เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 314,462 Views

  • 7,120 Comments

  • 18,088 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,874

    Overall
    314,462

ตอนที่ 26 : บทที่24 เชื่อใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32479
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 352 ครั้ง
    19 มิ.ย. 60


หลังจากวันนั้นเมื่อธันขับรถพาผมกลับมาส่งที่บ้านแล้ว หลายวันต่อมาก็แทบจะมีโทรศัพท์โทรเข้ามาหาเขาตลอด


 

ผมไม่ได้ถามว่าใครโทรเข้ามาเพราะพอจะเดาได้ ถึงอย่างไรก็คงไม่พ้นจากเรื่องในวันแต่งงานนั้น ทว่าเมื่อผ่านไปอีกวันก็ไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามาหาอีก แถมท่าทางของเขาดูจะสบายใจมากขึ้นด้วย


 

“เมื่อวันก่อนคุยกับใครน่ะ?”

 


ผมถามไปลอยๆ แต่พอเดาได้ในใจอยู่แล้วว่าเป็นใคร

 


คนในครอบครัวผมคงไม่สงบสติอารมณ์เร็วถึงขนาดโทรมาคุยได้ ฉะนั้นผมจึงคิดไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นพ่อของธัน

 


ดังนั้นสาเหตุที่ผมถามคำถามนี้จึงไม่ใช่ต้องการจะรู้ว่าธันคุยกับใคร แต่ต้องการที่จะเป็นการเปิดประเด็นเริ่มถามต่างหากว่าเขาคุยอะไรกับพ่อเมื่อวันก่อน

 


“พ่อน่ะครับ” ธันตอบผมด้วยน้ำเสียงเบาลง คลับคล้ายกับว่าเขาจับประเด็นที่ผมต้องการจะถามได้ จึงพูดต่อ “พ่อโทรมาถามว่าทำไมวันนั้นผมถึงทำแบบนั้น แต่พอให้เหตุผลไป พ่อผมก็ไม่ได้พูดอะไรแล้ววางสายไปเลย”

 


ผมเลิกคิ้วกับคำพูดของเขา กำลังนึกอยู่ว่าธันให้เหตุผลแบบไหนกับพ่อไป จะบอกว่าทำเพื่อแก้แค้นให้กับผีที่ตัวเองมองเห็นคงไม่น่าใช่ “แล้วให้เหตุผลไปว่ายังไงล่ะ?”

 


“คือว่าเรื่องมันค่อนข้างยาว..” พอธันพูดมาถึงตรงนี้เขาก็หยุดและเงียบไปสักพักหนึ่ง “ผมบอกเขาไปว่าจริงๆเจ้าสาวไม่ได้ตั้งใจว่าจะแต่งงานกับผมตั้งแต่แรก ทำนองว่าเธอถูกบังคับมาน่ะครับ”

 


“แล้ว?” ผมถามต่อพลางนึกถึงเรื่องงานแต่งงานในวันนั้นขึ้นมา

 


อันที่จริงแล้วผมก็รู้สึกว่าธันทำไม่ถูกบางส่วนที่ไปทำให้เจ้าสาวอับอาย ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ชอบครอบครัวของตัวเอง แต่ผมคิดว่ามันไม่ถูกที่ไปแก้แค้นกับคนที่ไม่ได้ผิดแบบนั้น

 


ฉะนั้นเมื่อลองมาทบทวนดู ผมเลยคิดว่าเรื่องรูปถ่ายที่น้ำตกนั่นไม่น่าใช่ความบังเอิญ แถมเขาหายไปตั้งชั่วโมงกว่ากับการแค่ถ่ายรูปเดียว ผมว่ามันออกจะแปลกไปหน่อย

 


แต่ผมไม่รู้ว่าเขาตั้งใจจะโกหกเพราะขี้เกียจพูดหรือว่าไม่อยากให้ผมรู้กันแน่

 


ธันเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา ท่าทางของเขาดูเหมือนกับจะขี้เกียจเล่าหรืออธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น “ตอนที่ไปพบหน้าเจ้าสาวครั้งแรก เธอเป็นคนพูดกับผมก่อนเลยว่าไม่อยากแต่งงาน”

 


“แล้วไงต่อ..?”

 


“ก็อาพี่บังคับให้แต่งไงครับ”

 


“ทำไมล่ะ?”

 


ผมถามเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันออกจะแปลกไปหน่อย จริงๆ ถ้าทั้งสองคนไม่อยากแต่งงานกัน ผมก็คิดว่าอาของผมไม่น่าจะบังคับอะไรได้ขนาดนั้น

 


“ตอนที่ไปต่างประเทศ เขาว่าผมไปมีอะไรกับหลานสาวเขาแล้วมาบังคับ พอเจ้าสาวช่วยพูดแก้ความเข้าใจผิด อาของพี่ก็ไม่ฟัง หาว่าหลานตัวเองช่วยแก้ตัวให้ผม”

 


มิน่าล่ะ ทำไมวันนั้นเขาถึงว่าอาของผมดื้อด้าน

 


ผมฟังเฉยๆ ไม่ได้ออกความเห็นหรือแสดงอาการแปลกใจอะไร เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ไม่ยาก

 


ปกติอาของผมก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว พอเป็นเรื่องผลประโยชน์ตัวเองแล้วก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

 


“แล้วไปมีอะไรจริงหรือเปล่า?”

 


ธันถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ไม่รู้ว่าเพราะคำถามเมื่อครู่หรือสีหน้าของผมกันแน่ “พี่คิดว่ายังไงครับ?”

 


โอเค ผมข้ามประเด็นนี้ไปทันที “แล้ว..?”

 


“หลังจากนั้นเขาก็บังคับให้ผมไปที่ทะเลกับเจ้าสาวทำนองว่าเหมือนไปพรีเว็ดดิ้งกัน ผมกับเจ้าสาวก็หาวันที่ไปด้วยกันได้ ทำเหมือนไปด้วยกัน แต่พอเอาเข้าจริงแล้วก็แยกกันไปคนล่ะทาง”

 


พอฟังมาถึงตรงนี้ผมก็เริ่มที่จะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว แสดงว่าเรื่องรูปถ่ายที่น้ำตกนั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงด้วย

 


“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงต้องถ่ายภาพวิวไปด้วย”

 


“ก็เป็นหลักฐานว่าไปจริงไงครับ ส่วนรูปที่ถ่ายพรีผมก็อ้างว่าอยู่กับช่างกล้อง”

 


ผมหยุดคิดไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อ

 


“แล้วพ่อหรือคนอื่นไม่สงสัยเหรอว่าทำไมถึงไม่ถ่ายรูปตัวเองกับเจ้าสาวมา”

 


“อันนั้นผมบอกเขาว่าตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ในวันงานครับ”

 


ผมเกือบจะหลุดหัวเราะออกมากับคำพูดนั้น แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้แล้วถามต่อ

 


“แล้วตอนที่น้ำตกนั่นล่ะ?”

 


“ตอนแรกผมเดินเข้าไปทักเจ้าสาวเฉยๆ” ธันว่าก่อนที่จะหยุดไปสักพักหนึ่ง “เธอเลยบอกให้ผมช่วยถ่ายรูปให้หน่อย พอถ่ายไปถ่ายมาผมนึกวิธีนี้มาได้เลยเล่าให้เธอฟัง”

 


ผมก็คิดอยู่ว่าทำไมแค่ถ่ายรูปถึงหายไปนานเกือบตั้งชั่วโมงกว่า ที่แท้นอกจากจะถ่ายรูปแล้วสองคนนี้ยังไปคุยต่อด้วย

 


“แล้วเจ้าสาวว่าไง”

 


“ก็ไม่ยอมสิครับ ใครจะยอมให้ตัวเองอับอายกัน” ธันหัวเราะก่อนที่จะเดินมานั่งที่ข้างๆ “แต่ว่าถ้าทำให้ผมเสียชื่อเสียง ถึงงานแต่งครั้งนี้จะยกเลิก ยังไงเจ้าสาวก็ต้องแต่งกับคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ต่อ ไปๆ มาๆ เธอเลยเป็นคนอาสาเองครับ”

 


“เจ้าสาวคนนั้นกล้าดีนะ”

 


ผมออกความเห็นแบบตรงไปตรงมา จะมีกี่คนที่ยอมให้ตัวเองเสียชื่อเสียงหรืออับอายเพื่อแต่งงานกับใครสักคนกัน

 


ยิ่งนึกถึงสีหน้าซีดผาดของเธอในวันงานแต่งงานนั้น ผมก็คิดว่าเจ้าตัวคงเตรียมใจมาพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นในใจลึกๆ ก็คงกลัวอยู่ดี

 


น่าเสียดายที่ผมตายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นผมคงพยายามช่วยสุดชีวิตให้เธอไม่ต้องแต่งงานแน่ๆ

 


“แล้วรูปแค่นั้นถึงเอาไปถอนหมั้นกับอา อาของพี่ก็คงไม่ยอมอยู่ดี เลยตั้งใจจะใช้ให้สื่อเป็นตัวบีบให้อายอมปล่อยเจ้าสาวแต่งกับคนที่เธอชอบครับ” เมื่อธันเอ่ยจบก็หยุดพักไปครู่หนึ่ง “ส่วนเรื่องแก้แค้นอะไรนั่น ระหว่างที่คุยกับเธอ ผมก็นึกขึ้นมาได้พอดี รวมๆ แล้วเราทั้งสองคนออกจะได้ผลประโยชน์ทั้งคู่ ก็เลยตกลงร่วมมือกัน”

 


“แต่ว่าคนคงขุดคุ้ยไปทางเรื่องเจ้าสาวมากกว่ามั้ง” ผมเอ่ยเมื่อฟังจนจบ ถึงจะรู้สึกว่าได้ผลประโยชน์ทั้งคู่จริงๆ ก็เถอะ แต่สุดท้ายเหมือนผมรู้สึกว่าฝั่งเจ้าสาวจะเสียเปรียบเป็นหลักมากกว่า

 


“ความขี้สงสัยของคนมีเยอะกว่านั้นอีกครับ” ธันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “พอเขาขุดคุ้ยเรื่องเจ้าสาวจนเบื่อ เดี๋ยวเขาก็ไปขุดประเด็นอื่นมาต่ออยู่ดี”

 


ในตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจในความหมายของคำพูดนั้น แต่ก็แค่พยักหน้ารับไปเฉยๆ แล้วเงียบเพราะต้องการใช้ความคิดเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมด

 


ที่จริงผมไม่เคยคิดว่าเรื่องมันจะลงเอยมาแบบนี้ รวมทั้งไม่เคยคิดด้วยว่าโลกมันจะกลมขนาดนั้น แต่ทุกอย่างก็เป็นไปแล้วจริงๆ ดูเหมือนว่าความบังเอิญจะมีมากกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก

 


ถ้าชีวิตของผมมีความบังเอิญแบบนั้นบ้างก็คงจะดี

 


ชีวิตของผมที่ผ่านมามีแต่ตกต่ำลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเคยแย่หรือผิดหวังอย่างไรตั้งแต่เกิดมา จนผ่านมาเกือบสามสิบปีก็ยังคงแย่ลงอยู่อย่างนั้น

 


มันไม่เคยดีขึ้น ไม่เคยมีเรื่องบังเอิญ และไม่เคยมีโชคดี

 


ผมจึงไม่เคยเชื่อเลยว่าความบังเอิญหรือปาฏิหาริย์ใดๆ ทั้งสิ้นจะมีจริง ดังนั้นชีวิตของผมที่ผ่านมาเลยไม่ต่างอะไรกับทะเลทรายแห้งแล้งที่กว้างขวางมองไม่เห็นจุดจบและไร้ซึ่งความหวัง

 


แต่ธันเป็นคนดึงผมออกมาจากทะเลทรายที่ไร้จุดจบนั่น เขาโยนน้ำให้ผมเพื่อต่อชีวิต รวมทั้งทำให้ชีวิตของผมมีความหมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 


จวบจนกระทั่งรู้สึกตัวอีกทีผมถึงพบว่าตัวเองตกหลุมรักเขาไปแล้วอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

 


ในระหว่างที่ผมเงียบไปนั้น ธันก็ขยับเข้ามาใกล้ ใกล้จนผมแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายขยับมานั่งติดกับผมตั้งแต่เมื่อไหร่ กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ธันพูดขัดความคิดขึ้นมานั่นแหละ

 


“พี่เมษบอกว่าจะพูดความรู้สึกให้ฟัง” ธันว่าขณะที่ขยับหน้าเข้ามาใกล้ “พี่ก็บอกรักผมหน่อยสิครับ ผมอยากได้ยิน”

 


ผมหยุดคิดเรื่องราวทั้งหมดก่อนจะหันมามองใบหน้าอีกฝ่าย

 


น่าแปลกที่ในตอนนั้นผมก็พูดออกมาได้เต็มปาก แต่พอจะให้มาพูดบอกรักแบบลอยๆ แล้วผมกลับไม่กล้าพูดขึ้นมากะทันหันเสียอย่างนั้น

 


คงเพราะเดิมทีผมไม่ใช่คนที่ชอบพูดเกี่ยวกับเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก หรือความต้องการของตนเอง ครั้นพอจำเป็นต้องมาพูดเกี่ยวกับความรู้สึกตัวเองผมก็รู้สึกประหม่าขึ้นมา

 


ชั่วขณะหนึ่งบรรยากาศรอบข้างตกสู่ความเงียบ ผมมองไปรอบๆ เพราะไม่กล้าสบตากับเขา ส่วนธันก็ไม่พูดเร่งหรือขัดอะไรคลับคล้ายกับว่ากำลังอดทนรอ

 


ผมกลั้นหายใจก่อนจะเอ่ยตัดบท

 


“ไม่พูดตอนนี้ได้ไหม?”

 


“ไม่พูดตอนนี้แล้วจะพูดตอนไหนล่ะครับ? บอกวันที่กับเวลามาเลยผมจะได้จดเอาไว้”

 


ผมถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้นเข้าไป

 


“ว่าไงครับ?” ธันยิ้มในขณะที่ยังคงขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งผมขยับตัวถอยหลัง เมื่อเริ่มหาทางหนีต่อไม่ถูก

 


ครั้นพอรู้สึกตัวอีกทีร่างกายของผมก็แทบจะแนบชิดติดกับโซฟาแล้ว

 


ผมคิดในหัวอย่างรวดเร็วว่าควรจะทำอย่างไรดีถึงจะหนีไปจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ได้ ทว่ากลับนึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากหันหน้าหนี แต่ถ้าเป็นแบบนั้นคงเปิดโอกาสให้เขาจับร่างกายของผมได้พอดี

 


ทว่าเมื่อธันขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนผมรับรู้ได้ถึงลมหายใจ ผมก็รีบพูดปรามออกไปอย่างรวดเร็วทันที

 


ถึงผมจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีวันแตะต้องตัวผมได้ตราบใดที่ผมไม่ได้หลับตาลงหรือหันหน้าหนี แต่เพราะปกติแล้วไม่เคยมีใครรุกล้ำเข้าพื้นที่ส่วนตัวของผมขนาดนี้มาก่อน เลยทำให้ในตอนนั้นผมไม่ทันได้ฉุกคิดถึงความจริงข้อนี้

 


“พะ..พอได้แล้ว!” ผมรีบห้ามเมื่อใบหน้าอีกฝ่ายใกล้เข้ามาจนเหลืออยู่อีกแค่ไม่กี่นิ้ว ก่อนจะพูดอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอพูดอะไรแปลกๆ ออกไป “ถ้าอยากพูด เดี๋ยวพี่ก็พูดเองนั่นแหละ”

 


ธันมองใบหน้าของผมชั่วอึดใจแล้วค่อยผละตัวออกมานั่งดีๆ พอเห็นท่าทางผิดคาดนั้นผมก็ค่อยผ่อนลมหายใจลง

 


คงเพราะตอนแรกผมไม่นึกว่าธันจะยอมฟังคำพูดของผมด้วย

 


“งั้นไว้ถ้าพี่อยากพูดเมื่อไหร่ ก็พูดออกมานะครับ”

 


พอได้ยินเสียงที่อ่อนลงกับท่าทางที่ผิดคาดนั้นแล้ว ผมก็รู้สึกผิดขึ้นมา แต่เพราะมีเรื่องค้างคาใจและความกลัวอยู่อีกหลายอย่าง ผมจึงยังไม่กล้าที่จะพูดความรู้สึกของตัวเองออกไปทีเดียว

 


อันที่จริงแล้วในใจลึกๆ ผมรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่ธันไม่รำคาญผม ขนาดบางครั้งผมยังรำคาญตัวเองเลยที่คิดอะไรแล้วไม่กล้าพูดออกมาเพราะกลัวว่าทุกอย่างจะพัง

 


ในระหว่างที่บรรยากาศเริ่มอึดอัด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทันทีที่ธันขยับตัวลุกขึ้นไปจากโซฟา บรรยากาศอึดอัดก็หายไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก ผมถอนหายใจก่อนจะชะโงกหน้ามองไปยังที่ประตู

 


ทว่าเมื่อได้เห็นว่าคนที่เคาะประตูนั้นเป็นใคร ผมถึงกับทำตัวไม่ถูก

 


พ่อของธัน..

 


ผมเห็นว่าอีกฝ่ายถือซองสีน้ำตาลมาในมือด้วย เขาวางซองเอกสารลงบนมือของธัน ก่อนจะพูดทิ้งท้ายไว้แล้วเดินจากไป

 


“ก่อเรื่องแล้วก็รับผิดชอบด้วย”

 


ผมชักสังหรณ์ใจว่าเอกสารในซองนั่นคงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไรนัก

 


………………………………..

 


……………………..

 


………………..

 


แล้วก็เป็นอย่างที่ผมคิดเอาไว้ไม่มีผิด

 


ธันถือซองเอกสารมาแล้วแกะ ทว่าทันทีที่ได้เห็นว่าเป็นอะไรเขาก็นิ่งไปสักพัก

 


“อะไรน่ะ?” ผมถามเขาพลางชะโงกหน้าไปดู พอเห็นว่าเป็นหมายเรียกจากทางตำรวจ ผมก็หยุดคิดไปครู่หนึ่ง

 


ดูเหมือนที่อีกฝ่ายขู่ว่าจะฟ้องหมิ่นประมาทนี่คงไม่ใช่เรื่องพูดเล่นเสียแล้ว

 


ปกติแล้วหากต้องการจะดำเนินคดี จะต้องเริ่มจากการไปแจ้งความกับทางตำรวจก่อน เมื่อแจ้งความเสร็จตำรวจก็จะส่งหมายเรียกให้ผู้ต้องหามานัดเจอ

 


ซึ่งส่วนมากตำรวจมักจะให้ไกล่เกลี่ยก่อนในกรณีที่เป็นคดียอมความได้อย่างหมิ่นประมาทหรือฉ้อโกง แต่ถ้าผู้กล่าวหาไม่ยอมหรือหาข้อสรุปของคดีไม่ได้ ตำรวจก็จะเขียนสรุปสำนวนแล้วส่งให้อัยการอีกที

 


แต่ผมคิดว่าครอบครัวของตัวเองไม่ยอมไกล่เกลี่ยให้จบแค่นั้นแน่ เผลอๆ คงจะเอาขึ้นศาลให้ได้ ในเมื่อลงทุนไปแจ้งความไว้ถึงขนาดนี้แล้ว

 


ผมหยุดคิดแล้วหันมามองคนข้างกาย หลังจากที่ธันนิ่งไปสักพักและไล่อ่านข้อความทุกอย่างจนครบหมดแล้ว เขากลับหัวเราะออกมา

 


“ไม่กลัวหรือไง?” ผมถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ คงเพราะไม่ค่อยรู้สึกแปลกใจเท่าไหร่กับปฏิกริยาของเขาสักเท่าไร

 


“ผมทำงานด้านนี้นะครับ ถึงจะเป็นผู้พิพากษาก็ต้องเก็บอายุงาน ยังไงอนาคตก็ได้ขึ้นศาลอยู่แล้ว”

 


“ก็ใช่ แต่ไม่มีใครขึ้นศาลทันทีหลังเรียนจบเสียหน่อย” ..แถมยังเป็นคดีของตัวเองอีกต่างหาก ผมเอ่ยออกไปครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งที่เหลือผมไม่พูดเพราะถือว่ารู้กันอยู่แล้ว

 


ธันหัวเราะหน่อยๆ กับคำพูดผม แต่ก็ไม่ได้พูดหรือเถียงอะไรต่อ พอเห็นท่าทางที่คล้ายกับว่าไม่ได้แยแสของเขาแล้ว ผมก็ถอนหายใจออกมา

 


น่าแปลก หลังจากได้ฟังทั้งหมด ผมก็ไม่รู้สึกกังวลเรื่องของเขาอีกต่อไป แต่กลับอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อแล้วธันจะทำอะไรต่อไป

 


หรือคงเพราะในใจลึกๆ ผมเริ่มเชื่อใจธันมากขึ้นแล้วก็เป็นได้

 


-------------------------------------------------------------------------------

 

[Talk]


สวัสดีค่ะ 


ก่อนอื่นขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจมากนะคะ ทั้งคนที่ทักมาหลังไมค์แล้วก็คนที่ทิ้งช่องทางติดต่อไว้ให้ 


แต่มันเป็นเรื่องที่เราเล่าให้ใครฟังไม่ได้จริงๆค่ะ เหมือนคิดมากอยู่คนเดียว เลยไม่ได้เล่าอะไรให้ใครฟังเลย ถึงยังไงก็ขอบคุณและขอโทษด้วยนะคะ




ส่วนเรื่องตอน เราสังหรณ์ใจกลัวว่าตอนหน้าจะไม่จบ แล้วต้องยืดเป็นตอนที่26มากค่ะ.... อย่าเพิ่งเบื่อกันก่อนนะคะ 


ตอนต่อไปอาจจะมาอัพช้า เพราะเราติดธุระหลายเรื่องค่ะ






จากตอนที่แล้วที่เราเขียนว่า




Q - ทำไมพี่เมษถึงไม่ไปเกิดใหม่


A - ประเด็นหลักคืออายุคดีความหมดแล้ว + คดีของพี่เมษเอาความผิดอะไรคนทำไม่ได้ค่ะ ปกติตามกฎหมายจะมีบทหนึ่งเขียนไว้ว่า "ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่น แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"


ตามเรื่องคืออาของพี่เมษปล่อยให้พี่เมษตาย (คือเดินเข้าไปดู แต่ไม่ช่วยเพราะเห็นว่าเป็นใคร) เลยอาจจะกลายเป็นโทษฐานฆ่าคนตายได้ ซึ่งอันนี้ต้องไปรอพิสูจน์คดีกันอีกที แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอายุคดีความหมด (ปกติคดีฆ่าคนตายมีอายุความ20ปีค่ะ)




ต้องแก้เป็น คือเดินเข้าไปดู แล้วช่วยปั้มหัวใจ แต่พอเห็นว่าเป็นใครจึงไม่ช่วยนะคะ (ยอมรับว่าตอนที่แล้วเราเบลอมาก อย่าด่าเราเลยค่ะ..orz) เพราะถือว่าตัวเองมีหน้าที่ที่ต้องกระทำ แต่ละจากหน้าที่นั้นมา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 352 ครั้ง

543 ความคิดเห็น

  1. #7111 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:20

    ร้ายกาจจจ ชักเป็นห่วงเมษแล้วสิ

    #7111
    0
  2. #7084 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:34

    ชอบบบบบ คือเรื่องนี้มันไม่ได้หวานมากมายหรือขมอะไรอนาดนั้น มันกำลังกลมกล่อมเหมือนช็อคโกแลตร้อน(?)ที่หวานนิดๆขมหน่อยๆ แบบหน่วงนิดๆฟินหน่อยๆ กำลังพอดี
    #7084
    0
  3. #7065 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 01:13

    มีแต่คนต้องกลัวผี งานนี้ผีต้องกลัวคนแทนแล้วล่ะเมษ ธันทั้งเจ้าเล่ห์และร้ายกาจมาก https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-08.png

    #7065
    0
  4. #7006 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 21:13
    ธันโคตรเจ้าเล่ห์เลย
    #7006
    0
  5. #6720 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 12:09
    น้องธันรว้ายรว้าย
    #6720
    0
  6. #6687 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 13:30
    เอาให้หนักไปเลยธันนน
    #6687
    0
  7. #6667 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 12:13
    จัดให้หนักค่ะ คนเห็นแก่ตัวแบบนั้น ฮึ่มๆ!
    น้องธันอย่าลืมทวงนะ ให้พี่เขาพูดว่ารักให้ได้
    #6667
    0
  8. #6627 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 21:35
    โอ้ยยยยยยยยยธันร้ายสุดในเรื่องแล้ว55555555 ไม่ต้องห่วงธันแล้วตอนนี้รอสมน้ำหน้าบ้านพี่เมษได้เลย555555
    #6627
    0
  9. #6412 PMF1603 (@PMF1603) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 18:33
    ไรท์คะ มันดีมากกกๆๆๆๆๆๆๆๆ คือเราชอบอ่ะ มันไม่ได้หวานมาก ไม่ได้ขมมาก มีความละมุนนีอยู่ด้วย อ่านไปไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลย อาจจะมีหน่วงบ้างอะไรบ้าง แต่อ่านได้เรื่อยๆอ่ะ คือดี
    #6412
    0
  10. #6411 PMF1603 (@PMF1603) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 18:33
    ไรท์คะ มันดีมากกกๆๆๆๆๆๆๆๆ คือเราชอบอ่ะ มันไม่ได้หวานมาก ไม่ได้ขมมาก มีความละมุนนีอยู่ด้วย อ่านไปไม่ได้รู้สึกอึดอัดเลย อาจจะมีหน่วงบ้างอะไรบ้าง แต่อ่านได้เรื่อยๆอ่ะ คือดี
    #6411
    0
  11. #6362 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 21:04
    ฮือออจะจบยังไง๊งง ลุ้นอ่ะเขาจะเป็นงี้ต่อๆไปช่ะไหมถ้าเรื่องจบโฮกกก
    #6362
    0
  12. #6197 SUGA! YES, PLEASE♡ (@raindropingx) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 00:39
    ตอนแรกกังวลใจที่เห็นหมายนะคะเนี่ย แต่พอเห็นเจ้าทันทำท่าทีไม่แยแสแล้วนี่ก็เชื่อใจตามพี่เมษทันทีเลยค่ะ
    ฮืออออ
    เราชอบความแฟนเด็กก็งี้ ตอนน้องธันจี้พี่เมษนี่แบบ โสดยวกตหัไนไึกรๆยกียก่กยกากคกรำ่นก่กนไรกร แง เขินมากกกก ไอเลิ้บน้องธันค่ะ แงง
    #6197
    0
  13. วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 10:05
    ธันสู้ๆ
    #6182
    0
  14. #6076 Melinnnnnnn (@aboutMyWings) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 00:54
    ธันมันร้ายยยยยยยย
    #6076
    0
  15. #5985 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 05:46
    โอ๊ยยย ชอบธันมากฉลาดร้ายกาจมาก 5555 แบบ...มองแค่ภายนอกเหมือนดูไม่มีอะไรนะ...เรียบๆ...นิ่งๆ...สุภาพ...อ่อนโยน แต่จริงๆแล้วนี่มาเหนือมากกกกก ฉลาดมาก ร้ายกาจ เหนือเมฆไปอีกกก โอยยยชอบบบที่สุด มีพระเอกไม่กี่เรื่องนะคะที่จะแต่งได้แบบชอบและถูกใจเราจริงๆอะ แบบนี้

    คาแร๊กเตอร์ของธันนี่ไรท์ออกแบบมาได้ถูกใจและน่าสนใจมากๆออกแบบมาดีจริงๆ ปกติอ่านเรื่องอื่นส่วนมากจะเจอแต่พระเอกที่ไม่ถูกใจเราเลยสักนิดซึ่งมีเป็นส่วนมากกด้วยเจอมาหลายเรื่องที่พระเอกไม่ถูกใจและจะชอบเลิกอ่านไปกลางคัน 55555 แต่เรื่องนี้ชอบคาแร๊กเตอร์พระเอกจริงๆค่ะ นางมาเหนือ ฉลาด เล่ห์ไปอีกก

    ชอบการดำเนินเรื่องด้วย การผูกปมและคลายปมต่างๆได้น่าติดตามและน่าสนใจตลอด ทำให้ร่วมลุ้นร่วมเอาใจช่วยไปกับตัวละครด้วยว่าจะเป็นยังไงจะทำยังไงต่อ เอาตรงๆเดาไม่ออกเลยว่าจะไปทางไหน แต่พอเฉลยทีนี่รู้สึกโล่งอกมาก จากที่อึดอัดอัดอั้นมานานหลายตอน
    #5985
    0
  16. #5969 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 19:05
    แผนซ้อนแผนไปอีก กลายเป็นว่าร่วมมือกับฝ่ายหญิงซะงั้น ธันฉลาดแกมโกงเกินไปละ พี่เมษจะตามทันมั้ย
    #5969
    0
  17. วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 17:41
    น้องดูร้าย นางน่าจะมีแผนอยู่แล้ว
    #5919
    0
  18. #5554 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 00:03
    นี้มาอ่านต่อเพราะไรท์อัพตอนจบนี้อ่านตอนที่หยุด 3-4 ตอนเพื่อไม่ให้ตัวเองค้างแล้วเม้นทีเดียว โอ๊ยโล่งค่ะ
    #5554
    0
  19. #5536 sofar_fa (@fafar4840) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 23:56
    จะจบแล้วหรอ? ใจหายเลยอ่ะ เร็วจัง
    แต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าไม่ว่าจะจบยังไงก็จะยอมกับทุกอย่าง แค่พี่เมษกับธันมีความสุขเราก็โอเคค่ะ
    สู้ๆงับ ^^
    #5536
    0
  20. #5535 Jo Joly (@jo-joly) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 11:29
    ไม่เบื่อเลยค่ะ สู้ๆนะคะ?
    #5535
    0
  21. #5534 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 00:09
    ว้าาาาา ทำไมเมษไม่ยอมบอกรักธันสักทีนะ ธันอุตสาห์ชัดเจนแล้ว ว่าแต่หมายเรียกนั่นธันไม่คิดจะกลัวหน่อยหรอ หรือมันจะไม่น่ากลัวจริงๆ
    //สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #5534
    0
  22. #5532 HMMie (@cemmy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 23:40
    สู้ๆนะคะ หนูเป็นกลจ.ให้
    #5532
    0
  23. #5506 junjun (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 22:25
    ไม่รู้ว่าไรท์คิดมากเรื่องอะไร แต่เดี๋ยวมันก็ผ่านไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ ^^

    ใกล้จะจบแล้วแต่ไม่อยากให้จบเลยค่ะ ถึงจะอยากรู้ตอนจบมากก็เถอะ 55555

    ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ ^___^
    #5506
    0
  24. #5503 Bussarakamaa (@Bussarakamaa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 00:49
    พอเห็นนิยายเรื่องนี้อัพน้ำตาแทบไหลเลยไรท์ขร้าาาาา มันดีต่อใจหนูจริงๆ
    #5503
    0
  25. #5502 lopenav (@lopenav) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 21:16
    คนเขียนสู้ๆนะคะ ทำออกมาได้ดีมากเลย
    #5502
    0