เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 314,738 Views

  • 7,120 Comments

  • 18,099 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9,150

    Overall
    314,738

ตอนที่ 23 : บทที่21 ผูกพัน [รีไรท์ 12/10/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 362 ครั้ง
    12 ต.ค. 60


ผมจำไม่ได้ว่าตอนที่ตัวเองได้ยินคำพูดนั้นตนเองทำหน้าอย่างไรออกไป จะเป็นความตกใจ พูดไม่ออก หรือเป็นความรู้สึกที่อยากวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ เผลอๆ ตอนนั้นผมยังคิดอะไรไม่ทัน นึกว่าได้ยินผิดด้วยซ้ำ



หลังจากที่อีกฝ่ายพูดจบ ผมก็รีบหันไปมองใบหน้าของธันเพื่อดูว่าเขาตั้งใจล้อเล่นหรือเปล่า แต่ไม่ว่าผมจะพยายามมองหาเท่าไรก็ไม่เห็นแววขบขันหรือหยอกเล่นเลย



เป็นเรื่องจริง..? ในใจของผมหล่นวูบไปกว่าครึ่ง หน้าพลันด้านชาเหมือนถูกตบ ความคิดทุกอย่างสับสนจนผมเรียบเรียงคำพูดและความนึกคิดไม่ทัน



ผมตกใจจนพูดอะไรไม่ออก กว่าจะเรียบเรียงสติได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลังจากที่ผมเงียบไป ธันเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นกัน ขณะนั้นบรรยากาศในรถเงียบจนกระทั่งได้ยินแต่เสียงแอร์



เพื่อตอกย้ำว่าสิ่งที่ตนได้ยินนั้นไม่ผิด สักพักหนึ่งผมถึงถามย้ำเขาออกไปอย่างใจเย็น “เป็นเรื่องจริงใช่ไหม?”



“ผมไม่โกหกพี่หรอกครับ” ธันตอบผม ในขณะที่ไม่กล้าหันมาสบตาราวกับกำลังรู้สึกผิด “พี่ยังจำเรื่องที่ผมทะเลาะกับพ่อได้ไหม พ่อบอกอยากให้ผมแต่งงานหลังเรียนจบ แต่ผมปฏิเสธเพราะรู้สึกว่ามันเร็วไป”



พอเขาพูดมาถึงตรงนี้ผมก็รู้สึกเหมือนหน้าอกถูกกดทับอย่างแรง ลมหายใจพลันขาดห้วงไปเสียดื้อๆ ในตอนนั้นสมองผมเรียบเรียงเรื่องราวแปลกๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ



ที่ผ่านมาผมพยายามหนีความจริงมาตลอด พอเจอความจริงแบบไม่ทันตั้งตัว ผมก็รู้สึกเหมือนถูกตบจนหน้าชาเลยพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่



“อย่าบอกนะว่าตอนที่ไปต่างประเทศนั่น..”



ตอนแรกผมก็นึกว่าคิดไปเองที่ได้กลิ่นหวานๆ เหมือนกลิ่นดอกไม้ หลังจากที่เขากลับมาจากต่างประเทศ แต่พอธันพูดออกมาแบบนี้เลยทำให้ผมเริ่มเข้าใจและปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างได้



“ตอนที่ไปอเมริกาผมไปเจอกับเธอ แล้วก็รับเธอกลับมาที่นี่ครับ”



ผมสูดลมหายใจ ในหัวนึกเรื่องราวแปลกๆ ตรงที่น้ำตกนั่น ก่อนจะพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น



“แสดงว่าสาเหตุที่มาทะเลนี่..”



“ก็ตั้งใจจะมาเก็บภาพบรรยากาศสถานที่พรีเว็ดดิ้งน่ะครับ แต่ส่วนหนึ่งผมก็ตั้งใจชวนพี่เมษมาเพราะจะให้ของขวัญอยู่แล้ว”



ไม่รู้ว่าทำไมทั้งๆ ที่ผมกำลังเสียใจมาก แต่กลับร้องไห้ไม่ออก ลำคอตีบตันราวกับกำลังถูกบีบ ในหัวพลันว่างเปล่าถึงขนาดแค่จะตั้งสติพูดอะไรสักอย่างยังลำบาก



ผมพยายามมองโลกในแง่ดี ว่ามีความเป็นไปได้หรือเปล่าที่จะเป็นการแต่งงานแบบคลุมถุงชน แต่แล้วความคิดนั้นก็ต้องตกไปอย่างรวดเร็ว จากที่อยู่ร่วมกันมาผมคิดว่าเขาไม่ใช่คนยอมใคร ดังนั้นถ้าเกิดว่ามันเป็นการคลุมถุงชนจริงๆ ธันคงรีบหนีพร้อมกับตัดขาดการติดต่อจากพ่อทั้งหมดแล้ว



แสดงว่ามันคงเป็นความตั้งใจของเจ้าตัวจริงๆ



บรรยากาศในรถตกสู่ความเงียบโดยฉับพลัน ลมหายใจของผมเริ่มไม่เป็นจังหวะ มือทั้งสองข้างก็บีบแน่นเพื่อลดความรู้สึกตกใจและพยายามตั้งสตินึกคำพูดต่อไปในหัวอย่างรวดเร็ว



น่าแปลกที่ผมสงบสติอารมณ์ได้เร็วกว่าที่คิด ทั้งๆ ที่เจอความจริงถาโถมเข้ามาถึงขนาดนั้น



อาจจะเป็นเพราะผมพอคาดเดาเรื่องราวทุกอย่างได้ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ธันโดนตบหน้า ทะเลาะกับพ่อ ท่าทีแปลกๆหรือการไปเที่ยวต่างประเทศ แต่แค่กลัวความจริงทุกอย่างเกินกว่าที่จะถามออกไป เลยแสร้งทำเป็นไม่รู้และปล่อยให้ความสัมพันธ์ค้างคาอยู่แบบนั้น



ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่มันเป็นความจริง ที่ผ่านมาผมหนีความจริงอันโหดร้ายที่ตัวเองไม่อยากฟังมาตลอด แล้วอาศัยอยู่บนความหวังแบบลมๆ แล้งๆ ว่าขอให้สิ่งที่ผมคิดไม่เป็นความจริงหรืออย่างน้อยถ้าได้อยู่ร่วมกันนานขึ้นอีกสักเดือนหรือสองเดือนก็ยังดี



แต่ว่าผมไม่เคยหนีจากความจริงนั้นได้ตั้งแต่แรกแล้ว



“แล้ว…” ผมเค้นเสียงออกไปอย่างยากลำบาก “มันเกี่ยวกับพี่ยังไง..”



“ถ้าเกิดผมแต่งงานขึ้นมา ผมก็พาพี่ไปอยู่ด้วยไม่ได้” ธันพูดกับผมด้วยน้ำเสียงเบาลง “ตอนแรกผมก็อยากจะพาพี่ไปอยู่ด้วย ถึงมันจะดูแปลก แต่ผมก็ไม่อยากทิ้งพี่ไป”



ผมแค่นยิ้ม กำลังนึกอยู่ว่าตัวเองควรจะเสียใจหรือดีใจที่เขาคิดถึงเรื่องของผมมากถึงขนาดนั้นดี



ถึงคำพูดของเขาจะดูใจร้าย แต่ก็ตรงตามประเด็นดี ถ้าเกิดแต่งงานแล้วการที่เขาพาผมไปด้วยนี่สิเป็นเรื่องแปลก คนที่เป็นเจ้าสาวใครๆ ก็รับไม่ได้ทั้งนั้น



อย่างน้อยลึกๆ แล้วธันก็ยังเป็นห่วงจนไม่กล้าทิ้งผมไป ต่อให้เป็นแค่ความสงสาร ไม่ใช่ความรักหรือความผูกพันผมก็รู้สึกดีใจมากพอแล้ว



ผมรู้ว่ายังไงธันก็ต้องแต่งงานสักวัน ทว่าในใจก็ยังคงหลอกว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมและความสัมพันธ์เช่นนี้จะคงเดิมตลอดไป



แต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้..ในเมื่อคำว่าตลอดกาลมันไม่มีจริงตั้งแต่แรก



“แล้ว..จะทำยังไงต่อ?” ผมถามเขากลับไป พลางพยายามทำใจให้เย็นที่สุด ทั้งๆ ที่ในใจเจ็บปวดเหมือนถูกไฟแผดเผา ในลำคอคล้ายกับมีอะไรบางอย่างอุดเอาไว้ ขนาดแค่จะเค้นเสียงกลั่นกรองออกไปสักคำยังยากลำบาก “การที่ธันเก็บไปคิดคนเดียวตั้งหลายวัน แต่กลับมาบอกพี่เอาวันนี้ แสดงว่าคงได้คำตอบแล้วใช่ไหม?”



“ผมได้คำตอบแล้วครับ แต่ผมก็คิดว่าควรจะให้พี่เป็นคนตัดสินใจด้วย เพราะมันเป็นเรื่องของพี่” พอธันพูดจบก็เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง



ทว่าประโยคถัดมาของเขายิ่งทำให้ผมเหมือนเป็นใบ้



“พี่อยากจะอยู่ที่นี่หรือว่าอยากจะกลับไปหรือครับ?”



ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปครู่ใหญ่ ไม่นึกด้วยซ้ำว่าธันจะพูดประโยคนั้นออกมา ผมเคยคิดว่าอย่างน้อยลึกๆ ธันก็ยังคงมีความรู้สึกหรือผูกพันอะไรสักอย่างกับผมบ้าง ทว่าดูเหมือนว่าจะไม่มีความรู้สึกนั้นตั้งแต่แรกแล้ว



หรือถ้ามองแง่ดีหน่อย เขาคงแค่อยากให้ผมตัดสินใจทางเลือกของตัวเองต่อจากนี้



ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองควรจะตอบหรือตัดสินใจเลือกอย่างไรต่อไป ในสมองผมสั่งให้ตัวเองกลับไปนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าความรู้สึกกลับสั่งให้ผมอยู่ที่นี่



ถ้าผมกลับไปที่นั่นแสดงว่าผมจะต้องทนใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีอะไรเลยเหมือนเมื่อสิบปีที่ผ่านมา โดยที่ผมนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นได้หรือเปล่า ในเมื่อที่ผ่านมาผมใช้ความอ่อนโยนของเขาเป็นความหวังในการใช้ชีวิตต่อถึงขนาดนั้น



แต่ถ้าเลือกที่จะอยู่ที่นี่ ผมก็ต้องทนเห็นเขาแต่งงานหรือใช้ชีวิตอยู่กับคนรัก



คราวนี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่บนสะพานที่ใกล้จะขาดอยู่รอมร่อ เพราะเมื่อตัดสินใจว่าจะเลือกไปทางไหนก็พบว่าแย่ไม่ต่างกัน



ผมนึกอะไรไม่ออกจึงไม่ได้ให้คำตอบไปในทันที ดูเหมือนว่าเขาเองก็คงพอจะเข้าใจจึงไม่ได้คาดคั้นหรือถามซ้ำอีก แต่กลับเอ่ยประโยคที่นอกเหนือความคาดหมายออกมา



“..พี่มีความรู้สึกอะไรให้ผมหรือเปล่าครับ?”



อยู่ๆ ธันก็ถามนอกเรื่องออกมา ไม่รู้เพราะดูท่าทางของผมเห็นชัดเกินไปหรือเปล่าจึงถามแบบนั้น



ผมเงียบไปสักพักใหญ่ ในขณะที่หลบสายตาของเขาแล้วมองออกไปนอกรถ



“หมายถึงความรู้สึกแบบไหนล่ะ?”



“ความรู้สึกผูกพันน่ะครับ”



ผมอยากจะหัวเราะกับคำพูดนั้น



ในใจผมนึกอยากตะโกนใส่ว่า ‘มีสิ! พี่น่ะผูกพันกับธันมากเกินไปจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วด้วย’ ทว่าทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น ความจริงคือผมไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ



ธันฉลาด แต่ก็ใจร้ายกับผมมาก



เขาอยู่กับผมมาหลายเดือน สร้างความทรงจำหลายอย่างจนรู้สึกผูกพัน เมื่อเห็นว่ามากพอจนผมไม่กล้าไปไหนแล้วถึงค่อยมาบอกว่าจะแต่งงาน จากนั้นเขาก็ให้ผมเลือกชีวิตตนเอง



ให้อิสระ ทำเหมือนผมมีสิทธิ์เลือกหรือกำหนดทุกอย่างทั้งหมด ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าผมจะเลือกอะไร



ท้ายที่สุดแล้วผมก็ถูกบีบให้เดินไปตามทางของเขาอยู่ดี



“อยู่กันมาตั้งหลายเดือน ถ้าเกิดตอบว่าไม่ก็คงโกหก” ผมพยายามเลือกคำตอบให้เป็นกลางมากที่สุด ถึงแม้ว่าความจริงแล้วผมอยากจะกระชากคอเสื้อเขาแล้วตะโกนคำพูดในความคิดใส่ก็ตาม



แต่ว่าถ้าผมพูดไปแล้วจะเปลี่ยนอะไรได้



การโวยวายแบบนั้นไม่ต่างกับการฆ่าตัวตาย ในเมื่อเขาจะแต่งงานแล้ว แถมยังเป็นความตั้งใจของเจ้าตัวเอง การดันทุรังพูดแบบนั้นจะพาลทำให้อึดอัดใจกันทั้งสองฝ่ายเสียเปล่า



ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากมีความกล้าที่จะพูดรั้งเขา พูดความรู้สึกที่แท้จริง แต่ก็กลัวว่าถ้าพูดไปแล้วธันจะมองผมยังไง ถ้าพูดไปแล้วต่อจากนั้นเขาจะทำเหมือนผมไม่มีตัวตนหรือเปล่า



ความกลัวฉุดรั้งเอาไว้ทำให้ผมได้แต่เงียบ



“พี่เมษ..”



ธันเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงเบาลง ไม่รู้ว่าเพราะความรู้สึกผิดหรือว่าเขาเองก็มีเยื่อใยให้ผมเหมือนกันจึงได้รู้สึกเช่นนั้น



“พี่ง่วงแล้ว ขอนอนก่อนนะ”



ผมพูดตัดบทเขาเสียดื้อๆ ก่อนจะหลับตาลง ความรู้สึกอึดอัดและปวดในอกทำให้ผมนึกอะไรไม่ออก เลยหวังว่าถ้าเกิดหลับไปแล้วลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ก็คงดี



น่าแปลกที่ผมกลับหลับไม่ลงทั้งที่ปกติแล้วก็หลับบนรถมาตลอด แต่กระนั้นก็ไม่กล้าลืมตาขึ้น ผมจึงทำเพียงแค่หลับตาแล้วฟังเสียงฝนที่ตกกระหน่ำลงมา



ในขณะเดียวกันนั้นหยาดน้ำก็ไหลลงจากนัยน์ตาช้าๆ จนกระทั่งแก้มทั้งสองข้างเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา


………………………………………………



………………………………



เมื่อกลับมาถึงที่พักก็เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ผมขอตัวเข้าไปนอนพักในห้องโดยอ้างเหตุผลโง่ๆ ว่าเหนื่อยอยากพักผ่อน



ดูอย่างไรก็เห็นได้ชัดว่าจงใจหลบหน้า ธันเองก็คงดูออกจึงไม่พูดหรือขัดอะไร



ตอนที่อยู่ต่อหน้าผมไม่ได้ร้องไห้หรือแสดงอาการอะไรออกไปทั้งสิ้น ทว่าเมื่อเข้าห้องนอนแล้วอยู่คนเดียว ความเหงาและความอ้างว้างก็ถาโถมเข้ามา ในตอนนั้นผมถึงเพิ่งรู้สึกเจ็บเหมือนจะตายจริงๆ



หลังจากนั้นผมก็ร้องไห้ไม่หยุดเลย



ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองไม่ได้ร้องไห้แบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว



ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยผิดหวัง แต่จะมีอยู่แค่ไม่กี่ครั้งที่ผมรู้สึกท้อ ผิดหวังและแย่มากจนทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้อย่างเดียว



วันนั้นผมแทบไม่มีเรี่ยวแรงหรือความรู้สึกอยากทำอะไรทั้งสิ้น ผมขังตัวเองอยู่ในห้องเกือบเต็มวัน จนเมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้วตอนเย็นผมก็เดินออกมานอกห้อง ถึงเห็นอาหารที่ถูกวางไว้บนโต๊ะแล้วมีพลาสติกใสห่อไว้



ผมเดินมานั่งที่เก้าอี้ก่อนจะเริ่มกิน ในหัวก็นึกตลอดเวลาว่าถ้าเกิดวันพรุ่งนี้เจอหน้าเขาแล้วผมควรจะทำตัวอย่างไรต่อไปดี



ความรู้สึกกลัว อึดอัดเอ่อล้นจนผมนึกอะไรไม่ออก ทำได้เพียงแต่ภาวนาให้วันพรุ่งนี้มาถึงช้าลงอีกสักนิดก็ยังดี



แต่ดูเหมือนว่ายิ่งผมกลัวมากกว่าเดิมเท่าไร มันก็ยิ่งมาถึงเร็วมากขึ้นเท่านั้น



วันถัดมาผมทำใจอยู่สักพักหนึ่ง รอให้เวลาผ่านไปจนเกือบสาย พอเริ่มทำใจได้ผมเลยลุกจากเตียงแล้วเดินออกมานอกห้อง ในใจลึกๆก็ขอให้ธันไม่ได้อยู่ในห้องนั่งเล่น



แต่ธันกลับยังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาสายมากแล้วก็ตาม ผมกลั้นหายใจก่อนจะหลบตาเขา ในขณะที่กำลังตัดสินใจว่าจะกลับเข้าห้องหรือเดินไปนั่งแล้วแสร้งทำไม่รู้เรื่อง ธันก็เงยหน้าขึ้นมามองผมพอดี



จะให้เดินกลับเข้าห้องก็ดูจงใจหลบหน้าเกินไป ท้ายที่สุดผมเลยลอบถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา



“พี่เมษตื่นสายนะครับวันนี้”



เมื่อผมเดินไปนั่งที่เก้าอี้ เขาก็เอ่ยขึ้น ผมชะงักก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ “พอดีรู้สึกเหนื่อยน่ะ เลยนอนยาวไปหน่อย”



“งั้นให้ผมทำอาหารเพิ่มให้ดีไหมครับ?”



“ไม่เป็นไร พี่ไม่หิว”



ผมมองใบหน้าอีกฝ่ายระหว่างที่นั่งกินด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ ไม่รู้ว่าเพราะธันเดาไม่ออกหรือเปล่าว่าผมคิดยังไงกับเขา ถึงได้ทำตัวเหมือนเดิมทุกอย่างราวกับว่าเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้น



ที่จริงผมควรจะดีใจ แต่ผมกลับรู้สึกอึดอัดและแย่จนทำตัวไม่ถูก



การกระทำของเขาที่ผมเคยคิดว่าอบอุ่น กลับกลายเป็นความรู้สึกเย็นเยียบและบีบคั้นให้ผมยิ่งรู้สึกทรมาน เมื่อนึกได้ว่าที่จริงแล้วเขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับผมตั้งแต่ต้นแล้ว แต่แค่ทำไปเป็นเรื่องปกติเท่านั้น



ในตอนแรกผมพยายามทำตัวให้เหมือนเดิมเป็นปกติให้ได้มากที่สุด แต่ก็ทำไม่ลง เวลาคุยจากที่เคยสบตา ตอนนี้ผมกลับเลือกมองอย่างอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแทน



จนไม่นานนักพอผ่านไปสามเดือนผมก็เริ่มทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้และมองใบหน้าเขาติด



ผมกลับไปคุยเล่นกับเขาเหมือนเดิม ราวกับว่าเรื่องราวก่อนหน้านั้นไม่เคยเกิดขึ้น



เมื่อมองจากภายนอกความสัมพันธ์ของพวกเรากลับไปเหมือนเดิมทุกอย่าง



แต่ความรู้สึกหลายๆ อย่างกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป



……………………………………………………..



……………………………………………….



………………………….


วันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังนั่งเล่นตรงโซฟาอยู่นั้น ธันก็เอ่ยปากชวนผมออกไปข้างนอก ตอนแรกผมลังเลนิดหน่อย ทว่าเมื่อถูกเขารบเร้ามากๆ เข้า ผมก็เลยยอมไปตามคำชวน



ทว่าเมื่อมาถึงและรู้ว่าทำธุระอะไรผมก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้



ถ้ารู้แบบนี้ไม่ตามมาก็คงดี



ผมมองร้านตัดชุดสูทก่อนจะเดินตามเข้าไปข้างใน ถ้าเดาไม่ผิดผมคิดว่าธันคงจะมาตัดชุดไปงานแต่งงาน แต่ก็ไม่กล้าถามยืนยันความคิดนั้น ผมไม่อยากจะย้ำเรื่องที่ว่าเขาจะแต่งงานให้เจ็บใจเล่นด้วย



เนื่องจากในร้านมีคิวอยู่ก่อนแล้วคิวหนึ่ง พนักงานจึงพาธันกับผมไปนั่งรอในห้องรับรอง ก่อนจะออกไปอย่างรีบร้อน



เมื่อในห้องเหลือกันอยู่เพียงแค่สองคน ผมก็เอ่ยถามขึ้นมา



“ผู้หญิงคนที่ธันจะแต่งงานด้วยเป็นใครงั้นหรือ”



ผมไม่เคยถามเขาถึงเรื่องคนที่จะแต่งงานด้วยมาก่อน เนื่องจากไม่มีโอกาสพูดถึงแล้วเราทั้งสองคนต่างเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้กันมาตลอด



จนกระทั่งประเด็นนี้วนกลับมาอีกครั้งตอนที่เขาจะตัดชุดนี่แหละ ผมเลยฉวยโอกาสถามถึงขึ้นมา



“ก็เป็นผู้หญิงที่ฉลาดดีครับ” ธันหยุดคิดไปสักพักหนึ่งแล้วพูดออกมา ดูเหมือนคำตอบของเขาจะไม่ตรงประเด็นกับที่ผมถามสักเท่าไร “เธอเป็นลูกสาวของเจ้าของบริษัทที่นำเข้าพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์น่ะครับ”



ผมเลิกคิ้วนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะคิดว่าถึงถามไปก็คงไม่รู้จักอยู่ดี “แล้วทำไมวันนี้ถึงชวนพี่มาด้วยล่ะ?”



“ผมอยากให้พี่ช่วยเลือกชุดให้” ธันว่าก่อนจะหยิบหนังสือรูปภาพชุดสูทที่วางข้างตัวมาเปิดดู “พี่ว่าเอาชุดไหนดีครับ”



ผมเงยหน้ามองเขาด้วยความรู้สึกแปลกๆ ไม่รู้ว่าจะรู้สึกขมขื่นหรือร้องไห้ก่อนดี



คงไม่มีใครที่บ้าถึงขนาดมาเลือกชุดแต่งงานให้คนที่ชอบเพื่อที่จะไปแต่งงานกับคนอื่นเหมือนผมอีกแล้ว



“เลือกเองสิ โตแล้วก็น่าจะตัดสินใจได้แล้วนะ” ผมว่า แต่สายตาก็ยังคงไล่มองอัลบั้มรูปชุด “อีกไม่กี่เดือนก็จะแต่งงานแล้วไม่ใช่หรือ ธันไม่ใช่เด็กเหมือนตอนที่พี่เจอครั้งแรกแล้วนะ”



ผมพูดกับเขา แต่ก็เหมือนพูดย้ำกับตัวเองไปด้วย



“แต่ผมอยากให้พี่เป็นคนเลือก”



ธันย้ำคำพูดเมื่อครู่ ก่อนจะมองเข้ามาในตาของผม



ผมชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อถูกจ้องจนต้องหลุบตาลงมามองรูปในหนังสือ



“สีดำแบบเรียบๆ เป็นไง?” ผมลองเสนอไปแบบสุ่มๆ หวังว่าจะให้เขาเลิกบังคับผมเสียสักที แต่ในใจลึกๆ ก็อยากเห็น ถึงแม้ว่ามันจะไม่เข้ากับงานเลยก็ตาม



“งั้นเอาแบบนี้นะครับ” ธันว่าก่อนจะปิดหนังสือ แล้วค่อยหยิบมือถือขึ้นมากดเล่นแบบไม่สนใจใยดีอีก ราวกับว่าการเลือกชุดสูทสีดำไปงานแต่งงานเป็นเรื่องปกติเสียอย่างนั้น



นี่ถ้าผมไม่ได้คุยกับเขาเรื่องแต่งงานเมื่อหลายเดือนก่อน ผมคงจะคิดว่าธันมาตัดชุดให้คนอื่นมากกว่าตัดให้ตัวเองใส่



ผมหยุดมองเขาด้วยความรู้สึกสงสัยชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วถาม



“มีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่า ทำไมถึงให้พี่เป็นคนเลือก?”



ปกติผมก็ไม่เห็นว่าเขาจะบังคับถึงขนาดนี้มาก่อน พอถูกบังคับเมื่อกี้ผมเลยรู้สึกสงสัยแปลกๆ ขึ้นมา



“ก็พี่รู้จักผมดีที่สุด” ธันหยุดเล่นมือถือแล้วหันมามองผมเมื่อถูกถาม “ถ้าให้ใครสักคนช่วยเลือกอะไรให้ ผมก็จะให้พี่เป็นคนช่วย”



พอได้คำตอบแล้วผมก็ชะงักไปครู่ใหญ่ ความรู้สึกแปลกประหลาดในใจผุดขึ้นมา แต่แล้วมันก็หายไปอย่างรวดเร็ว



รู้จักดีที่สุดงั้นหรือ ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย ผมไม่เคยเดาการกระทำหรือว่าความคิดของธันออกได้แม้แต่ครั้งเดียวด้วยซ้ำ พอถูกบอกว่ารู้จักดีที่สุดผมเลยรู้สึกตงิดใจเล็กน้อย



เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ผมก็เริ่มอยากรู้แล้วว่าพวกเราอยู่ในสถานะไหนกันแน่



หรือว่ามันอาจจะไม่มีชื่อเรียกของสถานะความสัมพันธ์นี้มาตั้งแต่ต้นแล้วก็เป็นได้



--------------------------------------------------------------------

 

[Talk]



จากตอนที่แล้ว มีคนถามมาเยอะมากว่า "เรื่องนี้จะจบแฮปปี้ไหม"



ปกติที่ผ่านมาเราเลี่ยงตอบคำถามนี้มาตลอด แต่มีคนถามเข้ามาเยอะมาก เราอยากใบ้มากกว่านี้แต่เดี๋ยวจะรู้ว่าจะจบยังไง 



ฉากจบมันแฝงไว้ในบทสนทนาของตอนก่อนๆหน้านี้แล้วค่ะ ว่าจะจบไปในทิศทางไหน 




เรารู้ว่ามีคนหลงเข้ามาอ่านนิยายเราเพราะคิดว่าเป็นแนวตลก ฉะนั้นอาจจะมีคนเลิกอ่านจากตอนที่แล้วหรือเลิกอ่านตั้งแต่ตอนนี้เยอะ 


แต่เราเขียนนิยายเพราะอยากเขียน ดังนั้นในตอนนี้จึงไม่มีการหักมุมนะคะว่าจะแต่งกับพี่เมษ55555555555 


รวมทั้งจะปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินไปในทิศทางที่ควรจะจบตามตัวบทสนทนาด้วยค่ะ



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 362 ครั้ง

267 ความคิดเห็น

  1. #7108 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:08

    ฮือออออออ

    #7108
    0
  2. #7081 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:35
    ธันใจร้าย ไรท์ใจร้าย ฮืออออออออออ พี่เมษษษษ มาๆ มากอดหนูนี้มา ฮือออออออ
    #7081
    0
  3. #7072 Unknowlevel (@Unknowlevel) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:01
    เปนไปได้มั้ยว่าธันจะมีวิธีให้เมษกลับมาแล้วแต่งงาน555555 งื้อ ไม่อยากเศร้าเลยTT
    #7072
    0
  4. #7061 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 01:30

    การกระทำของธันถ่ามองจากเมษบอกเลยว่าใจร้ายที่สุด ที่ให้คนที่รักตัวเองมาเลืกชุดแต่งงานให้ แต่ถ้ามองในทางของธันมันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างแน่ๆ เพียงแค่ธันไม่ยอมพูดออกมากับใช้การกระทำบีบบังคับเมษ พูดเลยจริงๆ ว่าสองคนนี้ใจร้ายด้วยกันทั้งคู่

    #7061
    0
  5. วันที่ 15 มกราคม 2562 / 13:15
    ธันใจร้ายมากอ่ะ T^T
    #7053
    0
  6. #7033 Nisakarn (@nisakarnnnnn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 11:28
    อ่านไปน้ำตาไหลไป TT
    #7033
    0
  7. #7013 Medsaai (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 19:37

    สงสารพี่เมษ ฮรืออออ

    #7013
    0
  8. #7003 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 20:42
    สงสารพี่เมธ ธันใจร้ายจัง
    #7003
    0
  9. #6966 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:53
    เจ็บไปหมดทั้งหัวใจ
    #6966
    0
  10. #6931 Supakit_Chacha (@Supakit_Chacha) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 22:03
    น้ำตาไหลเลยอ่า คล้ายกับที่ตัวเองเจอเลย TT ธันใจร้ายยย
    #6931
    0
  11. #6909 PHAI-LOVELY (@PHAI-LOVELY) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:46

    น้ำตาไหลเลย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:47
    #6909
    0
  12. #6879 Midories (@Midories) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 00:20

    น้ำตาไหล สงสารพี่เมษ ฮือออ
    #6879
    0
  13. #6865 msp_mint (@msp_mint) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 17:52
    ตอนแรกยังแอบหวังว่าน้องจะแต่งกับพี่ แง้ เจอไรท์พูดแล้วจบเลย
    #6865
    0
  14. #6717 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 11:23
    ถึงรู้ว่าสุดท้ายจะเป็นแบบนี้แต่มันไวจริงๆ
    #6717
    0
  15. #6664 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 11:27
    อึดอัดๆ มันอึดอัดในใจ อยากรู้ในใจน้องธัน อิน้อง คิดอะไรอยู่!
    #6664
    0
  16. #6636 whitelava blue (@bluelavaland) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 21:21
    เศร้าทากๆๆ เศร้ากว่าที่คิด อึดอัดใจจัง ทำไมน้องธันเจ้าของลูกอมสามเม็ดคนนั้นใจร้ายยยยย ไม่กล้าให้พี่เลือกอยุเรย ต้องเจ็บมากแน่ๆ แต่ถ้าไปก้อ ฮือ
    #6636
    0
  17. #6624 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 20:50
    น้ำตาไหลแล้วแงงงงงงงง
    #6624
    0
  18. #6598 magician_draw (@magician_draw) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 19:50
    โอ๊ย ขนาดไม่ได้เป็นเมษยังเจ็บ
    #6598
    0
  19. #6592 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 11:55
    นิยายที่เรียลมาก แงงงงงงง
    #6592
    0
  20. #6528 numokodchawan (@numokodchawan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 09:10
    รู้สึกแบบนิยายเรื่องนี้มันเข้าถึงอารมณ์จริงๆ เหมือนชีวิตจริงมากๆค่ะTT
    #6528
    0
  21. #6508 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 17:36
    ไม่เคยรู้สึกอยากจะร้องไห้กับนิยายที่อ่านขนาดนี้มาก่อน5555 มันเป็นเหมือนคงามรู้สึกที่เราเเบบร้องไห้เพราะเสียใจจริงๆ
    #6508
    0
  22. #6480 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 17:14
    ฮือ นอกจากพี่เมษจะร้องไม่หยุด เราก็ร้องไม่หยุดค่า โฮ ชีวิตมันdeepไปแล้วววว
    #6480
    0
  23. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:13
    น้ำตาไหลพรากกก
    #6456
    0
  24. #6389 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 14:42
    งื้อออหน่วงมากก
    #6389
    0
  25. #6369 5021K04 (@duckpachi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 21:45
    จี๊ดเลยค่ะ เหมือนจะเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกมันเรียกกลับกันไม่ได้หรอกค่ะ โอ้ย ร้องไห้TT
    #6369
    0