------------------------------------------------------


[Talk]

“ก็ต้องจำได้สิครับ” ธันว่าทั้งๆที่ยังยิ้มกับคำพูดผม “ในเมื่อมันเป็นเรื่องของพี่”


คุ้นๆกันไหมคะ55555555 ถ้าไปไล่อ่านตอนต้นๆ จะจำได้ว่าครั้งหนึ่งธันเคยพูดประโยคนี้ไปแล้ว


จริงๆธันไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ยังทำตัวกับพี่เมษเหมือนเดิมตลอด

แต่ว่าทุกความสัมพันธ์มันก็มีทางตันของมันค่ะ


จากนี้เราจะมาอัพช้าลงนะคะ พอดีว่าช่วงนี้ค่อนข้างปวดหลังมาก อยากได้เวลาไปพัก



ป.ล. มีคนถามมาว่าถ้ามีศาลเจ้าจะเข้าได้ไหม แบบถ้าเกิดเจ้าของไม่อนุญาตให้เข้า 

เราอยากตอบว่าเข้าได้ค่ะ(แต่ปกติพี่เมษไม่เคยกล้าเสี่ยง แค่เห็นก็พยายามเดินเลี่ยงแล้ว) เพราะพี่เมษไม่เหมือนคนที่ตาย ยังไม่ใช่คนที่หมดอายุขัย แล้วก็ไม่ใช่ผีตายโหงหรือวิญญาณที่ชั่วร้าย 















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 359 ครั้ง

134 ความคิดเห็น

  1. #7105 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:57

    โกรธอะไร?

    #7105
    0
  2. #7058 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 01:06

    การไปครั้งนี้ธันต้องรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเมษและพ่อแม่ตัวเองมาแน่ๆ ไม่งั้นธันคงไม่แสดงอาการเหมือนโกธรเมษแบบนี้ แต่เมษจำไม่ได้ก็ไม่ผิดหรอกนะ คนตายไปนานมากแล้วความทรงจำบางอย่างก็อาจขาดๆ หายๆ ไปได้เหมือนกัน

    #7058
    0
  3. #7000 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 20:18
    ธันโกรธไรพี่เมษนะ
    #7000
    0
  4. #6973 chanisara195 (@chanisara195) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 10:01
    ตามอารมณ์ธันไม่ทัน
    #6973
    0
  5. #6944 Kamnary (@kamnary) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 10:30

    ธธัญเป็นไบโพล่าห์รึป่าว

    #6944
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #6714 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 10:47
    ผญ.คนนั้นคือใครอะคะ ลูกสาว? หลาน?
    #6714
    0
  8. #6661 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:40
    อารมณ์สีเทาๆ นี้คืออะไร
    #6661
    0
  9. #6621 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 20:19
    แง่มมมมมพร่เมษหน฿เครียดตามพี่ไปหมดแล้ววววว
    #6621
    0
  10. #6504 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 16:56
    55555เราเข้าใจเมษนะ เเต่ธันดูเเบบมีอะไรมากกว่านี้เยอะธันเองก็คงคิดเหมือนกับเมษ
    #6504
    0
  11. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 19:46
    โอ้ยย หน่วงไปหมดดด
    #6453
    0
  12. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 19:46
    โอ้ยย หน่วงไปหมดกก
    #6452
    0
  13. #6268 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 12:56
    อึดอัดกับความรู้สึกของพี่เมษจัง คือแกคิดแต่แกไม่ถามออกไปอ่ะ พาเราเคลียดดดดด
    #6268
    0
  14. #6213 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 01:20
    หรือว่าคนในรูปจะหน้าเหมือนเมษ? เพราะเมษส่องกระจกไม่เห็นตัวเอง แถมผ่านตั้งเป็นสิบปี หลงๆ ลืมๆอีก
    #6213
    0
  15. #6050 Zebastian Michaelis (@beerorbie) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 16:12
    เป็นผีความจำเสื่อมแน่ๆ
    #6050
    0
  16. #5961 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 00:26
    ธันเรียนปีสี่แล้วเหรอ ทำธีสิส
    #5961
    0
  17. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 16:27
    มันมีประเด็นมาอีกแล้ว...//นั่งคิดวนไป
    #5911
    0
  18. #5806 hamtaro33 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 09:39
    เข้มข้นมากค่ะ ดูลุ้นมาก ว่าพ่อแม่ธันเคยรู้จักเมษอะไรยังไงกันแน่
    #5806
    0
  19. #5739 FATAuthorToey (@FATAuthorToey) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 11:38
    ยังไม่ใช่คนที่หมดอายุขัย?
    เราสับสนกะทอล์คไรท์มาก555
    ถ้าลองมาคิดอีกทีอาจจะเป็นไปได้ถึงตอนจบ เอ๊ะหรือไม่ใช่ สับสนเว้ยยย
    #5739
    0
  20. #5527 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 22:51
    ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย หรือตอนจบเรื่องนี้จะเป็นแบบที่เมษไปเกิดจริงๆนะ ซึ่งถ้าเอาตามที่คิดก็ดูจะเป็นทางเดียวด้วย แอบกลัวเมษจะหมดอายุขัยหรือเปล่า ขี้หลงขี้ลืมแบบนี้ พอพูดถึงความเกี่ยวข้องก็งงไปอีก กลัวเหลือเกินว่าคนที่เห็นจะเป็นพ่อแม่ธันหรือป่าว แต่ข้อนี้คิดว่าไม่น่าใช่ ไหนจะรูปผู้หญิงคนนั้นอีก ใครก็ไม่รู้
    #5527
    0
  21. #4827 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 10:20
    เดาธันไม่ออกเลยอ่ะ
    #4827
    0
  22. #4823 greentea.hh (@greentea-hh) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 09:51
    กลัวความคิดธันมากกว่าเจอผีอีกนาทีนี้
    #4823
    0
  23. วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 07:49
    ฮือออ ทางตันแค่เนี้ย? ธันใจร้ายยย
    #4816
    0
  24. #4801 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 23:48
    ธันคิดอะไรอยู่กันแน่ ;-; สงสารเมษอะ เก็บเกี่ยวความสุขที่ได้อยู่ด้วยกับธัน แต่ก็เจ็บจากรักที่ไม่มีทางสมหวัง(ในความคิดของตัวเอง) อ่านไปหน่วงไปค่ะ แต่ก็มีความสุขที่เค้าดูแลกันนะคะ ดูย้อนแย้ง ฮาา จริงๆแล้วไม่ใช่แค่ธันที่ปิดตัวเองหรอก เมษเองก็เป็นเหมือนกันนั่นแหละะ -....-
    ปล. เค้าอายุห่างกัน 25 ปีพอดีกับอายุที่พี่เมษตายเลยแหะ
    #4801
    0
  25. #4409 emptyq_ (@emptyq_) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 11:38
    ความเจ้าคิดเจ้าแค้น ความย้อน55555555555สะใจอีกคน
    #4409
    0