เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 314,692 Views

  • 7,120 Comments

  • 18,096 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9,104

    Overall
    314,692

ตอนที่ 25 : บทที่23 หยุดเวลา [รีไรท์ - 28/10/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26560
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 393 ครั้ง
    28 ต.ค. 60


จนแล้วจนรอดผมก็ไม่เข้าใจคำว่าปาฏิหาริย์ของเขาหมายถึงอะไร



ผมนึกได้อยู่คำเดียวที่พูดออกไปตอนนั้นคือขอให้ธันไม่แต่งงาน แต่ตอนนั้นผมพูดออกไปเพราะอยากบอกสิ่งที่คิดอยู่ในใจหรือความรู้สึกของตนเองออกมาบ้าง ไม่ได้หวังให้เขาจะต้องทำตามคำขอของผมจริงๆ



แสดงว่าปาฏิหาริย์ที่เขาพูดจะต้องหมายถึงการล้มเลิกงานแต่งงานในครั้งนี้



พอนึกถึงความคิดนี้ขึ้นมาได้ ผมก็รู้สึกเย็นวาบทันที ในหัวนึกกระวนกระวายว่า ธันคงไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรแบบนี้จริงๆ หรอกใช่ไหม ถึงแม้ว่าลึกๆ แล้วผมจะไม่อยากให้เขาแต่งงาน แต่ผมก็รู้ดีว่าการล้มเลิกงานแต่งงานในวันแต่งนี่มันบ้าชัดๆ



ทว่าเมื่อมาถึงวันแต่งงาน ผมก็ยังเห็นธันวุ่นวายกับการไปงานแต่งอยู่ดี ถึงแม้ว่าตอนแรกจะรู้สึกดีใจที่เขาไม่ได้ตั้งใจคิดจะล้มเลิกจริงๆ แต่หลังจากนั้นอีกสักระยะหนึ่งความรู้สึกหดหู่ก็ตามมา



จากตอนแรกที่ผมตั้งใจว่าจะไม่ไป แต่เพราะคำพูดเมื่อวานของเขาค่อนข้างติดค้างในใจพอสมควร ผมเลยยอมไปเพราะอยากรู้ว่าธันตั้งใจจะทำอะไร



ธันมาถึงโรงแรมก่อนจะถึงเวลางานสองชั่วโมงเพื่อเตรียมตัว พอเตรียมของทุกอย่างเสร็จแล้วเขาก็นั่งอยู่ในห้องพักที่จองเอาไว้



เมื่อคนอื่นออกไปนอกห้องจนหมดแล้วเหลือเพียงแค่ผมกับเขา ห้องก็ตกลงสู่ความเงียบทันที สักพักหนึ่งธันถึงค่อยหันมาทางผมที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง



“พี่เมษหลับตาหน่อยครับ”



ผมหลับตาลงเพราะนึกอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร ในขณะเดียวกันนั้นผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเดินตรงเข้ามาใกล้ ก่อนจะตามมาด้วยฟูกที่ยวบตัวลงไป



พอรู้สึกตัวอีกทีความอบอุ่นนั้นก็สวมกอดผมเอาไว้จากทางด้านหลัง



ผมยังคงนิ่งเฉยกับการกระทำนั้น ด้วยความที่อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไรต่อเลยจงใจอยู่นิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไป



“พี่เมษกลัวไหมครับที่ผมจะต้องแต่งงาน..?” เขากระซิบถาม ใกล้จนผมรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดลงบนหู ในขณะที่มือก็สัมผัสลูบเข้าที่เรือนผมอย่างอ่อนโยน



ผมเงียบไป ไม่ได้ให้คำตอบอะไร



ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากให้คำตอบ แต่เพราะลังเลว่าควรจะให้คำตอบแบบไหนออกไป จากเรื่องที่เกิดขึ้นในวันก่อนเขาก็น่าจะพอเดาได้แล้วว่าผมรู้สึกแบบไหนกับธันกันแน่



ดังนั้นผมเลยคิดว่าเขาคงไม่ได้ต้องการคำตอบของคำถามนี้ตั้งแต่แรกแล้ว



“อันที่จริงผมอยากเห็นพี่พูดความรู้สึกของตัวเองหรือกล้าที่จะเอาแต่ใจมากกว่านี้” ธันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ผมกลับสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ข้างใบหูอย่างชัดเจน จนผมเริ่มกระสับกระส่าย คิดว่าควรจะลืมตาขึ้นมาดีหรือเปล่า “แต่แค่พูดว่าไม่อยากให้ผมแต่งงานได้ แค่นั้นผมก็พอใจแล้ว”



พอจบคำพูดนั้นธันก็ผละตัวออกไป จังหวะนั้นผมถึงลืมตาขึ้น ความรู้สึกอึดอัดจากบรรยากาศเมื่อครู่ทำให้ผมกลัวจนไม่กล้าจะตอบอะไรออกไปเลย



จนเมื่อเริ่มตั้งสติได้ ในขณะที่กำลังจะถามว่าคำพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน



“ธัน ออกมาได้แล้ว เจ้าสาวมารอแล้วนะ”



เสียงนั้นเป็นเสียงพ่อของธันไม่ผิดแน่ๆ ถึงจะดูแหบลงไปหน่อยแต่ผมยังคงจำเสียงนั้นได้ดี ธันลุกขึ้นก่อนที่จะเดินออกไปเปิดประตู ผมเลยชะโงกหน้าออกไปมองด้วย



ที่หน้าประตูนั้นมีพ่อของธันยืนอยู่ ข้างๆ กันนั้นมีเจ้าสาวยืนอยู่ด้วย ทว่าทันทีที่เห็นใบหน้าของเจ้าสาวผมก็ชะงักไป



เจ้าสาวคือคนเดียวกับคนในรูปที่ธันเคยเอาให้ผมดู



ผมกำลังคิดอยู่ว่าตัวเองเคยเห็นใบหน้าเจ้าสาวมาจากที่ไหน แต่ก็นึกอะไรไม่ออก ตามปกติแล้วคนที่หน้าตาดีและเสน่ห์แบบนั้น เมื่อได้พบกันครั้งหนึ่งแล้วผมคงยากที่จะลืม ทว่าผมกลับรู้สึกคุ้นเคยทั้งที่ไม่เคยพบมาก่อน



ผมพยายามเค้นความทรงจำส่วนที่ลึกที่สุดแต่ก็ไม่พบอะไร



พอเห็นว่าธันกับเจ้าสาวเดินลงไปด้วยกัน ผมก็ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามพวกเขาไปด้วย ทว่าเมื่อมาถึงตัวงานและเห็นใบหน้าครอบครัวของฝั่งเจ้าสาวผมก็เริ่มเข้าใจเรื่องราวทุกอย่าง



ผมเคยคิดว่าเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นได้ยาก แต่ดูเหมือนว่าแท้จริงแล้วความบังเอิญจะมีมากกว่าที่คิดเอาไว้ แม้กระทั่งคนที่เราไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้เจอก็กลับเวียนมาบรรจบกันอีกครั้ง



ผมไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรก่อนดี นอกจากความรู้สึกสับสน อึดอัด ไม่เข้าใจ ทุกอย่างล้วนปนเปกันไปหมด



นอกจากนั้นผมยังโดนเขาหลอก แถมยังหลงเชื่อแบบเต็มๆ ด้วย



ที่แท้ธันคงตั้งใจจะบีบให้ผมพูดความรู้สึกทั้งหมดให้เขาฟังตั้งแต่แรกแล้ว แต่เรื่องแต่งงานจะจริงหรือเปล่าผมเองก็คาดเดาไม่ได้



ผมกลั้นหายใจเมื่อเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา สายตาก็มองชายที่นั่งอยู่บนรถเข็นพร้อมกับสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้เพื่อให้เห็นชัดๆ



ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานมากเกือบยี่สิบปีจนกระทั่งรูปลักษณ์ภายนอกนั้นเปลี่ยนไปมาก แต่ผมก็ไม่มีทางลืมแน่นอนว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นใคร



ในเมื่อเขาเป็นญาติคนที่ผมเคยเห็นหน้ามาตั้งแต่เด็กๆ



พอมาถึงตอนนี้ผมก็เริ่มรู้แล้วว่าธันตั้งใจจะทำอะไร รวมถึงปาฏิหาริย์นั่นด้วย แต่ผมยังไม่อยากเดาว่ามันจะเป็นอย่างที่คิดเอาไว้หรือเปล่า



ชั่วอึดใจนั้นผมเดินตรงเข้าไปหาธัน แล้วถามน้ำเสียงเรียบ



“คนที่นั่งอยู่บนรถเข็นนั่นคืออาของพี่ใช่ไหม?”



ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจ พอเห็นธันพยักหน้าเหมือนแค่ก้มหัวลง ผมก็อยากจะตบหน้าเขาขึ้นมาจริงๆ



เมื่อมาถึงตอนนี้ผมก็เริ่มพอเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมา ทั้งเหตุผลที่ว่าทำไมธันถึงรู้ชื่อจริงของผม ทำไมเขาถึงรู้วันเกิด นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่เขาโกรธตอนที่กลับมาจากต่างประเทศด้วย



เอาล่ะ ผมไม่ได้ส่องหน้าตัวเองในกระจกบ่อยๆ ก็จริง แต่ธันที่เห็นหน้าผมบ่อยยิ่งกว่าตัวผมเอง ทันทีที่เห็นหน้าคู่หมั้นก็คงรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ในเมื่อใบหน้าของผมใกล้เคียงกับเจ้าสาวถึงขนาดนั้น เขาจึงรู้ได้ในทันทีว่าผมโกหกเรื่องไม่มีญาติ ตอนที่กลับมาเลยดูหงุดหงิดเป็นพิเศษ



แต่ตอนหลังอะไรสักอย่างคงไปดลใจให้เขานึกขึ้นได้ว่าที่ผมโกหกคงเพราะกลัวว่าถ้าเรื่องจบผมจะไปเกิด แล้วหลังจากนั้นธันก็คงไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มา



ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ ธันถึงพูดกับผมถึงเรื่องคนผิดขึ้นมาลอยๆ เมื่อเริ่มคาดเดาเรื่องต่างๆ ได้ ผมเลยพอเดาจุดประสงค์ของเขาออก



ทว่ามีเพียงเรื่องเดียวที่ผมไม่เข้าใจคือต่อจากนี้ธันกำลังตั้งใจจะทำอะไรต่างหาก



ตอนแรกผมกำลังตกใจ นึกว่าธันจะแต่งงานกับหลานของผม แต่ก็ไม่น่าใช่เพราะวันก่อนเขาพูดเรื่องทำนองว่าจะแก้แค้นให้ แสดงว่าธันคงไม่ได้ตั้งใจที่จะแต่งงานตั้งแต่แรกแล้ว



แต่ตั้งใจจะใช้งานแต่งนี่เป็นวิธีแก้แค้นต่างหาก



ที่จริงผมมีเรื่องอยากจะถามเขาอีกเยอะแยะ เป็นต้นว่ากำลังคิดจะทำบ้าอะไรอยู่ แล้วพาผมมาด้วยทำไมในเมื่อวันก่อนธันบอกว่าเคสของผมเอาผิดคนที่ทำไม่ได้



แต่ธันจำเป็นต้องเข้าไปถ่ายรูป แถมดูเหมือนจะไม่สะดวกคุยในตอนนี้ ทำให้ผมแทบไม่มีโอกาสได้เข้าไปคุยกับเขาอีกเลย จนกระทั่งงานแต่งงานกำลังจะเริ่มต้นขึ้น



ในงานแต่งงานนั้นมีแขกมาเยอะมาก ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอาของผมไปทำให้บริษัทของผมมีชื่อเสียงหรือร่ำรวยถึงขนาดมีผู้สื่อข่าวมาด้วยได้ยังไง แสดงว่านอกจากการที่เขาจะมีสมอง ปล่อยให้ผมตายแบบไม่เรียกใครมาช่วยเพื่อสืบทอดบริษัทต่อแบบเนียนๆ เขายังมีความสามารถบริหารบริษัทได้ดีอีกด้วย เห็นแบบนี้ผมก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ ตอนแรกผมนึกว่าหลังจากตัวเองตายไปแล้วบริษัทจะเจ๊งไปเลยทันทีเสียอีก



ชั่วครู่นั้นก่อนที่งานจะเริ่ม ธันก็เดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับขอไมค์จากพิธีกร



“ขอผมพูดอะไรหน่อยได้ไหมครับ”



ผมกลั้นลมหายใจ ในจังหวะที่ธันรับไมค์มานั้นเขาหันมาสบตากับผม พลันความรู้สึกอึดอัด ความกลัวก็ถาโถมเข้ามาในทันที



ทั้งๆ ที่สีหน้าของธันไม่ได้มีความรู้สึกกลัวหรือความรู้สึกอื่นใดเป็นพิเศษ ทว่าผมกลับกลัวแทนเขาราวกับว่าสามารถรับรู้ความรู้สึกผ่านทางสายตานั้นได้



“อย่างที่รู้กันครับว่าเจ้าสาวของผมสวยมาก” ธันเอ่ยในขณะที่ยังคงยิ้ม เมื่อจบประโยคนั้นก็เรียกเสียงปรบมือกับเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดี “นอกจากจะสวยแล้ว เธอยังฉลาดมากเลยด้วย”



“แต่ว่าน่าเสียดาย..”



ระหว่างที่ธันกำลังเอ่ยนั้น พริบตาหนึ่งผมรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน ผมมองนักข่าวในงาน มองจำนวนแขก กว่าที่ผมจะเข้าใจว่าธันจะทำอะไร



ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะสายเกินไปแล้ว



จังหวะนั้นผมรีบวิ่งเข้ามาหาเขาพลางจะร้องห้าม แต่ดูเหมือนว่าการกระทำของผมจะช้ากว่าธันไปหลายวินาที



“ที่เธอประพฤติตัวไม่ดี ทำตัวไม่อยู่ในกรอบของศีลธรรม แล้วก็หลอกให้ผมมาแต่งงาน ว่าแบบนั้นไหมครับ?”



ทันทีที่ธันเอ่ยประโยคนั้นจบ บรรยากาศในงานก็ตกลงสู่ความเงียบ ก่อนที่พวกนักข่าวก็ต่างพากันลุกฮือขึ้นมาพร้อมกับแย่งกันถาม



“หมายความว่ายังไงคะ!?”



“เจ้าสาวทำผิดเรื่องอะไรครับ! แล้วหลอกยังไงครับ!?”



นอกจากพวกนักข่าวที่แตกฝูงพากันไปที่หน้าเวทีแล้ว ผมเห็นว่าพ่อของเจ้าสาวกับอาของผมโกรธมาก พ่อของเจ้าสาวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ



แต่น่าแปลกที่ใบหน้าของเจ้าสาวซีดเผือด ทว่ากลับไม่โวยวายอะไรออกมาสักคำทั้งๆ ที่โดนพูดถึงขนาดนั้น



“นี่มันหมายความว่ายังไง!!” พ่อของเจ้าสาวเดินเข้ามาหาธัน พร้อมกับปัดไมค์ของนักข่าวที่ยื่นออกมาให้หลบไป “อย่ามากล่าวหากันซี้ซั้ว ถ้าไม่อยากให้ผมฟ้องหมิ่นประมาทคุณ!”



“คุณก็ลองถามลูกสาวดูสิครับว่าทำอะไรเอาไว้ที่น้ำตกนั่น” ธันเอ่ยน้ำเสียงเรียบ ทั้งๆที่ยังคงยิ้มอยู่ ก่อนที่จะยื่นกระดาษใบหนึ่งให้ “เผื่อไม่ชัดเจนพอ ผมให้รูปพร้อมกับให้ที่อยู่ติดต่อไปเลยล่ะกันนะครับ จะเรียกขึ้นศาลวันไหนก็บอก แต่ถ้าเป็นไปได้ขอวันศุกร์ เพราะวันอื่นผมไม่ว่าง”



พ่อของเจ้าสาวกระชากกระดาษใบนั้นไปจากมือธันด้วยความโมโห ทว่าเมื่ออีกฝ่ายได้เห็นรูปที่อยู่บนกระดาษใบนั้นก็หน้าถอดสีทันที



เมื่อธันเอ่ยจบ เขาก็คืนไมค์ให้กับพิธีกรแล้วเดินหลบเลี่ยงไปทางด้านหลังของเวทีอย่างไม่ใยดี จังหวะนั้นผู้สื่อข่าวก็พากันแห่กรูกันเข้าไปถามทางเจ้าสาวแทน



ผมรีบวิ่งตามเขาไป ในขณะที่สายตาก็มองกระดาษแผ่นที่ธันยื่นไปให้พ่อของเจ้าสาว



ผมทันเห็นว่าในกระดาษนั่นเป็นรูปของเจ้าสาวกำลังหอมแก้มผู้ชายคนหนึ่งอยู่ แถมในรูปนั้นยังเป็นวันที่เขาทิ้งผมให้นั่งรอที่น้ำตกเกือบชั่วโมง แล้วหายตัวไปแบบไม่บอกไม่กล่าวด้วย



ตอนนั้นผมนึกอะไรไม่ออกจริงๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแบบกะทันหันจนผมสับสนแถมยังตั้งตัวไม่ทัน พอรู้สึกตัวอีกทีผมก็วิ่งไล่ตามเขาไปจนกระทั่งเหลือกันอยู่แค่สองคนที่ทางเดินแคบๆ



“ทำอะไรของนาย!”



ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเรียกธันว่านาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความตกใจทำให้ผมไม่ทันยั้งคิดเลยเรียกเขาไปแบบนั้น



ธันเดินให้ช้าลงเมื่อเห็นว่าผมเดินตามมาด้วย เขาไม่โต้ตอบหรือเถียงผมกลับแม้แต่คำเดียว ก่อนจะกดลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นห้องพัก



“พี่เมษโมโหแทนครอบครัวของตัวเองหรือไงครับ?”



“ไม่ใช่แบบนั้น..!”



ผมไม่ได้เป็นห่วงหรือโมโหแทนครอบครัวตัวเอง ผมคิดว่าถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็จัดการได้ ทว่าจะจัดการด้วยวิธีไหนนั้นก็เป็นเรื่องของเขาแล้ว



แต่ที่ผมเป็นห่วงคือธันต่างหาก



ถ้าธันยังมีสติหรือมีสมองดีอยู่ เขาก็น่าจะรู้ว่าพูดแบบนั้นยังไงก็โดนฟ้องหมิ่นประมาทแน่ๆ แถมยิ่งพูดต่อหน้าสื่อแล้ว ยิ่งมีโอกาสโดนข้อหาทำให้ติดคุกได้อีก



ครั้งหนึ่งธันเคยบอกผมว่าเขาอยากเป็นผู้พิพากษา แต่ถ้าเกิดว่าเคยติดคุกธันก็จะไปสอบเป็นผู้พิพากษาไม่ได้อีก



ผมยอมรับว่า ลึกๆ ผมดีใจที่ได้แก้แค้น แต่อีกใจหนึ่งคือผมไม่อยากให้เขาต้องมาทิ้งอนาคตเพื่อผมถึงขนาดนั้น



ยังไงผมก็ตายไปแล้ว การแก้แค้นให้ผมไม่มีประโยชน์อะไร แถมเคสของผมมันก็เอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ แต่คนที่แก้แค้นให้ผมนี่แหละที่จะซวย



“พี่กลัวผมติดคุกหรือไงครับ?” หลังจากที่ผมเงียบไปเพราะไม่รู้จะเริ่มเรียบเรียงสติพูดจากตรงไหนก่อน ธันก็พูดขึ้นมาคล้ายกับอ่านใจผมได้ “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ หมิ่นประมาทครั้งแรกร้ายแรงสุดก็แค่โดนให้รอลงอาญา ไม่ถึงติดคุกอยู่ดี”



พอเจอคำพูดแบบนี้เข้าไปผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก



“อีกอย่างผมไม่โดนข้อหาหมิ่นประมาทหรอกครับ ในเมื่อพูดเอาไว้คลุมเครือขนาดนั้น แต่ที่ผมตั้งใจจะพูดต่อหน้านักข่าวเพื่อให้เขาไปขุดหากันเองว่าพวกนั้นทำอะไรเอาไว้” ธันยักไหล่พูดแบบไม่ใส่ใจ “ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดจะแต่งงานอยู่แล้ว แต่คุณอาของพี่ดื้อด้านกว่าที่คิดเอาไว้”



เมื่อเสียงลิฟท์บอกว่าถึงชั้นที่กำหนดแล้ว ธันก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพัก มือหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาแตะเพื่อเปิดประตูเข้าไปด้านใน ก่อนจะค่อยเสียบบัตรไว้ที่หน้าห้องแล้วค่อยปิดประตูลง



“ไหนๆ แล้วผมเลยคิดว่าทำแบบนี้ทีเดียวจะได้จบ แถมได้แก้แค้นให้พี่ไปด้วย พรุ่งนี้หุ้นของทางบริษัทนั้นคงดิ่งน่าดู”



หลังจากฟังคำพูดของเขาจบ ผมก็หยุดคิดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ



“ธันเลือดเย็นกว่าที่พี่คิดเอาไว้อีก”



“ผมก็คิดว่าแบบนั้นเหมือนกันครับ” ธันรับคำของผมอย่างว่าง่ายราวกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลยที่ก่อความวุ่นวายในงาน



พอมาถึงตรงนี้แล้วผมก็เริ่มสงสัยขึ้นมาว่า เมื่อก่อนผมเคยหลงผิดคิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนสุภาพ อ่อนโยนได้ยังไง



แต่ก็อย่างว่า ผมชอบเขาไปแล้ว แล้วก็ไม่คิดว่าจะเลิกชอบเพียงเพราะแค่นิสัยของเขาไม่เหมือนกับที่ผมจินตนาการเอาไว้



ทว่าที่ผมคาดไม่ถึงคือเรื่องที่น้ำตก ผมไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเพราะเรื่องบังเอิญหรือว่าธันจงใจไปที่นั่นตั้งแต่แรกแล้ว



ส่วนเรื่องครอบครัวนั่นผมคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ถึงผมจะไม่เคยคิดว่าโลกมันจะกลมได้ถึงขนาดนั้นก็เถอะ ไม่อย่างนั้นก่อนหน้าวันที่จะไปต่างประเทศเขาคงไม่ดูกังวลถึงขนาดนั้น



“งั้นพี่ถามอะไรหน่อย”



“ครับ?”



“ถ้าคนที่ธันแต่งงานด้วยไม่ใช่ครอบครัวของพี่ล่ะ ธันจะทำยังไง?”



“ก็หนีสิครับ” ธันตอบผมกลับอย่างรวดเร็ว เหมือนไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ “หนีแล้วก็พาพี่เมษไปอยู่ด้วยกันแค่สองคน ดีไหมครับ?”



ผมไม่ได้ตอบคำถามของเขา แต่กลับถามต่อ “แล้วเรื่องเจ้าสาวแอบไปมีผู้ชายคนอื่นนี่รู้ได้ยังไง?”



“นั่นก็แค่เรื่องบังเอิญครับ”



ผมมองเขาด้วยสายตาไม่ค่อยไว้วางใจ ตั้งแต่มาอยู่กับธันนี่ผมไม่ค่อยจะเชื่อคำว่าบังเอิญเท่าไรเลย ดูเหมือนว่าทุกอย่างสำหรับเขาจะกลายเป็นเรื่องบังเอิญทั้งหมด “แล้วถ้าเจ้าสาวเขาตั้งใจจะแต่งงานกับธันจริงๆ ล่ะ”



“พี่เมษเลิกสมมติหรือคิดมากสักที” ธันพูดขัดจังหวะผมขึ้นมา ก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิด “ต่อให้พี่อยากหรือไม่อยากให้ผมแต่ง ผมก็เลือกที่จะไม่แต่งงานอยู่ดี เพราะผมอยากอยู่กับพี่ ชัดเจนพอไหมครับ?”



พอถูกไล่ต้อนเข้ามากๆ ผมก็เริ่มไปไม่ถูก ยิ่งได้ยินคำพูดของเขาผมก็ยิ่งไม่กล้าสบตา “ที่ธันพูดว่าอยากอยู่ด้วยนั่นหมายถึงในฐานะอะไรล่ะ?”



“ในฐานะคนรักสิครับ”



ผมกำลังคิดว่าตัวเองฝันไปหรือเปล่า



แต่ถ้าเกิดฝันผมคงไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาอีกเลย



“แต่ตอนนั้นธันบอกว่าถ้าพี่เป็นผู้หญิง เป็นมนุษย์แล้วก็อายุไล่เลี่ยกันถึงจะขอคบด้วย”



“อ้อ อันนั้น..” ธันทำท่าเหมือนนึกไปชั่วครู่ “ตอนนั้นผมพูดว่าถ้าเกิดพี่เป็นแบบนั้นผมคงขอคบทันที เพราะว่าพี่เมษแตกต่างกับผมมากเกินไป ผมถึงอยากได้เวลาคิด”



เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ผมถึงเพิ่งคิดได้ ครั้งหนึ่งธันเคยถามผมว่า ถ้าเกิดชอบของที่แตกต่างจากตัวเองมากๆ ถือว่าแปลกหรือเปล่า ตอนนั้นผมไม่แน่ใจว่าธันหมายถึงอะไรเลยให้คำตอบไปกว้างๆ



แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาดันหมายถึงตัวผมเอง



“แล้ว..”



“พอคิดไปคิดมาผมก็คิดว่าช่างเถอะ ยังไงชีวิตของผมก็มีแค่ครั้งเดียว ถ้าเกิดมัวแต่คิดมากผมคงได้ตายก่อนอยู่กับพี่พอดี”



ผมไม่รู้ว่าประโยคนั้นธันตั้งใจจะพูดกระทบถึงผมหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกเจ็บเหมือนโดนด่าตรงๆ เลย



“แต่ผมก็ผิดที่พูดบีบให้พี่เมษต้องพูดความรู้สึกออกมา” ธันรีบพูดต่อทันทีเมื่อเห็นว่าผมเงียบ ราวกับกลัวว่าผมจะพูดขัดขึ้นมา “ผมทำอะไรหลายอย่างให้พี่ แต่พี่ไม่เคยแสดงออกเลยว่ารู้สึกยังไง ตอนที่เลือกว่าจะให้พี่อยู่หรือไป ผมยังกลัวอยู่เลยว่าถ้าพี่เลือกที่จะไป แล้วผมควรจะทำยังไงต่อ”



“แต่พอเห็นพี่ไม่ตอบแล้ว ผมรู้สึกดีใจมากจริงๆครับ เพราะนั่นเป็นคำตอบอย่างหนึ่งแล้วว่าพี่เองก็อยากอยู่กับผม แค่ไม่กล้าพูดออกมา”



ผมฟังคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมา แล้วรู้สึกแย่ขึ้นมาในทันที



ก็จริงอย่างที่เขาว่า ผมไม่เคยกล้าแสดงออกว่าตัวเองรู้สึกยังไง



ส่วนหนึ่งเพราะคิดว่าผมแตกต่างกับเขามากเกินไป ผมตายไปแล้ว อายุก็เท่าพ่อของเขา แถมยังเป็นเพศเดียวกันอีกต่างหาก ไม่ว่าดูยังไงก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหันมาชอบผมกลับ ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะเก็บความรู้สึกนั้นลงไปให้ลึกให้ได้มากที่สุด



อีกประการหนึ่งคือผมกลัวว่าตัวเองจะต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนที่เคยผ่านมาเกือบสี่สิบปี จนกลายเป็นว่าผมเลยไม่กล้าพูด ไม่กล้าที่จะทำอะไรสักอย่าง



ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่ผมจะทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นมองนัยน์ตาเขา



“ธันชอบพี่ในฐานะคนรักใช่ไหม” ผมถามย้ำเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง พอเห็นเขาพยักหน้า ผมเลยยิ้มกว้าง



“งั้นต่อจากนี้พี่จะพยายามพูดความรู้สึกของตัวเองให้ฟังบ้างนะ”



------------------------------------------------------

 

[Talk]


*อ่านให้จบนะคะ เพราะอันนี้ตอบคำถามที่ทุกคนสงสัย ถ้ามีอะไรสงสัยนอกจากนี้ถามได้ค่ะ*


ในที่สุดก็ถึงฉากที่เราอยากเขียนสักที หลังจากอึดอัดมาหลายตอน


ยอมรับว่าที่ผ่านมามีคำถามหลายอย่างที่เราอยากตอบมาก แต่เราตอบไม่ได้เพราะมันค่อนข้างสปอยล์เนื้อเรื่อง ฉะนั้นต่อจากนี้ไปจะเป็นการตอบคำถามทั้งหมดที่เราพอจำได้นะคะ





Q - ปมงงมาก มีปมเยอะแยะไปหมดจนจำไม่ได้


A - เรื่องนี้มีปมหลักๆ ทั้งหมดสามอย่าง แต่ต้องแยกย่อยให้พี่เมษค่อยๆ จับได้ทีละอย่างค่ะ ทีนี้ลำดับการเกิดมันไม่เหมือนกัน ตอนเขียนเลยกลัวคนอ่านงงมากๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้T__T เพราะวางพล็อตมาแบบนี้แล้ว 


ยอมรับว่าเราฝีมือเขียนไม่ถึงพอด้วยค่ะ เรื่องนี้ปมเยอะที่สุดในบรรดาเรื่องที่เราเขียนมา แถมยังอุปสรรคเยอะมาก เขียนไปยังเครียดไปเลยค่ะ



1.ปมเรื่องการตายของพี่เมษ - จะมีช่วงที่ธันพูดเป็นทำนองว่าไปสืบเรื่องพี่เมษมา เช่นตอนที่ รู้วันที่ รู้ชื่อจริง(เผื่อมีใครงงว่าที่ป้ายหลุมมีเขียนวันเกิดไม่ใช่เหรอ อยากบอกว่าป้ายเชงเม้งไม่มีวันเกิดนะคะ เดี๋ยวจะเขียนตอบต่อไปค่ะว่าป้ายเชงเม้งมีเขียนอะไรบนป้ายบ้าง) / แล้วก็ตอนที่ธันยื่นรูปเจ้าสาวให้พี่เมษดูค่ะ สังเกตได้ว่าตอนนั้นธันจะค่อนข้างหงุดหงิดเพราะรู้ว่าพี่เมษโกหกว่าไม่มีญาติ แต่ก็ค่อยหายหงุดหงิดเพราะคิดว่าพี่เมษคงกลัวที่จะต้องไปเกิดใหม่


2.ปมเรื่องที่จะแต่งงาน  - ตรงจุดนี้มีบอกใบ้ตั้งแต่เรื่องทะเลาะกับพ่อแล้วเกี่ยวกับเรื่องพี่เมษ / ไปต่างประเทศแล้วได้กลิ่นน้ำหอม / บอกว่าจะไปถ่ายรูปที่ทะเล


3.ปมเรื่องที่ว่าทำไมธันถึงเห็นพี่เมษ (อันนี้ยังไม่เฉลยนะคะ แต่อยากตอบเหลือเกิน) เอาเป็นว่าเราเคยเขียนใบ้ไว้ว่า พี่เมษรู้สึกคุ้นๆกับกลิ่นน้ำหอมที่ธันใช้ / พี่เมษเคยรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งสมัยที่เคยเรียนด้วยกัน ที่เหลือให้ไปเดากันค่ะว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร55555555555 หรือจะรอก็ได้ค่ะเพราะอีกประมาณตอนหน้าหรือสองตอนก็น่าจะเฉลยแล้ว






Q - ป้ายเชงเม้งมีข้อมูลอะไรบ้าง ทำไมพี่เมษถึงดูงงตอนธันรู้วันเกิด


A - ป้ายเชงเม้งจะมีข้อมูลหลักๆแบ่งเป็นสี่ส่วนค่ะ (เป็นภาษาจีนทั้งหมด)


ที่อยู่ ภูมิลำเนาของผู้ตาย 


วันเดือนปีที่ตั้งหลุมศพขึ้นมา


ชื่อพ่อ/แม่


ชื่อและแซ้ของผู้ตาย


(แต่เราเพิ่มในบทพิเศษของธันไปว่าที่ป้ายหลุมมีเขียนว่าตายตอนอายุเท่าไหร่ลงไปด้วย ซึ่งอันที่จริงมันแล้วแต่ว่าตอนทำหลุมศพตั้งใจจะให้ใส่ข้อมูลอะไรลงไปบ้าง บางคนก็จะเขียนชื่อภาษาไทยลงไป แต่กรณีของพี่เมษไม่มีชื่อภาษาไทยเขียนที่หลุมค่ะ)





Q - ทำไมพี่เมษถึงไม่ไปเกิดใหม่


A - ประเด็นหลักคืออายุคดีความหมดแล้ว + คดีของพี่เมษเอาความผิดอะไรคนทำไม่ได้ค่ะ ปกติตามกฎหมายจะมีบทหนึ่งเขียนไว้ว่า "ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"


ตามเรื่องคืออาของพี่เมษปล่อยให้พี่เมษตาย (คือเดินเข้าไปดู แต่ไม่ช่วยเพราะเห็นว่าเป็นใคร) เลยอาจจะกลายเป็นโทษฐานฆ่าคนตายได้ ซึ่งอันนี้ต้องไปรอพิสูจน์คดีกันอีกที แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอายุคดีความหมด (ปกติคดีฆ่าคนตายมีอายุความ20ปีค่ะ)


อีกเรื่องคือกรณีของพี่เมษเป็นคดีที่เกิดจากโรคหัวใจ อาของพี่เมษจึงสามารถอ้างว่า ไม่รู้วิธีปั้มหัวใจ ก็รอดพ้นคดีได้ค่ะ 


ดังนั้นต่อให้คนทั้งหมดจะรู้ว่าอาของพี่เมษเคยทำความผิดมา แต่ก็เอาผิดอะไรไม่ได้ พี่เมษเลยต้องใช้ชีวิตเป็นวิญญาณไปเรื่อยจนกว่าจะหมดอายุขัย





Q - เรื่องคดีหมิ่นประมาทที่เขียนถึงในตอนนี้


A - เขียนดักไว้ก่อนกันงง คดีหมิ่นประมาทคือการใส่ความให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่การที่พูดคลุมเครือแบบคนอื่นฟังไม่รู้ว่าพูดถึงเรื่องอะไร ไม่นับว่าเป็นการหมิ่นประมาทค่ะ (ซึ่งธันใช้ช่องว่างของกฎหมายตรงนี้มาพูดจุดประเด็น ให้คนอื่นตามไปขุดคุ้ยเพราะความสงสัย ถ้าตัวเองโดนฟ้องหมิ่นประมาทขึ้นมา ยังไงศาลก็พิจารณาว่าไม่ผิดค่ะ ร้ายมาก)





Q - ทำไมธันดูฉลาด เก่งกว่าพี่เมษไปหมด


A - พี่เมษเองก็ฉลาดนะคะ อย่างตอนจับประเด็นเรื่องตอนแต่งงานได้รัวๆ แต่คนดำเนินเรื่องจริงๆเป็นธัน ดังนั้นไม่แปลกหรอกค่ะที่พี่เมษจะไม่รู้ ตามไม่ทัน


และเดิมทีเราเขียนให้ธันฉลาดกว่าพี่เมษ ในขณะที่พี่เมษเก็บความรู้สึกเก่งกว่าธัน เพื่อที่เวลาพี่เมษคิดอะไรหรือรู้สึกยังไง ธันจะได้รู้ค่ะ และพี่เมษเองจะได้ห้ามเวลาธันอารมณ์ร้อนด้วย5555555




------------------------------------------------



อีกหนึ่งเรื่องที่เราอยากทิ้งท้าย ที่ผ่านมาเราเลี่ยงที่จะไม่พูดมาตลอด แต่คิดมาสักระยะแล้วว่าเราไม่โอเคจริงๆค่ะ 


คนที่อ่านนิยายของเรา จะติ ชม คอมเม้นท์ยังไงเราก็เฉยๆ แต่เราไม่โอเคกับคนที่ด่าเราแล้วขึ้นคำหยาบว่า กู มึง เพราะเห็นว่าฉากจบไม่เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการเลยค่ะ ถ้าอย่างไรกรุณาเคารพการตัดสินใจของนักเขียนด้วยนะคะ 



ป.ล. อีกไม่กี่ตอนเรื่องนี้จะจบแล้วค่ะ


ป.ล.ล.ตอนเขียนๆก็นึกอยู่ว่ามีปมอะไรที่เราลืมไปไหม แต่คิดว่าไม่น่ามีแล้ว ถ้าเกิดยังสงสัยตรงไหนถามเลยค่ะ


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 393 ครั้ง

391 ความคิดเห็น

  1. #7110 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:25

    นั่นไงงง โล่งอกมากแล้วตอนนี้ เห้ออออออ

    #7110
    0
  2. #7083 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:58
    สะใจมากค่ะ5555 ส่วนผญ.ที่รู้จักกับเมษและธัน และเดาว่านาจะอายุไล่เลี่ยกับเมษด้วย น่าจะเป็นแม่ธันนะคะ เดาเอาค่ะ5555
    #7083
    0
  3. #7063 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 02:26

    สนุกจริงๆ หลังจากนี้คงต้องลุ้นกันอีกสักนิดเรื่องธันมองเห็นเมษ และทั้งสองคนสัมผัสกันได้ยังไงกัน มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้ทั้งคู่มาผูกพันกัน https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-08.png

    #7063
    0
  4. #7005 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 21:05
    ธันเกือบเสียพี่เมษไปแล้วนะเนี้ย
    #7005
    0
  5. #6974 Duennhow (@Duennhow) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 11:43

    อย่าบอกว่าเป็นแม่ธันนะ อุวววส์ บังเอิญเว่อร์

    #6974
    0
  6. #6933 jxrmp (@jxrmp) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 22:36
    หรือว่าผญ.คนนั้นจะเป็นแม่ของธันน
    #6933
    1
    • #6933-1 YOKKY0 (@Yokky121) (จากตอนที่ 25)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 22:35
      คิดเหมือนกันเลยค่ะ😉
      #6933-1
  7. #6925 Beom_0601 (@Beom_0601) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 09:15
    โหพล๊อตสุดยอดอ่ะค่ะ อ่านแล้วแบบบจบยังไงก็ได้
    #6925
    0
  8. #6896 phoukham (@phoukham) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 12:38
    หรึอที่พี่เมษคุ้นกับกลิ่นน้ำหอม แล้วก็ผู้หยิงคนนั้นที่เคยเรียนด้วยกันเค้าจะเป็นแม่ของน้องธัน
    #6896
    0
  9. #6882 anukool__ple (@anukool__ple) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 01:05
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะครับ
    #6882
    0
  10. #6719 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 11:47
    อหหหหหหห น้องธันเด็กน้อยลูกอมสามเม็ด โตเป็นหนุ่มแล้วร้ายกาจมากค่ะ
    #6719
    0
  11. #6686 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 13:16
    ยอมใจธันมากกสุดยอดดด
    #6686
    0
  12. #6675 phumai5555 (@phumai5555) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:52
    ดีใจที่ตัวเองไม่ถอดใจอ่านต่อมาถึงตอนนี้... ชอบการผูกปมของเรื่องที่ทิ้งคีย์ไว้ค่อยๆคลายตัวเอง เดาเรื่องไม่ถูก ขมปนละมุน ตามมาจากเรื่องเกิดใหม่เป็นไดอารี่ ไม่ผิดหวังที่เผลอจิ้มเข้ามาอ่านเเต่ติดเป็นตังเมรวดเดียวจบ สนุกจิงๆค่ะ
    #6675
    0
  13. #6666 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 12:07
    น้องธันเป็นประเภทสามารถร้ายกับทุกคน เพื่อจะรักเธอคนเดียวรึเปล่า ฮืออ ปรับอารมณ์ตามอยู่ค่าา
    #6666
    0
  14. #6638 whitelava blue (@bluelavaland) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 21:47
    ในที่สุด ก้อเข้าใจกันแว้วว
    #6638
    0
  15. #6626 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 21:25
    แม่ของธันใช่มั้ยเนี่ย ใช่แน่ๆเลยอ่ะ
    #6626
    0
  16. #6572 elic (@cassiopeia-fern) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 03:07
    แม่ของธันหนือเปล่าคะเนี่ย
    พี่เมษเคยบอกว่ารู้จักกับเพื่อนที่อยากเป็นผู้พิพากษานี่นะ
    ถ้าใช่ก็ไม่แปลกนะเพราะธันก็คงเรียนตามแม่
    #6572
    0
  17. #6552 Ilo_harlveen (@Ilo_harlveen) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 20:33
    ผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่ธันแน่เลย สู้ๆนะคะไรท์
    #6552
    0
  18. #6550 Theaeaeee (@Theaeaeee) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 18:55
    ตอนแรกจะร้องไห้แล้วนะคะ แบบแล้วหลังจากนี้พี่เมษจะเป็นยังไง อ่านมาถึงตอนนี้แล้วแบบอยากกอดปลอบไรท์ เขียนมาได้แบบสุดดด ฮือออ
    #6550
    0
  19. #6510 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 18:19
    ถ้าเป็นผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับเมษที่คิดก็เเม่ของธัน ซึ่งเมษเคยบอกว่ามีเพื่อนผู้หญิงที่เรียนกฎหมายเหมือนกัน
    #6510
    0
  20. #6503 PhantaSia_pf (@chanokprattana) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 16:46
    ทำไมพอปมเฉลยแล้วรู้สึกตัวเองโง่จังเลย 555
    #6503
    0
  21. #6482 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 17:38
    เฮ้~~ โล่งแล้วค่ะ หลังอึดอัดมานาน แบบอยากชูกำปั้นขึ้นฟ้าแล้วตะโกนว่า ในที่สุดดดด อย่างนั้นเลย วะฮ่าฮ่าฮ่า
    #6482
    0
  22. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:44
    โอยยยยย ลุ้นจนฉี่จะราดดดด ในที่สุดดด
    #6458
    0
  23. #6391 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 15:19
    เห้อออ โล่งอก
    #6391
    0
  24. #6360 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 18:39
    บอกเลยโครตตโล่งง555555555
    #6360
    0
  25. #6337 myyirbb:) (@dearthunthima) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 18:04
    จริงๆได้ขนาดนี้ก้ดีกับเราเหลือเกินแล้วฮืออทีแรกคิดว่าอะไรๆจะแย่ยิ่งกว่านี้อีกค่ะโล่งมานิดนึง;-;
    #6337
    0