เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 314,374 Views

  • 7,120 Comments

  • 18,074 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,786

    Overall
    314,374

ตอนที่ 22 : บทที่20 คำสารภาพ [รีไรท์ - 12/10/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 354 ครั้ง
    12 ต.ค. 60


พอรู้สึกได้ว่าแสงแดดกำลังแยงตาอยู่ ผมเลยจำใจต้องลืมตาตื่นขึ้นมา ทั้งๆ ที่ยังคงรู้สึกง่วงนอนอยู่ ทว่าเมื่อผมลืมตาขึ้นมาก็ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นใบหน้าของธันในระยะประชิด



ผมค่อยๆ ผ่อนลมหายใจให้ช้าลงก่อนจะพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ก็รู้สึกราวกับเหมือนถูกอะไรบางอย่างทับเอาไว้ พอเลื่อนสายตาลงมามองถึงได้เห็นว่าธันกำลังกอดผมเอาไว้แน่น



ถึงไม่แน่ใจว่าสภาพตอนตื่นมากลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง แต่ผมก็ไม่กล้าขยับตัวมากเพราะเกรงว่าถ้าเกิดขยับแล้วจะทำให้เขาตื่น ผมเลยนอนมองใบหน้าของเขาเงียบๆ มือข้างหนึ่งก็เอื้อมไปสัมผัสที่ริมฝีปากคู่นั้นแล้วค่อยปัดผมที่ปรกหน้าออกให้



คลับคล้ายกับว่าการกระทำนั้นทำให้เขารู้สึกตัว เพราะว่าหลังจากนั้นธันก็ลืมตาขึ้นมาทันที



พอเขารู้ว่าเผลอกอดผมเอาไว้แน่น ธันก็รีบขอโทษแล้วปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว ผมยิ้มแห้งๆ กับคำพูดขอโทษของเขาและไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ในขณะที่ธันขอตัวไปอาบน้ำก่อน ผมเลยนั่งอยู่บนเตียงคนเดียวในห้องพลางฟังเสียงน้ำไหลแล้วคิดอะไรเรื่อยเปื่อย



ผมเริ่มเคยชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ถึงแม้ว่าจะเคยมีอยู่พักหนึ่งที่ผมสงสัยตลอดว่าที่จริงแล้วธันรู้สึกยังไงกับผมกันแน่..หรือว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว



ถึงแม้ว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ผมจะไม่มีเพื่อน แต่ผมก็คิดว่าปกติแล้วคนที่เป็นแค่เพื่อนหรือพี่น้องกันไม่น่าจะทำอะไรแบบนี้ หรือถ้าเกิดว่ามีทำกันจริงๆ ผมก็คิดว่าตัวเองไม่น่าจะสนิทกับธันถึงขนาดนั้น ต่อให้รู้จักกันมานับสิบปีแล้วก็ตาม



ทว่าถึงจะสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ของตนเองมากขนาดไหน ผมก็ไม่เคยมีความกล้าที่จะถามออกไปได้สักครั้ง ได้แต่ปล่อยเวลาไหลผ่านแบบนี้ไปเรื่อยๆ ให้ความสัมพันธ์ถูกแช่ลงที่ตรงนี้และไม่ขยับไปไหน



เพียงเพราะกลัวว่าหากเป็นฝ่ายเริ่มถามออกไปก่อน ทุกอย่างจะพังลง



ผมอาจจะขี้กลัวเกินกว่าเหตุ แต่ทุกครั้งที่พอตัดสินใจจะเป็นฝ่ายเริ่มถามออกไปก่อน ภาพความผิดพลาดในอดีตต่างก็ถาโถมเข้ามาจนลำคอตีบตันจนไม่อาจสามารถส่งเสียงออกไปได้แม้แต่คำเดียว



พอเสียงน้ำหยุดไหล ไม่นานนักธันก็ออกมานอกห้องในสภาพที่แต่งตัวเรียบร้อย ผมเลยลุกเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการธุระของตัวเองสักพักแล้วเดินออกมา



ตอนที่เดินออกมาผมก็เห็นธันจัดเตรียมของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พอเดินมาขึ้นรถผมถึงนึกได้ว่าผมยังไม่รู้เลยว่าจะไปที่ไหนกัน



“เช้านี้จะไปที่ไหนล่ะ?”



“พี่ไม่ได้ดูแพลนที่ผมให้หรือครับ” ธันย้อนถามกลับ ผมหยุดคิดไปพักหนึ่งเพราะจำไม่ได้ว่าเขาเคยเอาแพลนมาให้ดู พอนึกอยู่สักพักผมถึงระลึกขึ้นมาได้ว่าเหมือนธันเคยเอากระดาษอะไรสักอย่างให้ผมตอนเช้าก่อนมาที่นี่ แต่ผมไม่ได้สนใจแล้วนอนหลับก่อนเพราะง่วง



ผมรู้สึกผิดมากจนรีบพูดขอโทษ แถมยังจำไม่ได้แล้วด้วยว่าเอากระดาษไปไว้ตรงส่วนไหนของรถ ธันดูเหมือนจะไม่ได้คิดอะไรมากเลยพูดต่อ “เดี๋ยวจะไปที่น้ำตกกันน่ะครับ พอดีผมมีธุระที่นั่น”



เมื่อมาถึงพวกเราก็กินอะไรที่น้ำตก ก่อนจะขึ้นไปเขาก็บอกกับผมว่าจะเดินไปถึงชั้นบนสุด ผมก็ฟังรับคำของเขาเฉยๆ เพราะคิดว่าการเดินทางแค่ไม่กี่พันเมตรเพื่อขึ้นน้ำตกคงไม่เท่าไร ทว่าพอเดินขึ้นมาเรื่อยๆ ผมก็เริ่มเข้าใจคำพูดของธันเมื่อคืนที่ว่า ‘ให้เก็บแรงเอาไว้’



ขนาดผมเดินขึ้นมาเพียงแค่ไม่กี่ชั้นยังรู้สึกว่าไกลมาก ถ้าเป็นตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมคงขึ้นมาไม่ไหวแล้วตายตั้งแต่ชั้นที่สองแล้วด้วยซ้ำ



ยังดีที่ผมไม่ได้รู้สึกเหนื่อยทางกายเหมือนตอนปกติ แต่กลับรู้สึกเหนื่อยใจแบบขี้เกียจไม่อยากขึ้นจนต้องขอหยุดพักระหว่างทาง



ธันไม่ว่าอะไรแต่กลับนั่งลงข้างๆ ด้วย ผมไม่แน่ใจว่าเพราะเขาก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกันหรือยอมตามใจผมจึงได้ตอบตกลงรับคำง่ายขนาดนั้น



แต่แล้วในขณะที่ผมกำลังนั่งพักมองน้ำตกอยู่นั้น อยู่ๆ ธันก็ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปทางด้านหลัง ด้วยความงุนงงผมเลยเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า?”



“ขอโทษนะครับ พี่เมษช่วยอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวผมจะรีบกลับมา” ธันว่าด้วยน้ำเสียงรีบร้อน ก่อนจะรีบผละตัวออกไปในทันที โดยที่ยังไม่ได้อธิบายให้ผมเข้าใจอะไรเลยด้วขยซ้ำว่าเขาผละไปไหน



ผมมองเขาเดินหายไปจนกระทั่งลับสายตา ก่อนจะนั่งนิ่งๆ ที่โขดหินอยู่อย่างนั้น ถึงเขาจะไม่ได้เอ่ยปากบอกว่าห้ามไปไหน แต่ผมก็ไม่กล้าเดินอยู่ดี ในเมื่อถ้าเดินสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วเกิดหลงขึ้นมาคงแย่น่าดู แถมผมเองก็ติดต่อกับเขาไม่ได้ด้วย



ผ่านไปเกือบชั่วโมงกว่า ธันก็กลับมาในสภาพที่ดูอารมณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน ผมมองสีหน้าอารมณ์ดีของเขาด้วยความเคลือบแคลงใจแล้วถาม



“เมื่อกี้ไปไหนมา?”



“พอดีไปเจอคนรู้จักมาน่ะครับ” ธันว่าทั้งๆ ที่ยังคงยิ้มอยู่ “รีบลงแล้วไปกินข้าวเที่ยงกันเลยดีไหมครับ?”



ผมยิ่งไม่เข้าใจกับท่าทีของเขามากขึ้นกว่าเดิม ตอนแรกธันยังดูกระตือรือร้นอยากจะขึ้นไปชั้นเจ็ดเพื่อถ่ายรูปเก็บเอาไว้อยู่เลย แต่พอมาถึงตอนนี้เขากลับชวนให้ผมลง ทั้งๆที่ขึ้นมาได้แค่สามชั้นเท่านั้น



“ไม่ไปชั้นเจ็ดแล้ว?”



“ไม่ต้องไปแล้วก็ได้ครับ ในเมื่อผมถ่ายรูปเสร็จหมดแล้ว” เขาเอ่ยก่อนที่จะเก็บกล้องใส่ลงในกระเป๋า “พี่เมษเองก็ไม่อยากเดินขึ้นไปด้วยไม่ใช่หรือครับ ถ้างั้นก็ลงไปหาอะไรกินกันดีกว่า”



มันก็ใช่ที่ว่าผมไม่อยากไปตั้งแต่แรก แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือทำไมอยู่ๆธันถึงเปลี่ยนแผนกะทันหันต่างหาก



ดูจากนิสัยธันแล้ว เขาก็น่าจะเป็นคนจำพวกเดียวกับผมที่ไม่ชอบเปลี่ยนแปลงอะไรโดยที่ไม่ได้มีแผนวางไว้ก่อน พอเจอแบบนี้เข้าผมเลยรู้สึกตะขิดตะขวงในใจนิดหน่อย



ผมมองคนที่เดินลงบันไดไปด้วยความรู้สึกสับสน แต่ก็พยายามนึกว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะเขาเหนื่อยจากการเดินขึ้นมา ประกอบกับเห็นว่าที่น้ำตกนี้มันไม่มีอะไรน่าสนใจเลยไม่อยากขึ้นไปต่อ



เมื่อคิดหาคำตอบกับข้อสงสัยของตัวเองได้ ผมจึงปล่อยวางแล้วรีบเดินลงตามเขาไป



……………………………………………



………………………………



………………..



เมื่อซื้อของตามตลาดเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงตอนเย็น ในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับกันนั้นธันก็พูดขึ้นมากะทันหันว่ามีอะไรที่อยากจะเซอร์ไพรส์



พอผมถามว่าเรื่องอะไร เขาก็ไม่ยอมปริปากพูดแต่กลับขับรถพาไปที่ไหนสักแห่งแทน



เมื่อลงมาจากรถผมถึงเพิ่งรู้ว่าธันขับกลับมาที่ชายหาดในวันแรกที่มา เนื่องจากเวลาเริ่มล่วงเลยไปถึงตอนดึกแล้วจึงทำให้บริเวณรอบๆ นี้ไม่มีใครอยู่ ผมมองใบหน้าของเขาด้วยความสงสัย ในสมองก็คาดเดาถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไร



“พี่ช่วยหลับตาลงหน่อยได้ไหมครับ”



ผมยอมหลับตาตามคำพูด จากนั้นผมก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมือของเขา ดูเหมือนว่าธันกำลังจะทำอะไรบางอย่างกับข้อมือของผม



ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะรู้สึกเหมือนข้อมือของตัวเองถูกอะไรบางอย่างรัดเอาไว้ ตอนแรกผมคิดว่าเป็นกำไลแต่ดูเหมือนมันจะหนักกว่าที่คิดเอาไว้ แถมยังเย็นๆ เหมือนโลหะอีก



สมองของผมนึกไปถึงกุญแจข้อมือเป็นอย่างแรก แต่คิดอีกทีไม่น่าใช่ อาจจะเป็นอย่างอื่นมากกว่า



“ลืมตาสิครับ”



ผมลืมตาขึ้นมาก่อนจะเห็นนาฬิกาเรือนหนึ่งอยู่บนข้อมือ



นาฬิกาเรือนที่เขาให้ตัวหน้าปัดเป็นสีเงิน ส่วนตัวสายเป็นสแตนเลสสีดำสนิท ผมไม่เคยซื้อนาฬิกาเลยไม่ค่อยมีความรู้ว่ายี่ห้อไหนแพง แต่ดูจากหน้าตาของมันแล้วผมคิดว่าราคาน่าจะสูงอยู่พอตัว



จะว่าไปผมเพิ่งรู้ว่าใส่ดื้อๆ แบบนี้ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นคราวหน้าผมจะได้มีโอกาสเปลี่ยนเสื้อที่ตัวเองใส่สักที



“เนื่องในโอกาสอะไร?”



ผมถามด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ เขาถึงให้ของขวัญกับผมแบบนี้



“ก็ให้เนื่องในวันเกิดของพี่ไงครับ”



“หา?”



ผมอุทานออกมาก่อนจะก้มมองวันที่บนนาฬิกา ถึงเพิ่งเห็นว่าวันนี้เป็นวันที่14ธันวาคม มันเป็นวันเกิดของผมอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆ แต่พอรู้ว่าเป็นวันเกิดตัวเองผมก็ยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม



ทำไมธันถึงรู้วันเกิดของผมได้ล่ะ? ผมจำได้ว่าผมไม่เคยบอกเขาเรื่องนี้แน่ๆ



“รู้ได้ยังไงว่าพี่เกิดวันนี้..?”



“เดาเอาน่ะครับ” ธันว่าก่อนจะยิ้มให้



ผมมองเขาด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เดือนธันวาคมมีตั้ง31วัน มีโอกาสแค่หนึ่งในสามสิบเอ็ดเท่านั้นที่เขาจะให้ของขวัญวันเกิดผมถูกวัน



มันเป็นเรื่องบังเอิญถึงขนาดนั้นเลยหรือไง



“บังเอิญไปหรือเปล่า?”



“ปกติผมเป็นคนเซนส์ดีน่ะครับ”



ถึงจะได้ฟังคำตอบจากปากเขาแล้วผมก็ยังรู้สึกสงสัยอยู่ดี แต่เมื่อลองพยายามนึกถึงสาเหตุที่ว่าทำไมธันถึงรู้วันเกิดผมได้ ผมก็พบกับทางตัน



ท้ายที่สุดแล้วผมก็ได้แต่ทำใจปลงตกให้เชื่อไป ในเมื่อธันไม่มีทางรู้วันเกิดผมได้อยู่แล้ว นอกจากการเดาสุ่มแล้วบังเอิญถูกเท่านั้น



จะว่าไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของผมมาก็ไม่น่าใช่ ในเมื่อเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมเลยนอกจากชื่อเล่นและสาเหตุการตาย ชื่อจริง นามสกุลหรือว่าผมเป็นใครมาจากไหนเขายังไม่เคยรู้เสียด้วยซ้ำ



“แล้วทำไมถึงซื้อนาฬิกาให้..?”



“ผมสังเกตมาสักระยะแล้วว่าพี่ชอบมองนาฬิกา” ธันอธิบาย ก่อนที่เขาจะก้มลงมองนาฬิกาในมือผม “ตอนแรกผมยังคิดอยู่เลยว่าจะใส่ให้ได้หรือเปล่า แต่พอใส่ให้ได้เลยค่อยสบายใจหน่อย”



พอเห็นใบหน้าโล่งอกของเขาแล้ว ผมก็พลอยยิ้มตามไปด้วย “ขอบคุณนะ”



“ไม่ต้องขอบคุณก็ได้ครับ เพราะว่าพี่เองก็ช่วยผมเอาไว้เยอะเหมือนกัน”



ผมไม่ได้ตอบอะไรนอกจากจะยิ้มให้ด้วยความรู้สึกยินดี ที่ผมอยากพูดให้เขาฟังเพราะผมรู้สึกขอบคุณอย่างที่พูดจริงๆ ไม่ใช่เป็นการพูดตามมารยาท



ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นของขวัญชิ้นแรกที่ผมได้จากคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ ดังนั้นวันเกิดจึงเหมือนกับวันธรรมดาที่ไม่ได้มีความสำคัญในสายตาของผมสักเท่าไร ทว่าพอได้รับของขวัญวันเกิดจากคนอื่นเป็นชิ้นแรกแล้วเลยทำให้ผมรู้สึกดีใจแปลกๆ



หรืออาจจะเพราะเขาเป็นคนแรกที่เห็นค่ากับวันเกิดของผมด้วย



………………………………………………



……………………………………



ในเช้าของวันต่อมาเมื่อเก็บของกับคืนคีย์การ์ดให้กับทางโรงแรมเสร็จแล้ว ธันก็พาผมไปกินอะไรตอนเช้าก่อนจะค่อยขับรถกลับ



ระหว่างที่กำลังนั่งรถอยู่นั้น ผมรู้สึกได้ว่าธันทำหน้าเหมือนมีเรื่องอยากจะพูดตลอดเวลา แต่ก็ลังเลไม่ยอมพูดออกมาสักที



ผมทนบรรยากาศนั้นได้อยู่สักพักใหญ่ ตั้งใจว่าจะรอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน แต่พอทนได้เกือบชั่วโมงผมก็อึดอัดจนทนไม่ไหวแล้วเป็นฝ่ายเริ่มถามออกไปแทน



“มีอะไรหรือเปล่า?”



“คือว่า..” ธันเอ่ยแค่นั้นแล้วก็เงียบไป เขาถอนหายใจแล้วพูดต่อ “ผมมีเรื่องที่อยากจะให้พี่รู้ครับ ตอนแรกผมคิดว่าไม่บอกน่าจะดีกว่า แต่ยังไงเดี๋ยวผมก็ต้องบอกพี่สักวันอยู่ดี”



ผมไม่ได้ตอบอะไรนอกจากมองใบหน้าของเขา พลางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา เรื่องที่ธันอยากจะพูดกับผมมาตลอดแต่ลังเลไม่ยอมพูดนี่มันเรื่องอะไรกัน



แต่ที่แน่ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องดี



ธันยิ้มออกมา ก่อนจะกล่าวด้วยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ



ถึงแม้ว่าในน้ำเสียงนั้นจะไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ เป็นพิเศษ ซ้ำยังดูผ่อนคลายที่ได้พูดสิ่งที่เก็บในใจเอาไว้ออกมา ดูแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ต้องคิดว่าสิ่งที่เขากำลังจะพูดเป็นเรื่องปกติทั่วไป



ทว่าหลังจากนั้นคำพูดนี้กลับหลอกหลอนในหัวของผมไปอีกหลายเดือนเลยทีเดียว



“หลังเรียนจบผมตั้งใจว่าจะแต่งงานครับ”



----------------------------------------------------------------


[Talk]


ในที่สุดก็ได้เขียนฉากที่เราอยากเขียนมาตลอดสักที รู้สึกสบายใจมากค่ะ 


ฉะนั้นจากนี้จะหยุดสักระยะนะคะ เพราะที่ผ่านมาเร่งเขียนเพื่อตอนนี้โดยเฉพาะ


หลังจากนี้จะไม่มีฉากหวานกันอีกแล้วนะคะ ทำใจเผื่อเลย

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 354 ครั้ง

348 ความคิดเห็น

  1. #7107 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:03

    โอ้ม่ายยยยยยย

    #7107
    0
  2. #7080 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:18
    ไรท์คะะะะะะะ ยังไม่ฟินเท่าไหร่เลยไรท์จะมาสาดมาม่าใส่กันแบบนี้ม่ายด้ายยยยย แงงงงงงง ร้องไห้แทนพี่เมษ สงสารสุดใจอ่ะ ขาดธันไปก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ฮือออออออ
    #7080
    0
  3. #7060 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 09:32

    นั้นไงสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นจนได้ เมษจะทำยังไงต่อไปกับเรื่องนี้เนี้ย https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-04.png

    #7060
    0
  4. #7039 kikyouliu (@kikyouliu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 13:34

    No~~~~~~~~~~~https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png

    Hope for a happy ending

    #7039
    0
  5. #7002 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 20:35
    เศร้าจังธันจะแต่งงานแล้ว
    #7002
    0
  6. #6965 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:37
    ยิ่งกว่า surprise ก็เรื่องที่บอกว่าจะแต่งงานนี่แหละ สงสารพี่เมษ
    #6965
    0
  7. #6915 xib, (@xib1) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 22:37
    อมก เค้าลางดูตัวจากสาวเจ้าในมือถือรึเปล่านั่น.. นึกถึงความกลัวของพี่เมษที่เคยพูดไว้เลย กลัวใจแทน

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:06
    #6915
    0
  8. #6893 phoukham (@phoukham) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 11:06
    งึอธันจะแต่งงานหรอโอ้ยเสร้าหน่วง
    #6893
    0
  9. #6887 เคเฮชเย็นเย็น (@loveddie) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 07:29
    แต่งกะใครรรร
    #6887
    0
  10. #6716 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 11:16
    เอาละไง ไปเมืองนอกนี่คือไปดูตัวรึเปล่าคะ
    #6716
    0
  11. #6691 B2umy-Armty (@b2umyarmty) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 16:54
    เดี๋ยวนะะะ
    #6691
    0
  12. #6689 summerbb (@reddddcrab) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 18:11
    เดี๋ยววววนะ ถึงตอนนี้ปุ้บงงเลย แต่งงาน!!?? กับใครอีก งง
    #6689
    0
  13. #6685 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 12:54
    อหหหขอร้องไห้ไว้ก่อนนะฮืออออออ
    #6685
    0
  14. #6663 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 23:52
    ฮืออ ร้องไห้เผื่อเลยงั้นอ่ะ
    #6663
    0
  15. #6635 whitelava blue (@bluelavaland) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 21:12
    แง เสียใจ แร้วพี่เมษจะเปนไงต่อ จิอยู่ไหน
    #6635
    0
  16. #6623 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 20:37
    อมก อะไรของน้องงงงงงงงแงงงง
    #6623
    0
  17. #6597 magician_draw (@magician_draw) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 19:44
    พีค!! ช็อค!!! ฮือออออออออ
    #6597
    0
  18. #6589 celpotter (@celpotter) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 22:21
    <p>โอมายก้อตตตตค&#8203; ไรท์บอกไห้ทำใจ&#8203; ทำใจม่ายล่ายยยย</p>
    #6589
    0
  19. #6558 1RM2E (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 00:12
    <p>ช็อกเว่อ หัวใจคนพี่จะเป็นยังไง แงงง </p>
    #6558
    0
  20. #6507 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 17:21
    555555 โอ๊ยยย ให้ชั้นเลือกอะไรได้ไหม เลือกให้เธอไม่ฟังได้หรือเปล่า
    #6507
    0
  21. #6501 PhantaSia_pf (@chanokprattana) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 15:44
    วะ วะ ว้อทเดอะ!! //ช็อกโลกมาก เกิดอารายขึ้นนนน
    #6501
    0
  22. #6466 Hyukky38 (@poohly08) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:48
    โนวววววววววววววววว//กรีดร้อง
    #6466
    0
  23. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:02
    อมกกกกกกก
    #6455
    0
  24. #6409 PMF1603 (@PMF1603) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 17:23
    ไรท์ขาาาา อ่านมาถึงณ ฉูดฉูดเน้แล่ววววววว บอกได่คำเดียวว่า หน่วง แง้งงงงงงงงงง นางจะไม่กระหนุงกระหนิงกันอีกแล้วเหรอคะ สิบ่เห็นโมเม้นฟรุ้งฟริ้งแล่วบ่ แงงงงงงงงงงง
    #6409
    0
  25. #6373 ขวัญ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 15:38
    ทำไมธันทำแบบเน้ หาาา
    #6373
    0