เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 313,017 Views

  • 7,118 Comments

  • 17,959 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,429

    Overall
    313,017

ตอนที่ 27 : บทที่25 คำถามกับคำตอบ [จบ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26819
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 385 ครั้ง
    3 ก.ค. 60



หลังจากวันที่มีหมายเรียกส่งมาถึงที่บ้าน ไม่นานนักหลังจากที่ไปให้การสอบสวน อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาหมายศาลก็ตามมาติดๆ

 


ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ธันแทบจะไม่มีเวลาว่างหรืออยู่บ้านเลยแม้แต่น้อย ขนาดเวลาจะจัดห้องให้เป็นระเบียบก็ยังไม่มี ไม่นานนักห้องนอนที่เคยสะอาดตาก็เริ่มกลับมารกและเต็มไปด้วยเอกสารอีกรอบ

 


มีบางครั้งบ้างที่ผมไปช่วยเก็บเอกสารให้เป็นที่เป็นทางหรือทำความสะอาดห้องให้ แต่ก็ไม่กล้ายุ่งย่ามหรือเคลื่อนย้ายที่เอกสารมากนักเพราะกลัวว่าถ้าธันมาหาตอนเร่งด่วนจะไม่เจอ

 


ชีวิตของผมแทบจะไม่มีอะไรทำเพิ่มเติมนอกจากการทำความสะอาดบ้าน อ่านหนังสือ ทำอาหารหรือนั่งอยู่เป็นเพื่อนเขา ถึงจะดูน่าเบื่อไปหน่อยแต่ส่วนตัวผมก็ไม่ได้คิดว่ามันแย่อะไร

 


หลังๆ ธันเหมือนจะกลัวผมเบื่อเลยสอนวิธีการเปิดเครื่องเกมให้ หลังจากที่เปิดเครื่องเป็นผมก็แทบจะนั่งติดอยู่กับหน้าจอทีวีตลอด ในขณะที่เขาเห็นว่าผมเปิดเกมเมื่อไหร่ก็จะไม่เข้ามายุ่มย่ามหรือส่งเสียงบอกให้รู้ตัว ส่วนหนึ่งคงเพราะกลัวผมทำจอยหล่นด้วย

 


เวลาดำเนินแบบนี้ไปได้หลายวัน จนกระทั่งเมื่อบิลค่าไฟออก ธันก็หน้าถอดสีทันทีที่เห็นจำนวนเงินท้ายใบเสร็จ

 


“พี่ครับ..คือผมคิดว่าพี่ติดเกมมากเกินไปแล้ว” ธันว่าด้วยน้ำเสียงกล้ำกลืน ก่อนจะหยิบใบเสร็จค่าไฟยื่นมาตรงหน้า “ตั้งแต่พี่ติดเกมค่าไฟก็พุ่งขึ้นมาเกือบพันกว่าบาท”

 


ผมมองตามบิลค่าไฟแล้วพูดอะไรไม่ออก

 


ในใจธันคงอยากตะโกนถามผมแทบตายว่าทำยังไงให้ค่าไฟเด้งขึ้นมาได้เกือบตั้งพันบาท แต่เพราะยังยั้งสติไว้ได้ทันจึงไม่ได้ตะคอกใส่

 


“ขอโทษ” ผมพูดด้วยความรู้สึกผิด พลางรู้สึกกระอักกระอ่วนเหมือนคนจมน้ำ

 


ปกติแล้วแค่เปิดทีวีตลอดทั้งวันไม่ทำให้ค่าไฟพุ่งขึ้นมาสูงขนาดนี้ แต่เพราะว่าเครื่องเกมที่ซื้อมาเป็นรุ่นเก่าจึงระบายความร้อนได้ไม่ดีพอ

 


ดังนั้นถ้าเปิดเครื่องไว้ในที่ร้อนๆ อาจจะเกิดอาการโอเวอร์ฮีทแล้วเครื่องเกมดับไปเลย ฉะนั้นทุกครั้งเวลาที่เปิดเกมเลยจำใจต้องเปิดแอร์ตามไปด้วย

 


ปกติแล้วถึงจะใช้ไฟหนักขนาดไหน แต่อยู่กันสองคนก็ไม่เคยค่าไฟขึ้นถึงสองพัน มีแค่เดือนนี้เท่านั้นที่ผมเริ่มติดเกมหนักๆ ค่าไฟเลยพุ่งพรวด ดังนั้นจึงเดาสาเหตุได้ไม่ยากอยู่แล้วว่าตัวการที่ทำค่าไฟแพงขึ้นเป็นใคร



ในยามนั้นผมรู้สึกผิดจนไม่กล้าสบตามองเสียด้วยซ้ำ

 


มีอยู่หลายครั้งที่ผมเองก็ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นแค่ผู้อยู่อาศัย แถมยังแทบจะไม่ได้ทำประโยชน์หรือช่วยจ่ายเงินให้ แต่ยังมาผลาญเงินแบบหน้าด้านๆอีก ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากการมาเกาะคนอื่นอาศัยอยู่เลยแม้แต่น้อย

 


หลังจากที่คิดอยู่สักพักหนึ่งว่าสามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายในเรื่องอะไรได้บ้าง ผมก็เสนอออกมา

 


“เดี๋ยวต่อจากนี้จะช่วยทำความสะอาดบ้านช่วยชดเชยค่าไฟให้”

 


“แค่นั้นหรือครับ?”

 


ผมมองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้อีก ก่อนจะเอ่ยออกไปช้าๆ “เดี๋ยวทำอาหารให้ทุกมื้อด้วย”

 


“สัญญาแล้วนะครับ”

 


พอจบประโยคนั้นใบหน้าของธันก็ดูอารมณ์ดีขึ้นในพริบตาราวกับสีหน้าลำบากใจเมื่อครู่เป็นเรื่องโกหก

 


ผมสูดลมหายใจมองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่หัวเราะหรือร้องไห้ไม่ออก เหมือนตัวเองตกหลุมบางอย่างเข้าอย่างจัง แต่ก็ไม่เก็บมาคิดมาก ในเมื่อมันเป็นความตั้งใจส่วนหนึ่งอยู่แล้วว่าอยากจะช่วย แต่แค่ไม่ได้คิดว่าจะต้องมานั่งทำอาหารทุกมื้อเท่านั้นเอง ท้ายที่สุดผมจึงพยักหน้ารับไปช้าๆ แล้วพึมพำเสียงตอบรับว่า “อืม”

 


พอเห็นผมพยักหน้ารับ เขาก็ยิ่งดูจะอารมณ์ดีมากขึ้นไปอีก

 


“ผมอยากกอดพี่ตอนนี้เลย” ธันว่าพลางเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง “ได้ไหมครับ?”

 


ผมเลิกคิ้วในขณะที่มองเขาด้วยความสงสัยกับคำขอกะทันหันนี้ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป “ทำไมอยู่ๆถึงอยากกอดล่ะ..?”

 


“ก็พี่น่ารักผมเลยอยากกอด”

 


ผมนิ่งไปครู่หนึ่งหลังจากที่ฟังจบ ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือแววขบขัน “ไม่มีผู้ชายคนไหนดีใจเวลาถูกชมว่าน่ารักหรอก”

 


“แต่พี่ก็ยิ้ม”

 


ผมหัวเราะนิดหน่อย เลิกเถียงกับเขาเพราะรู้ว่าต่อให้เถียงกันก็ไม่จบ เผลอๆ คงได้ทะเลาะกันอีก จึงเปลี่ยนประเด็นไปพูดถึงเรื่องอื่นแทน “อยากกอดใช่ไหม? มาสิ”

 


ทันทีพูดประโยคนั้นจบผมก็หลับตาลง ปล่อยให้ธันดึงผมเข้าไปกอดเอาไว้แน่น แต่ก็ไม่แน่นจนถึงกับอึดอัดหายใจไม่ออก

 


เมื่อใดที่เขาอยากจะแตะต้องร่างกายผม ธันมักจะขอก่อนเสมอ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่ากอด แม้แต่จูบก็ไม่เคย

 


ผมไม่เคยถามเขาถึงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่คิดว่าคงเพราะยังไม่ได้บอกรักกลับ ธันจึงไม่กล้าทำมากกว่านั้น เลยทำให้มากสุดเป็นแค่การกอดเฉยๆ

 


ที่ผ่านมาผมไม่เคยปฏิเสธคำขอของเขา ได้แต่ปล่อยให้กอดไปอย่างนั้น สาเหตุหนึ่งอาจจะเพราะในใจลึกๆแล้วผมค่อนข้างรู้สึกชอบอ้อมกอดอีกฝ่ายด้วย

 


ธันมักจะชอบกอดผมแน่น ทำเหมือนกลัวว่าผมจะหายไปต่อหน้าต่อตาเขาอย่างไรอย่างนั้น ผมเลยทำเพียงแค่ยิ้มแล้วลูบหัวปลอบ ซึ่งครั้งแรกที่ทำแบบนี้เจ้าตัวก็พึมพำขึ้นมาว่า ‘ผมไม่ใช่เด็กแล้ว จะลูบหัวทำไม’

 


พอได้ยินแบบนั้นผมเลยถามกลับไปว่า ‘ชอบไม่ใช่หรือ?’

 


‘ทำไมพี่ถึงคิดว่าผมชอบล่ะครับ’

 


‘ก็ไม่เห็นขัดขืนอะไรตอนลูบ’

 


‘....’

 


หลังจากนั้นธันก็ไม่เคยบ่นหรือพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเลย ผมที่เห็นว่าเขาไม่ขัดขืนอะไรหรือพูดถึงเรื่องนี้อีก จึงพอเดาได้ว่าธันไม่ได้รู้สึกรำคาญกับการกระทำนี้ บางครั้งพอเผลอๆผมเลยลูบหัวเขาด้วยความลืมตัว

 


……………………………………….

 


…………………..

 


…………….

 


ในวันหนึ่งเมื่อผมตื่นเช้าขึ้นมาแล้วเดินออกมานอกห้อง กลับเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งถูกวางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะ มันสะดุดตามากจนผมอดที่จะเดินเข้าไปใกล้แล้วหยิบขึ้นมาดูไม่ได้

 


ปกติแล้วธันไม่เคยซื้อหนังสือพิมพ์ ผมเองก็ไม่รู้ว่าเขาไปตามอ่านข่าวจากที่ไหน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะตามข่าวทันตลอด ทั้งๆที่ไม่เคยซื้อหนังสือพิมพ์หรือดูข่าวเลยสักนิด

 


ฉะนั้นการที่อีกฝ่ายซื้อมาแล้วจงใจวางไว้บนโต๊ะ คงมีความเป็นไปได้สองอย่างคือหัวข้อบนหนังสือพิมพ์น่าสนใจมากจนต้องซื้อมากับเขาทิ้งไว้เพื่อให้ผมเดินมาหยิบอ่าน

 


สายตาผมไล่กวาดอ่านไปบนหนังสือพิมพ์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดลงที่ข่าวๆหนึ่งแล้วพลิกไปอ่านข้างใน

 


ในข่าวนั้นเขียนสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากงานแต่งในวันนั้นจนถึงจบ

 


ผมแทบไม่รู้ว่าเรื่องต่อจากนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เพราะว่ามีช่วงหนึ่งที่ธันดูยุ่งมาก เวลาเจอกันก็น้อย บางวันก็แทบไม่ได้เจอหน้ากัน พอผ่านไปสักระยะผมก็ลืมสิ่งที่จะถามไปเสียสนิท

 


เมื่ออ่านจนจบผมก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ในตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจว่าทำไม ทั้งๆที่โดนหมายเรียกแต่กลับอารมณ์ดีขนาดนั้น ทว่าพอผลการตัดสินจากศาลออกมาผมถึงเพิ่งมาเข้าใจ

 


สุดท้ายตามผลการตัดสินจากศาล ธันไม่ได้โดนข้อหาหมิ่นประมาทเพราะพูดเอาไว้คลุมเครือเกินกว่าที่จะตัดสินได้ แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือธันจงใจพูดในงานที่มีนักข่าวมาเยอะๆ เพื่อให้สำนักข่าวพากันไปขุดเรื่องของทางฝั่งครอบครัวผมขึ้นมา

 


พอขุดมากๆ เข้าก็กลายเป็นว่าเรื่องที่ผมถูกปล่อยให้ตายโดยไม่ยอมเข้ามาช่วยเหลือ ก็ถูกคนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์เมื่อตอนนั้นเอามาแฉแล้วเอามาพูดเป็นประเด็นต่อเหมือนกัน

 


จงใจพูดจุดประเด็นให้คนอื่นไปตามขุดคุ้ยประวัติเพราะความสงสัย ยืมมือนักข่าวปาดคอคนอื่นแบบเงียบๆ เพื่อแก้แค้น ส่วนตัวเองลอยนวลแบบไม่ผิดอะไรเลย

 


ตอนแรกที่ผมได้ยินเขาพูดแบบนั้นในงานยังคิดอยู่เลยว่าซวยแล้ว ทว่าพอมาถึงตรงนี้ผมกลับไม่รู้เลยว่าควรจะออกความเห็นยังไงต่อดี

 


ผมไม่ได้รู้สึกดีใจหรือเสียใจเป็นพิเศษขนาดนั้น บางทีอาจจะเพราะปล่อยวางเรื่องนี้ไปได้ตั้งนานแล้ว

 


อีกอย่างคดีของผมก็เอาผิดอะไรไม่ได้ คดีอายุความก็หมด ดังนั้นต่อให้ทำอย่างไรผมก็คงไม่ได้ไปเกิดใหม่อยู่ดี

 


ดังนั้นถ้าถามว่าเป็นห่วงหรือกังวลเรื่องอะไร ก็คงมีแต่เรื่องธันเท่านั้นแหละ

 


คราวก่อนตอนที่เขาเร่งเร้าผมก็ไม่ได้พูดสารภาพออกไป ทั้งๆที่ตอนวันงานตอนนั้นผมยังปากดีพูดกับเขาอยู่เลยว่าจะพูดความรู้สึกให้ฟัง มาถึงตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่ายากกว่าที่คิด

 


คงเพราะว่าผมยังมีความกลัวอยู่อีกหลายอย่าง หนึ่งในเรื่องนั้นที่กลัวนั้นคงย่อมไม่พ้นจากเรื่องที่ว่าผมมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน อย่างมากก็แค่ยี่สิบ สามสิบปีเท่านั้น

 


อย่างดีหน่อยผมอาจจะอยู่ไปได้อีกสี่สิบปี แต่ผมไม่ได้คิดว่าคนที่แทบจะไม่ได้ออกกำลังกายอย่างผมจะสุขภาพดีอะไรขนาดนั้น แถมยิ่งมีโรคหัวใจพ่วง แค่สามสิบกว่าปีก็นับว่าดีเท่าไหร่แล้ว

 


ผมอยู่กับเขาไปถึงตลอดฝั่งไม่ได้..

 


นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ถึงจะโหดร้ายแต่ก็เป็นความจริง ระยะเวลาที่ได้อยู่กับเขามันสั้นมากจนน่าใจหาย แค่ยี่สิบปีมันสั้นเกินไปจริงๆ

 


ถ้าผมตายจนถึงตอนนั้นธันคงอายุสี่สิบหรือห้าสิบแล้ว การจะไปแต่งงานหรือหาแฟนใหม่คงเป็นเรื่องตลกไปหน่อย

 


แถมจะตายหรือหายไปวันไหนก็ไม่รู้ ในเมื่อสภาพร่างกายไม่บ่งบอกอะไรเลย

 


หลังจากคิดมาสักพักผมคิดว่าตัวเองควรจะถามตรงๆ ว่าเขาจะทำยังไงต่อ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันก็วนซ้ำกลับไปเป็นเหมือนช่วงที่ผมอึดอัดแทบตายแต่ไม่กล้าถามเพราะกลัวเขารำคาญ แล้วเก็บไปรู้สึกแย่คนเดียว

 


ผมวางหนังสือพิมพ์ในมือลงแล้วเดินไปทางห้องนอนของเขา

 


นับตั้งแต่วันงานในวันนั้น ธันอนุญาตให้ผมเดินเข้าห้องนอนได้แบบตามใจชอบ ทว่าถึงจะได้รับการอนุญาตแล้วแต่ผมก็แทบจะไม่ได้เข้าไปในห้องเขาอยู่ดี

 


ผมค่อนข้างเคารพความเป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง ฉะนั้นถ้าเกิดว่าจะเข้าห้องของเขาเมื่อไหร่ ผมจะเคาะประตูเป็นเชิงขออนุญาตก่อนเข้าเสมอ ขืนพุ่งทะลุเข้าไปในห้องเลยผมกลัวว่าเดี๋ยวจะมีคนหัวใจวายตายเอา

 


หลังจากที่ยืนรอทิ้งระยะเวลาสักพักหนึ่ง ผมก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับหรือเสียงฝีเท้าที่เดินออกมาประตูราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยินเสียงที่เคาะไป ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเคาะอีกรอบ แต่แล้วก็ไม่มีเสียงตอบรับหรือเสียงฝีเท้าเช่นเคย

 


คราวนี้ผมเริ่มลังเลหนัก แต่พอดูจากเวลาแล้วก็คิดได้ว่าคงเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายคงหลับอยู่ ในเมื่อผมตื่นเช้าเสียขนาดนั้น

 


ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะเดินหันหลังกลับไป แต่คิดอีกทีภาพเขาตอนนอนหาได้ง่ายเสียที่ไหนกัน เมื่อกี้ก็เคาะประตูไปแล้วด้วย ท้ายที่สุดแล้วผมเลยถือวิสาสะเข้าไปนั่งในห้อง

 


เมื่อนั่งลงบนเตียงแล้ว สายตาของผมก็จับจ้องมองไปยังคนที่ยังคงนอนหลับอยู่ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปมองรอบๆ ห้อง

 


ของในห้องดูไม่ค่อยมีอะไรมาก มีบางอย่างที่ถูกวางกองสุมๆ อย่างพวกกระดาษหรือเอกสาร แต่โดยรวมแล้วรอบห้องนั้นสะอาดมาก

 


ทว่าสิ่งที่หยุดความสนใจของผมกลับเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะ

 


ผมหยิบกรอบรูปตั้งโต๊ะนั้นขึ้นมาพลิกดู ตัวกรอบรูปสะอาดมากแทบจะไม่มีฝุ่นเกาะ แสดงว่ารูปถ่ายใบนี้คงสำคัญกับเขามาก

 


ตัวกรอบน่ะไม่เท่าไหร่แต่ผมสนใจรูปที่อยู่ในกรอบนั่น

 


รูปนี้น่าจะถ่ายไว้ค่อนข้างนานแล้ว ตัวรูปจึงค่อยข้างเบลอและสีไม่ค่อยชัดออกส้มๆ เหมือนถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม

 


ในรูปนั้นมีคนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ถึงสองคน คนหนึ่งคือธันตอนเด็ก อีกคนคือพ่อของเขา

 


แต่อีกคนเนี่ยสิ..

 


ผมหยุดมองที่ผู้หญิงในรูปแล้วรู้สึกแปลกๆ ถึงรูปจะค่อนข้างเบลอไปหน่อยและเวลาผ่านมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ผมคิดว่าตัวเองไม่ได้จำคนผิด

 


เพื่อนผู้หญิงที่ผมเคยรู้จักสมัยตอนเรียนด้วยกัน ใครจะคิดล่ะว่าเขาดันเป็นแม่ของธัน

 


มันบังเอิญมาก แถมยังใกล้ตัวเกินไปจนผมคาดไม่ถึง

 


ตามปกติแล้วผมคงตกใจและไม่เชื่อจนถึงขั้นทำอะไรไม่ถูก แต่พอนึกย้อนเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมดกลับดันรู้สึกเฉยๆ คงเพราะมีอะไรน่าเหลือเชื่อและดูบังเอิญมากกว่านั้นให้เห็นแล้ว

 


มิน่าทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นเคยกลิ่นน้ำหอมของเขา คุ้นๆเหมือนเคยมีเรื่องทำนองว่าเพื่อนผมชอบกลิ่นนี้มากจนถึงขั้นมาถามว่าใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไร

 


หลังจากที่จ้องมองรูปในกรอบอยู่ครู่หนึ่งผมก็วางลง เตรียมจะเดินออกจากห้องไปเงียบๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใครบางคนก็สวมกอดเข้ามาจากทางด้านหลังพอดี

 


“ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมถามเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่เดินเข้ามาสวมกอดหน้าตาเฉย

 


ในตอนนี้เขาสัมผัสตัวผมไม่ได้ แต่ก็ยังโอบกอดเอาไว้เสมือนว่าสัมผัสได้จริงๆ

 


เรื่องที่ไม่ใช่คนกับเป็นผู้หญิงนั่นผมก็รู้สึกกลัวและกังวลเหมือนกัน ทว่าตั้งแต่ตอนที่ได้ยินคำพูดของเขาในงานวันนั้นที่ว่า ชีวิตคนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว มัวแต่คิดมากก็คงไม่ต้องเริ่มทำอะไรพอดี ผมเลยปัดตกเลิกคิดเรื่องนี้ไปอย่างง่ายดาย

 


“สักระยะแล้วครับ” ธันว่า ทั้งๆที่ยังคงทำเหมือนกอดผมเอาไว้ “แต่แค่ไม่กล้าเข้ามากอดเพราะกลัวพี่ตกใจจนทำกรอบรูปหล่นแล้วแตก”

 


ผมหัวเราะออกมา แต่พอเห็นสีหน้าแปลกๆ ผมก็ค่อยๆหยุดหัวเราะแล้วมองด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า?”

 


“แค่คิดว่าดูเหมือนพักหลังพี่จะยิ้มกับหัวเราะบ่อยขึ้นน่ะครับ” ธันพูดขึ้นแล้วยิ้มบ้าง “อืม แต่ก็ดีแล้ว ผมชอบเวลาที่พี่ยิ้ม พอพี่ทำหน้าเฉยๆแล้วเหมือนปลาตายเลย ว่าแต่เมื่อกี้คิดอะไรอยู่หรือเปล่าครับ เห็นดูเหม่อๆ”

 


ผมที่ตั้งตัวรับไม่ถูกว่าควรจะสวนกับคำชมที่ลูบหัวแล้วค่อยตบหลังก่อนหรือควรจะตอบคำถามก่อนดีจึงหยุดคิดไปสักพักหนึ่ง เมื่อนึกถึงสาเหตุที่เข้ามาในห้องนี้ได้จึงปัดตกประเด็นไร้สาระทิ้งให้หมด หันหน้ามาหาเขาแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น “ธัน พี่ขอถามอะไรหน่อย”

 


“ครับ”

 


ผมหยุดคิดไปครู่หนึ่ง แต่ท้ายที่สุดก็ถามออกไปเพราะคิดว่าความสัมพันธ์แบบนี้ไม่น่าจะมีอะไรให้ลังเลแล้ว ที่เหลือเป็นแค่การถามย้ำให้มั่นใจเท่านั้น

 


“ธันบอกว่าชอบพี่ใช่ไหม แล้วได้คิดหรือยังว่าต่อจากนี้จะทำยังไง”

 


ผมถามออกไปตรงๆ คิดว่าธันน่าจะเข้าใจความหมายที่ผมต้องการจะสื่อแบบไม่ต้องมาเสียเวลานั่งอธิบาย

 


“ก็คิดเอาไว้บ้างแล้วครับ”

 


“ว่า..?“

 


จากนั้นผมก็เห็นธันเงียบแบบไม่พูดอะไรออกมาสักพักใหญ่ ผมที่ขี้เกียจยืนอดทนรอคำตอบจากเขาจึงพูดต่อขึ้นมาทันที

 


“ธันรู้ใช่ไหมว่าพี่เป็นวิญญาณ”

 


ปกติผมคงไม่ถามอะไรโง่ๆ แบบนี้ออกไป อยู่กันมาตั้งเกือบจะปีกว่าแล้วมีหรือที่เจ้าตัวจะยังไม่รู้อีก แต่ในเมื่อเป็นการถามย้ำเพื่อความมั่นใจจึงต้องถามอะไรที่ไม่จำเป็นเพื่อเตรียมใจก่อน

 


เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับผมจึงพูดต่อ

 


“รู้ใช่ไหมว่าพี่เป็นผู้ชาย..เป็นผี ดังนั้นไม่มีทางที่มันจะเหมือนกับคู่รักอื่นนะ..”

 


พอพูดมาถึงตรงนี้ผมดันเริ่มสั่นคลอนเสียเอง ถึงแม้ว่าน้ำเสียงช่วงแรกจะขึ้นต้นมาแบบปกติ แต่น้ำเสียงตอนท้ายกลับเบาหวิวอย่างน่าประหลาด แต่เขาก็ยังคงพยักหน้ารับแบบไม่ลังเลเหมือนตอนแรกอยู่ดี

 


“..แถมพี่ยังอายุห่างกับธันตั้งเกือบยี่สิบปี ไม่ว่ายังไงพี่ก็ตายก่อน พอถึงตอนนั้นธันต้องอยู่คนเดียว..” ผมว่าในขณะที่น้ำเสียงค่อยๆเบาลง แต่ก็พยายามรักษาระดับให้ดังขึ้น

 


“แน่ใจแล้วหรือว่าจะคบกับพี่..?”

 


ในที่สุดผมก็ถามเรื่องที่ตัวเองกังวลออกไปจนหมดสักที

 


ผมอยากแน่ใจว่าที่เขาชอบผมไม่ได้เกิดจากการหลง ความสงสารเห็นใจ หรือความผูกพันธ์ที่พอใกล้ชิดกันก็คิดไปเองว่าชอบ ดังนั้นจึงต้องย้ำความจริงกันเสียสักหน่อย

 


ปรากฎว่าเขาตอบรับผมอย่างรวดเร็วแบบไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย

 


“ครับ”


 

เมื่อฟังคำพูดนั้นจบ ผมก็รู้สึกเหมือนความหนักอึ้งที่ตัวเองสะสมมาเกือบหลายปีพังทลายหายไปในพริบตาราวกับว่ามันไม่เคยมีเกิดขึ้นมาก่อน

 


“ไม่ลังเลสักหน่อยหรือไง?”

 


“เรื่องที่พี่เป็นผีกับเป็นผู้ชายนี่ผมคิดได้ตั้งนานแล้ว แต่เรื่องอายุ..” ธันพูดก่อนจะเว้นจังหวะครู่หนึ่ง “ขนาดพี่ยังทนอยู่คนเดียวที่หลุมมาได้ตั้งเกือบยี่สิบปี ทำไมกับแค่อยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีพี่ ผมถึงจะทนไม่ได้ล่ะครับ?”

 


ผมหยุดคิดไปสักพักแล้วก็พบว่าเป็นความจริงแบบที่ไม่เคยนึกมาก่อน แต่ว่าธันความอดทนต่ำกว่าผมเยอะ ดังนั้นมันคงจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้สักเท่าไรนัก

 


แต่ในเมื่อธันตัดสินใจแบบนี้ ผมก็ว่าเขาคงคิดมาดีพอแล้ว

 


“ที่ผ่านมาพี่กังวลเรื่องนี้นี่เอง” ธันพูดขึ้นมาหลังจากที่ผมเงียบไปสักพักใหญ่ “ผมเคยพูดไว้แล้วว่ายังไงชีวิตก็มีครั้งเดียว ถ้าทำอะไรได้ผมก็จะทำ อย่างน้อยจะได้ไม่มาเสียใจตอนหลังว่าทำไมถึงไม่ได้ทำแบบนี้”

 


“ขอบคุณ” หลังจากที่เงียบไปสักพักหนึ่งผมก็เอ่ยขึ้น ดูเหมือนเป็นการกล่าวลอยๆ แบบนึกอยากจะพูดก็พูดออกมา แต่เมื่อมาลองคิดดูแล้ว เขาผลักดันให้ผมกล้าที่จะทำอะไรขึ้นเยอะมากแบบที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าจะกล้าตัดสินใจได้ถึงขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน “แล้วก็..”

 


ผมหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบพูดต่อ

 


“ต่อจากนี้ก็มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนะ”

 


การที่จะให้พูดว่ารักหรือชอบ ฟังดูแล้วมันแปลกๆ เหมือนไม่ใช่ตัวผมสักเท่าไหร่ เวลาจะพูดเลยไม่กล้า พอลองคิดไปคิดมาผมเลยคิดว่าคำนี้น่าจะดีสุดแล้ว

 


อีกอย่างคำว่ารักกับชอบดูเลื่อนลอยไปหน่อยในความรู้สึก ผมอยากได้อะไรที่ชัดเจนและดูมีจุดประสงค์มากกว่านี้

 


ถึงมันจะดูไม่เหมือนคำสารภาพรัก แต่ธันกลับตามทันความคิดของผมไวเหมือนอ่านใจได้

 


“สารภาพรักได้สมกับเป็นพี่จริงๆนะครับ”

 


ผมไม่ได้ถามต่อว่าคำพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร ทว่าพอเห็นอีกฝ่ายยิ้มด้วยความพึงพอใจ ผมเองก็พลอยยิ้มตามไปด้วย

 


ไม่ว่าดูอย่างไรความสัมพันธ์นี้ก็ไม่ได้จบในรูปแบบที่ดีและสมบูรณ์สักเท่าไร เพราะจบลงในแบบที่อยู่ด้วยกันตลอดไปจนถึงตอนสุดท้ายไม่ได้ แถมยังมีข้อแตกต่างกันมากมายเสียขนาดนั้น

 


แต่ผมคิดว่ามันลงตัวได้ดีที่สุดในแบบที่เป็นแล้ว

 


-----------------------------------------------------




[Talk]

สวัสดีค่ะ ทอล์คนี้อาจจะยาวมากๆ แต่เป็นทอล์คสุดท้ายแล้ว



ระหว่างที่เขียนเราเองก็มีหลายเรื่องที่อยากพูดมากๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วพอเขียนมาถึงตอนจบดันนึกไม่ค่อยออก

เรายอมรับว่ามีหลายครั้งที่เกือบเทเรื่องนี้หลายรอบอยู่เหมือนกันค่ะ สาเหตุหลักคือเรื่องนี้เขียนยากมากๆ ยากจนเราเครียดแล้วถามว่าตัวเองควรจะทำยังไงถึงรักกันได้

อุปสรรคในเรื่องนี้มีเยอะและเขียนยากมากตั้งแต่ ทำยังไงธันถึงหันมาเลือกพี่เมษ อายุ เพศ สถานะทางร่างกาย นิสัยตัวละคร 



นิสัยตัวละครเป็นอีกเรื่องที่ยากมากจนเราปวดหัว เพราะเราเซทคาร์ไว้ให้ธันฉลาดกว่าพี่เมษ แต่ในขณะเดียวกันพี่เมษเองก็ต้องฉลาด ดังนั้นจึงแทบจะบอกใบ้อะไรพี่เมษไม่ได้ เพราะพี่เมษจะเริ่มรู้และเดาเรื่องราวได้ทั้งหมดทันที 


เรื่องจบแฮปปี้กับทำไมธันถึงหันมาเลือกพี่เมษก็เป็นอีกช้อยส์ที่ยากมากเช่นกันค่ะ 

ตอนแรกเราไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะจบแฮปปี้ เรากะเอาแบดเอนด์สุดๆไปเลย แต่คิดอีกทีถ้ามันแบดเอนด์ ก็คงไม่มีอะไรที่แตกต่างจากเรื่องแนววิญญาณกับคนทั่วไป สุดท้ายเลยตัดสินใจมาทางแฮปปี้ค่ะ 



เรื่องนี้ดูเผินๆ สเกลอาจจะไม่ใหญ่ รายละเอียดไม่ลึก ไม่ต้องหาข้อมูลเยอะ แต่ระหว่างเขียนเราหาข้อมูลเยอะมากจริงๆTvT ตั้งแต่วิเคราะห์ลงลึกนิสัยตัวละคร ป้ายหลุม กฎหมาย การพิจารณา การสรุปสำนวนคดี เทคโนโลยีและสังคมในอดีต ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่เราพลาดไปบ้าง เพราะเราไม่ได้มีความรู้โดยตรง แต่ก็พยายามหาสุดๆแล้วค่ะ



ดังนั้นถ้ามีใครถามว่าเรื่องไหนที่เขียนยากที่สุดเราจะยกให้เรื่องนี้ขึ้นแท่นทันทีเลยค่ะ



อีกประการหนึ่งคือเราไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่เราเขียนเล่นๆ จะมีคนสนใจเยอะขนาดนี้ ถึงอย่างไรก็ขอบคุณนักอ่านที่สนใจและติดตามเรามาจนถึงตอนนี้นะคะ




ป.ล. เราจะยังไม่ปิดจบเรื่องนะคะ เพราะว่าเดี๋ยวจะมาอัพเดทรายละเอียดบางอย่างทีหลังค่ะ 


ป.ล.ล เรื่องรวมเล่ม เราทำแน่นอนค่ะ แต่อาจจะส่งให้ทางสนพเป็นคนจัดทำเอง หากตกลงในส่วนนี้ได้กับทางสนพไหนจะมาแจ้งอีกทีค่ะ ซึ่งเราจะรีไรท์เกือบทั้งเล่มเลย เพราะมีหลายฉากมากที่เราอยากเขียนเพิ่มกับแก้ภาษา 

ถ้าชอบเรื่องนี้ถึงอย่างไรขอฝากอุดหนุนด้วยนะคะ รับรองว่าในเล่มมีฉากหวานเพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ


ป.ล.ล.ล บอกความรู้สึกหลังอ่านจบได้นะคะว่ามีอะไรอยากให้แก้หรือรู้สึกยังไง เราจะได้รับไปปรับปรุงในรวมเล่มค่ะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 385 ครั้ง

239 ความคิดเห็น

  1. #7112 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:28

    จบแฮปปี้ มีความสุขมาก เขียนดีมากๆด้วย ลุ้นมาก

    #7112
    0
  2. #7087 MR.PaiKung (@plaiie) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:15
    เอาตามตรง ไรท์น่าจะยืดเนื้อหาของสามตอนสุดท้ายให้เยอะขึ้นนะครับ เหมือนเป็นการเขียนอัดรวมๆกันท้ายเรื่อง เวลาอ่านไปแล้วมันไม่ได้อรรถรสเท่าที่ควร เนื้อเรื่องปูมาดีแต่มาจบตอนท้ายที่ไม่ค่อยเข้มข้น

    ถ้าแนะนำได้ก็ควรเพิ่มฉากของหลานสาวเมษที่โดนบังคับแต่งงาน เป็นมายังไง พ่อของธันที่เหมือนมีบทแค่เป็นบุคคลที่สาม และเฉลยปมโดยใช้เวลาน้อยเกินไป รายละเอียดยังคลุมเครือมากโดยเฉพาะคดีของเมษที่ทำให้รู้สึกว่ามันจบง่ายมากๆ

    เรื่องเหตุผลของตัวละครทำออกมาดีแล้ว แต่อย่างที่บอกข้างบน ถ้าให้เวลาหน่อยจะทำให้ดูเป็นแบบพัฒนาการค่อยเป็นค่อยไป เพราะหลังๆธันเหมือนระเบิดอารมณ์มาก ไม่ถึงกับช็อตเดียวแบบพี่เมษแต่อ่านแค่สามตอนสุดท้ายก็เข้าใจ

    โดยรวมถือว่าโอเค เรื่องสำนวนการใช้ภาษาค่อนข้างมืออาชีพมากครับ ถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครออกมาได้หลากหลาย

    ทั้งนี้ต้องรอดูซีรีย์ที่กำลังจะออกว่าถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีขนาดไหน

    -วิจารณ์นิยาย-
    #7087
    1
    • #7087-1 larza (@nene-1) (จากตอนที่ 27)
      10 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:22
      ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์มากนะคะ > <
      #7087-1
  3. #7085 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:59

    ฮืออออ ขอบคุณไรท์มากค่ะที่ให้จบแฮปปี้เอนด์ ถ้าแบดเอนด์แค่คิดก็สงสารเมษจนใจจะขาดแล้วค่ะ T^T ขอบคุณไรท์สำหรับนิยายเรื่องนี้มากๆค่ะ สนุกและได้รู้เรื่องอะไรหลายๆย่างมากขึ้นเลย จะรอดูซีรีส์และกลับไทยไปซื้อนิยายนะคะ ขอบคุณอีกครั้งมากๆค่ะ
    #7085
    0
  4. #7066 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 01:49

    เป็นการจบที่ลุ้นมากว่าธันจะเลือกเมษไหม แล้วเมษจะมีความสุขเหมือนกับใครๆ ได้รึเปล่า แต่เมื่อทุกอย่างถูกลิขิตให้คนกับผีเป็นคู่กัน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องฝ่าฟันมันไปจนได้ทุกอย่าง https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png

    #7066
    0
  5. #7038 35x (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 22:26

    แอบลุ้นเอาใจช่วยเมษทั้งเรื่อง

    #7038
    0
  6. #7015 MedSaai? (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 22:42

    เขียนได้ดีเลยค่ะเดาเรื่องยาก

    #7015
    0
  7. #7007 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 21:23
    ลงเอยกันจนได้นะพี่เมษน้องธัน
    #7007
    0
  8. #6943 tothemoonnnn (@yanisa_a) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 00:54
    ลุ้นมากค่ะ และดีใจที่ลงเอยแบบนี้นะคะ ตัวโก่งมาสุดทางจริงๆ 555 ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านแล้วก็ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนัก ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ
    #6943
    0
  9. #6935 Supakit_Chacha (@Supakit_Chacha) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 23:36
    แต่งและบรรยายได้ดีมากๆเลยครับ ผมอ่านแล้วอินจนน้ำตาไหลเลย เก่งมากๆเลยครับ
    #6935
    0
  10. #6930 _Draci_ (@ju_jupjip) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 18:54
    ชอบสำนวนชอบปมเรื่อง จบแบบปลายค่อนข้างเปิดโอเคดี ติดตามต่อไป
    #6930
    0
  11. #6920 xib, (@xib1) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 00:26
    ชอบภาษา สำนวน การบรรยาย และการหลอกตัวละคร รวมไปถึงหักทางผู้อ่านเองด้วย เป็นเรื่องที่รู้สึกเสียดายว่าทำไมไม่มาเจอให้เร็วกว่านี้ อยากจะอยู่คอมเมนต์ให้กำลังใจทุกๆครั้งที่ไรท์อัพนิยายตอนใหม่ แต่เพิ่งได้มาอ่านเพราะข่าวซีรีย์ เคยได้ยินชื่อมาบ้าง แต่ได้แต่เก็บwishlistไว้จนข้ามปี T^T ชอบจนต้องขุดเอาบัญชีเด็กดีที่มีมานานมากมาใช้เม้น5555555 แต่ก็ยังขอขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ จะขอติดตามงานเขียนเรื่อยๆต่อไปค่ะ
    #6920
    0
  12. #6869 msp_mint (@msp_mint) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:41
    สำหรับเราเราว่าไรท์แต่งดีมากอ่ะ คือแบบปมเรื่องค่อนข้างเดายากเลยอ่ะ อ่านแล้วต้องคิดตามตลอด เราว่ามันโอเคมากเลยอ่ะ เราคนนึงเป็นคนไม่ค่อยอ่านดราม่า แต่เราว่าเรื่องนี้โอเคเลยอ่ะ ชอบมากก ขอบคุณไรท์นะค่ะที่อดทนแล้วก็สู้มาจนถึงตอนนี้ ขอบคุณมากจริงๆค่าา
    #6869
    0
  13. #6732 Memory-SK (@KT-Kiss) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 20:02
    ถ้าซีรีย์ออกแล้ว ไรต์จะลบตอนหรือซ่อนไหมคะ ?
    #6732
    0
  14. #6721 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 12:56
    บางอย่างปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตก็นะคะ คบกันมีความสุขไม่ได้ไปเดือดร้อนใครก็พอเน้อ
    #6721
    0
  15. #6690 hswppb (@negimabas) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 22:47
    เราเพิ่งได้ลองอ่าน แล้วก็อ่านยาวตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนจบเลย อยากขอบคุณไรท์มากๆที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก เราชอบมาก TT มันดีมากจริงๆ ตอนดราม่าก็บีบหัวใจมากๆ ตอนน่ารักก็เขียนออกมาได้ดีมากๆ ขอบคุณมากจริงๆ เดี๋ยวจะไปซื้อเล่มพรุ่งนี้เลย 5555555
    #6690
    0
  16. #6688 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 13:34
    ฮือออออมันดีจริงๆอ่านไม่หยุดเลยอ่านเพลินอ่ะหยุดอ่านไม่ได้เลยสนุกมากๆเลยค่ะขอบคุณที่แต่งฟิคนี้มานะคะ
    #6688
    0
  17. #6668 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 12:19
    ชอบอ่ะ ฮือๆๆ ชอบที่น้องไม่เป็นคนดีจนเกินไป เห็นแก่ตัวในบางเรื่อง ยึดมั่นในความรู้สึกของตัวเอง
    #6668
    0
  18. #6628 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 21:51
    เขียนดีมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วเราไม่ขัดใจกับตัวละครเลยตัวละครไม่เคยหลุดจากตอนแรกเลยค่ะเราชอบมากๆ เป็นเรื่องที่อบอุ่นมากกกกกกๆๆๆ จบได้เป็นน้องธันและพี่เมษที่สุดเลยชอบบบบบ
    #6628
    0
  19. วันที่ 23 เมษายน 2561 / 15:23
    สนุกโครตตๆ ตามมาจากเรื่อง เกิดใหม่เป็นไดเเอรรี่ คิดถูกจริงๆที่ตามมาอ่านเรื่องนี้ เเหม สนุกสุดยอดเลย!!
    #6577
    0
  20. #6553 Ilo_harlveen (@Ilo_harlveen) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 22:56
    สนุกมากๆค่ะ นิยายเหมือนไม่ได้มีอะไรมากแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดยิบย่อยเยอะเเยะ ไรท์เก่งมากเลยค่ะที่นำเสนอเรื่องราวได้น่าติดตาม สู้ๆนะคะ
    #6553
    0
  21. #6511 mebehindyou_ (@mebehindyou_) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 20:57
    เราหลงเข้ามาอ่านเรื่องนี้ได้ยังไงไม่รู้ ปกติเป็นคนไม่ชอบอ่านแนวหน่วงๆเลย พออ่านไปได้สักพักเริ่มรู้แล้วว่า เห้ยมันหน่วงแน่ๆ แต่เพราะอะไรไม่รู้ เราอ่านต่อซะงั้น5555555 เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่ะ มันเหมือนทำให้เราอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เลยต้องอ่านจนจบ ฮ่าาา ขอบคุณไรท์ที่เขียนเรื่องดีๆแบบนี้นะคะ พล็อตแปลกใหม่มากกกก เปิดโลกเราสุดๆเลย แต่รวมๆแล้วเราชอบนะคะ มันไม่ได้หน่วงอย่างที่คิด การกระทำของตัวละครเหมือนการบอกรัก ที่ไม่ได้พูดคำว่ารักออกมา ฮือ ชอบบบบบบบ
    #6511
    0
  22. #6467 Hyukky38 (@poohly08) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:26
    ประทับใจ ในที่สุดพี่เมษก็สารภาพกับน้องธันแล้ววววววว
    #6467
    0
  23. #6415 pinocchio_12 (@pinocchio_12) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 19:44

    ความรู้สึกหลังอ่านจบ : ช่วงเเรกรู้สึกเหมือนเนื้อเรื่องข้อนข้างจะช้าๆเนื่องๆไปหน่อยเเต่พอเข้ากลางเรื่องไปถึงปลายก็รู้สึกว่าเนื้อเรื่องไปได้ลื่นไหลมากขึ้น ถ้ามีตรงไหนที่งงคงจะเป็นตอนที่พี่เมษเริ่งปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้น่ะคะไม่รู้ทำไมเราอ่านเเล้วรู้สึกเหมือนเนื้อเรื้องมันวาร์ปไปนิดๆ(นิดจริงๆนะ)เเต่ส่วนอื่นก็เคลียค่ะ 
    อีกอย่างที่อยากบรรยายให้อ่านถึงมันจะดูพิลึกไปบ้างเเต่ตอนที่อ่านจบเราคิดเเบบนี้จริงๆค่ะว่าเวลาที่ธันกับพี่เมษเเกล้งหยอกกันมันละมุนเหมือนชากุหลาบผสมนมที่กินไปในตอนบ่าย เวลาที่มีฉากหวานๆนิดๆก็เหมือนไซรัปผสมน้ำเปล่า เวลาที่ดราม่าก็ขมเหมือนดาร์กช๊อกโกเเลกที่ถึงขมเเต่ก็อยากกินให้หมดเเท่ง 
    ตามตรงช่วงที่ธันบอกว่าจะเเต่งงานนี่เราตัดใจไปเเล้วค่ะทำใจกับตับเอาไว้เเล้วเเต่ไม่นึกว่าจะลงเอยเเบบนี้พออ่านจบเท่านั้นเเหละกรีดร้องอย่างดีใจไปเลยค่ะ
    ปล.ยาวอะยาวมากไม่เคยเขียนยาวขนาดนี้เลย...
    ปล2.รักเรื่องนี้ค่ะ!!!
    ปล3.เก็บรวมเล่มเรื่องนี้เเน่นอนค่ะ!!
    #6415
    0
  24. #6405 IAMTKT (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 21:17
    เรื่องนี้อ่านแล้วประทับใจคนเขียนมากเลยค่ะ ทำเป็นเล่มเมื่ิไหร่ก็บอกน้าาา จะรอ
    #6405
    0
  25. #6392 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 16:45
    แฮปปี้งื้ออ
    #6392
    0