เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 313,027 Views

  • 7,118 Comments

  • 17,959 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,439

    Overall
    313,027

ตอนที่ 5 : บทที่4 การมาเยือน [รีไรท์ - 11/8/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 587 ครั้ง
    11 ส.ค. 60


เมื่อฤดูกาลของการเชงเม้งจบลง บรรยากาศรอบๆ ก็ตกลงสู่ความเงียบในทันที



ผมที่เดินเล่นแถวนั้นจนเบื่อก็เริ่มออกไปเที่ยวข้างนอกตามที่ต่างๆ บ้าง ถึงแม้ว่าบางที่ผมจะไปซ้ำๆ จนกระทั่งรู้สึกเบื่อ แต่ผมก็นึกไม่ออกว่าจะไปไกลกว่านั้นได้ยังไง



ถึงแม้ว่าตอนเป็นวิญญาณผมจะวิ่งได้ไม่รู้สึกเหนื่อยก็จริง แต่การให้วิ่งต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ อย่างไร้จุดหมายมันก็ออกจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่ออยู่เหมือนกัน



เมื่อลงมาจากเนินสุสานได้สำเร็จ ผมก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นแล้วมองวัดที่อยู่ห่างไกลออกไป



ในยามที่ไม่มีผู้คนมารบกวน ผมชอบวิวทิวทัศน์ที่แห่งนี้มากที่สุด ถึงแม้ว่าที่แห่งนี้จะแห้งแล้ง พื้นเต็มไปด้วยกรวดทราย หากแต่ภาพที่พระอาทิตย์ขึ้นที่นี่ก็สวยที่สุดอยู่ดี



ผมกอดเข่า สายตามองแสงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้นต้อนรับเช้าวันใหม่ ก่อนที่จะฝังใบหน้าตนลงไปที่เข่าทั้งสองข้าง พยายามที่จะลืมเรื่องวุ่นวายรวมถึงความรู้สึกในหัวทิ้งไปให้หมด



ท้ายที่สุดแล้วผมก็เผลอผล็อยหลับไปทั้งๆ แบบนั้น



………………………………………………



…………………………….



ถึงแม้ว่าการเป็นวิญญาณจะไม่ง่วง แต่ว่าการตื่นตลอดนั้นผมรู้สึกไม่คุ้นชินสักเท่าไรนัก สาเหตุหนึ่งอาจจะเพราะผมยังคงคุ้นชินกับความรู้สึกตอนที่ตัวเองยังเป็นมนุษย์อยู่



ดังนั้นต่อให้ไม่รู้สึกง่วง เมื่อถึงเวลาที่ควรนอนผมก็มักจะหลับไปด้วยความเคยชินเสมอคลับคล้ายกับว่าเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว



ในระหว่างที่กำลังคิดเรื่องต่างๆ อยู่นั้น พลันหูของผมก็ได้ยินแว่วเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังแล่นเข้ามาใกล้ ผมขยับตัวลุกขึ้นเพื่อที่จะมองต้นตอของเสียงนั้น



ทว่าเมื่อเห็นว่าเป็นเสียงอะไร นัยน์ตาของผมก็เบิ่งกว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง



รถคันนั้นมัน..



ผมรีบวิ่งเข้าไปใกล้มากขึ้นเพื่อให้เห็นว่าตัวเองไม่ได้มองผิดพลาดไป แล้วก็เป็นจริงอย่างที่คิด สายตาผมไม่ได้ผิดพลาด รถคันนั้นเป็นรถคันเดียวกับที่ผมเห็นมาตลอดสี่ปี



แต่ว่าทำไม..



ช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูกาลของการเชงเม้งแล้ว แถมยังเป็นช่วงกลางๆ ปีด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่มาที่นี่กะทันหันย่อมเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก



ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมครอบครัวของเด็กคนนั้นถึงมาที่นี่ในช่วงนี้ แต่ผมก็ดีใจอยู่ดี



ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะวิ่งตามรถเพื่อให้เห็นชัดว่าตาไม่ได้ฝาดไปจริงๆ แต่คิดอีกทีผมคงวิ่งตามไม่ไหว ในเมื่อผมไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ แถมสมรรถภาพทางด้านร่างกายค่อนข้างย่ำแย่ชนิดต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้นผมเลยตัดสินใจเดินกลับไปรอที่หลุมแทน



ไม่นานนักรถก็จอดที่ข้างถนน แล้วเด็กคนนั้นก็ลงมาจากรถ



จากนั้นเด็กชายก็ปิดประตูรถพร้อมกับถุงพลาสติกในมือ ก่อนที่รถจะขับออกไปโดยที่ไม่มีใครลงตามมาด้วย



อ้าว..



ผมกะพริบตามองรถที่ขับวิ่งห่างออกไปพลางอดรู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เห็นตรงหน้าไม่ได้



ถึงแม้ว่าเด็กตรงหน้านี้จะอายุสิบสาม ไม่ได้อายุสิบปีเหมือนตอนแรกที่เจอกันแล้ว แต่ว่าอยู่ๆ การขับรถมาแล้วทิ้งเด็กเอาไว้คนเดียวที่นี่โดยที่ไม่มีใครตามมาด้วยก็เป็นเรื่องที่แปลกอยู่ดี



เมื่อมองรถคันนั้นจนกระทั่งลับสายตาไปแล้ว ผมถึงค่อยละสายตามาก้มมองเด็กคนนั้นด้วยความเป็นห่วงแทน



ต่อให้มีผมอยู่ด้วย แต่ถ้าเกิดมีเหตุฉุกเฉินหรืออันตรายอะไรขึ้นมา ผมก็ทำหรือช่วยอะไรอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี



แต่ว่ามันมีอะไรที่ชวนให้ติดใจกว่านั้น..



ใบหน้าของเด็กคนนั้นดูเศร้าแปลกๆ รอบดวงตาคู่นั้นแดงก่ำและบวมช้ำเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มา ถ้าไม่ได้ตาบอดดูอย่างไรก็เห็นได้ชัดว่าต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้น



“เป็นอะไรหรือเปล่า?” ผมถามออกไปด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่พยายามลูบหัวปลอบ มืออีกข้างหนึ่งก็พยายามช่วยเช็ดน้ำตาให้ตามความเคยชิน ถึงแม้ว่าน้ำตามันจะทะลุผ่านมือผมไปก็ตาม



“แม่ของผมตายแล้ว”



ผมชะงัก



ท่าทางของเจ้าตัวเหมือนพยายามเก็บความรู้สึกเต็มที่ พยายามที่จะไม่ร้องไห้ต่อหน้าผม ทั้งๆ ที่น้ำเสียงนั้นสั่นพร่าราวกับแก้วที่กำลังจะแตกสลาย



ในตอนเด็กผมเองก็สูญเสียพ่อและแม่ไปพร้อมๆ กัน อาจจะเพราะด้วยสาเหตุนั้นจึงทำให้ผมเข้าใจถึงความรู้สึกอีกฝ่ายดีว่าเจ็บปวดมากขนาดไหน



“พี่จะช่วย..คุยกับแม่ผมได้ไหม ผมกลัวว่าแม่จะเหงา” เด็กคนนั้นว่าพลางก้มหน้าลง คลับคล้ายกับว่าไม่อยากให้ผมเห็นน้ำตาของเจ้าตัว



ทว่าท้ายที่สุดแล้วผมก็ยังคงเห็นหยาดน้ำใสจำนวนมากที่กำลังร่วงหล่นจากนัยน์ตาอีกฝ่ายอยู่ดี



“..แม่ยิ่งเป็นคนที่ขี้เหงาอยู่ด้วย.. ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้พี่คอยดูแลแม่ผม”



“ได้สิ” ผมตอบรับคำอีกฝ่ายไปพลางสวมกอดแน่น ก่อนจะลูบหลังปลอบร่างที่กำลังร้องไห้ ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าตัวเองกำลังโกหก



ที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นวิญญาณที่เหมือนกับตัวเองมาก่อน ฉะนั้นผมเลยไม่คิดว่าตนเองจะมองเห็นแม่ของอีกฝ่ายได้อย่างที่พูดไป



แต่กระนั้นผมก็อยากปลอบอีกฝ่าย



ปลอบทั้งๆ ที่รู้ว่าคำปลอบหรือคำพูดต่างๆ นั้นจะไม่มีวันส่งไปถึงก็ตามที



“ไม่ร้องไห้นะ คุณแม่จะได้สบายใจที่เห็นเธอเข้มแข็งไง”



ผมพยายามพูดปลอบเต็มที่ ในขณะที่เด็กน้อยคนนั้นก็สวมกอดร่างของผมเอาไว้แน่น น่าแปลกที่ปกติแล้วผมไม่เคยสัมผัสหรือรับรู้ได้ถึงไออุ่นของมนุษย์มาก่อน แต่ครั้งนี้ผมกลับรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่าย



“..ผม..จะพยายาม” เด็กชายว่าด้วยน้ำเสียงสั่นสะอื้นพลางซุกหน้าลงบนไหล่ของผม



ผมกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึงการกอดนั้น พลางอดรู้สึกดีใจไม่ได้ที่เจ้าตัวกอดผมกลับ



กอดกลับหรือ



..เดี๋ยวนะ..



ผมไม่หยุดมือที่กำลังลูบหลังปลอบ แต่สายตาก็ยังคงสังเกตไปด้วย จนกระทั่งเด็กคนนั้นหยุดร้องไห้แล้วเหลือเพียงแค่เสียงสะอื้น ผมจึงค่อยผละออกมาสบตามองกับใบหน้าอีกฝ่าย เมื่อมั่นใจว่าร่างในอ้อมแขนนั้นดีขึ้นแล้วจริงๆ



“นี่เราเห็นพี่จริงๆ ใช่ไหม”



ผมถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง



มันจะบังเอิญเกินไปแล้วทั้งปฏิกิริยา ทั้งคำพูดตอบรับ



นี่มันชัดเจนเลยว่าเจ้าตัวเห็นผม!



เด็กคนนั้นมองใบหน้าของผมก่อนที่จะพยักหน้ารับเงียบๆ



ผมเงียบไปในทันที ใบหน้าแทบจะกระตุกไปหลายส่วน พนันได้เลยว่าถ้ามีกระจกอยู่ตรงหน้า ผมคงเผลอหลุดหัวเราะหน้าตัวเองในตอนนี้ด้วยซ้ำ



“แล้วทำไม..”



ทำไมที่ผ่านมาแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น..



คำถามนี้มันจุกอยู่ในลำคอ ผมไม่อยากพูดตรงๆ ว่าการแสดงที่ผ่านมาของเด็กคนนี้แนบเนียนมากจนผมดูไม่ออก แล้วดันเผลอทำอะไรงี่เง่าใส่อย่างการกอดไปแล้วเพียงเพราะนึกว่าเจ้าตัวมองไม่เห็น



หากพูดให้ตรงกว่านั้นคือผมไม่อยากยอมรับว่าตัวเองโดนเด็กสิบกว่าขวบหลอก..



“ขอโทษครับ..”อีกฝ่ายว่าพลางก้มหน้าลง สีหน้าเจ้าตัวดูเศร้ามากจนผมรู้สึกเหมือนตนเองกลายเป็นคนผิดไล่ต้อนหรือเป็นอาชญากรทำร้ายเด็กขึ้นมาทันที



ในขณะที่ผมกำลังจะพูดปลอบด้วยความรู้สึกผิดว่า ‘เอ่อ ไม่เป็นไรหรอก ช่างมันเถอะ เมื่อกี้ขอโทษด้วยนะ’ เด็กชายก็พูดขัดคำพูดของผมขึ้นมาเสียก่อน



“ก่อนหน้านี้น่ะผมเคยได้เจอคนที่เป็นแบบพี่ด้วย”



ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้ยินในหัวจนมั่นใจว่าได้ยินไม่ผิด ก่อนจะเบิ่งนัยน์ตากว้างกับคำพูดนั้น



ผมตอบไม่ถูกว่าความรู้สึกแรกในตอนนั้นเป็นอย่างไร แต่ความรู้สึกต่อมากลับกลายเป็นความรู้สึกตกใจและดีใจไปในคราเดียวกัน



อาจจะเพราะผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนที่เป็นเหมือนกับตัวเองด้วย ผมเลยรีบถามอีกฝ่ายต่อด้วยความตื่นเต้น “หมายถึงว่าคนที่เป็นวิญญาณแบบนี้น่ะหรือ?”



“อื้ม ผมเคยเจอตอนที่ผมอายุเจ็ดขวบ ตอนนั้นผมคุยกับเขาอยู่สักพักหนึ่งเพราะคิดว่าพี่เขาเป็นคน แต่พอพ่อผมมาเห็นเข้า พ่อก็ตกใจที่ผมกำลังพูดคนเดียวเลยเรียกพระมาไล่พี่คนนั้นไป”



“แล้วพี่คนนั้นเป็นยังไงบ้าง?”



“ผม..ผมเองก็ไม่รู้ว่าพี่เขาตายหรือว่ายังมีชีวิตอยู่ เพราะหลังจากนั้นพ่อก็ไม่ยอมให้ผมไปที่นั่นอีกเลย”



ผมพยักหน้ารับกับคำพูดนั้น ในขณะที่สมองก็ทบทวนเรื่องราวจากคำพูดที่ได้ยิน เลยทำให้เริ่มพอที่จะเข้าใจเหตุผลขึ้นมารางๆ บ้างแล้ว



แสดงว่าที่ผ่านมาเด็กคนนั้นแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นผมมาตลอด เพราะกลัวว่าถ้าเกิดว่าพ่อมาเห็นว่าผมกำลังคุยกับอีกฝ่ายเข้า เจ้าตัวก็จะมาที่นี่ไม่ได้อีก



เมื่อพอเริ่มเดาถึงสาเหตุเรื่องราวต่างๆ ได้หมดแล้ว ผมก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาคล้ายกับว่าความรู้สึกหนักอึ้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง



ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองกำลังโล่งใจเรื่องอะไร สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความหวังแบบลมๆ แล้งๆ ดันเกิดปาฏิหาริย์ซ้ำขึ้นมาครั้งที่สอง ส่วนอีกสาเหตุอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกสับสนได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น



“เราน่ะชื่ออะไร” ผมถามขึ้นมาหลังจากที่รู้สึกโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อย่างน้อยการพูดคุยถึงเรื่องอื่นคงทำให้พอลืมเรื่องแย่ๆ ไปได้บ้าง



อีกอย่างถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากรู้ชื่อของคนที่ตัวเองชอบ



ในเมื่อรู้จักกันมาตั้งสี่ปีแล้ว แถมยังตกหลุมรักเจ้าตัวด้วย การที่จะไม่รู้ชื่อของคนที่แอบชอบมันก็คงแปลกไปหน่อย



“ผมชื่อธันวา แต่จะเรียกสั้นๆ ว่าธันก็ได้ฮะ เพราะปกติเพื่อนของผมก็เรียกกันแบบนั้น”



“เกิดเดือนธันวาเหรอ?” ผมถามเจ้าตัวกลับไป ในขณะที่เด็กชายส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธกลับมา



“เปล่าฮะ ผมเกิดเดือนเมษา แม่ผมอยากตั้งชื่อเป็นชื่อเดือน แต่พ่อผมไม่ชอบฤดูร้อน เลยตั้งเป็นชื่อธันแทน” พอธันเอ่ยจบ ผมก็เงียบไปนานมาก จนกระทั่งเด็กชายคงเริ่มรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศนี้เลยเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง “แล้วพี่ชื่ออะไรหรือครับ?”



“เมษ” ผมตอบกลับไปเมื่อหลุดจากห้วงภวังค์ความคิด พร้อมกันนั้นผมก็ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ “เหมือนกันเลย ที่จริงพี่เองก็เกิดเดือนธันวาแต่แม่ชอบฤดูร้อนมากกว่าเลยตั้งเป็นเมษ”



“สุดยอดเลย นอกจากความหมายชื่อจะคล้ายกันแล้ว ผมกับพี่ยังชอบของกินเหมือนกันอีก” เด็กชายว่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ท่าทางนั้นน่ารักมากจนผมอยากจะสวมกอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่นๆ



ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเมื่อได้ยินคำพูดนั้นในอกก็ปวดหน่วงขึ้นมาเสียดื้อๆ บางทีถ้าผมยังมีชีวิตป่านนี้หัวใจคงเต้นแรงจนดังก้องในหูแล้วด้วยซ้ำ



ผมสูดลมหายใจ พยายามบอกให้ตัวเองสงบลงด้วยคำว่าคุกที่วนเวียนไปมาในหัว



ซึ่งดูเหมือนว่ามันก็ได้ผลเสียด้วย เพราะไม่นานนักอาการตื่นเต้นและอาการปวดหน่วงในอกทั้งหมดก็เริ่มกลับไปสงบเหมือนเดิม



“แบบนี้มันเหมือนกับพรหมลิขิตเลย พี่ชายคิดแบบนั้นไหมฮะ”



ผมยิ้มรับกับคำพูดนั้น แต่ไม่ตอบอะไร



จากตอนแรกที่เดิมทีบอกกับตัวเองให้สงบลงด้วยคำว่า คุก มาถึงตอนนี้ผมก็รีบโยนคำนั้นออกไปไกลๆ จากความคิดทันที



จะเข้าคุกก็ช่างเถอะ ผมตายแล้วยังไงก็ไม่มีตำรวจมาจับไปเสียสักหน่อย



อีกอย่างปกติแล้วเดิมทีผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีเพื่อน ดังนั้นความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับจากคนอื่นจึงค่อนข้างน้อยมาก พอถูกใครสักคนทำดีเข้าด้วยบ่อยๆ ผมเลยเกิดหวั่นไหวแล้วก็ชอบขึ้นมา



จะว่าไปเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงของที่ชอบแล้วผมก็เอะใจเรื่องบางอย่างขึ้นมา



ในตอนนั้นผมปักใจเชื่อว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็นผมแน่ๆ เพราะธันทำหน้าผิดหวังที่ผมไม่ตอบคำถาม เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้นขึ้นมาได้ผมจึงรีบถามทันที



“ว่าแต่เรื่องเมื่อสามปีก่อน” ผมพูดเกริ่นขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะยังคงจำได้อยู่หรือเปล่า เมื่อเห็นว่าเด็กชายมองมาด้วยสีหน้าสงสัย ผมเลยพูดขยายความเพิ่มเติม “ที่ตอนนั้นเราถามพี่ว่าชอบอะไรแล้วก็ทำหน้าเสียดาย จากนั้นก็ไปหยิบทาร์ตช็อกโกแลตมาให้ ทำไมตอนนั้นถึงทำหน้าเสียดายล่ะ”



อีกฝ่ายทำท่านึกอยู่สักพัก ก่อนที่จะร้อง อ๋อ ออกมา



“ทาร์ตช็อกโกแลตอันนั้นแม่ผมซื้อมาให้เป็นของขวัญวันเกิด” ธันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเสียดายเมื่อนึกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาได้ “ผมกินไปได้แค่นิดเดียวเอง แล้วก็เอามาให้พี่”



พอได้ยินคำเฉลยนั้นแล้วความรู้สึกผิดและความกระอักกระอ่วนก็แล่นวาบเข้ามาในใจผมทันที ถ้ารู้ว่าอันนั้นเป็นของขวัญวันเกิดอีกฝ่ายผมคงปฏิเสธไม่รับมาแล้ว



“ขอโทษ” ผมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อยลงกว่าปกติ “ถ้ามีอะไรอยากให้ช่วยบอกได้นะ ถือว่าเป็นการตอบแทน”



“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมไม่ได้โกรธพี่สักหน่อย อีกอย่างแค่พี่คุยกับผมก็ถือว่าเป็นการช่วยแล้ว” เด็กชายตอบก่อนที่จะยิ้มคล้ายกับกำลังปลอบใจผม ฉับพลันเสียงรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ก็ดังขึ้น “ดูเหมือนว่าคุณพ่อจะมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะ”



ผมพยักหน้ารับ ทว่าก่อนที่จะจากกันผมก็ถามถึงสิ่งที่ตนเองกังวลขึ้นมา “แล้วคุณพ่อจะไม่รู้ใช่ไหมว่าธันมองเห็นพี่”



“ไม่หรอก” ธันตอบในขณะที่เดินมาวางของทิ้งเอาไว้บนแท่น จากนั้นเจ้าตัวก็จุดธูปแล้วโบกมือลาผม “รถอยู่ตั้งไกล คุณพ่อไม่รู้หรอกฮะว่าเราสองคนคุยกัน”



เมื่อได้ยินแบบนั้นผมก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา ก่อนที่จะโบกมือลาตอบ จวบจนกระทั่งเห็นว่าเด็กคนนั้นขึ้นรถไปแล้ว ผมก็ถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเนินหลุมทันที



ไม่รู้ว่าเพราะดีใจ โล่งอก หรือว่ารู้สึกมีความหวังขึ้นมา ผมถึงได้รู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



อย่างน้อยๆ การเป็นวิญญาณก็ไม่ได้แย่เสมอไป



นั่นเป็นความคิดแรกที่ผมคิดขึ้นได้หลังจากที่จบเหตุการณ์ในวันนั้น ถึงแม้ว่าการเป็นวิญญาณจะมีข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกับมนุษย์หลายอย่างก็จริง



แต่ว่าเพราะแบบนี้ถึงทำให้ผมได้เจอกับธัน



ผมมองท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆ หรี่ตาลงเมื่อเริ่มรู้สึกแสบตากับแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมา เสียงลมที่ดังข้างหูนั้นไม่ต่างกับเสียงดนตรีที่กล่อมให้ผมเผลอผล็อยหลับไปในที่สุด



………………………………………………………………



……………………………………..



ทว่าหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น



ปีต่อๆ มาผมก็ไม่เห็นเขาอีกเลย


------------------------------------------------------------------------------






[Talk]

ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ตอนแรกเรายังทำใจรับไม่ได้เพราะว่ามันกระทันหันมากๆ มาตอนนี้เราเริ่มพอทำใจขึ้นมาได้บ้างแล้ว ต้องขอขอบคุณกำลังใจจากทุกคนจริงๆค่ะ


ป.ล. มีคนถามมาว่ามีแท็กในทวิตไหม ชื่อแท็ก #เขามาเชงเม้ง นะคะ จำง่ายดีและดูไม่น่าซ้ำกับใครด้วย คิดว่าหลายๆคนน่าจะสะดวกมากกว่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 587 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #7092 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:18

    คุกนะพี่55

    #7092
    0
  2. #7076 sd. momo (@mamitori) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:43
    เราอ่านตอนนี้แล้วตกใจมาก เรามีน้องชื่อธัน แต่เกิดเดือนธันวา แล้วเราชื่อเมษเกิดเดือนเมษา ครอบครัวเป็นเชื้อสายจีนเหมือนกัน แล้วเจอกันทุกเชงเม้งด้วย อมก.
    #7076
    0
  3. #7048 Kangmeen (@pkpk1188) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 17:10
    จริงๆเจอเรื่องนี้นานแล้วแต่ไม่มีเวลามาอ่านเลย จนทำซีรีย์เลยมาอ่านก่อนดีกว่า ///ตายไปแล้วยังหลับเก่งเอ่ะอ่ะหลับๆ5555
    #7048
    0
  4. #7045 thanaporn2734 (@thanaporn2734) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:30
    คุก5555
    #7045
    0
  5. #6981 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 19:47
    น้องธันเห็นพี่เมษมาตั้งแต่แรกเลยหรอเนี้ย
    #6981
    0
  6. #6956 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 00:08

    เฮ้อ! พอได้รู้ความจริงและได้พูดคุยกันจนเข้าใจทุกอย่าง แต่แล้วเด็กน้อยที่แสนดีก็หายไปจากวิญญาณที่เฝ้ารอคอยอีกครั้งหนึ่งจนได้ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-04.png

    #6956
    0
  7. #6840 phoukham (@phoukham) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 10:14
    น้องหายไปไหนนะ
    #6840
    0
  8. #6700 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 00:12
    เคยชินการมีน้องธัน พอธันหายไปคงหน่วงน่าดู
    #6700
    0
  9. #6646 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:09
    พ่อต้องรู้แน่ๆ เลย แต่ถ้าคิดในแง่ดี รอน้องโตอีกหน่อย คุณผีจะได้ไม่ต้องไอ 'คุกๆ' เนาะ
    #6646
    0
  10. #6641 DECEMSine (@sine_decem) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 22:51
    พ่ออาจะสงสัยไหมว่าลูกมาอยุ่หน้าหลุมศพทำไมตั้งนานงี้ แถมยังเคยเจอน้องพุดคนเดียวคงเดาไม่ยาก
    #6641
    0
  11. #6607 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 16:32
    พ่อรู้หรอม่ายยยยยยยยยยคุณพ่ออย่าทำกับพี่เมษแบบนี้พี่เค้าเหงาจะแย่แล้ว ;-;
    #6607
    0
  12. #6586 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 20:19
    แสดงว่าพ่อเห็น...
    #6586
    0
  13. #6541 PiimJU (@PiimJU) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 15:00
    น้องธันกับพี่เมษ ฮือออ ได้คุยกันแล้วว กลับมาหาคนพี่เร็วๆนะหนู พ่อคงรู้แล้วแน่เลย ;-;
    #6541
    0
  14. #6524 numokodchawan (@numokodchawan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 20:38
    ขุ่นพ่อรู้รึป่าว ม่ายยยยยยย ;-;
    #6524
    0
  15. #6520 neko2804 (@neko2804) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 00:50
    น้องงอย่าหายยย
    #6520
    0
  16. #6515 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 16:29
    น้องหายไปไหน ;-;
    #6515
    0
  17. #6489 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 08:29
    ฮื่ออออย่าทำเเบบเน้
    #6489
    0
  18. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 17:37
    แงงงงงงงง
    #6444
    0
  19. #6418 minixiuminseok (@minixiuminseok) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 13:10
    ฮือออ สงสารเมษ
    #6418
    0
  20. #6404 IAMTKT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 17:34
    เดี๋ยวนะ..
    #6404
    0
  21. #6378 rainbow....* (@BluefreezZy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 17:40
    อ่าวววววว
    #6378
    0
  22. #6328 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 10:37
    แง๊ ทิ้งเมษทำไมอ้ะ
    #6328
    0
  23. #6289 lunar ❥ (@bonjour0301) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 11:03
    ธันไปไหนลูกกกก เป็นอะไรหรือเปล่า ? พี่เมษเหงาเด้อ ;~;
    #6289
    0
  24. #6271 Aunchiree (@0956535071) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 14:05
    ทำไมถึงหายไปล่ะ
    #6271
    0
  25. #6207 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 21:41
    อ้าววววว น้องธันหนูหายไปไหนลูก มาคุยให้พี่เค้าดีใจแล้วหนูไปอยู่หนายยยยย
    #6207
    0